มาตรการปองกันและแกไ ขปญหามลพษิ ทางอากาศ
สําหรบั ประชาชน
ดวยความหวงใยจาก : ศูนยอ าํ นวยการปองกันแกไ ขปญ หาไฟปาหมอกควนั และฝุนละอองขนาดเลก็ (PM 2.5)
อาํ เภอสันทราย จงั หวดั เชียงใหม
…………………………..
1.มลพษิ ทางอากาศ
มลพิษทางอากาศหมายถึง ภาวะอากาศท่ีมีสารเจือปนอยูในปริมาณท่ีสูงกวาระดับปกติเปนเวลานานพอ
ท่ีจะทําใหเกิดอันตรายแกมนุษย สัตว พืช หรือทรัพยสินตางๆ อาจเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ เชน ฝุนละอองจาก
ลมพายุ ภเู ขาไฟระเบดิ แผน ดินไหว ไฟไหมป า กาซธรรมชาติอากาศเสียท่ีเกิดขึ้น โดยธรรมชาติเปนอันตรายตอมนุษย
นอยมาก เพราะแหลงกําเนิดอยูไกลและปริมาณท่ีเขาสูสภาพ แวดลอมของมนุษยและสัตวมีนอย กรณีที่เกิดจาก
การกระทําของมนุษย ไดแก มลพษิ จากทอไอเสียของรถยนตจากโรงงานอุตสาหกรรมจากขบวนการผลิตจากกิจกรรม
ดา นการเกษตรจากการระเหย ของกาซบางชนดิ ซึ่งเกดิ จากขยะมลู ฝอยและของเสีย ฯลฯ
มลพษิ ทางอากาศสง ผลกระทบตอประชาชนหลายประการ เชน เกิดการระคายเคอื งตามอวัยวะตางๆ เชน ตา
คอ และปอด โดยหากอยูในพ้ืนท่ีท่ีมีมลพิษทางอากาศสูงอาจมีอาการแสบตา ไอ และแนนหนาอกได อยางไรก็ตาม
อาการท่ีเกิดข้ึนจากมลพิษทางอากาศของแตละคนอาจจะแสดงออกแตกตางกัน แตจะมีอาการท่ีรุนแรงมากกวา เชน
หลอดลมอักเสบ และอาการปวดหู ผูใหญบางรายอาจมีอาการที่รุนแรงหรือไมมีอาการใดๆแสดงใหเห็น สวนผูปวย
โรคหวั ใจ โรคปอด โรคหอบหดื หรอื โรคถงุ ลมโปง พอง อาจไวตอการสัมผัสกับมลพษิ ทางอากาศ รวมทั้งมีอาการไดงาย
และรุนแรงกวาคนทัว่ ไป
-2-
2. แหลง กําเนิดมลพษิ ทางอากาศ
แหลง กําเนดิ มลพิษทางอากาศทส่ี าํ คญั ของประเทศไทย แบง เปน 3 กลุมใหญๆ ดงั น้ี
2.1 แหลง กาํ เนิดจากยานพาหนะ
ในบริเวณที่ใกลถนนท่ีมีการจราจรติดขัด จะมีปญหาทางมลพิษทางอากาศท่ีรุนแรงกวาในบริเวณ
ที่มีการจราจรที่คลองตัว สารมลพิษท่ีระบายเขาสูบรรยากาศท่ีเกิดขึ้นจากการคมานาคมขนสง ไดแก
กาซคารบอนมอนอกไซด กาซอกไซดของไนโตรเจน สารประกอบไฮโดรคารบอน ฝุนละอองขนาดเล็กกวา 10
ไมครอน สารตะกั่วและกาซชลั เฟอรไ ดออกไซด
การคมนาคมและขนสง จากสถิติกรมการขนสงทางบก พบวาจํานวนรถที่จดทะเบียนสะสมท่ัวประเทศ
ณ กมุ ภาพันธ 2562 มจี าํ นวน 39.72 ลา นคน เปน รถยนตดเี ซล 10.93 ลานคนั
2.2 แหลง กาํ เนดิ จากโรงงานอุตสาหกรรม
มลพิษทางอากาศจากแหลงกําเนิดอุตสาหกรรม เกิดจากการเผาไหมเชื้อเพลิงและกระบวนการผลิต
ซึ่งเปนตัวการสําคัญที่กอใหเกิดผลกระทบตอคุณภาพอากาศในบรรยากาศและอาจสงผลกระทบตอสุขภาพอนามัย
ของประชาชนในชุมชนโดยท่ัวไปหรอื กอ ใหเ กิดความเดอื ดรอนรําคาญ
2.3 แหลง กําเนิดจากหมอกควนั ไฟปา
ปญหาหมอกควนั เปน ปญ หาสําคญั เนื่องจากสงผลกระทบตอ ความเปน อยูข องประชาชน ไดแก ผลกระทบ
ตอสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะผูท่ีมีภูมิตานทานตํ่า เชน ผูสูงอายุเด็กเล็กและผูปวยโรคระบบทางเดินหายใจ
รวมทั้งทําใหเกิดความเสียหายตออาคารบานเรือนเกิดความเดือดรอนรําคาญแกประชาชนบดบังทัศนวิสัย
และเปนอุปสรรคในการคมนาคมและขนสงการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศปาไมรวมท้ังผลกระทบ
ตอการทองเท่ียวที่เปนระบบเศรษฐกจิ ทีส่ ําคญั ของพ้ืนท่ี
3. มลพิษทางอากาศชนิดฝุนละอองขนาดเล็ก
ฝุนละออง หมายถึง อนุภาคของแข็งหรือของเหลวท่ีมีอยูในอากาศฝุนละอองเกิดจากกิจกรรมตางๆ ท้ังโดย
ธรรมชาตแิ ละจากกจิ กรรมของมนุษยสําหรบั ปญหามลพษิ ดา นฝุนละอองมากเกิดจากฝุนละอองขนาดเล็ก ซึ่งสวนใหญ
เกิดจากการเผาไหมตางๆ เชน การเผาไหมของน้ํามันดีเซลการเผาเศษวัชพืชขยะและปฏิกิริยาเคมีในอากาศ
ประเภทฝุนละอองขนาดเล็ก: ฝุนละอองขนาดเล็กที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมมีการ
ตดิ ตามตรวจสอบและเฝา ระวังสถานการณตอ เนอื่ งมี 2 ประเภทที่สําคญั ดงั นี้
1) ฝุน ละอองขนาดไมเกิน 10 ไมครอน (PM10) เปนฝุนละอองท่ีมีผลกระทบตอสุขภาพเน่ืองจากเม่ือหายใจ
เขา ปลายสามารถเขาไปสะสมในระบบทางเดนิ หายใจ
2) ฝุนละอองขนาดไมเกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) เปนฝุนละอองที่มีผลกระทบตอสุขภาพมากกวา
เนอื่ งจากสามารถเขา ไปถงึ ถุงลมในปอดได
4. มาตรการดําเนินการ
4.1 การปองกันและลดการเกดิ มลพษิ ที่ตน ทาง
1) สรางการรบั รูและประชาสมั พนั ธใหประชาชนทราบถึงขอ มลู เกยี่ วกับสถานการณและอันตรายจากมลพิษ
ทางอากาศผานกลไกและชองทางการสื่อสารตา งๆ เชน หอกระจายขา วประจําหมบู าน
2) สรางความตระหนักและความรว มมอื การลดมลพษิ ทางอากาศต้ังแตระดบั ครัวเรอื นหมูบาน เชน ลดการ
เผาในทโี่ ลงแจง บํารงุ รกั ษาเครื่องยนตอ ยา งสม่ําเสมอโดยใชรถสาธารณะเฝา ระวงั ปองกันไมใหเ กิดไฟปา
-3-
3) สรางความรวมมอื ความเขา ใจกับเจา ของกิจการผูประกอบการลดหรือใชกระบวนการผลิตที่ถูกตองตาม
หลกั วชิ าการ
4) สรางความรว มมอื ทุกภาคสวนจัดพ้ืนที่สีเขียวต้ังแตระดับครัวเรือน และหมูบาน/ชุมชน เชน ปลูกตนไม
ในทสี่ าธารณะ
4.2 การบังคบั ใชก ฎหมายอยางเครง คัด
1) ควบคุมไมใหมีการเผาในทโ่ี ลง แจง ทุกประเภท
2) ตรวจสอบตรวจจับรถควนั ดําทกุ ประเภทอยา งเขมงวด
3) เขม งวดโรงงานอุตสาหกรรมปอ งกันและควบคุมการระบายอากาศเกนิ มาตรฐาน
4.3 การบรรเทาแกไ ขปญ หา
1) สรางเครือขายเฝาระวังติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศการแจงเตือนสรางการรับรูถึงขอมูลและ
สถานการณที่ถูกตอ งแกป ระชาชน
2) ประชาสัมพันธแจงเตือนแนะนําขอปฏิบัติตนแกประชาชนโดยเฉพาะกลุมเสี่ยงหลีกเลี่ยงกิจกรรม
กลางแจงและสวมหนากากอนามัย
3) ดําเนินการตามแผนเผชิญเหตุใหครอบคลุมชวงเกิดเหตุระหวางเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุโดยกําหนด
พน้ื ท่ีรับผิดชอบใหช ดั เจน
4) กําหนดท่ีพักชั่วคราว เขตพื้นที่ปลอดภัยจากฝุนละออง (Safety Zone) ตลอดจนการใหบริการตางๆ
เพ่อื รองรับประชาชนทเี่ ดอื ดรอ น
5. กฎหมายทเ่ี กี่ยวของ : การปอ งกนั และแกไขปญหามลพษิ ทางอากาศมีกฎหมายทส่ี าํ คัญ ดงั น้ี
1) ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 217 ผูใดวางเพลิงเผาทรัพยของผูอ่ืน ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหกเดือนถึงเจ็ดป และปรับต้ังแต
หนงึ่ หมนื่ บาท ถึงหนง่ึ แสนสี่หม่นื บาท
มาตรา 218 ผูใดวางเพลิงเผาทรัพยด งั ตอ ไปนี้
(1) โรงเรอื น เรือ หรือแพทคี่ นอยอู าศยั
(2) โรงเรือน เรือ หรอื แพอนั เปนทเ่ี ก็บหรอื ท่ที าํ สินคา
(3) โรงมหรสพหรือสถานทปี่ ระชุม
(4) โรงเรือนอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน เปนสาธารณสถาน หรือเปนที่สําหรับประกอบ
พิธีกรรมตามศาสนา
(5) สถานีรถไฟ ทา อากาศยาน หรือท่จี อดรถหรือเรอื สาธารณะ
(6) เรือกลไฟ หรือเรือยนต อันมีระวางต้ังแตหาตันข้ึนไป อากาศยาน หรือรถไฟท่ีใชในการขนสง
สาธารณะ
ตอ งระวางโทษประหารชีวิต จาํ คุกตลอดชีวติ หรือจาํ คุกต้งั แตห า ปถ งึ ยส่ี บิ ป
มาตรา 220 ผูใดกระทําใหเกิดเพลิงไหมแกวัตถุใด ๆ แมเปนของตนเอง จนนาจะเปนอันตรายแกบุคคลอื่น
หรือทรัพยของผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกไมเกินเจ็ดป และปรับไมเกินหน่ึงแสนสี่หม่ืนบาทถาการกระทําความผิด
ดังกลา วในวรรคแรก เปน เหตุใหเ กดิ เพลิงไหมแ กท รัพยตามท่รี ะบุไวใ นมาตรา 218ผกู ระทําตองระวางโทษดังท่ีบัญญัติ
ไวใ น มาตรา 218
-4-
2) ประมวลกฎหมายท่ีดนิ
มาตรา 9 ภายใตบังคับกฎหมายวาดวยการเมืองแรและการปาไม ที่ดินของรัฐนั้นถามิไดมีสิทธิครอบครอง
หรือมไิ ดร บั อนุญาตจาก พนกั งานเจาหนา ท่ีแลว หา มมิใหบคุ คลใด
(1) เขา ไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถงึ การกอสราง หรือ เผาปา
(2) ทําดวยประการใด ใหเปนการทําลาย หรือทําใหเสื่อมสภาพ ที่ดินท่ีหิน ท่ีกรวดหรือท่ีทราย ใน
บริเวณท่ีรัฐมนตรปี ระกาศหวงหาม ในราชกิจจานุเบกษา หรอื
(3) ทาํ ส่ิงหนงึ่ สงิ่ ใดอนั เปนอนั ตรายแกทรพั ยากรในท่ีดนิ
มาตรา 108 ทวิ นับต้ังแตวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับใชบังคับ ผูใดฝาฝน มาตรา 9 ตองระวางโทษ
จําคุกไมเ กนิ หนึ่งป หรือปรับไมเกิน หา พันบาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั
ถาความผิดตามวรรคหนึง่ ไดก ระทําแกท ่ดี นิ ซึ่งเปนสาธารณสมบัติ ของแผนดินท่ีประชาชนใชรวมกัน หรือ
ที่ใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท หรือทั้งจํา
ทง้ั ปรับ
ถาความผิดตามวรรคสองไดกระทําเปนเน้ือท่ีเกินกวาหาสิบไร ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับ
ไมเกนิ สองหมืน่ บาท หรือทงั้ จําทั้งปรบั
ในกรณีท่ีคําพิพากษาวาผูใดกระทําความผิดตามมาตราน้ี ศาลมีอํานาจส่ังในคําพิพากษาใหผูกระทํา
ความผิดคนงาน ผูร บั จาง ผูแ ทน และบริวารของผูก ระทําความผดิ ออกไปจากท่ีดนิ น้ันดว ย
บรรดาเคร่ืองมือ เครื่องใช สัตวพาหนะ ยานพาหนะ หรือเคร่ือง จักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลไดใชในการกระทํา
ความผดิ หรือไดใชเ ปน อุปกรณใ หไ ดรบั ผลในการกระทําความผิดดงั กลา วใหริบเสยี ท้ังสนิ้ ไมวา จะมีผูถูกลงโทษตามคํา
พพิ ากษาหรอื ไม
3) พระราชบญั ญัตปิ อ งกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
มาตรา ๑๙ ใหน ายอาํ เภอเปน ผอู าํ นวยการอําเภอ รับผิดชอบและปฏิบัติหนาที่ในการปองกันและบรรเทา
สาธารณภยั ในเขตอําเภอของตน และมีหนาที่ชว ยเหลือผูอํานวยการจังหวัดตามที่ไดรบั มอบหมาย
ในการปฏิบัติหนาท่ีของผูอํานวยการอําเภอตามวรรคหนึ่ง ใหผูอํานวยการอําเภอ มีอํานาจส่ังการ
หนวยงานของรัฐและองคกรปกครองสวนทองถ่ินที่เกี่ยวของซ่ึงอยูในเขตอําเภอใหดําเนินการในการปองกันและ
บรรเทาสาธารณภัยตามแผนการปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และมีอํานาจส่ังการ ควบคุม และกํากับดูแล
การปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเจาพนักงานและอาสาสมัครใหเปนไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
4) พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน พ.ศ.
2542
มาตรา 16 ใหเทศบาล เมืองพัทยา และองคการบริหารสวนตําบลมีอํานาจและหนาที่ในการจัดระบบการ
บรกิ ารสาธารณะเพ่อื ประโยชนข องประชาชนในทอ งถน่ิ ของตนเองดงั น้ี
- การจดั ใหมีและบํารุงรกั ษาทางบก ทางนํา้ และทางระบายนาํ้
- การรกั ษาความสะอาดและความเปนระเบียบเรียบรอยของบา นเมือง
- การสาธารณสขุ
- การควบคมุ อาคาร
- การปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
-5-
5) พระราชบญั ญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
มาตรา ๒๕ ในกรณีที่มีเหตุอันอาจกอใหเกิดความเดือดรอนแกผูอยูอาศัยในบริเวณใกลเคียงหรือผูที่ตอง
ประสบกบั เหตนุ ้นั ดังตอ ไปน้ีใหถ อื วา เปนเหตรุ าํ คาญ
(๔) การกระทําใดๆ อันเปนเหตุใหเกิดกลิ่น แสง รังสีเสียง ความรอน ส่ิงมีพิษ ความสั่นสะเทือนฝุน
ละออง เขมา เถา หรอื กรณีอ่ืนใดจนเปนเหตุใหเ สื่อมหรอื อาจเปน อันตรายตอสุขภาพ
มาตรา ๒๖ ใหเจาพนักงานทองถ่ินมีอํานาจหามผูหน่ึงผูใดมิใหกอเหตุรําคาญในท่ีหรือทางสาธารณะหรือ
สถานทเี่ อกชนรวมทง้ั การระงบั เหตรุ าํ คาญดวย ตลอดทง้ั การดแู ล ปรับปรงุ บํารุงรักษาบรรดาถนน ทางบกทางนํ้า ราง
ระบายนํ้า คูคลอง และสถานท่ีตาง ๆ ในเขตของตนใหปราศจากเหตุรําคาญ ในการนี้ใหเจาพนักงานทองถ่ินมีอํานาจ
ออกคาํ สั่งเปนหนงั สอื เพ่ือระงับ กาํ จดั และควบคุมเหตุรําคาญตางๆได
มาตรา ๒๗ ในกรณีที่มีเหตุรําคาญเกิดขึ้นหรืออาจเกิดข้ึนในท่ีหรือทางสาธารณะใหเจาพนักงานทองถิ่นมี
อํานาจออกคําส่ังเปนหนังสือใหบุคคลซึ่งเปนตนเหตุหรือเกี่ยวของกับการกอหรืออาจกอใหเกิดเหตุรําคาญนั้น ระงับ
หรือปองกันเหตุรําคาญภายในเวลาอันสมควรตามที่ระบุไวในคําสั่งและถาเห็นสมควรจะใหกระทําโดยวิธีใดเพื่อระงับ
หรือปองกันเหตุรําคาญนั้น หรือสมควรกําหนดวิธีการเพ่ือปองกันมิใหมีเหตุรําคาญเกิดข้ึนอีกในอนาคต ใหระบุไวใน
คําส่งั ได
ในกรณที ่ปี รากฎแกเจา พนักงานทองถ่ินวา ไมมกี ารปฏิบตั ิตามคาํ ส่ังของเจา พนักงานทองถ่ินตามวรรคหนึ่งและ
เหตุรําคาญท่ีเกิดข้ึนอาจเกิดอันตรายอยางรายแรงตอสุขภาพ ใหเจาพนักงานทองถ่ินระงับเหตุรําคาญน้ันและอาจ
จัดการตามความจาํ เปนเพ่ือปอ งกันมิใหเกิดเหตุรําคาญน้ันขึ้นอีกโดยบุคคล ซ่ึงเปนเหตุหรือเก่ียวของกับการกอหรืออา
จกอใหเกิดเหตุรําคาญตอ งเปน ผเู สยี คา ใชจายสาํ หรับการจัดการนั้น
มาตรา ๗๔ ผูใดไมปฏิบัติตามคําสั่งของเจาพนักงานทองถ่ินตามมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๗ วรรค
หน่งึ หรือมาตรา ๒๘ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม โดยไมมีเหตุหรือขอแกตัวอันสมควรหรือขัดขวางการปฏิบัติหนาที่ของ
เจา พนักงานทอ งถ่ินตามมาตรา ๒3 มาตรา ๒๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๒๘ วรรคสอง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึง
เดือนหรอื ปรบั ไมเ กินสองพนั บาท หรอื ท้ังจาํ ท้งั ปรับ
6) พระราชบญั ญตั ิโรงงาน พ.ศ. 2535
มาตรา 8 เพ่ือประโยชนในการควบคุมการประกอบกิจการโรงงานใหรัฐมนตรีมีอํานาจออกกฎกระทรวง
เพื่อใหโ รงงานจาํ พวกใดจําพวกหน่งึ หรือทุกจาํ พวกตามมาตรา 7 ตองปฏบิ ตั ิตามในเรอ่ื งดงั ตอไปน้ี
(5) กาํ หนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปลอยของเสีย มลพิษ หรือส่ิงใด ๆ ท่ีมีผลกระทบตอส่ิงแวดลอม
ซ่งึ เกิดขน้ึ จากการประกอบกิจการโรงงาน
มาตรา 12 ผูประกอบกิจการโรงงานจําพวกท่ี 3 ตองไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาต และตองปฏิบัติตาม
หลัก-เกณฑท่ีกําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ประกาศของรัฐมนตรีท่ีออกตามกฎกระทรวงดังกลาวและ
ประกาศของรัฐมนตรที ี่ออกตามมาตรา 32
หามมิใหผ ูใดตงั้ โรงงานกอ นไดร ับใบอนญุ าต
มาตรา 45 ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา 8 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (8)
หรือประกาศของรัฐมนตรที อ่ี อกตามกฎกระทรวงดงั กลาว ตองระวางโทษปรบั ไมเ กนิ สองแสนบาท
มาตรา 50 ผูใดประกอบกจิ การโรงงานจําพวกท่ี 3 โดยไมไดรับใบอนุญาตตามมาตรา 12 วรรคหน่ึง หรือต้ัง
โรงงานโดยไมไดรับใบอนุญาตตามมาตรา 12 วรรคสอง ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองป หรือปรับไมเกินสองแสน
บาท หรอื ท้ังจาํ ทัง้ ปรบั
-6-
ในกรณีที่โรงงานตามวรรคหน่ึง เปนโรงงานประเภทหรือชนิดท่ีกําหนดจํานวนหรือขนาดที่จะใหตั้งหรือ
ไมใหตั้งในทองท่ีใดตามประกาศท่ีออกตามมาตรา 32 (1) ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกไมเกินสี่ป หรือปรับไมเกินสี่
แสนบาท หรอื ท้งั จําท้ังปรบั
7) พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
มาตรา 21 ผูใดจะกอสราง ดัดแปลง หรือเคล่ือนยายอาคาร ตองไดรับใบอนุญาตจากเจาพนักงานทองถ่ิน
หรือแจงตอเจา พนักงานทอ งถนิ่ และดาํ เนนิ การตามมาตรา 39 ทวิ
มาตรา 65 ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา
34 มาตรา 52 วรรคหก มาตรา 57 หรือมาตรา 60 ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับไมเกินหกหมื่น
บาท หรอื ท้ังจําทง้ั ปรบั
นอกจากตองระวางโทษตามวรรคหนึ่งแลว ผูฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา 21 มาตรา 31 มาตรา 32
มาตรา 34 หรือมาตรา 57 ยงั ตองระวางโทษปรบั อกี วนั ละไมเ กนิ หน่งึ หม่นื บาทตลอดเวลาที่ยงั ฝาฝน หรือจนกวาจะได
ปฏิบตั ิใหถกู ตอ ง
8) พระราชบญั ญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ. 2522
มาตรา ๖ หามมิใหผูใดนํารถที่มีสภาพไมมั่นคงแข็งแรง หรืออาจเกิดอันตราย หรืออาจทําใหเส่ือมเสีย
สขุ ภาพอนามยั แกผูใช คนโดยสารหรอื ประชาชนมาใชใ นทางเดินรถ
รถที่ใชในทางเดินรถ ผูขับขี่ตองจัดใหมีเครื่องยนต เครื่องอุปกรณและหรือสวนควบที่ครบถวนตาม
กฎหมายวา ดวยรถยนต กฎหมายวาดวยการขนสง กฎหมายวาดวยลอเล่ือน กฎหมายวาดวยรถลาก หรือกฎหมายวา
ดว ยรถจาง และใชการไดด ี
สภาพของรถที่อาจทําใหเสื่อมเสียสุขภาพอนามัยตามวรรคหนึ่งและวิธีการทดสอบ ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑแ ละวธิ ีการทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 10 ทวิ หามมิใหผูใดนํารถท่ีเครื่องยนตกอใหเกิดกาซ ฝุน ควัน ละออง เคมี หรือเสียงเกินเกณฑที่
อธบิ ดีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา มาใชใ นทางเดนิ รถ
มาตรา 148 ผใู ดฝาฝนหรอื ไมปฏิบตั ิตามมาตรา 6 วรรคหนง่ึ หรือวรรคสองตองระวางโทษปรับไมเกิน หา
รอยบาท
มาตรา 130 หามมิใหผูใดเผา หรือกระทําดวยประการใด ๆ ภายในระยะหารอยเมตรจากทางเดินรถ เปน
เหตุใหเ กดิ ควันหรอื ส่งิ อ่นื ใดในลักษณะที่อาจทาํ ใหไมป ลอดภัยแก การจราจรในทางเดินรถน้นั
มาตรา 152 ผูใดฝาฝนหรอื ไมปฏบิ ัตติ ามมาตรา 7 มาตรา 10 ทวิ มาตรา 13 วรรคหนึ่ง มาตรา 15 วรรค
หน่ึง มาตรา 16 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง มาตรา 22 มาตรา 23 (1) มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 29
มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 56 มาตรา 64 มาตรา 67 วรรคหนึ่ง มาตรา 73 วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม มาตรา
77 วรรคหนึ่ง มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 89 วรรคหน่ึง มาตรา 90 มาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 93 มาตรา
94 วรรคหน่ึง มาตรา 95 มาตรา 99 มาตรา 127 มาตรา 128 หรือมาตรา 130 หรือไมปฏิบัติตาม ประกาศที่
อธิบดีกําหนดตามมาตรา 15 วรรคสอง หรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 77 วรรคสอง หรือมาตรา
96 วรรคสอง ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินหนึง่ พันบาท
-7-
9) พระราชบญั ญตั ปิ า สงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507
มาตรา ๑๔ ในเขตปาสงวนแหงชาติหามมิใหบุคคลใดยึดถือครอบครองทําประโยชนหรืออยูอาศัยในที่ดิน
กอสราง แผวถาง เผาปา ทําไม เก็บหาของปาหรือกระทําดวยประการใด ๆ อันเปนการเส่ือมเสียแกสภาพปาสงวน
แหงชาตเิ วนแต
(๑) ทําไมหรือเก็บหาของปา ตามมาตรา ๑๕ เขาทําประโยชนหรืออยูอาศัยตามมาตรา ๑๖ มาตรา
๑๖ ทวิ หรือมาตรา ๑๖ ตรี กระทําการตามมาตรา ๑๗ ใชประโยชนตามมาตรา ๑๘ หรือกระทําการตามมาตรา ๑๗
หรือมาตรา ๒๐
(๒) ทําไมห วงหามหรอื เกบ็ หาของปา หวงหา มตามกฎหมายวาดว ยปา ไม
มาตรา ๓๑ ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๔ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหกเดือนถึงหาป และปรับตั้งแตหาพันบาทถึง
หาหมืน่ บาท
ในกรณีความผดิ ตามมาตราน้ี ถา ไดกระทําเปน เนอ้ื ที่เกนิ ยีส่ ิบหา ไร หรือกอ ใหเ กิดความเสียหายแก
(๑) ไมส ัก ไมย าง ไมสนเขาหรือไมหวงหา มประเภท ข. ตามกฎหมายวา ดว ยปา ไม หรอื
(๒) ไมอ่นื ท่ีเปนตนหรือเปนทอ นอยา งใดอยา งหน่ึงหรือทงั้ สองอยางรวมกนั เกินยีส่ บิ ตนหรือทอน หรือ
รวมปริมาตรไมเกนิ สลี่ กู บาศกเ มตร หรอื
(๓) ตน นาํ้ ลาํ ธาร
ผูกระทําความผิดตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสองปถึงสิบหาป และปรับต้ังแตสองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนหา
หมืน่ บาท
ในกรณีท่ีมีคําพิพากษาชี้ขาดวา บุคคลใดกระทําความผิดตามมาตรานี้ถาปรากฏวาบุคคลน้ันยึดถือหรือ
ครอบครองท่ีดินในเขตปาสงวนแหงชาติ ศาลมีอํานาจส่ังใหผูกระทําผิด คนงาน ผูรับจาง ผูแทนและบริวารของ
ผูกระทําผิดออกจากเขตปาสงวนแหงชาติไดตลอดจนสั่งใหผูกระทําความผิดรื้อถอนส่ิงปลูกสรางภายในระยะเวลาท่ี
กําหนด
11) พระราชบัญญัตสิ งเสริมและรกั ษาคุณภาพส่งิ แวดลอมแหง ชาติ พ.ศ. 2535
มาตรา 9 เมอื่ มีเหตฉุ กุ เฉนิ หรอื เหตุภยันตรายตอสาธารณชน อันเน่ืองมาจากภัยธรรมชาติ หรือภาวะมลพิษ
ที่เกดิ จากการแพรกระจายของมลพิษ ซง่ึ หากปลอยไวเ ชนนั้นจะเปน อันตรายอยางรา ยแรงตอ ชีวิต รางกายหรือสุขภาพ
อนามัยของประชาชน หรือกอความเสียหายตอทรัพยสินของประชาชนหรือของรัฐเปนอันมาก ใหนายกรัฐมนตรีมี
อํานาจส่ังตามที่เห็นสมควรใหสวนราชการรัฐวิสาหกิจหรือบุคคลใดๆ รวมทั้งบุคคลซึ่งไดรับหรืออาจไดรับอันตราย
หรือความเสยี หายดังกลาว กระทําหรือรวมกันกระทําการใด อันจะมีผลเปนการควบคุม ระงับหรือบรรเทาผลรายจาก
อันตรายและความเสียหายท่ีเกิดข้ึนน้ันไดอยางทันทวงที ในกรณีที่ทราบวาบุคคลใดเปนผูกอใหเกิดภาวะมลพิษ
ดงั กลาว ใหนายกรัฐมนตรีมีอํานาจสั่งบุคคลนั้นไมใหกระทําการใดอันจะมีผลเปนการเพ่ิมความรุนแรงแกภาวะมลพิษ
ในระหวา งที่มเี หตุภยันตรายดังกลาวดวย
อํานาจในการส่งั ตามวรรคหน่ึง นายกรฐั มนตรีจะมอบอํานาจใหผูวาราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการภายใน
เขตจงั หวดั แทนนายกรัฐมนตรีได โดยใหท าํ เปนคําส่ังและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมอ่ื นายกรัฐมนตรไี ดสั่งตามวรรคหนึ่ง หรอื ผวู าราชการจังหวัดในการปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีได
สั่งตามวรรคสองแลว ใหประกาศคําส่งั ดังกลา วในราชกิจจานเุ บกษาโดยมชิ ักชา
มาตรา 98 ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งที่ออกตามมาตรา 9 หรือขัดขวางการกระทําใดๆ ตามคําสั่ง
ดังกลา ว ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเกินหนึง่ ปห รอื ปรบั ไมเ กินหน่ึงแสนบาทหรือท้งั จาํ ทงั้ ปรับ
-8-
ในกรณีทผี่ ฝู าฝน หรือไมปฏบิ ัตติ ามคาํ สง่ั ดังกลาวหรือขัดขวางการกระทําใด ๆ ตามคําส่ังดังกลาว เปนผูซ่ึง
กอใหเกิดอันตราย หรือความเสียหายจากภาวะมลพิษ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรับไมเกินหาแสนบาท
หรือท้ังจาํ ทง้ั ปรบั
12) ประกาศจังหวัดเชียงใหม เร่ือง หามการเผาทุกชนิด ยกเวนพื้นที่ตามแผนการบริหารจัดการ
เชือ้ เพลงิ ลงวนั ที่ 25 กุมภาพนั ธ 2564 ต้ังแตว ันที่ 1 มนี าคม – 30 เมษายน 2564
จงั หวดั เชียงใหมข อความรวมมือผูพบเห็นการเผาทุกชนิด แจง เบาะแสหนวยงานรับผิดชอบดงั น้ี
1) ในพื้นที่เขตอุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตปาสงวนแหงชาติ และเขตปาไม ใหแจงศูนย
บัญชาการปองกันแกไขปญหาไฟปาและฝุนละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม ประจําป 2564 หมายเลข
โทรศัพท 0-5311-2808
2) นอกพื้นที่อุทยานแหงชาติ เขตรักษาพันธุสัตวปา เขตปาสงวนแหงชาติ และเขตปาไม ตามขอ 1)
ขางตน ใหแจงกํานัน ผูใหญบาน เจาพนักงานทองถ่ิน หรือเจาหนาท่ีตํารวจในพ้ืนที่ หรือตํารวจภูธรจังหวัดเชียงใหม
สายดว น 191
3) ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม ใหแจงศูนยบัญชาการปองกันแกไขปญหาไฟปาและฝุนละอองขนาดเล็ก
PM2.5 จงั หวัดเชยี งใหม ประจาํ ป 2564 หมายเลขโทรศัพท 0-5311-2808
4) ในพื้นท่ีริมทางหลวง และริมทางหลวงทองถ่ิน ใหแจงหนวยงานรับผิดชอบเขตทางหลวงน้ัน หรือแจง
สายดว นทางหลวง 1568 และสายดว นทางหลวงชนบท 1146
-9-
-9-
13) ประกาศจังหวัดเชียงใหม เรื่อง หามมิใหบุคคลหน่ึงบุคคลใดเขาไปกระทําการใดๆ ในเขตปาสงวน
แหง ชาติ ลงวนั ท่ี 25 กุมภาพนั ธ 2564
จงั หวัดเชียงใหม มีประกาศแจง การหามหามมิใหบุคคลหนึ่งบุคคลใดเขาไปกระทําการใดๆ ในเขตปาสงวน
แหงชาติ หากราษฎรรายใดมีความประสงคจะเขาพื้นที่ปาสงวนแหงชาติเพื่อดําเนินกิจการใดๆ ท่ีไมขัดตอกฎหมาย
ความสงบเรียบรอยหรือไมกอใหเกิดมลภาวะไฟปาและหมอกควัน ตองแสดงตนลงทะเบียนไวเปนหลักฐานตอกํานัน
ผูใหญบาน หรือหนวยงานปาไมทองที่แลวแตกรณี และแจงเหตุผลความจําเปน เวลาเขา เวลาออก จะตองไดรับ
อนุญาตเปนลายลักษณอักษร ซึ่งหากพบวาเกิดไฟไหมปาในบริเวณดังกลาว ใหสันนิษฐานวาผูที่อยูบริเวณใกลท่ีเกิด
เหตุหรือทเี่ กดิ เหตุ เปน ผูกระทาํ ผิดตามกฎหมาย สวนกรณีตรวจพบผูเขาไปในปาโดยไมไดรับอนุญาต มีอุปกรณ และมี
พฤตกิ รรมพรอมที่จะทาํ ใหเกิดไฟปา หรือทําใหเสื่อมสภาพตอปาสงวนแหงชาติ ผูใดฝาฝนมีความผิดมีโทษจําคุกต้ังแต
1 ป ถึง 10 ป และปรับตั้งแต 20,000-200,000 บาท หรือท้ังจําท้ังปรับ และความผิดอ่ืนๆ ตามตัวบทกฎหมาย
ทเ่ี กยี่ วของอกี ดวย
- 10 -
7. การปฏบิ ตั ติ วั ของประชาชนท่อี ยูใ นพ้นื ทีฝ่ นุ ละออง PM 2.5 เกินคามาตรฐาน
PM2.5 คอื ฝนุ ละอองขนาดเล็กในอากาศที่มีขนาดไมเกิน 2.5 ไมครอน เทียบใหเห็นภาพก็คือขนาดประมาณ
1 ใน 25 ของเสนผานศูนยกลางของเสนผม ซ่ึงขนจมูกของมนุษยไมสามารถกรองได จึงแพรกระจายเขาสูทางเดิน
หายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมสูกระบวนการทํางานของอวัยวะตางๆ ในรางกาย เพิ่มอัตราเส่ียงตอการเปนโรค
เรื้อรังและมะเร็ง ตามคาํ เตือนขององคการอนามัยโลก
กรมควบคุมมลพิษ แนะนําการปฏิบัติตัวของประชาชนที่อยูในพ้ืนที่ฝุนละออง PM2.5 เกินคามาตรฐาน วา
ควรลดระยะเวลาในการทํากิจกรรมกลางแจง และสวมใสหนากากปองกันฝุนละอองขณะอยูกลางแจง หากมีอาการ
ผิดปกติควรรีบไปพบแพทย สําหรับผูปวยโรคภูมิแพทางเดินหายใจ ผูปวยโรคปอด โรคหัวใจ โรคเร้ือรังอื่นๆ จัดเปน
ผูปว ยกลุมเส่ียง ควรปฏบิ ัติตามคาํ แนะนาํ ดงั น้ี
1. ควรพกั อาศัยอยูภ ายในอาคารบา นเรือน เล่ียงการเปดประตูหรือหนาตาง ทําความสะอาดอาคารโดยใชผา
ชบุ นา้ํ เช็ด หลกี เล่ียงการใชไมกวาด เน่ืองจากทาํ ใหฝ ุนฟงุ กระจาย
2. การใชอุปกรณปองกันระบบทางเดินหายใจ หรือหนากากที่กรองฝุนละอองขนาดเล็กไดตามมาตรฐาน
N95 ซึ่งเปนหนากากท่ีสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กมาก หนากากควรมีสายรัดสองสาย มีสวนกดท่ีเปนโลหะเพ่ือ
กระชบั แนนกบั สนั จมูก ซ่งึ ผา เช็ดหนา ผา ปดปากและจมูกท่ใี ชทว่ั ไป ไมสามารถปองกันละอองฝุน ขนาดเลก็ ได
3. ลดกิจกรรมท่ีตองออกแรง เนื่องจากการออกกําลังกายอาจเพ่ิมอัตราการหายใจมากขึ้นกวาปกติ 10-20
เทา ซ่ึงจะนํามลพิษเขาสรู ะบบทางเดินหายใจไดมากข้ึน
4. ลดแหลงมลพิษอ่ืนภายในบาน เชน การสูบบุหรี่ การใชเตาถาน การใชสเปรยฉีดพนบาน การทําอาหาร
การจุดเทียน
5. การใชเ ครอ่ื งกรองอากาศและแผนกรองอากาศ ท่ีมปี ระสิทธภิ าพระดับปานกลางถึงสูง เพื่อชวยลดปริมาณ
อนุภาคจากภายนอกเขา สภู ายในอาคาร
6. หลกี เล่ียงการใชเ ครือ่ งผลิตโอโซน หรอื เครื่องเพิ่มปริมาณออกซเิ จนทมี่ ีขายตามทองตลาด ซึ่งมักจะโฆษณา
ชวนเช่ือวาสามารถกําจัดเชื้อราและแบคทีเรียในอากาศได แตความเปนจริงมีโทษมากกวาประโยชน เนื่องจากระดับ
โอโซนมักสงผลกระทบทางสขุ ภาพตอ มนุษย
7. ผูท่ีใชรถยนต ควรปดหนาตางและชองอากาศภายในรถยนต ปรับใหเปนระบบท่ีใชอากาศหมุนเวียน
ภายใน ทั้งนี้ สําหรับรถยนตบางรุนท่ีปรับเปนระบบท่ีใชอากาศหมุนเวียนภายใน อาจพบระดับคารบอนไดออกไซด
สะสมและมรี ะดบั สูงขึ้น (มากกวา 5,000 ppm) จึงแนะนําใหผูที่ใชรถยนตเดินทางไกลเปดหนาตางเปนระยะเพ่ือลด
ปริมาณคารบอนไดออกไซดท่ีสะสมอยภู ายในรถ
8. ประชาสมั พนั ธก ารใชบริการ Safety Zone สถานทพ่ี ักผอนปลอดมลพษิ
ขอเชิญชวนทุกทานใชบริการสถานท่ีพักผอนปลอดมลพิษ (Safety Zone) หองสะอาดปราศจากเช้ือโรค
(Clean Room) และหองปลอดฝุนละอองขนาดเล็ก (Smog Safety Zone) ภายใตมาตรการเฝาระวัง ปองกันและ
ควบคุมการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สําหรับใหประชาชนโดยเฉพาะผูปวยโรค
ทางเดนิ หายใจ เดก็ ผสู งู อายุ ผปู วย และหญงิ มคี รรภ ไดเ ขา ไปผอ นคลายเพอ่ื หลบเล่ยี งฝนุ ควนั โดยจัดเตรียมสิ่งอํานวย
ความสะดวกไวใหบริการ เชน โตะ เกาอ้ี นํ้าดื่มสะอาด หองนํ้า รองรับผูที่มาใชพ้ืนที่สําหรับพักผอนโดยใหบริการโดย
ไมค ดิ มลู คา และประชาสมั พันธประชาชนในพื้นท่ีไดรับทราบโดยทว่ั ถึง ประกอบดวย
- 11 -
8.1) Safety Zone หนว ยงานราชการ รองรบั ผใู ชบรกิ ารจํานวน 1,170 ราย
8.1.1) ตาํ บลสันทรายหลวง
1) หอประชุมอําเภอสันทราย รองรบั ผใู ชบริการ 30 คน
2) หอ งประชมุ อาคารผสู ูงอายุ ชน้ั 1 เทศบาลตําบลสันทรายหลวง รองรับผูใชบริการ 100
คน
3) หองประชุมอาคาร อสม. ช้ัน 2 เทศบาลตําบลสันทรายหลวง รองรับผูใชบริการ 100
คน
4) โรงพยาบาลสง เสริมสขุ ภาพตาํ บลบานทอ รองรับผูใชบ ริการ 75 คน
8.1.2) ตําบลสันทรายนอ ย
1) โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตาํ บลบา นสนั คะยอม รองรบั ผใู ชบริการ 60 คน
8.1.3) ตาํ บลสนั พระเนตร
1) โรงพยาบาลสง เสรมิ สุขภาพตาํ บลบา นสันพระเนตร รองรับผใู ชบ ริการ 50 คน
8.1.4) ตําบลสันนาเมง็
1) ศูนยส าธารณสขุ ชุมชนบานสนั นาเม็ง รองรบั ผูใชบรกิ าร 80 คน
8.1.5) ตาํ บลสนั ปา เปา
1) หอ งประชมุ เทศบาลตาํ บลสันปาเปา รองรับผูใชบ ริการ 30 คน
2) โรงพยาบาลสงเสริมสขุ ภาพตาํ บลบา นปากาง รองรบั ผูใชบ รกิ าร 10 คน
8.1.6) ตาํ บลหนองจอ ม
1) หองประชุมเทศบาลตําบลหนองจอม รองรบั ผใู ชบรกิ าร 150 คน
2) โรงพยาบาลสง เสริมสุขภาพตาํ บลบานหนองไคร รองรบั ผใู ชบริการ 60 คน
8.1.7) ตาํ บลหนองหาร
1) โรงพยาบาลสันทราย รองรบั ผูใชบ รกิ าร 200 คน
2) หองประชุมเทศบาลตําบลหนองหาร รองรับผใู ชบ รกิ าร 30 คน
8.1.8) ตาํ บลหนองแหยง
1) โรงพยาบาลสง เสรมิ สุขภาพตาํ บลบานรองเม็ง รองรบั ผูใชบรกิ าร 100 คน
2) โรงพยาบาลสงเสรมิ สุขภาพตาํ บลบานแมฮกั พฒั นา รองรับผใู ชบรกิ าร 40 คน
3) หอ งประชมุ เทศบาลตาํ บลหนองแหยง รองรับผใู ชบริการ 50 คน
8.1.9) ตําบลแมแฝก
1) หองประชุมเทศบาลตําบลแมแ ฝก รองรับผใู ชบริการ 15 คน
2) โรงพยาบาลสง เสริมสุขภาพตาํ บลบานหนองมะจบั รองรบั ผใู ชบ รกิ าร 40 คน
3) โรงพยาบาลสงเสรมิ สุขภาพตําบลบา นรมหลวง รองรับผูใชบ ริการ 20 คน
8.1.10) ตาํ บลแมแ ฝกใหม
1) โรงพยาบาลสง เสรมิ สุขภาพตาํ บลบานเจดียแมครวั รองรับผูใชบ ริการ 10 คน
8.1.11) ตาํ บลปา ไผ
1) โรงพยาบาลสงเสรมิ สขุ ภาพตําบลบานปา เหมือด รองรับผูใชบ ริการ 10 คน
2) โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลบา นศรบี ญุ เรอื ง รองรบั ผูใชบ รกิ าร 40 คน
- 12 -
8.1.12) ตาํ บลเมอื งเล็น
1) โรงพยาบาลสงเสริมสขุ ภาพตาํ บลบา นเมืองวะ รองรบั ผูใชบ รกิ าร 50 คน
8.2) Safety Zone ภาคเอกชน/รานคา /รา นอาหาร/รา นกาแฟ
รานคา/รานอาหาร/รานกาแฟ ฯลฯ ที่เขารวมโครงการสถานที่พักผอนปลอดมลพิษ (Safety Zone)
หองปลอดฝุนละอองขนาดเล็ก (Smog Safety Zone) สําหรับใหประชาชนไดเขาไปผอนคลายเพื่อหลบเลี่ยงฝุนควัน
ในพน้ื ที่อําเภอสันทราย จังหวดั เชียงใหม (ขอมลู เม่ือ 7 มี.ค.64)
* รานลําดตี ีข้ ัวแดง
* รานรสนยิ มคอฟฟ สาขาหนองจอ ม
* รา นอาหารโอก ะจู สาขาหนองจอม
* ราน 88 Rustic Coffee Green
* รา นกาแฟอเมซอน สาขาประตบู างเขน
* รานกาแฟอเมซอน สาขา ปม ปตท แมโจอ อยลเซอรวสิ
* ราน cnx gym
* รานกาแฟ cnx gym
* รา น 186 คาเฟบาร
* รานสมตําจนิ ดา
* รา น Fres From
* รา นกาแฟยกลอ
* รานกาแฟสดคอรโต
* ราน miss long doo coffce
* รา น hello sonshine
* รา นประภาดา แอนด กฟ๊ิ
* รานคาเฟ เดอ ปูร
- 13 -
- 12 –