นิทานพืน้ บ้านชัยภูมิ เร่ือง ยา่ กินปลิง
ในหมู่บ้านทห่ี ่างไกลแห่งหนง่ึ ได้มีหญิงชราตาบอดคนหนง่ึ เป็นคนตาบอด ซึง่ ได้อาศัยอย่กู ับ
ลูกชายคนหน่ึง ต่อมาลูกชายกไ็ ด้แตง่ งานกบั ผหู้ ญงิ ทีช่ ือ่ ว่า โปก ทกุ ๆวนั ลูกชายก็จะออกไปทางาน ยายก็
เลี้ยงหลานอยูบ่ า้ น ส่วนโปกกอ็ อกไปหากบั ข้าว เย็นวันนน้ั โปกต้มยาปลาเอาไว้ให้สามีกิน ส่วนยายโปกก็นา
เน้อื ปลิงมาใหย้ ายกินแทนเนอ้ื ปลา พอยายกินก็เกิดความสงสัย แต่กไ็ ม่ได้ว่าอะไร จนมาวันหนง่ึ ยายก็นัง่ กิน
ตม้ ปลงิ ท่โี ปกทาให้กนิ อย่หู น้าบา้ น พอดีลูกชายเดินกลับมาพอดี ก็ไดเ้ ห็นแม่ของตวั เองกินปลิงอยกู่ ต็ ะโกน
ออกไปด้วยความตกใจว่า “ แม่กินปลงิ ทาไม “ เม่อื ยายไดย้ ินเช่นนั้นก็เกดิ อาการช็อกตาย ชาวบา้ นนาศพ
ยายมาทเี่ ผา แตค่ ันท่หี ามที่ใช้ยกนน้ั ไมม่ ชี าวบ้านคนไหนสามารถยกขนึ้ เลย ชาวบ้านจงึ เรยี กใหโ้ ปกมายก แต่
แค่โปกแตะเบาๆก็ยกขึ้นแลว้ จนมาถงึ ทเ่ี ผาชาวบา้ นกย็ กคันหามออกจากบา่ แต่คนั หามยงั ติดอยู่ท่บี ่าของโปก
แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออก โปกจึงถูกเผาตายไปพร้อมกบั ยาย และโปกก็กลับมาเกดิ เป็นนกกหู้ ูก และชอบร้อง
ว่า “ หูกบ่ทนั ได้กู้ตายพร้อมแม่ยา่ กู ก้หู ูกๆๆ “
คติ ใหท้ กุ ขแ์ ก่ท่านทุกข์นั้นถึงตวั
ใบความรู้
เร่ืองนิทานพนื้ บ้าน
นิทานพื้นบ้าน นทิ านคือเรื่องทเ่ี ล่าสืบต่อกันมาช้านานตัง้ แตโ่ บราณ จากปากต่อปาก โดยไม่
ปรากฏชื่อผเู้ ล่าดงั้ เดิมวา่ เป็นใคร นิทานเหลา่ นี้มชี ื่อเรียกหลายอย่าง เชน่
นทิ านพนื้ บา้ น นทิ านของชาวบา้ น นิทานพื้นเมือง นิทานชาวบ้าน เป็นตน้
ลกั ษณะของนทิ านพ้นื บา้ น นิทานพ้ืนบา้ นคอื เรอื่ งทีเ่ ล่าสบื ต่อกันมาชา้ นาน โดยใช้ถ้อยคา
ธรรมดาหรอื ภาษาชาวบา้ น มีลักษณะเปน็ ร้อยแก้วไมใ่ ชร่ ้อยกรอง และไม่ปรากฏวา่ ผ้เู ลา่ คนแรกเปน็ ใคร ผทู้ ี่
เลา่ กม็ ิได้ถือวา่ เรื่องที่เลา่ นนั้ เปน็ เร่อื งจริงแตป่ ระการใด แต่ตอ่ มาภายหลงั ได้มผี เู้ ขียนข้ึน แตก่ ็เขยี นตามเค้า
เดมิ ที่เคยเล่ากันปากตอ่ ปาก ไม่มหี ลักฐานทเ่ี ป็นรูปธรรมอ้างองิ
นิทานพ้นื บ้านของไทยในแตล่ ะทอ้ งถิ่นมีลักษณะแตกต่างกนั ออกไปตามสภาพของท้องถ่นิ สว่ น
ใหญ่จะสอดแทรกความรู้ ความเช่ือ ความคิดทีเ่ ป็นคติสนิ ใจไวท้ างอ้อม นทิ านพน้ื บา้ นแต่ละภาคของไทยมี
มากมาย ท่เี ปน็ ทรี่ ู้จกั กนั ท่วั ไปมดี งั นี้
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ไดแ้ ก่ เรือ่ ง ผาแดง – นางไอ่ จาปาส่ตี ้น ท้าวก่ากาดา
ท้าวขลู ู – นางอ้ัว ท้าวคนั ธนาม
ภาคกลาง ได้แก่ เรอื่ งปลาบ่ทู อง ขนุ ช้างขนุ แผน นางสบิ สอง ไกรทอง แมน่ าคพระโขนง
เป็นตน้
ภาคเหนือ ได้แก่เร่ือง หงสห์ ิน เมืองลบั แล หมาขนดา เป็นต้น
ภาคใต้ ได้แกเ่ ร่ือง พระรถเมรี วันคาร นายด่นั ตาม่องล่าย เกาะหนูเกาะแมว
ประเภทของนิทานพืน้ บ้าน แบ่งตามลักษณะของเนื้อหาเปน็ ๗ ประการคือ
1. นทิ านวรี บรุ ุษ เปน็ นทิ านทย่ี กย่องคนดี มีความสามารถ ความกล้าหาญของบุคคล สว่ น
ใหญจ่ ะเปน็ บุคคลท่ีเป็นวีรบรุ ุษ เนอื้ เรอ่ื งจะเป็นแนวปาฏหิ าริย์ มอี ิทธฤิ ทธิ์เหนือบคุ คลธรรมดา เช่น ไกร
ทอง พระรว่ งวาจาสิทธิ์ เปน็ ตน้
2. นิทานปรมั ปรา เป็นนิทานท่ีมักมีเทวดาหรือนางฟ้าเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งด้วยเสมอ เน้ือเร่ือง
ค่อนข้างยาว มักจะมีอภนิ หิ าร ปาฏหิ ารยิ ์ มกั จบลงด้วยความสุขสมหวังท้งั คนเล่าและคนฟังไม่เช่ือว่ามจี รงิ
เช่น ปลาบู่ทอง นางสบิ สอง พระสธุ นนางมโนราห์ โสนน้อยเรอื นงาม เปน็ ต้น
3. นทิ านทอ้ งถน่ิ เปน็ เรื่องเก่ียวกับขนบธรรมเนยี ม ประเพณี วัฒนธรรม ความเช่ือ โชคลาง
หรอื คติอย่าใดอยา่ งหนึ่งของแต่ละท้องถ่นิ บางเรื่องอาจพสิ ดารเกินจริงแต่กเ็ ชอื่ ว่าเป็นเรื่องจริง เช่นพระยากง
พระยาพาน เกาะหนเู กาะแมว เกา้ เส้ง ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ สตั หบี เปน็ ตน้
4. นทิ านสมัยใหม่ เป็นนทิ านท่เี ลา่ กันแถบตะวันออกไกลมลี ักษณะคล้ายกบั นทิ านปรัมปรา ตวั
ละครมีพฤติกรรมคลา้ ยชีวิตจรงิ กาหนดเวลาและสถานท่ีไมแ่ นน่ อน เชน่ อาหรับราตรี การผจญภยั ของซิน
แบต เปน็ ตน้
5. นทิ านเทพนยิ าย เปน็ นทิ านเก่ยี วกับเทวดา นางฟา้ หรอื เทพเจ้าต่างๆ มีลกั ษณะคล้าย
นิทานปรมั ปรา และนิทานวีรบุรุษจะต่างกันตรงที่ตัวเอกต้องเป็นเทพหรือนางฟา้ เทา่ นั้น เกิดจากความเช่อื
ทางศาสนาหรือพิธกี รรมต่างๆทางศาสนา มักเปน็ เรือ่ งราวของพระอนิ ทร์ พระนารายณ์ พระพรหม เชน่ ท้าว
มหาสงกรานต์
6. นิทานเกีย่ วกับสัตว์ เป็นเร่ืองที่มตี วั เอกเปน็ สตั ว์ แตม่ คี วามคิดหรอื การกระทาคลา้ ยมนษุ ย์
แบ่งออกเปน็ ๒ ประการคือนิทานเกีย่ วกบั คตธิ รรมหรอื คตสิ อนใจ เชน่ นิทานอสี ป กบั นิทานประเภทเล่าซ้า
หรอื เลา่ ไมร่ จู้ บ เช่นยายกะตาปลกู ถ่ัวปลูกงาไว้ใหห้ ลานเฝา้ เป็นตน้
7. นทิ านตลก เป็นนิทานทมี่ สี าระสาคัญเพ่ือความบันเทิง เปน็ การผ่อนคลายความตรึงเครยี ด
เปน็ เร่อื งตลกขบขนั มักจะเป็นเร่อื งที่ไมน่ า่ จะเป็นไปได้ เชน่ ตวั ละครอาจโง่หรือฉลาดเกินไป หรืออาจ
ล้อเลยี นเพื่อให้เกิดอารมณข์ นั เชน่ ศรีธนนชยั ม้าราคาดคี นราคาดี ไอ้ขาตดิ กับไอ้ตาบอด คนโง่ เปน็ ต้น
คณุ คา่ ของนทิ านพ้ืนบา้ น
1. ใหค้ วามสขุ สนกุ สนานเพลดิ เพลนิ เปน็ การอ่านเพ่ือผอ่ นคลายความตรงึ เครียด
2. ให้แงค่ ดิ ในการดาเนนิ ชวี ิต เนอื้ เรอ่ื งของนิทานจะสอดแทรกคติธรรมหรอื ลักษณะการดาเนิน
ชีวติ หรือวิถชี ีวิตของคนในสังคม สามารถนาไปปรับใช้กับตนเอง หรอื ใชเ้ ปน็ เคร่ืองมือในการอบรมสั่งสอน
คน
3. ให้ความรู้ในเร่อื งตา่ งๆ เชน่ ขนบธรรมเนยี มประเพณี ประวัติศาสตร์ ภมู ิศาสตร์ ศาสนา
สังคมวทิ ยา และภาษา
4. กอ่ ให้เกิดศิลปะแขนงต่างๆ เชน่ วรรณคดี ละคร การแสดงพน้ื บ้าน เปน็ ตน้
นทิ านพ้ืนบา้ น
คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
1. นิทานพน้ื บา้ นมีลกั ษณะอยา่ งไร
2. นิทานพน้ื บา้ นในท้องถิน่ ของนกั เรยี นคือเรื่องใด
3. นทิ านพ้นื บ้านมีก่ีประเภท อะไรบา้ ง
4. นิทานพื้นบ้านให้คุณคา่ แก่ผ้อู ่านหรอื ผู้ฟังในดา้ นใดบา้ ง
5. นทิ านพ้นื บ้านของภาคใต้ท่เี ป็นทร่ี ู้จักกันดไี ด้แก่เร่ืองใด
6. นทิ านพน้ื บา้ นของภาคอีสานที่เปน็ ท่ีรู้จักกนั ดไี ด้แกเ่ รื่องใด
7. นิทานพ้นื บา้ นของภาคเหนอื ท่ีเป็นท่ีรู้จักกันดีได้แก่เร่อื งใด
8. นทิ านพ้ืนบา้ นของภาคกลางที่เปน็ ทีร่ ู้จกั กนั ดีได้แก่เรือ่ งใด
9. เรอ่ื งผาแดง – นางไอ่ เป็นนทิ านท่ีทาใหเ้ กิดประเพณีใด เป็นของภาคใด
10. เรื่อง “ ศรธี นนชยั ” เป็นเรอ่ื งเก่ยี วกับอะไร ตัวเอกของเรือ่ งคือใคร