The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการพัฒนาการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นักประเมิน, 2024-01-17 23:01:22

แนวทางการพัฒนาการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้

แนวทางการพัฒนาการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้

ก บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) แนวทางการพัฒนาการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) ศึกษาสภาพการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกัน คุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา และ (๒) ศึกษาแนวทางการ พัฒนาการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษา ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาระดับอุดมศึกษา การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี (mixed methods research) แบบ เรียงลำดับอธิบายขยายความ (explanatory sequential design) ซึ่งให้น้ำหนักกับการวิจัยเชิงคุณภาพ (ระยะที่สอง) (quan QUANL) โดยแบ่งออกเป็น ๒ ระยะ ระยะแรก เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ตัวอย่าง วิจัย คือ สถาบันอุดมศึกษาภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จำนวน ๑๖ สถาบัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม จำนวน ๒ ชุด สำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัย (รองอธิการบดี กลุ่มภารกิจการประกันคุณภาพ หรือผู้อำนวยการ กลุ่มภารกิจการประกันคุณภาพ) ผู้บริหาร คณะ (คณบดี หรือรองคณบดี กลุ่มภารกิจการประกันคุณภาพ) และอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้สถิติบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่สอง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ ข้อมูลสำคัญ คือ สำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารคณะ (คณบดี หรือรองคณบดี กลุ่มภารกิจการประกัน คุณภาพ) และอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร จำนวน 20 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย และนำแนวทางฯ ที่ได้ ไปทดลองใช้ และจัดเวทีรับฟังความเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) แนวทางฯ ในประเด็นความเหมาะสมและความเป็นไปได้ การนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งการ ประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน) และการประเมินคุณภาพภายนอก โดย สมศ. หรือ หน่วยงาน/องค์กรอื่น ที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในการให้การรับรองคุณภาพการศึกษา ไปใช้ใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น ๕ ด้าน คือ (๑) ด้านการพัฒนาผลลัพธ์ผู้เรียน (๒) ด้านการวิจัยและนวัตกรรม (๓) ด้านการบริการวิชาการ (๔) ด้านศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทย และ (๕) ด้านการบริหารจัดการ ซึ่งลักษณะการนำผลการประเมินฯ ไปใช้ แบ่งออกเป็น ๔ ลักษณะ คือ (๑) การใช้ในเชิง ความคิด (conceptual use) (๒) การใช้ในเชิงตรวจสอบยืนยัน (legitimate use) (๓) การใช้ในเชิงสัญลักษณ์ (symbolic use) และ (๔) การใช้ในเชิงเครื่องมือ (instrumental use) การใช้ในเชิงความคิด หมายถึง ลักษณะการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพ การศึกษาไปใช้ทั้งการประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน) และการ ประเมินคุณภาพภายนอก โดย สมศ. หรือ หน่วยงาน/องค์กรอื่น ที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในการให้การ รับรองคุณภาพการศึกษา ในฐานะที่เป็นข้อมูลสารสนเทศ เกี่ยวกับผลการประเมิน การรับรอง และการประกัน คุณภาพการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ตนเองปฏิบัติงาน ซึ่งทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษา


ข ทั้งในระดับผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการรับรู้การดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาที่ตนเองสังกัด และมีความ เข้าใจสภาพการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาที่ตนเองสังกัด การใช้ในเชิงเครื่องมือ หมายถึง ลักษณะการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพ การศึกษา ไปใช้ทั้งการประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน) และการ ประเมินคุณภาพภายนอก โดย สมศ. หรือ หน่วยงาน/องค์กรอื่น ที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในการให้การ รับรองคุณภาพการศึกษา ในฐานะที่เป็นข้อมูลสารสนเทศสำหรับการตัดสินใจของผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำ ให้การตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินการ/กิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่อ เป็น การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด เช่น ตัดสินใจยุติการดำเนินงาน/กิจกรรมต่างๆ ตัดสินใจดำเนินงาน/กิจกรรมต่างๆ ต่อไป ตัดสินปรับปรุง/ปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน/กิจกรรมต่างๆ พัฒนาการโครงการ/กิจกรรมขึ้นมาใหม่ ตาม ข้อเสนอแนะ เป็นต้น การใช้ในเชิงตรวจสอบยืนยัน หมายถึง ลักษณะการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกัน คุณภาพการศึกษา ไปใช้ ทั้งการประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน) และ การประเมินคุณภาพภายนอก โดย สมศ. หรือ หน่วยงาน/องค์กรอื่น ที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในการให้ การรับรองคุณภาพการศึกษา ในฐานะที่เป็นข้อมูลสารสนเทศที่เป็นเหตุผลสนับสนุนหรือยืนยันการตัดสินใจ ของผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทราบว่าการดำเนินการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ผ่านมานั้น มีการดำเนินการอะไรบ้างที่เป็นข้อผิดพลาดหรือยังไม่ เหมาะสม และรู้ว่าจะต้องแก้ไขข้อผิดพลาดหรือสิ่งที่ไม่เหมาะสมนั้นอย่างไร ทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับการ ดำเนินการ/กิจกรรม/โครงการ/นโยบาย ต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นการตัดสินใจ ที่มีความชอบธรรม การใช้ในเชิงสัญลักษณ์ หมายถึง ลักษณะการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพ การศึกษา ไปใช้ ทั้งการประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน) และการ ประเมินคุณภาพภายนอก โดย สมศ. หรือ หน่วยงาน/องค์กรอื่น ที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในการให้การ รับรองคุณภาพการศึกษา โดยผู้ตรวจสอบหรือคณะกรรมการกำกับการประเมินคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ในการติดตามกำกับและควบคุมคุณภาพของการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อแสดงว่าการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้ดำเนินไปตามแนวทางปฏิบัติและระเบียบ ขั้นตอนที่ถูกต้องเหมาะสม ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ๑. ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา มีการนำผลการประเมินคุณภาพภายใน (ระดับคณะ และระดับสถาบัน) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๐๗ เมื่อพิจารณาการนำผลการประเมินคุณภาพภายในไปใช้ ในแต่ละลักษณะการนำไปใช้ พบว่า ทุกลักษณะการ นำไปใช้ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยการใช้ในเชิงสัญลักษณ์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ๔.๑๖ รองลงมา คือ การ ใช้ในเชิงตรวจสอบยืนยัน และการใช้ในเชิงความคิด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๐๖ และ ๓.๙๙ ตามลำดับ ใน


ค ขณะเดียวกัน ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา มีการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอก ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาระดับอุดมศึกษา ในภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๔๔ เมื่อพิจารณาการนำผล การประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้ ในแต่ละลักษณะการนำไปใช้ พบว่า การใช้ในเชิงตรวจสอบยืนยัน มี ค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ๓.๙๘ รองลงมา คือ การใช้ในเชิงสัญลักษณ์และการใช้ในเชิงความคิด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๙๒ และ ๒.๔๐ ตามลำดับ ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในมิติการใช้ในเชิงเครื่องมือ พบว่า ผู้บริหาร สถาบันอุดมศึกษา มีการนำผลการประเมินคุณภาพ ทั้งในส่วนของผลการประเมินคุณภาพภายใน และผลการ ประเมินคุณภาพภายนอก (ระดับคณะ และระดับสถาบัน) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา จำนวนมากที่สุด ได้แก่ การใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจดำเนินกิจกรรม/โครงการต่างๆ ของคณะ/สถาบัน การใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจปรับปรุงการดำเนินกิจกรรม/โครงการต่างๆ ของคณะ/ สถาบัน การใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจพัฒนาการดำเนินกิจกรรม/โครงการของคณะ/สถาบัน ขึ้นมาใหม่ ตามข้อเสนอแนะที่ได้จากการประเมินคุณภาพการศึกษา ระดับคณะ/ระดับสถาบัน สำหรับในส่วนของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร พบว่า อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร มีการนำผล การประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ใน ภาพรวม อยู่ในระดับมาก โดยการใช้ในเชิงความคิด มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ๔.๐๘ รองลงมา คือ การใช้ในเชิง ตรวจสอบยืนยัน การใช้ในเชิงเครื่องมือ และการใช้ในเชิงสัญลักษณ์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๐๓ ๔.๐๑ และ ๓.๙๙ ตามลำดับ นอกจากนี้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร มีความคิดเห็นต่อสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด ในการนำผล การประเมินคุณภาพภายนอก (ระดับคณะ) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๗๕ โดยการใช้ในเชิงสัญลักษณ์ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ๓.๘๓ รองลงมา คือ การใช้ในเชิงตรวจสอบยืนยัน และและการใช้ในเชิงความคิด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๘๐ และ ๓.๖๓ ตามลำดับ สำหรับผลการวิเคราะห์ข้อมูลในมิติการใช้ในเชิงเครื่องมือ พบว่า อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร มีความคิดเห็น ต่อสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด ในการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอก (ระดับคณะ) ไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวนมากที่สุด ได้แก่ การใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจดำเนิน กิจกรรม/โครงการต่างๆ ของคณะ/สถาบัน รองลงมา คือ การใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจพัฒนาการ ดำเนินกิจกรรม/โครงการของคณะ/สถาบัน ขึ้นมาใหม่ ตามข้อเสนอแนะที่ได้จากการประเมินคุณภาพ การศึกษา ระดับคณะ/ระดับสถาบัน และการใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจปรับปรุงการดำเนินกิจกรรม/ โครงการต่างๆ ของคณะ/สถาบัน ๒. แนวทางการพัฒนาการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา มี ๗ แนวทาง สามารถจำแนกออกเป็น ๓ ส่วนหลักๆ คือ ปัจจัย นำเข้า (input) ซึ่งเป็นการนำองค์กรของผู้บริหาร มีจำนวน ๑ แนวทาง คือ การวางระบบกำกับ ติดตาม และ ประเมินผลการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัย ด้านกระบวนการ (process) มีจำนวน ๔ แนวทาง คือ (๑) การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ (๒) การสร้างความรู้ ความเข้าใจในระบบการประกันคุณภาพ การศึกษา ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงาน (๓) การเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงาน และ (๔) การสื่อสารผลการ


ง ประเมินคุณภาพ ไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และระบบและกลไกสนับสนุนการดำเนินงานการประกันคุณภาพ มี จำนวน ๒ แนวทาง คือ การพัฒนากลไกทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการประกันคุณภาพ และการ พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการประกันคุณภาพ ปัจจัยเงื่อนไขของการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษา ไปใช้ในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา คือ สมรรถนะของผู้ประเมิน ระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ สมรรถนะของผู้ประเมินภายใน ระดับอุดมศึกษา หมายถึง ความรู้ด้านการประเมิน สามารถตัดสินคุณค่า ของการดำเนินงานของหลักสูตร คณะ ที่ทำการประเมิน มีความสามารถในการสื่อสารผลการประเมินอย่าง ชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะภาษาเขียน รวมถึง ความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะที่มีความเป็นรูปธรรม และสมรรถนะของผู้ประเมินภายนอก ระดับอุดมศึกษา หมายถึง การรู้เท่าทันบริบทหรือธรรมชาติของคณะ สถาบัน ที่ทำการประเมิน ความสามารถในการสื่อสารผลการประเมินอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ ภาษาเขียน รวมถึง ความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะที่มีความเป็นรูปธรรม สามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขการ ดำเนินงานของ คณะ สถาบัน รวมถึง นำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้ ข้อเสนอแนะต่อสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด ๑. จากผลการศึกษาที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นว่า อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรมีการนำ ผลการประเมินคุณภาพภายในไปใช้ ทุกลักษณะการนำไปใช้ (การใช้ในเชิงความคิด การใช้ในเชิงเครื่องมือ การ ใช้ในเชิงตรวจสอบยืนยัน และการใช้ในเชิงสัญลักษณ์) มีค่าเฉลี่ยในระดับมาก เมื่อพิจารณาลักษณะการนำผลการ ประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร) ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา จากทั้ง ๔ ลักษณะ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นการนำผลการประเมินคุณภาพภายใน (ระดับหลักสูตร) ไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ด้านการยกระดับคุณภาพหลักสูตร นอกจากนี้ข้อค้นพบจากการศึกษา และเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นการศึกษาแนวทางการพัฒนาการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา พบว่า มีแนวทางฯ ที่ สำคัญ ด้านกระบวนการ จำนวน ๔ แนวทาง คือ (๑) การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ (๒) การสร้างความรู้ ความ เข้าใจในระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงาน (๓) การเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงาน และ (๔) การสื่อสารผลการประเมินคุณภาพ ไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด ควรมี กระบวนการ ดังนี้ ๑.๑ สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด ควรมีบทบาทในการสร้างความรู้ ความเข้าใจในระบบการ ประกันคุณภาพการศึกษา ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของส่วนงาน โดยการจัดอบรมให้ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับ ระบบประกันคุณภาพภายใน ระบบการประกันคุณภาพภายนอก และเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาใน ระบบที่สถาบันอุดมศึกษาได้เลือกใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา


จ ๑.๒ สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด ควรสื่อสารผลการประเมินคุณภาพ (ภายในและภายนอก) ไปยัง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในระดับคณะ/สถาบัน และระดับหลักสูตร เพื่อให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างทันท่วงที (constant feedback) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ที่ทันเวลาตามความต้องการ และทันต่อสถานการณ์ ๒. จากผลการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า ปัจจัยเงื่อนไขของการนำผลการ ประเมิน การรับรอง และการประกันคุณภาพการศึกษา ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา คือ สมรรถนะของผู้ประเมิน ระดับอุดมศึกษา โดยผู้ประเมินภายใน ระดับอุดมศึกษา ควรจะเป็นผู้ประเมินที่ ความรู้ด้านการประเมิน สามารถตัดสินคุณค่าของการดำเนินงานของหลักสูตร คณะ ที่ทำการประเมิน มีความสามารถในการสื่อสารผลการประเมินอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะภาษาเขียน รวมถึง มีความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะที่มีความเป็นรูปธรรม ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด ควรมีบทบาท ในการสนับสนุนการเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ให้แก่ บุคลากรของส่วนงาน เป็นระยะๆ ซึ่งสามารถดำเนินการในรูปแบบต่างๆ เช่น การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) เป็นต้น หากสถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัด สามารถพัฒนาศักยภาพผู้ประเมินภายใน (ระดับ หลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ได้ข้อเสนอแนะจากผลการประเมิน คุณภาพภายใน ที่มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมมาก รวมถึงเป็นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ/กิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่อไป ข้อเสนอแนะต่อ สมศ. จากผลการวิจัยที่พบว่า ปัจจัยเงื่อนไขของการนำผลการประเมิน การรับรอง และการประกัน คุณภาพการศึกษา ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา คือ สมรรถนะของผู้ประเมิน ระดับอุดมศึกษา ซึ่งผู้ประเมินภายนอก ระดับอุดมศึกษา ควรจะเป็นผู้ประเมินที่มีการรู้เท่าทันบริบทหรือ ธรรมชาติของคณะ สถาบัน ที่ทำการประเมิน มีความสามารถในการสื่อสารผลการประเมินอย่างชัดเจนเป็น รูปธรรม โดยเฉพาะภาษาเขียน รวมถึง มีความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะที่มีความเป็นรูปธรรม สามารถ นำไปปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานของ คณะ สถาบัน รวมถึง นำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ควรมีบทบาทในการ พัฒนาศักยภาพผู้ประเมินภายนอก ระดับอุดมศึกษา และเพิ่มขีดความสามารถในการประเมินคุณภาพ การศึกษา ระดับอุดมศึกษา ตัวอย่างเช่น สมรรถนะของผู้ประเมินภายนอก ด้านการรู้เท่าทันบริบทหรือ ธรรมชาติของหลักสูตร คณะ สถาบัน และการสื่อสารการประเมินที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด เป็นต้น ดังนั้น หากผู้ประเมิน ระดับอุดมศึกษา ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการประเมินคุณภาพการศึกษา ระดับอุดมศึกษา จะทำให้ได้ข้อเสนอแนะจากผลการประเมินคุณภาพภายนอก (ระดับสถาบัน ระดับคณะ) ที่มี ความชัดเจน เป็นรูปธรรมมาก และมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง


Click to View FlipBook Version