The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Samantha Weerakun, 2021-06-22 05:49:06

ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

คู่มือร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

Keywords: ร่ายยาว

ร่ า ย ย า ว ม ห า เ ว ส สั น ด ร ช า ด ก
กั ณ ฑ์ มั ท รี

ก อ ง วิ ช า ภ า ษ า ไ ท ย
ส่ ว น ก า ร ศึ ก ษ า
โ ร ง เ รี ย น เ ต รี ย ม ท ห า ร

THAI LANGUAGE

ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี

เร่อื งย่อ

พระนางมัทรีเดินเขา้ ไปหาผลไม้ในป่าลึกจนคล้อยเย็นจึงเดนิ ทางกลบั อาศรม แต่
มีเทวดาแปลงกายเป็น ๓ สัตว์ (ราชสีห์ เสือเหลือง เสือโคร่ง) มานอนขวางทางจนค่ำ
เมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบพระโอรสและพระธิดา จึงไปสอบถามกับพระเวสสันดร
พระเวสสันดรเห็นว่าพระนางมัทรีทรงคร่ำครวญอย่างหนักแสดงความรักและอาลัยต่อ
พระกุมารทั้งสองที่หายไป จึงทรงแสร้งทำหึงหวงและต่อว่าพระนางมัทรีที่เสด็จกลับ
มาถึงอาศรมช้าเพราะมีชายอื่น พระนางได้ฟังดังนั้นความทุกข์โศกก็ลดหายไปทันที
เพราะบังเกิดความเจ็บปวดพระทัยเข้ามาแทนที่จึงได้เสด็จออกตามหาพระโอรสและ
พระธิดาในป่าด้วยพระองค์เองแต่ก็ไม่พบ จึงกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์ของพระ
เวสสันดร พระเวสสันดรทรงตกพระทัยลมื ตนว่าเป็นดาบสจงึ ทรงเขา้ อมุ้ พระนางมัทรีวาง
บนตักและทรงช่วยให้ฟื้นคืนสติ เมื่อนางมัทรีฟื้นจึงถวายบังคมประทานโทษ
พระเวสสนั ดรจงึ บอกความจรงิ ว่าไดป้ ระทานสองกมุ ารแก่ชูชกแลว้ และกลา่ วว่าหากชวี ิต
ไม่สิ้นคงจะไดพ้ บกณั หาและชาลเี ป็นแน่แท้ นางมทั รีจึงไดท้ รงอนโุ มทนาด้วยปิยบุตรทาน
บารีในคร้ังนีข้ องพระเวสสนั ดร

ร่ายยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มทั รี

ผูแ้ ตง่
เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

ลักษณะคำประพันธ์
ร่ายยาว วิธีการแตง่ ยกคาถาบาลขี น้ึ เปน็ หลกั แล้วแปลแตง่ เป็น

ภาษาไทยด้วยร่ายยาว
กัณฑ์มัทรี เป็นกัณฑ์ที่ ๙ ประกอบด้วยพระคาถา ๙๐

พระคาถา มีเพลงทยอยโอด เป็นเพลงพิณพาทยป์ ระจำกัณฑ์

จุดประสงคใ์ นการแต่ง
แสดงคุณธรรมเรอื่ งความรักของแม่

ท่ีมาของเร่ือง
รา่ ยยาวมหาเวสสันดรชาดก เป็นเรื่องหนึง่ ใน “ทศชาติชาดก”

เนอื้ หาช่วงท่ี ๑

พระนางจึ่งปลงหาบคอนลงวอนไหว้แล้วอภิวาทน์ ข้าแต่พญาพาฬมฤคราช
อันเรืองเดช ท่านก็เป็นพญาสัตว์ในหิมเวศวนาสณฑ์ จงผินพักตร์ปริมณฑลทั้งสามรา
มารับวันทนาน้อมไปด้วยทศนัขเบญจางค์ เม เมาะ มยา แห่งน้องนางนามชื่อว่ามัทรี
ราชปุตฺตี น้องก็เป็นกัลยาณีหน่อกษัตริย์มัททราชสุริยวงศ์ อนึ่งน้องเป็นเอกองค์อัคร
บริจาริกากร แห่งพระเวสสันดรราชฤๅษีอนั จำจากพระบุรีมาอยูไ่ พร น้องนี้ก็ตั้งใจสุจริต
ติดตามมาด้วยกตเวที อนึ่งพระสุริยศรีก็ย่ำสนธยาสายัณห์แล้ว เป็นเวลาพระลกู แก้วจะ
อยากนมกำหนดเสวย พระพี่เจ้าของน้องเอ๋ยทั้งสามรา ขอเชิญกลับไปยังรัตนคูหาห้อง
แก้วแล้วจะไดเ้ ชยชมซึ่งลูกรกั และเมยี ขวัญ อนงึ่ น้องนี้จะแบ่งผลไม้ให้สักกึ่ง ครึ่งหน่ึงนั้น
นอ้ งจะขอไปฝากพระหลายนอ้ ย ๆ ท้ังสองรา มคคฺ ํ เม เทถ ยาจติ า พระพี่เจ้าท้ังสามของ
น้องเอ่ย จงมีจิตคิดกรุณาสังเวชบ้าง ของเชิญล่วงครรไลให้หนทางพนาวันอันสัญจรแก่
นอ้ งที่วงิ วอนอย่นู ้ีเถดิ

• แนวคิดสำคัญ : เรอื่ งความรักของแมท่ ่มี ีตอ่ ลูก สามารถทำได้ทุกอย่าง
(พระนางมัทรกี ราบสตั วท์ ง้ั ๓ เพื่อออ้ นวอนขอทาง)

• วเิ คราะหต์ ัวละคร พระนางมัทรี
๑. มีมารยาทงดงาม (กราบเบญจางคประดิษฐ์)

๒. รักลกู มากทำได้ทกุ อย่างเพื่อลูก (ยอมกราบอ้อนวอนสตั ว์ท้งั ๓)

๓. มีน้ำใจ รู้จกั แบง่ ปัน (แบ่งผลไมท้ ่หี ามาไดใ้ ห้สัตวท์ ง้ั ๓)

๔. จงรกั ภักดีตอ่ สามี

๕. มวี าทศลิ ป์ในการเจรจา

• คุณคา่ วรรณศิลป์
๑. คำไวพจน์
-สนธยา, สายณั ห์ : เวลาโพล้เพลพ้ ลบค่ำ, เวลาเย็น
-รัตนคูหา, หอ้ งแก้ว : ถ้ำแก้ว

• คุณค่าสังคม
๑. คา่ นิยมมีภรรยาหลายคนของกษัตริยส์ มยั นน้ั (เอกองค์อคั รบริจาริกากร)
๒. ภรรยาท่ีดีต้องซื่อสตั ย์และจงรักภกั ดีตอ่ สามี
๓. แมร่ กั ลกู และทำทุกอยา่ งเพอื่ ลูกของตน

เนอ้ื หาช่วงที่ ๒

โอพระจอมขวญั ของแม่เอ่ย เจา้ มิเคยไดย้ ากยา่ งเทา้ ลงเหยยี บดิน ริ้นก็มิได้
ไตไ่ รกม็ ไิ ดต้ อม เจ้าเคยฟงั แต่เสยี งพเี่ ล้ียงเขาขับกล่อมบำเรอด้วยดุรยิ างค์ ยามบรรทมธุลี
ลมก็มิได้พัดมาแผ้วพาน แม่สู้พยาบาลบำรุงเจ้าแต่เยาว์มา เจ้ามิได้ห่างพระมารดา
สกั หายใจ โอความเข็ญใจคร้งั น้ีนเ่ี หลือขาด สิ้นสมบัตพิ ลดั ญาติยังแต่ตวั ตอ้ งไปหามาเลี้ยง
ลูกและเลยี้ งผัวทกุ เวลา แมม่ าสละเจ้าไว้เป็นกำพรา้ ทงั้ สององค์ หสํ าว เสมือนหนง่ึ ลกู หงส์
เหมราชปักษนิ ปราศจากมจุ ลนิ ท์ไปตกคลุกในโคลนหนอง ส้นิ สที องอันผอ่ งแผ้ว แม่กลับ
มาถึงแล้วได้เชยชมชื่นสบาย ที่เหนื่อยยากก็เสื่อมหายคลายทุกข์ทุเลาลง ลืมสมบัติท้ัง
วงศาในวังเวียง โอแต่ก่อนเอยแม่เคยได้ยินแต่เสียงเจ้าเจรจาแจ้ว ๆ อยู่ตรงนี้ อิทํ
ปทวลญฺชํ นั่นก็รอยเท้าพ่อชาลี นี่ก็บทศรีแม่กัณหา พระมารดายังแลเห็น โน่นก็กรวด
ทราย เจ้ายังรายเล่นเป็น กอง ๆ สิ่งของทั้งหลายเป็นเครื่องเล่นยงั เห็นอยู่ น ทิสฺสเร แต่
ลูกรักทั้งคู่ไปอยู่ไหนไม่เห็นเลย อยํ โส อสฺสโม โอพระอาศรมเจ้าเอ๋ยน่าอัศจรรย์ใจ แต่
ก่อนนดี่ สู ุกใสดว้ ยสีทอง เสยี งเนือ้ นกนร่ี ่ำาร้องสาราญรังเรยี กค่คู ูขยบั ขนั ท้ังจักจั่นพรรณ
ลองไน เรไรร้องอยู่หริ่ง ๆ ระเรื่อยโรย โหยสำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับกระโคมไพร
โอเหตุไฉนเหงาเงียบเมื่อ ยามนี้ทั้งอาศรมก็หมองศรีเสมือนหนึ่งว่าจะโศกเศร้า
เออชะรอยว่าพระเจ้าลูกจะวิโยคพลัดพรากไปจากอกพระมารดาเสียจริงแล้วกระมัง
ในครัง้ น้ี

• แนวคดิ สำคัญ
๑. ความรกั ของแม่ท่มี ีต่อลูก เลี้ยงดลู กู อย่างทะนุถนอม ลกู ทำใหห้ ายเหนื่อย

คลายทุกข์
๒. หน้าทีข่ องภรรยาทีต่ อ้ งดูแลสามีและลกู

• กลวิธีการแต่ง
ใช้ธรรมชาตใิ ห้มีอารมณร์ ่วมกับตัวละคร เชน่ ธรรมชาตเิ ศรา้ เหงาเงียบ

เชน่ เดยี วกบั ความรู้สึกของมัทรี

• คณุ ค่าวรรณศิลป์
๑. อุปมา
-“...อปุ มาเสมอื นหน่งึ ลกู หงส์เหมราชปกั ษณิ ...”
-“...โหยสำเนยี งดัง่ เสียงสงั คีตขับประโคมไพร...”

๒. สญั ลกั ษณ์
-ทอง

๓. ซำ้ คำ
-แจว้ ๆ
-หร่งิ ๆ
-กอง ๆ

๔. ปฏพิ ากย์
-“...สิ่งของทั้งหลายเป็นเครื่องเล่นยงั เหน็ อยู่ แต่ลูกรกั ทง้ั คู่ไปอยู่
ไหนไมเ่ ห็นเลย...”

๕. บุคคลวัต
-“...ท้ังอาศรมก็หมองศรีเสมอื นหน่ึงวา่ จะเศรา้ โศก...”

๖. สัทพจน์
-หร่ิง ๆ

๗. คำอพั ภาส
-ระเร่อื ย

เน้อื หาช่วงท่ี ๓

สมเด็จพระราชสมภารเมื่อได้สดับสารพระมัทรีเธอแสนวิโยคโศกศัลย์
สดุ กำลงั ถงึ แม้นจะมิตรสั แก่นางมั่งจะมเิ ป็นการ จำจะเอาโวหารการหึงเข้ามาหักโศกให้
เส่ือมลง จึง่ เอื้อนโองการตรสั ประภาษว่า นนุ มททฺ ิ ดกู รนางนาฏพระนอ้ งรกั ภทฺท เจ้า
ผู้มีพักตร์อันผุดผ่องเสมอื นหนึ่งเอาน้ำทองเข้ามาทาบทับประเทืองผิว ราวกะว่าจะลอย
ลิ่วเลอ่ื นลงจากฟ้า ใครไดเ้ ห็นเปน็ ขวัญตาเต็มหลงละลายทุกข์ปลุกเปลื้องอารมณ์ชายให้
เชยชื่น จะนั่งนอนเดินยืนก็ต้องอย่าง วราโรหา พร้อมด้วยเบญจางคจริตรูปจำเริญโฉม
ประโลมโลกล่อแหลมวิไลลักษณ์ ราชปุตฺตี ประกอบไปด้วยเชื้อศักดิ์สมมุติวงศ์พงศ์
กษัตรา เออก็เม่อื เชา้ เจ้าจะเข้าปา่ น่าสงสารปานประหนึ่งว่าจะไปมิได้ ทำร้องไห้ฝากลูกมิ
รู้แล้ว ครั้นคลาดแคล้วคล้อยเข้าสู่ดง ปานประหนึ่งว่าจะหลงลืมลูกสละผัวต่อมืดมัวจึ่ง
กลับมา ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครจะไม่รู้แยบคายความคิดหญิง ถ้าแม้นเจ้า
อาลัยอยู่ด้วยลูกจริงๆเหมือนวาจา ก็จะรีบกลับเข้ามาแต่วี่วันไม่ทันรอน เออนี่เจ้าเที่ยว
พเนจรนอนตามสนกุ ใจ ชมนกชมไม้ในไพรวันสารพนั ทจ่ี ะมี ทัง้ ฤๅษีสิทธ์ิวทิ ยาธรคนธรรพ์
เทพารักษ์ผู้มีพักตร์อันเจริญ เห็นแล้วก็น่าเพลิดเพลินไม่เมินได้ หรือเจ้าปะผลไม้
ประหลาดรสสดสุกทรามเสวยไม่เคยกิน เจ้าฉวยชิมชอบลิ้นก็หลงฉันอยู่จึ่งช้า อุปมา
เหมือนหนึ่งภุมรินบินวะว่อนซับซาบเอาเกสรสุคนธมาเลศ พบดอกไม้อันวิเศษต้อง
ประสงค์หลงเคล้าคลึงรสจนลืมรัง เข้าเถื่อนเจ้าลืมพร้าได้หน้าแล้วลืมหลังไม่แลเหลียว
เที่ยวทอดประทับมากลางทาง อันว่าพระยานางสิเป็นหน่อกษัตริย์จะไปไหนก็เคยมีแต่
กลดกน้ั พานจะเกรงแสงพระสรุ ิยันไมค่ ลาเคลื่อน เจ้ารักเดนิ ด้วยแสงเดือนชมดาวพลาง
ได้น้ำคา้ งกลางคืนชืน่ อารมณ์สมคะเน พอมาถงึ ก็ทำเสข้นึ เสียงเลี่ยงเลี้ยวพาโลว่าลูกหาย
เออนี่เจา้ มิหมายว่าใครๆไม่รทู้ นั กระนั้นกระมัง หรอื เจ้าเหน็ วา่ พี่น้ีเป็นชีอดจิตคิดอนิจจัง
ทิ้งพยศ อดอารมณ์เสียเจ้าเป็นแต่เพียงเมียควรหรือมาหมิ่นได้ ถ้าแม้นพี่อยู่ในกรุงไกร
เหมือนแต่ก่อนเก่า หากวา่ เจ้าทำเช่นน้ี กายของมัทรกี ็จะขาดสะบ้ันลงทนั ตาด้วยพระกร
เบื้องขวาของอาตมาน้แี ล้วแล

• แนวคดิ สำคญั
ความสามารถในการแก้ปญั หาของพระเวสสันดร กล่าวคือ ใช้ความหึงหวง

เพื่อเปล่ียนอารมณค์ วามโศกเศร้า

• คุณคา่ วรรณศิลป์
๑. คำไวพจน์
-พูด (ตรสั ประภาษ)
๒. สญั ลกั ษณ์
-ทอง = สงู ค่า /แสดงความเป็นกษัตรยิ ์
๓. อติพจน์
-“...ราวกะว่าจะลอยลิ่วเลอ่ื นลงจากฟ้า ใครได้เหน็ เปน็ ขวัญตาเตม็
หลงละลายทุกขป์ ลุกเปลื้องอารมณ์ชายให้เชยช่ืน”
๔. อปุ มา
-“อปุ มาเสมือนหน่ึงภมุ รินบนิ วะว่อน...”
๕. คำซ้ำ
-“...เคลา้ คลงึ รสจนลมื รงั เขา้ เถ่อื นเจ้าลมื พร้า ได้หนา้
แล้วลืมหลงั ...”
๖. ใช้คำอ้างองิ สำนวนสุภาษิต
-เขา้ เถ่อื นลืมพร้า : ลืมอุปกรณ์ทำมาหากิน

-ได้หน้าลืมหลัง : ได้ใหม่ลมื เก่า

• คุณคา่ สังคม
๑. แสดงการเปรยี บเทยี บที่ขัดกบั ขนบวรรณคดี ซง่ึ แสดงความรนุ แรงของ
การบริภาษ กลา่ วคอื เปรียบมัทรีเหมือนแมลงและเปรยี บชายอนื่ เหมอื น
ดอกไม้
๒. ความงามของผหู้ ญิง
-เบญจางคจรติ รูป จริต : น่ัง นอน ยนื เดนิ พูด รูป : ผิว ผม ฟัน
เหงือก วัย
๓. ความสมั พนั ธ์เชิงอำนาจในสังคม คือ อำนาจของผู้ชายทม่ี ีเหนอื ผู้หญิง
“...ถา้ แม้นพี่อยู่ในกรงุ ไกรเหมือนแต่กอ่ นเก่า หากว่าเจา้ ทำเชน่ น้ี กาย
ของมัทรีกจ็ ะขาดสะบั้นลงทันตาด้วยพระกรเบอ้ื งขวาของอาตมานี้
แล้วแล...”
๔. แสดงความเป็นกษัตริย์ดว้ ยการใชก้ ลด (ร่ม) บอกช้นั ยศ

เนื้อหาชว่ งที่ ๔

พระคุณเอ่ยจะคิดดูมั่งเป็นไรเล่าว่า มัทรีนี้เป็นข้าเก่าแต่ก่อนมาดั่งเงา
ตามพระบาทาก็เหมือนกัน นอกกว่านั้นที่แน่นอนคือนางไหนอันสนิทชิดใช้แต่ก่อนกาล
ยังจะติดตามพระราชสมภารมาบ้างละหรือ ได้แต่มัทรีแสนดื้อผู้เดียวดอก ไม่รู้จักปล้ิน
ปลอกพลิกไพล่เอาตัวหนี มัทรีสัตยาสวามิภักดิ์รักผัวเพียงบิดาก็ว่าได้ ถึงจะยากเย็น
เข็ญใจก็ตามกรรม วนมูลผล หาริยา อุตสาหะตระตรากตระตรำเตร็ดเตร่หาผลาผลไม้
ถึงที่ไหนจะรกเรี้ยวก็ซอกซอนอุตส่าห์เที่ยวไม่ถอยหลังจนเนื้อหนังข่วนขาดเป็นริ้วรอย
โลหิตไหลย้อยทุกหย่อมหนามอารามจะใคร่ได้ผลาผลไม้มาปฏิบัติลูกบำรุงผัว ถึงกระไร
จะคุ้มตัวก็ทั้งยากน่าหลากใจ อกของใครจะอาภัพยับพิกลเหมือนอกของมัทรีไม่มีเนตร
นา่ ท่จี ะสงสารสังเวชโปรดปรานีวา่ มัทรนี ี้เปน็ เพื่อนยากอยู่จริง ๆ ชา่ งค้อนติงปริภาษณา
ได้ลงคอไม่คิดเลย พระคุณเอ่ยถึงพระองค์จะสงสัย ก็น้ำใจของมัทรีนี้กตเวทีเป็นไม้เท้า
ก้าวเข้าสู่ทางที่ทดแทน รามํ สีตาวนุพฺพตา อุปมาแม้นเหมือนสีดาอันภักดีต่อสามีราม
บัณฑติ ปานประหนึ่งวา่ ศษิ ย์กบั อาจารย์ พระคณุ เอ่ยเกลา้ กระหม่อมฉานทำผดิ แต่เพียงน้ี
เพราะว่าล่วงราตรจี ึ่งมีโทษ ขอพระองค์จงทรงพระกรุณาโปรดซึ่งโทษานุโทษกระหมอ่ ม
ฉนั มทั รี แตค่ ร้ังเดยี วนเ้ี ถดิ

• แนวคดิ สำคญั
เร่ืองความจงรักภกั ดีของภรรยาทมี่ ีตอ่ สามี

• คณุ ค่าวรรณศิลป์
๑. อปุ มา
-เป็นขา้ เก่าแต่ก่อนมาดั่งเงาตามพระบาทา

-รกั ผัวเพียงบดิ า

-อุปมาแมน้ เหมือนสีดาอนั ภักดีต่อสามีรามบัณฑิต

-ปานประหน่งึ วา่ ศิษย์กบั อาจารย์

**จากความเปรยี บแสดงให้เห็นว่ามทั รีรกั และเคารพพระเวสสันดร**

๒. คำอพั ภาส
-ตระตรากตระตรำ

๓. อปุ ลกั ษณ์
-“...กน็ ้ำใจของมัทรีน้ีกตเวทีเป็นไมเ้ ทา้ ก้าวเขา้ สู่ท่ที างทดแทน...”

๔. อติพจน์
-“...อกของใครจะอาภัพยับพิกลเหมอื นอกของมัทรไี ม่มเี นตร...”

• คณุ ค่าสังคม
๑. ผูช้ ายมภี รรยาหลายคนได้
-“...นางไหนอนั สนทิ ชดิ ใชแ้ ต่ก่อนกาล...”
๒. ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากวรรณคดีเรื่องรามเกยี รต์ิ
-“สดี า – พระราม”
๓. หนา้ ท่ีของภรรยาท่ดี ี
-ซื่อสตั ย์ “...มัทรีสตั ยาสวามิภกั ด์ิ...”
-ดแู ลลูกผัว “...ไดผ้ ลาผลไม้มาปฏิบตั ลิ ูกบำรุงผัว...”

เนือ้ หาชว่ งที่ ๕

ดูกรเจ้ามัทรี อันสองกุมารนี้พี่ให้เป็นทานแก่พราหมณ์แต่วันวานนี้แล้ว
พระน้องแก้วเจ้าอย่าโศกศัลย์ จงตั้งจิตของเจ้านั้นให้โสมนัสศรัทธา ในทางอันก่อ
กฤดาภินิหารทานบารมี ลจฺฉาม ปุตตฺ ชีวนฺตา ถ้าเราทั้งสองนี้ยังมีชีวิตสืบไป อันสอง
กุมารนี้ไซร้ ก็คงจะได้พบกันเป็นมั่นแม่น ถึงแสน สัตพิธรัตน์เครื่องอลงการซ่ึง
พระราชทานไปนั้นเราก็จะได้ด้วยพระทัยหวัง ทชฺชา สปฺปุริโส ทานํ มัทรีเอ่ย
อันอริยสัตบุรุษเห็นปานดั่งตัวพี่ฉะนั้น ถึงจะมีข้าวของสักเท่าใด ๆ ทิสฺวา ยาจกมาคเต
ถ้าเห็นยาจกเข้ามาใกล้ไหว้วอนขอไม่ย่อท้อในทางทาน จนแต่ชั้นลูกรักยอดสงสารพี่ยัง
ยกให้เป็นทานได้ อันสองกุมารนี้ไซร้เป็นแต่ทานพาหิรกะภายนอกไม่อิ่มหนำ พี่จะใคร่
ใหอ้ ัชฌัติกทานอีกนะเจา้ มทั รี ถา้ แมน้ มีบุคคลผูใ้ ดปรารถนาเนื้อหนังมังสังโลหิตดวงหทัย
นยั นเนตรทง้ั ซา้ ยขวา พ่ีกจ็ ะแหวะผา่ ให้เป็นทานไม่ย่อท้อเพียงนี้ มทั รีเอย่ จงศรัทธาด้วย
อนโุ มทนาทานในกาลบัดนเี้ ถิด

สมเด็จพระมัทรีทูลสนองพระโองการว่า พระพุทธเจ้าข้า แต่วันวานนี้เหตุ
ไฉนจึ่งไม่แจ้งยุบลสารให้ทราบเกล้า ท้าวเธอจึ่งตรัสว่าพระน้องเอ่ย พี่จะเล่าให้เจ้าฟังก็
สุดใจ ด้วยเจ้ามาแต่ป่ายงั เหน่ือยนกั พี่เห็นว่าความรอ้ นความรักจะรกุ อก ด้วยสองดรณุ
ทารกเป็นเพ่อื นไร้ เจ้ามทั รเี อ่ย จงผอ่ งใสอย่าสอดแคล้ว อันสองพระลกู แก้วไปไกลเนตร
พระนางจ่ึงตรสั ว่า พระพทุ ธเจา้ ข้าอันสองกุมารนี้ เกล้ากระหม่อมฉานได้อุตสาหะถนอม
ย่อมพยาบาลบำรงุ มา ขออนุโมทนาด้วยปิยบุตรทานบารมี ขอให้น้ำพระหฤทัยพระองค์
จงผอ่ งแผว้ อยา่ มีมัจฉริยธรรมอกุศล อย่ามาปะปนในน้ำพระทยั ของพระองค์เลย ท้าวเธอ
จึ่งตรัสว่าพระน้องเอย่ ถ้าพี่มิได้ให้ด้วยเสื่อมใสศรทั ธาแท้แล้ว ที่ไหนเลยแผ่นดนิ ดานจะ
กมั ปนาทหวาดหวัน่ ไหวจลาจล ท้าวเธอเล่านุสนธ์ิมหัศจรรย์ อนั มอี ยใู่ นกัณฑ์กุมารบรรพ
กลับมาเลา่ ให้พระมทั รีฟังแต่ในกาลหนหลังนแี้ ล้วแล

สา มฺที ส่วนสมเด็จพระมัทรีศรีสุนทรบวรราชธิดามหาสมมุติวงศ์วิสุทธิ
สืบสันดานมา วราโรหา ทรงพระพักตร์ผิวผ่องดุจเนื้อทองไม่เทียมสี ยสสฺสินี
มพี ระเกยี รตยิ ศอนั โอฬารล้ำเลศิ วิไลลักษณ์ยอดกษัตริย์ อนั ทรงพระศรทั ธาโสมนัสนบน้ิว
ประนมนอ้ มพระเศียรเคารพทาน ทา้ วเธอก็กช็ ื่นบานบรสิ ุทธ์ิด้วยปิยบุตรมิ่งมกุฎทานอัน
พเิ ศษฝ่ายฝูงอมรเทเวศทกุ วมิ านมาศมนเทียรทุกหมู่ไม้ กย็ ิ้มแยม้ พระโอษฐ์ ตบพระหัตถ์
อยู่ฉาดฉาน ร้องสาธุการสรรเสริญทานบารมี ทั้งสมเด็จอมรินทร์เจ้าฟ้าสุราลัยอันเป็น
ใหญ่ในดาวดึงส์สวรรค์ ก็มาโปรยปรายทิพยบุปผากรอง ทั้งพวงแก้วและพวงทองก็โรย

ร่วงจากกลีบเมฆกระทำสักการบูชาแก่สมเด็จนางพระยามัทรีท้าวเธอทรงกระทำ
อนุโมทนาทา เวสสสฺ นฺตรสฺส แห่งพระเวสสันดรราชฤๅษผี เู้ ป็นพระภัสดา อติ ิ เมาะ อิมินา
ปกาเรน ดว้ ยประการดงั น้ีแลว้ แล

• แนวคดิ สำคัญ
๑. ความต้ังใจจรงิ ความตง้ั ใจจริงในการทำทานบารมี
-“...อันสองกุมารน้ไี ซรเ้ ป็นแตท่ านพาหริ กะภายนอกไม่อ่ิมหนำ
พ่จี ะใคร่ใหอ้ ัชฌัติกทานอกี นะเจา้ มทั รี...”
๒. อานิสงส์แห่งการอนโุ มทนาทาน
-“...ฝ่ายฝงู อมรเทเวศ...รอ้ งสาธุการสรรเสรญิ เจรญิ ทานบารมี...”

• คุณคา่ วรรณศลิ ป์
๑. อุปมา
-“อันอรยิ สตั บุรุษเห็นปานดั่งตัวพี่ฉะน้ี”
-“ ทรงพระพตั รผ์ วิ ผ่องดุจเน้อื ทองไม่เทียมสี”
๒. อตพิ จน์

-“ถ้าพ่ีไมไ่ ด้ให้ดว้ ยเลือ่ มใสศรทั ธาที่แทแ้ ลว้ ทไี่ หนเลยแผ่นดินดานจะ
กัมปนาทหวาดหวัน่ ไหวจลาจล”

๓. สทั พจน์

-“ฝา่ ยฝงู อมรเทเวศทุกวมิ านมาศมนเทียรทุกหมู่ไมก้ ย็ ้มิ แยม้ พระโอษฐ์ตบ
พระหตั ถ์อย่ฉู าดฉาน...”

• คุณค่าสังคม
๑. ความเช่ือเรื่องสวรรค์ : พุทธศาสนิกชนท่ดี คี วรกระทำอนโุ มทนาทาน
๒. ปัญจมหาบรจิ าค : ธนบริจาค (ทรัพยส์ มบตั ิ) / อังคบริจาค (รา่ งกาย) /
ชีวิตบริจาค /บุตรบริจาค / ภรรยาบรจิ าค
๓. คณุ ธรรมท่ีใชแ้ ก้ไขมัจฉรยิ ธรรมอกุศล (ความตระหน)ี่ คือ
-ฆราวาสธรรม ๔ : สจั จะ ทมะ ขนั ติ จาคะ
-สังคหวตั ถุ ๔ : ทาน ปยิ วาจา อตั ถจริยา สมานัตตา

วเิ คราะห์ลกั ษณะนสิ ัยตัวละคร

พระเวสสนั ดร

๑. มคี ุณธรรมสงู เหนือมนุษย์ ยากทีม่ นุษย์ทั่วไปจะทำได้ ได้แก่ การบริจาค
บตุ รทาน คอื พระชาลแี ละพระกัณหา ซึ่งเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของพอ่ แมใ่ หเ้ ปน็
ทานแก่ชูชก นบั เปน็ การบำเพญ็ ทานอนั ย่งิ ใหญ่ประการหนึ่ง

๒. มีความเขา้ ใจในธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ทำการใหน้ างมัทรีตอ้ งเจ็บพระทยั
เพอื่ จะได้คลายความเศรา้ โศกทพี่ ระกุมารทง้ั สองหายไป เปน็ การใช้จิตวทิ ยาเพื่อใหน้ าง
มทั รีคลายความเศร้าโศก มิเชน่ นั้นนางอาจจะเศรา้ โศกจนเกดิ อันตรายได้

พระนางมัทรี

๑. มคี วามจงรกั ภกั ดีต่อพระสวามี
๒. เปน็ ยอดกุลสตรีปฏบิ ัติหน้าทีภ่ รรยาและมารดาไดอ้ ย่างสมบูรณ์ครบถว้ น
๓. มีความอดทน ไม่ย่อทอ้ ต่อความยากลำบาก รักลูกมากยอมทำทกุ อยา่ งเพอื่ ลกู
๔. มีจิตอนั เปน็ กุศล จงึ อนุโมทนาบุตรทานของพระเวสสนั ดร
๕. มีวาทศลิ ป์ในการเจรจา


Click to View FlipBook Version