คํานํา ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่น่าสนใจน่าค้นหา และเป็นสิ่งที่บอกถึง เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หนังสืออ่านเสริมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นพิษณุโลก เล่มนี้จึงเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องราวเกี่ยวกับ วิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของชาวไทยทรงดํา ซึ่งผู้จัดทําได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อนํามาเผยแพร่ผ่านหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ มีสีสันสวยงามเหมาะสําหรับเด็ก ๆ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป และปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ผู้จัดทําหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสืออ่านเสริมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พิษณุโลกเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจไม่มากก็น้อย หากมีเหตุ ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย พงษ์ดนัย พิณชนะ
อัตลักษณ เอกลักษณ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ 1
ครั้งอดีตเมืองแถงกอกบฏ สยามรบยกทัพเขาปราบผลาญ รวบรวมคนอพยพรอนแรมนาน ตั้งถิ่นฐานเมืองใหมเพชรบุรี กาลเวลาเลื่อนผานยอนคิดถึง ยังตราตรึงถิ่นเกิดตามวิถี เดินทางไกลเยือนนครผานคีรี หลายชีวีดับสิ้นชีวิตลง อดีตพิษณุโลกเมืองสองแคว ไทดําแลตั้งถิ่นแหลงอาศัย บางระกําวังทองตระกูลไท เรืองวิไลเผาพันธุรวมไมตรี เอกลักษณเดนชัดการแตงกาย ผาซิ่นลายแตงโมทอเสนสี แฝงปรัชญาความคิดศาสตรศิลปดี ประเพณีพิธีกรรมรักษสืบเอย พงษดนัย 22/2/2566 “อดีตไทยทรงดํา” 2
ชื่อนี้มีที่มา คนกลุมนี้เปนชนชาติไทยกลุม หนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกแตกตางกันออกไป หลายชื่อ เชน ลาวโซง ไทดํา ผูไทดํา ไทยทรงดํา และลาวทรงดํา “ไทยทรงดํา” คําวา “ไทยทรงดํา” ไทย มาจาก ชื่อชนเผาเดิม ชนเผาไท เมื่อผานกาลเวลาไปทําให กลายเปนคําวา “ไทย” ทรง มาจาก กางเกง เนื่องจาก สมัยกอนชาวไทยทรงดํานิยมสวม กางเกง ดํา มาจาก สีเสื้อผาที่สวมใสมี สีดําหรือสีคราม 3
จังหวัดพิษณุโลก มีคนลาวโซงหรือไทยทรงดํา ที่อพยพยายถิ่นมา จากจังหวัดเพชรบุรี และมาตั้งถิ่นฐานใหมอาศัยอยูในเขตอําเภอบางระกํา กระจายอยูในหลายหมูบาน ในตําบลบางระกํา ไดแก บานคลองวัดไร บานคุยยาง โปงหมอขาว กรุงกรัก บึงคัด ยางแขวนอู และหนองเขาควาย ตําบลบึงกอก ไดแก บานหนองบัว ตําบลพันเสา บานแหลมมะคา หนองตาเขียว หลายขานาง ดงยางและบอทอง ตําบลวังอิทก ไดแก บานวัดกลาง ตําบลชุมแสงสงคราม ไดแก บานคุยขวาง คุยมวง หนองขานาง หวงกระได หนองแพงพวย ตําบลหนองกุลา บานใหมคลอง เจริญ ตําบลพัฒนานิคม บานคลองน้ําเย็น โรงเรียนวัดยางแขวนอู เปนโรงเรียนที่ตั้งอยูในอําเภอบางระกํา ซึ่งบานบึงคัด และบานยางแขวนอู จะอยูในเขตบริการของโรงเรียน สําหรับ ชุมชนรอบ ๆ โรงเรียน ผูคนสวนใหญมีเชื้อสายทรงไทยดํา รวมไปถึง นักเรียนในโรงเรียนดวยเชนกัน ทางโรงเรียนเห็นความสําคัญของวิถี ไทยทรงดําที่อยูคูกับโรงเรียน จึงสงเสริมกิจกรรมภายในโรงเรียน ไดแก สรางหองเรียนไทยทรงดําเปนแหลงเรียนรูภายในโรงเรียน นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา สวมใสชุดไทยทรงดําเปนประจําทุกวันศุกร และอีกสิ่งที่ทําชื่อเสียงใหโรงเรียน คือ การรําไทยทรงดํา ที่นักเรียนมีโอกาส ไดไปแสดงความสามารถ ความเปนเอกลักษณ ในงานที่เกี่ยวกับ ศิลปวัฒนธรรมภายในจังหวัดพิษณุโลกอยางตอเนื่อง 4
“ผาซิ่นลายแตงโม” ผาซิ่น (ผาถุง) ลายแตงโม ผาที่ใชนุงในชีวิตประจําวัน ในพิธีกรรมตาง ๆ เรียกวา “ลายแตงโม” เพราะลักษณะลวดลายเสนของผาทอคลายลายของลูกแตงโม ซึ่งเปน เอกลักษณเฉพาะตัว ประกอบดวยผาสามชิ้นนํามาเย็บตอกัน ไดแก“หัวซิ่น” “ลายแตงโม (ตัวซิ่น)” “ตีนซิ่น” โดยผาที่นํามาเย็บเปนซิ่นลายแตงโมนั้น แฝงไปดวยความหมายแหงสัจธรรมการใชชีวิตอยางลึกซึ้ง ความรักความ ผูกพัน ชีวิตคู การอพยพยายถิ่น รวมไปถึงธรรมชาติ “หัวซิ่น” “ตัวซิ่น” “ตีนซิ่น” 5
การเดินทางอพยพพบถิ่นใหม ไทยทรงดํา เปนกลุมชาติพันธุไทยที่มีถิ่นฐานเดิม อยูในแควนสิบสิบสองจุไท เมืองเดียนเบียนฟู ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม เหตุผลในการอพยพยายถิ่นเนื่องจากการเกิดสงคราม ชาวไทยทรงดําอพยพเขามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ครั้งแรกเมื่อป พ.ศ.2321 ในสมัยกรุงธนบุรี ตั้งถิ่นฐานหลักที่จังหวัดเพชรบุรี และอีกครั้งในสมัยรัชการพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว ประมาณ พ.ศ.2378 ตั้งภูมิลําเนาอยูที่เมืองเพชรบุรี มีชื่อเรียกวา “ลาวซง” ตอมา ชาวไทยทรงดํายังมีการอพยพไปตั้งถิ่นฐานอีกหลายจังหวัดในประเทศไทย รวมไปถึงใน จังหวัดพิษณุโลก ในเขตอําเภอบางระกํา ก็เปนบริเวณที่ชาวไทยทรงดําอพยพมาอาศัยอยู พิษณุโลก เพชรบุรี “การอพยพยายถิ่นฐาน ชาวไทยทรงดํา จะเลือกบริเวณ ที่ติดภูเขาและแมน้ําตามสถานที่ที่เคยอยู” 6
ภาษา ชาวไทยทรงดํามีภาษาพูดและภาษาเขียนเปนของตนเอง อักษรที่เปน พยัญชนะมี 32 ตัว สระ 14 ตัว เรียกวา ภาษาไทดําหรือภาษาลาวโซง ชาว ไทยทรงดําสวนใหญจะเนนภาษาพูดเมื่ออยูกับพี่นองหรือญาติสนิท ในสวน ของภาษาเขียนตามความเชื่อ ผูที่สามารถเขียนภาษาไทยทรงดําไดมีแตผูที่มี อาคม ซึ่งภาษามีตนกําเนิดมาจากภาษาโสง เปนภาษาของชนเผาในเวียดนาม “ภาษาไทยทรงดํามีสําเนียงคลายภาคเหนือผสมภาคอีสานของไทย” 7
วัฒนธรรมการแตงกายของชาวไทยทรงดํา จะแตงกายดวยเสื้อผาสีดํา เปนเอกลักษณทั้งเสื้อผาสําหรับในชีวิตประจําวัน และเสื้อผาสําหรับใสในงาน พิธีหรือประเพณีตาง ๆ ผูหญิงชาวไทยทรงดํา มีความสามารถในการทอผา โดยในอดีตนั้นผูหญิงจะตองทอผาไวใชเองโดยเฉพาะผาซิ่น ผาซิ่นลายแตงโม แฝงไปดวยความหมายแหงสัจธรรมของการใชชีวิตอยางลึกซึ้ง ผาซิ่นสวนที่ หนึ่งเรียกวา “หัวซิ่น” เปนผาสีดําลวนปราศจากลวดลายแทนความหมาย ของดิน ทุกสิ่งลวนเริ่มตนจากดิน ตนไมพืชพรรณตาง ๆ ลวนเกิดจากดิน เลือดในรางกายไดจากน้ําที่ไหลอยูบนพื้นดิน ทุกลมหายใจก็ไดมาจากดิน สุดทายแลวทุกคนตองตายกลับกลายเปนดิน ผาซิ่นสวนที่สองตัวซิ่นมี ลวดลายที่เรียกวา “ลายแตงโม” สื่อความหมายแหงปรัชญาของการ ดํารงชีวิตและความรักความผูกพันระหวางชายหญิง ผาซิ่นสวนที่สามเรียกวา “ตีนซิ่น” สื่อความหมายเตือนใจหญิงที่สวมใสวาอยาหลงใหลในความสุข หรือยึดติดกับความทุกขในชีวิตคู ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแลวตองดับไปตามสัจธรรม ของธรรมชาติทุกคนเกิดมาคนเดียว สุดทายก็ตองตายคนเดียว จึงควร ดํารงชีวิตตั้งมั่นในทางสายกลาง ผูหญิงเผาไทยทรงดําที่สามีเสียชีวิตลงจะ เลาะเอาตีนซิ่นออกเปนการไวทุกข เมื่อออกทุกขแลวจึงนํามาเย็บติดกับตัว ซิ่นใหม มีเรื่องเลามาแตโบราณพูดถึงผาซิ่นลายแตงโมวาในสมัยกอนเมื่อครั้ง โบราณกาล ผูชายที่เปนสามีตองออกจากบานไปหาของปา ไปหลายวัน ความรักความคิดถึงที่พุงพลานอยูในใจนั้นมันเกี่ยวกระหวัดรัดแนนมากขึ้น ทุกวัน เหมือนกระสวยที่สอดเข็มขัดรัดเสนดายแตละเสนจนกลายเปนผืนผา ขนาดใหญในกี่ทอผา หัวใจที่โหยหาคนรักนั้นจึงแทนที่ดวยดายสีแดงเปนเสน ยืน แลวใชดายยอมสีครามจนเกือบดําทั้งผืนแทนตัวเองผูซึ่งรอคอยคนรัก กลับมา เวลาทอผาจะซอนดายที่แดงเอาไว เมื่อใดที่สาวเจานุงซิ่นตองกับแสง ตะวันจะมองเห็นเหลือบสีแดงสะทอนออกมาวาววับเสมือนวาเปนสัญญา ความรักที่มีใหตอกันแมจะเห็นเพียงแครางเลือน “ตํานาน ซิ่นลายแตงโม” 8
ลายผาซิ่นลายแตงโม ลายเสนเอกลักษณบนผาซิ่น มีความหมาย เสนคูติด หมายความวา อพยพมา พรอมกัน เสนคูแยกจากกัน เสนเล็ก กลุมชนกลุมเล็กที่ยังรักใครไปมาหาสูกันตลอด นอกจากนี้ยังหมายถึง ความพลัดพรากระหวางพี่นองไทดําในเวียดนาม และลาว กับ ไทยทรงดําในประเทศไทย หรือหมายถึง ความเปนพี่นองของไทย ลาว และ เวียดนาม เสนเล็กเสนเดี่ยว เรียกวา “ตาเดี่ยว” เปนลายที่สะทอนใหเห็นถึงการถูก แยกหรือตัดขาดจากสวนหนึ่งสวนใด ซึ่งเปรียบเสมือนความเดียวดายของชาวไทดํา ที่ตองพลัดพรากจากบานเกิดเมืองนอน เสนหนาหางกันสองเสน เรียกวา “ตาหมู” หรือ “ตาคู” ชาวไทยดําเชื่อวา เปนลายที่สะทอนใหเห็นถึงการถูกแยกหรือทําใหเกิด คูขนาน ซึ่งไมมีโอกาสจะมาบรรจบกันได ลายตาคีบ หมายถึง ความสัมพันธ ระหวางกลุมไทดําใน ลาวและเวียดนาม ลายตาเดี่ยว หมายถึง ความเดียวดาย จากการถูกกวาดตอนเขา มาอยูในไทย ลายตาหมู หมายถึง การพลัด พรากจากบานเกิด และญาติพี่นอง 9
หลวม กระเปาคาดเอวผูชาย หลวม เปนกระเปามีสายสําหรับคาดเอว ตัดเย็บดวยผาฝายสีดําหรือสีครามเขม ตกแตงดวยวิธีการปะและปกลวดลายเย็บชิ้นผารูปสามเหลี่ยมปะติดเขาไปประกอบ เปนลวดลาย บริเวณฝาเปดปดที่เนนใหเห็นถึงศิลปะในการประดิษฐใหมีรูปลักษณะ ที่แปลกตาแสดงถึงการใชจินตนาการจากธรรมชาติใกลตัวนํามาประดิษฐเปนของใช ที่จําเปนสําหรับผูชาย ใชสําหรับใสสิ่งของจําเปนพกพาติดตัว เชน เงิน หมาก พลู และยาสูบ มีลักษณะคลายรังผึ้งหรือครึ่งวงกลม ภายในเย็บเปนชอง 2 ชั้น มีฝาเปด ปดไดชายทั้งสองขางมวนกลมปลายเรียว เย็บพับดวยผาไหมหลากสีโดยมัดเปนพู ส วนที่อยูปลายสุดของชายทั้ง 2 ขาง มีลักษณะคลายหางหมูมีหูขางซายและขวาผูก กรอบเอาไวซึ่งมีความเชื่อวา หางหมูมีลักษณะคลายหางเสือเรือที่คอย ประคับประคองใหผูสวมใสไมประพฤติปฏิบัติผิดศีลธรรม 10
“ปรัชญาการดํารงชีวิตของชาวไทยทรงดํา” “ชีวิต คือ ธรรมชาติ ชีวิตมีหนาที่ตองปฏิบัติตามกฎเกณฑธรรมชาติ และจะไดผลจากการดําเนินชีวิตตามกฎธรรมชาติ และธรรมชาติของชีวิต คือ ความไมแนนอน แตสิ่งที่แทแนนอนของชีวิต คือ ความตายที่ทุกคนหนีไมพน” 11
คณะทํางาน ธิติสุดา ไทยประดิษฐ์. มปป. วิถีชีวิตไทยทรงดํา. พิพิธภัณฑ์ปานถนอม. เพชรบุรี. นิสิตแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช. มปป. สัมผัสวิถีไทยทรงดํา. พิษณุโลก. ประยุธ สืบอารีพงศ์. มปป. วิถีชีวิตชุมชนไทยทรงดําบ้านดอนมะนาว. สุพรรณบุรี. ประทับใจ สิกขา. (2552). ผ้าในวิถีชีวิตไทดํา. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม. (2565). ซิ่นลายแตงโม ไทยทรงดํา นครปฐม. นครปฐม. อางอิง ที่ปรึกษา 1. นายสุพรเทพ เรณุมาน รองผู้อํานวยการสถานศึกษา ประธานกรรมการ 2. นางสาวฐานิญา ปุญญฤทธิ์ครู กรรมการ 3. นางสาวพัทธนันท์ แก้วมนต์ ครู กรรมการ 4. นายจิรวงค์ ยศปัญญา ครู กรรมการ 5. นางสาวรัษศิษฏา เกลาพิมาย ครู กรรมการ 6. นางสาวศิรประภา สารธิมา ครู กรรมการ 7. นางสาวพัชราภรณ์ บุญหนัก ครู กรรมการ 8. นางสาวสุภาวดี ธูปเมฆ ครู กรรมการ 9. นายกฤษณะ น้อยแดง ครู กรรมการ ผู้จัดทํา นายพงษ์ดนัย พิณชนะ ครูโรงเรียนวัดยางแขวนอู่
โรงเรียนวัดยางแขวนอู สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ