The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวมารียะ สาเระ รหัสนักศึกษา 6419050038

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 038มารียะ สาเระ, 2021-11-20 12:19:14

นางสาวมารียะ สาเระ รหัสนักศึกษา 6419050038

นางสาวมารียะ สาเระ รหัสนักศึกษา 6419050038

เรื่อง เครื่องมือการบริหารจัดการสถานศึกษาสมัยใหม่

ฺ Balanced Scorecard (BSC)

จั ด ทำ โ ด ย

นางสาวมารียะ สาเระ

รหัสนักศึกษา 6419050038

เสนอ

ดร.เชาวนี แก้วมโน

905-502

หลักการและทฤษฎีทางการบริหาร

คำนำ

รายงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา
905-502 หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา
เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาแนวคิด ทฤษฎีการ
บริหารการศึกษา หลักการบริหารการศึกษาและเครื่อง
มือสมัยใหม่
เรื่อง Balanced Scorecard โดยได้ศึกษาผ่านแหล่ง
ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น ตำรา หนังสือเรียน และแหล่ง
ความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ

ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำ
รายงานฉบับนี้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ
การศึกษาเกี่ยวกับแนวคิดทฤษฎี หลักการบริหารการ
ศึกษาและเครื่องมือสมัยใหม่ Balanced Scorecard
เป็นอย่างดี

มารียะ สาเระ
ผู้จัดทำ

สารบัญ

Balanced Scorcard................................1
ระบบการวัดและการประเมินผล...................... 3
สมดุลใน BSC............................................ 4
แผนที่กลยุทธ์............................................. 5
วัตถุประสงค์................................................6

สิ่งที่นำไปปฏิบัติเชิงกลยุทธ์............................ 7
ระบบของ BSC............................................ 8
เกณฑ์การเลือกองค์กร.................................. 9
ประโยชน์ BSC........................................... 13
ข้อดีและข้อเสีย BSC.................................. 14
ทำไมต้องนำ BSC มาใช้.............................. 15
บรรณานุกรม............................................ 16

Balanced Scorecard

Balanced Scorecard เป็นกลยุทธ์ในการบริหารงานสมัยใหม่ และได้รับความนิยมไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย Balanced
Scorecard ได้ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อปี 1990 โดย Drs. Robert Kaplan จาก Harvard Business School และ David Norton
จาก Balanced Scorecard Collaborative โดยตั้งชื่อระบบนี้ว่า “Balanced Scorecard” เพื่อที่ผู้บริหารขององค์กรจะได้รับรู้
ถึงจุดอ่อน และความไม่ชัดเจนของการบริหารงานที่ผ่านมา balanced scorecard จะช่วยในการกำหนดกลยุทธ์ในการจัดการ
องค์กรได้ชัดเจน โดยดูจากผลของการวัดค่าได้จากทุกมุมมอง เพื่อให้เกิดดุลยภาพในทุก ๆ ด้าน มากกว่าที่จะใช้มุมมองด้านการเงิน
เพียงด้านเดียว อย่างที่องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่คำนึงถึง เช่น รายได้ กำไร ผลตอบแทนจากเงินปันผล และราคาหุ้นในตลาด เป็นต้น
การนำ balanced scorecard มาใช้จะทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพขององค์กรชัดเจนยิ่งขึ้น

Balanced Scorecard คือระบบการบริหารงานและประเมินผลทั่วทั้งองค์กร และไม่ใช่เฉพาะเป็นระบบการวัดผลเพียงอย่างเดียว

แต่จะเป็นการกำหนดวิสัยทัศน์ (vision) และแผนกลยุทธ์ (strategic plan) แล้วแปลผลลงไปสู่ทุกจุดขององค์กรเพื่อใช้เป็นแนวทางใน

การ ดำเนินงานของแต่ละฝ่ายงานและแต่ละคน โดยระบบของ Balanced Scorecard จะเป็นการจัดหาแนวทางแก้ไขและปรับปรุงการ

ดำเนินงาน โดยพิจารณาจากผลที่เกิดขึ้นของกระบวนการทำงานภายในองค์กร และผลกระทบจากลูกค้าภายนอกองค์กรนำมาปรับปรุง

สร้าง กลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพดีและประสิทธิผลดียิ่งขึ้น เมื่อองค์กรได้ปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบ Balanced Scorecard เต็มระบบแล้ว

Balanced Scorecard จะช่วยปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์ขององค์กรจากระบบ “การทำงานตามคำสั่งหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้สืบทอดกันมา ” ไป

สู่ระบบ “การร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวขององค์กร" เครื่ องมือการบริหารจัดการสถานศึ กษาสมัยใหม่

BALANCED SCORECARD

Balanced Scorecard

Kaplan และ Norton ได้อธิบายถึงระบบ Balanced
Scorecard ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่นี้ ดังนี้

Balanced Scorecard จะยังคงคำนึงถึงมุมมองของการวัดผลทางการเงินอยู่เหมือนเดิม แต่ผลลัพธ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นจะบอกถึงสิ่งที่เกิด

ขึ้นกับองค์กรในช่วงที่ผ่านมา บอกถึงความสามารถกับอายุของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ แต่มันไม่ได้บอกถึงความสำเร็จขององค์กรที่จะมีต่อผู้

ลงทุนที่จะมาลงทุนระยะยาวโดยการซื้อหุ้นของบริษัทและความสัมพันธ์ของลูกค้าแต่อย่างใด จะเห็นได้ว่าเพียงการวัดผลทางการเงินด้านเดียวไม่เพียง

พอ แต่มันก็ใช้เป็นแนวทางและการตีค่าของผลการประกอบการขององค์กร ใช้เป็นข้อมูลที่จะเพิ่มมูลค่าขององค์กรในอนาคตและสร้างแนวทางสำหรับ

ลูกค้า ผู้ขายวัตถุดิบหรือสินค้า ลูกจ้าง การปฏิบัติงาน เทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ

Balance Scorecard ทำให้เราได้เห็นภาพขององค์กรใน 4 มุมมอง และนำไปสู่การพัฒนาเครื่องมือวัดผลโดยวิธีการรวบรวมข้อมูลและนำผล

ที่ได้มาวิเคราะห์มุมมองทั้ง 4 ดังกล่าว ประกอบด้วย

1. The Learning and Growth Perspective เป็นมุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต เช่น การพัฒนาความรู้ความสามารถของ

พนักงาน ความพึงพอใจของพนักงาน การพัฒนาระบบ เป็นต้น

2. The Business Process Perspective เป็นมุมมองด้านกระบวนการทำงานภายในองค์กรเอง เช่น การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ การจัด

โครงสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพ การประสานงานภายในองค์กร เป็นต้น

3. The Customer Perspective เป็นมุมมองด้านลูกค้า เช่น ความพึงพอใจของลูกค้า ภาพลักษณ์ กระบวนการด้านการตลาด เป็นต้น

4. The Financial Perspective เป็นมุมมองด้านการเงิน เช่น การเพิ่มรายได้ ประสิทธิภาพในการผลิตที่มีต้นทุนต่ำและมีการสูญเสีย

ระหว่างผลิตน้อย เป็นต้น เครื่ องมือการบริหารจัดการสถานศึ กษาสมัยใหม่

BALANCED SCORECARD

Balanced Scorecard

Balance Scorecard (BSC) นั้นได้รับการพัฒนามาโดยตลอด ทำให้ภาพของ BSC จากเพียงเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อวัดและ
ประเมินผลองค์กร ไปสู่การเป็นเครื่องมือเชิงระบบสำหรับการวางแผนและบริหารยุทธศาสตร์ (Strategic Planning) โดยผู้พัฒนา
เครื่องมือนี้ (Norton และ Kaplan) ยืนยันหนักแน่นว่า ความสมดุล (Balance) ในการพัฒนาองค์กรนั้นสามารถวัดและประเมินได้
จากการมองผ่านมุมมองของระบบการวัดและประเมินผลใน
4 ด้านหลัก คือ

มุมมองด้านการเงิน (Financial Perspective; F)
มุมมองด้านลูกค้า (Customer Perspective; C)
มุมมองด้านการดำเนินการภายใน (Internal Perspective; I)
มุมมองด้านการเรียนรู้และพัฒนาการ (Learning and Growth; L)

ดังนั้น BSC จึงเป็นเสมือนเครื่องมือหรือกลไกในการวางแผนและบริหารกลยุทธ์ที่มีการกำหนดมุมมองทั้ง 4 ด้าน เพื่อให้เกิด
ความสมดุลในการพัฒนาองค์กรจนบรรลุแผนกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ในที่สุด

Balanced Scorecard

คำว่าสมดุล ( Balance) ใน BSC หมายถึงอะไร

ด้วยเหตุที่หลายครั้งผู้พัฒนาและติดตั้ง BSC ในแต่ละองค์กรนั้น
มุ่งแต่จะพยายามเติมเต็มมุมมองการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน (C-L-I-F) เท่านั้น โดยละเลยประเด็นที่ว่า แม้ว่าจะทำให้ทั้ง 4 มุมมองนั้น
ครบถ้วน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความสมดุลตามความมุ่งหมายของ BSC จะเกิดขึ้นได้ ความสมดุลนี้พึงต้องระลึกไว้อยู่เสมอ
ในขณะพัฒนาและติดตั้ง BSC ว่าความสมดุลตามความมุ่งมาดคาดหมายของ BSC คือ ความสมดุล (Balance) ระหว่าง

จุดมุ่งหมาย (Objective) : ระยะสั้นและระยะยาว (Short - and Long - Term)

การวัดผล (Measure) : ทางด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน (Financial and Non-Financial)

ดัชนีชี้วัด (Indicator) : เพื่อการติดตามและการผลักดัน (lagging and Leading)

มุมมอง (Perspective) : ภายในและภายนอก (Internal and External)

ซึ่งแน่นอนว่า หาก BSC ที่ทำการพัฒนาขึ้นและใช้ในองค์กรไม่ได้พยายามทำให้เกิดความสมดุลดังกล่าวข้างต้น ก็ย่อม
คาดหวังผลประโยชน์จากการทำ BSC ไม่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

Balanced Scorecard

แผนที่กลยุทธ์(Strategy Map) และ BSC

สิ่งที่คนในองค์กรจะเข้าใจเป้าหมายขององค์กรได้ง่ายก็คือการสร้าง
map หรือ road map ที่แสดงเป็นขั้นตอนหรือเส้นทางที่จะดำเนินงาน
ซึ่งแผนการดำเนินงานขององค์กร ภาวะที่มีข้อจำกัดและมีการแข่งขัน
จึงต้องเป็นแผนที่กลยุทธ์หรือแผนยุทธศาสตร์การจัดทำ แผนยุทธศาสตร์
บนพื้นฐานของมุมมองทั้ง 4 และความสมดุลทั้ง 4 BSC ยังให้ความสำคัญ
ต่อความเชื่อมโยงมุมมอง (Perspective) โดยนำเสนอใน 2 รูปแบบคือ

แบบความสัมพันธ์ (Relation)
แบบลำดับความสำคัญ (Priority)

Balanced Scorecard

วัตถุประสงค์และแผนที่เชิงกลยุทธ์ (Objectives and
Strategy maps)

วัตถุประสงค์เป็นข้อความสั้น ๆ ในสิ่งที่องค์กรจะต้องทำให้ดีที่สุดใน
แต่ละทั้งสี่มุมมอง
BSC ใช้แต่ละมุมมองทั้งสี่ด้านนี้ ในฐานะที่เป็นระบบการตรวจวัด
ประเมินค่า (Measurement system) การแปลกลยุทธ์ไปสู่การวัด
ค่าในแต่ละสี่มุมมองของระบบ
วัตถุประสงค์ ก็คือ อะไรเล่าที่เราจะต้องทำให้ได้ดี? (What they must
do well? - Objectives)
วัตถุประสงค์นั้นมักจะเริ่มต้นคำกิริยา และถูกกำหนดให้เชื่อมกับ
กลยุทธ์และตัววัดค่าต่าง ๆ
แผนที่เชิงกลยุทธ์ หมายถึง : การนำเสนอด้านภาพกราฟิกเพียงหนึ่ง
หน้ากระดาษที่แสดงว่าอะไรคือสิ่งที่องค์กรจะต้องทำให้ดีที่สุด (ในแต่ละ
มุมมองทั้งสี่) เพื่อที่จะเกิดการปฏิบัติจริงให้ประสบความสำเร็จตามกล
ยุทธฺที่วางไว้

Balanced Scorecard

สิ่งที่นำไปปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ (Strategic initiatives)

ถือเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่สำคัญในการนำ BSC มาใช้ปฏิบัติงานตาม
กลยุทธ์ของเรา คือ การพัฒนาและการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะนำไป
ปฏิบัติเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมาย สิ่งที่จะนำไปปฏิบัติเชิงกล
ยุทธ์นี้ ก็คือ โครงการพิเศษ กิจกรรม หรือโปรแกรมที่จะผลักดันให้เราบรรลุ
หรือทะลุเป้าหมายการดำเนินงานนั่นเอง

วัตถุประสงค์ (Objectives) สิ่งที่นำไปปฏิบัติเชิงกลยุทธ์
(Strategic initiatives)
ส่วนใหญ่ จะแสดงอยู่ใน
แผนที่เชิงกลยุทธ์ จนกว่า ระยะสั้น (Short-term) เช่น
เราตัดสินใจว่าจะเปลี่ยน การทำ Customer Loyalty
แนวทางเชิงกลยุทธ์ เช่น พออัตราการภักดีเริ่มตก เราก็
สร้างความดีใจแก่ลูกค้า จะต้องขึ้นโครงการใหม่ เช่น
(Delight our Development of a
customer) customer rewards
program ซึ่งมีจุดเริ่มต้นและ
สิ้นสุด

Balanced Scorecard

ระบบของ BSC จะสนับสนุน 3 วัตถุประสงค์เบื้องต้น ดังนี้

1. การสื่อสาร (Communication) อนุญาตให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เข้าถึงเรื่องราวที่องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

2. การวัดค่า (Measurement) BSC จะผ่อนปรนความท้าทายอัน
เกิดจากการวัดค่าต่าง ๆ ดังนี้

เราจะมีมาตรวัด (Gauge) บทบาทของสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน
อย่างไร
การสร้างดุลยภาพระหว่างตัวชี้วัดด้านการเงินและไม่ใช่ด้านการ
เงิน
กลยุทธ์ได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเต็มที่

3. การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management)
เป็นส่วนแกนกลางของระบบการจัดการที่เชื่อมโยงกับกระบวนการจัดการ
ที่สำคัญ คือ :

งบประมาณ (Budgeting - Strategic Resource
Allocation)
การจ่ายชดเชย (Compensation)
การกำกับดูแลกิจการที่ดีของคณะกรรมการ
(Board governance)
การจัดการความเสี่ยง (Risk Management)

Balanced Scorecard

ระบบของ BSC จะสนับสนุน 3 วัตถุประสงค์เบื้องต้น ดังนี้

1. การสื่อสาร (Communication) อนุญาตให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เข้าถึงเรื่องราวที่องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

2. การวัดค่า (Measurement) BSC จะผ่อนปรนความท้าทายอัน
เกิดจากการวัดค่าต่าง ๆ ดังนี้

เราจะมีมาตรวัด (Gauge) บทบาทของสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน
อย่างไร
การสร้างดุลยภาพระหว่างตัวชี้วัดด้านการเงินและไม่ใช่ด้านการ
เงิน
กลยุทธ์ได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเต็มที่

3. การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management)
เป็นส่วนแกนกลางของระบบการจัดการที่เชื่อมโยงกับกระบวนการจัดการ
ที่สำคัญ คือ :

งบประมาณ (Budgeting - Strategic Resource
Allocation)
การจ่ายชดเชย (Compensation)
การกำกับดูแลกิจการที่ดีของคณะกรรมการ
(Board governance)
การจัดการความเสี่ยง (Risk Management)

Balanced Scorecard

เกณฑ์สำหรับการเลือกองค์กรที่เหมาะสม
(CRITERIA FOR CHOOSING AN APPROPRIATE ORGANIZATIONAL UNIT)

2. การสนับสนุนโครงการ (Sponsorship) : ในส่วนต่อไปของบทนี้ จะพิจารณาเข้าไปใกล้ ๆ ถึงความจำเป็นในการสนับสนุนของฝ่าย
บริหารสำหรับการพยายามนำ BSC มาใช้ วัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ได้มีการอภิปรายว่าหากผู้นำองค์กรไม่ได้เข้ามาร่วมติดตามให้ความสนอก
สนใจเกี่ยวกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ของ BSC และไม่เชื่อถือถึงประโยชน์ของเครื่องมือนี้แล้ว ความพยายามของเราจะได้รับการต่อ
ต้านอย่างรุนแรง ผู้สนับสนุนโครงการที่เป็นผู้บริหารจะต้องแสดงภาวะผู้นำสำหรับโปรแกรมนี้ ทั้งที่เป็นคำพูดแล้วการปฏิบัติจริง

3. ความจำเป็นในการนำ BSC มาใช้ (Need for a Balanced Scorecard) : ความสำคัญของการแนะนำอันเป็นเหตุเป็นผลสำหรับ
โปรแกรม BSC บนพื้นฐานจากการที่ได้ทบทวน หน่วยที่เรากำลังพิจารณานั้นมีแรงผลักดันที่จะครอบคลุมการนำไปใช้จริงหรือเปล่า มันมี
ความกระจ่างชัดไหมในการนำไปปรับปรุงระบบการจัดการการดำเนินงาน

4. การสนับสนุนของผู้เข้าร่วมโครงการ (Support of participants) : จุดเด่นหรือแสงสว่างของการจัดการการดำเนินงานที่ดีนั้น
ย่อมมีอยู่ในทุก ๆ องค์กร ซึ่งนำพาโดยความกระตือรือร้นและเครื่องมือที่ สนับสนุนต่าง ๆ อย่างเช่น BSC ในปัจจุบันมีการนำมาใช้ในการ
จัดการการดำเนินงานบางรูปแบบ มีความกระตือรือร้นที่จะแสดงให้เห็นคุณค่าของพวกเขาแก่คนในองค์กรที่พร้อมจะรับฟังกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้
นับเป็นทองคำบริสุทธิ์

Balanced Scorecard

เกณฑ์สำหรับการเลือกองค์กรที่เหมาะสม
(CRITERIA FOR CHOOSING AN APPROPRIATE ORGANIZATIONAL UNIT)

5. ขอบเขตองค์กร (Organizational Scope): หน่วยงานที่เราเลือกควรจะดำเนินงานโดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไขว้หรือตัดผ่านสายโซ่แห่งคุณค่าขององค์กร
ทั่วไป สามารถกล่าวได้อีกประโยคหนึ่งได้ว่า หน่วยงานนี้ต้องมีกลยุทธ์ กระบวนการเฉพาะ การปฏิบัติการ และการบริหารทั่วไป การเลือกหน่วยนี้จะต้องตีบแคบ เน้น
หน้าที่งาน (Functions) ที่จะสามารถผลิต Scorecard ที่เฉพาะเจาะจง การวัดที่เน้นหน้าที่งาน

6. ข้อมูล (Data) : สององค์ประกอบอันเป็นเกณฑ์รวม
1) หน่วยงานนี้สนับสนุนวัฒนธรรมการวัดค่า (a culture of
measurement) หรือไม่? (ตัวอย่าง, พวกเขาจะรับผิดชอบ
ต่อการจัดการด้วยกลุ่มของตัววัดค่าต่าง ๆ ได้หรือไม่) ขณะที่
ทุก ๆ กลุ่มภายในองค์กรที่ทัน สมัยควรจะวางใจตัววัดค่าการ
ดำเนินงาน (Performance measures) สำหรับความ
พยายามแรก เราควรเลือกหน่วยงานที่เคยมีการนำตัวชี้วัดมา
ใช้บ้างแล้ว
2) หน่วยงานนี้สามารถที่จะสนับสนุนข้อมูลเพื่อนำไปคัดสรรเป็น
ตัวชี้วัดได้หรือไม่ อาจจะดูยากในการประเมินเบื้องต้น เพราะ
ด้วยบางตัวชี้วัดบน BSC ของเรานั้น อาจจะไม่สามารถระบุได้
ว่านำมาจากไหน

Balanced Scorecard

เกณฑ์สำหรับการเลือกองค์กรที่เหมาะสม
(CRITERIA FOR CHOOSING AN APPROPRIATE ORGANIZATIONAL UNIT)

7. ทรัพยากร (Resources) : เราไม่สามารถจะสร้างระบบการจัดการใหม่ได้ด้วยลำพังตัวเอง BSC ที่ดีที่สุดนั้น เป็น
ผลผลิตที่มาจากทีมงานที่มีปัจเจกบุคคลต่าง ๆ ร่วมกันยึดมั่นในเป้าหมายอันเป็นเลิศร่วมกัน สร้างความมั่นใจกับหน่วยงาน
งานที่เราได้เลือกไว้นั้นด้วยความตั้งใจ และสามารถที่จะจัดสรรทรัพยากรกระจายออกไปสำหรับการนำไปปฏิบัติ หาก
ประสบการณ์ของท่านมีมากเหมือนกับที่ข้าพเจ้ามีแล้ว เราจะพบห้วงเวลาของผู้คน อันเป็นสิ่งที่พวกเขาปกป้องไว้อย่างแข็ง
ขัน และเป็นความชอบธรรมที่ควรจะปกป้อง.

Balanced Scorecard

ประโยชน์ที่ได้จากการนำ Balanced Scorecard ไปใช้

1. ช่วยให้ผลการดำเนินงานขององค์กรดีขึ้น
2. ทำให้ทั้งองค์กรมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ขององค์กร โดยต้องให้เจ้าหน้าที่ทั่วทั้งองค์กรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ขององค์กรมากขึ้น และ
เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยในการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ
3. ช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และวัฒนธรรมขององค์กรโดยอาศัยการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของ
เจ้าหน้าที่
4. ทำให้พนักงานเกิดการรับรู้และเข้าใจว่างานแต่ละอย่างมีที่มาที่ไปอีกทั้งผลของงานตนเองจะส่งผลต่อผลการดำเนินงานของผู้อื่นและขององค์กร

Balanced Scorecard

ข้อดีของ BSC

1. เป็นการประเมินในองค์รวมที่ครอบครุมมิติต่างๆ ทั้งด้านการ
เงินและไม่ใช่การเงินเพื่อให้เกิดความสมดุล

2. มีการเชื่อมโยงระหว่างการประเมินผลกับกลยุทธ์ขององค์กร
อย่างเป็นระบบ ทำให้การประเมินมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน

3. ใช้เป็นเครื่องมือในการผลักดันกลยุทธ์องค์กรได้
4. เป็นการวัดตามมุมมองแบบเหตุและผล

(Cause and Effect)
5. มีการพัฒนาแนวคิดอย่างต่อเนื่องโดยนำผลจาก

ประสบการณ์ในการปฏิบัติมาใช้ ทำให้สามารถนำไปใช้ได้จริง
กับองค์กร

ข้อเสียของ BSC

1. เหมาะกับองค์กรที่มีการจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อใช้เป็นแนวทาง
ในการดำเนินงานขององค์กร

2. การประเมินผลแบบนี้ต้องมีความสมดุลในมิติต่างๆ มิฉะนั้น
BSC จะไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่

3. หากมีตัวชี้วัดหรือตัวเลขมากเกินไป จะทำให้ประสิทธิผลของ
เครื่องมือลดลง

4. BSC ต้องมีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง

Balanced Scorecard

ทำไมองค์กรจึงต้องมีการนำ Balanced Scorecard มาใช้

จากผลการสำรวจบริษัทในประเทศสหรัฐฯ ของ CFO Magazine เมื่อปี 1990 พบว่า มีเพียง 10% เท่านั้นที่องค์กรประสบความสำเร็จ
ด้านการใช้แผนกลยุทธ์ ทั้งนี้องค์กรส่วนใหญ่พบว่ามีปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญ ดังนี้

1. The Vision Barrier (อุปสรรคด้านวิสัยทัศน์) มีพนักงานที่เข้าใจถึงแผนกลยุทธ์ขององค์กรที่ตนเองทำงานอยู่เพียง 5%
2. The People Barrier (อุปสรรคด้านบุคลากร) พบว่ามีพนักงานระดับผู้จัดการเพียง 25% ที่ให้ความสำคัญและบริหารงานตาม
แผนกลยุทธ์
3. The Resource Barrier (อุปสรรคด้านทรัพยากร) พบว่ามีจำนวนองค์กรถึง 60% ที่ไม่ได้บริหารงบประมาณให้เป็นไปตามแผน
กลยุทธ์ที่กำหนดไว้
4. The Management Barrier (อุปสรรคด้านการจัดการ) มีผู้บริหารองค์กรมากถึง 85% ที่ให้เวลาในการประชุมสนทนาในเรื่อง
แผนกลยุทธ์น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อเดือน

จากอุปสรรคข้างต้น เกิดจากบุคลากรในทุกระดับไม่เข้าใจหรือมองเห็นภาพของแผนกลยุทธ์ขององค์กร ดังนั้นการทำงานจึงไม่
สอดคล้องกับแผน ซึ่งในส่วนนี้เองที่ BSC จะช่วยให้ผู้บริหารได้มองเห็นภาพและเส้นทางที่กำหนดไว้ในแผนได้ชัดเจน บุคลากรทุกคนสามารถรับ
รู้ถึงกิจกรรมที่ตนเองจะต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ส่วนระยะการพัฒนารูปแบบของ Balanced Scorecard สำหรับแต่ละองค์กร ขึ้น
อยู่กับขนาดขององค์กร แต่โดยทั่ว ๆ ไป ถ้าองค์กรนั้นมีการเขียนแผนธุรกิจอยู่เดิมแล้ว ก็อาจจะใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 6 เดือน

บรรณานุกรม

พสุ เดชะรินทร์. (2548). Balanced Scorecard รู้ลึก
ในการปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

แค็ปแลน, โรเบิร์ต เอส และ นอร์ตัน, เดวิด พี. (2547).
Balanced Scorecard กับการเน้นกลยุทธ์
(พิพัฒน์ ก้องกิจกุล, ผู้แปล). กรุงเทพฯ :
เอ็กซเปอร์เน็ท. (ต้นฉบับภาษาอังกฤษ พิมพ์
ค.ศ. 2003).

ธรรมรักษ์ เรืองจรัส. (ม.ป.ป.) Balanced Scorecard
เส้นทางจากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติการ. (ออนไลน์).
สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2564. จาก
http://www.thai-hrd.com/images/column_
1271961326/Bsc%20%20Path%20to%20
Strategy.pdf

อภิรักษ์ กาญจนคงคา. (2562.) พัฒนาการของบาล้านสกอร์
การ์ด. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2564.
จาก http://huexonline.com/knowledge/
28/217/

Balanced Scorecard. (ม.ป.ป.) (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ
17 พฤศจิกายน 2564. จาก https://sites.
google.com/site/thanyalakblog/balanced-
scorecard


Click to View FlipBook Version