เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ เรื่อง การคิดเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอพยัคฆภูมิพิสัย ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดมหาสารคาม นางสาวสินีนาฎ ไวงาน ต าแหน่ง ครู ศรช.ต าบลราษฎร์เจริญ
ค าน า เอกสารประกอบการเรียนรู้ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ เรื่อง การคิดเป็น นักศึกษาระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้จัดท าได้จัดท าขึ้นตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งสอดคล้องกับผู้จัดท าได้จัดท าชุดกิจกรรมการเรียนรู้นี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิด กระบวนการคิดวิเคราะห์ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยมีเนื้อหา เรียงล าดับความ ยากง่าย สามารถศึกษาไต้ด้วยตนเอง เป็นความรู้พื้นฐานที่จ าเป็นต่อการน าไปใช้ในชีวิด ประจ าวัน และศึกษาต่อในระดับสูง เมื่อผู้เรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเองนี้แล้ว ผู้เรียนจะมีความรู้ที่ได้ปฏิบัติตาม ขั้นตอนอย่างเป็นระบบท าให้พัฒนาความรู้ของตนเองให้สูงขึ้นและเต็มตามศักยภาพของตน เนื้อหาส่วนใหญ่ นั้นได้มาจากประสบการณ์การสอนในรายวิชาช่องทางการพัฒนาอาชีพและอีกส่วนหนึ่งได้จากการศึกษา ค้นคว้า ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเองเล่มนี้คงเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียน ครู และผู้สนใจ สินีนาฎ ไวงาน
สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ค าแนะน าในการใช้เอกสารชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ค แผนผังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ง มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด จ แบบทดสอบก่อนเรียน 1 ใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง ประวัติของโกวิท วรพิพัฒน์ ๓ ใบงานที่ ๑ ๕ ใบความรู้ที่ ๒ เรื่อง ความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ ปฐมบทของปรัชญา คิดเป็น ๖ ใบงานที่ ๒ 7 ใบความรู้ที่ ๓ เรื่อง แนวคิดและทิศทางของการคิดเป็น ๘ ใบงานที่ ๓ ๙ ใบความรู้ที่ ๔ เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม ๑๐ ใบงานที่ ๔ ๑๑ แบบทดสอบหลังเรียน ๑๒ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน ๑๔ ตารางการบันทึกคะแนน 1๕ บรรณานุกรม 1๖
ค าแนะน าในการใช้เอกสารชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เอกสารประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง เล่มนี้สร้างขึ้นเพื่อให้นักศึกษาใช้ศึกษาด้วยตนเองโดยนักศึกษา จะได้ความรู้ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ด้วยการปฏิบัติตามค าแนะน าดังต่อไปนี้ 1 นักศึกษาอ่านสาระส าคัญผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและจุดประสงค์การเรียนรู้ให้เข้าใจก่อนศึกษา เอกสารประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง 2 นักศึกษาอ่านค าสั่งให้เข้าใจแล้วท ากิจกรรมตามที่ก าหนดไว้ในค าสั่ง 3. ศึกษาบทเรียนตามล าดับโดยไม่ต้องรีบร้อนเมื่อเข้าใจแล้วให้ท าแบบฝึกกิจกรรม หรือตอบค าถามทุกข้อ 4 นักศึกษาต้องศึกษาบทเรียนนี้ด้วยตนเองถ้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยให้ปรึกษาผู้สอนทันที 5 ให้นักศึกษาเขียนค าตอบลงกระดาษค าตอบและห้ามขีดเขียนข้อความใดๆ ลงในบทความนี้ 6 เมื่อศึกษาจบแล้วให้นักศึกษาท าแบบทดสอบหลังเรียนและตรวจค าตอบจากเฉลย 7. ส่งคืนเอกสารประกอบการเรียนตามก าหนดเวลาและต้องรักษาให้อยู่ในสภาพที่ไม่สูญหาย
แผนผังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การคิดเป็น อ่านค าแนะน าการใช้ชุด กิจกรรม ท าแบบทดก่อนเรียนจ านวน 10 ข้อ กิจกรรมการเรียนรู้ ท าแบบทดก่อนเรียนจ านวน 10 ข้อ ท าใบงาน ท าแบบทดสอบหลังเรียนจ านวน 10 ข้อ
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ความเข้าใจกับความเชื่อพื้นฐานของคนคิดเป็นทางการศึกษาผู้ใหญ่และการเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้ เรื่องของการคิดเป็น ปรัชญาคิดเป็น การคิดแก้ปัญหาแบบคนคิดเป็น ศึกษาวิเคราะห์ถึงลักษณะของข้อมูล การคิดเป็นและกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลการคิดเป็น ทั้ง 3 ประการ คือ ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และข้อมูลทางสภาวะแวดล้อมทางสังคม โดยเน้นที่ข้อมูลด้านคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเป็น จุดเน้นส าคัญของการคิด การตัดสินใจ แก้ปัญหาของคนคิดเป็น ตัวชี้วัด 1.อธิบายความหมาย ความส าคัญ ของการคิดเป็น 2.รวบรวมและวิเคราะห์สภาพปัญหาของตนเองครอบครัว ชุมชน และคิดวิเคราะห์ โดยใช้ข้อมูลด้าน ตนเอง ด้านวิชาการและด้านสังคม สิ่งแวดล้อม 3.ก าหนดแนวทางทางเลือกที่หลากหลายในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีคุณธรรมจริยธรรม และมี ความสุขการประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผลเหมาะสมกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน/สังคม
สาระส าคัญ / จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระส าคัญ การเรียนรู้ การคิดเป็น เป็นขนวนการแก้ปัญหาศึกษาวิเคราะห์ลักษณะของข้อมูล กระบวนการ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูล การแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความสุขอย่างยั่งยืน การประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผลเหมาะสมกับตนเองครอบครัว และชุมชน/สังคม จุดประสงค์การเรียนรู้ (KPA) ด้านความรู้ (K) อธิบายความหมาย ความส าคัญ ของการคิดเป็นได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) มีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง คุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ไผ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท างาน
๑ แบบทดสอบก่อนเรียน ค าชี้แจง จงกากบาท X เลือกข้อที่ท่านคิดว่าถูกต้องที่สุด 1. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ เกี่ยวข้องอะไรกับทฤษฏีการคิดเป็น ก. ผู้ก่อตั้งทฤษฎีคิดเป็น ข. เป็นผู้ให้ความรู้ทฤษฏี ค. เป็นผู้พ้นทุกข์จากทฤษฎีคิดเป็น ง. เป็นผู้มีความสามารถในการคิดเป็น 2. ความหมายของ “คิดเป็น” คือข้อใด ก. การคิดอย่างมีสติและใช้เหตุผลเพื่อการปรับตนเอง และการตัดสินใจ ข. การคิดอย่างรอบคอบเพื่อการแก้ปัญหา โดยอาศัยข้อมูลตนเอง ข้อมูลสังคม สิ่งแวดล้อมและข้อมูล วิชาการ ค. การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ง. การคิดอย่างใคร่ครวญ ไตร่ตรอง เพื่อเลือกปฏิบัติตนตามอริยะสัจ 4 3. ปรัชญาพื้นฐาน ของการศึกษานอกโรงเรียน คือข้อใด ก. ท าเป็น ข. ท าได้ ค. คิดได้ ง. คิดเป็น 4. หลักการคิดเป็น น ามาใช้ในวงการศึกษานอกโรงเรียนเมื่อราวปี พ.ศ. ใด ก. พ.ศ. 2513 ข. พ.ศ. 2514 ค. พ.ศ. 2515 ง. พ.ศ. 2516 5. ข้อใดคือ ข้อมูลขั้นพื้นฐานของปรัชญา “คิดเป็น” ก. ข้อมูลด้านตนเอง ชุมชน สังคม ข. ข้อมูลด้านชุมชน สังคม วิชาการ ค. ข้อมูลด้านสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ง. ข้อมูลด้านตนเอง ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและข้อมูลด้านวิชาการ 6. ลักษณะของการคิดเป็นมีกี่ประการ ก. 4 ประการ ข. 6 ประการ ค. 8 ประการ ง. 10 ประการ
๒ 7. ข้อใดคือ การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญา “คิดเป็น” ก. ผู้เรียน คือ ผู้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ข. ผู้เรียน คือ ผู้ที่ส าคัญที่สุด ค. ผู้สอน คือ ผู้ที่ส าคัญที่สุด ง. ผู้เรียนและผู้สอน จัดกระบวนการร่วมกัน 8. ข้อใดไม่ใช่ องค์ประกอบของความคิด ก. เวทนา ข. สัญญา ค. สังขาร ง. เมตตา 9.ข้อใดคือปัจจัยพื้นฐานที่ก่อให้เกิดการคิด ก. การรับรู้ สัญญา สติ วิญญาณ ข. การรับรู้ สังขาร สติ วิญญาณ ค. การรับรู้ สัญญา สังขาร สติ ง. การรับรู้ สัญญา สังขาร วิญญาณ 10. แนวคิดเรื่อง คิดเป็น ตรงกับภาษาอังกฤษว่าอะไร ก. Kit Pen ข. Khit Pen ค. Khit Pens ง. Khit Pean
๓ ใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง ประวัติของโกวิท วรพิพัฒน์ " แก้วโกวิท " " นักคิดตลอดกาล " " ปราชญ์ของแผ่นดิน " " จอมยุทธ์ไร้กระบวนท่า " " วิทยายุทธ์สูงสุดสู่สามัญ " " ยอดคน ยอดผู้น า " " ต้นไทรที่ทอดเงา " ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ นักปราชญ์และนักวิชาการคนส าคัญในการศึกษาของประเทศไทย ท่านเคยด ารง ต าแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมสามัญ อธิบดีกรมวิชาการ อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียน วุฒิสมาชิก และยังเคยด ารงต าแหน่งอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนท ามหากินวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ และได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิธารน้ าใจ ให้เป็นคนไทยตัวอย่าง ท่านได้เสนอความคิดส าคัญๆ ต่างไว้มากมาย ในทางการบริหารและการศึกษา หนึ่งในนั้นคือ "คิดเป็น" แม้ท่านถึงอนิจกรรมไปแล้วในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2543 สิริรวมอายุได้ 68 ปี แต่ผลงานของท่านยังคงอยู่เป็นแสงสว่างทางปัญญาตลอดไป ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษานอกระบบไว้ว่า เป็น การศึกษาที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ประซาชนจ านวนมากได้ ท าให้ประชาชนสมหวัง มีความสุข และให้ โอกาสแก่ผู้ที่พลาดโอกาสทางการศึกษาในระบบโรงเรียนได้ โดยมีหลักการส าคัญ ดังนี้ 1. เชื่อว่าทุกคนต้องการความสุขโดยธรรมชาติของคน ทุกคนนั้นต้องการความสุข และความสุขก็มา จากความต้องการหรือปรารถนาซึ่งแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน บางคนก็ต้องการความสุขทางวัตถุ เช่น รถ บ้าน ฯลฯ บางคนก็ต้องการความสุขทางใจ เช่น หลบหนีความวุ่นวายไปอยู่อย่างสมถะ หรือบวชเป็นนักบวซ แสวงหาความสุข ฯลฯ ซึ่งไม่ว่าจะมีความต้องการด้านใด ความต้องการของมนุษย์ก็คือความสุขเหมือนไม่ใคร ต้องการความทุกข์ที่ทนทานได้ยากเลยสักคน 2. เชื่อว่าคนจะมีความสุขที่สุด เมื่อตนเองและสังคมสิ่งแวดล้อมประสมกลมกลืนกันอย่างราบรื่นแม้ ทุกคนจะต้องการความสุข แต่ก็ใช่ว่าการกระท าที่คิดว่าจะน าความสุขมาให้ จะน ามาซึ่งความสุขเสมอไป หาก ตนเองและสิ่งแวดล้อมไม่อาจประสมกลมกลืนกันได้อย่างราบรื่น เช่น แม้จะมีเงินทองมากมาย แต่ร่างกายมัก เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ ก็หามีความสุขได้ไม่เชื่อว่าในสังคมสิ่งแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ คนที่จะมีความสุขโดยทั่วไป มีลักษณะที่เรียกว่า "คิดเป็น" วิท วรพิพัฒน์ กล่าวว่า เพื่อให้มีความสุข เราจะต้อง หาทางให้ตนเองและสังคมสิ่งแวดประสมประสานกลมกลืนกัน โดยอาจ
๔ - ปรับปรุงตัวเราให้เข้ากับสังคมหรือสิ่งแวดล้อม - ปรับปรุงสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับตัวเรา หรือ - ปรับปรุงทั้งตัวเราและสังคมสิ่งแวดล้อมทั้งสองด้าน ให้ประสมกลมกลืนซึ่งกันและกัน 4. เชื่อว่าทุกคนมีอิสระที่จะคิดและตัดสินใจตามความเหมาะสมของตนอิสระในการคิดและตัดสินใจ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ ทุกคนต้องการอิสระ และความอิสระนี้เองส่งผลให้มนุษย์มีการตัดสินใจตาม ความเหมาะสมที่ตนเห็นชอบ เห็นว่าถูกต้อง หรือเห็นว่าควรกระท า หากปราศจากความอิสระในการคิดและ ตัดสินใจแล้ว มนุษย์ย่อมเกิดความทุกข์ เชื่อว่าเมื่อคิดแล้ว ลงมือปฏิบัติแล้ว เมื่อผู้คิดและลงมือท ามีความพอใจ ก็จะเกิดความสุขจากการ กระท านั้นแม้เวลาจะเปลี่ยนไป แต่เราก็สามารถคิด ตัดสินใจและลงมือท าใหม่ได้ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมา จากการเรียนรู้ แสวงหาข้อมูลใหม่เพิ่มเติม ผู้คิดเป็นจึงไม่หยุดนิ่ง เพราะต้องเรียนรู้เพื่อที่จะแก้ปัญหาเพื่อความ พอใจและความสุขตลอดเวลาซึ่งความความคิดดังกล่าวของ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ นั้น ได้สอดคล้องกับนโยบาย ของคณะกรรมการของสภาการศึกษาแห่งชาติ ที่ได้วางจุดมุ่งหมาย หรือความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษานอก ระบบไว้ดังนี้ 1. ให้ทุกคนได้รับการศึกษาตลอดชีวิต 2. ให้ทุกคนได้รับการศึกษาตามควรแก่อัตภาพและชีวิตความเป็นอยู่ และเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ 3. ให้ทุกคนได้รับการศึกษาวิชาชีพตามความต้องการของบุคคล สังคม ประเทศ และความเหมาะสม ของท้องถิ่น 4. ต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับพื้นฐานได้จากการศึกษาในโรงเรียนและสังคม 5. เพื่อให้รู้จักท างานโดยตนเองและร่วมกับผู้อื่น 6. ให้มีความเคารพในตัวเอง รู้จักคิดเป็น ภาคภูมิในความเป็นมนุษย์ของตนเอง รักษาอัจฉริยะและ วัฒนธรรมท้องถิ่น 7. เพิ่มเติมทักษะที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิตจะเห็นได้จากข้อ 6 ที่ผู้ได้รับการศึกษานอกระบบ จะมี ความเคารพในตัวเอง รู้จักคิดเป็น และมีความภาคภูมิในความเป็นมนุษย์ของตนเอง รักษาความเป็น อัจฉริยภาพ และรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ ด้วยดีส่วนทางด้านความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ การศึกษานอกระบบที่เชื่อมโยงกับปรัชญา คิดเป็นนั้น ในปี พ.ศ. 2513 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในการประชุมเรื่องการวางแผนครอบครัว โดย ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ เป็นหนึ่งในตัวแทนของประเทศไทย ได้กล่าวในที่ประชุมใช้ค าว่า "คิดเป็น" และได้ให้ ค าอธิบายเกี่ยวกับคนคิดเป็นว่า "บุคคลที่คิดเป็น จะสามารถเผชิญปัญหาในชีวิตประจ าวันได้อย่างมีระบบ บุคคลผู้นี้จะสามารถพินิจพิจารณาสาเหตุของปัญหาที่เขาก าลังเผชิญอยู่ และสามารถรวบรวมข้อมูลต่างๆได้ อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับทางเลือก เขาจะพิจารณาข้อดีข้อเสียของแต่ละเรื่อง โดยใช้ความสามารถเฉพาะตัว ค่านิยมของตนเองและสถานการณ์ที่ตนเองก าลังเผชิญอยู่ ประกอบการพิจารณา" นับตั้งแต่นั้นมา ประเทศไทย ยอมรับในปรัชญาการศึกษานอกระบบโรงเรียนว่า "คิดเป็น" จนกระทั่งปัจจุบันนี้
๕ ใบงานที่ 1 รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร31001 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง ประวัติของโกวิท วรพิพัฒน์ ค าชี้แจง ให้ผู้เรียนท าเครื่องหมาย √ หน้าข้อความที่ถูกต้อง และท าเครื่องหมาย × หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง ๑.............. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ เป็นนักปราชญ์และนักวิชาการคนส าคัญในการศึกษาของประเทศไทย ด ารงต าแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมสามัญ อธิบดีกรมวิชาการ อธิบดีกรมการศึกษา นอกโรงเรียน วุฒิสมาชิก และยังเคยด ารงต าแหน่งอื่นๆ ๒............. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ถึงอนิจกรรม สิริรวมอายุได้ 6๕ ปี ๓............. การศึกษานอกระบบที่เชื่อมโยงกับปรัชญาคิดเป็นนั้น ในปี พ.ศ. 2513 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ๔............. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษานอกระบบไว้ว่า เป็นการศึกษาที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ประซาชนจ านวนมากได้ ๕............. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ นั้น ได้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการของสภาการศึกษาแห่งชาติ ที่ได้วางจุดมุ่งหมาย หรือความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษานอกระบบไว้๙ ข้อ
๖ ใบความรู้ที่ ๒ เรื่อง ความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ ปฐมบทของปรัชญา คิดเป็น ครั้งหนึ่ง ดร.โกวิท วรพิพัฒน์อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเคยเป็นอธิบดีกรมการศึกษานอก โรงเรียนมาก่อนเคยเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนฝรั่งถามท่านว่า ท าไมคนไทยบางคนจนก็จน อยู่กระต๊อบเก่าๆ ท างานก็ หนัก หาเช้ากินค่ า แต่เมื่อกลับบ้านยังมีแก่ใจนั่งเป่าขลุ่ย ตั้งวงสนทนา สนุกสนาน เฮฮากับเพื่อนบ้านหรือโขก หมากรุกกับเพื่อน ได้อย่างเบิกบานใจ ตกเย็นก็นั่งกินข้าวคลุกน้ าพริก คลุกน้ าปลากับลูกเมียอย่างมีความสุขได้ ท่านอาจารย์ตอบไปว่า เพราะเขาคิดเป็น เขาจึงมีความสุข มีความพอเพียง ไม่ทุกข์ ไม่เดือดร้อนทุรนทุราย เหมือนคนอื่นๆ เท่านั้นแหละ ค าถามก็ตามมาเป็นหางว่าว เช่น ก็เจ้า “คิดเป็น” มันคืออะไร อยู่ที่ไหน หน้าตา เป็นอย่างไร หาได้อย่างไร หายากไหม ท าอย่างไรจึงจะคิดเป็น ต้องไปเรียนจากพระอาจารย์ทิศาปาโมกข์หรือ เปล่า ค่าเรียนแพงไหม มีค่ายกครูไหม ใครเป็นครูอาจารย์หรือศาสดา ฯลฯ ดูเหมือนว่า “คิดเป็น” ของท่าน อาจารย์จะเป็นค าไทยง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่ก็ออกจะลึกล้ า ชวนให้ใฝ่หาค าตอบยิ่งนัก “ คิดเป็น” คืออะไรใครรู้บ้าง มีทิศทางมาจากไหนใครเคยเห็น จะเรียนร่ าท าอย่างไรให้คิดเป็น ไม่ล้อเล่นใครตอบได้ขอบใจเอย ประมาณปี พ.ศ.2513 เป็นต้นมา ท่านอาจารย์ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และคณะได้น าแนวคิดเรื่อง “คิดเป็น” มาเป็นเป้าหมายส าคัญในการจัดการศึกษาผู้ใหญ่หลายโครงการ เช่น โครงการการศึกษาผู้ใหญ่แบบ เบ็ดเสร็จ โครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งชาติ โครงการการศึกษาประชาชนและการศึกษาผู้ใหญ่ขั้น ต่อเนื่องเป็นต้น*ต่อมาท่านย้ายไปเป็นอธิบดีกรมวิชาการ ท่านก็น าคิดเป็นไปเป็นแนวทางจัดการศึกษาส าหรับ เด็กในโรงเรียนจนเป็นที่ยอมรับมากขึ้น เพื่อให้การท าความเข้าใจกับการคิดเป็นง่ายขึ้นพอที่จะให้คนที่จะมามี ส่วนร่วมในกระบวนการเรียนการสอนตามโครงการดังกล่าวเข้าใจและสามารถด าเนินกิจกรรมการเรียนรู้ให้ สอดคล้องกับหลักการ “คิดเป็น” ได้ จึงมีการน าเสนอแนวคิดเรื่อง ความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ขึ้น เป็นครั้งแรก โดยใช้กระบวนการคิดเป็น ในการท าความเข้าใจกับความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ให้กับ ผู้ที่จะจัดกระบวนการเรียนการสอนตามโครงการดังกล่าวในรูปแบบของการฝึกอบรม** ด้วยการฝึกอบรมผู้ ร่วมโครงการการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ และโครงการการศึกษาผู้ใหญ่ขั้นต่อเนื่องระดับ 3-4-5 เป็นที่รู้จัก ฮือฮากันมากในสมัยนั้นผู้เข้ารับการอบรมยังคงร าลึกถึงและน ามาใช้ประโยชน์จนทุกวันนี้ การเรียนรู้เรื่องความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ให้เข้าใจได้ดีผู้เรียนต้องท าความเข้าใจด้วยการ ร่วมกิจกรรม การคิดวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ เป็นขั้นเป็นตอนตามล าดับ และสรุปความคิดเป็นขั้นเป็นตอนตาม ไปด้วย โดยไม่ต้องกังวลว่าค าตอบหรือความคิดที่ได้จะผิดหรือถูกเพียงใด เพราะจะไม่มีค าตอบใดถูกทั้งหมด และไม่มีค าตอบใดผิดทั้งหมด เมื่อได้ร่วมกิจกรรมครบตามก าหนดแล้ว ผู้เรียนจะร่วมกันสรุปแนวคิดเรื่อง ความ เชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ได้ด้วยตนเอง เราจะมาท าความรู้จักกับความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ที่เป็นปฐมบทของการคิดเป็นกันบ้างดีไหม
๗ ใบงานที่ ๒ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร 31001 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง ความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ ปฐมบทของปรัชญา คิดเป็น ค าชี้แจง ให้ผู้เรียนตอบค าถามต่อไปนี้ ๑. ประมาณปี พ.ศ.2513 เป็นต้นมา ท่านอาจารย์ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์และคณะได้น าแนวคิดเรื่อง “คิดเป็น” มาเป็นเป้าหมายส าคัญในการจัดการศึกษาผู้ใหญ่หลายโครงการมีโครงการอะไรบ้าง ? ตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเคยเป็นอธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียนมาก่อน เคยเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนฝรั่งถามท่านว่าอย่างไร ? ตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. ในการด าเนินกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักการ “คิดเป็น” มีการน าเสนอแนวคิดในเรื่องใด ? ตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. โครงการการศึกษาผู้ใหญ่ขั้นต่อเนื่องในระดับใด ที่รู้จักกันมากในสมัยนั้น ? ตอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๘ ใบความรู้ที่ ๓ เรื่อง แนวคิดและทิศทางของการคิดเป็น “คิดเป็น” เป็นค าไทยสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ใช้เพื่ออธิบายถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของคนในการด ารงชีวิตอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง และซับซ้อน ได้อย่างปกติสุข “คิด เป็น” มาจากความเชื่อพื้นฐานเบื้องต้นที่ว่าคนมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดา แต่ทุกคนมีความต้องการสูงสุด เหมือนกันคือความสุขในชีวิต คนจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับตัวเองและสังคม สิ่งแวดล้อมให้เข้าหากัน อย่างผสมกลมกลืนจนเกิดความพอดี น าไปสู่ความพอใจและมีความสุข ข้อมูลคืออะไร ข้อมูล คือ ข่าวสารรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรหรือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ก่อนที่จะมี การจัดระบบให้เป็นรูปแบบที่คนสามารถเข้าใจ และน าไปใช้ได้เป็นข้อเท็จจริงหรือตัวแทนของข้อเท็จจริงของ สิ่งที่เราสนใจที่มีอยู่ในชีวิตประจ าวัน ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
๙ ใบงานที่ ๓ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร31001 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง แนวคิดและทิศทางของการคิดเป็น ค าชี้แจง จากแผนผังกระบวนการ “คิดเป็น” ให้ผู้เรียนเติมค าในช่องว่างให้สมบูรณ์
๑๐ ใบความรู้ที่ ๔ เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม คุณธรรม จริยธรรม : องค์ประกอบที่ส าคัญของการคิดแก้ปัญหาแบบคนคิดเป็น 1. ความหมายของคุณธรรมและจริยธรรม คุณธรรม คือ ความดีงามในจิตใจที่ท าให้บุคคลประพฤติดี ผู้มีคุณธรรมเป็นผู้มีความเคยชินในการ ประพฤติดีด้วยความรู้สึกในทางดีงาม คุณธรรมเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับกิเลส ซึ่งเป็นความไม่ดีในจิตใจ ผู้มี คุณธรรมจึงเป็นผู้ไม่มักมากด้วยกิเลส ซึ่งจะได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีจริยธรรม (Ethics) คือ จริยธรรม ได้แก่ ความประพฤติ+ ธรรมะ ได้แก่ หลักปฏิบัติหมายถึง หลักแห่งความประพฤติหรือแนวทางของการประพฤติมี ผู้ให้ความหมายของคาว่า จริยธรรมไว้หลายทัศนะ เช่น ดวงเดือน พันธุมนาวิน (2543 : 113) กล่าวว่า จริยธรรม หมายถึง ระบบการทาความดีความชั่ว พระธรรมปิฎก (2546 : 7) กล่าวว่า จริยธรรมเป็นเรื่อง ของความสัมพันธ์ของชีวิตกับสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัตถุ เป็นเรื่องของจิตใจและเป็นเรื่องของปัญญา ความรู้ความคิด พนัส หันนคินทร์อ้างใน ธวัชชัย ชัยจิรฉายากุล และ วราพรรณ น้อยสุวรรณ (2546 : 69) อธิบายว่า จริยธรรม หมายถึง ความประพฤติที่ปฏิบัติตามหลักจริยธรรม จะต้องประกอบด้วยกันทั้งการปฏิบัติ ทางกายและความรู้สึกทางใจสอดคล้องกัน ดังนั้น ความหมายของจริยธรรมโดยรวมจะเห็นตรงกันว่า เป็นสิ่งที่เชื่อกันว่า เป็นความดีงามที่ควรยึด เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อสังคม ทั้งการกระท าด้วยกายและตระหนัก ด้วยใจ ความส าคัญของคุณธรรมและจริยธรรม สภาพสังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งความ เจริญทางด้านเทคโนโลยี การสื่อสารที่สามารถสื่อสารกันทั่วทั้งโลกภายในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลให้ประชาชน และเยาวชนเกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีรูปแบบ การด ารงชีวิตของ เพื่อนร่วมโลก แล้วถือเป็นตัวแบบในการด ารงชีวิตของตน โดยขาดการคิดวิเคราะห์ ถึงความเป็นมาและเหตุผล ที่แท้จริงอย่างถูกต้อง ซึ่งปรากฏอยู่ในสังคมปัจจุบัน และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการทุจริตคอรัปชั่นในวงการ ราชการ การทุจริตในการสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นเครื่องมือ รวมทั้งปัญหาการขายบริการทางเพศของนิสิตนักศึกษา เป็นต้น ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการ หย่อนยานทางด้านคุณธรรม จริยธรรมของประชาชนในชาติเป็นอย่างมาก และควรที่จะได้รับการแก้ไขอย่าง เร่งด่วน
๑๑ ใบงานที่ ๔ รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร 31001 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม ค าชี้แจง ให้ผู้เรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดต่อไปนี้ ก จริยธรรม ข หลักปฏิบัติ ค ความส าคัญของคุณธรรมและจริยธรรม ง คุณธรรม ............. ความดีงามในจิตใจที่ท าให้บุคคลประพฤติดีผู้มีคุณธรรมเป็นผู้มีความเคยชินในการประพฤติดีด้วย ความรู้สึกในทางดีงาม ……….. เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของชีวิตกับสิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัตถุ เป็นเรื่องของจิตใจและเป็นเรื่อง ของปัญญา ความรู้ความคิด ………... หลักแห่งความประพฤติหรือแนวทางของการประพฤติ มีผู้ให้ความหมายของคาว่า จริยธรรมไว้หลาย ทัศนะ ………... สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งความเจริญ ทางด้านเทคโนโลยี การสื่อสารที่สามารถสื่อสารกันทั่วทั้งโลกภายในระยะเวลาอันสั้น
๑๒ แบบทดสอบก่อนเรียน ค าชี้แจง จงกากบาท X เลือกข้อที่ท่านคิดว่าถูกต้องที่สุด 1. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์เกี่ยวข้องอะไรกับทฤษฏีการคิดเป็น ก. ผู้ก่อตั้งทฤษฎีคิดเป็น ข. เป็นผู้ให้ความรู้ทฤษฏี ค. เป็นผู้พ้นทุกข์จากทฤษฎีคิดเป็น ง. เป็นผู้มีความสามารถในการคิดเป็น 2. ความหมายของ “คิดเป็น” คือข้อใด ก. การคิดอย่างมีสติและใช้เหตุผลเพื่อการปรับตนเอง และการตัดสินใจ ข. การคิดอย่างรอบคอบเพื่อการแก้ปัญหา โดยอาศัยข้อมูลตนเอง ข้อมูลสังคม สิ่งแวดล้อมและข้อมูล วิชาการ ค. การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ง. การคิดอย่างใคร่ครวญ ไตร่ตรอง เพื่อเลือกปฏิบัติตนตามอริยะสัจ 4 3. ปรัชญาพื้นฐาน ของการศึกษานอกโรงเรียน คือข้อใด ก. ท าเป็น ข. ท าได้ ค. คิดได้ ง. คิดเป็น 4. หลักการคิดเป็น น ามาใช้ในวงการศึกษานอกโรงเรียนเมื่อราวปี พ.ศ. ใด ก. พ.ศ. 2513 ข. พ.ศ. 2514 ค. พ.ศ. 2515 ง. พ.ศ. 2516 5. ข้อใดคือ ข้อมูลขั้นพื้นฐานของปรัชญา “คิดเป็น” ก. ข้อมูลด้านตนเอง ชุมชน สังคม ข. ข้อมูลด้านชุมชน สังคม วิชาการ ค. ข้อมูลด้านสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ง. ข้อมูลด้านตนเอง ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและข้อมูลด้านวิชาการ 6. ลักษณะของการคิดเป็นมีกี่ประการ ก. 4 ประการ ข. 6 ประการ ค. 8 ประการ ง. 10 ประการ
๑๓ 7. ข้อใดคือ การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญา “คิดเป็น” ก. ผู้เรียน คือ ผู้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ข. ผู้เรียน คือ ผู้ที่ส าคัญที่สุด ค. ผู้สอน คือ ผู้ที่ส าคัญที่สุด ง. ผู้เรียนและผู้สอน จัดกระบวนการร่วมกัน 8. ข้อใดไม่ใช่ องค์ประกอบของความคิด ก. เวทนา ข. สัญญา ค. สังขาร ง. เมตตา 9.ข้อใดคือปัจจัยพื้นฐานที่ก่อให้เกิดการคิด ก. การรับรู้ สัญญา สติ วิญญาณ ข. การรับรู้ สังขาร สติ วิญญาณ ค. การรับรู้ สัญญา สังขาร สติ ง. การรับรู้ สัญญา สังขาร วิญญาณ 10. แนวคิดเรื่อง คิดเป็น ตรงกับภาษาอังกฤษว่าอะไร ก. Kit Pen ข. Khit Pen ค. Khit Pens ง. Khit Pean
๑๔ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน เรื่อง การคิดเป็น ข้อที่ เฉลย 1 ก 2 ข 3 ง 4 ก 5 ข 6 ค 7 ข 8 ค 9 ก 10 ข
๑๕ ตารางการบันทึกคะแนน เรื่อง การคิดเป็น ล าดับ ชื่อ – สกุล คะแนน การประเมิน หมายเหตุ ก่อนเรียน หลังเรียน ผ่าน ไม่ผ่าน
๑๖ บรรณานุกรม วิไล ตั้งจิตสมคิด. ปรัชญาและหลักการศึกษานอกระบบ. กรุงเทพฯ : ส านักพิมพ์ โอเดียนสโตร์, 2531 จรรยา จิรชีวะ. หนังสือเรียนทักษะการเรียนรู้วิชาทักษะการเรียนรู้ (ทร๓๑๐๐๑) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพฯ : บริษัท เจ.ดี.แอสโซซิเอท จ ากัด, ๒๕๕๕ ลิศชาย ปานมุข. รายวิชาทักษะการเรียนรู้. เข้าถึงได้จาก http://www.lertchaimaster.com › skill31001-2560 สืบค้นวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ สถาพร วิชัยรัมย์. คุณธรรมจริยธรรม. เข้าถึงได้จาก https://pa.bru.ac.th › ethics01 สืบค้นวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
๑๗