The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pai_1998_1, 2021-10-31 04:31:33

ระดับภาษา

ระดับภาษา

ร า ย วิ ช า ภ า ษ า ไ ท ย พื้ น ฐ า น



เรื่อง...
ระดับภาษา




ร ะ ดั บ ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ ๕
โ ด ย ค รู ล ะ ใ ม ท อ ง มี

ร ะ ดั บ ภ า ษ า

ภาษานอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร
ความรู้ ความคิด ความรู้สึก ทัศนคติแล้ว ยังใช้สร้าง
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ มนุษย์ใช้ภาษาโดยคำนึง
ถึงความสัมพันธ์ระหว่างกั นภาษาจึงมีลักษณะแตก
ต่างกันเป็นหลายระดับ เพื่อให้บังเกิดสัมฤทธิ์ผลตาม
ความมุ่งหมายของผู้ส่งสาร

ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ร ะ ดั บ ภ า ษ า

ระดับภาษา หมายถึง การแบ่งการใช้ภาษาออก
เป็นระดับต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับบุคคล โอกาส
กาลเทศะ และประชุมชน ความรู้เกี่ยวกับระดับภาษา
ช่วยให้สามารถพูดและเขียนภาษาไทยได้ถูกต้อง
เหมาะสมกับสัมพันธ์ภาพของบุคคล โอกาส กาลเทศะ
และประชุมชม เพื่อให้การสื่อสารเป็นที่เข้าใจและ
พอใจทั้งฝ่ายผู้ส่งสารและผู้รับสาร และบังเกิดสัมฤทธิ์
ผลตามความมุ่งหมาย

ปัจจัยที่กำหนดระดับภาษา

๑. โอกาสและสถานที่ เช่น การสื่อสารกับ
บุคคลกลุ่มใหญ่ในที่ประชุม ที่สาธารณะ ตลาดร้าน
ค้า หรือที่บ้าน ย่อมใช้ระดับภาษาต่างกัน

๒. สัมพันธภาพระหว่างบุคคล การเป็นเพื่อน
สนิท ผู้เพิ่งรู้จัก ผู้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนย่อมใช้ระดับ
ภาษาต่างกัน แต่อย่างไรก็ดี ปัจจัยนี้ต้องขึ้นปัจจัยข้อ
ที่ ๑ เช่น บุคคลที่เป็นเพื่อนสนิทเมื่อพูดกันในที่
ประชุมย่อมไม่อาจใช้ภาษาระดับเดียวกับที่เคยใช้
เมื่อสนทนากันตามลาพัง

๓. ลักษณะของเนื้อหา เนื้อหาของสารส่วน
ใหญ่มีความสัมพันธ์กับโอกาสในการสื่อสารระดับ
ภาษา ในบางกรณีเนื้อหาอย่างเดียวกันอาจใช้ภาษา
ต่าง ๆ กัน ได้ทั้ง ๕ ระดับ

๔. สื่อที่ใช้ส่งสาร เช่น จดหมายส่วนตัวผนึก
ซองไปรษณียบัตร การบอกต่อ ๆ กันไปด้วยปาก
การพูดทางเครื่องขยายเสียง การพูดทางวิทยุ
กระจายเสียงโทรศัพท์หรือโทรทัศน์ ย่อมใช้ภาษา
ต่างระดับกัน

การแบ่งระดับภาษา

ภาษาอาจแบ่งเป็นระดับต่าง ๆ ได้หลายวิธี เช่น

ก. แบ่งเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับที่เป็นทางการ
(แบบแผน) และระดับที่ไม่เป็นทางการ (ไม่เป็น
แบบแผน)

ข. แบ่งเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับพิธีการ (แบบแผน)
ระดับกึ่งพิธีการ (กึ่งแบบแผน) และระดับไม่เป็น
พิธีการ (ไม่เป็นแบบแผนหรือภาษาปาก)

ค. แบ่งเป็น ๕ ระดับ คือ ระดับพิธีการ ระดับ
ทางการ ระดับกึ่งทางการ ระดับไม่เป็นทางการ และ
ระดับกันเอง

๑. ภาษาระดับพิธีการ

- โอกาสใช้สื่อสารในที่ประชุมที่จัดขึ้นอย่างเป็น
พิธีการ เช่น การกล่าวอวยพร การกล่าวคาปราศรัย
การกล่าวรายงาน การกล่าวเปิดประชุม ฯลฯ
- ผู้ส่งสารและผู้รับสาร มักเป็นบุคคลสำคัญหรือมี
ตำแหน่งสูง ส่วนมากเป็นบุคคลในวงการเดียวกัน
หรือเป็นชนกลุ่มใหญ่
- สัมพันธภาพระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร
มีสัมพันธ์ต่อกันอย่างเป็นทางการ ส่วนใหญ่ผู้ส่งสาร
กล่าวฝ่ายเดียว ถ้ามีการกล่าวตอบก็กระทำอย่างเป็น
ทางการ
- การใช้ภาษา ทุกตอนมีลักษณะเป็นพิธีรีตอง จึง
ต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมและไพเราะโดยต้องกลั่น
กรองมาล่วงหน้าแล้ว

ตัวอย่าง

๒. ภาษาระดับทางการ

- โอกาส ใช้ในการบรรยายหรืออภิปรายอย่างเป็น
ทางการในการประชุม ซึ่งต่อช่วงจากตอนที่เป็น
พิธีการ หรือใช้ในการเขียนข้อความที่จะปรากฏต่อ
สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในหนังสือที่ติดต่อกัน
ทางราชการหรือในวงการธุรกิจ
- ผู้ส่งสารและผู้รับสาร มักจะเป็นบุคคลซึ่งมีหน้าที่
และภารกิจโดยตรงในแต่ละด้าน ในวงการหรือวง
อาชีพเดียวกัน
- สัมพันธภาพระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร
สัมพันธภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปในด้านธุรกิจ
และการงาน
- การใช้ภาษา ระดับนี้มุ่งให้ได้ผลตามจุดประสงค์
โดยเร็ว โดยประหยัดการใช้ถ้อยคำและเวลาให้มาก
ที่สุด อาจใช้ศัพท์เฉพาะมากหรือน้อยแล้วแต่ลักษณะ
การประชุมและผู้รับสาร ในกรณีจำเป็น ผู้ส่งสารอาจ
ต้องใช้คำอธิบายให้มากขึ้นก็ได้
ตัวอย่าง

๓. ภาษาระดับกึ่งทางการ

- โอกาส ภาษาระดับนี้คล้ายกับระดับที่ ๒ แต่ลด
ความเป็นการเป็นงานเป็นการลงบ้าง มักใช้ในการ
ประชุมกลุ่มที่เล็กกว่าการประชุมที่ต้องใช้ภาษาระดับ
ทางการ เช่น ในการประชุมกลุ่มย่อย การบรรยายใน
ห้องเรียน ข่าวและบทความในหนังสือพิมพ์
- ผู้ส่งสารและผู้รับสาร มักจะเป็นบุคคลซึ่งมีหน้าที่
และภารกิจโดยตรงในแต่ละด้าน ในวงการหรือวง
อาชีพเดียวกัน
- สัมพันธภาพระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร
สัมพันธภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปในด้านธุรกิจ
และการงาน
- การใช้ภาษา มักใช้ภาษาที่ทำให้รู้สึกคุ้นเคย
มากกว่าภาษาในระดับที่ ๒ และใช้ศัพท์เฉพาะเท่าที่
จำเป็น

ตัวอย่าง

๔. ภาษาระดับไม่เป็นทางการ

- โอกาส ใช้ในการสนทนาระหว่างบุคคลหรือกลุ่มไม่
เกิน ๔ – ๕ คน ในสถานที่และโอกาสที่ไม่ใช่เป็นการ
ส่วนตัว เช่น ในการเขียนจดหมายระหว่างเพื่อน การ
รายงานข่าว การเสนอบทความในหนังสือพิมพ์
เนื้อหาของสารอาจเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่จำกัดเฉพาะ
วิชาการ
- ผู้ส่งสารและผู้รับสาร มักจะเป็นบุคคลที่รู้จักเป็น
อย่างดี หรือบุคคลที่รู้จักมักคุ้นกันอยู่แล้ว สนทนากัน
ในสถานที่และโอกาสที่ไม่เป็นการส่วนตัว
- สัมพันธภาพระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร บุคคลที่
รู้จัก สนิทสนมและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
- การใช้ภาษา ภาษาที่ใช้อาจมีถ้อยคำที่เคยใช้กัน
เฉพาะกลุ่ม เข้าใจง่าย และสุภาพ

ตัวอย่าง

๕. ภาษาระดับกันเอง

- โอกาส ใช้ในวงจำกัดที่เป็นการส่วนตัว เช่น ภายใน
ครอบครัว เพื่อนสนิท ที่บ้านหรือห้องที่เป็นสัดส่วนโดย
เอกเทศ เนื้อหาของสารเช่นเดียวกับระดับที่ ๔
- ผู้ส่งสารและผู้รับสาร มักจะเป็นบุคคลที่รู้จักเป็น
อย่างดี ไม่มีความเป็นทางการ พูดคุยสนทนากันในชีวิต
ประจำวันหรือโอกาสทั่ว ๆ ไปเป็นประจำอยู่แล้ว
- สัมพันธภาพระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร บุคคลที่
รู้จัก สนิทสนมและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
- การใช้ภาษา ภาษาที่ใช้มักเป็นภาษาพูดเท่านั้น ไม่
นิยมบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากใช้ใน
นวนิยาย บทละคร หรือเรื่องสั้น อาจใช้คำสแลงหรือ
ภาษาถิ่นปะปนบ้างก็ได้

ตัวอย่าง

ข้อสังเกตการใช้ภาษาระดับกันเอง

๑. อาจมีคำคะนองสื่อความหมายตามความ
นิยม ในกลุ่มบุคคลซึ่งจะได้รับความนิยมเพียงชั่วครู่
เช่น
- ชอบทำตัวเป็นสาวไดอยู่เรื่อย ( ได หมายถึง
ไดโนเสาร์คือโบราณ )
- ชอบทำอะไรเฟอะฟะอยู่เรื่อย ( เฟอะฟะ หมายถึง
แสดงกริยาไม่น่าดู)

๒. จะมีคำขานรับและคำลงท้าย ได้แก่ คะ ค่ะ
นะคะ ครับ ซินะ เถอะรวมทั้งออกเสียงคำบางคำตาม
ภาษาปาก เช่น ยังงี้ ยังงั้น

๓. นิยมใช้คำอุทานเสริมบทในการพูดด้วย เช่น
กินหยูกกินยา อาบน้ำอาบท่า เสื้อผ้งเสื้อผ้า รถมุง
รถเมล์ กับข้าวกับปลา

ลักษณะของภาษาระดับต่าง ๆ

๑. การเรียบเรียง ภาษาระดับต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันในการ

เรียบเรียงเกี่ยวกับลำดับหรือระเบียบของใจความแตกต่างกันไป เช่น ภาษา

ระดับพิธีการและระดับทางการ จะต้องใช้ข้อความที่ต่อเนื่องกลมกลืนกัน

มากกว่าภาษาระดับกึ่งทางการ ในการใช้ภาษาเขียนไม่ว่าในระดับใดจะต้อง

ระมัดระวังในเรื่องลำดับข้อความมากกว่าภาษาพูด เพราะผู้อ่านอาจไม่เข้าใจ

และสอบถามผู้พูดได้

๒. กลวิธีนำเสนอ ภาษาระดับพิธีการและระดับทางการนำเสนออย่าง

กลาง ๆ เป็นการส่งสารไปยังกลุ่มบุคคล และส่งในฐานะที่เป็นผู้แทนของกลุ่ม

บุคคลหรือในนามของตำแหน่ง ไม่เจาะจงบุคคลผู้รับหรือผู้ส่งสาร เหมือน

อย่างภาษาระดับไม่เป็นทางการและระดับกันเอง

๓. ถ้อยคำที่ใช้ การใช้ถ้อยคำในภาษาจะเป็นต้องแตกต่างกันไปตาม

ระดับต่าง ๆ กัน เช่น

๓.๑ คำสรรพนาม ภาษาระดับพิธีการ ระดับทางการ และระดับกึ่ง

ทางการ ย่อมใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และบุรุษที่ ๒ ต่างกับภาษาระดับไม่เป็น

ทางการและระดับกันเอง ที่สามารถใช้สรรพนามบุรุษที่ ๓ ได้

๓.๒ คำนาม คำวิสามัญนามหลายคำใช้คำแตกต่างกันระหว่าง

ระดับทางการขึ้นไปและระดับต่ำกว่าทางการ เช่น

โรงหนัง – โรงภาพยนตร์ ใบขับขี่ – ใบอนุญาตขับรถยนต์

ใบรับรอง – หนังสือรับรอง รถเมล์ – รถโดยสารประจำทาง

แสตมป์ – ดวงตราไปรษณียากร งานแต่งงาน – งานมงคลสมรส

๓.๓ คำกริยา ใช้ต่างกันในระดับต่าง ๆ เช่น กริยา“ตาย”ใช้คำ

ต่าง ๆ กันตามฐานะของบุคคล

ถึงแก่กรรม – สุภาพชน ถึงแก่อนิจกรรม - รัฐมนตรี

มรณภาพ – พระภิกษุ สิ้นชีพตักษัย - หม่อมเจ้า

ถึงแก่อสัญกรรม – นายกรัฐมนตรี

สิ้นพระชนม์ - พระองค์เจ้า, สมเด็จพระสังฆราช

สวรรคต – พระมหากษัตริย์, สมเด็จพระราชินีนาถ

๓.๔ คำวิเศษณ์ ภาษาระดับทางการขึ้นไปไม่นิยมใช้คำวิเศษณ์

บอกลักษณะและวิเศษณ์บอกปริมาณ เช่น เปรี้ยวจี๊ด ขมปี๋ อ้วนอึ่ง ยุ่งจัง

ยิ้มแฉ่ง คำเหล่านี้ควรใช้คำว่า มาก หรือ จัด ต่อท้าย

๓.๕ คำชนิดอื่น ๆ เช่น คำบุพบท คำสันธาน และคำสรรพนามที่

เชื่อมความใช้ร่วมกันทุกระดับภาษา ส่วนคำลงท้ายประโยค เช่น คะ ครับ

ซิ นะ เถอะ ว่ะ โว้ย ใช้เฉพาะในระดับไม่เป็นทางการ และระดับกนั เอง


Click to View FlipBook Version