รายงานเชิงวิชาการ เรื่อง บทละครพูดคำฉันท์มัทนะพาธา จัดทำโดย นาย คิรากร อนุเวช เลขที่ ๑๔ นางสาว นันทิพร จันทร์ประทักษ์ เลขที่ ๑๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๕ เสนอ ครูอรวรรณ ธวัชวงษ์ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท๓๒๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนลาดยาววิทยาคม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
รายงานเชิงวิชาการ เรื่อง บทละครพูดคำฉันท์ มัทนะพาธา จัดทำโดย นาย คิรากร อนุเวช เลขที่ ๑๔ นางสาว นันทิพร จันทร์ประทักษ์ เลขที่ ๑๗ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๕ เสนอ ครูอรวรรณ ธวัชวงษ์ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ท๓๒๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนลาดยาววิทยาคม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
ก คำนำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย(ท๓๒๑๐๑) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๕ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษา วรรณคดีเรื่อง บทละครพูดคำฉันท์ มัทนะพาธา ซึ่งเป็นวรรณคดีที่สำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๖) ซึ่งมีข้อคิดแฝงหลายเรื่อง รวมทั้งกาพย์และฉันท์ที่ไพเราะ และวิธีการดำเนินเรื่องที่ น่าสนใจ ทางคณะผู้จัดทำได้เล็งถึงข้อคิดที่สามารถปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันและขอขอบคุณอาจารย์อรวรรณผู้ แนะนำแนวทางและวิธีการวิเคราะห์วรรณคดีอย่างถูกต้อง รายงานฉบับนี้หวังว่าจะมีประโยชน์แก่ผู้อ่าน หาก ผิดพลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทํา
ข สารบัญ เรื่อง หน้า ที่มาของเรื่อง ๑ ประวัติผู้แต่ง ลักษณะคำประพันธ์ ๒ ตัวละคร ฉาก ๓ เรื่องย่อ ๔ คุณค่าวรรณคดี ๓ ด้าน ๕ ข้อคิดที่ได้รับ ๖ บรรณานุกรม ๗ ภาคผนวก อภิธานศัพท์
๑ ที่มาของเรื่อง มัทนะพาธาเป็นบทละครพูดคำฉันท์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จเพราะมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระราชกุศลเพื่อสร้างตำนานแห่งดอกกุหลาบ จึงทรงผูกเรื่องขึ้นมาใหม่หมด ทรงให้ ความสำคัญเรื่องความถูกต้อง และความสมจริงในรายละเอียดของเรื่อง ทั้งชื่อเรื่อง ชื่อตัวเอก และรายละเอียด ต่างๆ เช่น ชื่อเรื่อง มัทนา มาจากศัพท์ มทน แปลว่า ความลุ่มหลงหรือความรัก และชื่อนางเอกของเรื่องก็มี ความหมายว่าความเจ็บปวดและความเดือดร้อนเพราะความรัก ซึ่งตรงกับแก่นของเรื่อง ประวัติผู้แต่ง “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) มีพระนามเดิมว่ามหาวชิราวุธ เป็นโอรสองค์ ที่ ๒๙ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ทรงศึกษาในประเทศไทยจนพระชนมายุได้ ๑๔ พรรษา ก็เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ต่อมาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยาม มกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๓๗ และทรงกลับไปศึกษาวิชาทหาร ณ โรงเรียนทหารบกที่ แซนด์เฮิซต์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓ ได้เข้าศึกษาด้านวิชาประวัติศาสตร์และวิชากฎหมาย ณ มหาวิทยาลัย ออกซฟอร์ด แต่ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์เป็นพิเศษ จนแต่งสามารถแต่งบทละครเป็น ภาษาอังกฤษได้ เมื่อสำเร็จการศึกษา พระองค์ทรงเสด็จประพาสยุโรปก่อน แล้วจึงเสด็จนิวัติประเทศไทย” ๑ ๑ เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ ขณะมีพระชนมายุ ๓๐ พรรษา สวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๖๘ ( ครองราชย์ ๑๕ ปี พระชนมายุ ๔๕ พรรษา) วัตถุประสงค์ในการพระราชนิพนธ์ เรื่อง มัทนะพาธา ทรงตั้งพระทัยเพื่อเป็นหนังสืออ่าน กวีนิพนธ์ที่สนุกสนานในด้านเนื้อหา และเป็นคติสอนใจ
๒ ลักษณะคำประพันธ์ บทละครพูดคำฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา ประกอบด้วยกาพย์ ๓ ชนิด คือ กาพย์ยานี๑๑ กาพย์ฉบัง ๑๖ กาพย์สุรางคนางค์๒๘ และฉันท์ ๒๑ ชนิด เช่น วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ อุปชาติฉันท์ ๑๑ ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ อินทวงศ์ฉันท์ ๑๒ วสันตดิลกฉันท์๑๔ เป็นต้น ๒ ๓ ตัวละคร เทพบุตรสุเทษณ์- ผู้หลงรักนางมัทนาอย่างหมดหัวใจจนกลายเป็นความลุ่มหลง อันเป็นเหตุให้เกิดโศก นาฎกรรมแห่งความรักนี้ขึ้น เทพธิดามัทนา - หญิงงามผู้เป็นเหยื่อของความรักที่นางไม่ได้ต้องการ วิทยาธรมายาวิน – วิทยาธรผู้มีวิชาอาคมใช้เวทย์มนต์เรียกนางมัทนามาพบสุเทษณะเทพบุตรทั้งๆ ที่ยัง หลับไหล อันเป็นบ่อเกิดแก่โทสะของสุเทษณ์เทพบุตรต่อนางมัทนา ฤษีกาละทรรศิน - ฤาษีในป่าหิมมะวัน ผู้ที่ดูแลดอกกุหลาบมัทนาเยี่ยงบุตรี ท้าวชัยเสนกษัตริย์ - ราชาผู้ทรงครองเมืองหัสดิน มีอัครมเหสีอยู่แล้ว แต่ก็ยังพึงใจนาง มัทนา จนรับนางกลับวัง พระนางจัณฑี - อัครมเหสีแห่งท้าวชัยเสน ที่น้อยอกน้อยใจผัว จนถึงขั้นอิจฉาริษยานางมัทนา อันเป็นเหตุให้นางออกอุบายชั่วร้ายทั้งต่อผัวและนางที่ผัวรัก ๒ แผนผังวิชชุมมาลาฉันท์ ๘ ๓ แผนผังอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
๓ ฉาก ๑. วิมานของสุเทษณ์บนสวรรค์ ฉากท้องเรื่องเริ่มขึ้นบนสวรรค์เพราะมายาวิน สุเทษณ์และมัทนาเป็น เทวดา นางฟ้า ซึ่งอาศัยอยู่บนสวรรค์ สังเกตุได้จากหลังจากที่มายาวินคลายมนต์สะกดมัทนา นางได้พูดว่า “เหตุใดพระองค์ทรงธรรม์ จึ่งทำเช่นนั้น ให้ข้าพระบาทต้องอาย แก่หมู่ชาวฟ้าทั้งหลาย? โอ้พระฦสาย พระองค์จงทรงปราณี” ในบทสนทนาดังกล่าวจะ สังเกตุว่านางพูดคําว่า หมู่ชาวฟ้า ทำให้รู้ว่าสถานที่ที่นางอาศัยอยู่ไม่ใช่โลกมนุษย์ และสุเทษณ์ก็สาปให้มัทนา เป็นดอกกุหลาบมาเกิดบนโลกมนุษย์ ๔ ๒. กลางป่าหิมะวัน ฉากท้องเรื่องหลังจากที่สุเทษณ์สาปนางมัทนาให้ไปเกิดบนโลกมนุษย์สังเกตได้จาก นางมัทนา จุติอย่านาน จงมะละฐาน สุระแมนสวรรค์, ไปเถอะกำเนิด ณ หิมาวัน ดังดนุลั่น จสิสาปไว้! ป่าหิมะวันมีลักษณะเป็นลานหญ้าอยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่ที่ตรงกลางเวทีมีดอกกุหลาบอยู่ต้นหนึ่ง ดอกสวยงาม ใหญ่สีชมพูส่งกลิ่นหอมชวนผู้คนหลงใหล ๕ ๔ วิมานของสุเทษณ์ บนสวรรค์ ๕ กลางป่ าหิมะวัน
๔ เรื่องย่อ ภาคสวรรค์กล่าวถึง สุเทษณ์เทพบุตร ซึ่งในอดีตกาลคือกษัตริย์แห่งแคว้นปัญจาล มัทนาเป็นราชธิดา กษัตริย์แคว้นสุราษฎร์ สุเทษณ์ได้ส่งทูตไปสู่ขนาง เเต่ท้าวสุราษฎร์ พระราชบิดาของนางไม่ยอมยกให้ สุเทษณ์ จึงยกทัพไปรบทำลายบ้านเมืองย่อยยับจับพระราชบิดาของนางมาเป็นเชลยศึก แล้วจะให้ประหารชีวิตท้าวสุ ราษฎร์แต่มัทนาขอไถ่ชีวิตพระราชบิดาไว้ โดยยินยอมเป็นบาทบริจาริกาของสุเทษณ์ พระบิดาของนางจึงรอด จากพระอาญา จากนั้นนางมัทนาก็ปลงพระชนม์ตนเอง แล้วไปบังเกิดเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ นามว่า มัทนา ส่วนท้าวสุเทษณ์ก็กระทำพลีกรรมจนสำเร็จ เมื่อสิ้นพระชนม์ก็ไปบังเกิดบนสวรรค์เช่นกัน ด้วยผลกรรมที่เคยได้ นางมาเป็นคู่ทำให้มีโอกาสได้พบกันอีก แต่นางมัทนาก็ยังไม่มีใจรักสุเทษณ์เทพบุตรเช่นเดิม ณ วิมานของสุ เทษณ์เทพบุตร ได้มีคนธรรพ์ เทพบุตร เทพธิดาที่เป็นบริวารต่างมาบำเรอขับกล่อมถวาย แต่ถึงกระนั้นสุเทษณ์ เทพบุตรก็ไม่มีความสุข เพราะพระองค์รักนางมัทนาแต่ไม่อาจสมหวังในรักเพราะทำกรรมไว้ในอดีต พระองค์จึง ให้วิทยาธรชื่อมายาวิน ใช้เวทมนต์คาถาไปสะกดให้นางมัทนามายังวิมานของพระองค์ ฝ่ายนางมัทนาเมื่อถูกเวท มนต์สะกดมา สุเทษณ์จะตรัสถามอย่างไร นางก็ทวนคำถามเช่นนั้นทุกครั้งไป จนสุเทษณ์เทพบุตรขัดพระทัย รู้สึกเหมือนตรัสกับหุ่นยนต์จึงให้มายาวินคลายมนต์ เมื่อนางมัทนารู้สึกตัวก็ตกใจกลัวที่ล่วงล้ำเข้ามาถึงวิมาน ของสุเทษณ์เทพบุตร สุเทษณ์เทพบุตรถือโอกาสฝากรัก นางมัทนาแสดงความจริงใจว่านางไม่ได้รักสุเทษณ์ เทพบุตร จึงไม่อาจลับรักได้ เมื่อได้ยินดังนั้น สุเทษณ์เทพบุตรก็รู้สึกกริ้วนางมัทนาเป็นอย่างมาก จึงสาบให้นาง มัทนาจุติจากสวรรค์ไปเป็นดอกกุหลาบในเมืองมนุษย์และให้โอกาสนางเป็นมนุษย์ได้เมื่อถึงคืนวันเพ็ญเพียง หนึ่งวันหนึ่งคืนเท่านั้น เมื่อใดที่นางมีรักเมื่อนั้นจึงจะพ้นคำสาปกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ตามปกติ และหากเมื่อใด ที่นางมีทุกข์เพราะรักก็ให้นางกล่าวอ้อนวอนพระองค์จะยกโทษทัณฑ์ให้ ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า สาเหตุของปม ขัดแย้งในเรื่องคือ สุเทษณ์รักนางมัทนาแต่นางไม่รักตอบ ภาคพื้นดิน พระฤาษีได้ขุดเอาต้นกุหลาบจากป่าหิมวันต์มาปลูกไว้ใกล้กับอาศรม เมื่อถึงคืนวันเพ็ญ นางจะปรากฏตัวโฉมเป็นมนุษย์มาคอยปรนนิบัติรับใช้พระฤาษี วันหนึ่งท้าวชัยเสนกษัตริย์แห่งนครหัสดินเสด็จ ประพาสป่าและเมื่อถึงอาศรมพระฤาษี เมื่อคืนถึงวันเพ็ญที่นางมัทนากลายร่างเป็นมนุษย์ นางได้พบกับท้าวชัย เสนก็เกิดความรักต่อกัน พระฤาษีจึงจัดพิธีอภิเษกให้ท้าวชัยเสนได้พานางกลับเมือง เท้าชัยเสนรักไคร่หลงใหล นางมัทนามากทำให้นางจัณฑีมเหสีหึงหวง อิจฉาริษยา จึงทำอุบายให้เท้าชัยเสนเข้าใจผิดว่านางมัทนาเป็นชู้กับ ทหารเอกนางมัทนาจึงถูกสั่งประหารชีวิตแต่เพชฌฆาตสงสารจึงปล่อยนางไป นางมัทนากลับไปอาศรมและ วิงวอนขอให้สุเทษณ์เทพบุตรช่วย สุเทษณ์เทพบุตรได้ขอความรักนางอีกครั้งหนึ่ง แต่นางปฏิเสธสุเทษณ์ เทพบุตรจึงสาปนางให้เป็นดอกกุหลาบไปตลอดชีวิต
๕ คุณค่าวรรณคดี ๓ ด้าน ๑.คุณค่าด้านเนื้อหา ๑.๑ โครงเรื่อง เป็นบทละครพูดคำฉันท์ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคิดโครงเรื่อง เอง ไม่ได้ตัดตอนมาจากวรรณคดีเรื่องใด แก่นสำคัญของเรื่องมีอยู่ ๒ ประการ คือ -ทรงปรารถนาจะกล่าวถึงตำนานดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่สวยงาม แต่ไม่เคยมีตำนานในเทพ นิยาย จึงพระราชนิพนธ์ให้ดอกกุหลาบมีกำเนิดมาจากนางฟ้าที่ถูกสาปให้จุติลงมาเกิดเป็นดอกไม้ชื่อว่า "ดอก กุพฺชกะ" คือ "ดอกกุหลาบ" -เพื่อแสดงความเจ็บปวดอันเกิดจากความรัก ทรงแสดงให้เห็นว่าความรักมีอนุภาพอย่างยิ่ง ผู้ใดมี ความรักก็อาจเกิดความหลงขึ้นตามมาด้วย ทรงใช้ชื่อเรื่องว่า "มัทนะพาธา" อันเป็นชื่อของตัวละครเอกของเรื่อง ซึ่งมีความหมายว่า "ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนอันเกิดจากความรัก" มีการผูกเรื่องให้มีความขัดแย้งซึ่ง เป็นปมปัญหาของเรื่อง คือ (๑)สุเทษณ์หลงรักนางมัทนา แต่นางไม่รับรักตอบจึงสาปนางเป็นดอกกุพฺชกะ (กุหลาบ) (๒)นางมัทนาพบรักกับท้าวชัยเสน แต่ก็ต้องพบกับอุปสรรคเพราะนางจัณฑีมเหสีของท้าวชัยเสนวาง อุบายให้ท้าวชัยเสนเข้าใจนางมัทนาผิด สุดท้ายนางมัทนาได้มาขอความช่วยเหลือจากสุเทษณ์ และสุเทษณ์ก็ขอ ความรักจากนางอีกครั้งแต่นางปฏิเสธเช่นเคย เรื่องจึงจบลงด้วยความสูญเสียและความเจ็บปวดด้วยกันทุกฝ่าย ๒.คุณค่าด้านวรรณศิลป์ -การใช้ถ้อยคําและรูปแบบคําประพันธ์เหมาะสมกับเนื้อหา ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตาม เกิด ความประทับใจอยากติดตามอ่าน เช่น เมื่อมายาวินเล่าเรื่องราวในอดีตถวายสุเทษณ์ว่าเหตุใดนางมัทนาจึงไม่รัก สุเทษณ์ กวีเลือกใช้อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ที่มีท่วงทำนองเร็วเหมาะแก่การเล่าความ -การใช้ลีลาจังหวะของคําทำให้เกิดความไพเราะ ผู้แต่งมีความเชี่ยวชาญด้านฉันทลักษณ์อย่างยิ่ง สามารถแต่งบทเจรจาของตัวละครให้เป็นคําฉันท์ได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งการใช้ภาษาก็คมคาย โดยที่บังคับฉันทลักษณ์ครุ-ลหุไม่เป็นอุปสรรคเลย -การใช้คําที่มีเสียงไพเราะอันเกิดจากการเล่นเสียงสัมผัสคล้องจอง และการหลากคําทำให้เกิดความ ไพเราะ เช่น ตอนมายาวินร่ายมนตร์
๖ ๓.คุณค่าด้านคุณค่าด้านสังคม -สอดแทรกความคิดเกี่ยวกับความเชื่อในสังคมไทย เช่น ความเชื่อเรื่องชาติภพ ความเชื่อเรื่องการทำบุญมากๆ จะได้ไปเกิดในสวรรค์และเสวยสุขในวิมาน -แสดงกวีทัศน์โดยแสดงให้เห็นว่า "การมีรักเป็นทุกข์อย่างยิ่ง" ตรงตามพุทธวัจนะที่ว่า "ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์" เช่น สุเทษณ์รักนางมัทนาแต่ไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ แม้เมื่อได้เสวยสุขเป็นเทพบุตร ก็ยังรักนางมัทนาอยู่ จึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้นางมาแต่ไม่สมหวังก็พร้อมที่จะทำลาย ความรักเช่นนี้เป็นความรัก ที่เห็นแก่ตัวควรหลีกหนีให้ไกล ข้อคิดที่ได้รับ ได้ข้อคิดในเรื่อง ที่ว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ต้องรักให้เป็นจึงจะเห็นทางแห่งความสุขและอารมณ์แห่งรัก คือสิ่งที่ชักทำให้เราลุกขึ้นสู้อย่างเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกับอุปสรรคที่เข้ามาขัดขวาง
บรรณานุกรม คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงาน. ๒๕๔๘. หนังสืออ่านเพิ่มเติม. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. บทอาขยานภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. ๒๕๑๙. บทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา. กรุงเทพมหานครฯ: จงเจริญการพิมพ์ พระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. ๒๕๔๘. มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ. พิมพ์ครั้งที่ ๒๖. กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์. วัชรญาณ. ๒๕๕๘. มัทนะพาธา หรือตำนานแห่งดอกกุหลาบ ลำดับฉาก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://vajirayana.org. (วันที่ค้นข้อมูล:๑๔ กันยายน ๒๕๖๖). สายป่าน ปุริวรรณชนะ. ๒๐๒๑. มัทนา: กุหลาบงามกับความรักอันเด็ดเดี่ยว. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.kingchulalongkorn. (วันที่ค้นข้อมูล ๑๕ กันยายน ๒๕๖๖) สิริพัชร์ ชัยกิตติภรณ์. ๒๕๕๕. บทละครพูดคำฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ วิชาภาษาไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://blog.startdee.com/ (วันที่ค้นข้อมูล:๑๔ กันยายน ๒๕๖๖).
ภาคผนวก รัชกาลที่ ๖ วิมานของสุเทษณ์ บนสวรรค์ กลางป่าหิมะวัน
อภิธานศัพท์ กุพชะกะ ดอกกุหลาบ กอบ ปรารถนาจะได้ครอบครอง คันธะ กลิ่น จุติ ตาย (ใช้กับเทวดา) นงรัตน์ นางแก้ว,นางผู้ประเสริฐ สุรางค์ นางฟ้า นางสวรรค์ ละเหี่ย อ่อนใจ ปัญจา ปัญจ เบญจ แปลว่า ห้า ประจักษ์ ปรากฏชัด อาจเป็นทางตาหรือทางใจก็ได้ บริจาริกา หญิงรับใช้