Soft Power: Political Value
ดร.อภริ ชั ศกั ดิ์ รชั นีวงศ์
soft power๑ เป็นทฤษฎีซึ่งก่อเกิดในสาขารัฐศาสตร์ นำเสนอโดยศาสตราจารย์ Joseph
S. Nye, Jr. แห่ง Harvard University อาจารย์ Nye ต้องการให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาพุ่งเป้าการสร้าง
เครือข่ายยคุ หลังสงครามเย็น จึงเอ่ยถึงการใช้อำนาจแบบใหม่สำหรบั โน้มนา้ วกลุ่มเป้าหมายผ่านกลไก
ผสมผสาน เช่น ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ ภาพลักษณ์ทางการเมืองและเสน่ห์วัฒนธรรม Nye
เชื่อว่า มันจะทำให้ทุกฝ่ายเปิดรับปฏิสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาในระดับที่ลึกขึ้น อำนาจแบบนี้เรียกว่า
“soft power” ต่างจากอำนาจทางทหาร หรือ การขู่เข็ญบังคับแม้แฝงเจตนาเดียวกัน แบบหนึ่ง
แค่ดูอ่อนโยน อีกแบบแข็งกร้าว เมื่อเกาหลีใต้อ้างว่า การส่งออกความบันเทิงเป็น soft power ความ
เข้าใจผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนไป หลายคนมอง soft power ประหนึ่งการสร้างความนิยมเพื่อผลทางการค้า
มุมมองนี้ไม่ผิด แต่ก็ไม่ครบถ้วน จริง ๆ แล้ว soft power คืออำนาจที่ต้องอาศัยกระบวนการจัดการ
และตอบสนองตอ่ ภาคการเมอื ง หากพจิ ารณาองค์ประกอบตลอดกระบวนการ จะเห็นวา่ soft power
เป็นมากกว่าการส่งเสรมิ เศรษฐกจิ ผ่านความบันเทิง
ทีม่ า http://www.ias.chula.ac.th/article/4a-2r
๒
อำนาจ๓ หมายถึง ความสามารถในการทำให้ผู้อื่นทำสิ่งที่ตัวเขาไม่ได้อยากทำ โดยอำนาจ
แบ่งเป็น อำนาจแข็ง (Hard Power) และอำนาจอ่อน (Soft Power) อำนาจทั้ง 2 แบบนี้
หากนำมาใช้อย่างเหมาะสม ก็จะเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศให้เข้มแขง็ จนมีอทิ ธพิ ลเหนอื
ประเทศ หรือสงั คมได้ตามท่เี จา้ ของอำนาจตอ้ งการ
อำนาจแข็ง (Hard Power) เกิดจากการมีทรัพยากรเชิงกายภาพที่จำเป็นต่อการสร้าง
อำนาจนั้นจำนวนมากพอ เช่น การมีกองทัพ มีอาวุธยุทโธปกรณ์ มีกำลังคน หรือมีตำแหน่งทาง
ภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ แล้วนำเอาข้อได้เปรียบนี้มาเป็นเงื่อนไขในการบังคับให้ประเทศ หรือสังคม
ท่ีตกเป็นเปา้ หมายของการใช้อำนาจ ทำตามความตอ้ งการของผูม้ ีอำนาจแขง็ เหนือกวา่
อำนาจอ่อน (Soft Power) คือการทำให้ประเทศหรือสังคมปฏิบัติตามความต้องการของ
ผู้ใช้อำนาจอ่อน ผ่านกลไกสำคัญ 2 ประเภท คือ (1) การสร้างอำนาจเพื่อกำหนดกติกาให้เป็นไปตาม
ความต้องการของเจ้าของอำนาจอ่อน หรือ (2) การใช้อำนาจเพื่อจัดการความคิดของกลุ่มเป้าหมาย
ใหเ้ ป็นไปตามทตี่ ้องการ
หากมองผ่านประเด็นอำนาจผ่านแว่นของนักเศรษฐศาสตร์ อำนาจแข็งที่ขึ้นอยู่กับปริมาณ
และคุณภาพของทรัพยากรทางกายภาพนั้น มีต้นทุนในการสร้างอำนาจสูง และอำนาจลักษณะนี้
สามารถเสื่อมค่าได้หากทรัพยากรเหล่านั้นไม่ได้มีคุณค่าในทางเศรษฐศาสตร์อีกต่อไป ยกตัวอย่าง
ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกนำ้ มันรายใหญ่ สามารถใชน้ ้ำมันเป็นเครื่องมอื ในการกดดันประเทศอนื่ แต่หาก
ประเทศที่โดนกดดันหันไปใช้พลังงานทางเลือกแทน ไม่ต้องพึ่งน้ำมันอีกต่อไป อำนาจแข็งผ่านการใช้
น้ำมันเป็นเครื่องมือจะหมดค่าไปทันที การสร้างกองทัพให้ใหญ่โตเกินความจำเป็นในการป้องกัน
ประเทศ เพื่อให้อำนาจทางการทหารไปกดดันประเทศอื่นยอมหันซ้ายหันขวาตาม อาจเป็นการ
จดุ ชนวนให้เกดิ การแขง่ ขนั กนั สะสมอาวธุ ของประเทศมหาอำนาจทีใ่ ชอ้ ำนาจทางการทหารเหมอื นกนั
การลงทุนมากกว่าที่ควรนี้ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เพราะทรัพยากรที่ควรนำไปใช้ในการ
ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ ถูกแหล่งให้กลายเป็นอาวุธสงความที่ไม่ได้ใช้เพื่อการป้องกัน
ประเทศ ดว้ ย “ความแพง” และ “ความไมย่ งั่ ยืน” ของอำนาจแขง็ หลายประเทศ จึงให้ความสำคญั กับ
การใช้อำนาจอ่อนเพื่อสร้างตัวตนในเวทีการเมืองและเศรษฐกิจโลกมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนในการ
สร้างต่ำกว่า มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้อยกว่า หัวใจของความสำเร็จในการสร้างอำนาจอ่อน ไม่ใช่
ระดับเทคโนโลยี ไม่ใช่ความร่ำรวย ไม่ใช่จำนวนคน แต่เป็นการใช้ “กึ๋น” ล้วน ๆ โดยเฉพาะการใช้กึน๋
เพื่อจดั การความคิดของผู้อ่ืนใหเ้ ป็นไปตามความตอ้ งการ
เศรษฐศาสตร์จึงมองว่าอำนาจอ่อน คือ ความสามารถในการปรับโครงสร้างแรงจูงใจของ
กลุ่มเป้าหมาย ด้วยการจัดการความคดิ ของผู้อื่นให้เหน็ ถึงประโยชน์ของการเปล่ียนแปลงความคิดของ
ตนไปในทางที่เจ้าของอำนาจอ่อนต้องการ ด้วยความที่อำนาจอ่อนเกิดขึ้นผ่านการจัดการความคิด
ช่องทางที่ช่วยให้อำนาจอ่อนสำแดงพลังได้มากที่สุดจึงเป็นการใช้อำนาจนี้ผ่านเคร่ืองมือเชิงวัฒนธรรม
๓
เช่น การเผยแพร่ความเชื่อ ศิลปะ ศีลธรรม กฎหมาย ประเพณี หรือมิติอื่นของการใช้ชีวิต เพื่อให้
กลุ่มเป้าหมายมองเห็นว่า การรับเอาสิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจะเป็นประโยชน์ก่อให้เกิด
ความสขุ ไดม้ ากกวา่ ท่ีเปน็ อยใู่ นปจั จบุ ัน นีค่ ือความน่ากลัวของอำนาจออ่ น มนั สามารถกำหนดให้เราทำ
ตัวตามที่เจ้าของอำนาจต้องการโดยเราไม่รู้ตัว คิดไปเองว่าเราสมัครใจที่จะเปลี่ยน จึงเกิดแรงต่อต้าน
น้อยกว่าการใช้อำนาจแขง็
ตัวอย่าง การศึกษา soft power ของประเทศจีน แบ่งประเทศออกเป็น A และ B โดย A
ใช้ทรัพยากร เช่น วัฒนธรรม ค่านิยมทางการเมือง ฯลฯ ผ่านช่องทางการทูต 3 แบบ ได้แก่ การทูต
ทั่วไป การทูตเศรษฐกิจและการทูตสาธารณะ พุ่งเป้าไปยังคน 3 ระดับใน B ได้แก่ นักการเมือง
กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมทั้งบุคคลทั่วไป หาก B ยอมขับเคลื่อนอะไรก็ตามที่ตอบสนองต่อ A
ให้ถือว่า soft power ของ A ประสบผลสำเร็จ
การจัดประเภทอำนาจโดย Nye ซึ่งระบุองค์ประกอบของอำนาจทุกรูปแบบ รวมทั้ง soft
power
ตารรางที่ ๑ ประเภทของอำนาจในระเบียบนานาชาติ
ประเภท พฤตกิ รรม เครอื่ งมือพื้นฐาน นโยบายรฐั บาล
อำนาจทางทหาร บงั คับ (Coercion) ภัยคกุ คาม การทตู บีบบังคับ
การป้องปราม บงั คับ (Force) สงคราม
การป้องกัน พนั ธมิตร
อำนาจทางเศรษฐกิจ กำลงั ใจ ธรุ กรรมการเงนิ การชว่ ยเหลอื
บงั คบั (Coercion) การลงทุน ตดิ สนิ บน
ความนา่ ชน่ื ชม ค่านยิ ม วัฒนธรรม การทูตสาธารณะ
Soft Power การสร้าง นโยบาย ทวิภาคแี ละพหภุ าคี
กำหนดการ สถาบัน การทตู
ท่มี า Nye. (2005). Soft Power: The Means to Success in World Politics
soft power ในมมุ ของ Nye คอ่ นขา้ งง่ายกวา่ มมุ ข้างตน้ มนั แค่ประกอบไปด้วยวาระนำทาง
การจัดการอำนาจผ่านนโยบาย/สถาบันที่เกี่ยวข้อง ก่อนจบลงด้วยการทูตทวิภาคีและพหุภาคี
การตีความทั้งโดย Nye และนักวิชาการท่านอื่นบ่งชี้ว่า soft power ต้องประกอบไปด้วยเป้าหมาย
ฝ่ายปฏิบัติการ และการสื่อสารระหว่างประเทศเสมอ เป้าหมายอาจเป็นอะไรก็ได้ขึ้นอยู่กับบริบทของ
๔
ประเทศนั้น ๆ บางครั้งมันเป็นเป้าหมายที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ณ จุดนี้ soft power ไม่ใช่เรื่องของ
การผลิตและส่งออก แต่มันมีองค์ประกอบหลายอย่างให้ขบคิด ทำอย่างไร soft power จึงจะบรรลุ
เป้า ส่วนผสมแบบไหนจะทำให้ soft power อยู่ตัว ผังมโนทัศน์ต่อไปนี้ เรียกว่า “4A 2R” ช่วยขยาย
รายละเอยี ด soft power ให้ตรงกับข้อเท็จจรงิ ของหลายกรณี
ผังมโนทศั น์ soft power แบบ 4A 2R
ทม่ี า Thanayod Lopattananont. (2021). The Role of the Confucius Institutes in
Contemporary Thai Society.
ทม่ี า http://www.ias.chula.ac.th/article/4a-2r
๕
ผังมโนทัศน์ 4A 2R แบ่งกระบวนการทางอำนาจออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งผู้ใช้อำนาจและ
ผู้รบั อำนาจ ในฝง่ั ผู้ใชอ้ ำนาจ องคป์ ระกอบตามหลกั 4A คอื ตวั ขบั เคลื่อน ประกอบไปด้วย
องค์ประกอบ ความหมาย ตวั อย่าง
Agenda วาระของประเทศ มักแบ่งเป็น
Actor วาระลับและวาระสาธารณะ กรณีสหรัฐอเมริกาพบวา่ วาระสาธารณะคือ
Asset การขยายเครอื ขา่ ยโลกาภวิ ัตน์ แตว่ าระลับ
ผเู้ ลน่ ทางอำนาจ ได้แก่ รฐั เอกชน เป็นเรื่องความมัน่ คงทางทหาร พลงั งาน
Action ประชาชน องคก์ รไมแ่ สวงผลกำไร และการเมือง
ฯลฯ
กรณสี หรัฐอเมริกาชอ่ งทางจำนวนมากถกู
ทนุ ทางอำนาจ เชน่ เสน่ห์- นำมาใชเ้ พือ่ ภารกจิ soft power หน่งึ ในน้นั
วัฒนธรรม การศกึ ษา ความ คืออตุ สาหกรรมฮอลลวี ูดซึง่ อาศัยผู้เล่น 3
ชว่ ยเหลอื ฯลฯ ในเวลาเดยี วกนั ฝา่ ย ไดแ้ ก่ นายทุนภาพยนตร์ ผู้ผลติ และ
Asset หมายถึงทนุ ท่ีเปน็ เมด็ เงิน รัฐบาล
ดว้ ย
กรณฮี อลลีวดู บง่ ช้วี ่า ทนุ ของสหรฐั อเมริกา
ปฏิบัตกิ าร หรือ ยทุ ธศาสตร์ คือวฒั นธรรมภาพยนตร์ ซงึ่ มลี กั ษณะเดน่
ที่จะช่วยให้เกิดการใช้อำนาจตาม ตรงท่ีเน้นการผลิตช้ินงานเพือ่ จบั ใจผู้ชม
ความคาดหวงั อัดแนน่ ด้วยคุณภาพความสนุก ซง่ึ เกิดจาก
จินตนาการ ทักษะการเล่าเร่ือง เทคโนโลยี
และงบผลิตขนั้ สงู แตง่ านแทบทกุ ชิ้น
จะเร่งเร้าใหผ้ ชู้ มเห็นพอ้ งกับสหรัฐอเมริกา
ยกยอ่ งสหรัฐอเมริกาและอาจถงึ ข้นั ตอบรับ
กระบวนการอเมรกิ านุวัตร หรอื เปลีย่ น
ทัศนะพฤติกรรมตนเองใหเ้ ป็นอเมริกัน
ปฏบิ ัตกิ ารท้งั หมดต้องเปน็ ไปเพ่อื ประกนั
คณุ ภาพงานและปฏิกริ ยิ าตอบรบั เชิงบวก
จากชาตเิ ป้าหมาย นายทนุ ฮอลลวี ดู
สนบั สนุนเม็ดเงนิ ผู้ผลติ พัฒนาทกั ษะการ
สอื่ สาร เทคนิค และสรา้ งเนอื้ งานใหท้ รงพลัง
รฐั บาลใหค้ ำแนะนำเรื่องเน้ือหาภาพยนตร์
ช่วยเหลือดา้ นอุปกรณ์ประกอบฉาก/
ประกอบการแสดง ผลกั ดนั ให้หน่วยงาน
๖
องค์ประกอบ ความหมาย ตวั อยา่ ง
สหรฐั อเมริกาในตา่ งประเทศค้นคว้าขอ้ มลู
ทางการตลาดและเข้าหาผมู้ ีอำนาจในพืน้ ที่
ทจี่ ะอำนวยการฉายภาพยนตร์ฮอลลวี ดู
ฝั่งผ้รู ับอำนาจ องค์ประกอบจะตา่ งออกไปด้วยหลัก 2R
องค์ประกอบ ความหมาย ตัวอยา่ ง
Reaction
ปฏกิ ริ ยิ าตอบรบั อาจจะอยใู่ นรูป ประเทศไทย การตอบรับภาพยนตร์ฮอลลีวูด
ของการบรโิ ภค การใหค้ วาม เป็นไปด้วยดเี สมอ อตั ราการบริโภคแตล่ ะปี
ร่วมมอื การสรา้ งเครอื ขา่ ย เกินกว่า 80% ขณะทภี่ าพยนตรไ์ ทยกลับ
สนับสนุนผู้ใชอ้ ำนาจ ไม่เป็นท่ีนิยม การตอบรับฮอลลีวูดยงั เห็นได้
จากภาคการฉาย ซงึ่ มักเปิดโรงให้แกง่ าน
Result ผลการตอบรับอำนาจ ไดแ้ ก่ การ ฮอลลวี ูดไม่ต่ำกว่า 75% ของรอบฉาย
เปลย่ี นแปลงในระดับรฐั เอกชน ท้งั หมด รวมทง้ั เครอื ขา่ ยแฟนภาพยนตรแ์ ละ
หรือ ประชาชน กลมุ่ นักวิจารณท์ ี่ร่วมสรา้ งวฒั นธรรมการ
ชมงานจากฮอลลีวดู เปน็ การเฉพาะ
หมายความวา่ ฮอลลวี ดู ไดร้ ับความรว่ มมอื
จากคนไทยในวงกวา้ งอันเปน็ ผลมาจาก
ความพึงพอใจเนอื้ งานร่วมกบั แผนการ
รณรงค์จากตา่ งประเทศ
เม่อื งานฮอลลวี ูดได้รบั การตอบรบั เขม้ ขน้
สงิ่ ทตี่ ามมาคือโลกทศั น์แบบอเมรกิ นั
ซ่งึ ฝงั่ รากลึกในสงั คมไทย คนไทยจึงเชอ่ื ใน
เศรษฐกจิ เสรี เชือ่ ในความชอบธรรมของ
กองทพั สหรฐั อเมริกาและพร้อมคลอ้ ยตาม
สหรฐั อเมรกิ าในการขยับยา่ งแต่ละครั้ง
๗
soft power จึงเป็นเรื่องของการจัดการอำนาจอย่างมียุทธวิธีและอาศัยวาระนำทาง
สูตรความเข้าใจแบบ 4A 2R ชี้ให้เห็นว่า soft power จะประสบความสำเร็จเมื่อพร้อมด้วย (๑) วาระ
ทีจ่ ูงใจ (๒) ความร่วมมอื จากทุกฝา่ ย (๓) ทรัพยากรทางอำนาจท่มี พี ลงั ในการโนม้ นา้ วและเข้าถึงผคู้ น
(๔) การจัดการเพื่อให้มนั่ ใจว่า soft power จะบงั เกิดผลในชาตเิ ปา้ หมายโดยรวมเรอื่ งของความ
พยายามสรา้ งปฏกิ ริ ิยาตอบรับในชาติเป้าหมายใหม้ ากทส่ี ดุ
ท่มี า https://d.dailynews.co.th/foreign/840765/
กรณีของเกาหลีใต้ วาระสาธารณะคือการส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่วาระซ่อนเร้นคือการสร้าง
เครือข่ายวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ทางความมั่นคง อย่างน้อยความสัมพันธ์ภาคประชาชนระหว่าง
เกาหลีใต้กับนานาชาติแข็งแกร่งขึ้น พันธมิตรเพิ่มพูน ศักดิ์ศรีของชาติยกระดับจนทัดเทียมกับคู่แข่ง
อย่างญี่ปุ่น หรือ โลกตะวันตก ทั้งหมดเป็นผลมาจากความรว่ มมือของทุกภาคสว่ น บวกความพยายาม
ของแต่ละฝ่ายในการทำหน้าที่ตนเอง เช่น ทุนพร้อมอัดฉีด รัฐพร้อมอำนวยการผลิตและการส่งออก
นักวิชาชีพพร้อมสร้างสรรค์งานไม่ให้ตกยุค แผนงานเกาหลีใต้ก็มีการปรับแก้ตามสถานการณ์ และ
เปดิ กวา้ งใหผ้ ู้เลน่ ท่ีมีฝมี อื จริง ๆ เขา้ มารว่ มงาน
๘
ทมี่ า https://movi365.com/
ความเข้าใจอันครอบคลุมจะมาได้ด้วยการพิจารณา soft power ตลอดกระบวนการ
ภารกิจ soft power จึงไม่ควรจำกัดแค่การผลิตและส่งออก เพราะกระบวนการของ soft power
มีรายละเอยี ดมากกวา่ การแค่ผลติ และเส่ียงดวง
Dr. Joseph Nye
ทม่ี า https://gjia.georgetown.edu/2020/06/17/dr-joseph-nye-on-do-morals-matter-presidents-and-
foreign-policy-from-fdr-to-trump/
๙
โจเซฟ เนย์ (Joseph Nye) ได้กล่าวว่าแหล่งทรัพยากรสำคัญของ soft power ประกอบ
ไปด้วย 3 ประการดังน้ี๒,๔
1. วัฒนธรรม (culture) ถ้าวัฒนธรรมของประเทศหนึ่งมีความสอดคล้องกับผลประโยชน์
และค่านิยมของประเทศอื่นๆ โอกาสที่วัฒนธรรมดังกล่าวจะกลายเป็น soft power ของประเทศน้ัน
ก็จะมีมากขึ้น ช่องทางที่ทำให้วัฒนธรรมของประเทศหนึ่งเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆ นั้น มีมากมาย
หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการค้า การเยีย่ มเยือน การติดตอ่ ส่อื สารและการแลกเปลี่ยน เคร่ืองมือสำคัญ
ที่เปลี่ยนแปลงจิตใจคนได้อย่างแยบยล โดยถ้าวัฒนธรรมของประเทศหนึ่งตรงกับค่านิยมของประเทศ
อ่ืนๆ ก็จะทำให้เป็นทรี่ ้จู กั และได้รบั ความนิยมชมชอบมากขึ้น
2. ค่านิยมทางการเมือง (political values) เช่นเดียวกับด้านบน ถ้าค่านิยมทางการเมือง
ของประเทศหนึ่งสอดคล้องหรือตรงกับประเทศอื่นๆ ก็จะเกิด Soft Power ขึ้นแน่นอน ถ้าประเทศ
ดังกล่าวมีค่านิยมทางการเมืองที่สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ soft power ของประเทศนั้นจะเพิ่มข้ึน
ในทางกลับกัน ถ้าค่านิยมของประเทศดังกล่าวขัดกับค่านิยมของประเทศอื่นๆ อย่างชัดเจน
soft power ของประเทศนั้นก็จะลดลง เช่น การที่สหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1950 ยังคงมีการ
แบง่ แยกสผี ิว (racial segregation) ทำให้ soft power ของสหรฐั อเมรกิ าในทวีปแอฟริกานัน้ มีนอ้ ย
3. นโยบายต่างประเทศ (foreign policies) ถ้าประเทศหนึ่งมีนโยบายต่างประเทศที่สร้าง
ความเท่าเทียม เคารพในสิทธิมนุษยชน โอกาสที่จะสร้าง Soft Power ก็จะเกิดขึ้นสูงกว่าประเทศที่มี
แต่ความรุนแรง ถ้าประเทศหนึ่งดำเนินนโยบายที่หน้าไหว้หลังหลอก (hypocritical) ก้าวร้าว และไม่
แยแสตอ่ ทา่ ทขี องประเทศอ่นื ๆ โอกาสท่จี ะสร้าง soft power จะมนี อ้ ย ดงั เชน่ กรณขี องสหรัฐอเมริกา
ที่บุกยึดอิรักใน ค.ศ. 2003/๒๕๔๗ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของประเทศอื่นๆ เป็นต้น แต่ถ้าประเทศ
ดังกล่าวมีแนวนโยบายต่างประเทศที่รักสันติภาพและเคารพในสิทธิมนุษยชน โอกาสที่จะสร้าง soft
power ให้เกดิ ขน้ึ จะมมี าก
ในโอกาสนี้ ขอกล่าวถึงทรัพยากรสำคัญของ soft power ตัวที่ ๒ ใน ๓ คือ ค่านิยมทาง
การเมอื ง (political values)
ในวิชาจริยศาสตร์ ค่านิยม (value)๕ แสดงถึงระดับความสำคัญของบางสิ่งหรือการกระทำ
บางอย่าง ที่มีจุดมุ่งหมายเพ่ือตัดสินว่าการกระทำใดดีทีส่ ุด หรือการใช้ชวี ิตอย่างใดดีที่สุด (จริยศาสตร์
เชิงบรรทัดฐาน) หรืออธิบายความสำคัญของการกระทำที่แตกต่างกัน ระบบค่านิยมเป็นความเชื่อ
ที่เป็นข้อห้าม (proscriptive) และในทางที่ควรเป็น (prescriptive) มีผลกระทบต่อพฤติกรรมที่มี
จรยิ ธรรมของบุคคล หรอื เปน็ พ้นื ฐานของกจิ กรรมโดยเจตนาของเขา บอ่ ยคร้งั ค่านิยมหลักเป็นสงิ่ ทเี่ ขม้
และค่านยิ มรองมคี วามเหมาะสมแก่การเปลี่ยนแปลง อาจนยิ ามคา่ นิยมไดว้ ่า เป็นความนิยมกวา้ งขวาง
ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั การกระทำหรอื ผลลพั ธ์ท่ีเหมาะสม ฉะน้นั คา่ นยิ มจงึ สะทอ้ นสำนึกถกู ผิดของบคุ คล หรอื
๑๐
สิ่งที่ "ควรจะ" เป็น กล่าวคือ ตัวแทนของค่านิยม เช่น "ทุกคนมีสิทธิเสมอกัน", "ความเป็นเลิศสมควร
ได้รับการเชิดชู" และ "บุคคลควรปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและศักดิ์ศรี" เป็นต้น ค่านิยมมักมี
อิทธิพลต่อทัศนคติและพฤติกรรม และชนิดเหล่านี้รวมถึงค่านิยมจริยธรรม/ศีลธรรม ค่านิยมลัทธิ/
อุดมการณ์ (ศาสนา, การเมือง) ค่านิยมสังคม และค่านิยมสุนทรียศาสตร์ มีการถกเถียงว่าค่านิยม
ที่ไม่ได้ตัดสินทางจิตใจอย่างชัดเจน เช่น ปรัตถนิยม เป็นค่าในตัว (intrinsic) หรือไม่ และค่านิยม
บางอย่าง เช่น ความอยากได้อยากมี (acquisitiveness) ควรจดั เปน็ ความชัว่ หรอื คุณธรรม
ค่านิยม๖ เป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการคงอยู่ของสังคมมนุษย์ ค่านิยมมีบทบาทต่อ
ความคิดและการแสดงออกทางพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม ทำให้สังคมมีความโน้มเอียงไปในทาง
เดียวกันในสงั คมน้ันๆ อันจะเปน็ แนวทางท่ีมนุษย์จะประพฤติตนไปในแนวทางใดแนวทางหน่ึงที่ตวั เอง
ได้ พจิ ารณาไตรต่ รองแลว้ ว่าเปน็ ส่ิงที่ดีสำหรับตนหรือสังคมยอมรบั นับถอื และปฏบิ ัตติ ามแนวคิดน้ันๆ
อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัย และตามความ
คิดเห็นของมนุษยใ์ นสังคมน้นั
Phenix (1996) ใช้หลักความสนใจและความปรารถนาของบุคคลแบ่งค่านิยมออกเป็น 6
ประเภท๖ คือ
1. ค่านิยมทางสังคม (Social Values) เป็นค่านิยมที่ช่วยให้เกิดความรักความเข้าใจและ
ความตอ้ งการของอารมณข์ องบคุ คล
2. ค่านิยมทางวัตถุ (Material Values) เป็นค่านิยมที่ช่วยให้ชีวิตร่างกายของคนเรา
สามารถดำรงอย่ไู ด้ตอ่ ไป ไดแ้ ก่ ปัจจยั สี่ คืออาหาร ทีอ่ ยู่อาศยั เส้ือผ้า และยารกั ษาโรค
3. ค่านิยมทางความจริง (Truth Values) เป็นค่านิยมเกี่ยวกับความจริงซึ่งเป็นค่านิยมท่ี
สำคัญยิ่งสำหรับผ้ทู ีต่ ้องการความรู้ และนักวทิ ยาศาสตรท์ ต่ี ้องการค้นหากฎของธรรมชาติ
4. ค่านิยมทางจริยธรรม (Moral Values) เปน็ คา่ นยิ มที่ทำใหเ้ กิดความรบั ผิดชอบช่ัวดี
5. ค่านิยมทางสุนทรียะ (Aesthetic Values) เป็นความซาบซึ้งใจในความดีและความงาม
ของสง่ิ ตา่ งๆ
6. คา่ นยิ มทางศาสนา (Religious Values) เป็นคา่ นิยมทเ่ี ก่ียวกับความปรารถนาความ
อดลุ ย์ วเิ ชียรเจริญ (2537) ใชห้ ลกั ความเปลย่ี นแปลงแบง่ ค่านิยมไวเ้ ป็นสองประเภท ไดแ้ ก่
ประเภทแรก ค่านิยมหลักซึ่งเป็นค่านิยมที่มีลักษณะเฉพาะของสังคมใดสังคมหนึ่ง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
มีการวางรากลึก ยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนอีกประการหนึ่ง ได้แก่ ค่านิยมท่ีมีการเปลี่ยนแปลง
ไปตามสภาพของสังคมซึ่งเป็นของทไ่ี ม่คงทน
๑๑
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (2542) ได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าที่ของ
ค่านิยมว่า ค่านิยมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากว่า ค่านิยมที่มนุษย์มีอยู่นั้น ทำหน้าที่มากมายหลาย
อยา่ งท่เี ก่ียวกับชวี ิตของมนุษยท์ ีส่ ำคญั คือ๖
1. ค่านิยมทำหน้าที่เป็นบรรทัดฐาน หรือมาตรฐานของพฤติกรรมทั้งหลายของบุคคล
กล่าวคือ ค่านิยมจะเป็นตัวกำหนดการแสดงออกพฤติกรรมของจะทำหรือไม่เราว่า ค่านิยมจะเป็น
ตัวกำหนดการแสดงออกของพฤติกรรมของเราว่า บุคคลควรจะทำหรือไม่ควรจะทำสิ่งใด ค่านิยม
จะช่วยกำหนดจุดยืนในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและค่านิยมจะทำหน้าท่ี
ประเมินการปฏบิ ัตกิ ารต่างๆ ทง้ั ของตวั บุคคลเองและของคนอื่น
2. ค่านิยมทำหน้าที่เป็นแบบแผนในการตัดสินใจและการแก้ไขข้อขัดแย้งต่างๆ ในบางกรณี
บุคคลตอ้ งเจอกบั สถานการณ์บางอย่างท่ขี ัดแยง้ กนั ทำใหเ้ ขาต้องเลอื กทางใดทางหนึ่ง
3. ค่านิยมทำหน้าที่เป็นแรงจูงใจ หรือผลักดันของบุคคล เช่น บุคคลที่มีความนิยมชมชอบ
ในการมีอายยุ าวนาน หรือสขุ ภาพดี ก็จะมีแรงผลักดันใหอ้ ยากออกกำลังกายอยูเ่ สมอ ตลอดจนมคี วาม
รอบคอบในการบริโภคอาหาร
สุนทรี โคมิน และสนิท สมัครการ (2540) กล่าวถึง หน้าที่ของค่านิยม 7 อย่าง๖ ดังน้ี
(๑) ค่านิยมจูง (Lead) เป็นค่านิยมที่ช่วยให้บุคคลได้แสดงจุดยืนของตนในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสังคม
ออกมาอย่างชัดเจน (๒) ค่านิยมเป็นตัวช่วยกำหนด (Predispose) ให้บุคคลนิยมอุดมการณ์ทาง
การเมืองบางอุดมการณ์มากกว่าอุดมการณ์อื่น (๓) ค่านิยมเป็นบรรทัดฐานที่ช่วยนำ (Guide)
การกระทำให้ทำบุคคลประพฤติ และแสดงตัวต่อผู้อื่นที่ประพฤติเป็นปกติอยู่ทุกวัน (๔) ค่านิยมเป็น
บรรทัดฐานที่ใชใ้ นการประเมนิ (Evaluate) ตัดสนิ การชน่ื ชมยกย่อง การตำหนิ ตเิ ตยี นตัวเอง และการ
กระทำของผ้อู ื่น (๕) คา่ นยิ มเปน็ จุดกลางของการศกึ ษา กระบวนการเปรียบเทียบกับผู้อ่ืน (๖) ค่านิยม
เป็นบรรทัดฐานที่ถูกใช้ในการชักชวน (Persuade) หรือสร้างประสิทธิผลต่อคนอื่น (๗) ค่านิยมเป็น
บรรทัดฐานที่ใช้เป็นฐาน (Base) สำหรบั กระบวนการใหเ้ หตผุ ลต่อความนึกคิดและการกระทำของตน
Rokeach (2001) ธรรมชาติและกระบวนการเกิดค่านิยม อธิบายไว้ว่า แนวคิดและค่านิยม
ของกรอบทฤษฎีนั้น ตั้งอยู่บนบนฐานที่เกี่ยวกับธรรมชาติแห่งค่านิยมของมนุษย์ 5 ประการ ดังนี้ ๖
(๑) จำนวนของค่านิยมแต่ละคนมีไม่มากนักและอยู่ในข่ายทีจ่ ะนับและศึกษาได้ (2)ความแตกต่างของ
ค่านิยมจะแสดงออกในทางระดับ (Degree) (3)ค่านิยมต่างๆ จะสามารถจัดรวมกันได้เป็นระบบ
ค่านิยม (Values system) (4) ค่านิยมของมนุษย์สามารถสืบไปจนถึงพฤติกรรมของมนุษย์ในเกือบ
ทุกรูปแบบที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ (5) ค่านิยมของมนุษย์จะแสดงออกทางเจตคติและพฤติกรรม
ของมนุษย์ในเกือบทุกรปู แบบที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ และ สายสุนีย์ อุดมนา (2543) ได้กล่าวถึง
กระบวนการเกิดค่านิยม มี 5 ลำดับ คือ (1)ความรู้สึก จากสิ่งที่ตนกระทำอยู่ หรือเคยมีประสบการณ์
๑๒
มาก่อน (2) ความคิดเหน็ แบ่งได้หลายประเภท ได้แก่ เป็นความคดิ เห็นอย่างระดับ แบ่งเป็น 7 ระดบั
คือ ระดับความจำ การแปลความ การประยุกต์ การตีความ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และ
การประเมินผล แยกเป็นความคิดเห็นแบบวิพากษ์ วิจารณ์ ซึ่งแยกแยะข้อเท็จจริงจากความคิดเห็น
ส่วนตัวที่มีอคติ แยกเอาการเลือกที่รักมักที่ชังและข้อขดั แย้งจากสิ่งทีเ่ ป็นสัจจะหรอื ข้อเท็จจริง รวมทั้ง
การวิพากษ์ วิจารณ์ การโฆษณาชวนเชื่อและพฤติกรรมที่ตามมา เป็นต้น เป็นความคิดเห็นตามหลัก
ตรรกวิทยา ความคดิ แบบสร้างสรรค์ ความคิดจากพระพทุ ธศาสนา อาทเิ ชน่ การใชภ้ าษา การคำนวณ
และการวิจัย (3) การติดต่อสื่อสารและถ่ายทอด สามารถทำได้ทั้งคำพูดหรือทางอื่น เช่น การเขียน
การฟัง การวาดรูป (4) การเลือกเชื่อและเกิดศรัทธา เป็นการพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปจากทางเลือก
ต่างๆ มีการพิจารณาสิ่งทีเ่ กยี่ วขอ้ งทงั้ ทีช่ อบและไม่ชอบ ทำให้ตนเลือกเช่ือและเกิดศรทั ธาในการพึ่งพา
ตนเองว่า เป็นสิ่งที่ดีและยึดมั่นไว้ในใจ (5) การปฏิบัติ เป็นขั้นตอนที่ทำตามซ้ำกับที่เคยทำมา หรือ
จากเลือกใหม่ ในขั้นนี้จะเกิดความเชื่อและมีศรัทธาในพฤติกรรม พยายามที่จะปฏิบัติเป็นพฤติกรรม
ท่สี ามารถเหน็ ได้
ค่านิยมประชาธิปไตยเยาวชนไทยที่พึงประสงค์ดังนี้๗ (1) ยอมรับความแตกต่างทางเพศ
(2) ความไว้วางใจและเชื่อมั่นผู้อื่น (3) ติดตามข่าวสาร (4) มีน้ำใจและจิตสาธารณะ และ (5) รักชาติ
และภูมิใจในความเป็นชาติ ค่านิยมประชาธิปไตยของเยาวชนไทยที่ไม่พงึ ประสงค์และเป็นอุปสรรคต่อ
การพัฒนาประชาธิปไตย ดังน้ี (1) ความสัมพันธ์อำนาจแนวดิ่ง (2) คำนึงผลตอบแทน (3) ให้คุณค่า
ต่อวัตถนุ ิยม และ (4) ขาดระเบยี บวนิ ัยและไม่เคารพกฎหมาย
ค่านิยมไทย ประกอบด้วย 10 มิติ๘ ได้แก่ (1) การให้ความสำคัญกับตัวเองหรือบุคคล
(2) ภาระบุญคุณ (3) การปรับตัวเข้ากับโอกาสและสิ่งแวดล้อม (4) ความสัมพันธ์และคุณธรรมทาง
สังคม (5) ความมั่งคั่งร่ำรวย (6) การมีความรู้ความสามารถ (7) อำนาจนิยม (8) พุทธศาสนา
(9) การเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริยแ์ ละ (10) ความสนกุ สนาน
การเมืองและการบริหารไม่อาจแยกออกจากกันได้ โดยเฉพาะในเรื่องของค่านิยมทาง
การเมืองในระบอบประชาธิปไตย๙ ในโลกแห่งความเป็นจริงและทางวิชาการ การเมือง และการ
บริหารไม่อาจแยกจากกันได้ ตรงกันข้ามทั้งการเมืองและการบริหารจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้เพราะความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและการบริหารเป็นความสัมพันธ์แบบหึงพาซึ่งกันและกัน
ไม่มีส่วนใดที่จะดำรงอยู่ได้อย่างอิสระ เพราะการดำรงอยู่ของส่วนหนึ่งล้วนพึ่งพาการดำรงอยู่ของ
อีกส่วนหนึ่งเสมอ ในทางวิชาการนักรัฐประศาสนคาสตร์นอกจากจะสนใจเรื่องภายในองค์การแล้ว
จะต้องให้ความสนใจต่อเรื่องของระบบการเมืองเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของระบบ
การเมืองที่มีต่อระบบบริหาร และเรื่องของค่ยมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมีผลต่อการ
กำหนดรูปแบบของระบบบริหารอีกด้วย ส่วนนักรัฐศาสตร์ นอกจากจะนใจเรื่องของระบบการเมือง
๑๓
และกระบนนการทางการเมืองแล้ว จะต้องให้ความสนใจด้วยว่า จะทำอย่างไรจึงจะทำให้การนำ
นโยบายไปปฏิบัติบรรลุเป๋าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนโยบายที่กำหนดโดยฝ่ายการเมืองนั้น
จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อสามารถทำให้ปรากฏเป็นจริงได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับบทบาทของระบบบริหารเป็นสำคัญ
ในขณะเดียวกันประสิทธิภาพของระบบบริหารก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของระบบการเมือง ถ้าระบบ
การเมืองมีระดับความเป็นประซาธิปไตยสูงจะก่อให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างกว้างขวาง
การกระจายอำนาจจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งในการกำหนดผู้บริหารและการควบคุมกำกับและ
ตรวจสอบผบู้ ริหาร ซ่ึงจะมีผลต่อการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารโดยตรง ในทางตรงกนั ข้าม ถ้าระบบ
การเมืองใดมีระดับความเป็นประซาธิปไตยต่ำ การบริหารจะมีลักษณะของการรวมศูนย์อำนาจมาก
ประชาชนจะไม่มีบทบาททั้งในการกำหนดผู้บริหารและการควบคุม กำกับและตรวจสอบการทำงาน
ของผู้บริหารโดยตรง ระบบบริหารจะสนองตอบความต้องการของส่วนกลางมากกว่าความต้องการ
ของประชาชนในท้องถ่ิน ทำให้เกดิ ความล้าหลังในทอ้ งถ่ินโตยทั่วไป ความเจริญมั่งคั่งจะปรากฎเฉพาะ
ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางเท่านั้น นอกจากนี้ระบบการเมืองยังทำหน้าที่เป็นสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลอย่าง
สูงต่อระบบบริหารอีกด้วย ทั้งนี้เพราะระบบบริหารเป็นกลไกของระบบการเมืองในการนำนโยบาย
ไปปฏิบัติให้ปรากฎเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวตล้อมทางการเมืองจึงมีผลกระทบต่อระบบ
บริหารทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม และเนื่องจากสิ่งแวดล้อมทางการเมือง อยู่นอกเหนืออำนาจการ
ควบคุมของระบบบริหาร มีความไม่แน่นอนสูง และมีผลกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ของระบบบริหาร
ไม่เท่ากัน ดังนั้นระบบบริหารจึงต้องสร้างเสริมสมรรถนะในการปรับตัวให้สอดคล้องกับการ
เปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางการเมืองอยู่เสมอ เพื่อดำรงบทบาทในการเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลของระบบการเมือง ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับการบริหาร จึงเป็น
ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจจะแยกออกจากกันไต้ เป็นความสัมพันธ์ที่จะต้องดำรงอยู่ร่วมกัน ตราบเท่าที่
มนุษย์จะตอ้ งอยูร่ ่วมกนั เปน็ สังคม
ในเรื่องค่านิยมทางการเมืองยังมีข้อจำกัดในการศึกษาค้นคว้า ค่านิยมมีบทบาทต่อความคิด
และการแสดงออกทางพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม ทำให้สังคมมีความโน้มเอียงไปในทางเดียวกันใน
สังคมนั้นๆ อันจะเป็นแนวทางที่มนุษย์จะประพฤติตนไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่ตัวเองได้
พิจารณาไตร่ตรองแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตนหรือสังคมยอมรับนับถือ และปฏิบัติตามแนวคิดนั้นๆ
อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัย และตามความ
คิดเห็นของมนุษย์ในสังคมนั้น ดังจะเห็นได้จากพัฒนาการทางการเมืองไทยในยุคต่างๆ ที่ผ่านมา
หลักการค่านิยมทางการเมือง (political values) ถ้าค่านิยมทางการเมืองของประเทศหนึ่งสอดคล้อง
หรอื ตรงกับประเทศอ่นื ๆ กจ็ ะเกิด Soft Power ขนึ้ แน่นอน ถ้าประเทศดังกลา่ วมคี า่ นิยมทางการเมือง
ที่สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ soft power ของประเทศนั้นจะเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าค่านิยมของ
ประเทศดังกล่าวขัดกับค่านิยมของประเทศอื่นๆ อย่างชัดเจน soft power ของประเทศนั้นก็จะลดลง
๑๔
กรณีประเทศไทยค่านิยมทางการเมืองที่เห็นได้ชัดเจน คือรัฐนิยม ในสมัยรัฐบาล จอมพล ป.
พิบูลสงคราม ส่วนรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา การสร้างค่านิยมหลักของคนไทยตาม
นโยบายของคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ เพื่อสรา้ งประเทศไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสรา้ งคนในชาติให้
มีค่านิยมไทย 12 ประการ๑๐ ได้แก่ (1) มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (2) ซื่อสัตย์ เสียสละ
อดทน มีอุดมการณใ์ นสิ่งท่ีดีงามเพ่ือสว่ นรวม (3) กตัญญูตอ่ พ่อแม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์ (4) ใฝ่หา
ความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม (5) รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
(6) มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน (7) เข้าใจเรียนรู้การเป็น
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง (8) มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย
ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ (9) มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว (10) รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระ
บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย
จำหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี (11) มีความเข้มแข็ง
ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลัก
ของศาสนา และ (12) คำนึงถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวมและของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
สว่ นคา่ นยิ มทางการเมืองไมป่ รากฏในค่านิยม ๑๒ ประการ
หน่ึงในค่านิยมไทย คืออำนาจนิยม จะเห็นได้จากภายหลังการเปลี่ยนแปลงจากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy) ในปี พ.ศ.๒๔๖๕ เป็นระบอบประชาธิปไตย
(democracy) จนถึงปีปัจจุบัน ๒๕๖๕ รวมเวลา ๙๐ ปี เกิดรัฐประหารในประเทศไทย จำนวน ๑๓
ครั้ง๑๑ “รัฐประหาร” หมายถึง การใช้กำลังเปลี่ยนแปลงอำนาจการบริหารประเทศโดยฉับพลัน
เพ่อื เปล่ียนแปลงผู้นำรัฐบาล โดยการยดึ อำนาจการปกครองจากรฐั บาลเดิม แต่ไมเ่ ปลี่ยนแปลงระบอบ
การปกครองหรือประมุขของประเทศ ส่วน “การปฏิวัติ” หมายถงึ การเปล่ยี นรูปแบบหรอื ระบอบการ
ปกครองประเทศไทย จากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งอย่างสิ้นเชิง หรือมีการล้มล้างสถาบัน
ประมุขของรัฐเพื่อเปลีย่ น รูปแบบประมุขของรัฐ ดังนั้น การปฏวิ ัติต้องเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รุนแรงในโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจหรือการเมืองใหมท่ ้ังหมด ซงึ่ ในประวตั ศิ าสตร์สยามและไทยยัง
เคยเกิดขึ้นครั้งเดียว คือเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการ
ปกครองจากสมบูรณาญาสิทธริ าชยม์ าเปน็ ราชาธิปไตยภายใต้รฐั ธรรมนูญ
ดังนั้น Soft Power ในมิติค่านิยมทางการเมืองไทย (Thai Political Value) คือค่านิยม
อำนาจนิยม อีกทั้ง เสถียรภาพทางการเมืองไทยไม่ค่อยมีเสถียรภาพเท่าที่ควร ในอดีตประเทศไทยมี
ค่านิยมทางการเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา จะเกิด Soft Power ดังจะเห็นได้จากการช่วยเหลือ
ทางทหาร การให้ทุนศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา การฝึกร่วมทางทหาร ต่อมาประเทศไทย
๑๕
ถ่วงดุลอำนาจของสหรัฐอเมริกา โดยการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับจีน soft power ของสหรัฐอเมริกาต่อ
ไทยจึงลดลงไปบา้ ง
ทม่ี า https://www.thairath.co.th/news/politic/2217322
ในจังหวดั ชายแดนภาคใต้ เมื่อพจิ ารณาจากการเลอื กตั้งสามจงั หวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.)
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 11 เขต ปรากฏว่าพรรคประชาชาติที่ชูจุดแข็งความเป็น
นักการเมืองมุสลิมมลายู คว้าเก้าอี้มาครองได้มากที่สุด 6 เขต ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ 3 เขต
พรรคประชาธิปัตย์ 1 เขต พรรคภูมิใจไทย 1 เขต๑๒ ผลงานเด่นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน
จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการผลักดันพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการ
กระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่การ
ทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
อย่างร้ายแรงที่ไม่อาจกระทำได้ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ๆ ดังนั้น เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพใน
การบังคับใชก้ ฎหมาย รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย สมควรกำหนดฐานความผดิ
มาตรการป้องกันและปราบปรามและมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย ตลอดจนมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องให้
สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย
ไร้มนุษยธรรม หรือ ที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหวา่ งประเทศวา่ ด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจาก
๑๖
การบังคับให้หายสาบสูญ๑๓ พัฒนาการของความขัดแย้ง๑๔ จุดเปลี่ยน “การเลือกตั้งทั่วไป” ในวันที่
24 มีนาคม 2562 ภายใต้กรอบกติกาใหม่ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ด้านหนึ่งเป็นกติกาใหม่
ที่พยายามจะสืบทอดระบอบเผด็จการของคณะรัฐประหารที่เข้ายึดอำนาจเมื่อปี 2557
ที่มีสาระสำคัญรองรับความชอบธรรมของยุทธศาสตร์ชาติของ คสช. และมีสาระที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับ
เงื่อนไข โอกาสในการปกครองตนเองของทอ้ งถิ่น ในอีกด้านหนึ่งคือเป็นการฟื้นฟูสถาบันทางการเมือง
ที่เป็นส่วนหนึ่งของเสาหลักสำคัญของประชาธิปไตยไทย นั่นก็คือ “พรรคการเมือง” และ “สถาบัน
รัฐสภา” นับได้ว่านี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี
2475 ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จากหลากหลายพรรคการเมือง
เป็นมลายูมุสลิมทง้ั หมด
ที่มา https://www.komchadluek.net/news/politics/534221
วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ นายกัณวีร์ สืบแสง ประธานยุทธศาสตร์และรองหัวหน้า
พรรคเป็นธรรม๑๕ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ "เปลี่ยน สร้าง สู้" สัญจร ของพรรคเป็นธรรมที่จังหวัด
ปัตตานีและยะลา พรรคเปน็ ธรรมไดเ้ ปิดเวทรี ับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคประชาสังคมใน
พื้นที่ พร้อมทั้งเปิดตัวนายฮากิม พงตีกอ รองเลขาธิการพรรค และเปิดตัวนโยบายจังหวัดจัดการ
ตนเอง และการส่งเสริมให้ สิทธิชุมชนเป็นวาระแห่งชาติ ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชน
ในพื้นท่ี ประชาชนไม่อยากให้พรรคเป็นธรรมเป็นพรรคซ้ำกับที่มีอยู่ในพื้นที่ เราจึงต้องเป็นพรรค
๑๗
ที่ตอบโจทย์ที่ประชาชนอยากได้ เราต้องไปไกลในทางนโยบายและแก้ปัญหาตรงจุดในพื้นที่เราต้อง
กล้าพูด เพื่อผลักดันในสภาผู้แทนราษฎร การทหารต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทหารต้องทันสมัย
ลด กระชับและต้องเป็นสากล ยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชน ไม่ใช่อริราชศัตรู ที่ทหาร
ต้องมีหน้าที่มาปราบปรามประชาชน ที่อาจจะมีการคิดต่าง หรือกลุ่มที่ต้องจับอาวุธเพื่อต่อสู้
ตามอุดมการณ์ การแก้ไขปัญหาจึงต้องเข้าใจที่ประวัติศาสตร์เข้าใจความหลากหลายทางชาติพันธ์ุ
การมีตัวตนและอัตลักษณ์ที่เราพยายามที่จะสร้างความเข้าใจตรงนี้ และเปลี่ยนให้ทหารมีความ
เข้าใจความเปน็ มนุษย์และศักดิ์ศรคี วามเป็นมนุษย์ของประชาชนในพ้นื ทด่ี ว้ ย" พรรคเปน็ ธรรม มีความ
ตั้งใจทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายจังหวัดจัดการตนเองที่ต้อง
กระจายอำนาจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะจังหวัดตามแนวชายแดน มีศักยภาพสูงทางด้านเศรษฐกิจ
แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถพัฒนาได้โดยตรง จึงตั้งเป้าที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากการมีส่วนร่วม
ประชาชนให้สามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้จริง รวมถึงการผลักดันนโยบายมนุษยธรรม
นำการเมอื ง
ค่านิยมการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (๑) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้จากหลากหลายพรรคการเมืองเป็นมลายูมุสลิมทั้งหมด (๒) กระบวนการพูดคุย
เพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะประเด็นเขตปกครองตนเอง (๓) กลุ่มคนรุ่นใหม่หนุ่ม
สาวจากนักกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยสู่นักการเมืองระดับชาติ ดังนั้น Soft Power ในค่านิยม
การเมือง (Political Value) ในโอกาสต่อไปจะเป็นการผนึกกำลังของประชาชนและพรรคการเมือง
มลายูมสุ ลิมในการผลกั ดันให้ “เปา้ หมายสลกั บนหนิ ผา” เกดิ ผลในแหมายทีพ่ งึ ประสงค์
ในส่วนภาครัฐที่มีบทบาทหน้าที่กับกลุ่มนักการเมือง จะต้องเพิ่มบทบาทการปฏิบัติ
ที่กลุ่มนักการเมืองเป็นทรัพยากรสำคัญหนึ่งในสามของ soft power พร้อมกับปรับ mindset
การปฏิบัติต่อกลุ่มนักการเมืองในฐานะเป็น soft power ที่สำคัญ ดังนั้น การปฏิบัติแบบเดิมๆ
การพบปะ การประชุม คงต้องปรับวิธีการให้สอดคล้องกับผังมโนทัศน์ 4A 2R ส่วนจะทำอย่างไรน้ัน
เป็นหน้าที่ของหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ งจกั ต้องหากรอบแนวคิด วิธีการปฏิบตั ิและผลสัมฤทธิท์ ี่พึงประสงค์
นำสู่การปฏบิ ัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป นั่นคือ แนวการต่อสู้ในจังหวัดชายแดนภาคใตจ้ ากการใช้กำลัง
และอาวธุ เปลย่ี นแนวการตอ่ สูเ้ ป็นการต่อส้ทู างการเมืองอยา่ งเตม็ ตัว
๑๘
อา้ งอิง
๑ ดร.ฐณยศ โลห่ พ์ ัฒนานนท์. ม.ป.พ. 4A 2R กับการอธบิ าย soft power ในฐานะกระบวนการทาง
อำนาจ. เข้าถงึ ข้อมลู ได้จากสถาบันเอเชยี ศกึ ษาจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั http://www.ias.chula.
ac.th/article/4a-2r วนั ที่สืบคน้ ขอ้ มูล ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕.
๒ ปณัยกร วรศิลป์มนตรี. ๒๕๖๒. ‘Soft Power’ เกมรุกที่บุกความคดิ คนแบบซอฟท์ ๆ. เขา้ ถึงขอ้ มลู
ได้จาก https://urbancreature.co/soft-power/ วันท่ีสืบค้นข้อมูล ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕.
๓ ดร.เกียรติอนนั ต์ ลว้ นแกว้ . ๒๕๖๕. Soft Power คอื อะไรในมมุ มองของเศรษฐศาสตร์. เข้าถึงข้อมลู
ไดจ้ ากกรุงเทพธรุ กิจ https://www.bangkokbiznews.com/columnist/1000787 วนั ทสี่ บื ค้น
ขอ้ มูล ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
๔ วิกพิ ีเดีย สารานุกรมเสร.ี ๒๕๖๕. อำนาจอ่อน. เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ได้จาก https://th.wikipedia.org/
wiki/ วนั ท่สี บื คน้ ข้อมูล ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
๕ วิกิพีเดยี สารานุกรมเสร.ี ๒๕๖๔. ค่านยิ ม. เข้าถงึ ข้อมลู ได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/
วนั ทีส่ บื ค้นข้อมลู ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
๖ Digitalschool Club. ม.ป.พ. คา่ นิยม. เข้าถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก http://www.digitalschool.club/
digitalschool/social2_1_1/m4_1/content/lesson2/lesson2_1_3.php วนั ท่สี บื ค้นข้อมูล
๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
๗ ไอยธร เทพทอง และ กนกกาญจน์ อนุแกน่ ทราย. ๒๕๖๒. “คา่ นยิ มประชาธปิ ไตยของเยาวชนไทย:
กรณีศึกษานักเรยี นมธั ยมศกึ ษาตอนปลายจังหวัดนนทบุรี” สุทธปิ ริทศั น์ ปีที่ 33 ฉบบั ท่ี 105
มกราคม - มีนาคม 2562. เข้าถึงขอ้ มูลไดจ้ าก ThaiJOhttps://so05.tci-thaijo.org › article ›
Download วนั ที่สบื คน้ ข้อมูล ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕.
๘ ฤทธณิ ณั ฑ์ เชือ้ ทอง และ รจุ ิระ โรจนประภายนต์. ๒๕๕๙. “ค่านิยม อดุ มการณ์ และรปู แบบการ
ส่ือสารท่ีแสดงถึงลักษณะทางวัฒนธรรมของคนไทย” Volume 21 Issue 29. September –
December 2016. เข้าถึงข้อมลู ได้จาก ThaiJohttps://so04.tci-thaijo.org › article ›
Download วนั ทส่ี ืบค้นขอ้ มูล ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕.
๙ สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. ๒๕๓๙. “การเมอื งกับการบรหิ าร” วารพฒั นบรหิ ารศาสตร์ ปที ่ี ๓๖ ฉบับท่ี
๑ มกราคม - มีนาคม ๒๕๓๙. เขา้ ถงึ ขิอ้ มูลได้จาก http://library1. nida.ac.th › nida_jour0
วันทสี่ ืบค้นข้อมลู ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
๑๙
๑๐ กรมประมง ฝา่ ยประชาสมั พันธ์. ม.ป.พ. คา่ นิยมไทย 12 ประการ. เข้าถึงข้อมลู ไดจ้ าก
https://www.fisheries.go.th/secretary/pr/index.php/10-sample-data-article/demo/
115-12 วันทสี่ บื ค้นข้อมูล ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕.
๑๑ วิกพิ เี ดีย สารานกุ รมเสรี. ๒๕๖๔. รัฐประหารในประเทศไทย. เข้าถงึ ขอ้ มลู ได้จาก https://th.
wikipedia.org/wiki/ วันที่สืบคน้ ข้อมลู ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
๑๒ ธนั ยพร บวั ทอง. ๒๕๖๒. ผลเลือกต้งั 2562 ชายแดนใต้ บอกอะไรได้บ้าง. เขา้ ถึงขอ้ มลู ไดจ้ าก
https://www.bbc.com/thai/thailand-47722157 วนั ท่ีสืบค้นข้อมูล ๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๕.
๑๓ สำนกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี. ๒๕๖๕. พระราชบญั ญัติปอ้ งกนั และปราบปรามการทรมานและ
การกระทำให้บุคคลสญู หาย พ.ศ. ๒๕๖๕. ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๖๖ ก หน้า ๔๓-
๕๗. ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕. เข้าถงึ ข้อมลู ไดจ้ าก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/
PDF/2565/A/066/T_0043.PDF วนั ท่สี บื ค้นขอ้ มลู ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.
๑๔ ไทยรัฐออนไลน์. ๒๕๖๔. การเมอื งชายแดนใต้ 15 ปี ของความรนุ แรง. เขา้ ถึงขอ้ มูลได้จาก
https://www.thairath.co.th/news/politic/2217322 วันท่ีสบื ค้นขอ้ มูล ๕ พฤศจิกายน
๒๕๖๕.
๑๕ KomChadLuek Online. ๒๕๖๕. "พรรคเป็นธรรม" ปักธงรบ “ชายแดนใต้” ชู “สทิ ธิชุมชน”
เปน็ วาระแหง่ ชาต.ิ เข้าถึงขอ้ มลู ได้จาก ttps://www.komchadluek.net/news/politics/
534221 วันท่ีสบื คน้ ข้อมูล ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕.