(ท๓๓๒๐๒)
แ บ บ ฝ ก หั ด
วิชาการเขียน
น ต ท . ชั น ป ที ๒
ก อ ง วิ ช า ภ า ษ า ไ ท ย
ส่ ว น ก า ร ศึ ก ษ า
โ ร ง เ รี ย น เ ต รี ย ม ท ห า ร
การเขยี น ท ๓๓๒๐๒
นตท. ชน้ั ปี ท่ี ๒
ตามหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำนำ
เอกสารประกอบการเรียนวิชาการเขยี น ท ๓๓๒๐๒ ซ่งึ เป็นวชิ าในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ในส่วนสาระวชิ าพ้นื ฐาน ตามหลกั สูตรโรงเรียนเตรียมทหาร พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๔ (ฉบบั ปรับปรุง
พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) คณาจารย์กองวิชาภาษาไทย ส่วนการศึกษา โรงเรียนเตรียมทหาร ได้จัดทา
เอกสารประกอบการเรียนวิชาการเขยี นข้นึ เพ่อื ให้นักเรียนเตรียมทหารช้ันปีที่ ๒ ไดฝ้ ึกทกั ษะการเขยี น
ในด้านต่าง ๆ ให้พฒั นาและมีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน รวมท้งั เป็นเคร่ืองมอื ในการประเมนิ ของอาจารย์
ผสู้ อนดว้ ย
กองวิชาภาษาไทย ส่วนการศกึ ษา โรงเรียนเตรียมทหาร หวงั วา่ เอกสารประกอบการเรียนเล่ม
น้ีจะเป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี หากเอกสารมีข้อควรปรับปรุงแก้ไข กองวิชาภาษาไทยยินดีรับ
ขอ้ เสนอแนะ เพอื่ นามาปรบั ปรุงให้เอกสารเล่มน้สี มบูรณย์ ิ่งข้นึ ต่อไป
กองวิชาภาษาไทยขอขอบคณุ คณาจารยก์ องวชิ าภาษาไทย ตลอดจนผูท้ ี่มสี ่วนร่วมจัดทาเอกสาร
เล่มน้ที ุกทา่ นมา ณ ทน่ี ้ี
นาวาอากาศเอกหญิง
(อรุณศรี รักษ์มณี)
ผอู้ านวยการกองวชิ าภาษาไทย
ส่วนการศกึ ษา โรงเรียนเตรียมทหาร
สำรบัญ หน้ำ
๑
เรื่อง ๒
แบบฝึกหดั บทท่ี ๑ เคร่ืองหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ ๗
แบบฝึกหดั บทท่ี ๒ การใชค้ าและประโยค ๑๐
แบบฝึกหัดบทที่ ๓ โวหารการเขียน ๑๖
แบบฝึกหดั บทท่ี ๔ การเขียนเรียงความ
แบบฝึกหดั บทที่ ๕ การเขียนตีความงานประพนั ธ์
๑
แบบฝึ กหดั บทที่ ๑
เร่ือง เครื่องหมายวรรคตอนและเคร่ืองหมายอนื่ ๆ
ให้ นตท. แก้ไขลงในข้อความท่กี าหนดโดยบอกย่อหน้า บอกเครื่องหมายอ่ืน ๆ พร้อมท้ังเว้นวรรคตอน
ให้ถกู ต้องครบถ้วน
นักวิจยั ชาวอังกฤษแห่งมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลคน้ พบ ผลงานแขงเซกสเปี ยร์ ช่วยลดเครียด
สร้างสุขภาพจิตดี และกระตุน้ การทางานของสมอง ผลสารวจจากเคร่ืองสแกนการทางานสมองของ
เหล่าแฟนวรรณกรรมเชกสเปี ยร์ William Shakespeare ปรากฏพบ กระแสไฟฟ้าสมองที่จุดประกายข้นึ
โดยอาสาสมคั รงานวจิ ยั ๓๐ คน ได้ทดลองอ่านบทละครตา่ ง ๆ ของเชกสเปี ยร์เช่น Othello Coriolanus
Macbeth และพบว่า ไม่เพียงแต่สมองซีกซ้ายซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกับการวิเคราะห์ แยกแยะ ใชเ้ หตุผล และทา
หนา้ ท่ดี า้ นการใช้ ภาษา การเขียน การอา่ น ไดร้ บั การกระตุน้ ในระดบั ทนี่ ่าสนใจ แตย่ งั เป็นการช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพการทางานของสมองซีกขวาซ่ึงสัมพนั ธ์ กับกระบวนการระลึกถึงความจาและอารมณ์อีก
ดว้ ย ท้งั น้ีเนื่องจากวิลเลียม เชกสเปี ยร์ (ค ศ 1564 1616) กวีและนักประพนั ธ์บทละครผูย้ ่ิงใหญ่ของ
องั กฤษและของโลกผูน้ ้ีมีเทคนิคในการสร้างให้ตวั อกั ษรโลดแล่นเริงระบาอยู่ในโลกแห่งจนิ ตนาการ
ของผูอ้ ่าน ด้วยการเปล่ียนหนา้ ท่ีของคาเช่น จากคานามเป็ นคากริยา สมองของผูเ้ สพยง์ านวรรณศิลป์
เชกสเปี ยร์จึงถูกกระตุน้ ให้ตอ้ งคิด ตีความและจินตนาการไปตามเน้ือเรื่อง เอกลกั ษณ์การตวดั ปลาย
ปากกาท่ีไมเ่ หมอื นใครน้ีเอง ท่ีเป็นพลงั สรา้ งความคิดนอกกรอบ ช่วยเพมิ่ สมาธิ และส่งเสริมให้ผูอ้ ่านมี
ทกั ษะสะท้อนความคิด ทบทวนพฤติกรรมของตนเอง ซ่ึงนาไปสู่มุมมองและการเรียนรู้ใหม่ใหม่
นอกจากน้ีแลว้ บทละครหลายชิ้นของเชกสเปี ยร์ยงั ถูกใช้เป็ นเครื่องมือสาหรับการบาบดั และรักษา
สมดุลสภาวะจิต เชน่ ศนู ยฟ์ ้ื นฟสู ภาพจติ ให้แก่ทหารอเมริกนั หรือโรงพยาบาลจติ เวชช้นั นาขององั กฤษ
ท่ีถึงกบั เลือกใช้งานวรรณกรรมของเชกสเปี ยร์ เป็ นเครื่องเยียวยาทางอารมณ์และจติ เป็ นหลกั สุขภาพ
กายแขง็ แรง เร่ิมตน้ ดว้ ยสุขภาพจิตท่ีแจ่มใส หน่ึงในวธิ ีงา่ ย ๆ ทาไดเ้ ลยวนั น้ีคอื ากรลองอ่านหนงั สือของ
เชกสเปี ยร์ เพ่ือปลุกสมองให้ตน่ื ตวั และปล่อยใจใหไ้ ดพ้ กั ผ่อน ผลงานของมหากวนี ้ีมีให้เลือกสรรตาม
ความชอบ ท้งั บทละครและบทกลอน หลากหลายอรรถรสท้งั แนวตลก เศร้า และองิ ประวตั ศิ าสตร์
โดย นางสาว ปาริฉตั ร จริ ะศกั ด์วิ ทิ ยา
ทีม่ าของขอ้ มูล
British Council Thailand (2015) : www britishcouncil or th/en/programmes/arts
๒
แบบฝึ กหัด บทท่ี ๒
การใช้คาและประโยค
ตอนที่ ๑
จงเขยี นวงกลมลอ้ มรอบตวั อกั ษรขอ้ ทถ่ี กู ที่สุด
๑. ประโยคใดเขยี นไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การแตง่ ประโยค
ก. เขาไดร้ ับเชิญไปเป็นเกยี รติในงานมงคลสมรส
ข. บา้ นเขาเล้ียงสตั วต์ า่ ง ๆ ไดแ้ ก่ นก สุนขั แมว
ค. ประเทศไทยมผี กั และผลไมน้ านาชนิดเป็นจานวนมาก
ง. ประเทศทเ่ี รียกตวั เองว่าเจริญแลว้ ตา่ งมคี วามหว่ งใยในสุขภาพของประชาชนของตน
๒. ประโยคใดมขี อ้ บกพร่อง
ก. รัฐบาลกาหนดให้วนั ที่ ๑ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นวนั เลือกต้งั ทวั่ ไป
ข. รัฐบาลฟิ ลิปปิ นส์จะมอบรางวลั บคุ คลดเี ดน่ แก่ ฯพณฯ นายกรฐั มนตรีของไทย
ค. นกั เรียนไดม้ าเรียนจนถงึ ข้นั สูงสุดของมธั ยมศึกษาตอนปลายทุกคน
ง. ระบบเศรษฐกจิ แบบเสรีใชร้ ะบบราคาเป็นเครื่องมือตดั สินปัญหาพ้นื ฐานทางเศรษฐกจิ
๓. ประโยคใดมคี วามหมายกระชบั
ก. หมมู นั มากจริง ๆ ข. เขาเป็นคนใชฉ้ นั เอง
ค. เขาขอสมุดอีกเลม่ หน่ึง ง. ปากกาดา้ มน้ีแหลมมาก
๔. ประโยคใดเขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง
ก. เขาโดยสารรถไฟไปสงขลา ข. ปนู ซิเมนตไ์ ทยห่วงใยในส่ิงแวดลอ้ ม
ค. ครูสมใจทาการสอนนกั เรียนทุกคน ง. ครอบครวั เขาถูกรถชนตายหมดไม่มีใครรอด
๕. ประโยคใดมีคาท่ีมคี วามหมายโดยนยั
ก. เขามีลกู ชาย ๓ คน ข. ลกู ผูช้ ายเล้ียงยากกว่าลกู ผหู้ ญงิ
ค. ลูกผชู้ ายตอ้ งไมย่ ่อทอ้ ต่อความยากลาบาก ง. ลกู ผชู้ ายคนโตเป็นกาลงั ของครอบครวั น้ี
๖. ประโยคใดใชค้ าไดเ้ หมาะสม
ก. ครูสั่งวา่ ห้ามสวมเครื่องทองทกุ อย่างไปโรงเรียน
ข. เพ่อื นขอยมื เครื่องเขยี นดา้ มหน่ึงจากเขา
ค. เขาขบั ยานพาหนะไปรับเพอ่ื นท่ีสนามบนิ
ง. ลลิ ติ พระลอเป็นวรรณคดเี กา่ แกข่ องไทย
๓
๗. ประโยคใดใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งตามความหมาย
ก. เขาตม้ น้าจนเดือดพลุง่ พล่าน ข. เขาพูดยดื ยาวจนผฟู้ ังเบื่อ
ค. เขาชอบผลดุ ลกุ ผลดุ นง่ั จนน่าราคาญ ง. เขากลวั ตกตน้ ไมจ้ ึงหนว่ งเหน่ียวก่งิ ไมไ้ วแ้ นน่
๘. ขอ้ ใดเป็นภาษาต่างระดบั กบั ขอ้ อืน่
ก. สอบดว่ น ฮ. มรณะพาด่งิ นรก ผิดฟันแน่
ข. ร.ต.ท.สาวปื นโหดยงิ ผวั หมอนดั จ๋จู ๋ี นร.พาณิชย์
ค. มอื ปื นซัด พ.ต.ท.สัง่ ดบั ไฟแคน้
ง. สมาคมศษิ ยเ์ กา่ เล้ียงแสดงความยนิ ดแี ก่ประธานสมาคมคนใหม่
๙. ขอ้ ใดเป็นภาษาแบบแผน
ก. ตลาดหุน้ เจอกระแสการป่ันหุน้ กนั อยา่ งรุนแรง
ข. การซ้ือเสียงถกู โหมกระพอื ใหเ้ ป็นข่าวใหญใ่ นทางการเมือง
ค. มีการมองว่าทหารทก่ี ระโดดเขา้ มาสู่เวทีทางการเมอื งมกั จะเกบ็ ตวั หรือโดนเชือด
ง. ขณะน้กี ระทรวงศกึ ษาธิการไดด้ าเนินการจดั การจดั ต้งั ศนู ยบ์ ริการสอบถามวุฒิการศกึ ษา
ของผสู้ มคั ร
๑๐. ขอ้ ใดเป็นภาษาก่งึ แบบแผน
ก. ผมยงั คดิ ไม่ออกว่าผมไดท้ าความผดิ อะไร
ข. วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลารามเดมิ ช่ือวดั โพธาราม
ค. ประเพณีการเห่เรือเป็นมรดกทางวฒั นธรรมท่มี ีมาแตโ่ บราณ
ง. รถปิ กอพั บรรทุกน้าแข็งยนู ิตขบั ซิ่งผ่านหนา้ โรงภาพยนตร์
ตอนที่ ๒ จงบอกว่าประโยคต่อไปน้ีมีขอ้ บกพร่องเรื่องใดและแกป้ ระโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. น่ีเป็นเคร่ืองนาร่องสาหรับนกั บินทีส่ าคญั ยง่ิ
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคทีถ่ กู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๒. สมเดจ็ พระเทพ ฯ เสด็จฯ เป็นองคป์ ระธานในพิธีวางศลิ าฤกษโ์ รงเรียนเตรียมทหารแห่งใหม่
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคทถ่ี ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………….....
๓. หลงั จากกลบั เดนิ ทางจากต่างประเทศเขากเ็ ริ่มทางาน
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ีถกู ตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๔
๔. เขาไมต่ อ้ งการทาอะไร อยากเรียนหนงั สือสถานเดยี ว
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคทีถ่ ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๕. ฉนั เห็นแกต่ าตวั เองวา่ เธอขบั รถชนร้วั บา้ น
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ถี ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๖. ถา้ จะทาความดอี ย่างไรก็ไม่อาจลบลา้ งความผิดน้ีได้
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ีถกู ตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๗. ดอกไมน้ ้ีเขาเป็นคนซ้ือ
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคทีถ่ ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๘. เด็กฉลาดท่สี ุดในห้องน้ี
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคทถี่ กู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๙. ครูมคี วามยินดีทีไ่ ดท้ าการสอนนกั เรียน
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ีถกู ตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๑๐. ชายวยั กลางคนพายเรือสาป้ันลานอ้ ยเคลอื่ นผ่านท่าน้าหนา้ บา้ นไปชา้ ๆ ไมร่ ีบเร่ง
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคทถ่ี กู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๑๑. ทาไมนะ ผคู้ นถึงไดก้ ระเสือกกระสนทจี่ ะไปอยู่ในเมืองกรุง
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคทถี่ ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๑๒. คณะครูโรงเรียนสตรีถวายพวงมาลยั แกส่ มเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินีนาถ
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ถี ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๑๓. เมื่อครูใหญด่ เุ คา้ จงึ หนา้ บ้งึ และไม่พดู กบั ใครท้งั น้นั
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคทถ่ี กู ตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๕
๑๔. หลอ่ นใหก้ ระเป๋ าถือแกเ่ พ่ือนซ่ึงเพงิ่ ซ้ือมาจากพาหุรดั
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคทถ่ี ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๑๕. อวั ราต้งั แตเ่ ป็นลูกสิงหต์ วั เล็ก ๆ ไปอยกู่ บั นายผิวขาว
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ีถูกตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๑๖. เคา้ จะเดนิ ทางอยา่ งกะทนั หนั เม่อื เพ่อื น ๆ มาครบ
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคทถี่ ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๑๗. สมศรีปวดหัว และจบั ไขจ้ งึ ไมไ่ ปทางาน
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๑๘. เขาคน้ พบตวั เองอยู่ในห้องเพียงลาพงั
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถูกตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๑๙. งานกฬี า ต.อ.- ต.ท. นกั เรียนทกุ คนจะตอ้ งมสี ปิ ริตนกั กีฬา คือ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภยั
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถกู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๒๐. ท่ีน่ีรับแกผ้ า้ สตรี
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคทถี่ กู ตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๒๑. ไม่เจอกนั ต้งั นานนมโตข้นึ เยอะเลย
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถกู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๒๒. เธอค่อย ๆ เดินไปหาพ่อทนั ที
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ถี กู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๒๓. เขาพูดเร็วเป็นตอ่ ยหอย
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถกู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๖
๒๔. อาหารจานน้ีมนั ทาใหฉ้ นั รู้สึกอร่อย
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถูกตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๒๕. คุณแมเ่ กบ็ เคร่ืองเพชรไวใ้ นตเู้ ซฟ
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถูกตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๒๖. เขาชอบโดดร่มอยา่ งนอ้ ยอาทติ ยล์ ะคร้งั
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคทถ่ี กู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๒๗. เขาอยู่ไมไ่ ดไ้ ปแลว้
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ถี กู ตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๒๘. นตท. บางคนส่วนใหญช่ อบเรียนวชิ าภาษาไทย
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ีถูกตอ้ ง คือ...........................................................................................................................
๒๙. เมื่อสกั ครู่แดงยงั นง่ั อย่ทู ีน่ ี่ เขาหายไปไหนแลว้ ไวเหมอื นลงิ เลย
บกพร่องเร่ือง.......................................................................................................................................
ประโยคท่ถี ูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๓๐. ครูช้ีแจงกบั นตท. วา่ ตอ้ งส่งการบา้ นภายในวนั พรุ่งน้ี
บกพร่องเรื่อง.......................................................................................................................................
ประโยคที่ถูกตอ้ ง คอื ...........................................................................................................................
๗
แบบฝึ กหัด บทท่ี ๓
เรื่อง โวหารการเขียน
จงบอกว่าข้อความท่ีกาหนดให้เป็ นโวหารการเขียนแบบใด
๑. ขณะพระองคเ์ สดจ็ มาใกลเ้ บญจคิรีนคร คอื ราชคฤห์เป็นเวลาจวนส้ินทวิ าวารแดดในยามเยน็ กาลงั อ่อน
แสงลงสู่สมยั ใกลว้ กิ าล ทอแสงแผ่ซ่านไปยงั สาลีเกษรและลิ่วเป็นทางสว่างไปทวั่ ประเทศสุดสายตา ดู
ประหน่ึงมีหตั ถท์ ิพยม์ าปกแผ่อานวยสวสั ดี เบ้อื งบนเป็นกลุ่มเมฆเป็นคลืน่ ซอ้ นซับสลบั กนั เป็นทวิ แถว
ตอ้ งแสงแดดจบั เป็นสีระยบั ระวบั แววประหน่ึงเอาทรายทองไปโปรยปราย
.....................................................................................................................................................................
๒. ในจานวนสตั วป์ ่ าสี่เทา้ เล้ยี งลูกดว้ ยนมแลว้ สมเสร็จเป็นสตั วท์ ี่แปลกกว่าเพอ่ื น รูปร่างหนา้ ตามสี ่วนต่าง ๆ
ของสัตวห์ ลายชนิดมารวมกนั อย่างละนิดละหน่อยแลว้ กลายเป็นสัตวช์ นิดหน่ึง ดว้ ยเหตนุ ้ีจึงไดช้ ื่อว่า
“สมเสร็จหรือผสมเสร็จ” หมายถงึ การผสมเสร็จแลว้ จนกลายเป็นสตั วพ์ นั ธุใ์ หมข่ ้ึนมา
.....................................................................................................................................................................
๓. มา้ ท้งั หมดมาถงึ หมบู่ า้ นทนั เวลาในความมดื ทกุ อย่างเป็นเงาตะคุ่ม ลมหวดี หววิ แรงจดั บานประตไู มท้ ่เี ปิ ด
คอยรบั มีแสงสวา่ งจากภายใน เจา้ หลวงแห่งกาสิกเหวย่ี งพระองคล์ งรวดเร็วแลว้ ทรงหนั มา คราวน้ีรวบบ้นั
พระองคด์ ว้ ยพระหตั ถอ์ นั แข็งแกร่งท้งั สองขา้ ง
.....................................................................................................................................................................
๔ หมูบดใส่มะนาว คลกุ ใหเ้ ขา้ กนั แลว้ จึงใชผ้ า้ ขาวบางห่อบีบน้าหมอู อกใหห้ มด นาไปควั่ ไฟออ่ นพอให้สุก
ยกลงพกั ไว้ นาหนงั หมคู ลกุ ใส่หมู ใส่เกลอื น้าตาล น้ามะนาว คลุกให้ทวั่ ชิมรสตามใจชอบ
.....................................................................................................................................................................
๕. พอไดย้ ินเสียงประทดั แลว้ แลเหน็ เคาทูกบั ซิหลงคุมทหารออกรบสกดั ไวท้ ้งั ซ้ายขวา กวนอกู ข็ บั มาเขา้ รบ
พ่งุ เป็นสามารถ ซิหลงกบั เคาทกู ร็ บั รองป้องกนั อยู่ กวนอูจะกลบั เขา้ ไปในเมือง พอพบแฮหวั ตนุ้ คมุ ทหาร
มารบออ้ มสกดั ทางไว้ ซิหลงกบั เคาทกู ร็ บตกี ระหนาบเขา้ มา กวนอนู ้นั ป้องกนั ลกู เกาทณั ฑไ์ วเ้ ป็นสามารถ
.....................................................................................................................................................................
๖. อนั วา่ นิพพานสมบตั นิ ้ีสนุกสุขเขษมนกั หนาทจี่ ะปานบ่มิไดเ้ ลย สมบตั อิ นิ ทร์พรหมท้งั หลายก็ดี ถา้ จะเอา
มาเปรียบดว้ ยสมบตั ินิพพานน้นั ประดจุ เอาหิ่งหอ้ ยมาเปรียบดว้ ยพระจนั ทร์ ถา้ มิดง่ั น้นั ดจุ น้าอนั ตดิ อยู่
ปลายผมแลมาเปรียบดว้ ยน้ามหาสมทุ รอนั ลกึ ได้ ๘๔,๐๐๐ โยชน์
.....................................................................................................................................................................
๘
๗. เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ หมายถึง เคร่ืองประดบั เกยี รตยิ ศ ซ่ึงพระมหากตั ริยท์ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ
พระราชทานแก่ผกู้ ระทาความดคี วามชอบ โดยคาแนะนาของรฐั บาล เชน่ ตราเบญจมาภรณม์ งกฎุ ไทย
เบญจมาภรณช์ า้ งเผอื ก เหรียญจกั รพรรดิมาลา
.....................................................................................................................................................................
๘. การบรรยาย หมายถงึ การกล่าวถงึ เหตกุ ารณท์ ตี่ ่อเน่ือง โดยช้ีใหเ้ ห็นถงึ ฉากหรือสถานที่ท่เี กิดเหตุการณ์
สาเหตุทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ เหตุการณ์ สภาพแวดลอ้ ม บุคคลท่เี กี่ยวขอ้ ง ตลอดจนผลทีเ่ กิดจากเหตุการณ์น้นั กลา่ ว
อกี นยั หน่ึง การบรรยายช้ีใหเ้ หน็ ว่า ใคร ทาอะไร ท่ีไหน เมอ่ื ไร อยา่ งไร และผลที่ตามมาเป็นอยา่ งไร
.....................................................................................................................................................................
๙. คลืน่ เสียงมลี กั ษณะคลา้ ย ๆ กบั คลืน่ บนผิวน้า คอื มยี อดคลืน่ ชว่ งคล่ืน ทอ้ งคล่นื และมกี ารกระเพื่อม
กระจายออกไปเหมอื น ๆ กนั แตก่ ็ต่างกนั คอื คล่นื เสียงน้นั มนุษยไ์ ม่สามารถเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเปลา่ แตค่ ลน่ื
บนผวิ น้าน้นั แลเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเปล่า
.....................................................................................................................................................................
๑๐. บนเนินเขาเต้ีย มนี ้าพุที่ใหน้ ้าตลอดฤดูกาล ท้งั ฤดูรอ้ นฤดหู นาว ในขณะท่นี ้าไหลผ่านเนินเขา ผ่านละเมาะ
หมไู่ ม้ แลว้ หายไปในท่งุ กวา้ งเหนือหม่บู า้ นข้นึ ไปน้นั เสียงของมนั ฟังดไู พเราะยงิ่ นกั ชาวบา้ นกาลงั สรา้ ง
สะพานเลก็ ๆ ดว้ ยหิน ขา้ มลาธารแห่งน้ี
.....................................................................................................................................................................
๑๑. ต้งั แตจ่ กั รพรรดลิ งมาถึงยาจกลว้ นไดร้ ับความทรมานจากมา่ นตาซ่ึงไมย่ อมปิ ด และหัวใจซ่ึงไมย่ อมระงบั
ในเวลาซ่ึงธรรมชาตติ อ้ งการใหเ้ รานอน
.....................................................................................................................................................................
๑๒.ในบา้ นเมอื งน้นั มที ้งั คนดีและคนไม่ดี ไม่มใี ครทาให้ทกุ คนเป็นคนดไี ดท้ ้งั หมด การทาให้บา้ นเมืองมี
ความปรกตสิ ุขเรียบรอ้ ย จึงไมใ่ ชก่ ารทาใหท้ ุกคนเป็นคนดี หากอยู่ท่ีการส่งเสริมคนดี ใหค้ นดปี กครอง
บา้ นเมือง และควบคุมคนไม่ดไี ม่ใหม้ อี านาจ ไมใ่ หก้ ่อความเดือดร้อนวนุ่ วายได้
.....................................................................................................................................................................
๑๓. ในเวลาประสูติพระกมุ าร แผน่ ดินซ่ึงมีขนุ เขาเป็นล่ิมสลกั ไดส้ ั่นสะเทือนเหมอื นกบั เรือถูกพายพุ ดั
กระหน่าและหยาดฝนพรอ้ มดว้ ยผงจนั ทนซ์ ่ึงมีดอกอบุ ลและดอกปทมุ ระคนอย่ภู ายใน ก็โปรยปรายลงมา
จากทอ้ งฟ้าท่ีปราศจากเมฆ
.....................................................................................................................................................................
๙
๑๔. มเี รื่องเลา่ เมอื่ คร้ังพทุ ธกาลวา่ หมอชีวกโกมารภจั จ์ซ่ึงเป็นผรู้ ักษาพยาบาลพระพทุ ธเจา้ เม่ือคร้งั ทที่ า่ น
เรียนแพทยก์ บั พระอาจารยท์ า่ นเรียนอยนู่ าน แต่ก็ยงั ไมร่ ู้ว่าตนเองสาเร็จวชิ าแพทยแ์ ลว้ หรือยงั จงึ ตดั สินใจ
ถามพระอาจารย์ พระอาจารยจ์ ึงทดสอบความรูท้ างแพทยก์ บั ชีวกโกมารภจั จ์ โดยใหเ้ ขา้ ไปในป่ าแลว้ หา
ตน้ ไมท้ ี่ใชท้ ายาไม่ไดก้ ลบั มา ปรากฏวา่ ชีวกโกมารภจั จห์ าเทา่ ไหร่ก็หาไม่พบ แมแ้ ตต่ น้ เดียวจงึ กลบั มา
บอกพระอาจารยว์ ่า ตนหาตน้ ไมท้ ีไ่ มม่ ปี ระโยชน์ทางยาไมไ่ ดเ้ ลย พระอาจารยจ์ งึ บอกวา่ นี่แหล่ะคอื การ
สาเร็จการศึกษาวชิ าแพทยแ์ ลว้ เพราะตน้ ไมท้ กุ ตน้ มีคณุ สมบตั เิ ป็นยาไดท้ ้งั หมด
.....................................................................................................................................................................
๑๐
แบบฝึ กหดั บทที่ ๔
การเขียนเรียงความ
ตอนท่ี ๑ จงเขยี นวงกลมล้อมรอบตวั อกั ษรข้อทถี่ ูกต้อง
๑. ในการเลอื กเร่ืองท่ีจะเขยี นเรียงความเองน้นั ควรเลอื กอยา่ งไร
ก. เลอื กเร่ืองทีก่ าลงั เป็นทสี่ นใจของผอู้ า่ น ข. เลอื กเร่ืองท่ีเราสนใจและมคี วามรู้
ค. เลือกเรื่องทค่ี รูแนะนาให้ ง. เลอื กเร่ืองทีไ่ ม่เคยมีใครเขียน
๒. เร่ืองใดเหมาะทีจ่ ะเขียนในเวลาอนั จากดั
ก. การเล่นกฬี า ข. รายการบนั เทงิ
ค. การปลกู พืช ง. แมวไทย
๓. ขอ้ ใดมใิ ช่ขอ้ มลู ทมี่ าของขอ้ มลู ในการเขียนเรียงความ
ก. หนงั สือ ข. ประสบการณ์
ค. การสัมภาษณ์ ง. การคาดเดาเอาเอง
๔. ส่วนประกอบของเรียงความมอี ะไรบา้ ง
ก. โครงเร่ือง เน้ือเร่ือง สรุป ข. คานา โครงเร่ือง สรุป
ค. คานา เน้ือเรื่อง สรุป ง. คานา โครงเร่ือง เน้ือเร่ือง สรุป
๕. ในการเขยี นเรียงความเร่ือง “การปลกู กลว้ ยไมเ้ ป็นงานอดเิ รก” ควรเรียงลาดบั โครงเรื่องอยา่ งไร
(๑) วธิ ีปลกู กลว้ ยไม้ (๒) วิธีการดแู ลกลว้ ยไม้
(๓) ประโยชนข์ องการปลูกกลว้ ยไม้ (๔) ชนิดของกลว้ ยไมท้ ่เี ล้ียงงา่ ย
ก. (๑) (๒) (๓) (๔) ข. (๔) (๑) (๒) (๓)
ค. (๒) (๑) (๓) (๔) ง. (๔) (๒) (๓) (๑)
๖. จงเรียงลาดบั ขอ้ ความต่อไปน้ีใหเ้ หมาะสม
(๑) ประกอบดว้ ยหมอ้ กรองอากาศ หมอ้ กรองน้ามนั และหมอ้ กรองน้ามนั เคร่ือง
(๒) ระบบหมอ้ กรองทด่ี นี ้นั มผี ลต่อความคงทนของเคร่ืองยนต์
(๓) จะเป็นการลดปริมาณอากาศที่เขา้ สู่คาร์บูเรเตอร์
(๔) ทาให้เคร่ืองยนตท์ างานดว้ ยส่วนผสมหนากนิ น้ามนั มาก
(๕) สาหรับหมอ้ กรองอากาศน้นั
(๖) ฝ่นุ หรือผงสกปรกจะเขา้ ไปอุดตนั ที่ไส้กรอง
(๗) ซ่ึงหากวา่ คุณไม่ให้ความสนใจหมอ้ กรองเหลา่ น้ีจะเกิดปัญหาข้นึ
ก. (๒) (๑) (๗) (๕) (๖) (๓) (๔) ข. (๕) (๑) (๗) (๖) (๔) (๓) (๒)
ค. (๗) (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) ง. (๖) (๕) (๒) (๑) (๗) (๓) (๔)
๑๑
๗. ขอ้ ใดเป็นประโยคท่ดี ใี นการเขียนเรียงความ
ก. เป็นลกู นอ้ งตอ้ งเบกิ บานกวา่ เจา้ นายอยูแ่ ลว้
ข. เวลาของการเป็นนกั เรียนมีนอ้ ย จงึ ควรใชเ้ วลาให้ถกู ตอ้ งเหมาะสมทสี่ ุด
ค. หลอ่ นมองดคู นงานซ่ึงชลุ มุนขนอิฐแบกไมอ้ ยู่ท่ีอาคารก่อสร้างหลงั ใหม่
ง. ส่วนทางบา้ นเจา้ นายก็จะมเี วลาใหก้ บั ครอบครัวไมเ่ พยี งพอ ทาให้ลูกขาดความอบอุ่น
๘. เรียงความทดี่ คี วรมีลกั ษณะอยา่ งไร
ก. มีบนั ทกึ ขอ้ มูลจากแหล่งตา่ ง ๆ ลงไปในเรียงความ
ข. มเี อกภาพ สารตั ถภาพ สมั พนั ธภาพ และใชภ้ าษาสละสลวย
ค. มีการใชภ้ าษาให้เหมาะสมกบั ตวั ละครแตล่ ะตวั
ง. มกี ารใชภ้ าษาช้นั สูงเพอื่ ให้เป็นงานเขียนทเ่ี หนือช้นั กวา่ งานเขียนอนื่ ๆ
๙. ต่อไปน้ีเป็นการข้ึนคานาแบบใด
เร่ืองรถไฟฟ้า
ปัจจุบนั ปัญหาทคี่ นกรุงเทพฯ ไม่สามารถหลีกเลยี่ งไดค้ อื สภาพการจราจรท่ีตดิ ขดั ทพี่ บเห็นได้
ตามถนนทุกสาย โดยเฉพาะในชว่ งเชา้ และช่วงเยน็ หลงั เลกิ งาน ซ่ึงเป็นช่วงที่มกี ารจราจรติดขดั
มากกวา่ ปกติ โครงการรถไฟฟ้าจงึ เป็นวิธีหน่ึงท่รี ฐั บาลนามาใชแ้ กป้ ัญหาสภาพจราจรทตี่ ดิ ขดั ใน
กรุงเทพฯ
ก. เหตุการณ์สาคญั ข. สิ่งประทบั ใจ
ค. เร่ืองสาธก ง. นาคาในช่ือเร่ืองมาขยายความ
๑๐. ตอ่ ไปน้ีจดั เป็นการข้นึ คานาแบบใด
เรื่องวฒั นธรรมทคี่ า้ ชู
วฒั นธรรม คอื ส่ิงทมี่ นุษยส์ รา้ งข้นึ ในสงั คมน้นั ๆ เป็นสิ่งที่สืบทอดกนั มาชา้ นานเป็นเคร่ือง
แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของคนในชาติ
ก. ขยายความ ข. ใหน้ ิยาม
ค. สิ่งบนั ดาลใจ ง. ขอ้ เขยี นของบคุ คลสาคญั
๑๑. ต่อไปน้ีจดั เป็นการข้ึนคานาแบบใด
เรื่องหนงั สือคอื มิตรแท้
ถา้ จะถามว่าหนงั สือทีด่ ีคืออะไรบุคคลแตล่ ะคนกจ็ ะมคี วามคิดเป็นของตนเอง บางคนคิดวา่
หนงั สือทด่ี ี ควรใหค้ วามรู้และมีเน้ือหาสาระท่ชี ดั เจน สามารถเขา้ ใจไดง้ า่ ย บางคนคิดวา่ ควรมเี น้ือหา
ให้มาก ๆ ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน หรือให้คาตอบ และช่วยแกไ้ ขปัญหาต่าง ๆ ได้ หลายคนจงึ
คดิ วา่ หนงั สือคอื มติ รทด่ี ที สี่ ุดในเวลาประสบปัญหา
ก. สาธก ข. ให้นิยาม ค. คาถาม ง.หลกั ธรรมในศาสนา
๑๒
๑๒. ต่อไปน้ีจดั เป็นบทสรุปดว้ ยวธิ ีใด
เรื่องดนตรีไทย
ในเม่ือดนตรีเป็นมรดกของชาตทิ ต่ี กทอดกนั มาจากบรรพบรุ ุษ เราซ่ึงเป็นคนรุ่นหลงั จงึ ควรทีจ่ ะ
ชว่ ยกนั ฟ้ื นฟรู กั ษา และสืบทอดดนตรีไทยไวต้ อ่ ไป ไม่ใชป่ ล่อยให้ดนตรีไทยสาปสูญไปแลว้ จึงค่อย
กลบั มาฟ้ื นฟูรกั ษากนั ในภายหลงั
ก. เป็นปริศนาให้คดิ ตอ่ ข. แสดงความคิดเห็น
ค. ช้ีขอ้ ความสาคญั และผลกระทบท่ตี ามมา ง. แยกประเด็นขดั แยง้ ใหต้ ดั สินใจ
๑๓. ตอ่ ไปน้ีเป็นบทสรุปดว้ ยวธิ ีใด
เร่ืองปัญญาคือแสงสว่าง
แสงสว่าง แสงอาทติ ย์ เป็นเพยี งแสงสวา่ งที่ทาใหต้ ามองเห็นโลก ส่วนปัญญาเป็นแสงสว่าง
ทางวญิ ญาณชว่ ยให้แลเหน็ ธรรม เหน็ ท้งั โลกีย์ และโลกุตรธรรม ดว้ ยเหตุน้พี ุทธสุภาษิตจงึ กล่าววา่
“นตถิ ปัญญา สมาอาภา” กลา่ วคือ ไม่มแี สงสว่างใดเสมอดว้ ยปัญญา
ก. เป็นปริศนาให้คดิ ตอ่ ข. ภาษติ หรือ คาคม
ค. แสดงความคดิ เห็น ง. แยกประเด็นให้ตดั สินใจ
๑๔. ชื่อเรื่องใดมีขอบข่ายแคบทส่ี ุด
ก. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ข. ชยั ชนะท่ตี ระพงั ตรุ
ค. วรี บรุ ุษของไทย ง. ความกลา้ หาญของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
๑๕. โครงเรื่องขอ้ ใดอยูน่ อกประเด็นของเรื่อง “อนั ความคดิ วทิ ยาเหมอื นอาวธุ ”
ก. ความคิด และความรูเ้ ป็นเหมือนดาบสองคม
ข. ความรู้ และ ความคดิ ช่วยให้คนมีอานาจ
ค. การรูจ้ กั ระมดั ระวงั ในการใชค้ วามรู้และความคดิ
ง. ความรูค้ วามคดิ มีค่ายิ่งกว่าสมบตั ใิ ด ๆ
๑๖. โครงเร่ืองขอ้ ใดมีน้าหนกั ความสาคญั ห่างจากขอ้ อนื่ ๆ ในเร่ือง “สุนขั ”
ก. อาหารที่ชอบ ข. คณุ และโทษ
ค. นิสยั และความเป็นอยู่ ง. รูปร่างลกั ษณะ
๑๗. ถา้ จะเขียนเร่ือง ไสยศาสตร์ ขอ้ ใดไมค่ วรเป็นประเดน็ รองของประเดน็ หลกั คือ “ไสยศาสตร์ประเภทกระทา”
ก. เสน่ห์ ข. คุณ ค. สะกด ง. ลอ่ งหนหายตวั
๑๘. ถา้ จะเขียนเรื่อง การส่งเสริมสินคา้ ไทย ควรใชโ้ วหารใดเป็นหลกั
ก. บรรยาย ข. เทศนา ค. พรรณนา ง. สาธก
๑๙. ถา้ จะเขียนเรื่อง “ภยั ท่เี กิดจากส่ิงแวดลอ้ มเป็นพิษ” ควรใชโ้ วหารชนิดใดเป็นหลกั
ก. พรรณนา ข. อุปมา ค. บรรยาย ง. สาธก
๑๓
๒๐. ขอ้ ใดเป็นภาษาทใี่ ชเ้ รียงความได้
ก. ขา้ พเจา้ ไดพ้ บเธอโดยบงั เอิญ
ข. บา้ นหลงั น้นั ดนั มาต้งั ตรงหวั โคง้ พอดี
ค. การแตง่ กายของชายกลมุ่ น้นั บ่งชดั ว่าเป็นวยั สะรุ่นแหง ๆ
ง. เร่ืองราวท้งั หลายท้งั แหล่ อา้ งประดงั ประเดเขา้ มาอย่างมหศั จรรยพ์ นั ลกึ
ตอนท่ี ๒
๑. จงเตมิ ขอ้ ความลงในช่องว่าง
๑. การเขยี นเรียงความ คือ
............................................................................................................................. .........................................................................
....................................................................................................................................................................................... ...............
................................................................................................................... ...................................................................................
๒. การวางโครงเร่ืองเรียงความ มกี ว่ี ธิ ีการกข่ี ้นั
.......................................................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. .........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................................
..................................................................................................................................................................... .................................
.................................................................................................. ..........................................................…………..........................
๓. องคป์ ระกอบของการเขียนเรียงความประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง อธิบายให้ละเอียดพอสมควร
......................................................................................... .............................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................................
.................................................................................................................................... ..................................................................
.............................................................................................................................................................................................. ........
.......................................................................................................................... ............................................................................
๔. ลกั ษณะการเขยี นเรียงความทด่ี ตี อ้ งประกอบดว้ ย
............................................................................................................................. .........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................................
............................................................................................................................. .........................................................................
............................................................................................................................................................................ ..........................
......................................................................................................... .............................................................................................
๑๔
ตอนที่ ๓
คาสั่ง ให้บอกวา่ ขอ้ ความต่อไปน้ีควรจดั เป็นส่วนใดของเรียงความ
ตวั อย่าง
“บอ่ ยคร้ังท่เี รามกั ไดย้ นิ ข่าวคราวเรื่องอบุ ตั ิเหตุ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ หนา้ เทศกาลต่าง ๆ หน่ึงใน
หลาย ๆ สาเหตคุ งไม่พน้ เร่ืองสุรา เพราะพี่ไทยชอบเมาเป็ นชีวิตจติ ใจอยู่แลว้ เทศกาลอะไรกแ็ ลว้ แต่เป็นตอ้ ง
ไดเ้ มา เมาแลว้ ไมเ่ มาเปลา่ ยงั สร้างความเดอื ดรอ้ นให้คนไม่เมาดว้ ย”
ตอบ คานา
๑. เม่ือเริ่มเปิ ดเทอมเด็กหลายคนจะบน่ ไม่อยากไปโรงเรียน อยากเลน่ สนุกกบั เพอื่ น ๆ มากกวา่ แต่เมือ่ พ่อแม่
ยนื ยนั เขากส็ ามารถไปโรงเรียนไดต้ ามปกติ แต่มีเดก็ อีกจานวนหน่ึงปฏิเสธไมย่ อมไปโรงเรียนเนื่องจากมี
ปัญหาทางอารมณ์ เรียกวา่ เดก็ ไมอ่ ยากไปโรงเรียน หรือเด็กกลวั โรงเรียน
…............................................................................................................................. ..............................................................
๒. เดก็ กลวั โรงเรียนส่วนใหญ่มกั กลวั การพลดั พรากและตอ้ งออกจากบา้ น เดก็ จะแสดงความวติ กกงั วลอย่าง
มาก พบร่วมกบั อารมณเ์ ศรา้ ไดบ้ อ่ ย เดก็ จะไมส่ นใจกจิ กรรมทโ่ี รงเรียน ถา้ ผปู้ กครองบงั คบั ขเู่ ขญ็ ใหเ้ ด็กไป
โรงเรียน เดก็ จะรู้สึกอดึ อดั ใจมากข้ึน
…...........................................................................................................................................................................................
๓. การป้องกนั พฤติกรรมกา้ วร้าว เป็นวิธีทดี่ มี ากวธิ ีหน่ึงในการชว่ ยเหลือเดก็ กา้ วรา้ วจะทาไดจ้ ากการสังเกต
จดบนั ทกึ เหตุการณ์กอ่ นเกิดความกา้ วร้าวทกุ คร้งั ไว้ ผฝู้ ึกนาไปประมวลคดิ สรา้ งเป็นคาพดู และพฤติกรรมท่ี
เหมาะสมเพอ่ื นามาสอนเด็กซ้า ๆ ขณะเดก็ อารมณด์ ี เพือ่ ให้เด็กไดน้ ามาใชเ้ มอ่ื ตอ้ งการใหผ้ ูฝ้ ึกตอบสนอง
ก่อนทเี่ ด็กจะเกดิ ความโกรธคบั ขอ้ งใจ
…............................................................................................................................. ..............................................................
๔. การสื่อสารมคี วามสาคญั อย่างยงิ่ ในการอยูร่ ่วมกนั ในครอบครัว ดงั ไดก้ ล่าวแลว้ ว่าปัญหาในครอบครวั
ส่วนใหญ่ เช่น ความขดั แยง้ ในครอบครัวระหวา่ งสามี ภรรยา พอ่ แม่ ลกู และกบั สมาชิกอื่น ๆใน
ครอบครัว เชน่ ป่ ู ย่า ตา ยาย และญาติพนี่ อ้ ง มีสาเหตเุ พราะมีการส่ือสารในครอบครัวทไี่ ม่เหมาะสม
…............................................................................................................................. ..............................................................
๕. ครอบครวั แบบทกุ ขม์ หันต์ สามารถเปล่ียนแปลงเป็นครอบครวั สุขสันตไ์ ด้ ถา้ มกี ารคิดพจิ ารณาและ
ยอมรบั วา่ ครอบครวั มคี วามทกุ ข์ มคี วามคาดหวงั ที่จะเปลี่ยนแปลงและตอ้ งการลงมอื ปฏบิ ตั ิเพ่อื ให้เกดิ การ
เปล่ียนแปลงไปจากเดมิ
…............................................................................................................ ...............................................................................
๖. ครอบครัวเป็นหนว่ ยสังคมที่เลก็ ท่สี ุดและเป็นสงั คมแห่งแรกทเ่ี ดก็ เกิดมาจะไดร้ ับความรกั ความอบอุน่ จาก
สมาชิกในครอบครวั บางครอบครัวมสี มาชกิ มีเพียง ๒ คน คอื อยเู่ ฉพาะสามภี รรยา (ถา้ ไม่มีบตุ ร) บาง
ครอบครวั มสี มาชิกต้งั แต่ ๓ คนข้ึนไป คอื มีบตุ รอยรู่ ่วมดว้ ย เรียกวา่ ครอบครวั เด่ยี ว และบางครอบครัวมี
๑๕
สมาชิกอยูร่ วมกนั หลายครอบครัว ในบา้ นหลงั เดยี วกนั ประกอบดว้ ย ป่ ู ยา่ ตา ยาย และญาตพิ ่ีนอ้ ง
เรียกวา่ “ครอบครัวขยาย”
......................................................................................................................................... .....................................................
๗. ปรัชญาของการบูชา จึงเป็นการตรวจสอบตนเองวา่ เป็นผสู้ ม่าเสมอในความรูส้ ึกผดิ ชอบชว่ั ดหี รือนบั ถือ
พระผเู้ ป็นเจา้ อย่างมน่ั คงอยหู่ รือไม่ ดงั น้นั การกระทาพธิ ีกรรมบชู าจึงเป็นวิธีอทุ ิศและยอมรับการปฏบิ ตั ดิ ีเพอ่ื
อย่รู ่วมกนั ในสังคมแห่งคณุ ธรรมหรือของพระผเู้ ป็นเจา้ ไดต้ ลอดไป
....................................................................... .......................................................................................................................
๘. การบวงสรวงบชู าพระผเู้ ป็นเจา้ น้นั ในศาสนาฮนิ ดูถอื เป็นหนา้ ทีส่ าคญั ของตนทจ่ี ะตอ้ งปฏบิ ตั ิศาสนกิจกนั
อยู่เสมอ พิธีกรรมในการบชู าพระผเู้ ป็นเจา้ น้นั รูปแบบจะเหมอื นกนั หมดท้งั ในอนิ เดยี และในบาหลี
อินโดนีเซีย สาหรับบาหลีน้นั นบั วา่ เป็นแหลง่ ของศาสนาฮนิ ดูที่ย่งิ ใหญท่ สี่ ุดของโลกท่ยี งั คงรกั ษาพธิ ี
กรรมการบวงสรวงบูชาพระผูเ้ ป็นเจา้ ไดอ้ ยา่ งมนั่ คง ท้งั ๆ ท่เี ป็นเพียงผูร้ บั ศาสนาฮินดมู าจากอนิ เดยี
....................................................................................................................................... .......................................................
๙. ดงั น้นั ในความเช่ือถือของความเป็น “ตรีมรู ต”ิ จึงไดร้ บั ความเคารพนบั ถอื อย่างแพร่หลายในหมู่ศาสนา
ฮินดู อยา่ งรวดเร็วมพี ธิ ีกรรมท่ปี ฏิบตั ิธรรมศาสนากิจสรรเสริญและบชู าแด่เทพเจา้ ๓ องคพ์ รอ้ มท้งั พระ
มเหสีของพระองคอ์ ยา่ งมากมาย
.............................................................................................................. ................................................................................
๑๐. เครื่องบดั พลีสังเวยท่สี าคญั น้นั มี “หญา้ คา” รวมอยู่ดว้ ย ซ่ึงชาวอินเดียถอื ว่าเป็นหญา้ ศกั ด์ิสิทธ์ิที่เกี่ยวขอ้ ง
กบั พระผูเ้ ป็นเจา้ ในศาสนาพราหมณ์ ดงั น้นั การบูชาไฟจึงจาเป็นตอ้ งมีขาดไมไ่ ด้
............................................................................................................................. .................................................................
๑๖
แบบฝึ กหัด บทที่ ๕
เรื่อง การเขียนตีความงานประพนั ธ์
๑. ทางไปสู่เกยี รตศิ กั ด์ิ จกั ประดบั ดอกไม้
หอมยวลชวนจิตไซร้ บม่ ี
ตีความถอ้ ยคา
……………………………………………………………………………………………………………
น้าเสียง
……………………………………………………………………………………………………………
จุดมุ่งหมาย
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๒. นกพริ าบสีขาว ไดโ้ บยบินจากโลกน้ีไปแลว้ ท้งิ รังที่เป้ื อนเลือดไว้ ทปี่ ากกระบอกปืน
ตคี วามถอ้ ยคา
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
น้าเสียง
……………………………………………………………………………………………………………
จดุ มงุ่ หมาย
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๓. ชาวนายากจน...พวกเขาไม่ไดม้ าคนเดียว
ชาวนายากจน...มาดว้ ยกนั เป็นหมู่
เพือ่ นาน้าตามาบรรจกุ ระป๋ อง
เพ่ือความเจริญของอุตสาหกรรมของประเทศ
ตคี วามถอ้ ยคา
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๑๗
น้าเสียง
……………………………………………………………………………………………………………
จุดมงุ่ หมาย
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๔. กาก็สีดา กาเหวา่ กส็ ีดา เมอื่ ส่งเสียงร้อง
จึงรู้ว่าตวั ไหนเป็นกา ตวั ไหนเป็นกาเหวา่
ตีความถอ้ ยคา
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
น้าเสียง
……………………………………………………………………………………………………………
จดุ มุง่ หมาย
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๕. ถา้ หากดวงใจของเธอเป็นภเู ขาไฟ แลว้ เธอจะหวงั ใหบ้ ปุ ผชาติผลิบานในองุ้ มอื เธอไดอ้ ยา่ งไร
ตคี วามถอ้ ยคา
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
น้าเสียง
……………………………………………………………………………………………………………
จุดมงุ่ หมาย
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๖. “เมลด็ พนั ธุ์” พ่อและแม่เพยี งแตฝ่ ังเมล็ดของเธอลงในผนื ดิน
รากของเธอตา่ งหากท่ียงั ผลใหด้ อกเธอผลิบาน
ตคี วามถอ้ ยคา
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๑๘
น้าเสียง
……………………………………………………………………………………………………………
จุดมงุ่ หมาย
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
๗. กบเกดิ ในสระใต้ บวั บาน
ฤๅห่อนรู้รสมาลย์ หน่ึงนอ้ ย
ภุมราอย่ไู กลสถาน นบั โยชน์ ก็ดี
บนิ โบกมาคอ้ ยคอ้ ย เกลอื กเคลา้ เสาวคนธ์
ตีความถอ้ ยคา
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
น้าเสียง
……………………………………………………………………………………………………………
จุดมงุ่ หมาย
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………