The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 4 ระบบสุริยะของเรา1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พวงเพ็ญ จิตหมั่น, 2023-09-13 02:02:59

หน่วยที่ 4 ระบบสุริยะของเรา1

หน่วยที่ 4 ระบบสุริยะของเรา1

วิทยาศาสตร์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงค์ชีวิตของมนุษย์ การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็น เหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะ ที่สำคัญในการค้นคว้าความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการพัฒนา สิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลย์และยั่งยืน สำหรับหนังสือเล่มเล็กนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ การโคจรของ ดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของโลกรอบดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ และเทคโนโลยี อวกาศ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ และพัฒนาองค์ความรู้ด้วยตัวเอง ผู้จัดทำหวังว่าหนังสือเล่มเล็กนี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนและผู้ที่มาศึกษาเป็นอย่างยิ่ง พวงเพ็ญ จิตหมั่น ครูผู้จัดท ำ ประเทศไทยใช้ดาวเทียมในการส ารวจอวกาศทั้งหมด 3 ระบบ ดังนี้ คำนำ 20


ผลกระทบของอวกาศต่อร่างกายของนักบินอวกาศ • โครงการส ารวจอวกาศ ความก้าวหน้าของการส ารวจอวกาศ เรื่อง ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของโลกรอบดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวง จันทร์ เทคโนโลยีอวกาศ หน้า 1 4 6 9 13 สารบัญ 19


ระบบสุริยะ คือ ระบบที่มีดวงอาทิตย์เป็ นศูนย์กลาง โดยมีดาวเคราะห์และ บริวาร ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และอื่นๆ โคจรอยู่โดยรอบ ซึ่งดาว เคราะห์ที่เป็ นบริวารขนาดใหญ่ของดวงอาทิตย์ มี 8 ดวง เรียงล าดับจากใกล้ไปไกล ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ 1. ดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ คือ ดาวฤกษ์ที่อยู่ตรงศูนย์กลางของระบบ สุริยะ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.4 ล้านกิโลเมตร หรือ 109 เ ท่ า ข อ ง เ ส้ น ผ่ า น ศู น ย์ก ล า ง โ ล ก อ ยู่ ห่ า ง จ า ก โลก 149,600,000 กิโลเมตร หรื อ 1 หน่วยดาราศาสตร์ (AU) ดวงอาทิตย์มีมวลมากกว่าโลก 333,000 เท่า แต่มี ความหนาแน่ นเพียง 0.25 เท่าของโลก เนื่ องจาก มี องค์ประกอบเป็ นไฮโดรเจน 74% ฮีเลียม 25% และธาตุ ชนิดอื่น 1% 2. ดาวพุธ ดาวพุธ เป็ นดาวเคราะห์หินที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก ที่สุดและมีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ ใช้เวลาโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ 88 วัน และหมุนรอบตัวเองเป็ นเวลา 58.646 วัน ดาวพุธไม่มดาวีบริวาร เนื่องจากดาวพุธอยู่ใกล้ดวง อาทิตย์ จึงเรียกดาวพุธอีกอย่างหนึ่งว่า “เตาไฟแช่แข็ง” • กระสวยอวกาศ กระสวยอวกาศ มีส่วนประกอบที่ส าคัญ 3 ส่วน ดังนี้ • นักบินอวกาศ บุคคลที่เดินทางไปกับยานอวกาศ ไม่ว่าจะไปด้วยยานอวกาศแบบไหน ทั้งที่โคจรรอบโลกในระยะสูงจากพื้นราว 80-100 กิโลเมตรขึ้นไป หรือเดินทางออกไป ยังต าแหน่งอื่นใดนอกวงโคจรของโลก ปฏิสัมพันธ์ในระบบสุริยะ 1 18


2. ยานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม เป็ นยานอวกาศขนาดใหญ่ เนื่องจากต้องบรรทุกมนุษย์อวกาศและของ ที่จ าเป็ นต้องใช้ในการด ารงชีพการส่งยานอวกาศประเภทนี้ต้องใช้เชื้อเพลิงจ านวนมาก โครงการในการส ารวจอวกาศมีหลายโครงการ ดังนี้ ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ 3. ดาวศุกร์ ดาวศุกร์ เป็ นดาวเคราะห์หิน ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ เป็ นล าดับที่ 2 ดาวศุกร์จะเป็ นดาวที่ปรากฏแสงสว่างมาก ที่สุดในท้องฟ้า ถ้าปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้าตอนหัวค ่า เรี ยกว่า “ดาวประจ าเมือง” และ ถ้าปรากฏให้เห็นบน ท้องฟ้าในตอนเช้ามืด เรียกว่า “ดาวประกายพรึก” ดาวศุกร์ ไม่มีดาวบริวารและ ดาวศุกร์ ได้ชื่อว่าเป็ น “ดาวฝาแฝดกับ โลก” ใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 243 วัน และโคจรรอบดวง อาทิตย์รอบละ 224.7 วัน 4.โลก โลก เป็ นดาวเคราะห์หินที่อยู่ห่างจากจากดวงอาทิตย์ เป็ นล าดับที่ 3 เป็ นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบ สุริยะที่มีชีวิตอาศัยอยู่ เท่าที่ทราบในปัจจุบันมีดาวบริวาร 1 ดวง คือ “ดวงจันทร์” ใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 24 ชัวโมง ่ และโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ประมาณ 365 วัน 5. ดาวอังคาร ดาวอังคาร เป็ นดาวเคราะห์หินที่อยู่ห่างจากดวง อาทิตย์เป็ นล าดับที่ 4 ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ ประมาณ 687 วัน และหมุนรอบตัวเองในเวลา 24.623 ชัวโมง มีดาวบริวาร 2 ดวง จึงเรียกดาวอังคารอีกอย่างหนึ่ง ่ ว่า “ดาวเคราะห์สีแดง” หรือ “ดาวเทพแห่งสงคราม” ยานอวกาศแคสซินีใช้ส ารวจดาวเสาร์ 17 2


ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ 6. ดาวพฤหัสบดี ดาวพฤหัสบดี เป็ นดาวเคราะห์แก๊สที่ใหญ่ที่สุดใน ระบบสุริยะ มีขนาดใหญ่กว่าโลกประมาณ 11 เท่า อยู่ห่าง จากดวงอาทิตย์เป็ นล าดับที่ 5 หมุนรอบตัว เองเป็ นเวลา 9.925 ชัวโมง เร็วกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ โคจรรอบดวง ่ อาทิตย์เป็ นเวลาประมาณ 12 ปี ดาวพฤหัสบดีเรียกอีกชื่อ หนึ่งว่า “ดาวยักษ์” มีดาวบริวารประมาณ 79 ดวง 7. ดาวเสาร์ ดาวเสาร์ เป็ นดาวเคราะห์แก๊สที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ เป็ นล าดับ ที่ 6 ดาวเส าร์ มี วงแหวนขนาดใ หญ่ ซึ่ ง ประกอบด้วยก้อนหินที่มีน ้าแข็งปะปนโคจรอยู่โดยรอบ ดาวเสาร์หมุนรอบตัวเองเป็ นเวลา 10.42 ชั่วโมง มีดาว บริวาง 82 ดวง เช่น ไททัน ไมมัส รีอา ทีทิส เป็ นต้น และ โคจรจรรอบดวงอาทิตย์เป็ นเวลาประมาณ 29 ปี 8. ดาวยูเรนัส ดาวยูเรนัส หรือ ดาวมฤตยู เป็ นดาวเคราะห์แก็สที่อยู่ ห่างจากดวงอาทิตย์เป็ นล าดับที่ 7 โคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็ นเวลา 84 ปี หมุนรอบตัวเองเป็ นเวลา 17.24 ชัวโมง มี่ ดาวบริวาร 27 ดวง มีฉายาว่า เทพเจ้าแห่งความงาม ดาวเทียมไทยคมเป็ นดาวเทียมสื่อสารของไทย ในปัจจุบันมีการส่งขึ้นสู่วงโคจรแล้ว ทั้งหมด 8 ดวง ดังนี้ • ยานอวกาศ เป็ นยานพาหนะที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้เดินทางไปในอวกาศ ซึ่ งน ามาใช้ ประโยชน์ในหลายด้านแล้วแต่วัตถุประสงค์ เช่น การสื่อสารโทรคมนาคม อุตุนิยมวิทยา การส ารวจอวกาศ ซึ่งยานอากาศแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท ดังนี้ 1.ยานอวกาศที่ไม่มีมนุษย์ควบคุม ยานอวกาศที่ไม่มีมนุษย์ควบคุมจะถูกส่งไปส ารวจ ดวงจันทร์ ดวง อาทิตย์ และดาวเคราะห์ในห้วงอวกาศเป็ นยานอวกาศที่ประหยัดเชื้อเพลิง มีขนาดเล็ก และมีมวลน้อย นิยมใช้ในงานส ารวจระยะบุกเบิกและเดินทางระยะไกล 3 16


• ดาวเทียม เป็ นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้วส่งขึ้นไปโคจรรอบโลก ซึ่งดาวเทียมมีประโยชน์ต่อ การด ารงชีวิตของมนุษย์ในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้ ด้านการสื่อสาร -รับส่งคลื่นวิทยุเพื่อการสื่อสารและโทรคมนาคม - ใช้การติดต่อสื่อสารในประเทศและระหว่างประเทศ - ช่วยในการควบคุมเส้นทางและบอกต าแหน่งที่อยู่ ด้านการพยากรณ์อากาศ - ใช้ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาส่งสัญญาณภาพถ่ายทางอากาศมาสู่ภาคพื้นดิน - ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาดวงแรกที่ส่งขึ้นไปโคจรรอบโลก คือ ดาวเทียม ไทรอส -1 - ด้านการส ารวจทรัพยากรธรรมชาติใช้ประโยชน์ในด้านป่ าไม้ การเกษตร การ ใช้ที่ดิน อุทกวิทยา ธรณีวิทยา สิ่งแวดล้อม และการท าแผนที่ - ดาวเทียมส ารวจทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ ดาวเทียมแลนด์แซต ดาวเทียม เรดาร์แซต ดาวเทียมเอลอส - ประเทศไทยส่งดาวเทียมไทยโชต หรือดาวเทียมธีออส - ด้านการส ารวจสมุทรศาสตร์ใช้ดาวเทียมส ารวจสมุทรศาสตร์ ท าการบันทึก ข้อมูลในช่วงคลื่นไมโครเวฟมีบทบาทในงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล เช่น การเปลี่ยนแปลงของน ้าทะเล คลื่นลม ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ 9. ดาวเนปจูน ดาวเนปจูน หรือ ดาวเกตุ เป็ นดาวเคราะห์แก๊สที่อยู่ ห่างจากดวงอาทิตย์เป็ นล าดับที่ 8 โคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็ นเวลาประมาณ 165 ปี หมุนรอบตัวเองเป็ นเวลา 16.06 ชั่วโมง มีดาวบริวารประมาณ 14 ดวง มีฉายาว่า เทพเจ้า แห่งท้องทะเลโรมัน หรือ ดาวสมุทร ➢ การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้ เพราะมีแรงกระท าระหว่าง ดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ ซึ่งเป็ นแรงดึงดูดระหว่างมวลของดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ และเป็ นแรงแบบเดียวกันกับแรงดึงดูดระหว่างโลกกับวัตถุบนผิวโลก ซึ่งแรงดังกล่าว เรียกว่า แรงโน้มถ่วง (Gravitational Force) กฎของแรงโน้มถ่วงของนิวตัน (Newton’s law of gravitation) เซอร์ไอแซก นิว ตัน (Dir Isaac Newton) ได้เสนอกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตันหรือกฎแรงดึงดูดระหว่าง มวลไว้ว่า “วัตถุ2 วัตถุในเอกภพจะออกแรงดึงดูดกัน โดยเป็ นสัดส่วนกับผลคูณของมวล ทั้งสอง และเป็ นสัดส่วนผกผันก าลังสองกับระยะทางระหว่างจุดศูนย์กลางของวัตถุทั้ง สอง” 15 4


สามารถเขียนแทนด้วยสมการ ดังนี้ ซึ่ งการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ก็เป็ นไปตามกฎแรงโน้มถ่วงนี้ เพราะแรงดึงดูดระหว่างมวลของดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์เป็ นแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกับ แรงดึงดูดระหว่างวัตถุ 2 วัตถุใดๆ ในเอกภพ 3. กล้องโทรทรรศน์แบบผสม เป็ นกล้องที่ ใช้ทั้งเลนส์ นู นและกระจกเว้ารวมแสงเป็ นกล้อง โทรทรรศน์ที่มีขนาดเล็ก มีความละเอียดสูง เหมาะส าหรับใช้ส ารวจวัตถุขนาดเล็กเป็ น การผสมผสานจุดเด่นของกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง และแบบสะท้อนแสงเข้า ด้วยกัน ท าให้ได้ภาพที่ปราศจากความคลาดสี ด้วยมุมมองที่กว้างขึ้น 5 14


➢ เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีอวกาศ คือ การน าความรู้และวิธีการต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะสมในการศึกษาทางดาราศาสตร์และอวกาศ ตลอดจนน ามา ประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติและการด ารงชีวิตของมนุษย์ • กล้องโทรทรรศน์ กล้องโทรทรรศน์ เป็ นอุปกรณ์ที่ใช้ส่องดูวัตถุที่อยู่ไกล ๆ โดยขยายภาพของ วัตถุให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยท าให้มองเห็นวัตถุบนท้องฟ้าได้ชัดเจนมากกว่าการมองด้วย ตาเปล่า กล้องโทรทรรศน์แบ่งออกเป็ น 3 ประเภท ได้แก่ 1. กล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสง 2. กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงใช้กระจกเว้าแทนเลนส์นูน กล้อง โทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงมีปัญหาเรื่องความคลาดสีน้อยกว่าแบบหักเหแสง ➢ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของโลกรอบดวงอาทิตย์ • ฤดูกาล โลกมีสัณฐานคล้ายทรงกลม มีเส้นศูนย์สูตรเป็ นเส้นสมมติแบ่งโลกออกเป็ น 2 ส่วนเท่าๆกัน คือ ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ ระนาบของเส้นศูนย์สูตรจะตั้งฉากกับ แกนหมุนของโลก ซึ่งเป็ นแกนที่ชี้ตามแนวขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ โลกหมุนรอบตัวเอง และในขณะเดียวกันโลกจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วย โลก หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 24 ชัวโมง และโคจรรอบดวงอาทิตย์ ่ 1 รอบ ใช้เวลาประมาณ 365 วัน โดยโคจรจากทิศตะวันนตกไปยังทิศตะวันออกในลักษณะเอียงท ามุมประมาณ 23.5 องศา กับแนวตั้งฉากของระนาบทางโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในลักษณะที่แกนโลกเอียงท ามุมประมาณ 23.5 องศา กับแนวตั้งฉากของระนาบทางโคจร ท าให้ส่วนต่างๆบนโลกได้รับปริมาณแสง จากดวงอาทิตย์แตกต่างกันในรอบปี เกิดเป็ นฤดูกาลและท าให้กลางวันกลางคืนยาวนาน ไม่เท่ากัน 13 6


ฤดูกาลที่เกิดขึ้นบนโลกในรอบ 1 ปี วันที่ 20 - 21 มิถุนายน เป็ นวันครีษมายัน (Summer Solstice) โลกหันซีกโลก เหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ ท าให้เรามองเห็นดวงอาทิตย์อยู่ค่อนไปทางทิศเหนือ (Dec +23.5°) ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วตกช้า เวลากลางวันยาวกว่ากลางคืน ซีกโลกเหนือเป็ นฤดู ร้อน วันที่ 22 - 23 กันยายน เป็ นวันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง ทิศตะวันออกและตกตรงทิศตะวันตกพอดี กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ซีกโลก เหนือเป็ นฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ลดลงเมื่อเทียบกับฤดู ร้อน ต้นไม้จึงผลัดใบทิ้ง วันที่ 20 -21 ธันวาคม เป็ นวันเหมายัน (Winter Solstice) โลกหันซีกโลกใต้เข้าหา ดวงอาทิตย์ ท าให้เรามองเห็นดวงอาทิตย์อยู่ค่อนไปทางทิศใต้ (Dec -23.5°) ซีกโลก เหนือเป็ นฤดูหนาว ดวงอาทิตย์ขึ้นช้าตกเร็วเวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน โลกจึงได้รับ • น ้าเกิด น ้าตาย - น ้าเกิด ในวันขึ้น 15ค ่า และวันแรม 15ค ่า ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์เรียงตัวอยู่ ในแนวเดียวกัน แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เสริมกัน ท าให้แรงไทดัลบน โลกเพิ่มขึ้น ส่งอิทธิพลให้ระดับน ้าขึ้นสูงสุดและระดับน ้าลงต ่าสุดแตกต่างกันมากดัง ภาพ ขเรียกว่า "น ้าเกิด" (Spring tides) ภาพ ข ภาวะน ้าเกิด - น ้าตาย ในวันขึ้น 8 ค ่า และวันแรม 8 ค ่า ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์อยู่ใน แนวตั้งฉากกัน แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไม่เสริมกัน ท าให้แรงไทดัล บนโลกลดลง ส่งอิทธิพลให้ระดับน ้าขึ้นสูงสุดและระดับน ้าลงต ่าสุดไม่แตกต่างกันมาก ดังภาพ ค เรียกว่า "น ้าตาย" (Neap tides) ภาพ ค ภาวะน ้าตาย 7 12


• แรงไทดัล เมื่อดาวดวงหนึ่งได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงจากดาวอีกดวงหนึ่ง ด้านที่อยู่ ใกล้จะได้ถูกดึงดูดมากกว่าด้านที่อยู่ไกล ความแตกต่างของแรงทั้งด้านจะท าให้เกิด ความเครียดภายใน ถ้าเนื้อของดาวไม่แข็งแรงพอก็อาจจะท าให้ดาวแตกได้ ถ้าเนื้อของ ดาวมีความหยุ่นก็จะท าให้ดาวยืดออกเป็ นทรงรี เราเรียกแรงภายในที่แตกต่างนี้ว่า "แรง ไทดัล" (Tidal force) • น ้าขึ้น น ้าลง เปลือกโลกเป็ นของแข็ง จึงไม่สามารถยืดหยุ่นตัวไปตามแรงไทดัลซึ่งเกิดจาก แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ได้ แต่ทว่าพื้นผิวส่วนใหญ่ของโลกปกคลุมด้วยน ้าใน มหาสมุทร จึงปรับตัวเป็ นรู ปทรงรี ตามแรงไทดัลที่เกิดขึ้นดังรู ป ก ท าให้เกิด ปรากฏการณ์ "น ้าขึ้นน ้าลง" (Tides)โดยที่ระดับน ้าทะเลจะขึ้นสูงสุดบนด้านที่หันเข้า หาดวงจันทร์และด้านตรงข้ามดวงจันทร์ (ต าแหน่ง H และ H’) และระดับน ้าทะเลจะลง ต ่าสุดบนด้านที่ตั้งฉากกับดวงจันทร์ (ต าแหน่ง L และ L’) โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ท าให้ ณ ต าแหน่งหนึ่งๆ บนพื้นผิวโลก จึงเคลื่อนผ่านบริเวณที่เกิดน ้าขึ้นและน ้าลงทั้ง สองด้าน ท าให้เกิดน ้าขึ้นน ้าลง วันละ 2ครั้ง ภาพทีก แรงไทดัลท าให้เกิดน ้าขี้นน ้าลง พลังงานจากดวงอาทิตย์น้อยที่สุด ต้นไม้ในเขตละติจูดสูงทิ้งใบหมด เนื่องจากพลังงาน แสงแดดไม่พอส าหรับการสังเคราะห์แสง วันที่ 20 -21 มีนาคม (Vernal Equinox) ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงทิศตะวันออกและตก ตรงทิศตะวันตกพอดี กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ซีกโลกเหนือเป็ นฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากขึ้นเมื่อเทียบกับฤดูหนาว ต้นไม้ผลิใบ ออกมาเพื่อสังเคราะห์แสงผลิตอาหาร เนื่องจากพื้นผิวของโลกมีสภาพเป็ นเนื้อเดียวเหมือนกันหมด (ทรงกลมที่ สมบูรณ์) ทุกบริ เวณของโลกจะมี 4 ฤดูตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น อย่างไรก็ตาม พื้นผิวโลกมีสภาพแตกต่างกัน เช่น ภูเขา ที่ราบ ทะเล มหาสมุทร ซึ่งส่งอิทธิพลต่อสภาพ ลมฟ้าอากาศ ประเทศไทยตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีน ขนาบด้วยมหาสมุทรอินเดียกับ ทะเลจีนใต้ จึงตกอยู่ในอิทธิพลของลมมรสุม (Monsoon) ท าให้ประเทศไทยมี 3 ฤดู ดังนี้ ฤดูร้อน: ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน: ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ถึงปลายเดือนตุลาคม ฤดูหนาว: ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ • การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 24 ชัวโมง หรือ ่ 1 วัน โดยมีทิศทางการหมุน จากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก การหมุนรอบตัวเองของโลกท าให้เราสังเกตเห็น การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก เรี ยก ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่า การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ซึ่งสังเกตเห็นได้จากบริเวณ ขอบฟ้าโดยเรียกบริเวณที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าว่า ทิศตะวันออก และเรียกบริเวณที่ ดวงอาทิตย์ตกจากขอบฟ้าว่า ทิศตะวันตก นอกจากนี้การเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ ท าให้เกิดปรากฏการณ์กลางวันและกลางคืน 11 8


➢ ปรากฏการณ์ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ • ข้างขึ้นข้างแรม ดวงจันทร์มีการหมุนรอบตัวเองและโคจรรอบโลกซึ่งดวงจันทร์รับแสงจากดวง อาทิตย์ครึ่งดวงตลอดเวลาท าให้เกิดด้านสว่างในด้านที่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ แต่ด้าน ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์จะถูกบังด้วยเงาของตัวเองท าให้เกิดด้านมืดเนื่องจากดวงจันทร์ ใช้เวลาหมุนรอบตัวเองเท่ากับเวลาที่ใช้ในการโคจรรอบโลกท าให้ดวงจันทร์พันด้าน เดียวเข้าหาโลกเมื่อดวงจันทร์โคจรรอบโลกจะหันส่วนสว่างมายังโลกท าให้เรา สังเกตเห็นส่วนสว่างของดวงจันทร์แตกต่างไปในแต่ละวันเกิดเป็ นข้างขึ้นข้างแรมหรือ วิถีจันทร์โดยดวงจันทร์โคจรรอบโลกในทิศทวนเข็มนาฬิกา 1 รอบ ใช้เวลาประมาณ 27.3 วัน ข้างขึ้น เป็ นช่วงเวลาที่มองเห็นดวงจันทร์ค่อยๆสว่างขึ้นในแต่ละคืนจนเต็มดวง มี ระยะเวลาประมาณ 15 วัน โดยเริ่มจากขึ้น 1 ค ่า ถึงขึ้น 15ค ่า และจะเห็นดวงงจันทร์ ปรากฏขึ้นในช่วงหัวค ่า ข้างแรม เป็ นช่วงเวลาที่มองเห็นดวงจันทร์ค่อยๆมืดลงในแต่ละคืนจนมืดสนิททั้งดวง มี ระยะเวลาประมาณ 15วัน โดยเริ่มจากแรม 1 ค ่า ถึงแรม 15ค ่า และจะเห็นดวงงจันทร์ ปรากฏขึ้นในช่วงเช้ามืด 9 10


Click to View FlipBook Version