The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เนื้อเรื่องย่อวรรณกรรมสมัยกรุงธนบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pon.natwara, 2022-08-01 01:11:19

เนื้อเรื่องย่อ วรรณกรรมสมัยกรุงธนบุรี

เนื้อเรื่องย่อวรรณกรรมสมัยกรุงธนบุรี

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ

วรรณกรรมสมัย
กรุงธนบุรี

รามเกียรติ์ฉบับ
พระเจ้ากรุงธนบุรี

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ

มี ๔ ตอน คือ
๑. ตอนพระมงกุฎประลองศร เนื้อเรื่องตอนนี้เป็นตอนท้ายของเรื่องราม

เกียรติ์แต่ทงพระราชนิพนธ์ขึ้นก่อนตอนอื่นๆ เนื้อเรื่องมีว่า นางสีดามาอาศัยอยู่
กับฤาษีวัชมฤคและประสูติพระมงกุฎ พระฤาษีได้ชุบพระลบเป็นเพื่อนกับพระม
งกุฏและชุบศรให้เป็นอาวุธพระมงกุฏและพระลบได้ประลองศรยิงต้นรัง เสียงศร
ดังกึกก้องจนถึงกรุงอโยธยา พระรามได้ยินเสียงจึงประกอบพิธีอัศวเมธ โดยมี
พระภรต พระสัตรุด และหนุมานคุมกองทัพตามม้าอุปการ พระมงกุฎจับม้า
อุปการ จึงรบกับหนุมาน หนุมานเสียที พระภรตจึงเข้าช่วยและจับพระมงกุฎมา
ถวายพระราม พระลบตามไปช่วยได้และพากันหนี พระรามยกกองทัพออก
ติดตาม จึงรบกับพระมงกุฎ ภายหลังจึงทราบว่าเป็นพ่อลูกกัน

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ

( ต่ อ )

๒. ตอนหนุมานเกี้ยวนางวาริน เนื้อเรื่องตอนแรกขาดหายไป เริ่มแต่หนุมานพบนางวา
รินในถ้ำ นางวารินนั้นเป็นนางฟ้า ถูกพระอิศวรสาปให้มาอยู่ในถ้ำ คอยพบหนุมานเพื่อบอก
ทางแก่หนุมานไปฆ่าวิรุณจำบัง แล้วจึงจะพ้นคำสาป เมื่อหนุมานพบนางวาริน นางไม่เชื่อว่า
เป็นหนุมาน หนุมานจึงต้องหาวเป็นดาวเป็นเดือนให้ดู นางจึงเชื่อหนุมานเกี้ยวนางวาริน
และได้นางเป็นภรรยา ต่อมาหนุมานไปฆ่าวิรุณจำบังตามที่นางวารินบอก เมื่อฆ่าวิรุณจำบัง
แล้ว หนุมานจึงกลับมายังถ้ำ และส่งนางวารินกลับเขาไกรลาสตามที่ได้สัญญาไว้กับนาง

๓. ตอนท้าวมาลีวราชว่าความ เป็นตอนต่อจากหนุมานเกี้ยวนางวาริน ทศกัณฐ์ทราบ
ว่าวิรุณจำบังตาย จึงทรงทูลเชิญท้าวมาลีวราชพระอัยกาผู้มีวาจาสิทธิ์มาว่าความท้าวมาลีว
ราชเสด็จมายังสนามรบ ทศกัณฐ์เข้าเฝ้ากล่าวโทษพระราม ท้าวมาลีวราชจึงทรงตรัสสั่งให้
พระรามและนางสีดาเข้าเฝ้าเพื่อไต่ถามความจริง นางสีดาทูลตามความเป็นจริงท้าวมาลีว
ราชจึงตรัสให้ทศกัณฐ์คืนนางสีดาแก่พระราม แต่ทศกัณฐ์ไม่ยอม ท้าวมาลีวราชจึงทรงสาป
แช่งทศกัณฐ์ และอวยพรให้แก่พระรามแล้วเสด็จกลับ

๔. ตอนทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกรด ตอนนี้เป็นตอนต่อจากท้าวมาลีวราชว่าความ เรื่องมี
ว่า ทศกัณฐ์มีความแค้นเทวดาที่เป็นพยานให้แก่พระราม จึงทำพิธีปลุกเสกหอกกบิลพัทที่
เชิงเขาพระสุเมรุ และทำพิธีเผารูปเทวดา พระอิศวรจึงมีเทวบัญชาให้เทพบุตรพาลีมาทำลาย
พิธี ทศกัณฐ์พุ่งหอกกบิลพัทหมายสังหารพิเภก พิเภกหลบไปอนยู่หลังพระลักษณ์ พระ
ลักษณ์ต้องหอกกบิลพัทสลบไป พิเภกทูลพระรามให้หายามาแก้ไขพร้อมแม่หินบดยาที่
เมืองบาดาล และลูกหินบดยาที่ทศกัณฐ์หนุนนอนพระรามให้หนุมานไปหายาพร้อมแม่หิน
และลูกหิน หนุมานเข้าเมืองลงกาเพื่อไปนำลูกหินบดยามา และผูกผมทศกัณฐ์กับผม
นางมณโฑไว้ด้วยกัน พระฤาษีโคบุตรต้องมาช่วยแก้ผมให้

โคลงยอพระเกียรติ
พระเจ้ากรุงธนบุรี

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ

กล่าวถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จกรีธาทัพจากจันทบุรีมาธนบุรี
ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ภายในพระราชฐานมี
แต่ความเกษมสุข ทรงปราบหัวเมืองต่าง ๆ เป็นต้นว่านครราชสีมานครศรีธรรมราชและสวาง
คบุรี ทรงปูนบำเหน็จทหาร มีเมืองมาสวามิภักดิ์ถวายดอกไม้เงินทอง 3 เมืองคือ ไทรบุรี
ตานีและศรีสัตนาคนหต กล่าวถึงการสมโภชพระนคร มีมหรสพฉลอง ผู้แต่งอาราธนาพระ

รัตนตรัยและอัญเชิญเทพเจ้าให้คุ้มครองสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอพรให้มีพระ
เกียรติคุณทุกด้าน ตอนท้ายผู้แต่งกล่าวว่าแต่งเรื่องนี้ถวายด้วยความสำนึกในพระ
มหากรุณาธิคุณและเพื่อให้พระเกียรติยศปรากฏไปเบื้องหน้า

ลิลิตเพชรมงกุฎ

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ

เริ่มต้นนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดำเนินเรื่องตาม นิทานเวตาล ว่า วิกรมาทิตย์
เสด็จประพาสป่า จับได้ตัวเวตาลมาเป็นพาหนะ เวตาลทูลขอเล่านิทานถวาย ถ้าทรงตอบ
ปัญหาได้ยอมเป็นข้าตลอดชีวิต ถ้าทรงตอบไม่ได้จะขอพระเศียรเวตาลเริ่มนำนิทานเรื่อง

เพชรมงกุฎ มาเล่าว่า ครั้งหนึ่งท้าวรัตนนฤเบศร แห่งเมืองศรีบุรี มเหสีทรงพระนามว่า
ประภาพักตร์มีพระโอรสทรงพระนามว่า เพชรมงกุฎ ซึ่งมีพระสิริรูปงดงามมาก เมื่อชนมายุ
16 พรรษา เสด็จประพาสป่า ทรงติดตามกวางเผือกไปกับ พุฒศรี พระพี่เลี้ยง พวกรี้พลตาม
เสด็จไม่ทัน พระเพชรมงกุฎและพุฒศรีหลงทางอยู่กลางป่า พระเพชรมงกุฎ ทอดพระเนตร
ภรรยาของชายผู้หนึ่งก็พอพระทัยตรัสขอร้องพุฒศรีออกอุบายล่อหญิงนั้นมาหาโดยมิได้ฟัง
คำคัดค้านของพุฒศรีเมื่อได้ร่วมประเวณีกับหญิงนั้นแล้วเดินทางต่อไปจนถึงเมืองกรรณบุรี
ได้ทอดพระเนตรนางประทุมดี พระราชธิดา พระเจ้ากรุงกรรณ เจ้าหญิงทรงทำปริศนาเป็นนัย

ให้ทราบว่าพระนางเป็นใครและแสดงความพอพระทัยพระเพชรมงกุฎด้วย

อิเหนาคำฉันท์

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ

อิเหนาคำฉันท์เริ่มเรื่องตั้งแต่อิเหนาลักพาบุษบาไปไว้ที่ถ้ำทอง
โอ้โลมบุษบาแต่บุษบาไม่ยินยอม อิเหนาแสร้งโศกเศร้าเสียใจ และทำทีจะลาจากไป บุษบา
จึงใจอ่อนยอมเป็นมเหสีอิเหนา ฝ่ายเมืองดาหาเมื่อดับไฟแล้วทราบข่าวว่านางบุษบาหายไป
จรกาจึงนำทัพออกติดตาม ระหว่างนั้นอิเหนาฝันว่ามีนกอินทรีมาจิกตาข้างขวา จึงสังหรณ์ใจ
ว่าอาจต้องพลัดพรากจากบุษบา เมื่ออิเหนารู้ว่าจรกาออกตามหาบุษบาจึงต้องกลับไปแก้
สงสัยที่เมืองดาหา และพบจรการะหว่างทาง อิเหนาแสร้งทำเป็นโกรธที่บุษบาถูกลักพาไป

และร้องไห้เพราะคิดถึงความฝัน ทำให้จรกาหลงเชื่อว่าอิเหนาไม่ใช่ผู้ลักพานางไป

กฤษณาสอนน้อง
คำฉันท์

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ



กฤษณาสอนน้องคำฉันท์สำนวนนี้ แต่งขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ปรากฏต้นฉบับใน

สมุดไทย 6 เล่ม เลขที่ 73 – 75 (ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ) พระยาราชสุภาวดีและภิกษุ

อินท์ได้ร่วมกันแต่งซ่อมสำนวนเก่าซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสำนวนสมัยอยุธยาในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรม

โกศ เนื้อเรื่องกล่าวถึงกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าพรหมทัต ครองกรุงพาราณสี มีพระมเหสีชื่อ

บุษบา มีพระราชธิดา 2 องค์ชื่อนางกฤษณาและนางจรับประภา (สมุดไทยบางเล่มว่า นางจันทร

ประภา หรือจิรัประภา) นางกฤษณาได้อภิเษกสมรส มีพระสวามีในคราวเดียวกันถึง 5 พระองค์ ส่วน

นางจรับประภามีพระสวามีเพียงพระองค์เดียว แต่กลับมีปัญหาในการครองคู่ มิได้เป็นที่สนิทเสน่หา

ของพระสวามีจึงทุกข์โศกเศร้าหมองและร่างกายซูบผอม หมดสง่าราศี ต่างกับนางกฤษณาซึ่งเป็นที่รัก

ใคร่และเป็นที่ยำเกรงของพระสวามีทุกพระองค์ นางจรับประภาจึงถามถึงเหตุแห่งความปรองดองใน

การครองชีวิตคู่ว่านางกฤษณามีเคล็ดลับวิธีการอย่างไรหรือใช้คุณไสยวิเศษใด นางกฤษณาอธิบายว่า

เพราะนางประพฤติปฏิบัติตนด้วยการผูกไมตรี รู้จักครองตน ซื่อสัตย์ ไม่ข่มเหงดูถูกผู้ต่ำต้อยกว่า

รักษากิริยามารยาท รู้จักอุปนิสัยและจิตใจของพระสวามี มิได้กระทำมนตร์เสน่ห์แต่อย่างใดเพราะถือ

เป็นสิ่งชั่วร้าย ทั้งยังสั่งสอนว่าสิ่งใดควรประพฤติ สิ่งใดไม่ควรประพฤติ รวมถึงศีลธรรมจรรยา เมื่อนาง

จรับประภารับไปปฏิบัติ ก็สามารถครองชีวิตได้อย่างมีความสุขเช่นกัน

นิราศพระยามหานุภาพ
ไปเมืองจีน

เ นื้ อ เ รื่ อ ง ย่ อ

กวีกล่าวถวายบังคมลาพระเจ้าแผ่นดิน แล้วกล่าว
ถึงเรื่องที่ไทยกับจีนมิได้ติดต่อเจริญไมตรีกันถึง 25 ปี พระเจ้า
กรุงธนบุรีจึงให้ราชทูตเชิญพระราชสาสน์และเครื่องบรรณาการ
ไปยังปักกิ่งโดยเรือสำเภา 11 ลำ ตอนท้ายเรื่องกล่าวสรรเสริญ
ว่าเป็นเพราะพระบารมีของพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงเดินทางโดยปลอดภัย

สมาชิก

นางสาวณัฐวรา มาดี 6312112007
นางสาวทัชธิชา จำปา 6312112008
นางสาวธัญญาเรศ โนทะนะ 6312112011
นางสาวสุชาดา นาคสวัสดิ์ 6312112023
นางสาวสุชานันท์ ผุดผ่องพรรณ 6312112024
นายนนท์ฐิชัย ทอนโพธิ์แก้ว 6312112032


Click to View FlipBook Version