โสนน้อย เรือนงาม
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นิทานพื้นบ้านของไทยถูกเล่าต่อกัน มาหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน และหนึ่งในนั้น ได้แก่ เรื่อง โสนน้อยเรือนงาม ซึ่งถือเป็นนิทานปรัมปราเก่าแก่เรื่องหนึ่ง ที่เยาวชนรุ่นใหม่ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเนื้อหาที่ สนุกสนานชวนติดตาม จึงถูกหยิบยกเรื่องราวนำ มาสร้าง เป็น บทภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายต่อหลายครั้งเพื่อความ บันเทิงแก่ผู้ชม โสนน้อยเรือนงามเป็นเรื่องของเจ้าหญิงผู้เกิดมาพร้อมกับ เรือนไม้ทรงไทยหลังงามดั่งเป็นผู้มีบุญญาธิการ แต่ถูกโชค ชะตากลั่นแกล้งให้ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนระหกระเหินอยู่ ในป่า แต่สวรรค์ก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปนัก พระอินทร์ผู้ทรง ธรรมจึงลงมาช่วยและมอบยาวิเศษให้สามารถ ชุบชีวิตคนตาย ให้พื้นได้ นี่เอง...ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเผชิญกับโชคชะตา รวมทั้ง เรื่องราวต่างๆ ของเจ้าหญิงแสนสวย ที่ได้ใช้ความดี ความ อดทน และรู้จักการให้อภัย สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ ดังนั้น เราควรอ่านเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วสามารถ อธิบายได้ว่าการกระทำ ของ ตัวละครในแต่ละตัวนั้นได้สอน อะไรให้เราเห็นบ้าง สิ่งใดดีหรือไม่ดีอย่างไร นำ คติธรรมคำ สอน ที่เป็นประโยชน์ไปปฏิบัติเพื่อเป็นคุณธรรมประจำ ใจ แก่ตนเอง คำ นำ ภรินทร์ภรณ์ เกตวิชิตร
สารบัญ เรื่อง ตัวละคร เนื้อเรื่อง ประเด็นปัญหา วิเคราะห์ตัวละคร ข้อคิด บรรณานุกรม หน้า 1 2 14 15 16 17
ตัวละคร ท้าวกาลศึก พระมเหสี ประไพลักษณา พระวิจิตรจินดา ท้าวหัสวิชัย พระมเหสีเกศิณี โสนน้อยเรือนงาม ไพรวัลย์ กุลา ท้าวจตุรพักตร์ พระธิดา เกศสุวรรณ ท้าวศรีวิลาศ พระมเหสี สร้อยทอง 1
นครแก้วนพรัตน์ เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งซึ่งปกครองโดย ท้าวกลศึกและพระมเหสีประไพลักษณา ทั้งสองพระองค์มีพระ โอรสรูปงาม พระนามว่า พระวิจิตรจินดา ครั้นพระวิจิตรจินตา เจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่มได้ขออนุญาตพระบิดาและพระมารดาไป ประพาสป่า พระวิจิตรจินดาชมนกชมไม้ จนกระทั่งเดินมาถึงต้นไทรใหญ่ ต้นหนึ่ง จึงสั่งให้เสนาอำ มาตย์และทหารหยุดพัก ส่วน พระองค์ไปนั่งพักบนแท่นศิลาใต้ต้นไทร ทันใดนั้นพระองค์ ก็ล้มลงและสิ้นพระชนม์ทันที เหล่าทหารต่างตกใจรีบพากันเข้าไปช่วยนวดเฟ้น แต่ก็ไม่ สามารถทำ ให้พระวิจิตรจินดารู้สึกพระองค์ได้ เสนาอำ มาตย์จึง สั่งให้ทหารกลับไปแจ้งข่าวร้ายให้พระราชาและพระมเหสี ทราบ ทั้งสองพระองค์ฟังเรื่องราวด้วยความโศกเศร้าเสียใจ เป็นอย่างมาก ท้าวกาลศึกสั่งให้ขุนนางผู้ใหญ่จัดขบวนไปอัญเชิญพระศพ กลับพระนคร เมื่อมาถึงท้าวกลศึกเห็นพระศพและแปลกใจที่ พระโอรสสิ้นพระชนม์ โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงให้โหรหลวง ทำ นายดวงชะตาของพระโอรส เนื้อเรื่อง 2
เนื้อเรื่อง โหรหลวงกราบทูลว่า เมื่อชาติปางก่อน พระโอรสเคยฆ่า พญานาคตาย พญานาคคิดอาฆาตพยาบาท จึงมาคายพิษไว้ บนแท่นศิลาเพื่อรอเวลาแก้แค้น เมื่อพระโอรสประทับบน แท่นศิลาจึงถูกพิษร้ายของพญานาค ทำ ให้สิ้นพระชนม์ ซึ่งถือ เป็นการชดใช้หนี้กรรมเก่าที่พระองค์ได้กระทำ ไว้ โหรหลวงกราบทูลต่อว่า พระโอรสมีโอกาสฟื้น โดยจากนี้ไป อีกเจ็ดปี จะมีพระธิดาจากต่างเมืองมาช่วยชุบชีวิตกษัตริย์ทั้ง สองจึงให้นำ พระศพของพระโอรสตั้งไว้บนพลับพลาในพระ ราชอุทยานเพื่อรอคอยพระธิดาจากต่างเมืองมาช่วย กล่าวถึงนครโรมวิสัย มีพระราชาปกครองนคร พระนามว่า ท้าว หัสวิชัยและพระมเหสีคู่พระทัย พระนามว่า เกศิณี ต่อมานาง ได้ให้กำ เนิดพระธิดาพร้อมมีเรือนไม้โสนติดมาด้วย ท้าวหัส วิชัยจึงประทานนามให้ว่า โสนน้อยเรือนงาม ต่อมาเมื่อพระธิดาโสนน้อยเจริญวัยได้สิบห้าปีบ้านเมืองเกิด ข้าวยากหมากแพง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ท้าวหัสวิชัยให้ โหรหลวงทำ นาย พบว่า บัดนี้ดวงชะตาพระธิดาเป็นกาลกิณี ต่อบ้านเมือง หากให้อยู่ในพระนครต่อไปราษฎรจะได้รับ ความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส กษัตริย์ทั้งสองตกใจมาก แต่ ไม่มีทางเลือกอื่นใด เพื่อให้พระธิดาโสนน้อย เห็นแก่บ้าน เมืองและราษฎร จึงให้ออกจากพระนครไปก่อน พระธิดาโสนน้อยแต่งเป็นหญิงชาวบ้านพร้อมนำ เครื่องทรง ห่อผ้าออกเดินทางเข้าป่าเพียงลำ พัง กล่าวถึงพระอินทร์บน สรวงสวรรค์ เห็นว่าพระธิดาโสนน้อยกำ ลังตกระกำ ลำ บาก จึง แปลงกายเป็นชีปะขาวลงมาช่วยและมอบยาวิเศษที่สามารถชุบ ชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ ระหว่างทาง พระธิดาโสนน้อยได้พบหญิงชาวป่าคนหนึ่งถูกงู กัดนอนตายอยู่ พระธิดาเกิดความสงสารจึงนำ ยาวิเศษชโลมที่ บาดแผลทำ ให้ หญิงสาวฟื้นขึ้นมา นางขอบใจพระธิดาโสน น้อยที่ช่วยชีวิตตนไว้และขอติดตามเป็นทาสรับใช้และ แนะนำ ตนเองว่าชื่อ กุลา 3
แล้วทั้งสองก็ออกเดินทางจนกระทั่งถึงเมืองแก้วนพรัตน์และ ได้ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระวิจิตรจินดา พระธิดาโสน น้อยจึงขออาสา รักษาพระโอรส ทหารจึงพาหญิงสาวทั้งสอง เข้าเฝ้าพระราชาและพระมเหสี พระธิดาโสนน้อยกราบทูลว่า นางเป็นธิดากษัตริย์แห่งนครโรมวิสัย ชื่อโสนน้อยเรือนงาม และกุลาเป็นสาวใช้ผู้ติดตาม ก่อนเริ่มทำ พิธี พระธิดาโสนน้อยน่าเครื่องทรงมาสวมใส่แล้ว นำ ยาวิเศษไปชโลมตัวพระวิจิตรจินดา เมื่อยาออกฤทธิ์พิษ ของพญานาคก็ลอยเป็นไอออกมา ทำ ให้พระธิดาโสนน้อย รู้สึกร้อนไปทั่วกาย จึงถอดเครื่องทรงและฝากผอบยาไว้กับ กุลาแล้วออกไปอาบน้ำ ฝ่ายกุลาเห็นพระวิจิตรจินตารูปงามก็เกิดหลงรัก จึงคิด แผนการร้ายนำ เครื่องทรงของพระธิดาโสนน้อยมาสวมใส่ และยืนถือผอบยาอยู่ข้างแท่นบรรทม เมื่อพระวิจิตรจินดาฟื้น ขึ้นมา กุลาจึงแอบอ้างว่าเป็นพระธิดาโสนน้อยผู้ชุบชีวิต พระองค์ให้ฟื้น เมื่อพระธิดาโสนน้อยชำ ระร่างกายเสร็จแล้วกลับเข้าไปเห็น กุลาแต่งเครื่องทรง จึงถามกุลาว่าทำ ไมเอาเสื้อผ้าของนางมาใส่ กุลากลัวพระวิจิตรจินดาจะรู้ความจริง จึงด่าว่าพระธิดาโสนน้อย และบอกให้พระวิจิตรจินดาทราบว่านางเป็นเพียงทาสรับใช้ ชื่อกุลา พระธิดาโสนน้อยรู้ว่าเสียทีกุลาแล้วจำ ต้องนิ่งเงียบไว้ เนื้อเรื่อง 4
ท้าวกลศึกและพระนางประไพลักษณาดีใจที่พระโอรสฟื้น แต่ ก็ต้องแปลกใจเมื่อทราบว่าผู้ที่ พระธิดาโสนน้อยบอกว่าเป็น ทาสรับใช้กลายเป็นเจ้าหญิงผู้มียาวิเศษ ท้าวกลศึกถามโสน น้อยตัวปลอมว่าต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน นางจึงขอให้ จัดงานแต่งงานระหว่างนางกับพระโอรส ท้าวกลศึกสงสัยในชาติกำ เนิดของกุลาจึงบ่ายเบี่ยงให้รอฤกษ์ มงคลเสียก่อน และให้นางกำ นัลจัดเตรียมตำ หนักให้หญิง สาวทั้งสอง กุลาสั่งให้พระธิดาโสนน้อยพักที่ใต้ถุนตำ หนัก และห้ามไม่ให้พูดคุยกับใคร วันหนึ่ง พระนางประไพลักษณาให้โสนน้อยตัวปลอมทำ บายศรีมาถวาย กุลาพยายามทำ บายศรีแต่นางทำ ไม่เป็นจึง โยนทิ้ง พระธิดาโสนน้อยเห็นจึงเก็บใบตองและดอกไม้มา ทำ เป็นบายศรีเจ็ดชั้น กุลาออกมาเห็นจึงแย่งบายศรีนำ ไป ถวายพระมเหสี ฝ่ายพระวิจิตรจินดาไม่ต้องการแต่งงานกับโสนน้อยตัวปลอม จึงขออนุญาตพระบิดาและพระมารดาประพาสทางทะเล พระนางประไพลักษณาจึงสั่งให้โสนน้อยตัวปลอมนําผ้าแพร ไปย้อมสีเพื่อผูกหัวเรือพระที่นั่ง กุลาไม่เคยย้อมผ้า จึงโยนผ้าแพรและสีย้อมผ้าทิ้ง พระธิดา โสนน้อยเห็นจึงนำ ผ้าทั้งหมดไปย้อมสีอย่างสวยงาม กุลาเห็น ผ้าแพรย้อมสีตากไว้จึงรีบเก็บผ้าแพรไปถวายพระนางประ ไพลักษณา เมื่อถึงวันเดินทางปรากฏว่าถอนสมอเรือไม่ขึ้นต้นหนเรือแจ้ง ว่า ผู้มีบุญต้องการจะได้ของฝากพระวิจิตรจินดาให้เหล่าเสนา อำ มาตย์ไปสอบถามว่าใครต้องการฝากซื้อสิ่งใดบ้าง นาง กำ นัลทั้งหลายต่างฝากซื้อของรวมถึงโสนน้อยตัวปลอมที่ฝาก ซื้อเครื่องประดับมากมายล้วนแต่มิได้มีค่ามีราคาใดๆ แต่ก็ยัง ไม่สามารถถอนสมอเรือได้ เนื้อเรื่อง 5
เสนาทหารบอกว่าเหลือนางทาสกุลา จึงไปถามนางว่าต้องการ สิ่งใดเป็นของฝาก แล้วกลับมารายงานว่านางอยากได้เรือน งาม ทันใดนั้น สมอเรือก็ถูกถอนขึ้นอย่างง่ายดาย ระหว่างทางเกิดพายุพัดเรือของพระวิจิตรจินดาเข้าไปในอ่าว เมืองโรมวิสัย พระวิจิตรจินดาเข้าเฝ้าท้าวหัสวิชัยและพระนาง เกศิณีเพื่อขอเที่ยวชมเมืองพระวิจิตรจินดาให้เหล่าเสนาทหาร ช่วยกันหาซื้อของฝาก เมื่อได้ครบแล้วพระวิจิตรจินดาจึงทูลลา กษัตริย์ทั้งสองกลับพระนคร เมื่อได้เวลาออกเรือ สมอเรือกลับถอนไม่ขึ้น หนึ่งในเสนา ทหารรายงานว่ายังเหลือเรือนงามของนางทาสกุลาที่หาซื้อไม่ ได้ ซึ่งชาวเมืองต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเรือนงามนั้นเป็น ของพระธิดาโสนน้อยเรือนงาม ซึ่งมีอยู่ในวังเท่านั้น พระวิจิตรจินดากลับมาเข้าเฝ้าท้าวหัสวิชัยและพระมเหสีอีกครั้ง เพื่อทูลขอซื้อเรือนงาม ท้าวหัสวิชัยสอบถามรูปร่างหน้าตาของ นางทาสกุลา ก็คล้ายกับพระธิดาโสนน้อยจึงยินยอมมอบเรือน งามให้ เมื่อได้เรือนงามแล้วเรือก็เคลื่อนออกจากท่าทันที เนื้อเรื่อง 6
ครั้นพระวิจิตรจินดากลับถึงพระนครจึงนำ เรือนงามไปให้พระ ธิดาโสนน้อย พระวิจิตรจินดาสังเกตกิริยาท่าทีของนางทาสก็ มั่นใจว่านางนั้นไม่ใช่คนธรรมดาสามัญแน่นอน และจะ ต้องหาทางพิสูจน์เรื่องทั้งหมดให้ได้ พระธิดาโสนน้อยดีใจที่ได้เรือนงามคู่บุญมาอยู่ด้วย ครั้นถึง เวลาค่ำ จึงเข้าไปในเรือนงามภายในถูกตบแต่งอย่างสวยงาม มีข้าวของเครื่องใช้อย่างครบถ้วน พร้อมเหล่านางกำ นัลคอย ปรนนิบัติรับใช้ มีวงดนตรีบรรเลงเพลงขับกล่อมสร้างความ เพลิดเพลินให้แก่เจ้าของเรือนงามยิ่งนัก ในคืนนี้เอง พระวิจิตรจินดาไปหานางทาสกุลาตัวปลอมที่ ใต้ถุนตำ หนัก พบเพียงเรือนงามและมีเสียงดนตรีดังออกมา จึงตั้งจิตอธิษฐานหากพระองค์เป็นเนื้อคู่กับเจ้าของเรือนหลังนี้ ขอให้เข้าไปในเรือนงามได้ ทันใดนั้น พระวิจิตรจินดาก็ เข้าไปในเรือนงามเห็นพระธิดาโสนน้อย ทั้งสองต่างบอก ความรู้สึกในใจของกันและกัน แล้วประทับอยู่ด้วยกันจนรุ่ง เช้า วันรุ่งขึ้น กุลาเข้าไปในห้องพระธิดาโสนน้อย เห็นเรือนงาม วางอยู่จึงเข้าไปทำ ลาย แต่ก็ไม่สามารถทำ อะไรได้ จึงตะโกน ด่าว่าพระธิดาโสนน้อย พระวิจิตรจินดาตื่นจากบรรทมแล้ว ชวนพระธิดาโสนน้อยออกมาจากเรือนงาม เนื้อเรื่อง 7
พระวิจิตรจินดาเห็นกิริยาของกุลาแล้วเชื่อว่านางมิใช่ผู้มีบุญที่ ช่วยพระองค์ จึงให้ทหารจับตัวนาง เพื่อไปสอบสวนเรื่องราว ความจริงทั้งหมด เมื่อพระวิจิตรจินดารู้ความจริงทุกอย่างแล้ว ได้สั่งให้นำ กุลาไป ประหารชีวิต พระธิดาโสนน้อยสงสารกุลา จึงขอชีวิตนางและ รับกลับมาเป็นนางทาสอย่างเดิม กุลาแสร้งทำ เป็นสำ นึกบุญ คุณแต่ในใจกลับมีแต่ความอิจฉาริษยาและอาฆาตแค้นพระ ธิดาโสนน้อยอยู่ตลอดเวลา ท้าวกลศึกและพระมเหสีจัดพิธีอภิเษกสมรสให้กับพระโอรส และพระธิดาโสนน้อย ชาวเมืองทุกคนต่างร่วมแสดงความยินดี กับทั้งสอง ยกเว้นกุลาที่ยังคอยหาโอกาสแก้แค้นพระธิดา โสนน้อย อยู่ร่ำ ไป หลายเดือนผ่านไป พระวิจิตรจินดาพาพระธิดาโสนน้อยกลับ ไปเยี่ยมพระบิดาและพระมารดาที่นครโรมวิสัยโดยทางเรือ ระหว่างทางเกิดพายุพัดอย่างแรงทำ ให้เรือล่ม พระวิจิตรจินดา และพระธิดาโสนน้อยถูกกระแสน้ำ พัดไปคนละทิศละทาง พระธิดาโสนน้อยถูกพัดขึ้นฝั่งเขตชายแดนเมืองยักษ์ที่มีท้าว จตุรพักตร์และพระมเหสีสร้อยทองปกครอง นางออกตามหา พระสวามีจนมาเจอกับเงาะหญิงที่กำ ลังร่ำ ไห้คร่ำ ครวญกับศพ ของเงาะชายผู้เป็นสามี จึงเข้าไปช่วยชุบชีวิตเงาะชายให้พื้น เงาะทั้งสองดีใจมากขอเป็นทาสรับใช้และช่วยตามหาพระ วิจิตรจินดา วันหนึ่ง ท้าวจตุรพักตร์ออกมาหาอาหารจนได้เจอพระธิดาโสน น้อยและเงาะทั้งสอง จึงจับทั้งสามไปขังไว้ ท้าวจตุรพักตร์เห็น ความงามของพระธิดาโสนน้อยก็เกิดหลงรัก จึงจับนางไปขังไว้ ในปราสาท เนื้อเรื่อง 8
ขณะที่ท้าวจตุรพักตร์พูดจาหว่านล้อมให้พระธิดาโสนน้อย ยอมเป็นพระชายา และหมายจะแตะเนื้อต้องตัวพระธิดา แต่ ด้วยอำ นาจจิตที่ นางมีใจชื่อตรงต่อพระวิจิตรจินดา ทำ ให้ท้าว จตุรพักตร์รู้สึกร้อนเหมือนไฟแผดเผาทั่วร่างกาย กษัตริย์ ยักษ์โกรธมากที่ทำ อะไรไม่ได้ จึงสั่งทหารให้น่าพระธิดาโสน น้อยไปขังไว้บนหอคอย กล่าวถึงพระวิจิตรจินตา ซึ่งถูกพัดไปยังเกาะแห่งหนึ่ง ขณะที่ ออกตามหาพระธิดาโสนน้อยได้เจอกับพระฤาษี พระฤๅษี ทราบเรื่องทั้งหมดด้วยญาณวิเศษ จึงบอกให้พระวิจิตรจินดา รีบไปช่วยพระธิดาโสนน้อยซึ่งกำ ลังตกอยู่ในอันตรายที่เมือง จตุรพักตร์แล้วพระฤๅษีก็ช่วยชี้ทางไปเมืองยักษ์ พระวิจิตรจินดาเดินทางมาถึงเมืองจตุรพักตร์เกิดการต่อสู้กับ เหล่าทหารยักษ์ ซึ่งสู้พระวิจิตรจินดาไม่ได้ ล้มตายเป็นจำ นวน มาก หนึ่งในทหารยักษ์หนีรอดเข้าไปรายงานท้าวจตุรพักตร์ กษัตริย์ยักษ์โกรธมากจึงออกไปต่อสู้กับพระวิจิตรจินดา แต่ พลาดท่าเสียทีถูกพระวิจิตรจินดาใช้พระขรรค์แทงตาย หลังจากนั้น พระวิจิตรจินดาเข้าไปช่วยพระธิดาโสนน้อยและ เงาะทั้งสอง ก่อนออกเดินทาง พระธิดาโสนน้อยได้ใช้ยา วิเศษช่วยชุบชีวิตของท้าวจตุรพักตร์ให้ฟื้นขึ้นมา พระวิจิตร จินดาและพระธิดาโสนน้อยก็ออกเดินทางไปยังนครโรมวิสัย ส่วนเงาะทั้งสองได้ขอแยกทางกลับเข้าไปอยู่ในป่าตามเดิม เนื้อเรื่อง 9
พระวิจิตรจินดาพาพระธิดาโสนน้อยมาถึงเมืองโรมวิสัยและ พักผ่อนได้ระยะหนึ่ง ทั้งสองก็ทูลลากลับนครแก้วนพรัตน์ พระวิจิตรจินดาและพระธิดาโสนน้อยครองรักกันอย่างมีความ สุข จนกระทั่งวันหนึ่ง กุลาได้คิดแผนให้พระวิจิตรจินดาเข้าใจ พระธิดาโสนน้อยผิด จึงจับงูพิษมาใส่กล่องไม้จันทน์หอมแล้ว นำ มาให้พระธิดา โสนน้อยพร้อมบอกว่าในกล่องนี้มีของ วิเศษ ให้นำ ถวายพระวิจิตรจินดา พระธิดาโสนน้อยหลงเชื่อกุลา เมื่อถึงเวลาเข้าบรรทม จึงมอบ กล่องไม้จันทน์หอมให้พระสวามี เมื่อพระวิจิตรจินดาเปิดกล่อง เห็นเป็นงูพิษคิดว่า นางต้องการฆ่าตน จึงเนรเทศพระธิดา โสนน้อยและกุลาให้ออกจากพระนคร แม้ว่านางจะอธิบาย ความจริงให้ฟัง พระองค์ก็ไม่เชื่อ พระธิดาโสนน้อยจำ ต้องออกจากพระนครพร้อมลูกในครรภ์ โดยมีกุลาติดตามไปด้วย ทั้งสองเดินทางมาจนพบพระฤาษีปู่ เจ้า จึงขอนั่งพักเหนื่อย ระหว่างนั้น กุลาเดินไปเจอบ่อน้ำ สอง บ่อซึ่งมีสีเหลืองและดำ นางสงสัยจึงเอานิ้วมือจุ่มลงในบ่อน้ำ สี เหลือง ปรากฏว่า นิ้วของนางกลายเป็นสีทอง จากนั้นจึงเอานิ้ว จุ่มในบ่อน้ำ สีดำ ทันใดนั้น นิ้ว ของนางก็ร้อนและเป็นแผล นางจึงรีบเอานิ้วไปจุ่มในบ่อสีเหลือง นิ้วของนางก็กลับมาเป็น ปกติเหมือนเดิม ขณะนั้นความคิดชั่วร้ายก็เกิดขึ้น กุลาจึงไปเรียกพระธิดาโสน น้อยให้มาดูบ่อน้ำ วิเศษ เมื่อมาถึงกุลาได้กระโดดลงไปใน บ่อน้ำ สีเหลืองและกลับขึ้นมาด้วยหน้าตาที่สวยงาม รูปร่าง อรชรอ้อนแอ้น จากนั้นกุลาเดินไปใกล้ๆ พระธิดาโสนน้อยที่ ยืนอยู่ปากบ่อน้ำ สีดำ เมื่อนางเผลอกุลาจึงผลักตกลงในบ่อน้ำ สีดำ พระธิดาโสนน้อยกลายเป็นหญิง หน้าตาอัปลักษณ์ มี แผลเต็มตัว เช้าวันต่อมา ทั้งสองกราบลาพระฤาษีปู่เจ้า แล้วออกเดินทางมา จนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตชายแดนเมืองโรมวิสัย ทั้งสอง ได้พักอาศัยกับตายายคู่หนึ่ง พระธิดาโสนน้อยช่วยตายาย ทำ งานบ้านทุกอย่าง ผิดกับกุลาที่ไม่ช่วยทำ อะไรเลย ได้แต่ เที่ยวเล่นไปวันๆ เพื่ออวดความงามของตน เนื้อเรื่อง 10
วันหนึ่ง กุลาได้เจอกับลูกเศรษฐีรูปหล่อประจำ หมู่บ้านชื่อวิไล ทั้งสองต่างถูกใจกัน วิไลจึงชวนให้กุลาไปอยู่ด้วย กุลานึกถึง แก้วแหวนเงินทองและความสุขสบายจึงยอมตกลงและพาพระ ธิดาโสนน้อยมาอยู่ด้วยในฐานะทาสรับใช้ หลายเดือนผ่านไปครรภ์ของพระธิดาโสนน้อยใหญ่ขึ้น กุลา จึงคิดกำ จัดลูกของนาง เมื่อครบกำ หนดคลอด พระธิดาโสน น้อยให้กำ เนิดบุตรชายและสลบไปด้วยความอ่อนเพลีย หมอ ตำ แยน่าผ้ามาห่อพระกุมารแล้วส่งให้บ่าวรับใช้ใส่ตะกร้าน้ำ พระกุมารไปโยนทิ้งลงแม่น้ำ กล่าวถึงพระกุมาร ด้วยความเป็นผู้มีบุญญาธิการเกิด ปาฏิหาริย์ ตะกร้าไม่จมน้ำ แต่ลอยไปถึงเกาะแห่งหนึ่ง และ ได้รับการช่วยเหลือจากพระฤๅษี ซึ่งเคยช่วยพระวิจิตรจินดามา แล้ว พระฤๅษีจึงนำ พระกุมารไปเลี้ยงและตั้งชื่อว่า ไพรวัลย์ พระฤๅษีเลี้ยงดูไพรวัลย์จนเติบใหญ่พร้อมสอนวิชาการ ป้องกันตัวให้กับไพรวัลย์ ฝ่ายพระวิจิตรจินดาคิดถึงพระธิดาโสนน้อย จึงออกตามหานาง พร้อมด้วยทหารจำ นวนหนึ่งจนมาถึงเมืองร้าง ขณะพระวิจิตร จินดาเดินสำ รวจตัวเมืองได้เจอกับหญิงสาวคนหนึ่ง จึงเข้าไป ถาม นางจนได้ความว่า เมืองนี้ชื่อว่าเมืองอลังการ มีท้าวศรี วิลาศเป็นกษัตริย์ปกครองเมือง และมีพระธิดาชื่อเกศสุวรรณ เนื้อเรื่อง 11
พระธิดาเกศสุวรรณเล่าให้พระวิจิตรจินดาฟังว่า บ้านเมืองร้าง ผู้คนเช่นนี้เพราะมียักษ์สองหัวออกมาอาละวาดและจับผู้คนกิน เป็นอาหาร ชาวบ้านบางคนก็อพยพไปอยู่เมืองอื่น เหลือชาว เมืองเพียงไม่กี่คน พระวิจิตรจินดาจึงอาสาปราบยักษ์ร้ายสอง หัว พระธิดาเกศสุวรรณพาพระวิจิตรจินดาไปพบเจ้ายักษ์สองหัว ทั้งสองต่อสู้กันจนเจ้ายักษ์พลาดท่าถูกพระขรรค์แทงตายพระ ธิดาเกศสุวรรณพาพระวิจิตรจินดาเข้าพบท้าวศรีวิลาศ พระองค์ ดีใจที่มีผู้เก่งกล้ามาปราบเจ้ายักษ์ร้าย จึงยกพระธิดาให้พระ วิจิตรจินดาประทับที่เมืองอลังการเพียงไม่นานด้วยความเป็น ห่วงพระธิดาโสนน้อย จึงทูลลาขอไปตามหานาง พระวิจิตรจินดารอนแรมตามหาพระธิดาโสนน้อยด้วยความมุ่ง มั่น จนกระทั่งวันหนึ่งพระองค์ได้เจอกับไพรวัลย์ที่กำ ลังล่า กวางป่า จึงถามไพรวัลย์ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ไพรวัลย์จึง บอกว่าตนเองอาศัยอยู่กับพระฤๅษี พระวิจิตรจินดาแปลกใจ และหลุดพูดออกมาว่า พระฤๅษีมีลูกได้อย่างไร คำ พูดของพระ วิจิตรจินดาสร้างความไม่พอใจให้กับไพรวัลย์ เพราะคิดว่าพระ วิจิตรจินดาพูดจาลบหลู่พระฤๅษี ไพรวัลย์จึงแผลงศรไปยังพระวิจิตรจินดา แต่ศรกลายเป็น ดอกไม้ร่วงหล่นลงตรงหน้าพระวิจิตรจินดา ไพรวัลย์ลอง แผลงศรอีกครั้ง ปรากฏ ว่าศรเปลี่ยนทิศเหินขึ้นฟ้าเกิดเสียง ฟ้าครามดังสนั่นหวั่นไหว พระฤๅษีจึงรีบออกมาห้ามและบอก ไพรวัลย์ว่าชายผู้นี้เป็นพ่อของไพรวัลย์ ชื่อว่า พระวิจิตรจินดา เนื้อเรื่อง 12
พระวิจิตรจินดากราบขอบพระคุณพระฤๅษีที่ได้ช่วยชีวิตไพร วัลย์และเลี้ยงดูเป็นอย่างดี พระวิจิตรจินดาเล่าเรื่องที่พระองค์ เข้าใจพระธิดาโสนน้อยผิดให้พระฤๅษีฟัง พระฤๅษีจึงบอกกับ พระวิจิตรจินดาว่าพระธิดาโสนน้อยยังมีชีวิตอยู่แล้วทั้งสองพ่อ ลูกจึงกราบลาพระฤๅษีเพื่อออกตามหาพระธิดาโสนน้อย พระวิจิตรจินดา ไพรวัลย์ และทหารเดินทางจนเข้าเขตเมือง โรมวิสัย พระวิจิตรจินดาสั่งให้ทหารไปสืบหาพระธิดาโสน น้อย แต่กลับเจอพระธิดาโสนน้อยที่แสนอัปลักษณ์และกุลา แสนสวย จึงกลับมารายงานพระวิจิตรจินดา หนึ่งในทหารจำ ได้ว่าหญิงอัปลักษณ์ก็คือพระธิดาโสนน้อย พระวิจิตรจินดาจึง ให้นำ หญิงอัปลักษณ์เข้าเฝ้านางเล่าเรื่องราวในอดีตตั้งแต่ เคยช่วยชีวิตพระองค์จนถึงเรื่องที่พระวิจิตรจินดาเข้าใจผิด เรื่องงูพิษได้อย่างถูกต้อง พระวิจิตรจินดาจึงเชื่อและดีใจที่ได้พบพระธิดาโสนน้อยอีก จึง บอกกับไพรวัลย์ให้เข้ามากราบแม่ แล้วพระวิจิตรจินดาพา พระโอรสและพระธิดาโสนน้อยกลับเข้าเมืองโรมวิสัย พร้อม สั่งให้นำ กุลามารับโทษประหารชีวิตด้วยข้อหากลั่นแกล้งพระ ธิดาโสนน้อยให้ได้รับความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังคิดฆ่าพระโอรสไพรวัลย์ เมื่อเรื่องราวทุกอย่างผ่านไปเรียบร้อยแล้ว พระวิจิตรจินดาพา พระธิดาโสนน้อยไปหาพระฤาษีปู่เจ้าเพื่อให้ท่านช่วยพระ ฤๅษีได้ให้พระธิดาโสนน้อยลงไปชุบตัวในบ่อน้ำ สีเหลือง นางก็กลับมางดงามเหมือนเดิม แล้วทั้งสองก็เดินทางกลับนคร โรมวิสัย รับไพรวัลย์เดินทางไปยังนครแก้วนพรัตน์และอยู่ ด้วยกันอย่างมีความสุข เนื้อเรื่อง 13
ประเด็นปัญหา ในเนื้อเรื่อง โสนน้อยเรือนงาม มีประเด็น ปัญหาที่คล้ายกับสังคมปัจจุบัน คือ การด้อยค่า การบูลลี่ การอิจฉาคนอื่น ความ อิจฉาสามารถเกิดมาจากความรู้สึกว่าตัวเองยังดี ไม่พอและการไม่นับถือตัวเอง ซึ่งอาจปะปน ไปกับความรู้สึกนึกคิดอีกหลายอย่างในอดีต อันไกลกระทั่งจำ ไม่ได้แล้วว่ารากคืออะไร กุลาเป็นภาพแทนของคนในห้วงอิจฉา ที่ไม่มี ความสุขเมื่อคนอื่นมีสิ่งที่ตัวเองอยากได้ (แต่ ไม่ได้หรือได้น้อยกว่า) เขามักเปรียบเทียบ ให้ตัวเองรู้สึกขาดและต้องดิ้นรนเติมรูโหว่ใน ใจที่เต็มยาก 14
ในเนื้อเรื่อง โสนน้อยเรือนงาม มีประเด็น ปัญหาที่คล้ายกับสังคมปัจจุบัน คือ การด้อย ค่า การบูลลี่ การอิจฉาคนอื่น ความอิจฉา สามารถเกิดมาจากความรู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่ พอและการไม่นับถือตัวเอง ซึ่งอาจปะปนไป กับความรู้สึกนึกคิดอีกหลายอย่างในอดีตอัน ไกลกระทั่งจำ ไม่ได้แล้วว่ารากคืออะไร กุลาเป็นภาพแทนของคนในห้วงอิจฉา ที่ ไม่มีความสุขเมื่อคนอื่นมีสิ่งที่ตัวเองอยากได้ (แต่ไม่ได้หรือได้น้อยกว่า) เขามักเปรียบ เทียบให้ตัวเองรู้สึกขาดและต้องดิ้นรนเติมรู โหว่ในใจที่เต็มยาก วิเคราะห์ตัวละคร 15
ข้อคิด คนดีตกน้ำ ไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ไม่ควรมุ่งหวังในสิ่งที่เกินตัว การทำ ความดีย่อมส่งผลให้เราได้รับแต่ความ สุขกาย สุขใจ บุคคลใดที่ประพฤติตัวไม่ดี ย่อมเป็นที่รังเกียจ ของบุคคลอื่น 16
บรรณานุกรม 17