46
มาตรา 15 ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา 34/1 และมาตรา 34/2 แห่งพระราชบัญญัติ การ
สง่ เสริมการอนุรักษพ์ ลงั งาน พ.ศ. 2535
“มาตรา 34/1การรบั เงนิ การจ่ายเงนิ การเก็บรกั ษาเงิน การจาหนา่ ยทรัพย์สินของกองทนุ และ
การบัญชี ให้เปน็ ไปตามระเบียบทค่ี ณะกรรมการกองทนุ กาหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลงั
มาตรา 34/2 ให้คณะกรรมการกองทุนจัดทางบการเงินส่งสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ
บุคคลภายนอกซึ่งคณะกรรมการกองทุนแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
เป็นผู้สอบบัญชีของกองทุน และให้ทาการตรวจสอบและรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของ
กองทนุ ภายในเก้าสิบวนั นับแต่วนั ส้ินปงี บประมาณทุกปี
ให้สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรอื ผู้สอบบญั ชีตามวรรคหนึง่ จัดทารายงานผลการสอบ และ
รับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่ วัน
สิ้นปงี บประมาณเพอื่ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลงั งานแหง่ ชาติและคณะรฐั มนตรเี พอ่ื ทราบ
รายงานผลการสอบบัญชีและการเงินตามวรรคสอง ให้รัฐมนตรีเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อ
นาเสนอตอ่ รฐั สภาเพือ่ ทราบและจัดใหม้ ีการประกาศในราชกิจจานเุ บกษา”
มาตรา 16 ให้ยกเลกิ ความในมาตรา 38 แหง่ พระราชบัญญตั ิการสง่ เสรมิ การอนุรกั ษพ์ ลังงาน
พ.ศ. 2535 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนี้แทน
“มาตรา 38 ในกรณีที่ผู้มีหน้าท่ีส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 35 มาตรา 36 หรือมาตรา 3) ไม่
สง่ เงินเขา้ กองทนุ หรือส่งเงนิ เข้ากองทนุ ไมค่ รบตามจานวนทีต่ อ้ งสง่ กองทนุ ภายในเวลาท่กี าหนดแก่ กรม
สรรพสามิตสาหรับผู้ผลิต่น้ามันเชื้อเพลิง ณ โรงกล่ันและจาหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร หรือ กรม
ศุลกากรสาหรบั ผนู้ าเข้า่น้ามนั เชื้อเพลิง หรือกรมเช้ือเพลงิ ธรรมชาติสาหรับผู้ท่ีซือ้ หรอื ไดม้ าซึง่ ก๊าซ จาก
ผู้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมให้กรมสรรพสามิต หรือกรมศุลกากร หรือกรม
เช้อื เพลิงธรรมชาติ แล้วแตก่ รณี ดาเนนิ คดตี ามมาตรา 58 โดยเรว็ เวน้ แต่ในกรณีดงั ต่อไปนี้
(1) ในกรณีท่ีผู้น้ันเห็นเองว่าตนมีกรณีดังกล่าว ให้ผู้นั้นส่งเงินตามจานวนที่ต้องส่งหรือ ตาม
จานวนท่ีขาด พร้อมทั้งเงินเพ่ิมในอัตราร้อยละสามต่อเดือนของจานวนเงินดังกล่าวนับแต่วันท่ีครบ
กาหนด ส่งเงินเข้ากองทุนจนกว่าจะครบแก่กรมสรรพสามิต กรมศุลกากรหรือกรมเช้ือเพลิงธรรมชาติ
แล้วแตก่ รณี
(2) ในกรณีท่ีกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ แล้วแต่กรณี ตรวจ
พบว่า มีกรณีดังกล่าว และแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเงินเข้ากองทุนภายใน
ระยะเวลาท่ีกาหนด และผู้นั้นได้ส่งเงินตามจานวนที่ต้องส่งหรือตามจานวนที่ขาด พร้อมท้ังเงินเพิ่มใน
อัตราร้อยละหกต่อเดอื น ของจานวนเงินดังกลา่ วนบั แตว่ นั ทค่ี รบกาหนดสง่ เงินเขา้ กองทนุ จนกว่าจะครบ
แก่กรมสรรพสามติ กรมศุลกากร หรอื กรมเชื้อเพลงิ ธรรมชาติ แล้วแต่กรณี ภายในระยะเวลาทีก่ าหนด
47
เมอ่ื ผู้มหี นา้ ท่ีสง่ เงนิ เขา้ กองทนุ ได้ดาเนินการตามทีก่ าหนดไว้ใน (1) หรือ (2) ผนู้ ัน้ ไม่มคี วามผิด
ให้ถือว่าเงินเพิ่มเป็นเงินท่ีต้องส่งเข้ากองทุนด้วย และในการคานวณระยะเวลาเพื่อการคานวณ
เงนิ เพิ่มตาม (1) หรอื (2) นน้ั หากมเี ศษของเดอื นให้นบั เป็นหน่งึ เดือน”
มาตรา 17 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการส่งเสริม การ
อนรุ กั ษ์พลงั งาน พ.ศ. 2535 และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน
“มาตรา 42 เมื่อพ้นกาหนดสามปีนับแต่วนั ที่กฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา 9 (1) หรือ มาตรา
21 (1) ใช้บังคับ ในกรณีท่ีเป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมก่อนหรือในวนั ท่ี กฎกระทรวงดังกลา่ ว
ใช้บังคับ หรือนับแต่วันท่ีเป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมในกรณีเป็นโรงงาน ควบคุมหรืออาคาร
ควบคุมหลังวันท่ีกฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ ถ้าเจ้าของโรงงานควบคุม หรือ เจ้าของอาคารควบคุม
ผู้ใดไม่ปฏิบตั ติ ามกฎกระทรวงดังกลา่ ว ตอ้ งชาระคา่ ธรรมเนยี มพเิ ศษการใชไ้ ฟฟ้า ตามหมวดนี้”
มาตรา 18 ให้ยกเลิกความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
พ.ศ. 2535 และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน
“มาตรา 46 เมื่อโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมท่ีต้องชาระค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้า
ได้ ปฏิบตั ิตามกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา 9 (1) หรือมาตรา 21 (1) แลว้ ให้แจง้ ใหอ้ ธิบดีทราบ
ให้อธิบดีดาเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับต้ังแต่วันท่ีได้รับแจ้งว่าโรงงาน ควบคุม
หรอื อาคารควบคมุ ดงั กลา่ วได้ปฏบิ ตั ติ ามกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา 9 (1) หรอื มาตรา 21 (1) หรอื ไม่
ในกรณีที่ได้มีการปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ให้อธิบดีมีคาสั่งยุติการเก็บค่าธรรมเนียม พิเศษ
การใชไ้ ฟฟ้าและมีหนงั สอื แจ้งให้โรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคุมทราบ
คาส่ังยุติการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าตามวรรคสอง ให้มีผลใช้บังคับตัง้ แตว่ ันที่ หน่ึง
ของเดอื นถดั ไป”
มาตรา 19 ให้เพ่ิมความต่อไปนี้เป็น (3) ของมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการส่งเสริม การ
อนรุ กั ษพ์ ลังงาน พ.ศ. 2535
(3) ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน การใช้พลังงานในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ และ
คณุ ภาพวสั ดุหรอื อปุ กรณ์เพ่อื การอนรุ ักษพ์ ลงั งาน ให้เปน็ ไปตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี”
มาตรา 20 ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา 48/1 มาตรา 48/2 มาตรา 48/30 และ มาตรา
48/4 แหง่ พระราชบัญญตั ิการส่งเสริมการอนรุ ักษพ์ ลังงาน พ.ศ. 2535
“มาตรา 48/1 ในกรณีที่จะต้องมีการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานการใช้พลังงาน
ในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ และคุณภาพวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรา 42 (3)
อธิบดีอาจอนญุ าตให้บคุ คลหรอื นติ บิ คุ คลเป็นผดู้ าเนนิ การแทนพนักงานเจ้าหน้าที่ได้
48
การกาหนดคุณสมบัติ การขอรับใบอนุญาต การอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตของบุคคล
หรอื นติ บิ ุคคลตามวรรคหนงึ่ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอื่ นไขทกี่ าหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 48/2 ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 48/1 ผู้ใดรายงานผลการตรวจสอบและรับรอง ตาม
มาตรา 47 (3) อันเป็นเท็จ หรือไม่ตรงตามความเป็นจริงและศาลไดม้ ีคาพิพากษาถึงที่สุดให้ ลงโทษตาม
มาตรา 56 แหง่ พระราชบญั ญัตนิ แ้ี ลว้ ใหอ้ ธบิ ดีส่งั เพิกถอนใบอนญุ าต
มาตรา 48/3 กรณีท่ีผู้รับอนุญาตตามมาตรา 48/1 ถูกฟ้องต่อศาลว่าได้กระทาความผิดตาม
มาตรา 56 แห่งพระราชบญั ญัติน้ี ใหอ้ ธบิ ดมี อี านาจสง่ั พักใช้ใบอนญุ าตไวร้ อคาพิพากษาถงึ ที่สุดกไ็ ด้
หา้ มมใิ ห้ผู้รบั อนุญาตทีถ่ กู สงั่ พกั ใชใ้ บอนุญาตประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้น
มาตรา 48/4 ผูร้ บั ใบอนุญาตซึ่งถูกพกั ใชใ้ บอนญุ าต มีสทิ ธิอุทธรณ์ต่อรฐั มนตรีภายใน สามสิบวนั
นับแตว่ ันที่ไดร้ ับทราบคาส่ัง
คาสัง่ ของรฐั มนตรใี หเ้ ปน็ ท่ีสดุ
การอุทธรณ์คาส่ังรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคาสั่งพักใช้
ใบอนุญาต”
มาตรา 21 ให้ยกเลิกความในมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
พ.ศ. 2535 และให้ใช้ความตอ่ ไปน้ีแทน
“มาตรา 55 เจ้าของโรงงานควบคุม เจ้าของอาคารควบคุม หรือผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน ผู้ใด
ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา 9 หรือมาตรา 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สอง
แสนบาท”
มาตรา 22 ใหย้ กเลิกความในมาตรา 56 แหง่ พระราชบญั ญตั ิการสง่ เสริมการอนรุ ักษ์พลังงาน
พ.ศ. ๒๕๓๕ และใหใ้ ช้ความต่อไปน้ีแทน
“มาตรา 56 ผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน การใช้พลังงานใน
เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ และคุณภาพวัสดุหรืออุปกรณ์เพ่ือการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรา 48/1 ผู้ใด
รายงานผลการ ตรวจสอบและรับรองตามมาตรา 47 (3) อันเป็นเท็จหรือไม่ตรงตามความเป็นจริง ต้อง
ระวางโทษจาคุก ไมเ่ กินสามเดอื น หรือปรบั ไม่เกนิ สองแสนบาทหรือท้งั จาทั้งปรับ”
มาตรา 23 ใหย้ กเลิกมาตรา 57 แห่งพระราชบญั ญตั ิการสง่ เสรมิ การอนุรกั ษ์พลังงาน
พ.ศ. 2535
ผ้รู ับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สรุ ยุทธ์ จลุ านนท์
นายกรัฐมนตรี
49
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญตั ิฉบบั นี้ คือ โดยท่ีพระราชบัญญัติการส่งเสริมการ
อนุรักษ์ พลังงาน พ.ศ. 2535 มีบทบัญญัติบางประการ ไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน สมควร
แก้ไขเพิ่มเติม บทบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้สามารถกากับและส่งเสริมการใช้พลังงาน การอนุรักษ์พลังงาน
ให้มีประสิทธิภาพ และสามารถปรับเปล่ียนแนวทางการอนุรักษ์พลังงานให้ทันต่อเทคโนโลยี กาหนด
มาตรฐานด้านประสิทธิภาพ ของการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ การเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของ
กองทุนเพ่ือส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตลอดจนการมอบหมายให้บุคคลหรือนิติบุคคลตรวจสอบและ
รับรองการจัดการพลังงานการใช้พลังงาน ในเคร่ืองจักรหรืออุปกรณ์ และคุณภาพวัสดุหรืออุปกรณ์เพอื่
การอนุรักษ์พลังงานแทนพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จึง
จาเปน็ ตอ้ งตราพระราชบัญญัตนิ ้ี
50
ตอนท่ี 3 การจัดการพลังงาน สาหรับควบคมุ โรงงาน หรืออาคาร
บทนา การจดั การพลงั งาน
1. วัตถปุ ระสงค์ของการจัดการพลงั งาน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ได้เล็กเห็นถึง ประโยชน์ของการจดั
การพลังงานทีจ่ ะเกิดขึ้นกบั องคก์ ร กลา่ วคือ การใช้พลังงานอย่างมปี ระสิทธภิ าพ เป็น รปู ธรรมและเป็นไปอย่าง
ต่อเนื่อง ดังนั้น จึงมีนโยบายให้โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมดาเนินการจัดการพลังงานข้ึนภายในองค์กร
ท้ังนี้ เพ่ือให้โรงงานควบคุมและอาคารควบคุม มีการใช้พลังงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเป็นไปได้อย่าง
ตอ่ เนือ่ ง
2. ข้ันตอนการจดั การพลังงาน
จากข้อกาหนดตามกฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลกั เกณฑ์ และวิธีการจดั การพลังงานใน โรงงาน
ควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2535 (รายละเอยี ดศึกษาได้จากภาคผนวก ก) ซ่ึงกาหนดให้โรงงาน
ควบคุมและอาคารควบคุม จาเปน็ ตอ้ งเร่ิมใหม้ วี ิธกี ารจัดการพลังงานเพอื่ ใหเ้ กดิ การใชพ้ ลังงานอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ โดยวธิ กี ารจดั การพลังงานน้ันตอ้ งมีการปฏบิ ัตอิ ยา่ งเปน็ ขัน้ ตอน รวมทงั้ มีการวาง
แผนการดาเนินการที่ดีและเหมาะสมกบั องคก์ ร เพ่ือให้บรรลตุ ามเปา่ หมายของการจัดการพลงั งาน การ
ดาเนินการสามารถแบ่งออกได้เปน็ 8 ขัน้ ตอน ดังน้ี
(1) การแต่งตง้ั คณะทางานดา้ นการจดั การพลงั งาน
(2) การประเมนิ สถานภาพการจดั การพลงั งานเบ้อื งต้น
(3) การกาหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงาน
(4) การประเมินศักยภาพการอนุรกั ษ์พลงั งาน
(5) การกาหนดเป่าหมายและแผนอนรุ กั ษ์พลังงาน และแผนการฝกึ อบรมและกจิ กรรมสง่ เสรมิ
การอนรุ ักษ์พลังงาน
(6) การดาเนินการตามแผนอนุรักษLพลังงาน และการตรวจสอบและวเิ คราะหก์ ารปฏบิ ัติตาม
เปา่ หมายและแผนอนุรกั ษพ์ ลังงาน
(7) การตรวจติดตามและประเมนิ การจัดการพลงั งาน
(8) การทบทวน วเิ คราะห์และแก้ไขข้อบกพร้องของการจดั การพลังงาน
ท้งั นี้ โดยรายละเอยี ดของการดาเนนิ การในบางข้ันตอน ได้แก่ ขน้ั ตอนในข้อ (4) ข้อ (5) ข้อ (6) ข้อ(7) และข้อ
51
คานิยาม
การจดั การพลงั งาน หมายถงึ ระบบการดาเนนิ งานภายในองคLกรซ่ึงประกอบด้วย บุคลากร
ทรพั ยากร นโยบาย และขน้ั ตอนการดาเนินการ โดยมกี ารทางานประสานกนั อย่างมี ระเบียบและแบบ
แผน เพ่อื ปฏิบตั ิงานทกี่ าหนดไว้ หรือเพอ่ื ใหบ้ รรลุ หรอื รกั ษาเปา่ หมายทก่ี าหนดไว้
การใช้พลงั งานทมี่ นี ยั สาคญั หมายถงึ การใช้พลังงานในสัดสว่ นทสี่ งู เมอ่ื เปรียบเทยี บการใช้พลงั งาน
โดยรวม และสามารถแสดงศกั ยภาพในการอนรุ กั ษ์พลังงาน
องคก์ ร หมายรวมถึงโรงงานควบคมุ หรอื อาคารควบคมุ
คณะทางานด้านการจัดการพลงั งาน หมายถงึ กลมุ่ บุคคลทีไ่ ดร้ ับการแตง่ ต้งั จากเจ้าของ
โรงงานควบคมุ หรอื เจา้ ของอาคารควบคมุ มีหนา้ ทร่ี ับผดิ ชอบเกย่ี วกับการดาเนนิ การด้าน ตา่ งๆ ที่
เก่ยี วกบั การจดั การพลงั งานทั้งหมด
ผ้ตู รวจสอบพลงั งาน หมายถึง ผมู้ ีอานาจในการตรวจสอบและรับรองการจดั การพลงั งาน
แทนพนกั งานเจา้ หน้าทซ่ี ่งึ ขนึ้ ทะเบยี นกบั พพ. ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการส่งเสริมการ อนรุ ักษพ์ ลังงาน
พนักงานเจ้าหนา้ ท่ี หมายถงึ ผูซ้ ง่ึ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงพลงั งานแต่งตงั้ ให้ปฏบิ ัตติ าม กฎหมายวา่
ด้วยการสง่ เสรมิ การอนรุ กั ษพ์ ลังงาน
52
ข้ันตอนท่ี 1 คณะทางานด้านการจัดการพลงั งาน
1.1 ข้อกาหนด
“ขอ้ 5 เจา้ ของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมต้องจัดใหม้ ีคณะทางานด้านการจัด
การพลังงาน
รวมท้งั กาหนดโครงสร้าง อานาจหน้าที่ และความรบั ผดิ ชอบของคณะทางานด้านการจดั การพลังงาน
โดยจดั ทาเปน็ เอกสารเผยแพร่ให้บุคลากรของโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ ทราบ
อานาจหนา้ ที่ของคณะทางานดา้ นการจดั การพลงั งานอยา่ งน้อยต้องมดี ังต่อไปนี้
(1) ดาเนินการจดั การพลงั งานใหส้ อดคล้องกบั นโยบายอนุรักษพ์ ลังงานและวิธีการจัด
การพลังงานของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม
(2) ประสานงานกบั หนว่ ยงานทีเ่ ก่ียวข้องเพื่อขอความรวมมือในการปฏบิ ตั ิการตามนโยบาย
อนรุ ักษ์พลงั งานและวิธกี ารจดั การพลังงาน รวมท้งั จัดการฝึกอบรมหรือกิจกรรมเพอื่ สรา้ งจิตสานึกของ
บุคลากรของโรงงานควบคมุ หรืออาคาร
ควบคมุ
(3) ควบคุมดแู ลให้การจัดการพลังงานของโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคุมเปน็ ไปตามนโยบาย
อนรุ ักษ์พลงั งานและวธิ ีการจดั การพลังงาน
(4) รายงานผลการอนุรกั ษแ์ ละการจดั การพลังงานตามนโยบายอนรุ ักษ์พลังงานและวธิ ีการจัด
การพลังงานของโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคุมใหเ้ จ้าของโรงงานควบคมุ หรือเจา้ ของอาคาร
ควบคุมทราบ
(5) เสนอแนะเก่ียวกบั การกาหนดหรือทบทวนนโยบายอนุรกั ษพ์ ลงั งานและวธิ กี ารจัด
การพลังงานใหเ้ จา้ ของโรงงานควบคมุ หรือเจา้ ของอาคารควบคุมพจิ ารณา
(6) สนบั สนนุ เจ้าของโรงงานควบคมุ หรอื เจา้ ของอาคารควบคมุ ในการดาเนนิ การตาม
กฎกระทรวงนี้”
(ท่มี า: กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลกั เกณฑLและวธิ กี ารจัดการพลงั งานในโรงงานควบคมุ และอาคาร
ควบคุม พ.ศ. 2552)
53
1.2 ข้อเสนอแนะการปฏิบัตติ ามข้อกาหนด
ความสาเร็จของการพัฒนาและนาวิธีการจัดการพลังงานมาใช้ภายในองค์กรที่สาคัญที่สุด คือ การมี
คณะทางานที่มีประสิทธภิ าพและเหมาะสม ดังนัน้ เจา้ ของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคมุ ต้อง
จัดให้มีคณะทางานด้านการจัดการพลังงานข้ึน เพื่อทาหน้าควบคุมดูแล ดาเนินการ ประสานงาน และ
รายงานผลการจัดการพลังงานในองค์กร ตลอดจนตรวจติดตามและทบทวนการดาเนินการจัด
การพลังงาน ให้เป็นไปตามนโยบายอนุรักษ์พลังงานท่ีองค์กรได้กาหนดขึ้น โดยคณะทางานด้าน
การพลังงานที่จัดตง้ั ขนึ้ น้ัน อาจอยู่ในรปู ของ คณะกรรมการหรอื คณะทางาน (ในคู่มือนีจ้ ะอ้างอิงคา วา่
“คณะทางาน” แทน “คณะทางานด้านการจัดการพลังงาน ซึ่งข้ึนตรงต่อเจ้าของโรงงานควบคุม หรือ
เจ้าของอาคารควบคุม ท้ังน้ี ต้องมีคาสั่งประกาศแต่งตั้งคณะทางาน พร้อมทั้งระบุ อานาจ หน้าท่ี และ
ความรับผิดชอบของคณะทางานให้ ชัดเจน และต้องเผยแพร่คาสั่งแต่งต้ังคณะทางานให้แก่ พนักงาน
ทุกคนในองค์กรรับทราบอย่างทั่วถึงเพื่อให้ เกิดความเข้าใจและให้ความร่วมมือในการดาเนินกิจกรรม
ตา่ งๆ ท่เี กย่ี วกบั การจดั การพลงั งาน
(1) เริ่มจากเจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมกาหนดให้มีคณะทางานด้านการจัด
การพลังงานและควรใหเ้ ปน็ ส่วนหนึ่งของโครงสรา้ งองคก์ ร
(2) เนื่องจากการจัดให้มีการจัดการพลังงานข้ึนภายในองค์กรนั้น มีเป้าหมายเพ่ือให้เกิดการอนุรักษ์
พลังงานอย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง ดังน้ัน วิธีการ จัดการพลังงานจึงอาจแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่
ระยะการพฒั นาวธิ กี ารจัดการพลังงาน (ระยะ เริ่มแรก) และระยะบรหิ ารวิธกี ารจัดการพลังงาน
ทงั้ นคี้ ณะทางานท่ีจดั ต้ังขน้ึ มานั้น ตอ้ งมีความ เหมาะสมกับระยะการดาเนินการด้วย
(2.1) ระยะการพัฒนาวธิ กี ารจดั การพลงั งาน โดยท่ัวไปคณะทางานทจี่ ดั ต้งั ขน้ึ ควรประกอบด้วย
ก. หัวหน้าคณะทางาน 1 ตาแหน่ง: มาจากตัวแทนผู้บริหารระดับสูง ที่มี ความสามารถในการ
ดาเนินการประชุม มคี วามเขา้ ใจในวิธกี ารจัดการพลังงาน และเป็นทย่ี อมรับภายในองคก์ ร
ข. เลขานุการ 1 ตาแหน่ง: เป็นผู้ที่มีความรู้ด้านพลังงานและดาเนินกิจกรรมด้านพลังงานและควรเป็น
ผู้รบั ผดิ ชอบด้านพลังงานในองค์กร
ค. สมาชิก 3-5 ตาแหน่ง: มาจากตัวแทนแผนกหรือหน่วยงานท่ีสาคัญ เช่น วิศวกรกระบวนการผลิต
วิศวกรไฟฟ้า หรือ ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับระบบ สาธารณูปโภค เช่น ระบบไอ่น้า ระบบเครื่องปรับอากาศ
เป็นต้น (ในบางกรณี องค์กรอาจแต่งตั้งเจ้าหน้าท่ีฝ่ายบริหารสานักงานหรือเจ้าหน้าที่ด้าน
ประชาสมั พนั ธ์ เพื่อช่วยงานในดา้ นเอกสารการประชาสัมพันธแ์ ละการกระจายข้อมลู ข่าวสาร หรือ อาจ
แตง่ ต้งั เจา้ หนา้ ท่ฝี ่ายการเงินและบัญชีด้วยกไ็ ด้ เพอ่ื พิจารณาสนบั สนนุ ด้านงบประมาณ)
54
(2.2) ระยะการบริหารวิธีการจัดการพลังงาน การกาหนดโครงสร้างและบุคลากรที่เหมาะสมมี
ความสาคัญอย่างย่ิงในระยะยาว โดยต้องกาหนดให้เหมาะสมกับ วัฒนธรรมองค์กรนั้นๆ ดังนั้นองค์กร
อาจทาการประเมินวฒั นธรรมองค์กร ซึ่ง สามารถใช้วิธปี ระเมนิ อยา่ งงา่ ย ๆ ไดโ้ ดยการตอบคาถาม 2 ขอ้ คือ
ก. องค์กรของท่านยอมรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน (uncertainty) ได้ในระดับใด (คาตอบ คือ องค์กร
ยอมรบั ได้สงู หรือ่ตา่ ) ข. องคก์ รของทา่ นมกี ารมอง/วางแผนงานอย่างไร คาตอบ คือ องค์กรมกี ารวางแผนระยะ
สั้นหรือ ระยะยาว) เมอื่ ไดค้ าตอบเปน็ ท่ีเรยี บร้อยแล้ว องคก์ รสามารถประเมินวฒั นธรรมขององค์กรได้โดยการ
เปรยี บเทยี บกับรายละเอยี ดของแต่ละวฒั นธรรมองคก์ ร
(3) เจา้ ของโรงงานควบคุมและเจา้ ของอาคารควบคมุ ตอ้ งจัดทาหนงั สือแต่งต้ังคณะทางาน
และกาหนดอานาจ หน้าท่ี และความรับผิดชอบของคณะทางานอย่างชัดเจน พร้อมลงลายมือชื่อ เจ้าของ
โรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุม หรือผู้บริหารระดับสูง อานาจหน้าท่ีของคณะทางานต้องกาหนดให้
สอดคล้องกบั กฎกระทรวง โดยอย่างนอ้ ยต้องมีสาระ ดงั น้ี
ก. ดาเนินการจัดการพลังงานใหส้ อดคล้องกับนโยบายอนุรักษ์พลังงานของโรงงานควบคุมหรืออาคาร
ควบคมุ ทีก่ าหนดขึ้น
ข. ประสานงานกับหน่วยงานทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการปฏิบัติ ตามนโยบาย
อนุรักษ์พลังงานและวิธีการจัดการพลังงานรวมท้ังจัดการอบรมหรือกิจกรรมด้านการ อนุรักษ์พลังงานให้
เหมาะสมกบั พนกั งานในแต่ละหน่วยงาน
ค. ควบคุมดูแลให้วิธีการจัดการพลังงานของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมดาเนินไป อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ โดยกาหนดให้มีการดาเนนิ การดงั น้ี
- รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานที่ผ่านมาจากหน่วยงานที่เก่ียวข้องต่างๆ ภายในโรงงานควบคุม หรือ
อาคารควบคุม
- ตรวจสอบสถานภาพการใชพ้ ลังงานในปัจจบุ ันของหน่วยงานต่างๆ
- ตรวจสอบผลการดาเนินงานและการจัดการพลังงานของหน่วยงานต่างๆ จากรายงานผลการ
ดาเนินงานท่ีหนว่ ยงานแต่ละหน่วยได้จดั ทาขนึ้
ง. รายงานผลการดาเนนิ งานให้กบั เจ้าของโรงงานควบคมุ หรอื เจา้ ของอาคารควบคุมรบั ทราบ
จ. ทบทวนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและการจัดการพลังงานอย่างส่ม่าเสมอ พร้อมทั้ง รวบรวม
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและวิธีการจัดการพลังงานให้เจ้าของโรงงานควบคุมหรืออาคาร ควบคุม หรือ
ผบู้ ริหารระดบั สงู รับทราบ
ฉ. ดาเนนิ การด้านอื่นตามที่ได้รบั มอบหมาย
(4) เจ้าของโรงงานควบคมุ และเจ้าของอาคารควบคุมต้องประกาศคาสงั่ แต่งต้ังคณะทางาน ให้ พนกั งานทุกคน
ในองค์กรรับทราบ และมีส่วนร่วมในการดาเนินการ ทั้งน้ีให้สื่อสาร หรือ เผยแพร่ คาส่ังแต่งต้ังโดยการติด
ประกาศหรือจัดทาเป็นหนังสือเวียนหรือวิธีการอื่น ท่ีเหมาะสมกับองค์กร (ดู ตัวอย่างคาสั่งแต่งต้ัง
คณะทางานดา้ นการจัดการพลงั งาน)
55
1.3 หน้าทีข่ องบุคคลท่เี ก่ยี วขอ้ ง
หน้าที่ และความรบั ผิดชอบของบุคคลตา่ งๆ ที่มตี ่อการจัดต้ังคณะทางานดา้ นการจัดการพลังงาน หน้าที่ของ
เจ้าของโรงงานควบคมุ และเจ้าของอาคารควบคมุ
1. แตง่ ตัง้ คณะทางาน และลงนามคาสงั่
2. กาหนดอานาจ หน้าที่ และความรบั ผิดชอบของคณะทางาน
3. จดั ให้มีการเผยแพรค่ าสง่ั แต่งตง้ั คณะทางาน
4. รับทราบและติดตามการทางานของคณะทางาน พร้อมทง้ั ใหก้ ารสนับสนุนการดาเนินงาน เช่น บคุ ลากร
งบประมาณ เปน็ ต้น
หน้าท่ีของคณะทางาน
1. ดาเนนิ การจดั การพลงั งานใหส้ อดคล้องกบั นโยบายอนรุ ักษพ์ ลังงานและวธิ ีการจัดการพลงั งาน
2. ประสานงานกบั หน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องเพ่ือขอความร่วมมือในการปฏิบตั ิใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบาย อนุรักษ์
พลงั งานและวธิ ีการจดั การพลังงาน
3. จัดให้มีการฝกึ อบรมหรือกิจกรรมสง่ เสรมิ การอนุรกั ษ์พลังงานใหแ้ ก่พนักงาน
4. ควบคมุ ดูแลใหก้ ารจัดการพลังงานเปน็ ไปตามนโยบายอนรุ กั ษ์พลงั งานและวิธกี ารจัดการพลงั งาน
5.รายงานผลการอนรุ ักษ์พลังงานและการจดั การพลังงานให้เจา้ ของโรงงานควบคุมและเจา้ ของ อาคารควบคุม
ทราบ
6. เสนอแนะการกาหนดหรือทบทวนนโยบายอนุรกั ษพ์ ลงั งานและวธิ ีการจดั การพลังงานใหเ้ จ้าของ โรงงาน
ควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมพจิ ารณา
7. สนับสนุนเจา้ ของโรงงานควบคมุ และเจา้ ของอาคารควบคมุ ในการดาเนินการตามกฎกระทรวง กาหนด
มาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวธิ ีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคมุ และอาคารควบคุมพ.ศ.
2552
หนา้ ทข่ี องพนกั งาน
1. รบั ทราบคาสงั่ แต่งตั้งคณะทางาน และอานาจหน้าท่ขี องคณะทางาน
2. ใหค้ วามรว่ มมือในการดาเนินการจดั การพลงั งานในหนว่ ยงานของตนอยา่ งเตม็ ที่ รวมท้ังให้ ข้อเสนอแนะ
และความคดิ เหน็ ต่อการดาเนินการจัดการพลังงานของคณะทางาน
56
ข้ันตอนท่ี 2 การประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบ้ืองตน้
2.1 ขอ้ กาหนด
“ข้อ 3 วรรคสอง ในกรณีท่เี ป็นการนาวิธีการจัดการพลงั งานตามกฎกระทรวงนม้ี าใชเ้ ปน็ คร้งั แรกให้
เจา้ ของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมประเมนิ สถานภาพการจัดการพลงั งาน เบือ้ งต้น โดยพจิ ารณา
จากการดาเนนิ งานดา้ นพลังงานท่ผี ่านมา ก่อนการกาหนดนโยบายอนุรกั ษ์ พลงั งาน” (ที่มา: กฎกระทรวง
กาหนดมาตรฐาน หลกั เกณฑ์ และวิธีการจดั การพลงั งานในโรงงาน ควบคมุ และ อาคารควบคมุ พ.ศ. 2552)
2.2 ขอ้ เสนอแนะการปฏบิ ตั ิตามขอ้ กาหนด
โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมท่ีเร่ิมนาวิธีการจัดการพลังงานเข้ามาใช้ในองค์กรข้ึนเป็น ครั้ง แรก
น้ัน อาจจะไม่ทราบถึงสถานภาพของการจัดการพลังงานที่เป็นอยู่ของตนเอง เจ้าของโรงงาน ควบคุมและ
เจ้าของอาคารควบคมุ จึงตอ้ งจดั ให้มีการประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานภายใน องคก์ ร เบอื้ งต้น สาหรบั
ใช้ในการประเมนิ เปรยี บเทยี บเพ่อื ทาใหท้ ราบถงึ
การจัดการด้านพลังงานขององค์กร ใน ปัจจุบันว่า มีจุดอ่อนหรือจุดแข็งในด้านใด และนาข้อมูล ท่ี
ไดม้ าใช้เป็นแนวทางในการกาหนดนโยบาย อนุรกั ษ์พลงั งาน รวมทงั้ ทศิ ทางและแผนดาเนนิ การจัดการพลังงาน
ภายในองค์กรต่อไป ในการประเมิน สถานภาพการจัดการพลังงานควรเร่ิมประเมินจาก หน่วยงานย่อยตาม
โครงสร้างของโรงงานควบคุมหรือ อาคารควบคุมก่อน แล้วจึงนาผลการประเมินมา ประเมินเป็นภาพรวมของ
โรงงานควบคุมหรืออาคาร ควบคุมอีกคร้ัง ในการประเมินสถานภาพเบ้ืองต้นขององค์กร คณะทางานต้อง
ดาเนินการโดยใช้ตาราง ประเมินการ จัดการด้านพลังงาน (Energy Management Matrix : EMM) ดังตาราง
ท่ี 2.1 ในการประเมิน สถานภาพการจัดการพลังงานขององค์กร จะพิจารณาองค์ประกอบท่ีสาคัญต่าง ๆ 6
ส่วน คือ นโยบาย การจัดองค์กร การกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ ระบบข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ และ
การลงทุน โดยแต่ละองคป์ ระกอบจะมคี ะแนนระหวา่ ง 0-4 คะแนน คณะทางาน
จะต้องทาการประเมินองค์กรในแต่ละส่วน อย่างเป็นกลาง เพ่ือให้ทราบถึงส ถานภาพการจัด
การพลังงานท่ีเป็นจริงในปจั จบุ ัน จากนั้นจึงทาการกาหนดเปา้ หมายในแต่ละองค์ประกอบเพื่อกาหนด ทิศทาง
ของนโยบายอนุรักษ์พลังงานตอ่ ไป
การทบทวนสถานภาพการจัดการพลังงานเบ้ืองต้นนี้ จะใช้เฉพาะเมื่อมีการนาวิธกี ารน้ีมาใช้ เป็น คร้ัง
แรกเท่านั้น เม่ือระบบการจัดการพลังงานดาเนินการไปได้ครบถ้วนตามข้อกาหนดแล้ว ผลจากการ ทบทวน
วิเคราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน (บทท่ี 8) จะนาไปใช้ในการทบทวน นโยบายและ
พิจารณาปรับปรุงวธิ ีการจัดการพลังงานในรอบต่อไป
อยา่ งไรกต็ าม ในกรณีทม่ี กี ารกาหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานไปแลว้ ประมาณ 3-5 ปี เจา้ ของ โรงงาน
ควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมควรทาการประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานภายใน องค์กร ของตน
เพื่อให้ได้ทราบสถานภาพการจัดการพลังงานท่ีมีการเปล่ียนแปลงได้ใกล้เคียงกับความ เป็นจริงมาก
ยงิ่ ข้นึ
57
ตัวอยา่ งการประเมนิ สถานภาพการจัดการพลังงานเบอ้ื งตน้
การประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานของโรงงาน ตัวอย่างโดยการใช้ตารางประเมินการ จัดการ
ด้านพลังงาน อาจ เร่ิมจากการต้ังคาถามเพื่อประเมินการจัดการพลังงานในปัจจุบัน ขององค์กร ตาม
องค์ประกอบของการจัดการพลงั งานทัง้ 6 สว่ น เมื่อได้คะแนน จากการประเมนิ จากคาถามในทกุ องค์ประกอบ
แล้ว ให้ทาการลากเส้นเช่ือมต่อ ระหว่างจุดตาม คะแนนท่ีได้ และทาการวิเคราะห์การจัด การพลังงานของ
โรงงาน โดยเปรียบเทียบรปู ร่างของลกั ษณะ
เส้นที่ได้จากการประเมินกับรูปร่างของเส้นแบบต่างๆ เพื่อแปลความหมาย หากลักษณะเส้นท่ีได้ไม่ตรงกับ
รปู แบบที่กาหนดไว้ ก็ใหใ้ ช้รปู ร่างของเส้นท่มี ีความใกล้เคียงกนั มาก ที่สดุ
สมมติรูปร่างของเส้นท่ีได้จากการประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้นของโรงงาน ตัวอย่าง เป็นดัง
รูปท่ี 2.2 ลกั ษณะเส้นท่ไี ดจ้ ะอยใู่ นแบบ U-Shaped ซึ่งอาจวเิ คราะหไ์ ดว้ ่าโรงงานมีความ คาดหวังสงู ต่อการจัด
การพลังงานภายในองค์กร เนื่องจากมีการกาหนดนโยบายการจัดการพลงั งาน อยา่ ง เปน็ ทางการ รวมทั้งได้รับ
การสนับสนุน จากผู้บริหารระดับสูงท้ังทางด้านเงินลงทุนและ ทรัพยากรในด้าน ต่างๆ (ได้คะแนนประเมิน
สูงสุด 4 คะแนน ในองค์ประกอบท่ี 1 และ 6) แต่การ ดาเนินการด้านการจัดการพลังงานในด้านต่างๆ ยังไม่
เป็นตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะอย่างย่ิง การประสานงานและความ ร่วมมือระหว่างผู้รับผิดชอบด้าน
พลังงานกับพนักงานทุกคน (ผู้ใช้พลังงาน) ในองค์กร (ได้คะแนนประเมิน ตาสุด 1 คะแนน) จากการวิเคราะห์
ผลการประเมินสถานภาพการจัด การพลังงานเบ้ืองต้นทาให้ทราบว่านโยบาย อนุรักษ์พลังงานที่จะจัดทาขึ้น
ของโรงงานตัวอย่าง จาเป็นต้องมุ่งเน้นในการจัดโครงสร้างขององค์กรให้ให้ สอดคล้องกับการดาเนินงานด้าน
การจัดการพลังงาน โดยต้องกาหนดให้มีการจัดตั้งคณะทางานเข้ามา รับผิดชอบในการจัดการพลังงานของ
องค์กรอย่างเป็นทางการ รวมทั้งกาหนดอานาจและหน้าที่ของ คณะทางานดังกล่าวอย่างชัดเจน นอกจากนี้
นโยบายอนุรักษ์พลังงานท่ีจัดทาข้ึนจาเป็นต้องระบุให้มีการ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารอย่าง
ส่ม่าเสมอ เพ่ือเป็นการกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้กับ พนักงานทุกคนในองค์กร รับทราบ และเพ่ือนาไปสู่
ความร่วมมือและประสานงานในการดาเนินงานด้าน การจัดการพลังงาน รวมถึงกิจกรรมด้านการอนุรักษ์
พลงั งานต่าง ๆ ที่จดั ขึ้น
58
2.3 หนา้ ทขี่ องบุคคลทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
หน้าที่ และความรบั ผิดชอบของบุคคลต่างๆ ที่มีต่อการประเมนิ สถานภาพการจดั
การพลงั งานเบือ้ งต้น
หน้าท่ขี องเจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคมุ
กากบั ดูแล และใหค้ าแนะนาการประเมนิ สถานการจัดการพลังงานเบ้ืองต้น และใหก้ าร สนับสนุน
ทรัพยากรทงั้ งบประมาณและกาลังคนทีจ่ าเปน็ ตอ่ การดาเนินการ
หน้าท่ขี องคณะทางาน
1. ประเมินสถานภาพการจัดการพลงั งานโดยใช้ตารางประเมินสถานภาพการจดั การด้าน พลงั งาน
2. วเิ คราะหผ์ ลการประเมินเพ่ือเป็นแนวทางในการกาหนดนโยบายและทศิ ทางการจัด การพลังงาน
หน้าทขี่ องพนักงาน
1. ใหค้ วามรว่ มมอื ในการดาเนินการใดๆ ทเี่ กีย่ วข้องกบั การประเมนิ สถานภาพการจดั การพลงั งาน
2. ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นในขั้นตอนการประเมนิ สถานภาพการจดั การด้านพลงั งาน
59
ข้นั ตอนที่ 3 นโยบายอนรุ ักษพ์ ลงั งาน
3.1 ข้อกาหนด
ข้อ 4 ในการจัดทานโยบายอนุรักษ์พลังงานเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุม อาจตั้ง
คณะทางานเพือ่ ชว่ ยจัดทานโยบายอนุรกั ษพ์ ลังงานก็ได้
นโยบายอนุรักษ์พลังงานต้องแสดงเจตจานงและความมุ่งมั่นในการจัดการพลังงานในโรงงาน ควบคุมและ
อาคารควบคมุ โดยจัดทาเป็นเอกสารและลงลายมือชื่อเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของ อาคารควบคุม และ
อย่างน้อยตอ้ งมีรายละเอยี ดดังต่อไปน้ี
(1) ข้อความระบุว่าการอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหน่ึงของการดาเนินงานของเจ้าของโรงงาน ควบคุมหรือ
เจ้าของอาคารควบคุม
(2) นโยบายอนุรักษ์พลังงานที่เหมาะสมกับลักษณะและปริมาณพลังงานท่ีใช้ในโรงงาน ควบคุม หรืออาคาร
ควบคุมนน้ั
(3) การแสดงเจตจานงท่ีจะปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั การอนุรักษ์และการจดั การพลงั งาน
(4) แนวทางในการปรบั ปรงุ ประสิทธิภาพการใชพ้ ลงั งานอยา่ งต่อเนื่อง
(5) แนวทางในการจดั สรรทรัพยากรอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพในการดาเนินการตามวิธกี ารจดั การพลงั งาน
ให้เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมจัดให้มีการเผยแพร่นโยบายอนุรักษ์ พลังงาน โดยปิด
ประกาศไว้ในท่ีซ่ึงเห็นได้ง่ายในโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม หรือโดยวิธีการอ่ืน ท่ีเหมาะสม เพื่อให้
บุคลากรของโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมทราบและปฏิบัติตามนโยบาย อนุรักษ์พลังงานได้ ” (ที่มา:
กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการจัดการพลังงานใน โรงงานควบคุมและ อาคารควบคุม
พ.ศ. 2552)
60
3.2 ข้อเสนอแนะการปฏิบัติตามขอ้ กาหนด
เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมต้องกากับดูแลให้มีการดาเนินการจัดการด้าน
พลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมอย่างเป็นรูปธรรม จริงจัง และมีความต่อเนื่อง ทั้งนี้ต้อง
ดาเนินการ ดังน้ี
• กาหนดนโยบายอนรุ ักษ์พลงั งาน
• เผยแพรน่ โยบายอนรุ ักษพ์ ลงั งานใหพ้ นกั งาน ลกู จา้ งและบคุ ลากรในองค์กรรับทราบ และ ปฏิบัติตามนโยบาย
อนรุ ักษพ์ ลงั งานขององค์กร
นโยบายอนุรักษ์พลังงาน ท่ีจัดทาขึ้นนั้นต้อง มีเนื้อหาหรือข้อความที่ชัดเจนและเป็นไปตาม
ข้อกาหนด (ดูหัวข้อ (1) โดยต้องเขียนเป็นลาย ลักษณ์อักษรและจัดทาเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ และ ต้องลง
ลายมือชอื่ โดยเจา้ ของโรงงานควบคุมและ เจา้ ของอาคารควบคุม หรือผู้บริหารระดบั สูง เพือ่ แสดงเจตจานงใน
การจัดการพลังงาน และใชใ้ นการ สร้างจิตสานึกด้านการอนรุ ักษ์พลงั งาน เม่ือกาหนดนโยบายอนุรักษพ์ ลังงาน
เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เจ้าของโรงงานหรือเจ้าของอาคาร ควบคุม ต้องดาเนินการเผยแพร่นโยบายอนุรักษ์
พลงั งานในรูปแบบต่างๆ (คหู วั ข้อ (2) ใหก้ ับ พนกั งาน ลกู จ้างและบคุ ลากรทุกระดับในองค์กร รับทราบ และใช้
เป็นแนวทางในการปฏบิ ัตติ ามนโยบาย อนรุ ักษ์พลงั งาน
(1) เนอ้ื หานโยบายอนุรักษ์พลงั งาน
นโยบายอนุรักษ์พลังงานที่เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมจัดทาข้ึนนั้น ต้องมี
เนอื้ หาและสาระสาคญั อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีรายละเอียด ดงั ตอ่ ไปนี้
(1.1) ข้อความระบุว่า “การอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหน่ึงของการดาเนินงาน” หรือเป็น ภาระหน้าที่ส่วนหน่ึง
ขององคก์ ร เพ่ือเป็นการแสดงขอ้ ผกู มดั และความรับผิดชอบด้านการใช้พลังงาน ขององค์กร
(1.2) ข้อความท่ีบ่งบอกถึงความเหมาะสมกับลักษณะและปริมาณพลังงานท่ีใช้ ซ่ึงมีความหมาย ว่า นโยบาย
อนุรักษ์พลังงานจะต้องให้ความสาคัญให้เหมาะสม สอดคล้อง กับลักษณะและปริมาณ พลังงานที่ใช้ เช่น
องค์กรมีการใช้พลังงานในการผลิตสูงซ่ึง เป็นต้นทุนหลักส่วนหน่ึง ดังน้ันนโยบาย อนุรักษ์พลังงานควรเป็น
นโยบายหลกั และให้ความสาคญั สงู เพ่ือให้เหมาะสมกับปริมาณพลงั งานที่ใช้ เปน็ ต้น
(1.3) ท่ีบ่งบอกถึง การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงานและการจัด การพลังงาน เช่น
องค์กรต้องดาเนินการและพัฒนาวิธีการจัดการพลังงานอย่างเหมาะสม และ สอดคล้องกับกฎหมายและ
ข้อกาหนดอนื่ ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ ง เปน็ ตน้
(1.4) ข้อความระบุถึง แนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องเช่น องค์กรจะ
ดาเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างต่อเน่ืองเหมาะสมกับสภาพ ธุรกิจ และ
เทคโนโลยีท่ีใช้ เป็นตน้
(1.5) ข้อความระบุถึง แนวทางในการจัดสรรทรัพยากรให้มีอย่างพอเพียงในการดาเนินการตาม วิธีการจัด
การพลังงาน หมายความว่า องค์กรตอ้ งมีการสง่ เสรมิ และให้การสนบั สนุนท้ังทรพั ยากร บุคคลและงบประมาณ
61
(2) การดาเนินการเผยแพรแ่ ละประชาสัมพนั ธ์นโยบายอนุรกั ษ์พลงั งาน
เมื่อองค์กรมีนโยบายอนรุ ักษ์พลงั งานที่เป็นรปู ธรรม เจา้ ของโรงงานควบคมุ หรอื เจ้าของ อาคาร ควบคุมต้องทา
การเผยแพร่และประกาศแจ้งให้พนักงานทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามนโยบาย วิธีการ เผยแพร่และ
ประชาสัมพันธ์ซ่ึงอาจทาได้โดยการติดประกาศ การจัดทาเป็นเอกสารแจกให้กับ พนักงานทุกคน การใช้เสียง
ตามสาย หรือการส่งนโยบายอนุรักษ์พลังงานให้กับหัวหน้างานในทุกแผนก โดยตรง ท้ังนี้ คณะทางานอาจ
จัดทาเอกสารรายชอ่ื ของพนกั งานทุกคนในองค์กรลงลายมือชื่อรบั ทราบ และเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
เจ้าของหรือผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้พนักงาน ทุกคนมีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็นหรือ
ข้อเสนอแนะ รวมทงั้ ควรให้มกี ารทบทวนเปน็ ระยะๆ เพอ่ื ให้แนใ่ จวา่ นโยบายอนุรักษ์พลงั งานที่ กาหนดขน้ึ นัน้ มี
ความทนั สมยั และเหมาะสมกบั องคก์ ร
(3) ข้นั ตอนในการกาหนดนโยบายอนุรกั ษพ์ ลังงาน
(3.1) คณะทางานประชมุ รว่ มกบั เจ้าของโรงงานควบคุมและเจา้ ของอาคารควบคุม เพ่อื จดั ทา นโยบาย
อนุรักษ์พลังงาน ในกรณีที่โรงงานควบคุมและอาคารควบคุมเร่ิม นาวิธีการจัด การพลังงานมาใช้ในองค์กรเป็น
คร้ังแรก จาเป็นต้องนาผลประเมิน สถานภาพการจัด การพลังงานเบื้องต้นมาใช้เป็นแนวทางในการกาหนด
นโยบาย ส่วน ในกรณีที่โรงงานควบคุม และอาคารควบคุมมีวิธีการจัดการพลังงานอยู่ก่อนแล้ว ให้ นาผลการ
ทบทวนและวิเคราะหผ์ ล การดาเนินงานของวธิ ีการจัดการพลังงานปที ีผ่ ่านมา มาประกอบการกาหนดนโยบาย
(3.2) การกาหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานขององค์กรต้องครอบคลุมรายละเอียดตามหัวข้อ (1) เป็น
อยา่ งนอ้ ย
(3.3) เมื่อได้ข้อสรุปนโยบายอนุรักษ์พลังงานแล้ว คณะทางานต้องเก็บรวบรวมข้อมูลหรือ เอกสารท่ี
เกิดข้ึนในระหว่างการประชุม ซ่ึงอาจเป็นรายงานการประชุมก็ได้ โดยต้องมี รายชื่อ ผู้เข้าร่วมประชุม และ
ข้อสรุปที่เกิดจากการประชุม และจัดทาเป็นเอกสาร นโยบายเพื่อนาเสนอ เจ้าของโรงงานควบคุมและอาคาร
ควบคุม หรือผู้บรหิ ารระดับสงู ลงลายมอื ชื่อในนโยบายต่อไป
(3.4) คณะทางานแถลงนโยบายอนรุ ักษ์พลังงานต่อพนกั งาน
62
3.3 หนา้ ที่ของบคุ คลทเี่ ก่ยี วข้อง
หน้าท่ี และความรบั ผิดชอบของบุคลากรต่างๆ ที่มตี ่อการกาหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงาน
หน้าที่ของเจา้ ของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุม
1. กากับใหม้ ีการจัดทานโยบายอนรุ ักษ์พลังงานท่ีเป็นเอกสาร และลงลายมือช่ือ
2. ควบคุมและดูแลใหม้ ีการประกาศนโยบายอนุรกั ษพ์ ลงั งานอยา่ งเปน็ ทางการ ให้พนักงานทกุ คน รับทราบ
และปฏบิ ัติตาม
หนา้ ท่ขี องคณะทางาน
1. กาหนดนโยบายอนรุ กั ษ์พลังงาน และจัดทานโยบายเปน็ เอกสารทสี่ มบูรณ์
2. ดาเนนิ การประกาศและเผยแพร่นโยบายอนรุ ักษ์พลงั งานโดยวธิ กี ารต่างๆ ทีเ่ หมาะสม เชน่ แถลงการณ์ ตดิ
ประกาศ ทาโปสเตอร์ ประชมุ หรือฝกึ อบรม เป็นต้น
หน้าท่ขี องพนักงาน
1. รบั ทราบนโยบายอนุรกั ษ์พลังงาน
2. ปฏิบัติตามนโยบายอนรุ กั ษ์พลังงาน
3. แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อนโยบายอนุรักษ์พลงั งาน
63
ขนั้ ตอนท่ี 4 การประเมนิ ศกั ยภาพการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน
4.1 ขอ้ กาหนด
“ข้อ 6 ให้เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมจัดให้มีการประเมินศักยภาพการ อนุรักษ์พลังงาน
โดยการตรวจสอบและประเมินการใช้พลังงานท่ีมีนัยสาคัญตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ท่ี รัฐมนตรีประกาศ
กาหนดในราชกิจจานเุ บกษา” (ทม่ี า : กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธกี ารจดั การพลงั งานใน
โรงงานควบคุมและ อาคารควบคมุ พ.ศ. 2552)
4.2 ขอ้ เสนอแนะการปฏบิ ตั ิตามขอ้ กาหนด
วตั ถปุ ระสงคข์ องข้นั ตอนน้ีเปน็ การคน้ หาศักยภาพขององค์กรในการปรับปรงุ ประสิทธิภาพการใช้ พลังงาน เพื่อ
ใช้เป็นแนวทางในการกาหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ พลังงาน โดยเรม่ิ จาก
การเก็บข้อมูล ตรวจวัดและวิเคราะห์การใช้พลังงาน และประเมินการใช้พลังงาน ที่มีนัยสาคัญ กล่าวคือเป็น
การมุ่งเน้นไปยังกระบวนการและอุปกรณ์ท่ีมีการใช้พลังงานในสัดส่วนท่ีสูง ว่ามีการใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า
และเป็นไปตามข้อกาหนดท่ีควรจะเป็นของแต่ละอุปกรณ์หรือไม่ หลังจากน้ันจึงนา ข้อมูลท่ีได้มาใช้เป็น
แนวทางในการกาหนดเป้าหมายและวางแผนงานดา้ นการ อนรุ กั ษพ์ ลงั งานตอ่ ไป
ประโยชนท์ ี่ได้จากการประเมนิ ศกั ยภาพในการอนุรกั ษ์พลงั งานขององคก์ ร กค็ อื
ก. เป็นดัชนใี นการบง่ บอกถึงตน้ ทนุ ทางพลังงานสาหรับสนิ ค้าหรือการบรกิ าร
ข. ใช้เปรยี บเทยี บประสิทธภิ าพการใช้พลังงาน ไม่วา่ จะเปน็ การเปรยี บเทียบการใช้ พลงั งานขององค์กรในอดีต
กบั ปัจจบุ ัน หรือเปรียบเทียบการใชพ้ ลงั งานเบื้องตน้ กบั โรงงาน ประเภทเดียวกัน
ค. ใช้กาหนดเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและอนุรักษ์พลังงาน ในการประเมินศักยภาพ
การอนรุ กั ษ์พลงั งาน มีแนวทางดาเนินการ ดังนี้
(1) รวบรวมขอ้ มูลการผลติ การบริการ และการใช้พลังงานของทุกฝ่ายหรือแผนกท่ีเกี่ยวข้อง กับการใช้พลงั งาน
โดยเปน็ ข้อมลู ของเดือนมกราคมถึงเดอื นธนั วาคมในรอบปีทผ่ี า่ นมา และ จดั ทาข้อมูลดังกลา่ วเปน็ ภาพรวมของ
องคก์ ร
(2) การตรวจสอบและประเมนิ การใช้พลังงานขององคก์ ร โดยแบ่งออกเปน็ 3 ระดบั คือ
(2.1) การประเมินระดับองคก์ ร
เปน็ การประเมินการใช้พลงั งานท้งั องค์กร ไม่แยกเปน็ หนว่ ยงานหรืออุปกรณ์ โดย ข้นั แรกต้อง ทราบข้อมูลของ
ระบบไฟฟ้าขององค์กรท่ีใช้ มีอัตราการใช้ไฟฟ้าประเภทใด (อัตราปกติ TOD หรือ TOU) จานวนและขนาด
หม้อแปลงท่ีติดต้ังแล้วจึงเก็บข้อมูลการใช้พลังงานในรอบปีท่ีผ่าน มาตั้งแต่ เดือนมกราคมจนถึงเดือนธันวาคม
โดยพจิ ารณาจากบลิ ค่าไฟฟ้า ปรมิ าณการใช้ เช้อื เพลิงและพลังงาน หมนุ เวียน รวมทั้งคานวณหาสัดส่วนการใช้
พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิง แยกตามระบบการใช้พลังงานของ โรงงานควบคุมและอาคารควบคุม (ระบบแสง
สว่าง ปรับ อากาศ การทาความเย็น อัดอากาศ การผลิต อ่ืน ฯลฯ) การประเมินแบบนี้สามารถใช้ประโยชน์ได้
2 รูปแบบ ก. เปรยี บเทียบข้อมูลการใชพ้ ลังงานในอดีต เชน่ องค์กรใชพ้ ลังงานมากขนึ้ น้อยลงหรือเท่าเดิม เม่ือ
64
เทียบกับปีที่ผ่านมาซ่ึงมี กาลังการผลิตเท่าเดิม เป็นต้น ข. เปรียบเทียบข้อมูลการใช้พลังงานของโรงงานหรือ
อาคารอ่นื ทม่ี กี ระบวนการผลติ ท่ีคลา้ ยกนั หรอื ขนาดใกลเ้ คยี งกัน (ถ้าม)ี
(2.2) การประเมินระดบั ผลติ ภัณฑ์หรือการบริการ เปน็ การเปรียบเทยี บตน้ ทนุ ทางพลงั งานของการผลติ สินคา้
หรือการบรกิ าร ทาได้ โดยการหาค่า การใช้พลังงานจาเพาะ (Specific Energy Consumption : SEC) จาก
อตั ราสว่ นของปริมาณ การ ใช้พลงั งานตอ่ ปจั จัยทม่ี ผี ลกระทบต่อการใช้พลังงาน ดงั น้ี
สาหรับโรงงานควบคมุ ปัจจัยที่มผี ลกระทบต่อการใช้พลังงานคอื หน่วยผลผลติ เช่น ่น้าหนัก ของเสน้ ใย ใน
กรณีทโี่ รงงานเปน็ โรงงานปนั่ เสน้ ด้าย เป็นต้น
สาหรบั อาคารควบคมุ ปจั จยั ท่มี ผี ลกระทบต่อการใช้พลงั งานอาจเปน็ จานวน หอ้ งพกั ท่ี จาหนา่ ยได้ในกรณี
ของโรงแรม หรือ จานวนของผใู้ ช้บรกิ ารของโรงพยาบาล หรือพื้นที่ใช้สอย (ตาราง เมตร) ในกรณขี องอาคาร
ทว่ั ไป เป็นตน้
(2.3) การประเมินระดับเคร่อื งจกั ร อุปกรณ์หลัก
เป็นการประเมนิ ประสทิ ธิภาพของอุปกรณ์ หรอื เคร่ืองจักรหลกั แตล่ ะตวั โดยการประเมนิ การใช้ พลังงานทม่ี ี
นยั สาคญั ในกระบวนการผลิตหรอื การบริการของโรงงานควบคุมและอาคาร ควบคมุ โดยการตรวจวัดหา
ข้อมลู ปรมิ าณการใช้พลังงาน ช่วั โมงการ ทางาน และวเิ คราะห์หาคา่ ประสทิ ธภิ าพและการสูญเสีย พลังงานใน
แตล่ ะ เคร่ืองจักร/อปุ กรณ์หลักท่ีมีการใชใ้ นโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม
ทัง้ น้ี การประเมนิ ศักยภาพการอนุรกั ษ์พลงั งานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมตามบทน้ี เป็นไปตาม
หลักเกณฑแ์ ละวิธีการทกี่ าหนดในประกาศกระทรวงพลงั งาน เร่ือง หลักเกณฑ์และวธิ ีการ ดาเนนิ การจัด
การพลงั งานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552 ซ่งึ มีรายละเอียดอยู่ใน ภาคผนวก ข
สาหรับแบบประเมนิ การใช้พลังงานในองค์กรสามารถดูได้จากรายงานการจัดการพลงั งาน สาหรบั โรงงาน
ควบคมุ และรายงานการจดั การพลังงานสาหรบั อาคารควบคุม พร้อมท้ังคาอธิบาย ขอ้ แนะนา ในการจดั ทา
รายงานดงั กล่าว ซง่ึ พพ. ได้จัดทาข้ึนตามรายละเอียดในภาคผนวก ค และ ภาคผนวก งตามลาดบั
65
4.3 หนา้ ทขี่ องบคุ คลท่เี กี่ยวขอ้ ง
หนา้ ทแ่ี ละความรับผดิ ชอบของบคุ ลากรต่างๆ ท่มี ีต่อการประเมนิ ศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน ตาประกาศ
กระทรวงฯ
หน้าที่ของเจ้าของโรงงานควบคมุ และเจ้าของอาคารควบคุม กากับ ดแู ล และให้การ สนบั สนนุ ในการ
ดาเนนิ การประเมนิ ศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน
หน้าทีข่ องคณะทางาน
1. รวบรวมและจดั ทาข้อมูลการใชง้ านของอาคาร ข้อมลู การผลิตและการใช้พลังงานสาหรับ โรงงานควบคมุ
และอาคารควบคุมในรอบปีที่ผ่านมา
2. ประเมนิ หาค่าการใช้พลังงานจาเพาะของผลผลติ (โรงงานควบคุม) หรือการบริการ
(อาคาร ควบคมุ )
3. จัดทาแบบบนั ทกึ การใชพ้ ลังงานของเครือ่ งจักร/อปุ กรณห์ ลกั ทีม่ นี ัยสาคัญของการใช้
พลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคมุ โดยการหาปรมิ าณการใชพ้ ลงั งาน คา่ ประสทิ ธภิ าพหรอื
สมรรถนะการใช้พลงั งาน และค่าปริมาณการสญู เสยี พลงั งาน
หน้าทขี่ องพนกั งาน
ให้ความรว่ มมือในการรวบรวมข้อมูลการใช้พลงั งาน และการประเมนิ การใช้พลงั งาน
66
ขน้ั ตอนท่ี 5 การกาหนดเป้าหมายและแผนอนรุ ักษพ์ ลังงานและแผนการฝึกอบรม
และกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์พลงั งาน
5.1 ข้อกาหนด
ข้อ 7 เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมต้องจัดให้มีการกาหนดเป้าหมายและ แผนอนุรักษ์
พลังงานของพลังงานที่ประสงค์จะให้ลดลง โดยกาหนดเป็นร้อยละของปริมาณพลังงานท่ีใช้เดิม หรือกาหนด
ระดับของการใช้พลังงานต่อหนึ่งหนว่ ยผลผลติ รวมทัง้ ระบุระยะเวลาการดาเนินการการลงทนุ และผลที่คาดว่า
จะไดร้ บั จากการดาเนินการเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการท่ีรฐั มนตรีประกาศกาหนดในราช
กจิ จานุเบกษา
ในการดาเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงานตามวรรคหนึ่งเจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของ อาคารควบคุม
ต้องจัดให้มีแผนการฝึกอบรมและจัดให้มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยให้บุคลากรของโรงงาน
ควบคุมหรืออาคารควบคุมเข้าร่วมฝึกอบรมและร่วมกิจกรรมอย่างต่อเน่ือง เพ่ือเป็น การให้ความรู้และสร้าง
จิตสานึกให้เกิดความตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้พลังงาน และเผยแพร่ให้ บุคลากรของโรงงานควบคุม
หรืออาคารควบคุมทราบอย่างทั่วถึง” (ที่มา: กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัด
การพลงั งานในโรงงานควบคมุ และ อาคารควบคมุ พ.ศ. 2552)
5.2 ข้อเสนอแนะการปฏบิ ัตติ ามข้อกาหนด
วิธีการกาหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน แผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมการ
อนุรกั ษ์พลังงาน
หลังจากการประเมินศักยภาพทางเทคนิคเพื่อค้นหามาตรการอนุรักษ์พลังงาน เจ้าของโรงงาน ควบคุมและ
เจ้าของอาคารควบคุมต้องกาหนดมาตรการอนุรักษ์พลังงานเพ่ือนาไปสู่การกาหนดเป้าหมายการ อนุรักษ์
พลงั งาน และรวมทง้ั จัดทาแผนอนุรักษพ์ ลังงาน เพอ่ื ใหม้ ีแผนงานที่จะดาเนินการให้บรรลสุ เู่ ปา้ หมาย ที่กาหนด
ไว้ได้อย่างเป็นระบบและต่อเน่ือง และมีแผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงาน เพื่อ
เป็นการเสริมสร้างความรู้และกระตุ้นให้พนักงาน ลูกจ้างและบุคลากรของโรงงานควบคุมและ อาคารควบคุม
ดาเนนิ การอนรุ กั ษ์พลังงานบรรลผุ ลสาเร็จตามเปา้ หมายและแผนฯ ท่กี าหนดไว้
เมื่อดาเนินการจัดทาเป้าหมายและแผนดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าของโรงงานควบและ เจ้าของ
อาคารควบคุมต้องเผยแพร่แผนการฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานด้วยวิธีการ ที่
เหมาะสมใหพ้ นกั งาน ลกู จ้าง และบคุ ลากรของโรงงานควบคมุ หรืออาคารควบคุมทราบอย่างทว่ั ถึง
ทั้งน้ี โดยมขี ้อแนะนาในการดาเนนิ การดังนี้
67
(1) การกาหนดมาตรการอนุรักษพ์ ลงั งาน
แนวทางการกาหนดมาตรการอนรุ ักษ์พลังงานหรือมาตรการทีช่ ่วยแกไ้ ขปัญหาเกีย่ วกบั
ประสิทธิภาพของเครือ่ งจักร/อุปกรณ์ อาจใชห้ ลกั การของ Cause-and-Effect Diagram หรือทใ่ี นบางครงั้
เรียกวา่ “Fishbone Diagram” เปน็ แนวทางในการระดมความคดิ เหน็ โดยเรม่ิ จากผลท่ี
ไดร้ ับ (Effect) คือ อปุ กรณ์ประสทิ ธภิ าพตาเป็นหัวปลาอยู่ทางขวามือ
(1.1) การใชร้ ะบบปจั จบุ ันที่มีอยู่ให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ โดย
ควบคมุ การทางานแนวทางเดิมให้ดีขึน้ โดยการใช้ Standard OperatingProcedures (สาเหตุท่ีพบจากการ
ทา Cause - and Effect Analysis คอื พนักงาน)
การปรบั เปลี่ยนวิธกี ารทางาน โดยพิจารณาจาก Best Practices (สาเหตทุ ีพ่ บจากการทา Cause and Effect
Analysis คือวิธกี ารทางาน) การปรับปรงุ งานซ่อม บารุง โดยพิจารณาใหป้ ระยกุ ต์องค์ประกอบของหลักการ
Total Preventive Maintenance (TPM) ซึ่งประกอบดว้ ย Preventive Maintenance, Corrective
Maintenance, Maintenance Prevention และ Breakdown Maintenance ทัง้ นี้ องค์กรไมจ่ าเปน็ ตอ้ ง
ประยุกตใ์ ช้ทั้ง 4 องคป์ ระกอบ หากแต่ควรนา องค์ประกอบทเ่ี หมาะสมกับสภาพ/ความพร้อมมาใช้ (สาเหตุท่ี
พบจากการทา Cause – and - Effect Analysis คือ เครอื่ งจกั ร/อุปกรณ์) การปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพ
กระบวนการผลติ (สาเหตุท่พี บจากการทา Cause – and EffectAnalysis คือวสั ดทุ ี่ใช้)
(1.2) การปรังปรุงสง่ิ ทีม่ ีอยู่ เชน่ การปรับสภาพของ Compressor House เพือ่ ให้ Air Intake มอี ุณหภมู ิลดลง
เปน็ ตน้
(1.3) การเปล่ยี นแปลงส่ิงทีม่ ีอยู่ เช่น การติดตง้ั Air Compressor เครอื่ งใหม่ที่มีประสิทธิภาพ สูงกวา่ ของเดิม
เพือ่ ช่วยดึงคา่ ประสิทธิภาพโดยรวมในการผลิต Compressed Air ขององคก์ ร เป็นตน้
(2) การกาหนดเปา้ หมายการอนรุ กั ษ์พลงั งาน
จากมาตรการอนุรักษ์พลงั งานตา่ ง ๆ ทก่ี าหนดตามแนวทางทก่ี ลา่ วไปแล้วในข้อ (1) องคก์ รตดั สนิ ใจกาหนด
เป้าหมายในการอนรุ ักษ์พลังงานเพือ่ ใช้เป็นหลักในการประเมนิ ความสาเร็จ ในการ กาหนดเปา้ หมายมีอยู่ 3
แนวทาง ไดแ้ ก่
แนวทางที่ 1 ผูบ้ ริหารระดับสูงเป็นผกู้ าหนดเปา้ หมายโดยไม่ได้พจิ ารณาขอ้ มูลในอดีต
การกาหนดเป้าหมายโดยวธิ นี เี้ ป็นการกาหนดทิศทางและจุดหมายเพื่อให้ องค์กรใชค้ วาม
พยายามอยา่ งเต็มความสามารถในการบรรลสุ เู่ ปา้ หมาย ดังกล่าว ซง่ึ ในทางปฏิบตั ิอาจจะไม่
สามารถบรรลสุ จู่ ดุ หมายท่ตี ั้งไว้ท้ังหมด แต่องค์กรกจ็ ะได้รบั ผลประหยดั ทเ่ี กดิ ขึ้นสว่ นหนึ่ง
จากความพยายามดังกลา่ ว
68
แนวทางที่ 2 การใช้ค่าตา่ สุดของอุปกรณ์ หรอื การใชพ้ ลังงานที่องคก์ รเคยทาได้หรือการ
ใช้คา่ ตา่ สดุ ในแผนภมู ทิ ี่ได้จากความสัมพนั ธ์ระหว่างระดบั พลังงานที่ใช้ กบั ตัวแปร (driver)
ตวั อย่างเชน่ แผนภมู ิแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับ พลงั งานท่ีใช้กบั ปริมาณไอนา้ ทีผ่ ลิตได้
แนวทางท่ี 3 การใชข้ ้อมลู การวิเคราะหท์ ไ่ี ด้จากการเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน
(Benchmarking) : วิธีนี้เป็นการใช้ค่าที่ดีในลาดับถัดไป เพื่อนามากาหนด เป็นเป้าหมายของอุปกรณ์
ตัวอย่างเชน่ จากผลการเปรยี บเทยี บเกณฑ์ มาตรฐาน ของอตุ สาหกรรมปนู ซเี มนต์พบว่า
คา่ เฉลยี่ มาตรฐานของค่าการ ใช้พลังงานจาเพาะ (SEC) ของอตุ สาหกรรมปูนซีเมนตม์ คี า่ เทา่ กับ 3.291
GI/Ton ในขณะที่ค่าท่ีดีที่สุดมีค<าเท<ากับ 3.05 GI/Ton ดังน้ันองค์กรอาจ กาหนดเป้าหมายให้ค่าการใช้
พลังงานจาเพาะท่ตี ้องการมีค่าเท่ากับ 3.29GJ/Ton เป็นต้น ในการจัดทาท้งั เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน
น้ัน คณะทางานด้านการจัดการพลังงานของโรงงาน ควบคุมและอาคารควบคุมน้ัน อาจจัดให้มีการประชุม
ร่วมกับ คณะผู้บริหารและผู้เก่ียวข้องเพ่ือระดมความคิดและ ข้อเสนอแนะ โดยการนาข้อมูลการใช้พลังงาน
และข้อมูล เก่ียวกับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการใช้พลังงาน ตลอดจนผล การประเมินศักยภาพการอนุรักษ์
พลังงาน ซึ่งรวบรวมหรือ จัดทาข้ึนไว้แล้วในบทที่ 4 มาใช้พิจารณาประกอบการจัดทา เป้าหมายและแผน
อนุรกั ษพ์ ลังงาน โดยในการจดั ทาเปา้ หมาย และแผนอนุรักษ์พลังงานดังกล่าวต้องระบุถึงชื่อมาตรการ อนุรักษ์
พลังงานและตัวชี้วัดความสาเร็จของการดาเนินการ มาตรการอนุรักษ์พลังงานแตล่ ะมาตรการ ซ่ึง กาหนดเป็น
ร้อยละของการใช้พลังงานเดิม รวมถึงเงินลงทุนและระยะเวลาคืนทุนในการดาเนินมาตรการ อนุรักษ์พลังงาน
แต่ละมาตรการที่กาหนดไว้เป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานซ่ึงจากสถิติข้อมูลในการดาเนินการอนุรักษ์พลังงาน
โดยการนามาตรการจัดการพลังงานนี้มา ทดลองใช้กับโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมบางส่วนท่ีผ่านมา
ปรากฏวา่ มผี ลประหยัดจากมาตรการ อนรุ กั ษ์พลังงานจากการปรับเปล่ียนพฤติกรรมในเบ้ืองต้นท่ีไมต่ ้องลงทุน
สูง มีผลประหยัดโดยเฉล่ียอย่าง น้อยร้อยละ 5-10 เทียบกับการใช้พลังงานท้ังหมด ดังน้ันเจ้าของโรงงาน
ควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุม ควรตั้งเป้าหมายอนุรักษ์พลังงานให้มีการประหยัดได้อย่างน้อยร้อยละ 7
เทยี บกับการใชพ้ ลังงานท้งั หมด
69
(3) วธิ กี ารจดั ทาแผนอนุรกั ษพ์ ลงั งาน
สาหรับการจัดทาแผนอนุรกั ษ์พลงั งานน้นั เนือ่ งจากวตั ถุประสงค์ของการจัดให้มวี ธิ กี ารจัด
การพลังงานขึ้นในองค์กรก็เพื่อใหบ้ รรลุเป้าหมายอนุรักษพ์ ลงั งานแลว้ ยังมีวัตถปุ ระสงค์เพื่อใหเ้ กิดการ อนรุ ักษ์
พลงั งานท่ยี ่ังยืน ดังน้นั แผนอนรุ กั ษ์พลงั งานควรประกอบไปด้วย
(3.1) แผนปฏบิ ตั ิการในการดาเนินการตามมาตรการอนุรักษพ์ ลังงาน
(3.2) แผนประชาสมั พันธท์ ่ีเก่ียวกบั การอนุรักษ์พลังงาน เพื่อกระตุ้นหรอื ปลูกจิตสานึกดา้ น
อนรุ กั ษ์พลงั งานใหพ้ นักงาน ลูกจ้างและบุคลากรอย่างเหมาะสม
(3.3) แผนการฝกึ อบรม และกจิ กรรมส่งเสรมิ การอนุรักษ์พลังงานเพ่ือเสรมิ สรา้ งความรู้และ ความเข้าใจดา้ น
อนรุ ักษ์พลังงานให้พนักงาน ลูกจา้ งและบุคลากรอย่างเหมาะสมทั้งน้ี แผนอนุรักษ์พลงั งานท่ดี ี ตอ้ งแสดงรายช่ือ
และวตั ถปุ ระสงค์ของมาตรการทีจ่ ะ ดาเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ กลมุ่ เป้าหมาย
ผลทค่ี าดว่าจะได้รบั จากการดาเนนิ การ และผู้รบั ผดิ ชอบ ในการดาเนนิ มาตรการอนรุ ักษ์พลังงานแตล่ ะ
มาตรการ
(4) วธิ ีการจัดทาแผนการฝึกอบกรมและกจิ กรรมเพื่อสง่ เสริมการอนุรักษ์พลงั งาน
สาหรับการฝึกอบรมและกจิ กรรมเพอ่ื ส่งเสรมิ การอนรุ ักษ์พลงั งานควรจะต้อง
ประกอบด้วยรายละเอียดเกีย่ วกบั ชอื่ หลักสตู รการฝกึ อบรมหรือกิจกรรมเพ่อื ส่งเสรมิ การอนุรกั ษ์
พลังงาน กลมุ่ เป้าหมายของผ้อู บรม ระยะเวลาในการฝึกอบรม และผรู้ บั ผิดชอบในการฝกึ อบรมแต่ละ
หลกั สตู รหรือ กิจกรรมเพอื่ ส่งเสรมิ การอนุรักษ์พลงั งานแตล่ ะกิจกรรม
รายละเอียดในการจัดทาเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน แผนการฝึกอบรมและกิจกรรม เพ่ือ
ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้เป็นไปตามที่กาหนดในรายงานการจัดการพลังงานสาหรับโรงงาน ควบคุมหรือ
รายงานการจดั การพลังงานสาหรบั อาคารควบคมุ ซง่ึ ดูไดจ้ ากภาคผนวก ค และ
ภาคผนวกง
5.3 หนา้ ทีข่ องบุคคลทเี่ กยี่ วข้อง
หนา้ ท่ี และความรบั ผดิ ชอบของบคุ ลากรตา่ งๆ ท่มี ตี ่อการกาหนดเป้าหมายและแผนอนุรกั ษ์
พลังงาน รวมท้งั แผนการฝึกอบรมและกจิ กรรมสง่ เสรมิ การอนุรกั ษพ์ ลงั งาน
หนา้ ทีข่ องเจา้ ของโรงงานควบคมุ และเจา้ ของอาคารควบคมุ
กากับ ดูแล และมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งแผนการ ฝึกอบรม
และกิจกรรมส่งเสริมการอนรุ ักษพ์ ลังงาน พร้อมท้ังใหก้ ารสนบั สนุนทางด้านงบประมาณและ บุคลากรที่
จาเปน็ ตอ่ การดาเนนิ การ
70
หนา้ ทีข่ องคณะทางาน
1. กาหนดและจัดทาเปา้ หมายและแผนการอนุรักษพ์ ลังงานให้เป็นไปตามข้อกาหนด
2. ดาเนนิ การวางแผนและจัดให้มีการฝึกอบรมและกิจกรรมสง่ เสรมิ การอนรุ ักษ์พลงั งาน
3. กาหนดผรู้ ับผดิ ชอบในการดาเนนิ การตามแผนอนรุ ักษ์พลังงาน การฝกึ อบรมและกิจกรรม
4. ประเมินผลผู้เข้ารบั การฝึกอบรม หรือผเู้ ข้ารว่ มกิจกรรม พร้อมท้งั จัดทาประวตั ิการฝึกอบรมของพนักงานทุก
คน
5. เผยแพร่แผนการฝกึ อบรมให้พนักงานทุกคนในองค์กรรบั ทราบ
หน้าท่ีของพนักงานทีเ่ กี่ยวข้อง
ใหค้ วามร่วมมือกบั คณะทางานในการกาหนดเป้าหมายและแผนอนรุ กั ษ์พลังงานขององค์กร รวมทง้ั เข้าร่วม
ฝึกอบรม และกิจกรรมทเี่ กย่ี วข้องกบั ตนเอง
71
ขน้ั ตอนที่ 6
การดาเนินการตามแผนอนุรกั ษพ์ ลงั งาน การตรวจสอบและวเิ คราะห์การปฏิบตั ติ าม
เป้าหมายและแผนอนุรกั ษ์พลังงาน
6.1 ขอ้ กาหนด
ข้อ 8 เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมต้องควบคุมดูแลใหม้ ีการดาเนินการตาม แผน
อนุรักษ์พลังงานให้เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมตรวจสอบและวิเคราะห์กาปฏิบัติตาม
เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานที่จัดทาขึ้นตามข้อ 7 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกาหนด
ในราชกิจจานุเบกษา” (ที่มา: กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัการพลังงานในโรงงาน
ควบคมุ และ อาคารควบคุม พ.ศ. 2552)
6.2 ขอ้ เสนอแนะการปฏิบัตติ ามข้อกาหนด
ภายหลังจากท่ีเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน รวมท้ังแผนการฝึกอบรมและกิจกรรม ส่งเสริมการ
อนรุ ักษ์พลงั งาน ผา่ นการอนุมัติจากเจา้ ของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุม หรือ ผู้บริหารสงู สุดแล้ว
คณะทางานมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลให้มีการดาเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงานแลแผนการฝึก อบรมฯ
รวมถึงตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อ ติดตามความก้าวหน้า
ของการปฏิบัติงานว่ามีการดาเนินการเป็นไปตามกาหนดเวลาที่ระบุไวใ้ นแผนงาน หรือไม่ ซ่ึงหากมีความล่าช้า
หรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานท่ีวางไว้ คณะทางานจะต้องดาเนินการค้นหาสาเหตุว่า
ทาไมการดาเนินงานจึงไม่ประสบผลตามที่ได้วางไว้ พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขใน การดาเนินงานเพื่อปรับปรุง
ใหก้ ารทางานบรรลตุ ามเปา้ หมาย เพ่ือนาเสนอตอ่ ผู้บรหิ ารระดับสงู ตอ่ ไป
ในการดาเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน และแผนการฝึกอบรมฯ รวมท้ังการตรวจสอบและ
วเิ คราะหก์ ารปฏบิ ตั ติ ามเป้าหมายและแผนอนรุ ักษพ์ ลังงาน คณะทางานควรดาเนนิ การดังนี้
(1) ควบคุมให้มีการดาเนินมาตรการตามระยะเวลาท่ีกาหนดในแผนอนุรักษ์พลังงานและแผนการ
ฝึกอบรมฯ โดยการให้ผู้รับผิดชอบในแต่ละมาตรการรายงานผลการดาเนินการ รวมท้ังปัญหาและ
อุปสรรคอย่างสม่าเสมอ โดยการรายงานความกา้ วหน้าอาจระบุในรปู ของเปอรเ์ ซน็ ตข์ องผลสาเรจ็ ในกา
ดาเนนิ งาน รวมทั้งพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนดาเนินการในกรณที ่ีมีความจาเป็น
(2) ตรวจสอบผลการดาเนินงานในแตล่ ะแผนงานหรอื แต่ละมาตรการโดยเทียบกบั แผนอนรุ กั ษ์
พลังงานและแผนการฝกึ อบรมฯท่กี าหนดไว้
(3) หากมาตรการใดมีการดาเนินการล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผน ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทาให้การ
ดาเนินงานไม่บรรลุตามเป้าหมาย อาจใช้วิธีที่เรียกว่าไดอะแกรมแบบก้างปลา(FishboneDiagram) ใน
72
การหาสาเหตุ (ตัวอย่างดังรูปท่ี 6.1) เพื่อหาแนวทางแก้ไขและสรุปผลที่คาดว่าจะเกิดข้ึนไว้ในรายงานผลการ
ดาเนนิ งานต่อไป
(4) สาหรับมาตรการท่ีดาเนินการแล้วเสร็จตามที่กาหนดไว้ คณะทางานต้องจัดให้มีการดาเนินการตรวจสอบ
และวเิ คราะหก์ ารปฏบิ ัติตามเป้าหมายและแผนฯ ทง้ั นอี้ าจมอบหมาย ให้พนกั งานที่รบั ผิดชอบมาตรการนเ้ี ป็นผู้
ควบคุมการตรวจสอบ และสง่ ผลการตรวจสอบใหก้ ับคณะทางานอกี ทหี นึง่
(5) การตรวจสอบและการวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานดังกล่าวให้รวมท้ังการ
ตรวจสอบและวเิ คราะหก์ จิ กรรมเพอื่ ส่งเสริมการอนุรักษ์พลงั งาน โดยควร ทาเป็นประจา อยา่ งน้อย 3 เดือนต่อ
คร้ัง และจัดทาเป็นรายงานเสนอให้เจ้าของโรงงาน ควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมทราบ โดยในรายงาน
ดังกลา่ วต้องประกอบด้วย
ผลสรปุ การติดตามการดาเนินการของมาตรการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน โดยระบชุ ่ือมาตรการอนรุ กั ษ์
พลังงาน สถานภาพการดาเนินงาน และปญั หาและอปุ สรรคในการดาเนนิ งาน
ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบตั ติ ามมาตรการอนุรกั ษ์พลงั งานแยกตามมาตรการ
ด้านไฟฟ้าและมาตรการด้านความร้อน โดยระบุช่ือมาตรการอนุรักษ์พลังงานที่ดาเนินการแต่ละมาตรการ
ระยะเวลาการดาเนินการแต่ละมาตรการตามแผนอนรุ ักษ์พลงั งาน และระยะเวลาที่เกิดข้ึนจริง สถานภาพการ
ดาเนินงานที่เกิดข้ึนจริง เงินลงทุนตามแผนและเงินลงทุนท่ีเกิดขึ้นจริง ผลการอนุรักษ์พลังงานตามแผนและที่
เกิดขนึ้ จริง ปญั หาและอุปสรรคในระหวา่ งการดาเนนิ การ และความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ
ผลสรุปการตรวจติดตามการดาเนินการของการฝึกอบรมและกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมการอนุรักษ์
พลังงาน โดยระบุช่ือหลักสูตรการฝึกอบรมหรือกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สถานภาพการ
ดาเนินการ ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนินการ (ถ้ามี) และจานวนผู้เข้าอบรมรายละเอียดในการจัดทา
รายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและ แผนอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งแผนการ
ฝึกอบรมและกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งแผนการ ฝึกอบรมและกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมการ
อนุรักษพ์ ลังงานให้เป็นไปตามท่ีกาหนดในรายงานการจัดการพลังงาน สาหรบั โรงงานควบคุม หรือรายงานการ
จัดการพลังงานสาหรบั อาคารควบคมุ ซ่งึ ดูได้
6.3 หนา้ ทีข่ องบุคคลทเี่ กีย่ วข้อง
หน้าที่ และความรับผิดชอบของบุคลากรต่างๆ ที่มีต่อการดาเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน และ
แผนการฝึกอบรมฯ รวมท้ังการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานและ
แผนการฝึกอบรมฯ
73
หน้าที่ของเจ้าของโรงงานควบคุมและเจา้ ของอาคารควบคุม
กากับ และดแู ลให้มีการดาเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน และแผนการฝกึ อบรมฯ รวมท้งั ตรวจสอบและ
วิเคราะหก์ ารปฏบิ ัตติ ามเปา้ หมายและแผนอนุรักษพ์ ลงั งาน และแผนการฝกึ อบรมฯ
หนา้ ทีข่ องคณะทางาน
1. ติดตามและควบคุมให้มีการปฏบิ ตั ิตามแผนอนรุ ักษ์ลังงาน และแผนการฝกึ อบรมฯ
2. ตรวจสอบการปฏิบตั ิงานตามเป้าหมายและแผนอนรุ ักษ์พลังงาน รวมถึงแผนการฝกึ อบรมฯของฝ่ายหรือ
แผนกท่เี กีย่ วข้อง
3. วิเคราะหห์ าสาเหตุและแนวทางแก้ไข หากเกดิ ปัญหาในการดาเนนิ การ
4. จดั ทารายงานผลการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบตั ติ ามเปา้ หมาย และแผนการอนุรักษ์พลังงานรวมถึง
แผนการฝึกอบรมและกจิ กรรมเพ่ือส่งเสริมการอนุรักษ์พลงั งาน และรายงาน ใหผ้ ู้บริหารทราบหนา้ ที่ของ
พนักงานใหค้ วามร่วมมือกบั คณะทางานในการตรวจสอบการดาเนนิ การตามเป้าหมายและแผน สาหรับผู้ ท่มี ี
หนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบในการดาเนินมาตรการอนุรักษ์พลงั งาน รวมทงั้ การฝึกอบรมและกิจกรรมเพื่อสง่ เสรมิ การ
อนุรักษ์พลังงาน และรายงานความกา้ วหนา้ ของการดาเนนิ การให้คณะทางานทราบเปน็ ระยะ
74
ขั้นตอนที่ 7 การตรวจติดตามและประเมนิ การจดั การพลังงาน
7.1 ข้อกาหนด
“ข้อ 9 เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจติดตาม และประเมิน
การจัดการพลังงาน รวมถึงการทบทวน วิเคราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานตาม ช่วงเวลา
ที่กาหนดอย่างเหมาะสมเป็นประจาอย่างน้อยปีละหนึ่งคร้ัง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศ
กาหนดในราชกิจจานุเบกษา” (ที่มา: กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลงั งานใน
โรงงานควบคุมและอาคาร ควบคุม พ.ศ. 2552)
7.2 ข้อเสนอแนะการปฏิบตั ิตามขอ้ กาหนด
การปฏิบัติตามข้อกาหนดในบทที่ 7 น้ี ให้พิจารณาการตรวจติดตาม และประเมินผลการจัด
การพลังงานขององค์กร เพื่อให\ทราบถึงปัญหาอุปสรรคในการดาเนินการที่ผ่านมา องค์กรควรจัดให้มีคณะ
ผู้ตรวจประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กรเพื่อติดตามและตรวจสอบวิธีการจัดการพลังงานที่จัดทาข้ึน
วา่ มกี ารปฏบิ ตั ิงานตามแผน และดาเนินการจดั การพลงั งานที่จัดทาข้นึ หรือไม่ รวมท้ังรวบรวมเอกสาร หลักฐาน
ท่เี ก่ียวข้องเพื่อจัดทาเป็นรายงานการตรวจตดิ ตามขององค์กร สาหรบั ช่วงเวลาและความถี่ในการ ตรวจติดตาม
นั้นต้องกาหนดให้เหมาะสมและสม่าเสมอ โดยความถี่ของการตรวจติดตามน้ันสามารถกาหนด ขึ้นเองโดย
องค์กร แต่ควรทาเป็นประจาอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง ในส่วนของคณะผู้ตรวจประเมินฯน้ันต้องเป็นผู้ ท่ีมีความรู้
และความเข้าใจในวิธีการจัดการพลังงาน อีกท้ังต้องมีความเป็นกลางและเป็นอิสระต่อกิจกรรมที่จะ ทาการ
ประเมนิ การดาเนนิ การตรวจตดิ ตามภายในควรกาหนดแผนงาน และขอบเขตของการตรวจ ประเมนิ ทแ่ี นน่ อน
ในการตรวจติดตามและประเมนิ วธิ ีการจัดการพลังงานคณะทางานด้านการจัดการพลงั งานควร ดาเนินการดังน้ี
(1) ดาเนินการประชุมรว่ มกบั เจา้ ของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุม เพอ่ื จดั ตั้งคณะผู้ตรวจ
ประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กร พร้อมท้ังกาหนดวาระการทางานของ คณะผู้ตรวจประเมินฯ ตาม
ความเหมาะสม คณะผู้ตรวจประเมินฯ ควรมีสมาชิกอย่างน้อย 2 คน ซ่ึงอาจประกอบด้วยบุคคลท่ีมาจาก
ภายนอกหรอื ภายในองคก์ รกไ็ ด้ ท้งั นี้ แล้วแต่ ความเหมาะสมและอตั รากาลงั คนขององค์กรนน้ั
(2) เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุม ลงนามคาสง่ั แต่งตง้ั คณะผู้ตรวจประเมนิ ฯและเผยแพร่ให้
พนักงานขององคก์ รรบั ทราบ (ตัวอย่างคาส่ังแตง่ ตงั้ คณะผ้ตู รวจประเมนิ ฯ
(3) ข้อกาหนดของการจดั การพลงั งานท่ีต้องไดร้ ับการตรวจประเมนิ มหี ัวดงั น้ี
ก. การจัดต้ังคณะทางานด้านการจดั การพลังงาน
ข. การประเมนิ สถานภาพการจดั การพลงั งานเบ้อื งตน้
ค. การมีนโยบายอนุรักษ์พลังงาน ง. การประเมนิ ศักยภาพอนุรักษ์พลังงาน
จ. การมีเปา้ หมายและแผนอนุรกั ษ์พลังงาน รวมทั้งแผนการฝกึ อบรม และกิจกรรมสง่ เสรมิ การอนุรักษ์พลงั งาน
75
ฉ. การดาเนนิ การตามแผนอนรุ กั ษ์พลังงาน และการตรวจสอบและ วเิ คราะห์การปฏบิ ัติตามเป้าหมายและแผน
อนรุ ักษพ์ ลังงาน
ช. การตรวจติดตามและประเมินการจดั การพลังงาน
ซ. การทบทวนวิเคราะห์และแก้ไขขอ้ บกพร่องของการจัดการพลังงาน
(4) การตรวจติดตามและประเมินการจัดการพลังงานของคณะผตู้ รวจประเมินฯ ตามข้อ (3) ให้ดาเนินการโดย
การประเมนิ ค. จากรายงาน เอกสาร
(5) ภายหลังการตรวจสอบและประเมินการจัดการพลังงานตามข้อ (4) เรียบร้อยแล้ว คณะผู้ตรวจประเมินฯ
ต้องทาการสรุปผลการตรวจติดตามและประเมินวิธีการจัดการพลังงาน ดังกล่าว พร้อมท้ังลงลายมือชื่อรับรอง
โดยประธานคณะผู้ตรวจประเมินฯ และจัดส่งให้กับ คณะทางานด้านการจัดการพลังงานและเจ้าของโรงงาน
ควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุม ร่วมกันพิจารณาผลการ ตรวจประเมินการจัดการพลังงาน เพ่ือทาการ
ทบทวน วเิ คราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่อง โดยมรี ายละเอยี ดเพิ่มเตมิ ในบทท่ี 8 ตอ่ ไป
ท้ังน้ี ผลสรุปการตรวจติดตามและประเมินการจัดการพลังงานดังกลา่ วที่คณะผู้ตรวจประเมินฯ จัดทา
ขึ้นตามข้อ (5) ให้เป็นไปตามแบบที่กาหนดในรายงานการจัดการพลังงานสาหรับโรงงานควบคุมหรือ รายงาน
การจดั การพลังงานสาหรับอาคารควบคมุ ซง่ึ ดไู ด้จาก
7.3 หน้าท่ีของบุคคลท่ีเกีย่ วข้อง
หนา้ ที่ และความรับผิดชอบของบคุ ลากรต่างๆ ที่มตี ่อการตรวจติดตามและประเมนิ วธิ ีการจดั การพลงั งาน
หนา้ ที่ของเจา้ ของโรงงานควบคุมและเจา้ ของอาคารควบคุม
1. แต่งต้งั คณะผูต้ รวจประเมินการจัดการพลังงานภายในองค์กรเปน็ ลายลกั ษณ์อักษรและลงนาในคาสัง่ แต่งตั้ง
2. กากับ ดูแล ให้มีการดาเนินการตรวจติดตาม และประเมินการจดั การพลงั งาน
หนา้ ทข่ี องคณะทางาน
1. จัดเตรยี มเอกสาร หลักฐานในการดาเนนิ การตามข้อกาหนดของวธิ ีการจัดการพลงั งาน
2. นาผลการตรวจประเมนิ มาทบทวน วเิ คราะห์และแก้ไขข้อบกพรอ่ ง
หนา้ ทีข่ องคณผตู้ รวจประเมินฯ
1. กาหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต และแผนการดาเนินการตรวจประเมนิ
2. ดาเนนิ การตรวจประเมินตามแผนทีก่ าหนด
3. ทาการสรุปผลการตรวจประเมนิ และรายงานใหก้ ับคณะทางานดา้ นการจดั การพลงั งานและเจา้ ของ
โรงงานควบคุมและอาคารควบคมุ และผบู้ ริหารระดบั สงู
หนา้ ทขี่ องพนักงาน
เตรียมความพรอ้ มและให้ความรว่ มมือกบั คณะผตู้ รวจประเมินฯ ในการตรวจประเมนิ ภายใน
76
ข้ันตอนที่ 8 การทบทวน วิเคราะห์ และ แกไ้ ขข้ อบกพร่องของการ
จดั การพลงั งาน
8.1 ขอ้ กาหนด
ข้อ 9 เจ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมต้องจดั ให้มกี ารตรวจติดตาม และประเมินการ
จัดการพลังงาน รวมถึงการทบทวนวิเคราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน ตาช่วงเวลาท่ี
กาหนดอย่างเหมาะสมเป็นประจาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี รัฐมนตรีประกาศ
กาหนดในราชกิจจานุเบกษา” (ท่ีมา: กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการจัดการพลังงานใน
โรงงานควบคมุ และ อาคารควบคมุ พ.ศ. 2552)
8.2 ข้อเสนอแนะการปฏิบตั ิตามข้อกาหนด
การดาเนินการตามบทท่ี 8 น้ี เป็นการดาเนินการท่ีต่อเน่ืองมาจากบทที่ 7 โดยนาผลการประเมนิ การ
จัดการพลังงานจากการตรวจติดตามภายในมาวิเคราะห์ความเหมาะสม จุดอ่อน จุดแข็ง กิจกรรมหรือการ
ดาเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์พลังงานขององค์กร รวมท้ังการปรับปรุงประสิทธิภาพในการ
ดาเนินการตามข้อกาหนดต่างๆ ของวิธีการจัดการพลังงาน (นโยบายอนุรักษ์พลังงาน แผนฝึกอบรม หรือ
เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน เป็นต้น) ในกรณีที่พบอุปสรรคหรือปัญหาในการดาเนินการ โดย
คณะทางานต้องทาการวิเคราะห์หาสาเหตุว่าเกิดจากข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานว่ามาจากปัจจัย
ภายในองค์กร หรือเนือ่ งมาจากปจั จยั ภายนอก จากนน้ั จงึ หาแนวทางแกไ้ ขและปรับปรงุ วธิ กี ารจดั การพลงั งาน
ใหม่ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาวิธีการจัดการพลังงานอย่าง
ตอ่ เนอ่ื ง
ในการประชุมทบทวน วิเคราะห์ และ แก้ไขข้อบกพร่องของวิธีการจัดการพลังงานน้ันต้อง จัดขึ้นเป็น
ประจาอย่างน้อยปีละ 1 คร้ัง และกาหนดข้ึน ในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยผู้เข้าประชุมควร ประกอบด้วย
ผู้บริหารระดับสูง ประธานและ คณะทางานด้านการจัดการพลังงาน รวมท้ังตัวแทน จากหน่วยงานอ่ืนๆ ท่ี
เก่ียวข้องในการทบทวน วิเคราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องวิธีการจัดการพลังงาน คณะทางานด้านการจัด
การพลงั งานควรดาเนนิ การดังนี้
(1) จดั ใหม้ กี ารประชุมทบทวนผลการดาเนินการภายหลังการตรวจประเมนิ ภายใน โดยแจง้ใหผ้ ้รู บั ผดิ ชอบด้าน
พลงั งานหรอื ตัวแทนจากหน่วยงานท่เี ก่ียวข้องทราบถึงวตั ถปุ ระสงคร์ ูปแบบ กาหนดเวลา และเขา้ ร่วมประชุม
(2) การจัดการประชุมทบทวนผลการดาเนินการ ควรมีตัวแทนจากทุกฝ่ายเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและ
รับทราบผลการประชุม ดังน้ันควรให้มีการเชิญผู้เข้าร่วมประชุมทั้งจากฝ่ายบริหาร คณะทางาน และตัวแทน
พนกั งานทกุ ระดบั จากหนว่ ยงานตา่ งๆ
77
(3) รวบรวมผลประเมินการดาเนินการจากหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร แล้วทาการสรุปผลกาทบทวน
วิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงาน และรายงานให้ เจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของ
อาคารควบคุมทราบ โดยผลสรุปดังกล่าว ควร ประกอบด้วยผลการทบทวนการดาเนินการจัดการพลังงานใน
แตล่ ะข้ันตอนตามที่ กาหนดในกฎกระทรวงฯ วา่ มคี วามเหมาะสมหรือควรปรับปรุง พร้อมท้ังระบุ ข้อบกพร่อง
ท่ตี รวจพบในกรณีทเี่ ห็นวา่ สมควรต้องมีการปรับปรุง และแนวทางการปรับปรุงข้อบกพร่องดังกลา่ วทเ่ี กิดในแต่
ละขนั้ ตอนของการดาเนนิ การจัดการพลังงาน
(4) ในระหว่างการประชุมทบทวนและวิเคราะห์วิธีการจัดการพลังงาน ผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม
ประชุมแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ทั้งในส่วนท่ีเป็นเชิงบวกและ เชิงลบต่อการดาเนินการ โดยในกิจกรรม
หรือการดาเนินการใดๆ ที่เป็นประโยชน์ในการ พัฒนาวิธีการจัดการพลังงาน ก็ควรให้การสนับสนุนและ
ส่งเสริมต่อไป สาหรับปัญหา อุปสรรค หรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ควรร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุ และแนวทาง
ในการแกไ้ ขท่เี หมาะสม
(5) ผู้บริหารระดับสูงควรนาข้อมูลท่ีไดจ้ ากการประชุมทบทวนฯ ไปใช้ในการปรับปรุงวธิ ีการจดั การพลังงานให้
ดขี น้ึ เพ่อื การพฒั นาอย่างตอ่ เนอ่ื งและย่ังยนื
(6) เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทุกคนรับทราบถึงผลการประชุมทบทวนวิธีการจัดการพลังงาน
รวมทั้งแนวปฏิบัติในการทางานเพ่ือพัฒนาวิธีการจัดการพลังงานซึ่งได้จากการประชุมผลสรุปการทบทวน
วิเคราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลังงานท่ีจัดทาขึ้นตามข้อ (3) ให้เป็นไปตามแบบที่กาหนดใน
รายงานการจัดการพลังงานสาหรับโรงงานควบคุม หรือรายงานการจัด การพลังงาสาหรับอาคารควบคุม ซึ่งดู
ได้จากภาคผนวก ค และภาคผนวกง
8.3 หน้าท่ีของบคุ คลทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
หน้าท่ี และความรับผดิ ชอบของบคุ ลากรตา่ งๆ ที่มตี ่อการทบทวน วิเคราะห์ และแกไ้ ข ขอ้
บกพรอ่ งของวิธกี ารจดั การพลงั งาน
หนา้ ทข่ี องเจา้ ของโรงงานควบคุมและเจา้ ของอาคารควบคมุ
1. ควบคุมใหม้ กี ารดาเนนิ การทบทวนผลการดาเนนิ วิธกี ารจดั การพลงั งาน
2. รว่ มทบทวน วเิ คราะห์ และรับทราบ ผลการดาเนนิ การจดั การพลังงาน 3. แสดงเจตจานงใหม้ กี าร
ปรบั ปรุงวิธกี ารจดั การพลังงานอยา่ งต่อเนอ่ื งหนา้ ที่ของคณะทางาน 1. รวบรวมข้อมูลและสรปุ ผลกา
ประเมินการดาเนนิ การของหนว่ ยงานต่างๆ ภายในองคก์ ร 2. ดาเนนิ การจดั การประชุมทบทวน
วเิ คราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องของการจัดการพลงั งาน เผยแพรแ่ ละประชาสัมพนั ธผ์ ลการประชมุ และ
แนวทางปฏิบัติทไี่ ดจ้ ากการประชมุ ให้พนกั งานทุกคนรบั ทราบหนา้ ทข่ี องพนักงาน คดั เลอื กผแู้ ทนเข้า
รว่ มแสดงควาคดิ เห
78
บทสรปุ
จากการปฏิบัตติ ามข้อกาหนดทง้ั 8 ขั้นตอนขา้ งต้น จะนาไปสู่การพฒั นาวธิ ีการจดั การพลังงานให้
เกดิ ขน้ึ ภายในองค์กร อย่างไรก็ตามวิธกี ารจดั การพลงั งานที่ดนี น้ั จาเปน็ จะตอ้ งมีการพฒั นา และปรบั ปรงุ อยา่ ง
ตอ่ เนื่อง เพ่ือนาไปสู่การอนุรักษพ์ ลงั งานทย่ี ง่ั ยนื สงิ่ สาคัญในการพัฒนา วิธีการจัด การพลังงานนน้ั ก็คือ การ
สรา้ งบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และจิตสานกึ ดา้ นการอนรุ ักษ์ พลังงาน รวมทัง้ องคก์ ร
จาเปน็ ต้องมีระบบการจัดทาเอกสารและฐานข้อมลู ที่ดี เพื่อใชเ้ ป็นข้อมูลอา้ งองิ และ เปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิ
ของการดาเนนิ การจัดการพลังงานในการประเมนิ การจัดการพลงั งานนั้น นอกจากการตรวจประเมินภายใน
โดยคณะผตู้ รวจ ประเมินฯ ท่ีองค์กรจัดใหม้ ีขึ้นแล้ว วิธีการจัดการพลงั งานยังจาเป็นต้องไดร้ ับการตรวจสอบ
และรับรอง จากทมี งานของผู้ตรวจสอบพลังงานที่ข้ึนทะเบียนกับ พพ.
การจดั ทารายงานการจดั การพลังงาน เจ้าของโรงงานควบคมุ และเจ้าของอาคารควบคมุ ตอ้ งจัดทารายงานการ
จดั การพลงั งานเพ่ือ จัดส่งให้อธบิ ดกี รมพฒั นาพลงั งานทดแทนและอนุรกั ษ์พลงั งานภายในเดอื นมีนาคมของทกุ
ปี โดยใน รายงานดงั กลา่ วตอ้ งมรี ายละเอยี ดของข้อมลู พร้อมท้ังเอกสารและหลกั ฐานต่าง ๆ ที่เกยี่ วข้องกบั การ
ดาเนินการจดั การพลงั งานทั้ง 8 ขั้นตอน ตามท่ีได้กล่าวไปแลว้ ในบทที่ 1 ถงึ บทท่ี 8 โดยรายงานการจัด
การพลังงานดังกล่าวนัน้ จะต้องได้รบั การตรวจสอบและรบั รองจากผู้ตรวจสอบพลงั งาน ซ่งึ จะพจิ ารณา จาก
เอกสารและหลกั ฐานทีเ่ จ้าของโรงงานควบคุมและเจ้าของอาคารควบคุมจัดทาข้ึนตามขน้ั ตอนตา่ งๆ ของการ
ดาเนนิ การจัดการพลงั งาน และอาจรวมถึงการสอบถามหรือสมั ภาษณ์พนกั งานหรือบุคลากรที่ เกยี่ วข้องเพ่ือ
เปน็ หลักฐานอ้างองิ ว่าโรงงานควบคุมหรอื อาคารควบคมุ นัน้ ไดด้ าเนินการจัดการพลงั งาน จรงิ และในการ
ดาเนนิ การแตล่ ะข้นั ตอนนัน้ มีความถกู ต้องและครบถว้ นมากน้อยเพียงใด ควรตอ้ งมีการ ปรบั ปรุงหรอื ไม่
การจัดส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลงั งาน
เจา้ ของโรงงานควบคมุ และเจ้าของอาคารควบคุมตอ้ งจดั ทารายงานการจดั การพลังงาน และ จดั ส่ง
รายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลงั งานทีด่ าเนินการ โดยผู้ตรวจสอบพลังงานที่ขน้ึ ทะเบียน
กบั กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนรุ ักษ์พลงั งาน ให้แกอ่ ธิบดีกรมพฒั นาพลงั งาน ทดแทนและอนุรักษ์
พลงั งาน ภายในเดือนมีนาคมของทกุ ปี เวน้ แตใ่ นกรณที ่ีในปีท่ีลว่ งมานั้น เจ้าของ โรงงานควบคมุ หรอื อาคาร
ควบคมุ มรี ะยะเวลาท่ีตอ้ งดาเนนิ กาจัดการพลงั งานตามท่ีกาหนดใน กฎกระทรวงน้จี นถงึ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม
น้อยกว่า 180 วนั ให้สง่ รายงานผลการตรวจสอบและรบั รองการจัด การพลงั งานของระยะเวลาดังกล่าวภายใน
เดอื นมนี าคมของปีถดั ไป โดยรายงานผลการตรวจสอบและ รับรองการจัดการพลงั งานท่ีจดั ส่งให้ กรมพัฒนา
พลังงานทดแทนและอนรุ ักษ์พลังงานนน้ั ต้อง ประกอบดว้ ย รายการตรวจสอบการจัดการพลังงาน และ
รายงานการจกั ารพลงั งาน
79
บรรณานกุ รม
https://greedisgoods.com/tpm-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD/
http://etheses.aru.ac.th/PDF/1255661063_05.PDF
http://www.dms.eng.su.ac.th/filebox/FileData/MM001.pdf
https://besterlife.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0
%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0
%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%
B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87/
http://www.tpmconsulting.org/topmenu_show.php?id=4