The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเขียนโครงร่างงานวิจัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kpanyawan, 2022-10-03 22:57:35

การเขียนโครงร่างงานวิจัย

การเขียนโครงร่างงานวิจัย

Keywords: โครงร่าง,วิจัย

เนือ้ หา

เน้ือหา 1. ความหมายของ 2. วตั ถุประสงคข์ อง
การเขียนโครงการวจิ ยั
โครงรา่ งการวจิ ยั

3. ลกั ษณะของ 4. ข้นั ตอนการเขยี น
โครงการวจิ ยั ทด่ี ี โครงการวจิ ยั

5. สว่ นประกอบของ 6. แนวทางการเขยี น
โครงการวจิ ยั โครงการวจิ ยั

1. ความหมายของโครงรา่ งการวิจยั (Research Proposal)

 เอกสารแสดงแนวทางและรายละเอียดสาคัญของการดาเนินงาน
วจิ ยั ใหบ้ รรลุผลสาเรจ็ ตามเป้าหมายของการวจิ ยั

 มีรายละเอียดเกี่ยวกับการกาหนดปัญหาการวิจัย เอกสารและ
งานวจิ ยั ที่เก่ยี วข้อง และวิธีดาเนินการวิจัย

2. วัตถปุ ระสงคข์ องการเขียนโครงการวิจยั

2.1 เป็นหลกั และกรอบแนวทางในการดาเนินการวิจยั
2.2 เป็นเอกสารในการสรา้ งความเขา้ ใจและขอ้ ตกลง
ในการทาการวิจัยร่วมกัน
2.3 เปน็ เอกสารเสนอขออนุมตั ิดาเนินการวจิ ัย
2.4 เป็นหลกั ฐานในการกากบั ตดิ ตามหรือตรวจสอบ
การดาเนินการวิจัย
2.5 เป็นเอกสารขอรบั การสนับสนุนการวิจัย

3. ลักษณะของโครงการวิจยั ที่ดี

1. ความถกู ต้อง 2. ความสมบูรณ์ครบถ้วน
(correctness หรือ accuracy) (completeness)

3. ความมีเหตผุ ล 4. ความเปน็ ประโยชน์
(cogency) (utility)

5. ความกระจา่ งแจ้ง 6. ความสัมพนั ธ์เชือ่ มโยง
(clarity) (correspondence)

7. ความสม่าเสมอ 8. ความเป็นไปได้
(consistency) (feasibility)

ทีม่ า: พิชติ ฤทธิ์จรญู (2551: 185-186)

1. ความถกู ต้อง 2. ความสมบรู ณ์ครบถ้วน
(correctness หรือ accuracy) (completeness)

ถูกตอ้ งในเนื้อหาสาระ รปู แบบ มีสาระครบถว้ นและครอบคลุมทุก
การเขียน วธิ กี ารอา้ งอิง และการ ประเดน็ ตามส่วนประกอบของ
โครงการวิจยั เพอ่ื ใหเ้ ห็นแนว
ใชภ้ าษา ทางการวิจยั อย่างชัดเจน

3. ความมีเหตผุ ล 4. ความเป็นประโยชน์
(cogency) (utility)

• ต้องมสี าระทีแ่ สดงเหตผุ ลใน • ตอ้ งสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงคุณค่าหรือ
เชิงความคิด ประโยชน์ของเร่อื งทีจ่ ะทาวิจยั

• มีหลกั ฐานสนบั สนุนการวิจัย • ผลการวิจัยควรมีคุณค่าตอ่ การพัฒนา
ใหม้ ีความนา่ เชือ่ ถือ วิชาการ วิชาชีพ เกิดองค์ความรใู้ หม่

ที่มา: พิชติ ฤทธิจ์ รูญ (2551: 185-186)

5. ความกระจ่างแจ้ง 6. ความสัมพันธ์เชือ่ มโยง
(clarity) (correspondence)

สาระหรือขอ้ ความในโครงการวิจัยต้อง สาระของโครงการวิจัยระหวา่ งหัวขอ้ ใน
มคี วามชดั เจน ไมก่ ากวม อา่ นแล้วต้อง แตล่ ะตอนตอ้ งมีการจดั ระเบียบ และ
เขา้ ใจเนอ้ื หาได้ตรงกนั โดยไมต่ อ้ ง เรยี บเรยี งใหส้ มั พนั ธก์ ันโดยตลอด →
ตีความหมาย ขยายความหรือคาดคะเน ผอู้ ่านทราบแนวคิดของนักวิจยั ได้อยา่ ง
ต่อเนื่องเช่อื มโยงกนั
7. ความสม่าเสมอ
(consistency) 8. ความเปน็ ไปได้
(feasibility)
ถอ้ ยคาหรือขอ้ ความในโครงการวิจัย
ต้องมีความคงเสน้ คงวา มคี วามคงทีใ่ น ควรคานงึ ถงึ ความเปน็ ไปได้ในการนาไป
การใชค้ า เพอ่ื ไม่ให้ผู้อ่านเกดิ ความ ปฏบิ ัติ สามารถดาเนินการวิจยั ไดส้ าเร็จ
สบั สน ตามกรอบเวลาที่กาหนด

ทีม่ า: พิชิ ฤทธิจ์ รญู (2551: 185-186)

4. ข้นั ตอนการเขียนโครงการวิจัย

1. การวางโครงร่าง (outline)
2. การเตรียมเนื้อหาสาระ
3.การเขียนร่าง (Draft)
4. การขัดเกลาสานวน
5. การบรรณาธิการและการปรบั ปรงุ

ทีม่ า: นงลักษณ์ วิรชั ชยั . 2533: 396-397)

5. ส่วนประกอบของโครงการวิจยั

สว่ นนา

ส่วน
เนื้อเรื่อง

ส่วนท้ายเรื่อง

1. ส่วนนา

• สาระของส่วนน้ีจะแตกต่างกันไปตามจุดมุ่งหมายของการวจิ ัย หาก
เปน็ โครงการวิจัยท่ผี ู้วิจยั เขียนเพื่อขอรับทนุ อดุ หนุนการวิจัยของ
หน่วยงานต่าง ๆ กต็ อ้ งเขียนตามแบบที่หนว่ ยงานนน้ั ๆ กาหนดไว้



2. สว่ นเนื้อเรื่อง

เปน็ สว่ นสาคญั ที่กลา่ วถึงเนือ้ หาสาระของ
โครงการวิจยั ซึง่ ไม่วา่ ผูว้ ิจัยจะทาโครงการวิจัยเพือ่
จุดมุ่งหมายใดกต็ าม จะมีรปู แบบที่คลา้ ยคลึงกนั

เนือ้ เรือ่ ง

3. ส่วนทา้ ยเรือ่ ง

เ ป็ น ส่ ว น ที่ แ ส ด ง ร า ย ล ะ เ อี ย ด เ กี่ ย ว กั บ แ ผ น ก า ร
ปฏิบัติงานตามข้ันตอนของการวิจัย และรายละเอียดอื่น ๆ
ตามความตอ้ งการของหน่วยงานผู้พิจารณา

สว่ นทา้ ย



วกิจายัรวทาีด่ งีมแีอผะนไกร•าบรวา้ ิจงัยเริม่ ด้วยคาถาม
? • หาข้อมลู ที่มีอยู่ เพือ่ ทาใหม่ให้ดีขึ้น หรือ

หาคาตอบใหม่ๆ

• ตั้งเป้าหมายให้กระชับ

• นึกถึงประโยชน์ ต่อ องค์กร วิชาชีพ ผ้ปู ่วย

• ออกแบบ when where what who how

• ตัวแปรที่สนใจ/ผลลพั ธ์ที่สนใจ

องคป์ ระกอบของโครงรา่ งงานวิจยั

“เป็นจดุ แรกทีผ่ อู้ ่านหรือผู้วิจัยทต่ี ้องการ
ศกึ ษาวจิ ัยมองเป็นอันดับแรก ฉะน้ัน ชื่อหวั ข้อ
เรื่องงานวิจัย จึงมีความสาคัญเป็นอนั ดับแรก”

จะต้องเป็นชื่อทมี่ ีความชดั เจน อา่ นแลว้
เข้าใจง่าย และไมค่ ลมุ เครือ เพราะจะตอ้ งเปน็
ชือ่ ท่สี ามารถดึงดดู ความสนใจต่อผอู้ ่าน หรือ
ผู้วิจยั ทต่ี ้องการทาการศกึ ษางานวิจยั ให้เข้าใจใน
ปญั หางานวิจยั รวมถงึ วิธกี ารดาเนินงานวิจัยเล่ม
น้ันๆ อีกด้วย

1. สั้น กระชับ และชดั เจน

2. ตรงกับประเดน็ ของปญั หา

3. บ่งบอกถึงประเภทของ
งานวิจยั ไดอ้ ยา่ งชดั เจน

4. ทาใหเ้ ปน็ คานาม

5. เป็นข้อความเรียงทีส่ ละสลวย
มีใจความสมบรู ณ์

ตวั อยา่ ง : ชื่อโครงการ

• การวิเคราะห์สถานการณ์การจดั การความปลอดภยั ของผู้ปว่ ย หอผู้ป่วย
ศัลยกรรมชาย โรงพยาบาลพทุ ธชนิ ราช พิษณโุ ลก

• ปจั จัยทานายความพรอ้ มในการจาหน่ายจากโรงพยาบาลของผู้ปกครองเด็ก
ท่เี ข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตติยภมู ิ

• สมั พนั ธภาพของพยาบาลและผู้ปว่ ยกับภาวะสญู เสียพลงั อานาจของผู้ปว่ ยใน
หออภิบาลผู้ปว่ ยหนัก

• ผลของโปรแกรมการดูแลทีเ่ น้นครอบครัวเปน็ ศนู ยก์ ลางตอ่ ความวิตกกังวล
ของผู้ดแู ล ผู้ปว่ ยโรคหลอดเลือดสมอง

เป็นการเกรน่ิ นาหรืออารัมภบทแสดงให้เห็นถึง
ความสาคัญและความจาเปน็ ทจ่ี ะตอ้ งทาวิจยั หรือเหตผุ ลที่
สมควรต้องมีการ ศึกษาปัญหาพเิ ศษเรือ่ งนี้ โดยเขียนโนม้
น้าว จูงใจให้ผอู้ ่านคลอ้ ยตามเห็นด้วยวา่ ทาไมตอ้ งทาวิจัย
เรื่องนี้ เชน่ ยงั ประสบปญั หาอยแู่ ก้ไขไม่ได้ โดยใชค้ วามคิด

ตัวเองให้มากที่สุด

เทคนิคการเขียนความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา

เขียนเรือ่ งทัว่ ๆไป กวา้ ง

เขียนเรื่องเฉพาะ ลึก

สรุปชีใ้ ห้เหน็ ปญั หา
ทีศ่ ึกษาเพือ่ แก้ปญั หาา

เป็นข้อความที่แสดงถึงความต้องการ หรือเป้าหมายที่ผู้วิจัยจะดาเนินการให้
บรรลุในการวจิ ยั คร้ังนัน้ มีหลกั การเขียนดังน้ี
➢ วัตถปุ ระสงค์หลัก (Primary Objective): เป็นเป้าหมายสาคญั ของโครงการ ซึ่ง
ควรจะมีวัตถุประสงค์นีเ้ พยี งประการเดียว
➢ วตั ถปุ ระสงคร์ อง (Secondary Objectives): เป็นเปา้ หมายของโครงการแตม่ ี
ความสาคัญนอ้ ยกว่าวตั ถปุ ระสงค์หลกั
➢ เขียนใหช้ ัดเจน ใช้ภาษาส้นั ง่าย กระชับ

เป็นสิ่งที่นักวิจัยได้คาดคะเนคาตอบของปัญหาวิจัยไว้ล่วงหน้า

สมมติฐานการวิจยั มีหลกั การเขียนดงั นี้
❖ ควรเขียนสมมติฐานการวิจยั อย่างมีเหตผุ ล
❖ เขียนใหส้ อดคลอ้ งกบั ปัญหาวิจัยและวตั ถุประสงคก์ ารวิจยั
❖ เขียนให้มีความชัดเจน เฉพาะเจาะจง
❖ เขียนเป็นประโยคบอกเล่าที่แสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งตัวแปร
❖ ควรเปน็ สิ่งทีส่ ามารถทดสอบหาคาตอบได้
❖ เขียนใหเ้ ข้าใจงา่ ย ใชข้ อ้ ความไม่สลับซับซ้อน
❖ การทาวิจัยบางเรื่องไมส่ ามารถเขียนสมมติฐานการวิจยั ได้

นิยามศัพท์เฉพาะ เป็นการให้ความหมายของคา กลุ่มคา หรือตัว
แปรที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งเป็นคาที่มีความหมายเฉพาะในการวิจัยเรื่อง
นนั้ เพื่อให้ผ้อู า่ นมีความเข้าใจตรงกับผู้วิจัยวา่ คาเหลา่ น้นั มีความหมาย
วา่ อยา่ งไร

คาศัพท์ที่ควรให้นิยาม ได้แก่ คาศัพท์ที่มีหลายความหมาย, ศัพท์
ทางวิชาการ, ศัพท์ที่ผู้วิจัยต้องการให้ความเจาะจงเฉพาะในการวิจัย
น้ัน

รูปแบบการวิจยั (Research design)

• ประชากรทศ่ี ึกษา (Study Population)
• แหล่งท่มี าของประชากร (Source)
• การรวบรวมประชากรทีศ่ ึกษา (Method of Recruitment)
• สถานท่ี ระบุสถานทท่ี จ่ี ะเข้าถึงผู้ที่จะเข้ารว่ มการวิจัย
• กระบวนการ ใครเปน็ ผู้เชญิ ชวนอาสาสมัคร จะเชญิ ชวนอยา่ งไร
• เกณฑก์ ารคดั เลือกประชากรทศ่ี กึ ษา (Selection Criteria) ทงั้ เกณฑ์รบั เข้า
ศึกษา (Inclusion Criteria) และเกณฑ์การคัดออก (Exclusion Criteria)

การส่มุ ตวั อย่าง
• การศึกษาเชิงทดลองระบวุ ิธีการแบ่งกล่มุ ประชากรที่ศกึ ษา
(Allocation of Study Population)
• การศึกษาเชิงพรรณนา ระบุวิธีส่มุ ตัวอย่าง
• จานวนประชากรที่ต้องการจะศึกษา (Sample Size) เบ้อื งต้นให้
ประมาณจากความเปน็ ไปได้ก่อนว่าในเวชปฏิบัติมีอย่ปู ระมาณกี่คน เช่น
มีผ้ปู ่วยประมาณกี่คน ต่อสปั ดาห์หรือต่อเดือน หรือต่อปี (informal)
• ข้นั ตอนการศึกษา (Study Procedures) รายละเอียดของการศึกษา
ตามลาดับที่จะปฏิบตั ิ

การวัดผลลัพธแ์ ละการเก็บข้อมูล

• แบบ Record form , เครื่องมือต่างๆ
• ผลลัพธ์ :

ระดับความรนุ แรงคลืน่ ไส้อาเจียน, ระดบั
ความเจบ็ ปวด, ระดบั ความพึงพอใจ เป็นต้น

ระยะวันนอน
อตั ราการ Re-admission,

สถิติที่ใชแ้ ละการวิเคราะหข์ อ้ มลู

1. สถิตเิ ชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)
เช่น คา่ เฉลย่ี , รอ้ ยละ, SD, Mean, Median และ Min., Max. (Rang) เปน็ ตน้





2. สถิติเชิงอ้างอิงหรือสถิติอนุมาน (INFERENTIAL STATISTICS)

ขึน้ อยกู่ ับ วตั ถุประสงค์ของงานวิจยั สมมติฐานของการวจิ ัย ระดับการวัดของ
ข้อมูลหรือตวั แปรทีศ่ ึกษา จานวนกลุ่มที่ศกึ ษา

การเลือกสถติ ิเพื่อทดสอบสมมติฐานทอ่ี าศยั ข้อกาหนดหรือข้อตกลงเบื้องต้น
(Assumption) เกีย่ วกบั การแจกแจง เรียกว่า Parametric Statistics

แต่ถา้ ข้อมูลทศ่ี ึกษามีการแจกแจงไม่เป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้น การใช้ Parametric
Statistics จะมคี วามผิดพลาด จึงตอ้ งใช้สถติ ิที่ไมม่ ีข้อกาหนดหรือข้อตกลงเบื้องต้น

ดงั กล่าว ซึ่งเรยี กวา่ Non-Parametric Statistics





เป็นการระบุถึงความสาคัญหรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
หลังจากการดาเนินการวิจัย หรือได้บรรลุตามวัตถุประสงค์งานวิจัย
แลว้ ผลการวิจัยนั้นจะเป็นประโยชน์ตอ่ ใครและเป็นประโยชน์อย่างไร

ควรเขียนเปน็ ขอ้ ๆ เรียงลาดับตามความสาคญั

เขียนให้สอดคลอ้ งกบั วัตถุประสงค์การวิจัย

ไม่ควรเขียนขึ้นต้นประโยคดว้ ยคาวา่ “เพือ่ ....”







“การวางแผนวิจยั ทีด่ ี ก็เหมือน
ทาวิจัยเสร็จไปแล้วครึง่ หนึง่ ”


Click to View FlipBook Version