รายงานการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน Assisting victims of disasters in an emergency ประภัสสร อุ่นแก้ว รหัสนักศึกษา ๖๒๔๐๘๐๑๓๑๗ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการเตรียมความพร้อมสหกิจศึกษา หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ปีการศึกษา ๒๕๖๕
รายงานการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน Assisting victims of disasters in an emergency ประภัสสร อุ่นแก้ว รหัสนักศึกษา ๖๒๔๐๘๐๑๓๑๗ ปฏิบัติงาน ณ ส านักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ๔๑/๑ ถนนจรัสศรี ต าบลกุดป่อง อ าเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ๔๒๐๐๐
ก จดหมายส่งรายงาน ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ถนนจรัสศรี จังหวัดเลย 42000 วันที่ 2 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2566 เรื่อง ขอรับรองรายงานการปฏิบัติสหกิจศึกษา เรียน อาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจสาขาสาขารัฐประสนศาสตร์ ตามที่ นาง ส า วป ร ะภัส ส ร อุ่นแก้ ว นักศึกษ า ส าข า รั ฐป ร ะศ าสนศ า สต ร์ คณะมนุษยศ าสต ร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย ได้รับปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ระหว่างวันที่ 14 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565ถึงวันที่ 3 เดือนมีน าคม พ.ศ. 2566 ในต าแหน่งนักศึกษ าฝึกง าน ฝุ ายสงเคร าะห์ผู้ป ระสบภัย ณ ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย บัดนี้ การปฏิบัติงานสหกิจศึกษาครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอส่งรายงานดังกล่าวมาพร้อมกันนี้ จ านวน 1 เล่ม เพื่อขอรับค าปรึกษาต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ ............................................ (...................................................)
ข กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement page) การที่ข้าพเจ้าได้มาปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ณ ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ตั้งแต่วันที่ 14 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ถึง วันที่ 28 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้และได้รับ การสั่งสมประสบการณ์ต่างๆ ที่มีค่ามากมาย ส าหรับรายงานวิชาสหกิจศึกษาฉบับนี้ ส าเร็จลงได้ด้วยดีจากความร่วมมือ และสนับสนุนจากหลายฝุายดังนี้ 1. นายปรเมศวร์ ยศปัญญา หัวหน้าส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย 2. นายรัชพล พุฒิมา หัวหน้าฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 3. อาจารย์ธีรวัฒน์ วงศ์วรัญญู ต าแหน่ง อาจารย์ประจ าสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 4. อาจารย์มนตรี ค าวัน ต าแหน่ง อาจารย์ประจ าสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ รวมถึงบุคลากรท่านอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวนามทุกคนที่ได้ให้ค าแนะน าช่วยเหลือในการจัดท ารายงาน ข้าพเจ้าใคร่ขอขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เป็นที่ปรึกษาในการท า รายงานฉบับนี้จนเสร็จสมบูรณ์ ตลอดจนให้การดูแลและให้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของการท างานจริง ข้าพเจ้า ขอขอบคุณ ไว้ ณ ที่นี้ ผู้จัดท ารายงาน นาวสาวประภัสสร อุ่นแก้ว 2 กุมภาพันธ์ 2566
ค ชื่อโครงงานสหกิจศึกษา : คู่มือการใช้จ่ายเงินทดรองการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ชื่อนักศึกษา : นางสาวประภัสสร อุ่นแก้ว อาจารย์ที่ปรึกษา : อาจารย์ธีรวัฒน์ วงศ์วรัญญู ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี หลักสูตร : รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต ภาควิชา : รัฐประศาสนศาสตร์ คณะ : มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปีการศึกษา : 2/2565 บทคัดย่อ โครงงานนี้ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจ ระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สร้างความสะดวก รวดเร็ว แก่พนักงานในการปฏิบัติงาน และเกิดความคล่องตัวในการ ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ต่อไป และให้ประชาชนทราบ เข้าใจขั้นตอนการจ่ายเงินทดรองการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ผลการศึกษาพบว่ารัฐบาลซึ่งเป็นหน่วยงานในการช่วยเหลือประชาชน จึงมอบหมายการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติ ให้กับกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นองค์กรหลักของประเทศในการปูองกันและ บรรเทาสาธารณภัยให้เป็นเมืองปลอดภัย ซึ่งการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัตินับถือเป็นงานที่มีความส าคัญยิ่ง ทางกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจะ ได้น าคู่มือการปฏิบัติงานฉบับนี้ไปศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจในระเบียบและหลักเกณฑ์ที่ก าหนด และเกิดความ คล่องตัวในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลต่อไป
ง Project Name: Cooperative Education : A Guide to Expense of Advances to Help Victims of Disasters in an Emergency Student's name : Miss Prapatsorn Aun-kaew Advisor : Mr. Teerawat Wongvaranyu Education level : Bachelor's degree Course : Bachelor of Public Administration Department : Public Administration Faculty : Humanities and Social Sciences Academic year : 2/2022 abstract This project The purpose of this study was to study the level of knowledge and understanding of government advances regulations to help victims of disasters in case of emergency. Create convenience and speed for employees to work. and flexibility in operations In order to maximize the benefits of assisting disaster victims efficiently and effectively in the future. and let the public know Understand the process of making an advance payment to help victims of emergency disasters. The study found that the government, which is an agency to help people. therefore assigning assistance to disaster victims to the Department of Disaster Prevention and Mitigation ministry of interior It is the country's main organization in disaster prevention and mitigation to be a safe city. The assistance to disaster victims is regarded as a very important task. The Department of Disaster Prevention and Mitigation Agencies involved in helping disaster victims will bring this manual to study. to create an understanding of the regulations and criteria set and flexibility in operations In order to maximize the benefits of assisting disaster victims efficiently and effectively in the future.
จ สารบัญ หน้า จดหมายส่งรายงาน ก กิตติกรรมประกาศ ข บทคัดย่อ ค abstract ง สารบัญ จ สารบัญภาพ ช บทที่ 1 บทน า 1.1 หลักการและเหตุผล 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 ขอบเขตการศึกษา 2 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 บทที่ 2 การทบทวนเอกสารหรือวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 2.1 ชื่อและที่ตั้งสถานประกอบการ 3 2.2 โครงสร้างขององค์กร 10 2.3 ระเบียบการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 10 2.4 หลักเกณฑ์การการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 16 2.5 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 25 บทที่ 3 รายละเอียดการปฏิบัติงาน 3.1 วิธีการด าเนินงาน 27 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 27 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 28 3.4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 28 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 28 บทที่ 4 ผลการด าเนินงาน 4.1 อภิปรายผลการศึกษา 29 4.2 การประเมินผล 40
ฉ บทที่ 5 สรุป ปัญหาและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการด าเนิน/อภิปราย 41 5. 2 ข้อเสนอแนะ 41 บรรณานุกรม 42 ภาคผนวกก การปฏิบัติงาน ภาคผนวก ข ประวัติผู้จัดท า ประวัติผู้จัดท า 4 8
ช สารบัญภาพ รูปที่ 2.1 ตราประจ าส านักงาน รูปที่ 4.1 ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคู่มือเงินทดรองราชการเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รูปที่ 4.2 สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้า รูปที่ 4.3 สืบค้นข้อมูลจากกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย รูปที่ 4.4 ลงมือปฏิบัติการท าเล่มคู่มือเงินทดรองราชการเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รูปที่ 4.5 เผยแพร่ข้อมูลลงใน Facebook ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย
1 บทที่ 1 บทน า 1.1 หลักการและเหตุผล สถานการณ์ด้านสาธารณภัยได้กลายเป็นปัญหาส าคัญของประเทศไทย ซึ่งเกิดเนื่องมาจากการ เปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม เป็นผลให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดจากการกระท าของมนุษย์สืบ เนื่องมาจากการเร่งรัดพัฒนาที่ท าให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมลงอย่างมาก สภาพนิเวศวิทยา เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีแนวโน้มทวีความเสียหายและความรุนแรงเพิ่ม มากขึ้น และเกิดขึ้นในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน เป็นจ านวนมาก ซึ่งสถานการณ์สาธารณภัยของประเทศไทยที่เกิดขึ้นและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชน รัฐบาลซึ่งเป็นหน่วยงานในการช่วยเหลือประชาชน จึงมอบหมายการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติ ให้กับกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เป็นองค์กรหลักของ ประเทศในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยให้เป็นเมืองปลอดภัย ซึ่งการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัตินับถือเป็นงานที่มีความส าคัญยิ่ง ทางกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงก าหนดให้มีระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยปัจจุบันเป็น ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี เนื่องจากส านักงานปูองกันและสาธารณภัยจังหวัดเลย ฝุายสงเคราะห์ผู้ปะสบภัย ได้รับเรื่องท า เกี่ยวกับการชดใช้เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จึงมีปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนการช่วยเหลือ เกณฑ์การใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน จึงเป็นสาเหตุของการที่พนักงานช้า เกิดจาดประชาชนไม่รู้วิธีการ หรือบางที่ เกิดจากทาง เทศบาลหรือ อบต. ไม่แจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนแก่ประชาชน จึงเป็นปัญหาในการท างานช้า และมีการตีกลับเอกสารคืนไปแก้ไขนับหลายครั้งก็ไม่ผ่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติจะได้น าคู่มือการปฏิบัติงานฉบับนี้ไปศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจในระเบียบและ หลักเกณฑ์ที่ก าหนด และเกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป
2 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อศึกษาระดับความรูความเขาใจ ระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติกรณีฉุกเฉิน 1.2.2 เพื่อสร้างความสะดวก รวดเร็ว แก่พนักงานในการปฏิบัติงาน 1.2.3 เพื่อให้ประชาชนทราบ เข้าใจขั้นตอนการจ่ายเงินทดรองการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติกรณีฉุกเฉิน 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.3.1 ขอบเขตด้านเอกสาร 1) มุ่งศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการจ่ายเงินทดรองราชการช่วยเหลือเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 2) ศึกษาเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 3) ศึกษาเกี่ยวกับการด าเนินการช่วยเหลือเป็นสิ่งของหรือจ่ายเป็นเงิน โดยค านึงถึงสภาพ และเหตุการณ์ตามความเหมาะสมของผู้ประสบภัยพิบัติ 1.3.2 ขอบเขตด้านประชากร ประชากรที่ใช้ คือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในจังเลย 1.3.3 ขอบเขตด้านสถานที่ ผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดเลย 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1 ทราบถึงความรูความเข้าใจ ระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน 1.4.2 เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป 1.4.3 ประชาชนได้รู้ถึงขั้นตอนการจ่ายเงินทดรองการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
3 บทที่ 2 การทบทวนเอกสารหรือวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 2.1 ชื่อและที่ตั้งสถานประกอบการ 2.2 โครงสร้างขององค์กร 2.3 ระเบียบการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 2.4 หลักเกณฑ์การการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 2.5 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3.1 ชื่อและที่ตั้งสถานประกอบการ รูปที่ 2.1 ตราประจ าส านักงาน ที่มา : ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยเลยปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยเลย ชื่อสถานประกอบการ : ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยเลย ที่ตั้งของสถานประกอบการ : ถนนจรัสศรี ต าบลกุดปุอง อ าเภอเมือง จังหวัดเลย รหัสไปรษณีย์ 42000 3.1.1 ประวัติความเป็นมา จากนโยบายของรัฐบาลที่วางแนวทางในการปฎิรูประบบราชการ โดยด าเนินการปรับปรุงระบบ การบริหารราชการแผ่นดินของส่วนราชการต่างๆ ให้เป็นระบบ ซึ่งมีการก่อตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ เพื่อให้ เป็นหน่วยงานหลัก ในการปฎิบัติภารกิจที่เคยซ้ าซ้อนอยู่ในหน่วยงานอื่นๆ ให้เป็นระบบ เปรียบเสมือน เป็นเจ้าภาพในการด าเนินงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ทั้งยังเป็นการ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย มีหน่วยงาน ใหม่ถือก าเนิดขึ้นเพื่อจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ คือ กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมี ภารกิจหน้าที่ในการจัดท าแผนแม่บท วางมาตรการ ส่งเสริมสนับสนุน การปูองกัน บรรเทาและฟื้นฟูจาก สาธารณภัย โดยก าหนดนโยบายด้านความปลอดภัย สร้างระบบปูองกัน เตือนภัย ฟื้นฟูหลังเกิดภัย และ
4 การติดตามประเมินผล เพื่อให้หลักประกันในด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กรมปูองกัน และบรรเทาสาธารณภัยประกอบด้วยบุคลากรที่ถ่ายโอนมาจาก 5 หน่วยงาน คือ กรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท กองปูองกันภัยฝุายพลเรือน กรมการปกครอง ส านักงานคณะกรรมการปูองกันอุบัติภัย ส านักปลัดส านักนายกรัฐมนตรี กองสงเคราะห์ผู้ประสบภัย กรมประชาสงเคราะห์ กรมการพัฒนาชุมชน (งานบริการด้านช่างพื้นฐาน) ซึ่งบุคลากรจากหน่วยงานเหล่านี้จะเป็นน้ าหนึ่งใจเดียวกันใจการปฏิบัติงานปูองกัน บรรเทา และ ฟื้นฟู ด้วยระบบการบริหารจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการลดความสูญเสียที่ เกิดขึ้น จากสาธารณภัยทุกประเภทอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนราชการกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกอบด้วย ส านักงานเลขานุการกรม, กองการเจ้าหน้าที่, กองคลัง, ศูนย์ปูองกันและบรรเทาสาธารณ ภัยเขต 1-18 (เขต 1 ปทุมธานี, เขต 2 สุพรรณบุรี, เขต 3 ปราจีนบุรี, เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์, เขต 5 นครราชสีมา, เขต 6 ขอนแก่น, เขต 7 อุบลราชธานี, เขต 8 ก าแพงเพชร, เขต 9 พิษณุโลก, เขต 10 ล าปาง, เขต 11 สุราษฎร์ธานี, เขต 12 สงขลา, เขต 13 อุบลราชธานี, เขต 14 อุดรธานี, เขต15 เชียงราย, เขต 16 ชัยนาท, เขต 17 จันทบุรี, เขต 18 ภูเก็ต) ศูนย์อ านวยการบรรเทาสาธารณภัย, ส านักช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย, ส านักนโยบายปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย, ส านักมาตรการปูองกันและบรรเทาสาธารณ ภัย และส านักส่งเสริมการปูองกันสาธารณภัย เมื่อมีกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยงาน หลักในการจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาประสิทธิภาพระบบการ ปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลเอาใจใส่ ให้มีความปลอดภัย และไม่ได้รับ ความสูญเสียด้านชีวิต และทรัพย์สินที่สืบเนื่องจากสาธารณภัย เอกสารฉบับนี้ ได้รวบรวมอ านาจหน้าที่ บทบาทภารกิจ โครงสร้างการบังคับบัญชาของส่วนราชการภายในกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานภายในกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย และการติดต่อประสานงานกับ หน่วยงานภายนอก ต่อไป 3.1.2 อ านาจหน้าที่ กฏกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2551 ให้กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย มีภารกิจเกี่ยวกับ การจัดท าแผนแม่บท วางมาตรการ ส่งเสริมสนับสนุน การปูองกัน บรรเทา ฟื้นฟูหลังเกิดภัยและการ ติดตามประเมินผลเพื่อให้หลักประกันในด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีอ านาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ด าเนินการจัดท านโยบาย แนวทาง และวางมาตรการในการปูองกันและบรรเทาสาธารภัย (2) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาระบบปูองกัน เตือนภัย และบรรเทาสาธารณภัย (3) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการปูองกัน เตือนภัย และบรรเทาสาธารณภัย
5 (4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างเครือข่ายปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย (5) สร้างความตระหนักและเตรียมความพร้อมของประชาชนในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย (6) ฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติในการปูองกัน บรรเทาสาธารณภัย การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูสภาพ พื้นที่ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กฎหมายก าหนด (7) ส่งเสริม สนับสนุน และปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ ฟื้นฟูสภาพพื้นที่ (8) อ านวยการและประสานการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูบูรณะสภาพพื้นที่ที่ ประสบสาธารณภัยขนาดใหญ่ (9) ประสานความช่วยเหลือในการปูองกัน การช่วยเหลือ การบรรเทาและฟื้นฟูหน่วยงานาทั้งภายในและ ภายนอกประเทศ (10) ด าเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายก าหนดให้เป็นอ านาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมายและให้แบ่งส่วนราชการกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย ดังต่อไปนี้ ก. ราชการบริหารส่วนกลาง 1. ส านักเลขานุการกรม 2. กองการเจ้าหน้าที่ 3. กองคลัง 4. ศูนย์ปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 - 18 5. ศูนย์อ านวยการบรรเทาสาธารณภัย 6. ส านักช่วยเหลือผู้ประสบภัย 7. ส านักนโยบายปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย 8. ส านักมาตรการปูองกันสาธารณภัย 9. ส านักส่งเสริมการปูองกันสาธารณภัย ข. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด มีอ านาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ด าเนินการเกี่ยวกับอ านาจหน้าที่ของกรมในพื้นที่ ระดับจังหวัด (2) ก ากับ ดูแล และสนับสนุนการปฏิบัติงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัด (3)ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย (ส านักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย) 3.1.3 ทิศทางการปฏิบัติราชการของส านักงานป้องกันและสาธารณะภัยจังหวัดเลย วิสัยทัศน์(Vision) "เป็นหน่วยกลางในการปูองกันละบรรเทาสาธารณภัยที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง"
6 พันธกิจ (Mission) 1.จัดท าและพัฒนาระบบการจัดการภัยพิบัติของประเทศไทย ทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และ หลังเกิดภัยให้มีมาตรฐาน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภายในและต่างประเทศ 2. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และถ่ายทอดความรู้ด้านการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้แก่ ทุกภาคส่วน 3. บริหารจัดการสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน 4. ช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัย และบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยพัฒนา ระบบ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นให้ทั่วถึงและเป็นธรรม 5. ฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ประสบภัยด้วยการจัดท าโครงการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ และโครงสร้าง พื้นฐานที่ ได้รับความเสียหายจากสาธารณภัยให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว เป้าประสงค์ 1. กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยมีขีดความสามารถในการปูองกัน และบรรเทาสาธารณ ภัยให้แก่ประชาชนมากขึ้น 2. ประเทศไทยมีความพร้อมในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย 3. ประเทศไทยมีระบบการเฝูาระวังและเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ 4. การจัดการสาธารณภัยในระดับประเทศมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูง 5. หน่วยงานเครือข่ายในระดับพื้นที่มีความพร้อมในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย 6. ลดความสูญเสียจากภัยที่เกิดในระดับพื้นที่ 7. ผู้ประสบภัยสามารถด ารงชีวิตได้ในขณะที่เกิดภัย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ ตามปกติหลังจากเกิดภัย 8. พื้นที่ และ/หรือ โครงสร้างพื้นฐานได้รับการฟื้นฟู 3.1.4ส านักงานป้องกันและบรรเทาสารธารณภัยจังหวัดเลยแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ดังนี้ 1.กลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ มีอ านาจหน้าที่เกี่ยวกับ 1.1 ประสานให้ค าปรึกษาและแนะน าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการน า นโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศ กระทรวง กรม แปลงไปสู่การปฏิบัติระดับกลุ่มจังหวัด จังหวัด อ าเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งติดตามประเมินผลการด าเนินการตามยุทธศาสตร์ในพื้นที่ รับผิดชอบ 1.2 จัดท าแผนงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แผนการ เผชิญเหตุแผนฝึกซ้อมปูองกันภัยและอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เป็นไปตามระเบียบและ กฎหมายก าหนด 1.3 วิเคราะห์ใช้ประโยชน์ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลเครือข่ายและ ฐานข้อมูลด้านสาธารณภัยรวมทั้งบริหารจัดการระบบเทคโนโลยี สารสนเทศของหน่วยงาน
7 1.4 ท าหน้าที่ฝุายเลขานุการและกรรมการการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติระดับจังหวัด(ก.ช.ภ.จ) และติดตามประเมินผลการการด าเนินงานของคณะกรรมการการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติระดับอ าเภอ(ก.ช.ภ.อ) 1.5 ท าหน้าฝุายเลขานุการศูนย์อ านวยการความปลอดภัยทางถนน ระดับจังหวัด 1.6 สนับสนุน บริหารงบกลาง และเงินทดรองราชการในอ านาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน ใบส าคัญ การขอโอนเงินชดใช้ เงินทดรองราชการในอ านาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอ าเภอให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ ที่กระทรวงการคลังก าหนด 1.7 ปฎิบัติงานบริการทั่วไป งานสารบรรณ งานงบประมาณ งาน การเงินและบัญชี งานการเจ้าหน้าที่ งานพัฒนาระบบราชการ งานวินัยงานอาคารสถานที่ ยานพาหนะ พัสดุครุภัณฑ์ งานเรื่องราวร้องทุกข์ งานรัฐพิธี ราชพิธีของหน่วยงาน 1.8 ตรวจสอบโครงงานที่หน่วยงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้ เป็นไปตามแบบมาตรฐานของส านักงานงบประมาณหรือตามที่กฎหมายอื่นๆก าหนด 1.9 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย 2. ฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ 2.1 วิเคราะห์ ส ารวจ และจัดท าฐานข้อมูลด้านสาธารณภัย พื้นที่เสี่ยง ภัย สภาพภูมิประเทศและสิ่งก่อสร้างที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดสาธารณภัย 2.2 ควบคุม ก ากับ ติดตาม เร่งรัดการปฏิบัติการปูองกัน บรรเทา ฟื้นฟูด้านสารธารณภัยให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่ก าหนด 2.3 ด าเนินการประสานงานด้านวิศกรรมในการปูองกันและบรรเทาสา ธารณภัยในภัยในพื้นที่และประเมินงานโครงการ 2.4 เฝูาระวัง รับแจ้งเหตุ รายงาน และติดตามสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง ประเมินและรายงานระดับความรุนแรงขั้นต้นของสาธารณภัย รวมทั้งจัดท าประกาศภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน 2.5 บริหารจัดการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ฟื้นฟู ผู้ประสบภัย กู้ชีพกู้ภัยและสภาพพื้นที่ในสภาวะฉุกเฉิน(Emergency Management) โดยการบูรณาการ จากทุกฝุายที่เกี่ยวข้อง 2.6 ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีการสื่อสารของส านักงานปูองกันและ บรรเทาสาธารณภัยจังหวัด
8 2.7 จัดตั้งศูนย์อ านวยการบริหารจัดการศูนย์อ านวยการเพาะ กิจสาธารณภัย ในระดับจังหวัด 2.8 ฝึกซ้อมแผนสาธารณภัย แผนฝึกซ้อมปูองกันภัย แผนเผชิญเหตุ แผนการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่ก าหนด 2.9 ประสานการปฏิบัติภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร เครือข่ายภาครัฐภาคเอกชนในพื้นที่ในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด 2.10 เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในด้านการปูองกันและบรรเทาสา ธารณภัย 2.11 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ประชาชน และเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนในพื้นที่ในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด 2.12 สนับสนุนการด าเนินงานของกิจการอาสาสมัครปูองกันภัยฝุาย พลเรือน (อปพร.)และภาคีเครือข่าย 2.13 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฎิบัติงานที่เกี่ยวข้องหรือที่ ได้รับมอบหมาย 3. ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย มีอ านาจหน้าที่ดังนี้ 3.1 ช่วยเหลือ บรรเทาเหตุเบื้องต้น และอพยพผู้ประสบภัย 3.2 ประสานงาน สนับสนุนการจัดหา จัดสรรทรัพยากรเพื่อการ สงเคราะห์ผู้ประสบภัย 3.3 ด าเนินการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และด าเนินการแก้ไขให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว 3.4 รวบรวม รายงาน และเก็บข้อมูลผู้ประสบภัยตามที่ระเบียน กระทรวง การคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการและกฎหมายอื่นๆก าหนด 3.5 ระบบสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ 3.6 จัดตั้งและอ านวยการบริหารจัดการศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3.7 ติดตามและประเมินผลการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย 3.8 ประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ขอรับ การช่วยเหลือให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังก าหนด 3.9 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
9 3.1.3 ภารกิจที่ สนง.ปภ.จังหวัด ต้องด าเนินการ ประจ าวัน 1. สรุปสถานการณ์สาธารณภัยรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและประชาสัมพันธ์ 2.เป็นตัวกลางในการเผยแพร่ข่าวสารของกรม ปภ. ให้เครือข่ายในพื้นที่ทราบ 3.เฝูาระวังติดตามเหตุสาธารณภัยประจ าวันในพื้นที่ 4.สรุปภารกิจการด าเนินงานที่ท าเป็นประจ าทุกวัน ประจ าเดือน 1. เข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อราชการร่วมกับก านัน ผู้ใหญ่บ้าน 2.จัดประชุมภาคีเครือข่ายด้านการปูองกันสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอาสาสมัคร ปูองกันภัยฝุายพลเรือน (อปพร.) เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการประสานงาน 3.เข้าร่วมกิจกรรมโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ 4. ลงพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน โดยใช้พื้นที่เสี่ยงภัยเป็นตัวก าหนดแผนการที่ตามล าดับความเสี่ยงภัย 5.สร้างความตระหนักรู้ในการปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับเยาวชน (1 เดือน : 1 โรงเรียน) 6.รายงานสภาพเครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์จักรกลสาธารณภัย 7. จัดประชุมการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานทราบและ วางแผนแก้ไข (ส านักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย)
10 2.2 โครงสร้างขององค์กร รูปที่2.2 โครงสร้างแบ่งงานภายในของส านักงานส านักงานปูองกันและสาธารณะภัยจังหวัดเลย กรณีมีส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขา ที่มา : ส านักงานปูองกนและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย สาขาด่านซ้าย 2.3 ระเบียบการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอ านาจตามมาตรา 21 (5) แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ส านักงานป้องกันและสาธารณะภัยจังหวัด ฝ่ายยุทธศาสตร์และการจัดการ ฝ่ ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ฝ่ ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หัวหน้าส านักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด (อ านวยการ สูง) = 1 ผู้ช่วยหัวหน้าส านักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยจังหวัด (ช านาญการพิเศษ) = 1 ส านักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สาขา
11 ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556" ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิก (1) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 (2) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 (3) ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2552 ข้อ 4 ระเบียบนี้ไม่ใช้บังคับกับการจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย เงินทดรองราชการเพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจ าเป็นในการรักษาความมั่นคงของประเทศ พ.ศ. 2532 และระเบียบเงินทดรองของทางราชการทหาร ข้อ 5 ในระเบียบนี้ "ภัยพิบัติ" หม้ายความว่า สาธารณภัยอันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะ ฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ภัยจากลูกเห็บ ภัยอันเกิดจากไฟปุา ภัยที่เกิดจากโรคหรือการระบาดของแมลงหรือ ศัตรูพืชทุกชนิด อากาศหนาวจัดผิดปกติ ภัยสงคราม และภัยอันเนื่องมาจากการกระท าของผู้ก่อการร้าย กองก าลังจากนอกประเทศ ตลอดจนภัยอื่น 1 ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีบุคคลหรือสัตว์ท าให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของ ประชาชน "ฉุกเฉิน" หมายความว่า เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันต่วนหรือเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในเวลาอัน ใกล้และจ าเป็นต้องรีบแก้ไขโดยฉับพลับ "ผู้ประสบภัยพิบัติ" หมายความว่า ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉินแต่ไม่รวมถึงส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ "การให้ความช่วยเหลือต้านการเกษตร" ให้หมายความรวมถึง การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติต้านการปศุสัตว์และต้านการประมงด้วย "การให้ความช่วยเหลือต้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย" หมายความว่า การ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะสั้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยพิบัตินั้นสามารถช่วยตนเองได้ เช่นการ
12 ให้ความช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนพิการซึ่งหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต พิการ หรือบาดเจ็บจากภัย พิบัติ การขนย้ายครอบครัว และการส่งเสริมอาชีพระยะสั้นแก่ครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติเป็นต้น ตลอดจนการให้ค าปรึกษาแนะน าและการส่งต่อให้แก่หน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ อันเป็นการจ าเป็น เพื่อให้การด ารงชีวิตเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว "การให้ความช่วยเหลือต้านการแพทย์และการสาธารณสุข" หมายความว่า การให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านกายและจิต ซึ่งประกอบด้วยการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพการ ปูองกันและควบคุมโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการสาธารณสุขที่จ าเป็น เพื่อให้การด ารงชีวิตเข้าสู่สภา ระปกตีโดยเร็ว ข้อ 6 ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้ และมีอ านาจก าหนดหลักเกณฑ์และวิธี ปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ข้อ 7 การปฏิบัติในกรณีใดที่ระเบียบนี้ไม่ได้ก าหนดไว้ หรือการยกเว้นการปฏิบัติในกรณีใดตาม ระเบียบนี้ ให้ส่วนราชการขอท าความตกลงกับกระทรวงการคลัง หมวด ๑ เงินทดรองราชการ ข้อ ๗ ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณมีเงินทดรองราชการตามจ านวนที่ได้รับอนุญาตจาก กระทรวงการคลัง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังก าหนดในกรณีที่มีความจ าเป็นหรือมี เหตุผลอันสมควร กระทรวงการคลังอาจพิจารณาเพิ่ม ลด หรือยกเลิกวงเงินทดรองราชการของส่วน ราชการเจ้าของงบประมาณได้ตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับฐานะการคลังของประเทศ โดยแจ้ง ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณหรือหน่วยงาน ในสังกัดทราบล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา เพิ่ม ลด หรือยกเลิกวงเงินทดรองราชการตามวรรคสอง ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณหรือหน่วยงาน ในสังกัด แล้วแต่กรณี ส่งรายงานการจ่ายเงินทดรอง ราชการไปยังกรมบัญชีกลาง ตามวิธีการที่ กระทรวงการคลังก าหนดในกรณีที่มีการลดหรือยกเลิกเงินทดรองราชการ ให้ส่วนราชการเจ้าของ งบประมาณน าเงิน ทดรองราชการที่กระทรวงการคลังสั่งลดหรือยกเลิกส่งคืนคลังทันที โดย กระทรวงการคลังอาจให้หักส่ง จากเงินที่เบิกเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการ ข้อ ๘ เงินทดรองราชการที่ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณได้รับอนุญาตจาก กระทรวงการคลัง ให้น าไปพิจารณาแบ่งสรรแก่หน่วยงานในสังกัดตามความเหมาะสม แล้วแจ้งให้ กระทรวงการคลังทราบ ทุกครั้งที่มีการแบ่งสรรหรือมีการเปลี่ยนแปลงการแบ่งสรร ข้อ ๙ ในกรณีที่มีเหตุพิเศษ กระทรวงการคลังอาจอนุญาตให้ส่วนราชการเจ้าของ
13 งบประมาณใดมีเงินทดรองราชการ ส าหรับเป็นค่าใช้จ่ายเป็นการเฉพาะเรื่องนอกเหนือจากที่ก าหนดไว้ ใน ข้อ ๑๔ ตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังก าหนด หมวด ๒ การเบิกเงินทดรองราชการ ข้อ ๑๐ การเบิกเงินจากคลังเป็นเงินทดรองราชการ ให้หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกหรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้เบิกเงินจากคลังผู้เบิกเงินทดรองราชการให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรบเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการน าเงินส่งคลัง หมวด ๓ การเก็บรักษาเงินทดรองราชการ ข้อ ๑๑ ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณและหน่วยงานในสังกัดเก็บรักษาเงินทดรอง ราชการ เป็นเงินสด ณ ที่ท าการ ไวเพื่อส ารองจ่ายได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่วนราชการผู้เบิกในส่วนกลาง ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (๒) ส่วนราชการผู้เบิกในส่วนภูมิภาค ให้เก็บรักษาไดแห่งละไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท (๓) หน่วยงาน ย่อย ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณใดหรือหน่วยงานในสังกัดใดมีเงินทด รอง ราชการจ านวนเกินกว่าที่อนุญาตให้เก็บรักษาเป็นเงินสด ณ ที่ท าการ ตามที่ก าหนดไว้ในข้อ ๑๑ ให้ ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณนั้นหรือหน่วยงานในสังกัดนั้น น าเงินทดรองราชการจ านวนที่เกินกว่า ที่ ได้รับอนุญาตฝากธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจประเภทออมทรัพย์ดอกเบี้ยที่เกิดจากการน าเงินทดรอง ราชการฝากธนาคารตามวรรคหนึ่ง ให้น าส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน ข้อ ๑๓ วิธีการเก็บรักษาเงินทดรองราชการให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการน าเงินส่งคลัง หมวด ๔ การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ ข้อ ๑๔ เงินทดรองราชการมีไว้ส าหรับทดรองใช้จ่ายตามงบประมาณรายจ่าย ดังต่อไปนี้ (๑) งบบุคลากร เฉพาะค่าจ้างซึ่งไม่มีก าหนดจ่ายเป็นงวดแน่นอนเป็นประจ าแต่ จ าเป็น ต้องจ่ายให้ลูกจ้างแต่ละวนหรือแต่ละคราวเมื่อเสร็จงานที่จ้าง (๒) งบด าเนินงาน ยกเวนค่าไฟฟูาและค่าน้ าประปา(๓) งบกลาง เฉพาะที่จ่าย เป็นเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร และเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล(๔) ข้อ ๑๕ กรณีที่มีความจ าเป็นเร่งด่วนในระยะต้นปีงบประมาณ แต่ส านักงบประมาณยัง ไม่ได้ อนุมัติเงินจัดสรร ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณและหน่วยงานในสังกัดจ่ายเงินทดรองราชการ
14 ไปก่อนได้รับอนุมัติเงินจัดสรรก็ได้ ข้อ ๑๖ ในการจ่ายเงินให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณและหน่วยงานในสังกัด จ่ายเงินทดรองราชการจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ตามข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ไปเข้าบัญชีของเจ้าหนีหรือผู้มีสิทธิรับเงินกรณีมีเหตุขัดข้องหรือมีความจ าเป็นเร่งด่วนซึ่งไม่ สามารถด าเนินการจ่ายเงินผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ตามวรรคหนึ่งได้ ให้ส่วนราชการ เจ้าของงบประมาณและหน่วยงาน ในสังกัดเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารที่ฝากเงินทดรอง ราชการไว้ตามข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง อีกหนึ่งบัญชีส าหรับการสั่งจ่ายเงินทดรองราชการ โดยให้ธนาคารโอน เงินจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ข้อ ๑๗ การจ่ายเงินทดรองราชการต้องมีหลักฐานการจ่ายไว้เพื่อประโยชน์ในการ ตรวจสอบ และเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการการปฏิบัติเกี่ยวกับหลักฐานการ จ่ายเงินทดรองราชการให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากการรับเงิน หมวด ๕ การเบิกจ่ายเงินยืม ข้อ ๑๘ สัญญาการยืมเงินให้เป็นไปตามแบบที่กระทรวงการคลังก าหนด ข้อ ๑๙ การ อนุมัติการจ่ายเงินยืมให้เป็นอ านาจของบุคคล ดังต่อไปนี้ (๑) ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนกลางให้เป็นอ านาจของหัวหน้าส่วนราชการระดับ กรม หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมมอบหมาย ซึ่งด ารงต าแหน่งประเภทบริหาร ประเภท อ านวยการ ประเภทวิชาการ ระดับช านาญการหรือประเภททั่วไป ระดับอาวุโส หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือ ผู้ที่มียศ ตั้งแต่พันโท นาวาโท นาวาอากาศโท หรือพันต ารวจโทขึ้นไปส่วนราชการในราชการบริหาร ส่วนกลางที่มีส านักงานอยู่ในส่วนภูมิภาค หรือแยกต่างหาก จากกระทรวง ทบวง กรม หัวหน้าส่วน ราชการระดับกรมจะมอบหมายให้หัวหน้าส านักงานเป็นผู้อนุมัติ ส าหรบหน่วยงานนั้นก็ได้ (๒) ส่วนราชการในราชการบริหารส่วนภูมิภาคให้เป็นอ านาจของหัวหน้าส่วนราชการใน ภูมิภาค ข้อ ๒๐ การจ่ายเงินยืมจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่ผู้ยืมได้ท าสัญญาการยืมเงิน และผู้มีอ านาจได้อนุมัติ ให้จ่ายเงินยืมตามสัญญาการยืมเงินนั้นแล้วเท่านั้นโดยจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ข้อ ๒๑ การอนุมัติให้ยืมเงินเพื่อใช้ในราชการ ให้ผู้มีอ านาจพิจารณาอนุมัติให้ยืมเฉพาะเท่าที่ จ าเป็น และห้ามมิให้อนุมัติให้ยืมเงินรายใหม่ในเมื่อผู้ยืมมิได้ช าระคืนเงินยืมรายเก่าให้เสร็จสิ้น ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินยืมจากเงินทดรองราชการจะจ่ายได้แต่เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ได้รับ อนุญาต ตามข้อ ๙ และงบรายจ่ายหรือรายการตามที่ก าหนดไว้ในข้อ ๑๔
15 ข้อ ๒๓ สัญญาการยืมเงินให้จดท าขึ้นสองฉบับพร้อมกับมอบให้ส่วนราชการผู้ให้ยืมเก็บรักษาไว้เป็น หลักฐานหนึ่งฉบับ ให้ยืมเก็บไว้หนึ่งฉบับ ข้อ ๒๔ การจ่ายเงินยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรให้ จ่ายได้ ส าหรับระยะเวลาการเดินทางที่ไม่เกินเก้าสิบวัน ข้อ ๒๕ ให้ผู้ยืมส่งหลักฐานการจ่ายและเงินเหลือจ่ายที่ยืมไป (ถ้ามี) ภายในก าหนด ระยะเวลา ดังนี้ (๑) กรณีเดินทางไปประจ าต่างส านักงาน หรือการเดินทางไปราชการประจ าใน ต่างประเทศ หรือกรณีเดินทางกลับภูมิล าเนาเดิม ให้ส่งแก่ส่วนราชการผู้ให้ยืมโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ภายใน สามสิบวันนบแต่วันได้รับเงิน (๒) กรณีเดินทางไปราชการอื่น รวมทั้งการเดินทางไปราชการต่างประเทศ ชั่วคราว ให้ส่งแก่ ส่วนราชการผู้ให้ยืมภายในสิบหาวนนับแต่วันกลับมาถึง (๓) การยืมเงินเพื่อปฏิบัติราชการนอกจาก (๑) หรือ (๒) ให้ส่งแก่ส่วนราชการ ผู้ให้ยืมภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับเงินในกรณีที่ผู้ยืมได้ส่งหลักฐานการจ่าย เพื่อส่งใช้คืนเงินยืมแล้วมี เหตุต้องทักท้วง ให้ส่วนราชการ ผู้ให้ยืมแจ้งข้อทักท้วงให้ผู้ยืมทราบโดยด่วน แล้วให้ผู้ยืมปฏิบัติตามค า ทักท้วงภายในสิบห้าวันนับแต่ วันที่ได้รับค าทักท้วง หากผู้ยืมมิได้ด าเนินการตามค าทักท้วงและไม่ได้ชี้แจง เหตุผลให้ส่วนราชการ ผู้ให้ยืมทราบ ให้ส่วนราชการผู้ให้ยืมด าเนินการตามเงื่อนไขในสัญญาการยืมเงินโดย ถือว่าผู้ยืม ยังมิได้ส่งใช้คืนเงินยืมเท่าจ านวนที่ทักทวงนั้น ข้อ ๒๖ เมื่อผู้ยืมส่งหลักฐานการจ่ายและ/หรือเงินเหลือจ่ายที่ยืม (ถ้ามี) ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคืน บันทึกการรับคืนในสัญญาการยืมเงินพร้อมทั้งพิมพ์หลักฐานการรับเงินคืนจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ePayment) ตามที่กระทรวงการคลังก าหนด และ/หรือออกใบรับใบส าคัญตามแบบที่กรมบัญชีกลาง ก าหนดให้ผู้ยืมไว้เป็นหลักฐาน ข้อ ๒๗ ให้ส่วนราชการเก็บรักษาสัญญาการยืมเงินซึ่งยังมิได้ช าระคืนเงินยืมให้เสร็จสิ้นไว้ใน ที่ ปลอดภัยอย่าให้สูญหาย และเมื่อผู้ยืมได้ช าระคืนเงินยืมเสร็จสิ้นแล้วให้เก็บรักษาเช่นเดียวกับหลักฐาน การจ่ายเงิน ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ผู้ยืมมิได้ช าระคืนเงินยืมภายในระยะเวลาที่ก าหนด ให้ผู้อ านวยการกองคลัง เรียกให้ชดใช้เงินยืมตามเงื่อนไขในสัญญาการยืมเงินให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกินสามสิบวัน นับแต่ วันครบก าหนดในกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติตามวรรคหนึ่งได้ ให้อ านวยการกองคลังรายงานให้หัวหน้าส่วน
16 ราชการหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีทราบ เพื่อพิจารณาสั่งการบังคับให้เป็นไปตามสัญญาการยืม เงิน ต่อไป หมวด ๖ การส่งคืนเงินทดรองราชการ ข้อ ๒๙ ในกรณีที่หมดความจ าเป็นต้องใช้เงินทดรองราชการ ให้ส่วนราชการเจ้าของ งบประมาณน าเงินทดรองราชการส่งคืนคลังภายในสิบห้าวันท าการนับแต่วันที่หมดความจ าเป็นต้องใช้ เงินทดรองราชการ หมวด ๗ การรายงานและการบัญชี ข้อ ๓๐ ให้ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณที่ได้รับเงินทดรองราชการรายงานยอดเงิน ทดรอง ราชการต่อกรมบัญชีกลางทุกสิ้นปีงบประมาณ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่ กระทรวงการคลังก าหนด ข้อ ๓๑ การบันทึกบัญชีควบคุมเงินทดรองราชการ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลัง ข้อ ๓๒ในกรณีที่ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณใดได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ให้มีเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นจ านวน เท่าใดไว้แล้ว ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณใดหรือหน่วยงานในสังกัดใดได้รับ อนุญาต จากกระทรวงการคลังให้เก็บรักษาเงินทดรองราชการเป็นเงินสด ณ ที่ท าการ ตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นจ านวนสูงกว่าวงเงินเก็บรักษาตามระเบียบนี้ ให้วงเงินเก็บรักษาเป็นไปตามจ านวนที่ได้ เป็นการอนุญาตตามระเบียบนี้รับอนุญาตนั้น และให ้ถือว่าการ อนุญาตดังกล่าว ข้อ ๓๔ การบันทึกบัญชีควบคุมเงินทดรองราชการที่กระทรวงการคลังก าหนดไว้ตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ใช้ไปพลางก่อนให้เป็นไปตามระเบียบ นี้(ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556) 2.4 หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีด าเนินการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอ านาจตามความในข้อ 27 แห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อ
17 ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 กระทรวงการคลังจึงก าหนดหลักเกณฑ์ และวิธีด าเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไว้ดังต่อไปนี้ 1. หลักเกณฑ์นี้เรียกว่า “หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉิน พ.ศ. 2563” 2. หลักเกณฑ์นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป 3. ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 ประกาศ ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556 บ ร ร ด า หลักเกณฑ์ และค าสั่งอื่นใดที่ก าหนดไว้แล้วในหลักเกณฑ์นี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์นี้ ให้ใช้ หลักเกณฑ์นี้แทน 1.ขอบเขตการจ่ายเงินทดรองราชการ จะต้องเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉิน ตามความหมายแห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเ หลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2.การจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้ปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราดังต่อไปนี้ 5.1 ด้านการด ารงชีพ ให้ด าเนินการช่วยเหลือเป็นสิ่งของหรือจ่ายเป็นเงิน โดยค านึงถึงสภาพ และเหตุการณ์ตามความเหมาะสม ดังนี้ 5.1.1 ค่าอาหารจัดเลี้ยง วันละไม่เกิน 3 มื้อ มื้อละไม่เกิน 50 บาท ต่อคน 5.1.2 ค่าถุงยังชีพ ชุดละไม่เกิน 700 บาท ต่อครอบครัว 5.1.3ค่าจัดซื้อหรือจัดหาน้ าส าหรับบริโภคและใช้สอยในที่อยู่อาศัย เท่าที่จ่ายจริง ตามความจ าเป็นจนกว่าเหตุการณ์ประสบภัยพิบัติจะเข้าสู่ภาวะปกติ 5.1.4 ค่าใช้จ่ายในการด ารงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 3,800 บาท 5.1.5 ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจ า ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของที่ ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 49,500 บาท 5.1.6 ค่าวัสดุซ่อมแซมหรือสร้างยุ้งข้าว โรงเรือนส าหรับเก็บพืชผลและคอกสัตว์ ที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 5,700 บาท
18 5.1.7 กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหาย จากภัยพิบัติทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วนจนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงในอัตราครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 1,800 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน 5.1.8 ค่าดัดแปลงสถานที่ส าหรับเป็นที่พักชั่วคราว เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละ ไม่เกิน 2,500 บาท หรือค่าผ้าใบหรือผ้าพลาสติกหรือวัสดุอื่น ๆ ส าหรับกันแดดกันฝน เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 1,000 บาท 5.1.9 ค่าใช้จ่ายที่ส่วนราชการจัดหาสาธารณูปโภคในที่พักชั่วคราว (1) ค่าไฟฟูา ให้เป็นไปตามที่การไฟฟูานครหลวงหรือการไฟฟูาส่วน ภูมิภาคจะเรียกเก็บ ส าหรับกรณีที่ท้องที่นั้นไม่มีไฟฟูา ให้จัดอุปกรณ์แสงสว่างอื่น ๆ ทดแทนได้เท่าที่จ่าย จริงตามความจ าเป็น (2) จัดหาน้ าบริโภคและใช้สอยจากหน่วยงานที่จังหวัดและอ าเภอ มีอยู่ เช่น การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง หน่วยดับเพลิงเทศบาล เป็นต้น หรือจัดซื้อ อุปกรณ์บรรจุน้ าตามความจ าเป็นของจ านวนผู้ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งการจัดซื้อเพื่อบริโภคใช้สอย เท่าที่ จ่ายจริงตามความจ าเป็น (3) จัดสร้างหรือจัดหาห้องน้ า ห้องส้วม 1 ที่ ต่อ 10 คน เท่าที่จ่าย จริงเฉลี่ยที่ละไม่เกิน 1,700 บาท (4) จัดสร้างที่รองรับ ท าลาย หรือก าจัดขยะมูลฝอย เท่าที่จ่ายจริงตาม ความจ าเป็น 5.1.10 ค่าเครื่องนุ่งห่มที่ได้รับความเสียหายและไม่สามารถน ากลับมาใช้ได้อีก หรือมีความจ าเป็นต้องใช้ในการด ารงชีพ กรณีไม่มีเครื่องนุ่งห่มในการด ารงชีพขณะเกิดภัย รายละไม่เกิน 1,100 บาท 5.1.11 ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนส าหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่ เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท 5.1.12 ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ (1) กรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาในสถานพยาบาลติดต่อกัน ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงินจ านวน 4,000 บาท (2) กรณีบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติ ได้ให้ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงินจ านวน 13,300 บาท
19 (3) กรณีภัยพิบัติที่เป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่หรือรุนแรงเป็นที่สะเทือน ขวัญของประชาชนทั่วไป ให้จ่ายเงินและหรือสิ่งของปลอบขวัญผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวใน สถานพยาบาลรายละไม่เกิน 2,300 บาท 5.1.13 ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 29,700 บาท และในกรณี ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัว ให้พิจารณาช่วยเหลือเงิน สงเคราะห์ครอบครัวอีกไม่เกิน 29,700 บาท 5.1.14 กรณีอากาศหนาวจัดผิดปกติมีอุณหภูมิต่ ากว่า 8 องศาเซลเซียส และมีช่วงเวลาอากาศหนาวยาวนานติดต่อกันเกิน 3 วัน ให้จ่ายค่าจัดซื้อเครื่องกันหนาวสงเคราะห์ประชาชน ได้เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 300 บาท ทั้งนี้ จังหวัดหนึ่งไม่เกินงบประมาณปีละ 1,200,000 บาท 5.1.15 ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร ที่สูญหายหรือได้รับ ความเสียหายและไม่สามารถน ากลับมาใช้ได้อีก เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 3,500 บาท 5.1.16 ค่าเครื่องนอน ที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถ น ากลับมาใช้ได้อีก หรือมีความจ าเป็นต้องใช้ในการด ารงชีพกรณีไม่มีเครื่องนอนในการด ารงชีพขณะเกิดภัย เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 1,000 บาท 5.2 ด้านสังคมสงเคราะห์ ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยจัด โครงการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพระยะสั้นเฉพาะพื้นที่ประสบภัยพิบัติแก่ผู้ประสบภัยเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงดู ครอบครัวในภาวะวิกฤต โดยให้เบิกค่าใช้จ่ายในการด าเนินงาน ดังนี้ (1)ค่าใช้จ่ายส าหรับอุปกรณ์การฝึกอาชีพ เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 2,000 บาท (2) ค่าใช้จ่ายตอบแทนวิทยากร วันละไม่เกิน 500 บาท ไม่เกิน 10 วัน (3) ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานปฏิบัติการฝึกอบรม เท่าที่จ่ายจริงภายในวงเงิน ไม่เกิน 10,000 บาท (4) เงินทุนประกอบอาชีพที่ได้รับการฝึกอบรม เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละ ไม่เกิน 4,000 บาท 5.3 ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ดังนี้ 5.3.1 จัดหาวัสดุ เคมีภัณฑ์ อาหาร และเวชภัณฑ์ ส าหรับแจกจ่ายประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคน้ าและอาหารที่ปลอดภัย ดังนี้ (1)ค่าวัสดุ เคมีภัณฑ์ส าหรับไปท าความสะอาดบ่อน้ าตื้นของประชาชน บ่อน้ าละไม่เกิน 250 บาท
20 (2) ค่าน้ าดื่มแก่ครอบครัวที่ขาดแคลนน้ าสะอาดบริโภค ครอบครัวละไม่ เกิน 200 บาท (3) ค่าอาหารเสริมโปรตีน และอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแก่ประชาชน ผู้ประสบภัย เพื่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ครอบครัวละไม่เกิน 570 บาท (4)ค่าวัสดุ เคมีภัณฑ์ ส าหรับแจกจ่ายประชาชน เพื่อการปรับปรุงด้าน อนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 250 บาท (5) ค่ายาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย (8 รายการ) ราคาตามบัญชีราคา ส าหรับหน่วยงานราชการ องค์การเภสัชกรรม 5.3.2 จัดหาวัสดุ เคมีภัณฑ์ วัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส าหรับไปปฏิบัติงาน ช่วยเหลือประชาชน ปรับปรุงสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการควบคุมปูองกันโรคได้ เท่าที่จ่าย จริง ตามความจ าเป็นและเหมาะสม ดังนี้ (1) ค่ายาและเวชภัณฑ์ ส าหรับการรักษาพยาบาลหรือปูองกันควบคุม การแพร่ระบาดของโรค (2) ค่าวัสดุทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อในคน (3) ค่าวัสดุและชุดทดสอบทางห้องปฏิบัติการในน้ า อาหาร และ อากาศ (4) ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อในคน (5) ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการในน้ า อาหาร และอากาศ 5.3.3 จัดหาวัสดุควบคุมและปูองกันโรคระบาดในภาวะภัยพิบัติ จัดหายาและ เวชภัณฑ์ส าหรับไปปฏิบัติงาน การควบคุมปูองกันโรคและการปฏิบัติการด้านการแพทย์เพื่อช่วยเหลือ ประชาชนในภาวะภัยพิบัติ ได้แก่ ค่าวัสดุเก็บตัวอย่าง น้ ายา และสารเคมีในการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เท่าที่จ่ายจริงตาความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4 ด้านการเกษตร ให้ด าเนินการช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติที่ขึ้นทะเบียนและ ปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานที่ก ากับดูแลแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเกิดภัยพิบัติ แล้วเท่านั้น โดเบิกจ่ายได้ ดังนี้ 5.4.1 ด้านพืช 5.4.1.1 ให้ด าเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่พืชตาย หรือ เสียหาย ตามจ านวนพื้นที่ท าการเกษตรจริงที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ โดยคิด จากต้นทุนการผลิตเฉลี่ย ดังนี้
21 (1) กรณีพืชอายุสั้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือต้นทุนการผลิต เฉลี่ย เฉพาะรายการค่าวัสดุ (2) กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือต้นทุนการผลิต เฉลี่ย เฉพาะรายการค่าวัสดุและต้นทุนเฉลี่ยก่อนให้ผลผลิต 5.4.1.2 กรณีพื้นที่ท าการเพาะปลูกได้ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้งซากวัสดุทุกชนิดทับถมจนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ และหน่วยงานของรัฐไม่สามารถเข้าไปให้ความ ช่วยเหลือกรณีดังกล่าวได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้ายหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้ง ซากวัสดุที่ทับถมพื้นที่แปลงเกษตรกรรม เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชได้ในขนาดพื้นที่ไม่ เกิน 5 ไร่ 5.4.1.3 กรณีประชาชนมีความจ าเป็นต้องขนย้ายปัจจัยการผลิตและ ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ให้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการขนย้ายปัจจัยการผลิตและ ผลผลิต ในอัตราร้อยละ 50 ของปัจจัยการผลิตและผลผลิตของเกษตรกรที่ด าเนินการขนย้าย 5.4.2 ด้านประมง ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่สัตว์น้ าตายหรือสูญหาย โดย สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ า อาหารสัตว์น้ า วัสดุทางการประมง ได้ตามความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4.3 ด้านปศุสัตว์ 5.4.3.1 ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรณีที่เป็นการจัดหา อาหารสัตว์ วัคซีนและเวชภัณฑ์รักษาสัตว์ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพสัตว์เลี้ยงและจัดหาอาหารสัตว์ตามราคา ท้องตลาด หรือตามความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4.3.2 ให้ด าเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่สัตว์ตาย หรือสูญหาย หรือแปลงหญ้าอาหารสัตว์เสียหายได้ตามความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4.4 ด้านการเกษตรอื่น 5.4.4.1 ค่าใช้จ่ายในการด าเนินการปรับเกลี่ยพื้นที่ การไถพรวน ยก ร่องการก่อสร้างคันดิน เพื่อการเพาะปลูกพืชหรือประกอบกิจกรรมด้านการเกษตรที่เป็นการบรรเทา ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยพิบัติ 5.4.4.2 ค่าซ่อมแซมอาคารชลประทานและระบบชลประทาน ให้สามารถใช้งานได้ในช่วงฉุกเฉิน โดยให้ด าเนินการได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการระบายน้ า
22 5.4.4.3 ค่าจ้างเหมารถยนต์ ค่าระวางบรรทุกทางรถไฟและเรือ บรรทุกของเอกชน เพื่อใช้ในการขนย้ายสัตว์เลี้ยงที่ประสบภัย และที่น าไปสนับสนุนหรือขนส่งพืชหญ้า อาหารสัตว์หรืออาหารสัตว์ ให้เบิกจ่ายดังนี้ (1) ค่าจ้างเหมารถยนต์และเรือบรรทุกของเอกชน ให้จ่าย เป็นรายวันตามราคาท้องถิ่น (2) ค่าระวางบรรทุกทางรถไฟ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจ าเป็น 5.5 ด้านบรรเทาสาธารณภัย ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยเบิกจ่ายได้ ดังนี้ 5.5.1 จัดหาภาชนะรองรับน้ า เช่น โอ่งซีเมนต์ ถังเหล็กอาบสังกะสี ถังเก็บน้ า ค.ส.ล. ถังปูนฉาบเสริมลวด หรือถังเก็บน้ าประเภทอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนน้ าอุปโภค บริโภค 5.5.2 ซ่อมแซมภาชนะรองรับน้ าที่ช ารุดเสียหาย เพื่อให้สามารถใช้เก็บน้ าไว้ อุปโภคบริโภค 5.5.3 ซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ซึ่งมิได้ อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ ให้กระท าได้เฉพาะในกรณีเร่งด่วนจ าเป็นเพื่อให้กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยการซ่อมแซมนั้นต้องไม่ซ้ าซ้อนกับโครงการที่ได้รับงบประมาณด าเนินการในบริเวณนั้นอยู่แล้ว ส าหรับการซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องเป็นกรณีที่งบประมาณเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจ าเป็น ซึ่งตั้งไว้ในปีนั้น ได้ใช้จ่ายหมดแล้ว และหากไม่ซ่อมแซมจะบังเกิดความเสียหายต่อสิ่งสาธารณประโยชน์ หรือสร้างความ เดือดร้อนแก่ประชาชนโดยส่วนรวม ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีหนังสือยืนยันข้อมูลดังกล่าว ด้วย สิ่งสาธารณประโยชน์ที่ต้องใช้ระยะเวลาด าเนินการซ่อมแซม เกิน 45 วัน ให้ใช้งบประมาณปกติด าเนินการ ส าหรับสะพานหรือถนน หรือถนนที่มีท่อระบายน้ าที่ได้รับความ เสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ให้ก่อสร้างสะพานไม้ชั่วคราว หรือเท่าที่จ าเป็น เร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
23 กรณีในเขตชุมชนที่เกิดภัยพิบัติเป็นระยะเวลานาน ท าให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา ให้จัดท าสะพานไม้ทางเดินชั่วคราวได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตามความจ าเป็น 5.5.4 จ้างเหมาก าจัดสิ่งกีดขวางทางน้ า อันได้แก่ สิ่งก่อสร้างสาธารณประโยชน์ที่ กีดขวางทางน้ า หรือกิ่งไม้ ต้นไม้ เศษสวะ กอไผ่ ฯลฯ ที่อุดช่องทางน้ าเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ า ท า ให้สิ่งสาธารณประโยชน์ต้านทานน้ าไม่ไหว เกิดความช ารุดเสียหาย หรือเกิดความเสียหายต่อชีวิตและ ทรัพย์สิน 5.5.5 ค่าจัดหาวัสดุ ได้แก่ กระสอบทราย ดิน ลูกรัง เสาเข็ม ไม้แบบ เป็นต้น เพื่อน าไปแก้ไขเหตุการณ์กรณีเร่งด่วนฉุกเฉินจากภัยพิบัติที่จะท าความเสียหายต่อสิ่งสาธารณประโยชน์ หรือความเสียหายต่อประชาชนโดยส่วนรวม เท่าที่จ่ายจริงตามความจ าเป็นและเหมาะสม 5.6 ด้านการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้เบิกค่าใช้จ่ายดังนี้ 5.6.1 ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ าหรือผลักดัน น้ า เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพกู้ภัยของทางราชการ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และเอกชน ที่น ามาช่วยเหลือโดยสมัครใจและไม่คิดมูลค่า ซึ่งช ารุดเสียหายในระหว่างปฏิบัติงาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามความจ าเป็นให้อยู่ในสภาพเดิม เฉพาะกรณีจ าเป็นเร่งด่วนเพื่อให้การให้ความ ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยส าเร็จลุล่วงไปได้ 5.6.2 ค่าน้ ามันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น รวมทั้งค่ากระแสไฟฟูา ส าหรับ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ าหรือผลักดันน้ า เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพ กู้ภัย ของทางราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนที่น ามาใช้ปฏิบัติงานช่วยเหลือโดยความ สมัครใจโดยไม่คิดมูลค่าและค านึงถึงความจ าเป็นและการประหยัด และการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ช่วยเหลือตนเองเป็นส าคัญ 5.6.3 กรณีที่เครื่องสูบน้ าหรือผลักดันน้ า ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพกู้ภัยของทางราชการและเอกชนที่น ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ มีไม่เพียงพอและไม่สามารถขอความร่วมมือจากภาคเอกชนได้ ให้เช่าหรือจ้างเหมาเครื่องสูบน้ าหรือ ผลักดันน้ า ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านกู้ชีพกู้ภัย เพื่อน าไป ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้เท่าที่จ าเป็น เร่งด่วน โดยจ่ายค่าเช่าเป็นรายวันตามราคาท้องถิ่น 5.6.4 ค่าจ้างเหมาหรือจ้างแรงงานแบกหามสิ่งของ รวมทั้งค่าจ้างเหมาแรงงาน จัดหีบห่อให้ใช้เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการก่อน ในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ให้จ้างบุคคลภายนอกได้ ตามจ านวนที่เห็นควร ตามอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ าตามประกาศของกระทรวงแรงงาน
24 5.6.5 ค่าตอบแทน ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา ค่าใช้จ่ายในการ เดินทางส าหรับเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ให้เบิกจ่ายได้ใน กรณีที่งบประมาณปกติไม่เพียงพอ หรือมิได้ตั้งไว้เพื่อการนี้ โดยให้เบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ ส าหรับ เจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติงานดังต่อไปนี้ ให้เบิกจ่ายได้ ดังนี้ (1) เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องสูบน้ าหรือเครื่องผลักดันน้ าให้เบิกจ่ายได้2 คน ต่อ 1 จุด ที่ตั้งเครื่องสูบน้ าหรือเครื่องผลักดันน้ า (2) เจ้าหน้าที่คนขับรถยนต์บรรทุกเครื่องสูบน้ า วัสดุ และครุภัณฑ์ 1 คน ต่อรถยนต์ 1 คัน (3) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ออกปฏิบัติงานไม่เกิน 10 คน ต่อหน่วยต่อครั้ง ( 4 ) ห น ่ว ย ส ุข ศ ึก ษ า แ ล ะ ป ร ะ ช า ส ัม พัน ธ ์เ ค ลื ่อ น ที่ ออกปฏิบัติงานไม่เกิน 3 คน ต่อหน่วยต่อครั้ง (5) หน่วยปฏิบัติงานด้านควบคุมปูองกันโรค ออกปฏิบัติงานครั้งละ ไม่เกิน 3 คน (6) ค่าตอบแทนส าหรับบุคคลภายนอกให้เบิกจ่ายตามอัตราค่าจ้าง แรงงานขั้นต่ าตามประกาศของกระทรวงแรงงาน 5.6.6 ค่าอาหารจัดเลี้ยงเจ้าหน้าที่ของทางราชการและผู้มาให้ความช่วยเหลือ วันละไม่เกิน 3 มื้อ มื้อละไม่เกิน 50 บาทต่อคน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของทางราชการและผู้มาให้ความ ช่วยเหลือ ต้องไม่ได้รับเงินอื่นใดจากทางราชการอีก 5.6.7 ค่าใช้จ่ายในการรับ - ส่ง และติดต่อสื่อสาร เท่าที่จ่ายจริง 5.6.8 ค่าวัสดุส านักงานซึ่งเกี่ยวเนื่องในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค่าวัสดุ ในการจัดหีบห่อ ค่าจ้างเหมาบริการอื่น ๆ ที่จ าเป็น เช่น เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นต้น ให้เบิกได้ตามระเบียบของทางราชการ 5.7 กรณีมีความจ าเป็น หากรายการใดมิได้ก าหนดให้จ่ายเป็นเงิน ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้มีอ านาจอนุมัติให้การช่วยเหลือพิจารณาให้จ่ายเป็นเงินก็ได้ โดยค านึงถึงสภาพและเหตุการณ์ ตามความเหมาะสม 6. การให้ความช่วยเหลือข้างต้น ให้มีการประสานงานกันระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของ รัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และองค์กรการกุศลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือทั่วถึงไม่ ซ้ าซ้อนกัน และการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับเงินงบประมาณรายจ่ายโดยอนุโลม 7. ให้จังหวัดรายงานผลการปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ไปให้กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยและส านักงานคลังจังหวัดทราบทุก ๆ 15 วัน จนกว่าจะด าเนินการ
25 ให้กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบติดตามผล การปฏิบัติงานของจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย 8. ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย มีอ านาจก าหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติ ปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือตามข้อ 5 และเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ 9. กรณีที่มีความจ าเป็นต้องให้ความช่วยเหลือนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ และวิธีด าเนินการ นี้ให้ขออนุมัติต่อกระทรวงการคลัง 10. ให้ส่วนราชการที่มีวงเงินทดรองราชการตามระเบียบนี้ แจ้งข้อมูลและรายละเอียด เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามแบบและเงื่อนไขที่ กระทรวงการคลังก าหนด 11. ในระหว่างที่ยังมิได้ก าหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์นี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติที่ออกตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการก าหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยที่ส่วนราชการตาม ข้อ 8 ก าหนด เพี่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์นี้ (คูมือการปฏิบัติงานตาม ระเบียบกระทรวงการคลัง เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546) 2.5 เอกสารหรือวรรณกรรม ปริญญา วิรัตติยา (2558) ศึกษาเรื่อง ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารกิจการ บ้านเมืองและสังคมที่ดีของข้าราชการส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อระดับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีของข้าราชการส านักงานปลัดส านัก นายกรัฐมนตรี 2) ศึกษาเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ของข้าราชการส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรี ตามปัจจัยด้านเพศ อายุระดับการศึกษา ระดับ ต าแหน่ง กลุ่มภารกิจ และอายุราชการ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการบริหาร กิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีกับความรู้ความเข้าใจเพื่อบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี 4) ศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ตีกับความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีโดยศึกษาจากข้าราชการส านักงานปลัดส านัก นายกรัฐมนตรี จ านวน 181 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโตยใช้ คอมพิวเตอร์
26 กมลรัตน์ อายุวัฒน์ (2553) ศึกษาเรื่อง ความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารองค์การบริหาร ส่วนต าบลจังหวัดนครสวรรค์ในการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนคุ้มครองเด็ก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจต้านการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนคุ้มครองเด็กของผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนต าบลจังหวัดนครสวรรค์ 2) เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการขอรับการ สนับสนุนจากกองทุนคุ้มครองเด็กของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต าบลจังหวัดนครสวรรค์และ 3) เพื่อ ศึกษาระดับความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลและการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการขอรับการ สนับสนุนจากกองทุนคุ้มครองเด็ก กับความรู้ความเข้าใจของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต าบลจังหวัด นครสวรรค์ต่อการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนคุ้มครองเด็ก
27 บทที่ 3 วิธีการด าเนินงาน การจัดท าโครงการสหกิจศึกษา เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยผู้จัดท าได้ศึกษา และจัดท าคู่มือตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 3.1 วิธีการด าเนินงาน 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 วิธีการด าเนินงาน 3.1.1 ก าหนดหัวข้อในการจัดท าโครงง านตามปัญหาในส่วนงานที่ผู้จัดท าได้ปฏิบัติ 3.1.2 น าเสนอหัวข้อรายงานให้กับพนักงานที่ปรึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษา 3.1.3 ศึกษาขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานของพนักงานในฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 3.1.4 รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาวิเคราะห์ โดยตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความ ถูกต้องของข้อมูล และน าเสนอให้พนักงานที่ปรึกษาตรวจสอบและพิจารณา 3.1.5 เริ่มจัดท าคู่มือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 3.1.6 ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเล่มคู่มือปฏิบัติงาน เพื่อสั่งพิมพ์ตัวอย่างเอกสารคู่มือ ปฏิบัติงานที่จัดท า โดยส่งคู่มือให้กับพนักงานที่ปรึกษาตรวจสอบความถูกต้อง และหาข้อผิดพลาดเพื่อ น ามาแก้ไข จนกว่าข้อมูลในเล่มคู่มือปฏิบัติงานจะสมบูรณ์ 3.1.7 น าเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อรับฟังค าแนะน าและข้อเสนอแนะของอาจารย์ที่ปรึกษา 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์พนักงานฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย จากกลุ่มประชากร ตัวอย่าง จ านวน 8 คน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเรื่อง และเป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะในการจัดท าคู่มือการปฏิบัติงาน ฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ในส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย โดยประชากรและ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ พนักงานฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัยจ านวน 8 ท่านเนื่องจากผู้จัดท าได้จัดท าคู่มือ ปฏิบัติงานของฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ในส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ดังนั้น การเลือกกลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ เป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยกลุ่ม
28 ตัวอย่างที่ผู้จัดท าได้เลือกนั้น เป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีขั้นตอนการท างานเกี่ยวข้องกับคู่มือการปฏิบัติงานฝุาย สงเคราะห์ผู้ประสบภัยโดยตรง 3.3 อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ ฮาร์แวร์ 1. โทรศัพท์มือถือ 2. เครื่องคอมพิวเตอร์ 3. เครื่องปริ้น ซอฟต์แวร์ 1. โปรแกรม Microsoft Word 2. โปรแกรม Microsoft Power Point 3. Facebook 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4.1 ผู้จัดท าได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่ต้องการจะจัดท าในคู่มือ จากการศึกษาขั้นตอน วิธีการ ปฏิบัติงาน และสัมภาษณ์พนักงานฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ในส านักงานปูองกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดเลย 3.4.2 น าข้อมูลที่ได้จากการศึกษา โดยรวบรวมทั้งเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ เพื่อ เรียบเรียงล าดับเนื้อหา และจัดหมวดหมู่ตามความส าคัญของเนื้อหา 3.4.3 เมื่อผู้จัดท าได้เรียบเรียงล าดับความส าคัญของเนื้อหานั้นแล้ว จึงน าข้อมูลนั้นมาจัดท าใน รูปแบบเอกสารคู่มือ เรื่อง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 3.4.4 ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับข้อมูลที่มีผลต่อคู่มือปฏิบัติงานในฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 3.5 วิเคราะห์ข้อมูล น าข้อมูลที่ศึกษามาวิเคราะห์ พัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์แต่ประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือใน ด้านการด ารงชีพ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการแพทย์และกรมสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านบรรเทาสาธารณภัย ด้านการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อให้การประชาชนที่ไม่รับรู้ ได้รับรู้มากขึ้น และเกิดความรวดเร็วแต่การท างานในองค์กรมากขึ้น
29 บทที่ 4 ผลการด าเนิน 4.1อภิปรายผลการศึกษา จากการศึกษาการใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน นั้นสามารถ น าผลจากการสัมภาษณ์ดังกล่าว มาวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคได้ตามปัจจัยต่างๆ เพื่อให้ได้ รับทราบข้อมูลผลกระทบ ความเข้าใจของผู้ให้สัมภาษณ์กับการปฏิบัติงานตามหน้าที่เกี่ยวกับการเบิก จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นในมุมมองของ กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขบัญหาในพื้นที่ประสบภัย และสามารถน าการวิเคราะห์ผลที่ได้มา ปรับปรุงและพัฒนารูปแบบ ขั้นตอนการปฏิบัติงานให้มีผลสัมฤทธิ์ และเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถอภิปรายผลการศึกษาได้ดังนี้ 4.1.1 เพื่อศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจ ระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน "ภัยพิบัติ " หมายความว่า สาธารณภัย อันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ภัยจากลูกเห็บ ภัยอันเกิดจากไฟปุา ภัยที่เกิดจากโรคหรือการระบาดของแมลง หรือศัตรูพืชทุก ชนิดภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ อากาศหนาวจัดผิดปกติภัยสงคราม และภัยอัน เนื่องมาจากการกระท าของผู้ก่อการร้าย กองก าลังจากนอกประเทศ ตลอดจนภัยอื่นๆ ไม่ว่าเกิดจาก ธรรมชาติหรือมีบุคคลหรือสัตว์ท าให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือท าให้ เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน "ฉุกเฉิน" หมายความว่า เกิดขึ้นโดย ปัจจุบันทันด่วนหรือเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ "ผู้ประสบภัยพิบัติ " หมายความว่า ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน แต่ไม่รวมถึงส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร " ให้ หมายความรวมถึง การให้ความช่วยเหลืผู้ประสบ ภัยพิบัติด้านการปศุสัตว์และด้านการประมงด้วย"การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟู ผู้ประสบภัย " หมายความว่าการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะสั้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยพิบัติ นั้นสามารถช่วยตนเองได้ เช่น การให้ความช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนพิการซึ่งหัวหน้าครอบครัว เสียชีวิต พิการหรือบาดเจ็บจากภัยพิบัติ การขนย้ายครอบครัว และการส่งเสริมอาชีพระยะสั้นแก่ ครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติตลอดจนการให้ค าปรึกษาแนะน าและการส่งต่อให้แก่หน่วยงานผู้มีหน้าที่
30 รับผิดชอบ อันเป็นการจ าเป็นเพื่อให้การด ารงชีวิตเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว"การให้ความช่วยเหลือด้าน สังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย " หมายความว่าการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะสั้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยพิบัตินั้นสามารถช่วยตนเองได้ เช่น การให้ความช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ ซึ่งหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต พิการหรือบาดเจ็บจากภัยพิบัติ การขนย้ายครอบครัว และการส่งเสริมอาชีพ ระยะสั้นแก่ครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติตลอดจนการให้ค าปรึกษาแนะน าและการส่งต่อให้แก่ หน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ อันเป็นการจ าเป็นเพื่อให้การด ารงชีวิตเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว "การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย " หมายความว่าการให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะสั้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยพิบัตินั้นสามารถช่วยตนเองได้ เช่น การให้ความ ช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนพิการซึ่งหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต พิการหรือบาดเจ็บจากภัยพิบัติ การขน ย้ายครอบครัว และการส่งเสริมอาชีพระยะสั้นแก่ครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติตลอดจนการให้ ค าปรึกษาแนะน าและการส่งต่อให้แก่หน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ อันเป็นการจ าเป็นเพื่อให้การ ด ารงชีวิตเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว "การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุข " หมายความว่า การให้ความ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านกายและจิต ซึ่งประกอบด้วยการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพการ ปูองกันและควบคุมโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพและการสาธารณสุขที่จ าเป็น เพื่อให้การด ารงชีวิตเข้าสู่ สภาวะปกติโดยเร็ว 4.1.2 เพื่อสร้างความสะดวก รวดเร็ว แก่พนักงานในการปฏิบัติงาน โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีด าเนินการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอ านาจตามความในข้อ 27 แห่ง ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 กระทรวงการคลังจึงก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีด าเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉินไว้ดังต่อไปนี้ 1. หลักเกณฑ์นี้เรียกว่า “หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563” 2. หลักเกณฑ์นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป 3. ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 ประกาศ ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556 บรรดาหลักเกณฑ์ และค าสั่งอื่นใดที่ก าหนดไว้แล้วในหลักเกณฑ์นี้ หรือซึ่งขัดหรือ
31 แย้งกับหลักเกณฑ์นี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์นี้แทน 1.ขอบเขตการจ่ายเงินทดรองราชการ จะต้องเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน ตามความหมายแห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2.การจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้ปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราดังต่อไปนี้ 5.1 ด้านการด ารงชีพ ให้ด าเนินการช่วยเหลือเป็นสิ่งของหรือจ่ายเป็นเงิน โดย ค านึงถึงสภาพและเหตุการณ์ตามความเหมาะสม ดังนี้ 5.1.1 ค่าอาหารจัดเลี้ยง วันละไม่เกิน 3 มื้อ มื้อละไม่เกิน 50 บาท ต่อคน 5.1.2 ค่าถุงยังชีพ ชุดละไม่เกิน 700 บาท ต่อครอบครัว 5.1.3 ค่าจัดซื้อหรือจัดหาน้ าส าหรับบริโภคและใช้สอยในที่อยู่อาศัย เท่าที่จ่าย จริงตามความจ าเป็นจนกว่าเหตุการณ์ประสบภัยพิบัติจะเข้าสู่ภาวะปกติ 5.1.4 ค่าใช้จ่ายในการด ารงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้ง หลัง เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 3,800 บาท5.1.5 ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจ า ซึ่ง ผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 49,500 บาท 5.1.6 ค่าวัสดุซ่อมแซมหรือสร้างยุ้งข้าว โรงเรือนส าหรับเก็บพืชผลและคอก สัตว์ที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 5,700 บาท 5.1.7 กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหาย จากภัยพิบัติทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วนจนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงในอัตราครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 1,800 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน 5.1.8 ค่าดัดแปลงสถานที่ส าหรับเป็นที่พักชั่วคราว เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละ ไม่เกิน 2,500 บาท หรือค่าผ้าใบหรือผ้าพลาสติกหรือวัสดุอื่น ๆ ส าหรับกันแดดกันฝน เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 1,000 บาท 5.1.9 ค่าใช้จ่ายที่ส่วนราชการจัดหาสาธารณูปโภคในที่พักชั่วคราว (1) ค่าไฟฟูา ให้เป็นไปตามที่การไฟฟูานครหลวงหรือการไฟฟูาส่วน ภูมิภาคจะเรียกเก็บ ส าหรับกรณีที่ท้องที่นั้นไม่มีไฟฟูา ให้จัดอุปกรณ์แสงสว่างอื่น ๆ ทดแทนได้เท่าที่จ่าย จริงตามความจ าเป็น (2) จัดหาน้ าบริโภคและใช้สอยจากหน่วยงานที่จังหวัดและอ าเภอ มีอยู่ เช่น การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง หน่วยดับเพลิงเทศบาล เป็นต้น หรือจัดซื้อ
32 อุปกรณ์บรรจุน้ าตามความจ าเป็นของจ านวนผู้ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งการจัดซื้อเพื่อบริโภคใช้สอย เท่าที่ จ่ายจริงตามความจ าเป็น (3) จัดสร้างหรือจัดหาห้องน้ า ห้องส้วม 1 ที่ ต่อ 10 คน เท่าที่จ่าย จริงเฉลี่ยที่ละไม่เกิน 1,700 บาท (4) จัดสร้างที่รองรับ ท าลาย หรือก าจัดขยะมูลฝอย เท่าที่จ่ายจริงตาม ความจ าเป็น 5.1.10 ค่าเครื่องนุ่งห่มที่ได้รับความเสียหายและไม่สามารถน ากลับมาใช้ได้อีก หรือมีความจ าเป็นต้องใช้ในการด ารงชีพ กรณีไม่มีเครื่องนุ่งห่มในการด ารงชีพขณะเกิดภัย รายละไม่เกิน 1,100 บาท 5.1.11 ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนส าหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่ เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท 5.1.12 ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ (1) กรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาในสถานพยาบาลติดต่อกัน ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงินจ านวน 4,000 บาท (2) กรณีบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติ ได้ให้ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงินจ านวน 13,300 บาท (3) กรณีภัยพิบัติที่เป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่หรือรุนแรงเป็นที่สะเทือน ขวัญของประชาชนทั่วไป ให้จ่ายเงินและหรือสิ่งของปลอบขวัญผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวใน สถานพยาบาลรายละไม่เกิน 2,300 บาท 5.1.13 ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 29,700 บาท และในกรณี ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัว ให้พิจารณาช่วยเหลือเงิน สงเคราะห์ครอบครัวอีกไม่เกิน 29,700 บาท 5.1.14 กรณีอากาศหนาวจัดผิดปกติมีอุณหภูมิต่ ากว่า 8 องศาเซลเซียส และมีช่วงเวลาอากาศหนาวยาวนานติดต่อกันเกิน 3 วัน ให้จ่ายค่าจัดซื้อเครื่องกันหนาวสงเคราะห์ประชาชน ได้เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 300 บาท ทั้งนี้ จังหวัดหนึ่งไม่เกินงบประมาณปีละ 1,200,000 บาท 5.1.15 ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร ที่สูญหายหรือได้รับ ความเสียหายและไม่สามารถน ากลับมาใช้ได้อีก เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 3,500 บาท
33 5.1.16 ค่าเครื่องนอน ที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายและไม่สามารถ น ากลับมาใช้ได้อีก หรือมีความจ าเป็นต้องใช้ในการด ารงชีพกรณีไม่มีเครื่องนอนในการด ารงชีพขณะเกิดภัย เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 1,000 บาท 5.2 ด้านสังคมสงเคราะห์ ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยจัด โครงการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพระยะสั้นเฉพาะพื้นที่ประสบภัยพิบัติแก่ผู้ประสบภัยเพื่อให้มีรายได้เลี้ยงดู ครอบครัวในภาวะวิกฤต โดยให้เบิกค่าใช้จ่ายในการด าเนินงาน ดังนี้ (1)ค่าใช้จ่ายส าหรับอุปกรณ์การฝึกอาชีพ เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 2,000 บาท (2) ค่าใช้จ่ายตอบแทนวิทยากร วันละไม่เกิน 500 บาท ไม่เกิน 10 วัน (3) ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงานปฏิบัติการฝึกอบรม เท่าที่จ่ายจริงภายในวงเงิน ไม่เกิน 10,000 บาท (4) เงินทุนประกอบอาชีพที่ได้รับการฝึกอบรม เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละ ไม่เกิน 4,000 บาท 5.3 ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ดังนี้ 5.3.1 จัดหาวัสดุ เคมีภัณฑ์ อาหาร และเวชภัณฑ์ ส าหรับแจกจ่ายประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคน้ าและอาหารที่ปลอดภัย ดังนี้ (1)ค่าวัสดุ เคมีภัณฑ์ส าหรับไปท าความสะอาดบ่อน้ าตื้นของประชาชน บ่อน้ าละไม่เกิน 250 บาท (2) ค่าน้ าดื่มแก่ครอบครัวที่ขาดแคลนน้ าสะอาดบริโภค ครอบครัวละไม่ เกิน 200 บาท (3) ค่าอาหารเสริมโปรตีน และอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแก่ประชาชน ผู้ประสบภัย เพื่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ครอบครัวละไม่เกิน 570 บาท (4)ค่าวัสดุ เคมีภัณฑ์ ส าหรับแจกจ่ายประชาชน เพื่อการปรับปรุงด้าน อนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 250 บาท (5) ค่ายาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย (8 รายการ) ราคาตามบัญชีราคา ส าหรับหน่วยงานราชการ องค์การเภสัชกรรม 5.3.2 จัดหาวัสดุ เคมีภัณฑ์ วัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส าหรับไปปฏิบัติงาน ช่วยเหลือประชาชน ปรับปรุงสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการควบคุมปูองกันโรคได้ เท่าที่จ่าย จริง ตามความจ าเป็นและเหมาะสม ดังนี้
34 (1) ค่ายาและเวชภัณฑ์ ส าหรับการรักษาพยาบาลหรือปูองกันควบคุม การแพร่ระบาดของโรค (2) ค่าวัสดุทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อในคน (3) ค่าวัสดุและชุดทดสอบทางห้องปฏิบัติการในน้ า อาหาร และ อากาศ (4) ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อในคน (5) ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการในน้ า อาหาร และอากาศ 5.3.3 จัดหาวัสดุควบคุมและปูองกันโรคระบาดในภาวะภัยพิบัติ จัดหายาและ เวชภัณฑ์ส าหรับไปปฏิบัติงาน การควบคุมปูองกันโรคและการปฏิบัติการด้านการแพทย์เพื่อช่วยเหลือ ประชาชนในภาวะภัยพิบัติ ได้แก่ ค่าวัสดุเก็บตัวอย่าง น้ ายา และสารเคมีในการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เท่าที่จ่ายจริงตาความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4 ด้านการเกษตร ให้ด าเนินการช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติที่ขึ้นทะเบียนและ ปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานที่ก ากับดูแลแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเกิดภัยพิบัติ แล้วเท่านั้น โดเบิกจ่ายได้ ดังนี้ 5.4.1 ด้านพืช 5.4.1.1 ให้ด าเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่พืชตาย หรือ เสียหาย ตามจ านวนพื้นที่ท าการเกษตรจริงที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ โดยคิด จากต้นทุนการผลิตเฉลี่ย ดังนี้ (1) กรณีพืชอายุสั้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือต้นทุนการผลิต เฉลี่ย เฉพาะรายการค่าวัสดุ (2) กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือต้นทุนการผลิต เฉลี่ย เฉพาะรายการค่าวัสดุและต้นทุนเฉลี่ยก่อนให้ผลผลิต 5.4.1.2 กรณีพื้นที่ท าการเพาะปลูกได้ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้งซากวัสดุทุกชนิดทับถมจนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ และหน่วยงานของรัฐไม่สามารถเข้าไปให้ความ ช่วยเหลือกรณีดังกล่าวได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้ายหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้ง ซากวัสดุที่ทับถมพื้นที่แปลงเกษตรกรรม เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชได้ในขนาดพื้นที่ไม่ เกิน 5 ไร่
35 5.4.1.3 กรณีประชาชนมีความจ าเป็นต้องขนย้ายปัจจัยการผลิตและ ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ให้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการขนย้ายปัจจัยการผลิตและ ผลผลิต ในอัตราร้อยละ 50 ของปัจจัยการผลิตและผลผลิตของเกษตรกรที่ด าเนินการขนย้าย 5.4.2 ด้านประมง ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่สัตว์น้ าตายหรือสูญหาย โดย สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ า อาหารสัตว์น้ า วัสดุทางการประมง ได้ตามความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4.3 ด้านปศุสัตว์ 5.4.3.1 ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรณีที่เป็นการจัดหา อาหารสัตว์ วัคซีนและเวชภัณฑ์รักษาสัตว์ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพสัตว์เลี้ยงและจัดหาอาหารสัตว์ตามราคา ท้องตลาด หรือตามความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4.3.2 ให้ด าเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่สัตว์ตาย หรือสูญหาย หรือแปลงหญ้าอาหารสัตว์เสียหายได้ตามความจ าเป็นและเหมาะสม 5.4.4 ด้านการเกษตรอื่น 5.4.4.1 ค่าใช้จ่ายในการด าเนินการปรับเกลี่ยพื้นที่ การไถพรวน ยก ร่องการก่อสร้างคันดิน เพื่อการเพาะปลูกพืชหรือประกอบกิจกรรมด้านการเกษตรที่เป็นการบรรเทา ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยพิบัติ 5.4.4.2 ค่าซ่อมแซมอาคารชลประทานและระบบชลประทาน ให้สามารถใช้งานได้ในช่วงฉุกเฉิน โดยให้ด าเนินการได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการระบายน้ า 5.4.4.3 ค่าจ้างเหมารถยนต์ ค่าระวางบรรทุกทางรถไฟและเรือ บรรทุกของเอกชน เพื่อใช้ในการขนย้ายสัตว์เลี้ยงที่ประสบภัย และที่น าไปสนับสนุนหรือขนส่งพืชหญ้า อาหารสัตว์หรืออาหารสัตว์ ให้เบิกจ่ายดังนี้ (1) ค่าจ้างเหมารถยนต์และเรือบรรทุกของเอกชน ให้จ่าย เป็นรายวันตามราคาท้องถิ่น (2) ค่าระวางบรรทุกทางรถไฟ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจ าเป็น 5.5 ด้านบรรเทาสาธารณภัย ให้ด าเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยเบิกจ่ายได้ ดังนี้
36 5.5.1 จัดหาภาชนะรองรับน้ า เช่น โอ่งซีเมนต์ ถังเหล็กอาบสังกะสี ถังเก็บน้ า ค.ส.ล. ถังปูนฉาบเสริมลวด หรือถังเก็บน้ าประเภทอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนน้ าอุปโภค บริโภค 5.5.2 ซ่อมแซมภาชนะรองรับน้ าที่ช ารุดเสียหาย เพื่อให้สามารถใช้เก็บน้ าไว้ อุปโภคบริโภค 5.5.3 ซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ซึ่งมิได้ อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการ ให้กระท าได้เฉพาะในกรณีเร่งด่วนจ าเป็นเพื่อให้กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยการซ่อมแซมนั้นต้องไม่ซ้ าซ้อนกับโครงการที่ได้รับงบประมาณด าเนินการในบริเวณนั้นอยู่แล้ว ส าหรับการซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องเป็นกรณีที่งบประมาณเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจ าเป็น ซึ่งตั้งไว้ในปีนั้น ได้ใช้จ่ายหมดแล้ว และหากไม่ซ่อมแซมจะบังเกิดความเสียหายต่อสิ่งสาธารณประโยชน์ หรือสร้างความ เดือดร้อนแก่ประชาชนโดยส่วนรวม ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีหนังสือยืนยันข้อมูลดังกล่าว ด้วย สิ่งสาธารณประโยชน์ที่ต้องใช้ระยะเวลาด าเนินการซ่อมแซม เกิน 45 วัน ให้ใช้งบประมาณปกติด าเนินการ ส าหรับสะพานหรือถนน หรือถนนที่มีท่อระบายน้ าที่ได้รับความ เสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ให้ก่อสร้างสะพานไม้ชั่วคราว หรือเท่าที่จ าเป็น เร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กรณีในเขตชุมชนที่เกิดภัยพิบัติเป็นระยะเวลานาน ท าให้ประชาชน ได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา ให้จัดท าสะพานไม้ทางเดินชั่วคราวได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ตามความจ าเป็น 5.5.4 จ้างเหมาก าจัดสิ่งกีดขวางทางน้ า อันได้แก่ สิ่งก่อสร้างสาธารณประโยชน์ที่ กีดขวางทางน้ า หรือกิ่งไม้ ต้นไม้ เศษสวะ กอไผ่ ฯลฯ ที่อุดช่องทางน้ าเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ า ท า ให้สิ่งสาธารณประโยชน์ต้านทานน้ าไม่ไหว เกิดความช ารุดเสียหาย หรือเกิดความเสียหายต่อชีวิตและ ทรัพย์สิน 5.5.5 ค่าจัดหาวัสดุ ได้แก่ กระสอบทราย ดิน ลูกรัง เสาเข็ม ไม้แบบ เป็นต้น เพื่อน าไปแก้ไขเหตุการณ์กรณีเร่งด่วนฉุกเฉินจากภัยพิบัติที่จะท าความเสียหายต่อสิ่งสาธารณประโยชน์ หรือความเสียหายต่อประชาชนโดยส่วนรวม เท่าที่จ่ายจริงตามความจ าเป็นและเหมาะสม
37 5.6 ด้านการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้เบิกค่าใช้จ่ายดังนี้ 5.6.1 ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ าหรือผลักดัน น้ า เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพกู้ภัยของทางราชการ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และเอกชน ที่น ามาช่วยเหลือโดยสมัครใจและไม่คิดมูลค่า ซึ่งช ารุดเสียหายในระหว่างปฏิบัติงาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามความจ าเป็นให้อยู่ในสภาพเดิม เฉพาะกรณีจ าเป็นเร่งด่วนเพื่อให้การให้ความ ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยส าเร็จลุล่วงไปได้ 5.6.2 ค่าน้ ามันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น รวมทั้งค่ากระแสไฟฟูา ส าหรับ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ าหรือผลักดันน้ า เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพ กู้ภัย ของทางราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนที่น ามาใช้ปฏิบัติงานช่วยเหลือโดยความ สมัครใจโดยไม่คิดมูลค่าและค านึงถึงความจ าเป็นและการประหยัด และการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ช่วยเหลือตนเองเป็นส าคัญ 5.6.3 กรณีที่เครื่องสูบน้ าหรือผลักดันน้ า ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านการกู้ชีพกู้ภัยของทางราชการและเอกชนที่น ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ มีไม่เพียงพอและไม่สามารถขอความร่วมมือจากภาคเอกชนได้ ให้เช่าหรือจ้างเหมาเครื่องสูบน้ าหรือ ผลักดันน้ า ยานพาหนะ เครื่องจักรกล เครื่องปั่นไฟ ตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ด้านกู้ชีพกู้ภัย เพื่อน าไป ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้เท่าที่จ าเป็น เร่งด่วน โดยจ่ายค่าเช่าเป็นรายวันตามราคาท้องถิ่น 5.6.4 ค่าจ้างเหมาหรือจ้างแรงงานแบกหามสิ่งของ รวมทั้งค่าจ้างเหมาแรงงาน จัดหีบห่อให้ใช้เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการก่อน ในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ให้จ้างบุคคลภายนอกได้ ตามจ านวนที่เห็นควร ตามอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ าตามประกาศของกระทรวงแรงงาน 5.6.5 ค่าตอบแทน ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา ค่าใช้จ่ายในการ เดินทางส าหรับเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ให้เบิกจ่ายได้ใน กรณีที่งบประมาณปกติไม่เพียงพอ หรือมิได้ตั้งไว้เพื่อการนี้ โดยให้เบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ ส าหรับ เจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติงานดังต่อไปนี้ ให้เบิกจ่ายได้ ดังนี้ (1) เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องสูบน้ าหรือเครื่องผลักดันน้ าให้เบิกจ่ายได้2 คน ต่อ 1 จุด ที่ตั้งเครื่องสูบน้ าหรือเครื่องผลักดันน้ า (2) เจ้าหน้าที่คนขับรถยนต์บรรทุกเครื่องสูบน้ า วัสดุ และครุภัณฑ์ 1 คน ต่อรถยนต์ 1 คัน (3) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ออกปฏิบัติงานไม่เกิน 10 คน ต่อหน่วยต่อครั้ง ( 4 ) ห น ่ว ย ส ุข ศ ึก ษ า แ ล ะ ป ร ะ ช า ส ัม พัน ธ ์เ ค ลื ่อ น ที่ ออกปฏิบัติงานไม่เกิน 3 คน ต่อหน่วยต่อครั้ง
38 (5) หน่วยปฏิบัติงานด้านควบคุมปูองกันโรค ออกปฏิบัติงานครั้งละ ไม่เกิน 3 คน (6) ค่าตอบแทนส าหรับบุคคลภายนอกให้เบิกจ่ายตามอัตราค่าจ้าง แรงงานขั้นต่ าตามประกาศของกระทรวงแรงงาน 5.6.6 ค่าอาหารจัดเลี้ยงเจ้าหน้าที่ของทางราชการและผู้มาให้ความช่วยเหลือ วันละไม่เกิน 3 มื้อ มื้อละไม่เกิน 50 บาทต่อคน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของทางราชการและผู้มาให้ความ ช่วยเหลือ ต้องไม่ได้รับเงินอื่นใดจากทางราชการอีก 5.6.7 ค่าใช้จ่ายในการรับ - ส่ง และติดต่อสื่อสาร เท่าที่จ่ายจริง 5.6.8 ค่าวัสดุส านักงานซึ่งเกี่ยวเนื่องในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค่าวัสดุ ในการจัดหีบห่อ ค่าจ้างเหมาบริการอื่น ๆ ที่จ าเป็น เช่น เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นต้น ให้เบิกได้ตามระเบียบของทางราชการ 5.7 กรณีมีความจ าเป็น หากรายการใดมิได้ก าหนดให้จ่ายเป็นเงิน ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้มีอ านาจอนุมัติให้การช่วยเหลือพิจารณาให้จ่ายเป็นเงินก็ได้ โดยค านึงถึงสภาพและเหตุการณ์ ตามความเหมาะสม 6. การให้ความช่วยเหลือข้างต้น ให้มีการประสานงานกันระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของ รัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และองค์กรการกุศลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือทั่วถึงไม่ ซ้ าซ้อนกัน และการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับเงินงบประมาณรายจ่ายโดยอนุโลม 7. ให้จังหวัดรายงานผลการปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ไปให้กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยและส านักงานคลังจังหวัดทราบทุก ๆ 15 วัน จนกว่าจะด าเนินการ ให้กรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบติดตามผล การปฏิบัติงานของจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย 8. ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมปูองกันและบรรเทาสาธารณภัย มีอ านาจก าหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติ ปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือตามข้อ 5 และเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ 9. กรณีที่มีความจ าเป็นต้องให้ความช่วยเหลือนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ และวิธีด าเนินการ นี้ให้ขออนุมัติต่อกระทรวงการคลัง 10. ให้ส่วนราชการที่มีวงเงินทดรองราชการตามระเบียบนี้ แจ้งข้อมูลและรายละเอียด เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามแบบและเงื่อนไขที่ กระทรวงการคลังก าหนด
39 11. ในระหว่างที่ยังมิได้ก าหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์นี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ที่ออกตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการก าหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยที่ส่วนราชการตามข้อ 8 ก าหนด เพี่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์นี้(คูมือการปฏิบัติงานตามระเบียกระทรวงการ คลัง เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546) 4.1.3 เพื่อให้ประชาชนทราบ เข้าใจขั้นตอนการจ่ายเงินทดรองการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พิบัติกรณีฉุกเฉิน 1. จังหวัดด าเนินการประกาศไห้ห้องที่นั้นเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประลบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 2. เกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนด้านประมงกับหน่วยงานของ กรมประมง ก่อนเกิดภัยพิบัติแล้วเท่านั้น 3. เกษตรกรแจ้งขอรับการช่วยเหลือตามแบบยืนความจ านงขอรับการช่วยเหลือ (แนบ กษ .01)ซึ่งมี ผู้ใหญ่บ้าน/ก านัน/อบต. หรือนายกเทศมนตรีประจ าท้องที่ตรวจลอบรับรอง และยื่นขอรับความช่วยเหลือ กับประมงอ าเภอหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4. ประมงอ าเภอด าเนินการส ารวจ และตรวจสอบความเสียหายของเกษตรกรเป็นรายบุคคลแลตรวจสอบ กับทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ าของกรมประมง 5. ประมงอ าเภอน ารายชื่อเกษตรกรได้รับความเสียหายและผ่านการตรวจสอบและประมวลรวบรวม และค านวณมูลค่าความช่วยเหลือพร้อมลงนามรับรองตามแบบประมวนรวบรวมการช่วยเหลือรายหมู่บ้าน (แบบ กษ 02)น าไปติดประกาศในสถานที่ราชการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ วัน เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบ ข้อมูล หรือด าเนินการ 6. ประมงอ าเภอน ารายชื่อเกษตรกรตามแบบประมวลรวบรามการช่วยเหลือรายหมู่บ้าน (แบบ กษ 02) ป ร ะ ช า ค มห มู่บ้ าน ก รณี มี ผู้ คั ด ค้ านใ ห้ ด า เ นิ น ก า ร ต ร ว จ ส อบ ค ว า ม ถู ก ต้ องให ม่ ทั้งห ม ด 7. น ารายชื่อเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ที่ผ่านการคิดประกาศ หรือประชาคมหมู่บ้านแล้วเสนอ คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอ าเภอ (ก.ช.ก.) เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตาม ระเบียบกระทรวงการคลังๆ โหยใช้เงินทดรองราชการในอ านาจอ าเภอ 8.หากวงเงินในอ านาจของอ าเภอมีไม่เยงพอให้น าเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยใช้เงินทดรองราชการในอ านาจผู้ว่าราชการจังหวัด 20ล้านบาท
40 9. หากวงเงินในอ านาจของจังหวัดมีไม่เพียงพอสามารถขอใช้เงินทดรองราชการในอ านาจของปลัดกระ ทรงเกษตรและสหกรณ์ (50 ล้านบาท) 10. อัตราการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้าน การเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 9 กันยายน 2556 ด้านการประมง ให้ด าเนินการช่วยเหลือเป็นเงินในล าตับแรก หรือเป็นปัจจัยการผลิต ดังนี้ 1. กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล หรือหอยทะเล ไร่ละ 10,150 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร 2. ปลาหรือสัตว์น้ าอื่นนอกจากข้อ 2 ที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าวหรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) ไร่ละ 4,225 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 3. สัตว์น้ าตามข้อ 2 และข้อ 2 ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อเมนต์ หรือที่เลี้ยงในลักษณะอื่นที่คล้ายคลิงกัน ตารางเมตรละ ๓๑๕ บาท รายละไม่เกิน 80 ตารางเมตร ทั้งนี้ หากคิดค านวณพื้นที่เลี้ยงแล้ว ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ าที่ประสบภัยพิบัติรายใดจะได้รับการช่วยเหลือ เป็นเงินต่ ากว่า 315 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 315 บาท 4.2 การประเมินผล เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับ หลักเกณฑ์การให้เงินทดรองราชการเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉิน ของส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ของฝุายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ซึ่งจะท า ให้โครงงานนี้เสร็จสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทางผู้จัดท าได้ท าการสอบถามเจ้าหน้าที่และให้เจ้าหน้าที่ได้ท าการ ตรวจสอบคู่มือ และเล่มงานของผู้จัดท าโดยตรง
41 บทที่ 5 สรุป ปัญหาและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลโครงการ: จากการด าเนินงานโดยการจัดท าคู่มือเงินทดรองราชการเพื่อผู้ประสบภัย พิบัติกรณีฉุกเฉินผ่าน Facebook ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย และสมุดคู่มือเงิน ทดรองราชการเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ผลของการด าเนินโครงงานพบว่าเป็นตามวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับความรูความเช้าใจ ระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉิน สร้างความสะดวก รวดเร็ว แก่พนักงานในการปฏิบัติงาน และเพื่อให้ประชาชนทราบ เข้าใจ ขั้นตอนการจ่ายเงินทดรองการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่ตั้งไว้ ในการท าโครงการครั้งนี้เป็นการจัดท าคู่มือการจ่ายเงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินและได้ท าการ สอบถามความพึงพอใจหลังจากการปฏิบัติงานเสร็จสิ้นโดยได้ผลสรุปตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพื่อให้ การท างานของเจ้าหน้าที่งานไปด้วยความสะดวก สบายและรวดเร็วแก่การท างานมากยิ่งขึ้น และ ประชาชนมีความเช้าใจเกี่ยวกับการจ่ายเงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินเป็นอย่างดี 5.2 ข้อเสนอแนะ : อยากให้ส านักงานปูองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย 1. การท ารายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยราชการเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพราะว่า ประชาชนยังไม่มีความเข้าใจขั้นตอนรายละเอียด วิธีการรับเงิน จึงอยากให้หน่วยงานท าแผนการจ่ายเงิน ให้ประชาชนทราบ 2. ท าแผนผังเกี่ยวกับรายละเอียดการจ่ายเงินทดเชยราชการไว้ที่หน้าส านักงานปูองกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัด -