The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kpanyawan, 2022-05-02 22:50:28

โครงร่างRQ

โครงร่างRQ

1

ศักยภาพทางอารมณ์และจติ ใจกับการคงอย่ใู นงานของพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่

Resilience Quotient and Retention of Nurses in Maharaj Nakorn Chiangmai Hospital

ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา

สถานการณ์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตรอบตัว เป็นภัยพิบัติที่เกิดจาก
ธรรมชาติและภัยพิบัติที่เกิดจากมนุษย์เอง ภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ ได้แก่ แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม
อุทกภัย ภยั แล้ง ไฟป่า สึนามึ ภเู ขาไฟระเบิด เปน็ ตน้ ทีม่ คี วามถ่ี ความรุนแรงและการไม่สามารถคาดเดา ส่วน
ภัยพิบัติที่เกิดจากมนุษย์ เช่น การสูบน้ำใต้ดินปริมาณมากจนส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของพื้นดิน สภาวะเรือน
กระจกส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา และ ความแปรปรวนของสภาพอากาศไปทั่วทุกหนแห่ง ตัวอย่างที่
เห็นชัด คือ การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก และสภาพอากาศที่แปรปรวนทั่วโลก ความรุนแรงของพายุและผล
เสียหายที่เกิดขึ้น บางบริเวณของโลกประสบกับความแห้งแล้งอย่างไม่เคยมีมาก่อน เป็นต้น ( Alisa Singer,
2021) รวมถงึ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เชน่ การทดลองระเบิดนวิ เคลียร์ อาวุธชวี ภาพ การทำสงคราม การ
โจรกรรม เปน็ ต้น ปัจจุบนั มภี าวะวิกฤตทางสุขภาพระหว่างประเทศ คือ การระบาดของของโรคติดเช้ือไวรัสโค
โรนา 2019 (COVID-19; โควิด-19) ภาวะวิกฤตรอบตัวเหล่านี้ ก่อให้เกิดก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและ
ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม และยังส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของประชาชนรวมถึงเสถีย รภาพทาง
เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ทำให้เกิด“ความเครียด” ซึ่งตามมาด้วย “ปัญหา
สุขภาพจิต” ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล การทำร้ายร่างกายจนกระทั่งการฆ่าตัวตาย (Sheerin et al.,
2018)

การวินจิ ฉยั โรคโดยใชค้ ู่มือของสมาคมจติ แพทย์อเมริกนั ในการวนิ ิจฉยั ความผิดปกติทางจิตหรือ DSM -5
(Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders) ไดร้ ะบุปัญหาสุขภาพจติ มปี ระมาณ 300
รายการ แบง่ เป็นความผิดปกติทางจติ กลุ่มหลักได้ 6 กลุ่ม ไดแ้ ก่ ความผดิ ปกตทิ างอารมณ์ (เช่น ภาวะซึมเศร้า
หรือโรคอารมณส์ องขั้ว) โรควิตกกงั วล ความผดิ ปกติทางบุคลิกภาพ โรคจิตเภท ความผิดปกตขิ องการกนิ
ความผดิ ปกติท่ีเกยี่ วข้องกับการบาดเจ็บ (เช่น โรคเครียดหลังเหตกุ ารณส์ ะเทอื นขวญั ) และความผดิ ปกติของ
การใช้สารเสพติด (American Psychiatric Association, 2013) การเจ็บปว่ ยทางจิตเกิดข้นึ ในทกุ ประเทศ
และทกุ วัฒนธรรม สถิตปิ ญั หาสุขภาพจติ จากการวิเคราะห์อย่างเปน็ ระบบสำหรบั การศกึ ษาภาระโรคท่วั โลก
ต้งั แต่ปี 2553-2562 จำนวน 204 ประเทศ พบประชากรท่มี ปี ัญหาสขุ ภาพจิต เพิ่มข้นึ จาก 654.8 ล้านคน
โดยประมาณเป็น 970.1 ล้านคน หรือเพ่ิมข้นึ 48.1 % ที่พบไดบ้ อ่ ยท่ีสดุ คือ โรคซมึ เศร้าเพมิ่ ขึ้น 27.6% ความ
ชกุ 3,152.9 ราย ตอ่ ประชากร 100,000 คน โรควิตกกังวลเพิ่มข้ึน 25.6% ความชุก 4,802.4 ราย ตอ่
ประชากร 100,000 คน พบในผู้หญงิ มากกว่าผชู้ าย (Santomauro, et al., 2021) ประเทศท่ีมปี ญั หา
สขุ ภาพจิตมากที่สุดในปี 2562 คอื ประเทศสหรัฐอเมรกิ า ออสเตรเลีย นวิ ซีแลนด์ และบราซลิ
(Collaborators, 2022) ปัญหาสุขภาพจติ ท่ีพบบอ่ ยในประเทศไทยพบเช่นเดยี วกับท่ีพบทวั่ โลก ได้แก่ โรค
ซมึ เศร้า (1.8%) โรควติ กกงั วล แบง่ เปน็ ภาวะวิตกกังวลทัว่ ไปและโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวญั
(0.3% และ 0.9%) และโรคจิตเภท (0.87%) ซ่ึงโรคดังกล่าวเป็นสาเหตุใหเ้ กดิ การฆ่าตวั ตาย (ปภาพนั ธ์ ไทยพิ

2

สทุ ธิกลุ และคณะ, 2014) ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2019 ประเทศไทยเปน็ ประเทศทมี่ ีอตั รา
การฆ่าตัวตายมากท่สี ุดในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าโดยเฉลย่ี แล้ว การพยายามฆ่าตวั ตายอยา่ งน้อยหนงึ่
ครงั้ เกดิ ข้นึ ทกุ ๆ 10 นาที อัตราการฆ่าตวั ตาย อยทู่ ่ี 14.4 ต่อประชากร 100,000 คน ในขณะท่ีคา่ เฉลี่ย
มาตรฐานอายุทัว่ โลกอยู่ที่ 10.4 ต่อ 100,000 (WHO, 2019)

จงั หวัดทมี่ ีจำนวนผูท้ ่ีฆ่าตัวตายสงู สุดในประเทศไทยตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2562 เปน็ ตน้ มา คือ จังหวัดเชียงใหม่
(กระทรวงสาธารณสขุ , 2565) โรคร่วมทีพ่ บมาจาก โรคจิต (20.35%) โรคซึมเศรา้ (7.37%) ตดิ สรุ าเรือ้ รงั
(6.32%) โรคจติ เภท (3.16%) เป็นต้น ปัจจัยทีเ่ กย่ี วข้องกบั การฆา่ ตัวตาย ได้แก่ 1) ปจั จยั ดา้ นความสัมพนั ธเ์ ชงิ
สงั คม ทง้ั ในครอบครวั และบุคคลใกลช้ ิด เชน่ สามี ภรรยา ลูก คนรัก เพื่อน และบางรายพบวา่ บุคคลใน
ครอบครวั เป็นปจั จัยกระตนุ้ ให้กระทำการฆา่ ตวั ตาย 2) ปจั จยั ดา้ นเศรษฐกิจ เช่น มีหนีส้ ิน ตกงาน 3) ปจั จัย
ดา้ นสุขภาพจิตและการใช้สารเสพตดิ เช่น ซึมเศรา้ ติดสุรา 4) ปัจจัยดา้ นสุขภาพกาย เชน่ โรคตดิ เช้อื โรค
เรื้อรัง (สุมติ รพร จอมจันทรแ์ ละคณะ, 2564) สถานการณใ์ นปัจจุบนั ทท่ี ำให้เกดิ ภาวะวิกฤตมาจาก การระบาด
ของโควิด -19 ทเ่ี กิดอยา่ งฉับพลนั และแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว กล่มุ ทไ่ี ดร้ ับผลกระทบชัดเจนท่ีสุดมี 3 กลุ่ม
ไดแ้ ก่ บุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะผทู้ ี่อยูใ่ นแนวหนา้ แรงงานข้ามชาติ และผู้ทีท่ ำงานทีต่ ิดต่อกบั
สาธารณะ (Giorgi, et al., 2020) พยาบาลเปน็ กล่มุ ท่ีมีการรับรู้ความเครยี ดสูงทสี่ ดุ ในกลุม่ บคุ ลากรทาง
การแพทย์ (Croghan, 2021) จากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้พยาบาลเกิดความเครยี ด ความ
เหน่ือยหน่าย และการลาออก จากการทบทวนวรรณกรรมจำนวน 43 เรอ่ื งทัว่ โลก เกี่ยวกับความตงั้ ใจในการ
ลาออกของพยาบาลพบว่าเพ่ิมสูงขึน้ มผี ลตอ่ การคงอยู่ของพยาบาล (Falatah, 2021)

การทำงานของพยาบาลแมว้ า่ จะเจอกับสถานการณท์ ห่ี นักหนาเพียงไรท่ีทำใหเ้ กดิ ความเครยี ด ความ
เหนอ่ื ยหน่าย มีความต้องการจะลาออก แต่ยงั มีจำนวนมากทยี่ ังคงอยู่ในงาน สามารถดูแลตวั เอง ครอบครวั
และผูป้ ่วยได้ ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทางจติ วทิ ยา เรียกว่า มีศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจ
(Resilience Quotient; RQ) มคี ำศัพท์ภาษาไทยทใ่ี ช้เรยี ก RQ หลากหลาย เชน่ ความเขม้ แข็งทางใจ ความ
ยืดหยุ่นของอารมณ์และจติ ใจ วคั ซนี ใจ หรือพลงั สขุ ภาพจิต เป็นต้น ความหมายคือ ความสามารถทางอารมณ์
และจติ ใจในการปรบั ตวั และฟ้ืนตัวกลบั สู่ภาวะปกติ ภายหลังทพี่ บกบั เหตกุ ารณ์วิกฤตหรอื สถานการณ์ท่ี
ก่อใหเ้ กดิ ความยากลำบากในชวี ิต อันเปน็ คุณสมบตั หิ นึง่ ทช่ี ่วยให้บุคคลผา่ นพน้ ปัญหาอุปสรรคและดำเนินชีวติ
ต่อไปได้ ทง้ั นี้ กรมสุขภาพจิตมีแบบวัดระดบั ของ RQ เป็นแบบวัดท่ีแบ่งเปน็ 3 ด้าน คอื ด้านทนตอ่ แรงกดดัน
ดา้ นการมีความหวงั และกำลงั ใจ และด้านการต่อสู้กับปญั หาอปุ สรรคซ่ึงสามารถวัดผลด้วยตนเองได้ (กรม
สุขภาพจิต, 2563) ซง่ึ แตล่ ะคนอาจมรี ะดบั ของการรบั มือปญั หาตา่ งๆหรอื มศี ักยภาพทางอารมณ์และจิตใจไม่
เทา่ กนั ขนึ้ อยกู่ ับ ประสบการณ์ชีวิต ความสามารถในการปรับตวั ความคิดเชงิ บวก การมีสัมพนั ธ์ทด่ี กี บั คนรอบ
ข้าง มีทักษะในการส่ือสารในการขอความช่วยเหลือ เป็นต้น บทบาทหน้าท่ขี องพยาบาลในฝ่ายการพยาบาล
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหมใ่ นสถานการณ์การระบาดโควิด-19 นอกจากดแู ลผูป้ ว่ ยในหน่วยงานหรือใน
หอผู้ป่วยแลว้ ยงั มีหนา้ ท่ใี นการดแู ลผ้ปู ว่ ยในหอผูป้ ่วยโควิด ICU หอผปู้ ่วย Cohort Ward โรงพยาบาลสนาม
และ Home Isolation ควบคกู่ บั การฉีดวัคซนี ปอ้ งกนั โควดิ -19 หากพยาบาลติดเชอ้ื โควิด 19 แล้วจะทำใหเ้ กิด
การแพร่กระจายในกล่มุ และมีผลในวงกว้างตอ่ ไป ย่ิงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทง้ั ด้านสุขภาพกายและสขุ ภาพจิต
และการคงอยู่ในงาน ดังนน้ั การศกึ ษาศักยภาพทางอารมณแ์ ละจติ ใจ และการคงอยูใ่ นงานของพยาบาลเป็น
สิ่งสำคญั ทที่ ำให้ทราบระดบั ศกั ยภาพทางอารมณ์และจิตใจของพยาบาลในแตล่ ะชว่ งวยั ท่ีมผี ลต่อการคงอยู่ใน

3

งานในภาวะวกิ ฤติทต่ี ้องการพลงั สุขภาพจิตมากกว่าภาวะปกติทั่วไป จากการทบทวนวรรณกรรมพบวา่
การศกึ ษาศักยภาพทางอารมณ์และจติ ใจของพยาบาลท่ีผา่ นมาพบไดน้ ้อย ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในนักศึกษา
พยาบาล การศึกษาในชมุ ชน ในผูท้ ีป่ ระสบภาวะวิกฤติและในผปู้ ว่ ย เปน็ ต้นส่วนการศึกษาการคงอยู่ในงาน
ของพยาบาลพบงานวิจัยหลายช้นิ แต่ยงั ไม่พบงานวิจัยทศ่ี ึกษาศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจกบั การคงอยู่ใน
งานของพยาบาล ดังน้นั ผ้วู ิจัยจึงมคี วามสนใจท่ีจะศึกษาเร่ืองน้ี ผลการศึกษาวจิ ยั ในคร้ังนจี้ ะนำมาซึง่ ข้อมูลท่ี
สำคญั ต่อการบริหารทรัพยากรบคุ คลเพ่ือส่งเสริมศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจให้มคี วามเขม้ แขง็ เพ่ิมมากขน้ึ
ตลอดจนธำรงรักษาพยาบาลให้คงอยู่ในระบบบริการสุขภาพตอ่ ไป

วตั ถปุ ระสงค์การวิจัย

1. เพอ่ื ศึกษาศักยภาพทางอารมณแ์ ละจิตใจของพยาบาลในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
2. เพอ่ื ศึกษาการคงอยู่ในงานของพยาบาลในโรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่
3. เพอ่ื เปรียบเทียบศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจของพยาบาลในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

จำแนกตามปจั จัยชีวสังคม
4. เพอ่ื เปรยี บเทยี บการคงอยูใ่ นงานของพยาบาลในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จำแนกตามปจั จยั

ชวี สังคม
5. เพอ่ื ศึกษาความสัมพนั ธ์ระหว่างศักยภาพทางอารมณแ์ ละจิตใจกบั การคงอยใู่ นงานของพยาบาลใน

โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั ศกั ยภาพทางอารมณ์และจติ ใจ
(RQ : Resilience Quotient)
ปัจจยั ชีวสงั คม -ความม่ันคงทางอารมณ์
1.เพศ -กำลังใจ
2.อายุ -การจัดการปญั หา
3.สมรส
4.ระดับการศึกษา การคงอย่ใู นงาน
5. ประสบการณ์การทำงาน
6.จำนวนจำนวนผู้ปว่ ยทไ่ี ด้
ดแู ล
7.จำนวนขน้ึ เวร (ต่อเดอื น)
8.รายได้
9.แผนก

4

วิธีดำเนนิ การวิจยั

ขอบเขตของการวจิ ัย

สถานท่ีในการวจิ ยั คือ ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่
ระยะเวลาในการศึกษาวิจัยประมาณ 6 เดอื น (เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 – พฤศจิกายน 2565) โดย
เริ่มเก็บข้อมูลภายหลังที่ได้รับการรับรองจริยธรรมจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ การเกบ็ ขอ้ มลู ใชเ้ วลา 2 สปั ดาห์

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากรท่ใี ชในการศึกษาครัง้ นี้ คือ พยาบาลในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ทป่ี ฏิบัติงานในหอ
ผปู้ ว่ ย/หนว่ ย จาํ นวน 1,491 คน

กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทั้งเพศชายและเพศหญิง ตาม
คุณสมบัติของกลุ่มตัวอย่างดังนี้คือ ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วย สามารถสื่อสาร ฟังและ โต้ตอบภาษาไทยได้ดี
คํานวณโดยใช้โปรแกรมคํานวณกลุ่มตัวอยาง ของธานินทร์ ศิลป์จารุ (2560) ใช้สูตรของเครจซี่และมอร์
แกน (Krejcie and Morgan) กำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ 95% ค่าความคลาดเคลื่อนของขนาดตัวอย่างเท่ากับ
5% ได้ขนาดตัวอย่างจำนวน 306 คน ผู้วิจัยป้องกันการตอบแบบสอบถามไม่ครบและไม่สมบูรณ์ของข้อมูล
เนอื่ งจากเปน็ การตอบแบบสอบถาม online จึงเพม่ิ กลุ่มตัวอย่างรอ้ ยละ 20 ไดข้ นาดกลุ่มตัวอยา่ งท้ังหมด 367
คน จากนน้ั ใช้การสุ่มแบบแบ่งชัน้ (Stratified Random) ตามสดั ส่วนของจำนวนพยาบาลท่ปี ฏิบัตงิ านในแต่ละ
งานการพยาบาล ดงั น้ี

งานการพยาบาล จำนวนกลุม่ ตวั อย่าง (คน)

งานการพยาบาลผู้ปว่ ยกุมารเวชศาสตร์ 42

งานการพยาบาลผู้ปว่ ยอายรุ ศาสตร์ 76

งานการพยาบาลผูป้ ว่ ยท่ัวไป จติ เวช จกั ษแุ ละโสต ศอ นาสิก 21

งานการพยาบาลผปู้ ่วยสตู ิศาสตรแ์ ละนรีเวชวิทยา 18

งานการพยาบาลผปู้ ว่ ยผา่ ตัดและพกั ฟื้น 33

งานการพยาบาลผู้ป่วยนอกและผปู้ ่วยฉุกเฉิน (OPD&ER) 51

งานการพยาบาลผู้ป่วยศลั ยศาสตร์ 63

งานการพยาบาลผปู้ ่วยออร์โธปิดิกส์ 18

งานการพยาบาลผปู้ ว่ ยพิเศษทว่ั ไป 17

งานการพยาบาลผู้ป่วยพิเศษเฉพาะทาง 21

งานวิชาการและพัฒนาทางการพยาบาล 7

รวม 367

เกณฑการคัดเขา (inclusion criteria)
1) เปนพยาบาลวิชาชพี ทปี่ ฏิบัติงานในโรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่

5

2) เปนพยาบาลวิชาชีพทุกงานการพยาบาลทุกระดับ ทั้งระดับปฏิบัติการ และระดับผู้บังคับบัญชา
ตง้ั แตห่ ัวหน้าหอผูป้ ่วยขนึ้ ไป ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่ ทีม่ ีอายรุ ะหวาง 20 – 59 ป

3) สมัครใจเขา้ ร่วมในการศึกษา
เกณฑการคัดออก (exclusion criteria)

1) พยาบาลท่ีเสยี ชีวิต ลาปวย ลาคลอด ลาศกึ ษาตอ ยายไปชวยราชการ ในชวงที่มกี ารศกึ ษา
2) ไม่สมคั รใจเข้ารว่ มในการศกึ ษา

เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ประกอบดว้ ยแบบสอบถามจาํ นวน 3 ชุด คือ

ชุดท่ี 1 แบบสอบถามปจั จัยชีวสงั คม ได้แก่ เพศ อายุ สมรส ระดับการศกึ ษา ประสบการณก์ ารทำงาน
(ปี) จำนวนผู้ป่วยที่ได้ดแู ล จำนวนขึน้ เวร (ตอ่ เดือน) รายได้ แผนก ลักษณะข้อคำถามเปน็ แบบปลายปิดและ
ปลายเปดิ

ชดุ ท่ี 2 แบบสอบถามศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจ ของกรมสุขภาพจิต (2563) เป็นเครอ่ื งมือเพ่ือใช้
ประเมินความสามารถของบคุ คล 3 ด้าน คือ ความม่ันคงทางอารมณ์ กำลงั ใจ และการจัดการกับปัญหา ข้อ
คำถามมจี ำนวน 20 ข้อ ซงึ่ เป็นลักษณะการประมาณค่า (rating scale) 4 ระดับ สอบถามถงึ ความคดิ ความรู้สึก
และพฤติกรรมในรอบ 3 เดือนท่ีผ่านมา
การใหค้ ะแนน

กลมุ่ ที่ 1 ได้แก่ ข้อ 2, 3, 4, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 17, 18, 19, 20
ไมจ่ รงิ ให้ 1 คะแนน จริงบางคร้งั 2 คะแนน ค่อนข้างจริง 3 คะแนน จริงมาก 4 คะแนน

กลุ่มที่ 2 ได้แก่ ข้อ 1, 5, 15, 16
ไม่จริงให้ 4 คะแนน จรงิ บางครงั้ 3 คะแนน ค่อนขา้ งจรงิ 2 คะแนน จรงิ มาก 1 คะแนน

การแปลผล ต่ำกว่าปกติ คา่ คะแนน สูงกว่าปกติ

องคป์ ระกอบของ < 27 ปกติ > 34
พลังสขุ ภาพจติ อารค์ วิ < 14 > 19
< 13 27-34 > 18
ดา้ นความม่ันคงทางอารมณ์ 14-19
ด้านกำลังใจ < 55 13-18 > 69
ดา้ นการจัดการกับปญั หา
55-69
รวมทุกดา้ น

แบบประเมนิ RQ ไดผ้ ่านการทดสอบในด้านความเป็นปรนัย ความเทยี่ งตรงเชิงเน้ือหา ความเท่ียงเชิง
โครงสร้าง อำนาจจำแนก มคี ่าความเชอื่ มนั่ สำหรบั แบบประเมินฉบบั เล็ก 20 ข้อ เท่ากบั 0.749 และมเี กณฑ์
ปกติที่ไดจ้ ากการทดสอบกับกลุ่มประชาชนอายุ 25-60 ปี กระจายในทุกภูมภิ าคและอายุตามสัดสว่ นประชากร
จริงทว่ั ประเทศ 12 จงั หวดั จำนวน 4,000 ราย ในปี พ.ศ. 2551

6

ชดุ ที่ 3 แบบสอบถามการคงอยูใ่ นงานของพยาบาล สอบถามเก่ยี วกับ ความคิด ความต้ังใจ ทจ่ี ะคงอยูใ่ น
องค์การ ผวู้ ิจยั ใช้เครื่องมือของ คนึงนติ ย์ พงษ์สุวรรณ์ เปรมฤทัย นอ้ ยหมน่ื ไวยและสจุ ินดา จารพุ ฒั น์ มารุโอ
(2562) ซึ่งแปลและดดั แปลงจากแบบวดั ระดับพฤติกรรมการยดึ ม่ันผูกพนั ของแม็คเคน (The McCain
Behavioral Commitment Scale : MBCS) จำนวนทัง้ หมด 5 ข้อ แบบสอบถามส่วน ที่ 2 และสว่ นท่ี 3 เป็น
แบบมาตราสว่ นประมาณ ค่า 5 ระดบั คือ 5 คะแนนหมายถึงเห็นดว้ ยมากทีส่ ุด, 4 คะแนนหมายถึง เห็นดว้ ยมาก
, 3 คะแนน หมายถึง เห็นดว้ ยปานกลาง, 2 คะแนนหมายถึง เห็นด้วยนอ้ ย, 1 คะแนนหมายถึงเหน็ ด้วยนอ้ ยทสี่ ดุ

การแปลคะแนนใช้คะแนนเฉลยี่ แบง่ เป็น 5 ระดับ คือ ระดับมากท่สี ดุ (4.51-5.00), ระดับมาก (3.51-
4.50), ระดับปานกลาง (2.51-3.50), ระดับ นอ้ ย (1.51-2.50), ระดับนอ้ ยที่สุด (1.00-1.50) ดชั นคี วามตรงตาม
เนือ้ หาเท่ากบั 1

การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมอื

การหาความเที่ยงตรงของเนื้อหา (content validity)

แบบสอบถามศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจ และแบบสอบถามการคงอยูใ่ นงานของพยาบาล ผู้วจิ ัย
ได้นำมาใช้โดยไมไ่ ด้ดดั แปลงแก้ไขและเครอ่ื งมือได้ผ่านการพจิ ารณาตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและ
ความถกู ตอ้ งเหมาะสมของภาษาจากผู้ทรงคณุ วุฒิและมีค่าดรรชนคี วามตรงตามเน้ือหา (content validity
index: CVI) เท่ากบั 0.749 และ 1 ตามลำดบั จึงไม่ไดท้ ำการวัดความเที่ยงตรงของเนื้อหาซ้ำ

การหาความเช่อื มั่น (reliability)

ผ้วู ิจัยจะนาํ แบบสอบถามไปทดสอบหาความเช่ือมัน่ กบั พยาบาลท่มี คี ณุ สมบตั ิเชน่ เดียวกบั กลุ่มตัวอย่าง
ท่ตี อ้ งการศึกษา 10 คนทป่ี ฏิบัตงิ านท่หี น่วยประกนั สงั คม ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จากน้นั นํา
ข้อมูลมาวิเคราะหห์ าความเชื่อมนั่ หาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา่ ของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient)
กำหนดใหค้ ่าความนา่ เช่ือถือไดข้ องสัมประสทิ ธแ์ิ อลฟา่ จำนวนมากกวา่ หรอื เท่ากับ 0.7

การพทิ กั ษ์สิทธข์ิ องกลุ่มตัวอยา่ ง

การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยจะพิทักษ์สิทธิกลุ่มตัวอย่างโดยดำเนินการภายหลังได้รับการอนุมัติ จาก
คณะกรรมการจริยธรรมของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อได้รับอนุญาต ผู้วิจัยจะทำหนังสือ
ขออนญุ าตเก็บข้อมลู การวจิ ัยถึงผอู้ ำนวยการโรงพยาบาล และฝา่ ยการพยาบาล ผวู้ ิจยั อธบิ ายถึงขน้ั ตอนของ
การเข้าร่วมโครงการวจิ ยั การเก็บรวบรวมข้อมูลเปน็ ความลับ ไม่มีการระบุชื่อหรืออ้างอิงถงึ บุคคลใดๆ ซึ่งการ
เข้าร่วมโครงการวิจัยนี้ให้เป็นไปตามความสมัครใจผู้ตอบแบบสอบถามมีสิทธิ์ในการปฏิเสธการตอบ
แบบสอบถาม โดยไม่เกดิ ผลกระทบต่อการประเมินผลงานและการปฏบิ ัติงานของผตู้ อบแบบสอบถาม

การเก็บรวบรวมข้อมลู

ขัน้ ตอนการเก็บรวบรวมข้อมลู มีรายละเอยี ดดงั นี้

7

1. ผู้วิจยั จะทาํ หนังสือผ่านหัวหน้าฝา่ ยการพยาบาลถึงคณบดคี ณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่
และผู้อํานวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อชี้แจง วัตถุประสงค์และขออนุญาตเข้าเก็บข้อมูลจาก
บคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ านในฝา่ ยการพยาบาลของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

2. หลังจากได้รับหนังสืออนุญาตจากคณบดีคณะแพทยศาสตร์หรือผู้อํานวยการโรงพยาบาลมหาราช
นครเชียงใหม่แล้ว หัวหน้าโครงการวิจัยจะชี้แจงในที่ประชุมหัวหน้างาน ผู้ตรวจการ หัวหน้าหอผู้ป่วย และ
พยาบาล เพือ่ ชีแ้ จงวัตถปุ ระสงค์ ขัน้ ตอนการทำวิจัยพร้อมทั้งขอความร่วมมือในการทําวจิ ยั และรวบรวมใบเซ็น
ยนิ ยอมส่งคนื ผูว้ จิ ยั

3. จัดทำแบบสอบถามใน Google form และทำเป็น QR code พิมพ์ QR code แทรกในใบเซ็น
ยนิ ยอมเขา้ รว่ มการวิจัย

4. ส่งใบเซ็นยินยอมเข้าร่วมการวิจัย และเอกสารชี้แจงข้อมูล ตามจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ได้สุ่มมา โดย
ผ่านทางงานการพยาบาลส่งต่อไปยังหอผู้ป่วยโดยไม่ระบุชื่อและทำแบบสอบถามตามความสมัครใจ กำหนด
ระยะเวลาในการตอบแบบสอบถาม 2 สัปดาห์

5. ขอความร่วมมือรวบรวมใบเซ็นยินยอมคืนจากแต่ละงานการพยาบาล หากจำนวนกลุ่มตัวอย่างไม่
เพียงพอจะทำการประชาสมั พันธ์ขอความรว่ มมือในการทำแบบสอบถามซ้ำโดยการสแกน QR code ทางหน้า
เวปไซดฝ์ า่ ยการพยาบาลจนกวา่ จะครบตามจำนวนที่กำหนดไว้

6. วิเคราะห์ข้อมลู ตามขนั้ ตอนต่อไป
7. สรปุ และอภิปรายผล
8. จดั ทำรปู เล่มและทำการเผยแพรง่ านวิจัย
การวิเคราะหขอมลู
จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปในการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สําเร็จรูป โดยมี
รายละเอยี ดดังนี้
1. ข้อมูลปัจจัยชีวสังคม ศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจและการคงอยู่ในงานของพยาบาล วิเคราะห์
โดยใช้สถติ เิ ชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉล่ยี และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
2. เปรียบเทียบศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจและการคงอยู่ในงานของพยาบาล สถิติที่ใช้ คือ การ
วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – way ANOVA) สำหรับกรณีเปรียบเทียบปัจจัยชีวสังคมของ
พยาบาลต่างกันและเมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนยั สำคญั ทางสถิติ จะทำการทดสอบรายคู่โดยใช้วิธีการ LSD
(Least Significant Difference)
3. ความสมั พนั ธร์ ะหว่างศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจและการคงอยู่ในงานของพยาบาล วิเคราะห์โดย
ใช้สถิติสหสัมพนั ธ์ของเพยี ร์สัน

ประโยชน์ของงานวจิ ัย
1. ข้อมูลที่ได้เพื่อการวางแผนในการช่วยเหลือ การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางอารมณ์และ
จิตใจโดยเฉพาะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพยาบาลที่มีระดับศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจต่ำ
หรือพยาบาลที่มีความต้องการคงอยู่ในงานของพยาบาลระดับน้อย ควรได้รับความช่วยเหลืออย่าง
เรง่ ด่วนและตอ่ เนื่อง
2. ผู้บริหารโรงพยาบาลควรให้ความสนใจเรื่องศักยภาพทางอารมณ์และจิตใจของบุคลากรทางการ
พยาบาลทั้งในเรื่องการคัดคนเข้าทำงาน หรือการนำมาเป็นเครื่องมือประเมินบุคลากรและนำผลที่

8

ได้มาปรับปรุงส่งเสริมให้บุคลากรมีความยืดหยุ่น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร เพื่อการ
นำไปส่โู รงเรยี นแพทยใ์ นดวงใจและการคงอยใู่ นงานทีย่ ่ังยืน

เอกสารอ้างองิ

กระทรวงสาธารณสุข. TOP-10 กรณเี สยี ชีวติ แยกตามจังหวัดหน่วยบรกิ ารที่รายงาน.
https://506s.dmh.go.th/Home

กรมสขุ ภาพจติ . (2563). พลังสุขภาพจิต เปลีย่ นรา้ ยกลายเปน็ ดี. พิมพ์ครั้งที่ 4.

ฐานขอ้ มูลป้องกนั ปัญหาสุขภาพจติ , กระทรวงสาธารณสุข. (2564).
http://mpis.srithanya.go.th/mhc/prevalence.aspx

ปภาพนั ธ์ ไทยพสิ ุทธกิ ลุ , พชิ ยั อิทสกุล, ปญั จพร วลปี ระกรณ์, ภทั รภรณ์ วิศาจันทร์ และสดุ าวลั ย์ จลุ เกต.ุ
(2014). โรคทางจติ เวชในผู้ปว่ ยโรคซึมเศรา้ โรคและการรักษาทางระบบประสาท, 10, 2097–2103.
https://doi.org/10.2147/NDT.S72026

สุมิตรพร จอมจนั ทร์, ชัฌฎา ลอมศรี, อรทัย เจียมดำรัส, สุรินทร อวิ ปา และอริสา หาญเตชะ. (2564).
ปจั จยั ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การฆ่าตวั ตายในชมุ ชนแหง่ หนึ่ง ของจงั หวดั ทางภาคเหนอื ตอนบน. วารสาร
สังคมศาสตร์และมานุษยวทิ ยาเชิงพุทธ. 6(6), 1-17.

Thaipisuttikul, P., Ittasakul, P., Waleeprakhon, P., Wisajun, P., & Jullagate, S. (2014). Psychiatric
comorbidities in patients with major depressive disorder. Neuropsychiatric disease
and treatment, 10, 2097.

Alisa Singer. (2021). The Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC). www.ipcc.ch

American Psychiatric Association, A. (2013). Diagnostic and statistical manual of mental
disorders (Vol. 3). Washington, DC: American Psychiatric Association.

Collaborators, G. M. D. (2022). Global, regional, and national burden of 12 mental disorders
in 204 countries and territories, 1990–2019: a systematic analysis for the Global
Burden of Disease Study 2019. The Lancet Psychiatry.

Croghan, I. T., Chesak, S. S., Adusumalli, J., Fischer, K. M., Beck, E. W., Patel, S. R., . . . Bhagra,
A. (2021). Stress, Resilience, and Coping of Healthcare Workers during the COVID-19
Pandemic. Journal of Primary Care & Community Health, 12, 21501327211008448.
doi:10.1177/21501327211008448

Falatah, R. (2021). The Impact of the Coronavirus Disease (COVID-19) Pandemic on Nurses’
Turnover Intention: An Integrative Review. Nursing Reports, 11(4), 787-810.

9

Giorgi, G., Lecca, L. I., Alessio, F., Finstad, G. L., Bondanini, G., Lulli, L. G., . . . Mucci, N. (2020).
COVID-19-Related Mental Health Effects in the Workplace: A Narrative Review.
International Journal of Environmental Research and Public Health, 17(21), 7857.
doi:10.3390/ijerph17217857

Santomauro, D. F., Mantilla Herrera, A. M., Shadid, J., Zheng, P., Ashbaugh, C., Pigott, D. M., . .
. Ferrari, A. J. (2021). Global prevalence and burden of depressive and anxiety
disorders in 204 countries and territories in 2020 due to the COVID-19 pandemic. The
Lancet, 398(10312), 1700-1712. doi:10.1016/s0140-6736(21)02143-7

Sheerin, C. M., Lind, M. J., Brown, E. A., Gardner, C. O., Kendler, K. S., & Amstadter, A. B.
(2018). The impact of resilience and subsequent stressful life events on MDD and
GAD. Depression and anxiety, 35(2), 140-147.


Click to View FlipBook Version