The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Talanueaschool, 2022-06-07 08:25:37

แผนการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

แผนการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ป ๕/๑ ยกตัวอย่างและปฏบิ ตั ติ นตามสถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรีภาพ และหน้าที่ใน
ฐานะพลเมืองดี

ป ๕/๒ เสนอวิธีการปกป้องคุ้มครองตนเองหรือผอู้ ่ืนจากการละเมิดสทิ ธเิ ด็ก
ป ๕/๓ เหน็ คุณคา่ วัฒนธรรมไทยทม่ี ีผลต่อการด�ำเนนิ ชวี ติ ในสังคมไทย
๓. กลุ่มสาระภาษาไทย
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ น สรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื น�ำไปใชต้ ดั สนิ ใจแกไ้ ข

ปัญหาในการด�ำเนินชวี ิตและมีนสิ ัยรักการอา่ น
ป ๕/๔ แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คดิ เหน็ จากเรอ่ื งทีอ่ า่ น
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขยี นสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขยี น

เรอ่ื งราวในรปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการ
ศึกษาค้นควา้ อย่างมีประสิทธิภาพ
ป ๕/๒ เขียนสือ่ สารโดยใชค้ �ำได้ถูกตอ้ ง ชัดเจน เหมาะสม
สาระที่ ๓ การฟงั การดู การพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมีวจิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความ
คิด และความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
ป ๕/๒ ตงั้ ค�ำถามและตอบค�ำถามเชิงเหตผุ ลจากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู
ป ๕/๓ วิเคราะหค์ วามน่าเช่อื ถอื จากเร่อื งท่ฟี ังและดอู ย่างมีเหตุผล
ป ๕/๕ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพูด

49

เมอื่ พจิ ารณาเปา้ หมายในการจดั การเรยี นรเู้ พศวถิ แี ละสมั พนั ธภาพศกึ ษา ซงึ่ มงุ่ สง่ เสรมิ
ให้เยาวชนได้เรียนร้ตู นเอง เรยี นรู้ทจี่ ะสรา้ งและรกั ษาความสมั พนั ธก์ ับคนอน่ื ๆ เปน็ สมาชกิ ทมี่ ี
คณุ ภาพของสงั คมโดยมสี ขุ ภาพทางเพศและคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ี และสามารถคดิ วเิ คราะห์ เทา่ ทนั
สามารถเผชิญการจัดการการด�ำเนินชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อ่ืน ในกระบวนการ
จัดการเรียนรู้เพศวิถีและสัมพันธภาพศึกษาจึงให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาทักษะที่จ�ำเป็นต่อ
การด�ำเนนิ ชวี ติ ของเยาวชน ซงึ่ สอดรบั กบั สมรรถนะส�ำคญั ทห่ี ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื
ฐานม่งุ พัฒนาให้เกดิ กบั ผู้เรียน ดังตารางเปรยี บเทียบ

สมรรถนะสำ� คัญของผ้เู รียน มงุ่ พัฒนาทกั ษะทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ การด�ำเนินชวี ิต
เพศวถิ ศี กึ ษารอบดา้ น (Personal Skills)

๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร • เท่าทันการให้คณุ คา่ กับสง่ิ ตา่ งๆ ซงึ่ เป็นตัวช้นี �ำพฤตกิ รรม
๒. ความสามารถในการคดิ เปา้ หมาย และการด�ำเนนิ ชีวิต
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา • สามารถสือ่ สาร รับฟงั แลกเปลีย่ นความคิดเหน็ ความรูส้ กึ
๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ทัง้ ที่สอดคลอ้ ง และแตกต่างกนั
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี • สามารถคดิ วเิ คราะห์ ตอ่ รอง และเลอื กตัดสนิ ใจ รวมทั้ง
รบั ผดิ ชอบผลจากการตัดสินใจของตน
• สามารถยืนยนั และรกั ษาความเป็นตวั ของตวั เอง โดยเคารพ
ในสทิ ธขิ องผู้อ่ืน
• สามารถเผชิญและจดั การกับแรงกดดันจากเพ่อื น สง่ิ แวดล้อม
และอคตทิ างเพศ
• แสวงหาค�ำแนะน�ำ ความช่วยเหลือ การจ�ำแนกแยกแยะข้อมลู
ทีถ่ ูกต้องออกจากท่ไี มถ่ ูกต้อง

50

สรุปตัวชี้วัดและแผนการเรยี นรเู้ พศวถิ ศี กึ ษาและสมั พนั ธภาพศึกษา

สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕

แผนการเรยี นร้เู พศวิถแี ละสมั พนั ธภาพศึกษาระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖.
มีดี เรอ่ื ง เร่อื ง ความ มากกว่า ส่อื สาร เร่ืองแบบ ความ Helping รจู้ ักไว กล้า ยินยอม ชายสี ฉนั เคย ความ ทอ้ ง
มีพลงั วนุ่ ๆ วุ่นๆ สมั พนั ธ์ เพอ่ื น ชดั เจน น้ีมโี อกาส ปลอดภัย Hands: รสั เอชไอ คิด กลา้ พร้อมใจ ฟา้ หญิง ไดย้ นิ สัมพนั ธ์ และเพศ
ของ ของ ด-ี ไมด่ ี เกิดข้ึน ต่อรอง ฉนั ช่วย วี และ บอก สีชมพู ? ว่า.. และเพศ สัมพนั ธ:์
วัยรุน่ วยั รนุ่ กับฉนั ไมไ่ ด้ เอดส์ และคดิ สัมพนั ธ์ คดิ
๑ ๒ ไหม ? ได้ กอ่ นพดู กอ่ นทำ�

มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเหน็ คุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการด�ำเนินชีวติ

ป ๕/๑ อธบิ ายการเปลย่ี นแปลง üü üü   üü   üü       üü üü üü üü ü
ทางเพศและปฏิบตั ไิ ด้    
เหมาะสม       
 
ป ๕/๓ ระบุพฤติกรรมท่ีพงึ   üü  
ประสงค์และไมพ่ งึ   üü  
üประสงคใ์ นการแก้ไข üü üü üü     üü   üü  
ü
ความขัดแย้งใน
ครอบครวั และกลุ่ม
เพอ่ื น

มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณคา่ และมที กั ษะในการสรา้ งเสริมสุขภาพ การดำ� รงสขุ ภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ

ป ๕/๒ ค้นหาขอ้ มลู ข่าวสาร
ü ü üเพื่อใชส้ รา้ งเสรมิ    

สุขภาพ
ü ü         ü   

มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกันและหลีกเล่ียงปจั จัยเสี่ยง พฤตกิ รรมเส่ยี งตอ่ สุขภาพ อบุ ัตเิ หตุ การใชย้ าเสพติด และความรุนแรง

ü üป ๕/๔ วเิ คราะห์อิทธพิ ลของ              
ส่อื ท่มี ตี อ่ พฤติกรรม   ü ü
สุขภาพ

51

52 สรุปตวั ช้วี ดั และแผนการเรยี นรู้เพศวิถศี ึกษาและสมั พนั ธภาพศกึ ษา

สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕

แผนการเรียนรู้เพศวถิ แี ละสัมพันธภาพศกึ ษาระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕

มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖.
มดี ี เร่ือง เรอื่ ง ความ มากกว่า สือ่ สาร เรื่อง ๘. ๙. รู้จกั กลา้ คดิ ยนิ ยอม ชายสี ฉนั เคย ความ ท้อง
มพี ลัง วุ่นๆ วนุ่ ๆ สมั พนั ธ์ เพื่อน ชดั เจน แบบนี้มี ความ Helping ไวรัส กลา้ พรอ้ มใจ ฟ้า หญิง ไดย้ ิน สมั พันธ์ และเพศ
ของ ของ ด-ี ไม่ดี โอกาส ปลอดภัย Hands: เอชไอ บอก สีชมพู ? ว่า.. และเพศ สมั พันธ์:
วยั รนุ่ วยั ร่นุ เกดิ ขน้ึ ตอ่ รอง ฉนั ชว่ ย วี และ และคดิ สมั พันธ์ คิด
๑ ๒ กบั ฉัน ไม่ได้ ได้ เอดส์ กอ่ น ก่อนทำ�
ไหม ?
พูด
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัตติ นตามหน้าที่ของการเปน็ พลเมอื งดี มีค่านยิ มทีด่ ีงาม และธำ� รงรกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ด�ำรงชวี ิตอยู่รว่ มกนั ในสังคมไทย และสงั คมโลกอย่าง
สันติสขุ
ป ๕/๑ ยกตวั อยา่ งและปฏบิ ตั ิ
ตนตามสถานภาพ
บทบาท สทิ ธิเสรภี าพ              ü ü   ü  ü     
และหนา้ ทีใ่ นฐานะ
พลเมอื งดี
ป ๕/๒ เสนอวธิ กี ารปกป้อง
ค้มุ ครองตนเองหรือ
 
ü ü üผ้อู ่นื จากการละเมิด
                   

สิทธเิ ด็ก
ป ๕/๓ เห็นคุณค่าวัฒนธรรม
ไทยท่ีมีผลตอ่ การ                         
ด�ำเนนิ ชวี ติ ในสังคม
ไทย

สรปุ ตัวชวี้ ดั และแผนการเรยี นรเู้ พศวิถีศึกษาและสมั พันธภาพศึกษา

สาระภาษาไทย ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕

แผนการเรยี นรเู้ พศวถิ แี ละสัมพนั ธภาพศึกษาระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕

มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ๑๑. ๑๒. ๑๓. ๑๔. ๑๕. ๑๖.
มีดี เร่อื ง เรอ่ื ง ความ มากกว่า สอื่ สาร เรื่อง ความ Helping รู้จัก กลา้ ยนิ ยอม ชายสี ฉนั เคย ความ ท้อง
มีพลงั ว่นุ ๆ วุ่นๆ สมั พนั ธ์ เพ่อื น ชดั เจน แบบน้มี ี ปลอดภัย Hands: ไวรสั คดิ กลา้ พร้อมใจ ฟ้า หญิง ไดย้ นิ วา่ .. สมั พนั ธ์ และเพศ
ของ ของ ดี-ไมด่ ี โอกาส ตอ่ รอง ฉันชว่ ย เอชไอ บอก สชี มพู ? และเพศ สมั พนั ธ:์
วยั ร่นุ วัยรนุ่ เกิดข้ึน ไม่ได้ วี และ และคิด สมั พันธ์ คิด
๑ ๒ กับฉนั ได้ เอดส์ กอ่ น ก่อนทำ�
ไหม ? พูด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่าน สรา้ งความรแู้ ละความคิด เพ่ือน�ำไปใชต้ ดั สนิ ใจแก้ไขปัญหาในการดำ� เนินชีวติ และมีนสิ ัยรกั การอา่ น

ป ๕/๔ แยกขอ้ เท็จจรงิ และ ü ü  ü ü   ü  ü ü 
ขอ้ คดิ เห็นจากเร่ือง          
ที่อ่าน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
ü ü üป ๕/๒ เขยี นสอ่ื สารโดยใช้
ค�ำได้ถูกต้อง                     ü 
ชัดเจน เหมาะสม

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรู้สกึ ในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์

ป ๕/๑ พดู แสดงความรู้
ü üความคดิ เห็น และ üüü ü ü ü ü üü ü ü ü üü

ความรูส้ ึกเกยี่ วกบั
เรื่องทฟ่ี ังและดู

ป ๕/๒ ตงั้ ค�ำถามและตอบ üüü ü ü ü ü üü ü ü ü üü

ü üค�ำถามเชิงเหตผุ ล
จากเรือ่ งทีฟ่ งั และดู

ป ๕/๓ วเิ คราะหค์ วามนา่ üüü ü ü ü ü üü ü ü ü üü

ü üเชอื่ ถอื จากเรอ่ื งทฟี่ งั
และดอู ยา่ งมเี หตผุ ล

53 ป ๕/๕ มมี ารยาทในการฟงั üüü ü ü ü ü üü ü ü ü üü

ü üการดู และการพดู

54

แผนการเรยี นรู้
เพศวถิ ีและสมั พนั ธภาพศึกษา

ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕

แผนการเรียนรเู้ พศวิถีและสัมพันธภาพศกึ ษาในระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ ประกอบ
ดว้ ย ๑๖ แผนการเรียนรู้ และครอบคลุมหกมติ ขิ องเพศวิถีศกึ ษา ดงั น้ี

๑) มีดี มพี ลัง
๒) เรอ่ื งวุน่ ๆ ของวัยรนุ่ ๑
๓) เร่ืองวนุ่ ๆ ของวยั รุ่น ๒
๔) ความสมั พันธ์ดี-ไม่ดี
๕) มากกวา่ เพอ่ื น
๖) ส่อื สารชัดเจน
๗) เร่อื งแบบนม้ี โี อกาสเกิดขึ้นกบั ฉนั ไหม ?
๘) ความปลอดภัย ต่อรองไม่ได้
๙) Helping Hands : ฉันช่วยได้
๑๐) รู้จกั ไวรัสเอชไอวี และเอดส์
๑๑) กลา้ คิด กล้าบอก และคดิ กอ่ นพดู
๑๒) ยินยอม พรอ้ มใจ
๑๓) ชายสฟี า้ หญิงสีชมพู ?
๑๔) ฉันเคยได้ยนิ ว่า..
๑๕) ความสัมพันธ์และเพศสัมพนั ธ์
๑๖) ทอ้ ง และเพศสัมพนั ธ์ : คดิ กอ่ นท�ำ

55

พฒั นาการทางเพศ
(๑) มีดี มพี ลัง
(๒) เรื่องวนุ่ ๆ ของวยั รุน่ ๑ สัมพนั ธภาพ
(๑๔) ฉนั เคยได้ยนิ ว่า... (๔) ความสมั พนั ธ์ดี-ไม่ดี
(๕) มากกวา่ เพื่อน
(๙) Helping Hands : ฉันช่วยได้
สงั คมและวัฒนธรรม (๑๒) ยนิ ยอม พรอ้ มใจ
(๓) เรื่องวุ่นๆ ของวยั ร่นุ ๒
(๑๓) ชายสีฟ้า หญิงสีชมพู ?
ป.๕
Rights &
Respect ทกั ษะสว่ นบคุ คล
(๖) สือ่ สารชดั เจน
สุขภาพทางเพศ (๗) เรือ่ งแบบนมี้ ีโอกาสเกดิ ข้นึ
(๑๐) ร้จู กั ไวรสั เอชไอวี และเอดส์ กบั ฉนั ไหม ?
(๑๖) ทอ้ ง และเพศสมั พนั ธ์ : คดิ กอ่ นท�ำ (๘) ความปลอดภยั ต่อรองไมไ่ ด้

พฤติกรรมทางเพศ (๑๑) กล้าคิด กลา้ บอก และคิดกอ่ นพูด

(๑๕) ความสมั พันธแ์ ละเพศสมั พันธ์

56

แผนการเรยี นรู้ที่ ๑

มดี ี มพี ลัง

แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑

มดี ี มพี ลงั

สาระสำ� คัญ

การเรยี นรทู้ จี่ ะมองหาจดุ เดน่ หรอื ขอ้ ดขี องตนเอง จะชว่ ยใหว้ ยั รนุ่ มคี วามรสู้ กึ
ทด่ี กี บั ตวั เอง เกดิ ความภาคภมู ใิ จ มองตวั เองในดา้ นบวกมากขนึ้ และเปน็ การสง่ เสรมิ
ใหเ้ กิดความเชอ่ื มน่ั ความกล้าในการเผชิญปัญหา รสู้ กึ เหน็ คณุ ค่าในตวั เอง และเปน็
คนที่มสี ขุ ภาพจิตท่ีดี

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้

๑) บอกขอ้ ดี ความสามารถ หรอื คุณสมบตั ิดา้ นบวกของตนเอง และเพื่อน
อย่างนอ้ ย ๓ ขอ้
๒) มัน่ ใจและเหน็ คุณค่าในตนเองมากข้ึน

แผนการเรยี นรูน้ ี้ ม่งุ สร้างเสริมคณุ ลักษณะและทักษะสำ� คัญ ดังน้ี

Core Values Core Skills
• การรกั เคารพ และเหน็ คณุ ค่าตัวเอง • การรู้จักตนเอง
• ความมน่ั ใจในตนเอง • การพัฒนาตนเอง
• ส�ำนกึ พลเมอื ง • การปรับตวั ในการอยรู่ ่วมกับคนอืน่
• การส่อื สาร

58

ระยะเวลา ๑

๖๐ นาที (๑ คาบเรียน)

อุปกรณแ์ ละสอื่

แผ่นกิจกรรม “จดุ เดน่ /ข้อดีของฉัน” ส�ำหรับนกั เรยี นทุกคน

ขอ้ เสนอแนะสำ� หรบั ผ้จู ัดการเรียนรู้

เมือ่ จบกจิ กรรม ครอู าจเกบ็ แผ่นกิจกรรมของทุกคน เพือ่ ส�ำรวจสง่ิ ท่ีนกั เรียน
เขียน เพอ่ื ช่วยในการพฒั นานกั เรยี นตอ่ ไป

ประเมนิ ผลการเรียนรู้

๑. สังเกตความสนใจและการมสี ่วนร่วมในการท�ำกิจกรรม
๒. สังเกตการตอบค�ำถามและการใหเ้ หตุผล


ข้ันตอนการจัดการเรยี นรู้

๑. ครูช้ีแจงวัตถุประสงค์ว่าวันน้ี เราจะชวนกันรู้จักตัวเอง มองหาข้อดีท้ัง
ของตัวเอง และของเพื่อนๆ

๒. ครูอธิบายว่า ครูจะแจกแผ่นกิจกรรม “จุดเด่นหรือข้อดีของฉัน” ให้
นักเรยี นทุกคน ในแผ่นนัน้ มคี �ำอยู่ ๑๘ ค�ำ และมชี ่อง “ฉนั มอง” กบั “เพื่อนมอง”
ยกตัวอย่างบนกระดาน

• ใหแ้ ตล่ ะคนพจิ ารณาวา่ มขี อ้ ไหนทตี่ รงกบั ตวั เองบา้ ง อยา่ งนอ้ ย ๓ ขอ้
ใหท้ �ำเคร่ืองหมายหน้าขอ้ ทตี่ รงกบั ตวั เอง นกั เรียนสามารถเขยี นเพ่ิม
เตมิ ได้ หากไม่มีค�ำตอบทตี่ รงกับตัวเอง ในข้อที่ ๑๙ และ ๒๐

59

ฉนั มอง เพือ่ นมอง
๑. ซอ่ื สัตย์
๒. มวี นิ ยั
๓. รบั ผดิ ชอบ
๔. มีนำ้� ใจ ชอบช่วยเหลอื
๕. ไมโ่ กหก

๓. แจกแผน่ กิจกรรม “จุดเดน่ หรอื ข้อดขี องฉัน” ใหน้ กั เรยี นทกุ คน ใหเ้ วลา
ท�ำ ๓ นาที

• หากสงั เกตวา่ มนี กั เรยี นทอี่ า่ นไมค่ ลอ่ ง ครอู า่ นทลี ะขอ้ และใหน้ กั เรยี น
ท�ำไปพรอ้ มๆ กนั

๔. ให้นักเรยี นจบั คู่ ให้แตล่ ะคนเลือกจดุ เด่นหรือขอ้ ดขี องตัวเอง ๑ ข้อ และ
เล่าเหตุการณ์หรือยกตัวอย่างสถานการณ์ท่ีแสดงถึงจุดเด่นหรือข้อดีของตัวเองให้
เพื่อนฟังส้ันๆ ใหเ้ วลา ๕ นาที

๕. ครถู ามนกั เรยี นว่า
• รูส้ กึ อย่างไรเมอ่ื เหน็ ข้อดีหรือจุดเดน่ ของตนเอง
• รไู้ ด้อย่างไรวา่ อะไรเป็นจดุ เด่นหรอื ข้อดีของเรา

๖. ครเู สรมิ เรอ่ื งการรจู้ กั จดุ เดน่ /ขอ้ ดี จากค�ำตอบของนกั เรยี นเพม่ิ เตมิ อาทิ
• จากการมปี ระสบการณ์ตรง เชน่ ได้ท�ำอะไรบางอยา่ งแล้วรสู้ กึ วา่ ตัว
เองท�ำไดด้ ี มีความสขุ กบั สง่ิ ทที่ �ำ เช่น การชว่ ยเหลือคนอน่ื
• จากการสังเกตและวิเคราะห์ตนเอง เช่น รู้ว่าตัวเองมีความคิด
สรา้ งสรรค์ รวู้ ่าเราสามารถควบคุมอารมณไ์ ดด้ ี
• จากการรับฟังเสียงสะท้อนจากคนรอบข้าง เช่น พ่อแม่/ผู้ปกครอง
ญาติ เพือ่ น ครู เป็นต้น
• จากการบันทึกเรื่องราวที่ท�ำแล้วท�ำให้เรารู้สึกดี/ภาคภูมิใจในแต่ละ

60 วัน

๗. แบ่งกล่มุ ๆ ละ ๕ คน ครูอธิบายวา่ สิ่งทีเ่ ราจะท�ำในรอบน้ี คือ ๑

• ให้ดคู ณุ สมบัติท้ัง ๑๘ ขอ้ ว่า เพ่อื นในกล่มุ อีก ๔ คน มขี ้อใดซึ่งเป็น
จดุ เดน่ หรอื ขอ้ ดที เ่ี ราชนื่ ชอบ เลอื ก ๑ ขอ้ ส�ำหรบั เพอื่ นแตล่ ะคน (อาจ
ซ้ำ� กันได้)
• และใหบ้ อกเพอื่ นแตล่ ะคนถงึ ขอ้ ดี พรอ้ มยกตวั อยา่ งเหตกุ ารณท์ แ่ี สดง
ถึงขอ้ ดีของเพอื่ น โดยผลัดกันบอกจนครบทั้ง ๕ คน
• เมือ่ เพือ่ นแต่ละคนบอกขอ้ ดีของเรา ให้ท�ำเครื่องหมายในข้อทเี่ พอื่ น
บอกในชอ่ ง “เพอ่ื นมอง”
๘. เม่อื ทกุ คนไดบ้ อกเพ่ือนแล้ว ครชู วนคยุ ดงั นี้
•´ รู้สึกอยา่ งไรกับการไดบ้ อกขอ้ ดขี องเพื่อนใหเ้ พื่อนไดร้ บั รู้
• รสู้ ึกอยา่ งไรที่เพือ่ นชน่ื ชมในจดุ เดน่ /ข้อดีของเรา
• มีจุดเด่น/ข้อดีของเราข้อไหนที่ท�ำให้รู้สึกประหลาดใจหรือคาดไม่
ถงึ ว่าจะเปน็ ข้อดีของตนเองหรอื ไม่ อย่างไร (ขอฟงั ตวั อย่าง)
• การรู้จกั จุดเด่น/ขอ้ ดีของตนเองมีประโยชน์อย่างไร
๙. ครูสรปุ การเรยี นรู้ ดังนี้
• ถามนักเรียนว่า วนั นี้
o เราเห็นข้อดีของเราเองมากข้นึ หรอื ชดั เจนขึน้ หรือไม่ อย่างไร
o ใครบา้ ง ทเี่ พง่ิ คน้ พบขอ้ ดบี างขอ้ ของตวั เองในวนั น้ี (ขอตวั อยา่ ง)
• ครูเสริมวา่
o เราทุกคนล้วนมีข้อดี และการเห็นข้อดีของตนเองจะช่วยท�ำให้
เรารู้สึกดีกับตัวเอง มีพลังที่จะท�ำส่ิงดีๆ และรู้ว่าตัวเราเองมี
คุณคา่ มคี วามมนั่ ใจในตนเอง กลา้ ทจ่ี ะเผชิญกับปัญหา รวมถงึ
ลดโอกาสเส่ียงตอ่ การเป็นโรคซึมเศรา้ ได้ดว้ ย
o บางคนอาจมองตัวเองในด้านลบจนเกินไป การมองตนเองใน
แง่ร้าย ท�ำให้เรารู้สึกแย่ รู้สึกไม่มีค่า ส่งผลให้เรามองโลกใน
แงร่ ้ายไปดว้ ย
61

o อย่างไรก็ดี ทุกคนล้วนมีด้านที่เราต้องพัฒนาตัวเอง ปรับปรุง
ตัวเองใหด้ ขี ึน้ ใน ๑๘ ข้อทีค่ รยู กตวั อยา่ งอาจจะมีหลายขอ้ ท่เี รา
อยากท�ำให้ตัวเองมคี ุณสมบตั เิ หลา่ นน้ั มากข้นึ ซึง่ สามารถท�ำได้
หากตง้ั ใจ

o การมองเห็นข้อดีของเพอ่ื น ท�ำให้เราเหน็ ด้านทเ่ี ราสามารถเรียน
รจู้ ากเพอื่ น และการบอกหรอื ชน่ื ชมขอ้ ดขี องเพอื่ น นอกจากชว่ ย
เสริมความม่ันใจให้เพ่ือนแล้ว ยังช่วยท�ำให้ความสัมพันธ์ที่มี
แนน่ แฟน้ ขนึ้

o นอกจากน้ัน การมีโอกาสปฏสิ มั พันธก์ ับบุคคลรอบข้าง จะเป็น
กระจกเงาที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเราให้เราค้นพบตัวเอง
ไดเ้ รว็ ย่ิงขึ้น

62

แผ่นกิจกรรม “จุดเด่น/ขอ้ ดขี องฉนั ” ๑

รอบท่ี ๑ ให้ท�ำเคร่อื งหมายüลงในช่อง “ฉนั มอง” ในขอ้ ทต่ี รงกบั ตนเองมากที่สดุ
อยา่ งนอ้ ย ๓ ขอ้

รอบที่ ๒ เมอ่ื เพอ่ื นบอกขอ้ ดขี องเรา ใหท้ �ำเครอ่ื งหมายüลงในชอ่ ง “เพอื่ นมอง” ใน
ขอ้ ทเ่ี พือ่ นบอก

** หากจุดเด่น/ข้อดีของเรา หรือที่เพ่ือนบอกไม่มี สามารถเขียนเพ่ิมเติมได้ในข้อ
๑๙-๒๐ ได้

ฉนั มอง คุณสมบัติท่ดี ี เพอ่ื นมอง
๑. ซื่อสัตย์
๒. มวี ินัย
๓. รบั ผดิ ชอบ
๔. มีนำ้� ใจ ชอบช่วยเหลอื
๕. ไมโ่ กหก
๖. เอื้อเฟอ้ื เผ่ือแผ่
๗. ให้เกียรติคนอ่นื
๘. ตรงเวลา
๙. รจู้ ักขอโทษ
๑๐. ควบคุมอารมณ์ได้ดี
๑๑. ละเอียด รอบคอบ
๑๒. อดทน
๑๓. เขา้ กบั ผูอ้ น่ื ได้ง่าย
๑๔. กตญั ญู
๑๕. รบั ฟงั ความคิดเห็นคนอ่นื
๑๖. มีความยตุ ิธรรม
๑๗. ประนปี ระนอม
๑๘. มีความคิดสรา้ งสรรค์
๑๙.
๒๐.

63

การมปี ฏิสมั พนั ธ์
กับคนรอบข้างจะเปน็
กระจกเงาทส่ี ะทอ้ น
ความเปน็ ตวั ตนของเรา
ใหเ้ ราค้นพบตัวเอง

ไดเ้ รว็ ยิง่ ข้ึน

แผนการเรียนรูท้ ่ี ๒-๓

เร่อื งวุ่นๆ ของวัยรุน่

แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๒-๓

เร่ืองวุ่นๆ ของวัยรนุ่

สาระสำ� คญั

การเข้าส่วู ยั รนุ่ เป็นพัฒนาการการเติบโตจากวยั เดก็ สวู่ ัยผใู้ หญ่ ซึง่ มีลกั ษณะ
การเปลย่ี นแปลงทสี่ �ำคญั ทางรา่ งกายและอารมณ์ ลกั ษณะทางรา่ งกายสว่ นใหญ่เปน็
ผลมาจากยีนส์ที่ได้รับจากพ่อแม่ท�ำให้เราแต่ละคนแตกต่างกัน หลายคนอาจรู้สึก
กดดันให้ปรับเปล่ียนร่างกายให้เหมือนกับท่ีสื่อน�ำเสนอ หลายคนเริ่มมีพัฒนาการ
ทางเพศและความรู้สึกพิเศษกับคนพิเศษ แต่ละคนจะมีจังหวะในการเปลี่ยนแปลง
ไม่เหมือนกนั

วตั ถุประสงค์การเรียนรู้

๑) บอกวธิ ีการดูแลการเปล่ียนแปลงท่ีเกดิ ขน้ึ ในช่วงเข้าสูว่ ัยรนุ่
๒) ฝกึ การสบื คน้ ขอ้ มลู และเปรยี บเทยี บความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู จากแหลง่
ข้อมลู ในอนิ เทอรเ์ นต็

66

แผนการเรยี นรู้นี้ มุ่งสร้างเสริมคุณลักษณะและทกั ษะส�ำคัญ ดงั น้ี ๓๒-

Core Values Core Skills
• การรกั เคารพ และเห็นคุณคา่ ตัวเอง • การรจู้ ักตนเอง
• การเคารพความแตกต่าง • การดแู ลสขุ อนามัย
• ความรับผิดชอบ • การตดั สนิ ใจ
• ความปลอดภยั • การคดิ วเิ คราะห์
• การเทา่ ทนั
• การสบื คน้ ขอ้ มลู
• การสื่อสาร
• การท�ำงานร่วมกบั ผอู้ ่ืน

ระยะเวลา

๑๒๐ นาที (๒ คาบเรยี น)

อุปกรณ์และส่อื

• เตรียมหัวขอ้ “เร่อื งวุ่นของวัยรนุ่ ” ๑๐ ข้อ บนกระดาษ A4 ข้อละ ๑ แผ่น
• กระดาษฟลปิ ชาร์ท ส�ำหรับให้กลุม่ ท�ำการบ้านเพอื่ น�ำเสนอในครัง้ ท่ี ๒
• เตรียมพ้ืนทีส่ �ำหรบั ตดิ ฟลิปชารท์ รอบๆ หอ้ งในการน�ำเสนอคร้ังที่ ๒

ขอ้ เสนอแนะสำ� หรบั ผู้จดั การเรียนรู้

หากสามารถจัดการเรียนรู้ในห้องคอมพิวเตอร์ หรือมีอุปกรณ์ที่ให้นักเรียน
สบื คน้ ขอ้ มลู ทางอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ จะชว่ ยเสรมิ การเรยี นรเู้ รอื่ งการคน้ ขอ้ มลู ทน่ี า่ เชอ่ื ถอื
ของนกั เรียนได้

67

ประเมนิ ผลการเรยี นรู้

๑. สังเกตความสนใจและการมีสว่ นร่วมในการท�ำกิจกรรม
๒. สังเกตการแสดงเหตุผลในการตอบค�ำถามหรือแสดงความคิดเห็น
๓. สังเกตการท�ำงานเปน็ ทีม

ขน้ั ตอนการจดั การเรียนรู้

ช่วั โมงท่ี ๑
๑. ถามนกั เรียนว่า
• ในแตล่ ะวนั เรามวี ิธดี แู ลตวั เองอย่างไรบา้ ง
• มเี รื่องไหนบา้ ง ทีเ่ ราเร่ิมดแู ลเป็นพเิ ศษ ดูแลอยา่ งไร
๒. ครูเสริมว่า สุขภาพเป็นเรื่องส�ำคัญ เราทุกคนควรดูแลตัวเองทั้งด้าน

ร่างกายและอารมณ์ โดยเฉพาะในชว่ งที่เราก�ำลงั เข้าสู่วยั รุ่น ซึง่ จะมกี ารเปลยี่ นแปลง
หลายอย่าง ถามนักเรยี น และจดค�ำตอบของนกั เรียนไว้บนกระดาน

• วยั ร่นุ ส่วนใหญ่สนใจดแู ลตัวเองในเรื่องใดบ้าง
• เร่ืองท่วี ัยรุ่นส่วนใหญ่กังวลมเี รอ่ื งอะไรบา้ ง
- ค�ำตอบของค�ำถาม ๒ ข้อน้ี ครูเตรียมเลอื กหัวข้อท่นี ่าสนใจ เพอ่ื ให้เป็นการ
บา้ นกลุ่ม (อาจใช้ ๑๐ กลมุ่ เดิม หรือแบง่ กลมุ่ ใหมต่ ามจ�ำนวนหวั ข้อ) ในการ
สืบค้นขอ้ มลู ทางอินเทอรเ์ น็ต โดยแจ้งหัวขอ้ ทา้ ยช่วั โมง
๓. ครทู วนค�ำตอบของนกั เรียน และบอกว่า เราจะไดค้ ยุ กนั บางเรือ่ งในวนั น้ี
ส่วนบางเรื่อง ครูจะหาเวลาคุยกับนักเรยี นในชวั่ โมงต่อๆ ไป
๔. แบ่งนักเรียนเป็น ๑๐ กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะได้รับหัวข้อ “เร่ืองวุ่นของ
วยั ร่นุ ” กล่มุ ละ ๑ ขอ้ ใหเ้ วลาแต่ละกลุ่ม ๑๐ นาที
๑. อดอาหารเพือ่ ลดน้�ำหนกั
๒. นอนหลบั และพักผ่อนใหเ้ พยี งพอ
๓. ท�ำความสะอาดใตว้ งแขนและบริเวณขาหนีบ
68

๔. ตะโกนหรอื พดู เสยี งดังใสพ่ ่อแมต่ อนทีอ่ ารมณ์ไมด่ ี ๓๒-
๕. ท�ำความสะอาดและสังเกตอาการผิดปกตบิ รเิ วณอวยั วะเพศ
๖. มีประจ�ำเดือน
๗. ฝันเปยี ก
๘. ลอ้ เลียนคนอนื่ ในเรอื่ งร่างกาย
๙. รสู้ ึกชอบ ถกู ใจใครบางคนเป็นพิเศษ
๑๐. บีบสิว

• ให้แตล่ ะกลุ่มพจิ ารณาเร่อื งที่ตนเองไดร้ บั วา่ ส�ำหรบั วัยร่นุ เร่อื งแบบนี้ “โอเค
หรือไม่โอเค” เพราะเหตุใด ให้กลุ่มคุยกัน เพ่ือเตรียมอธิบายให้เพ่ือนฟัง
โดยมตี วั อยา่ งประกอบ เชน่ สงิ่ ที่ควรรู้ ส่งิ ทค่ี วรท�ำ ส่ิงท่ีไม่ควรท�ำ สิ่งทต่ี ้อง
ระวัง ประโยชน์หรอื ความเส่ียงที่อาจมี เป็นต้น
หมายเหตุ: ทั้งน้ี หากสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ และนักเรียนมีอุปกรณ์
พรอ้ ม เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นหาขอ้ มลู เพิม่ เตมิ

๕. ให้แต่ละกลุ่มน�ำเสนอ และครูซกั ถามเพิม่ เติม รวมทง้ั เสริมข้อมูล
๖. การบา้ น

• มอบหมายหัวข้อที่เป็นความกังวลใจของวัยรุ่น ท่ีนักเรียนระดมในช่วงแรก
หรือใช้ ๑๐ หวั ขอ้ เดิม ให้นักเรียนไปสบื ค้นขอ้ มลู ทางอนิ เทอร์เนต็ ว่า นกั เรยี น
พบขอ้ มลู อะไรทนี่ า่ สนใจทจี่ ะน�ำมาเลา่ ใหเ้ พอื่ นฟงั ในชว่ั โมงตอ่ ไป โดยใหล้ อง
เปรยี บเทยี บขอ้ มลู จาก ๓ แหลง่ /เวบ็ ไซต์ และใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เตรยี มเขยี น/วาด/
มภี าพประกอบบนฟลปิ ชารท์ กลุ่มละ ๑ แผ่น พร้อมระบุแหล่งขอ้ มูลที่คน้ หา

• ครูอาจเสนอแนะแหล่งขอ้ มลู และเวบ็ ไซต์ทน่ี ่าเช่ือถือ และให้นกั เรยี นลองหา
จากเวบ็ ไซต์อืน่ ๆ เพอ่ื เปรียบเทียบ

69

ชว่ั โมงที่ ๒
๑. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ น�ำฟลปิ ชารท์ ทกี่ ลมุ่ ตนเองเตรยี ม ตดิ ไวบ้ นผนงั รอบๆ หอ้ ง
๒. หากจดั การเวลาได้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เตรยี มน�ำเสนอสงิ่ ทน่ี า่ สนใจทส่ี ดุ ทเ่ี กย่ี ว

กบั หวั ขอ้ ทไ่ี ดร้ บั ใหเ้ วลากลมุ่ ละ ๓ นาที หรอื ใหเ้ วลานกั เรยี นเดนิ ดผู ลงานของเพอื่ นๆ
และจดสิง่ ท่ีนา่ สนใจ หรือค�ำถามที่มี

๓. เมื่อทุกกลุ่มน�ำเสนอ หรอื ใหเ้ วลานกั เรยี นเดินดูทกุ กลุม่ แลว้ ให้นักเรียน
นัง่ รวมกนั ตามกลุ่ม

• ถามนักเรียนว่าเม่ือได้ฟังการน�ำเสนอ หรือเดินดูผลงานของเพื่อนๆ
แล้ว อยากสะทอ้ นความรสู้ ึก หรือความคดิ เหน็ อะไรบา้ ง เช่น มอี ะไร
ท่นี า่ สนใจ มีค�ำถามอะไร มีขอ้ สงั เกตอะไร

๔. ครูถามถึงประสบการณ์การสืบค้นข้อมูลในหัวข้อท่ีนักเรียนได้รับมอบ
หมาย โดยให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกนั เสริม (๑๐ นาท)ี

• ไดเ้ รยี นรู้ หรอื พบอะไรใหมท่ นี่ า่ สนใจบา้ ง จากการลองไปสบื คน้ ขอ้ มลู
ครั้งน้ี

• กลมุ่ ปรึกษา/วางแผนการหาข้อมลู อย่างไรบ้าง
• วธิ ีการเลอื กแหล่งขอ้ มูล
• การแบ่งบทบาทในกล่มุ
๕. เม่ือทกุ กล่มุ น�ำเสนอแลว้ ครูสรุปประเด็นส�ำคัญ ดงั น้ี
• การคน้ หาขอ้ มลู ในอนิ เทอรเ์ นต็ เปน็ วธิ กี ารทสี่ ะดวกและรวดเรว็ ส�ำหรบั

ผทู้ ส่ี ามารถเขา้ ถงึ อนิ เทอรเ์ นต็ ได้ แตก่ ม็ ขี อ้ จ�ำกดั และขอ้ ควรระมดั ระวงั
• เราต้องตระหนักว่าข้อมูลท่ีมีอยู่ในอินเทอร์เน็ตอาจเป็นข้อมูลที่จริง

หรอื เท็จก็ได้ อาจเป็นขอ้ มลู ท่ีไดร้ บั การพสิ จู นอ์ ย่างเป็นวทิ ยาศาสตร์
หรืออาจเป็นข้อมูลที่ใครคนหนึ่งแต่งข้ึนมาเอง ดังน้ัน ในการค้นหา
ขอ้ มลู ควรเนน้ ขอ้ มลู ทม่ี แี หลง่ ตน้ ตอทช่ี ดั เจน และเปน็ แหลง่ ทมี่ คี วาม
น่าเชื่อถือสูง เช่น แหล่งข้อมูลทางวิชาการ (สถาบันทางการศึกษา
70

วารสารทางวชิ าการ ผลงานวจิ ยั ) จากหนว่ ยงานของรฐั องคก์ รเอกชน ๓๒-
หรือสื่อมวลชนทน่ี ่าเชื่อถือ
• ควรหาขอ้ มลู จากแหลง่ ปฐมภมู มิ ากกวา่ แหลง่ ทตุ ยิ ภมู ิ ดงั นนั้ ในกรณี
ท่พี บข้อมูลที่ตอ้ งการในแหล่งข้อมลู ทุติยภมู ิ เช่น พบรายงานขา่ วใน
หนังสือพิมพ์อ้างถึงข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข เราก็ควรไปค้น
ข้อมูลนั้นต่อที่แหล่งปฐมภูมิ คือเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข
เปน็ ตน้

71

เอกสารประกอบการอธบิ ายสำ�หรับครู – ชวั่ โมงท่ี ๑

สิบเร่อื งวนุ่ ของวยั รุ่น โอเค หรอื ไม่โอเค เพราะเหตุใด

๑. อดอาหารเพื่อลดน�ำ้ หนกั – ไมโ่ อเค
ช่วงวัยรุ่น ร่างกายก�ำลังเติบโตเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจึงต้องการสารอาหารท่ี
จะช่วยให้เรามีสุขภาพดี แต่ละคนมีสรีระร่างกายที่ต่างกัน ความสวยหล่อที่เราเห็นในส่ือ
(เช่น ต้องผอม ขาว ฯลฯ) เป็นภาพที่ถูกสร้างข้ึน ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีใครท่ีเป็นคน
สมบูรณแ์ บบแบบนั้นได้ นอกจากน้ัน คณุ ค่าของคนไม่ได้อยทู่ ่ภี าพลกั ษณ์ภายนอก

๒. นอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ – โอเค
เพราะรา่ งกายเราก�ำลงั เตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ ในชว่ งเขา้ สวู่ ยั รนุ่ การนอนหลบั อยา่ งเพยี งพอจงึ
เปน็ ส่วนส�ำคัญ โดยเฉลย่ี วัยรุ่นควรนอนหลับวนั ละประมาณ ๑๐ ชัว่ โมง

๓. ท�ำความสะอาดใต้วงแขนและบริเวณขาหนบี – โอเค
ชว่ งวยั รนุ่ รา่ งกายจะผลติ เหงอื่ และกลนิ่ ตวั มากขน้ึ ดงั นนั้ การอาบนำ้� เพอ่ื รกั ษาความสะอาด
ไม่ใหม้ ีกล่นิ ตัวจงึ เปน็ เร่อื งส�ำคญั ตอ่ สุขภาพ และต่อคนรอบข้าง

๔. ตะโกนหรือพูดเสียงดังใสพ่ ่อแม่ตอนที่อารมณไ์ ม่ดี – ไม่โอเค
ชว่ งวัยร่นุ เปน็ ชว่ งทอี่ ารมณเ์ ปลี่ยนแปลงงา่ ย เราอาจโมโห หงุดหงิดงา่ ย แต่เรากม็ ีวธิ กี าร
จดั การหรือควบคุมอารมณ์เราไดห้ ลายแบบ โดยที่ไมต่ ้องระบายอารมณก์ บั ผ้อู ่ืน

๕. ท�ำความสะอาดและสงั เกตอาการผิดปกตบิ รเิ วณอวัยวะเพศ – โอเค
อวยั วะเพศกเ็ หมอื นสว่ นอนื่ ๆ ของรา่ งกายทคี่ วรไดร้ บั การดแู ลใสใ่ จ ในชว่ งวยั รนุ่ มพี ฒั นาการ
ด้านเพศหลายอย่าง วัยรุ่นจึงควรเรียนรู้ หมั่นสังเกต และหากสงสัยควรถามหรือปรึกษา
พอ่ แมห่ รอื ผใู้ หญ่ทีเ่ ราสนิทและไว้ใจ

72

๖. มปี ระจ�ำเดือน – โอเค ๓๒-
การมีประจ�ำเดือนเป็นเรอื่ งปกตขิ องผหู้ ญงิ รา่ งกายก�ำลังแสดงให้เหน็ ถึงพฒั นาการในเรอ่ื ง
การเข้าสวู่ ยั เจริญพันธ์ุ การมปี ระจ�ำเดือนจึงไม่ใชเ่ ร่อื งนา่ อาย และไมใ่ ช่เรื่องทจ่ี ะล้อเลยี น
กัน ในช่วงที่ผูห้ ญงิ มีประจ�ำเดอื น เราต้องดแู ลเรอ่ื งความสะอาด การเปลยี่ นผา้ อนามยั

๗. ฝันเปียก – โอเค
การฝนั เปยี กเปน็ เรอื่ งปกตขิ องเพศชาย รา่ งกายก�ำลงั แสดงใหเ้ หน็ ถงึ พฒั นาการในเรอื่ งการ
เขา้ ส่วู ยั เจรญิ พันธุ์ เราจงึ ไม่ตอ้ งร้สู กึ อายหรอื รสู้ กึ ผิดกบั การฝนั เปียก หากมอี าการฝันเปยี ก
เราก็เพียงท�ำความสะอาดตัวเอง และหากเลอะทน่ี อนก็เปล่ียนผา้ ปูท่ีนอน

๘. ลอ้ เลียนคนอ่ืนในเรอื่ งร่างกาย – ไม่โอเค
การลอ้ เลยี นคนอน่ื เปน็ เรอื่ งทไี่ มส่ มควรกระท�ำทกุ กรณี และเปน็ เรอ่ื งทเ่ี ราทกุ คนตอ้ งชว่ ยกนั
ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กิดขนึ้ และตกั เตือนหากพบเห็นเพ่อื นทลี่ ้อเลียนคนอ่นื

๙. รูส้ กึ ชอบ ถูกใจใครบางคนเปน็ พิเศษ – โอเค
ชว่ งวัยรุ่น เป็นช่วงท่ีบางคนเร่ิมรูส้ กึ ชอบพอ หรอื ถกู ใจคนพิเศษบางคน ที่ตา่ งจากเพอื่ น

๑๐. บบี สิว – ไมโ่ อเค
วธิ ที ดี่ ที สี่ ดุ ในการจดั การสวิ คอื การรกั ษาหนา้ ใหส้ ะอาด กนิ อาหารทม่ี ปี ระโยชน์ และดมื่ นำ้�
มากๆ และไมค่ วรบบี สวิ เพราะอาจท�ำให้เกิดการตดิ เชือ้ หรือเปน็ แผลเปน็ ได้ หากรูส้ กึ วา่
เราเป็นสวิ มาก ให้ปรึกษาพ่อแม่เพอ่ื ไปพบแพทย์

73

ข้อมลู ทอี่ ย่ใู นอินเทอร์เนต็
อาจเป็นขอ้ มลู ท่จี ริงหรอื เทจ็

ก็ได้ ในการคน้ หาข้อมูล
ควรเน้นขอ้ มูลจากแหล่งท่มี ี

ความนา่ เชอื่ ถอื

แผนการเรียนรู้ที่ ๔

ความสมั พันธด์ -ี ไม่ดี

แผนการเรยี นรู้ท่ี ๔

ความสัมพันธ์ด-ี ไม่ดี

สาระส�ำคญั

เพอ่ื นมบี ทบาทส�ำคญั ตลอดชว่ งชวี ติ ของคนเรา โดยเฉพาะในชว่ งวยั รนุ่ เพอ่ื น
มบี ทบาทส�ำคญั มาก การมเี พอ่ื นชว่ ยใหเ้ ราเรยี นรเู้ รอ่ื งการพฒั นามติ รภาพ การรกั ษา
ความเปน็ เพอ่ื นใหด้ แี ละแนน่ แฟน้ ขนึ้ รวมทงั้ สงิ่ ทอี่ าจท�ำลายความสมั พนั ธ์ หรอื ท�ำให้
ความสัมพันธ์กับเพื่อนแย่ลง ซ่ึงล้วนเป็นทักษะท่ีต้องเรียนรู้ และเป็นพื้นฐานในการ
สร้างสัมพันธภาพกับผ้อู ื่น

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

๑) บอก ๓ เรื่องทีท่ �ำใหค้ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ งเพือ่ นดี
๒) บอก ๓ เรื่องที่เราไมค่ วรท�ำกับเพอื่ น
๓) บอกสิ่งท่เี ราจะท�ำ หากเราเปน็ ฝ่ายท�ำให้เพอื่ นรูส้ กึ ไม่ดี หรือเสยี ใจ

แผนการเรยี นรู้น้ี มงุ่ สรา้ งเสริมคุณลกั ษณะและทกั ษะสำ� คญั ดงั นี้

Core Values Core Skills
• เคารพความแตกตา่ ง • การรบั ฟงั
• ร้แู ละเคารพสิทธิ • การบอกความรสู้ กึ ตนเอง
• เขา้ ใจคนอืน่ • การยนื ยันความต้องการ
• การไมเ่ อาเปรียบผูอ้ นื่ • การปรบั ตวั ในการอยู่รว่ มกับผอู้ ่ืน

76

ระยะเวลา ๔

๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)


อปุ กรณ์และสอื่
• ดินสอสี หรือ สเี ทียน หรอื สเี มจกิ

• กระดาษ A4 เท่าจ�ำนวนนกั เรียน


ข้อเสนอแนะส�ำหรับผจู้ ัดการเรยี นรู้

ครคู วรสงั เกตวา่ มนี กั เรยี นคนใดทอี่ าจมคี วามขดั แยง้ มปี ญั หากบั เพอ่ื น หรอื
ไมค่ อ่ ยมเี พอื่ น และชว่ ยสรา้ งบรรยากาศทช่ี ว่ ยใหม้ กี ารเรยี นรแู้ ละยอมรบั กนั มากขนึ้

ประเมินผลการเรียนรู้

๑. สงั เกตความสนใจและการมสี ว่ นร่วมในการท�ำกจิ กรรม
๒. สังเกตการท�ำงานกลุ่มและการแบง่ ปนั กนั
๓. สงั เกตการตอบค�ำถามและการใหเ้ หตผุ ล

ขน้ั ตอนการจดั การเรยี นรู้

๑. ครูบอกว่าวนั นีเ้ ราจะคุยกนั เรอ่ื ง “เพอื่ น” ถามนักเรียนว่า
• การมเี พ่อื น มีขอ้ ดอี ย่างไรบา้ ง ?

๒. ครูอธิบายเพ่ิมเติมว่า เพื่อนมีบทบาทส�ำคัญตลอดชีวิตของคนเรา โดย
เฉพาะในช่วงวัยรุ่น เพ่ือนมีความส�ำคัญมาก การเรียนรู้ว่าอะไรท่ีช่วยให้เรามีความ
สมั พนั ธ์ท่ดี ี และไมด่ ีกับเพอ่ื นจะชว่ ยใหเ้ ราสามารถพัฒนาความสมั พันธ์ รกั ษาความ
เปน็ เพือ่ นให้คงอยู่และแน่นแฟ้นข้ึน

77

๓. ครใู หน้ กั เรยี นนงั่ เปน็ กลมุ่ ๆ ละ ๔-๕ คน เมอ่ื ทกุ คนนง่ั เรยี บรอ้ ยแลว้ ชวน
นกั เรยี นปิดตา และครชู วนให้คิดตามส่ิงที่ครพู ดู ดังน้ี

“ให้เราแต่ละคนนึกถึงเพื่อนสนิท หรือ เพ่ือนรักของเรา ท่ีอาจจะเรียนห้อง
เดียวกันน้ี หรอื ไม่ได้อยใู่ นหอ้ งนก้ี ไ็ ด้ เพ่อื นสนทิ อาจเปน็ พ่เี รา น้องเรา หรือ
ญาติเรากไ็ ด้ ลองนกึ ถงึ คนทเ่ี รารสู้ ึกวา่ เขาเป็นเพอ่ื นสนิทของเรา ท่เี ราชอบใช้
เวลาด้วย คุยด้วย เล่นด้วย เลา่ เรือ่ งตา่ งๆ ใหก้ ันฟัง นกึ ถึงหน้าเพื่อนคนนัน้
และตอนนี้ ให้ลองนกึ ถึงเวลาดๆี ทเ่ี รามกี บั เพอื่ นคนน้ี เวลาทีเ่ ราสนุกด้วยกัน
มคี วามสขุ ด้วยกนั ให้ลองคดิ ว่า อะไรนะท่ีท�ำใหเ้ รารู้สกึ ดี สนุก มีความสุขใน
ช่วงน้ันๆ กับเพ่ือน แต่ในความเป็นเพ่ือน บางทีก็มีเวลาที่เรารู้สึกอึดอัด ไม่
ชอบ ร้สู กึ ไมด่ เี หมอื นกนั ลองนกึ ถงึ ชว่ งเวลาแบบนน้ั วา่ เกดิ อะไรขึน้ และอะไร
ท�ำให้เรารสู้ กึ ไมด่ ี ไมอ่ ยากให้เกิดข้ึนอีก...”

๔. ครบู อกใหน้ ักเรียนเปดิ ตา ถามนกั เรียนวา่ ใครอยากจะลองบอกวา่ ช่วง
เวลาดีๆ ท่ีเรามีกับเพ่ือน คืออะไร และเหตุการณ์อะไรท่ีท�ำให้เรารู้สึกไม่ดี (ขอฟัง
อยา่ งละ ๑-๒ เร่อื ง)

๕. ครูแจกแผ่นกระดาษ A4 ใหท้ กุ คน และเตรียมดินสอสี หรือสีเทยี น ให้
กล่มุ ละ ๑ ชุดเพือ่ แบง่ กันใช้ และบอกใหน้ ักเรยี นแบง่ กระดาษเปน็ ๒ ส่วนดังตวั อย่าง
เพื่อวาดภาพ หรือเขยี นเลา่ เรอื่ ง ตามทีค่ รชู วนคิดเมือ่ สกั ครู่ ใหเ้ วลา ๑๐ นาที

78

วาดภาพหรอื เลา่ เรอื่ ง วาดภาพหรือเลา่ เรื่อง
“ช่วงเวลาดๆี ท่เี รามกี บั เพ่ือนรัก” “เหตุการณ์ที่เรารูส้ ึกไมด่ ี หรือ ไม่ชอบ เวลา
ทอ่ี ยู่กบั เพื่อน หรอื สิ่งทเี่ พ่อื นทำ�กบั เรา” ๔

เมื่อครบ ๑๐ นาที ใหน้ ักเรียนเล่าให้กันฟังในกลุม่ ย่อย และให้กลุ่มชว่ ยกนั
รวบรวมค�ำตอบของทุกคนว่า

๑. สง่ิ ที่ท�ำให้เรารูส้ กึ ดเี วลาอยูก่ ับเพอ่ื น คือ ...
๒. สิง่ ทท่ี �ำใหเ้ รารสู้ ึกไม่ดี หรอื ไมช่ อบ เวลาที่อยู่กบั เพอื่ น คือ ...
๖. ครขู อฟงั ค�ำตอบของแตล่ ะค�ำถาม โดยใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ผลดั กนั บอกค�ำตอบ
คนละ ๑ ค�ำตอบ เพือ่ ให้ทกุ กลมุ่ มโี อกาสได้ตอบ เมื่อวนจนครบทุกกลมุ่ แลว้ ถามวา่
กล่มุ ไหนอยากเพม่ิ เติมอกี บา้ งในขอ้ ท่ีไมซ่ ้�ำกบั เพ่อื น (ครจู ดค�ำตอบบนกระดาน)
สง่ิ ที่ทำ�ใหเ้ รารู้สึกดีเวลาอย่กู บั เพือ่ น สิ่งทีท่ ำ�ให้เรารสู้ กึ ไม่ดี หรือ ไมช่ อบ

คอื เวลาที่อยู่กบั เพ่ือน คอื

๗. ครูสรปุ สง่ิ ทนี่ ักเรียนน�ำเสนอ และชวนคุยดงั น้ี
• ส่ิงท่ีเรารสู้ กึ ไม่ดี หรอื ไม่ชอบ เราเคยบอกเพือ่ นหรือไม่
• ถา้ เคยบอก ผลเป็นอย่างไร / ถ้าไมเ่ คยบอก เพราะเหตใุ ด
• สง่ิ ทเ่ี รารสู้ กึ ไมด่ ี ไมช่ อบ (ยกตวั อยา่ งจากค�ำตอบนกั เรยี น) เราเคยท�ำ
แบบนีก้ บั เพอ่ื นหรือไม่
79

• หากนักเรียนรู้ว่า สิ่งท่ีเราท�ำ ท�ำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดี เราจะท�ำอะไรได้
บ้าง

• ขออาสาสมัครบอกส่ิงท่ีเราต้ังใจว่าจะไม่ท�ำกับเพื่อน ๒-๓ คน (เม่ือ
นกั เรยี นตอบ ครูใหค้ �ำชมและให้ก�ำลังใจในการท�ำสิง่ น้ันๆ)

๘. ครสู รปุ การเรยี นร้วู ันนวี้ า่
• เพราะเพ่ือนมีความส�ำคัญส�ำหรับเรา เราได้เรียนรู้ถึงส่ิงที่จะช่วยให้
มิตรภาพงอกงาม และส่ิงทอ่ี าจท�ำลายความเป็นเพอ่ื นได้ หากเราไม่
ใสใ่ จ
• นอกจากน้ัน ส่ิงส�ำคัญส�ำหรับการเป็นเพ่ือน คือ การท่ีแต่ละคนยัง
สามารถเป็นตวั ของตวั เอง ซงึ่ อาจมคี วามแตกตา่ งกนั แตค่ วามแตกตา่ ง
ไม่ได้เปน็ อุปสรรคในความเปน็ เพ่ือน หากเราเรียนร้ทู ีจ่ ะยอมรับกนั
• การพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา สามารถบอกความรู้สึก รับฟังกัน
และรจู้ กั ขอโทษจะชว่ ยให้ความเป็นเพอื่ นแนน่ แฟน้ ขึน้
• ส่ิงที่เรารู้สึกไม่ดี ไม่ชอบที่เพื่อนท�ำกับเรา เราก็ต้องไม่ท�ำกับเพ่ือน
เชน่ กัน

80

แผนการเรียนร้ทู ี่ ๕

มากกว่าเพ่ือน

แผนการเรียนรทู้ ่ี ๕

มากกว่าเพอ่ื น

สาระสำ� คญั

พัฒนาการหนึ่งของการเข้าสู่วัยรุ่น คือการเปล่ียนแปลงด้านอารมณ์ความ
รสู้ กึ โดยอาจมคี วามรสู้ กึ สนใจและพงึ ใจเปน็ พเิ ศษกบั บางคน ซงึ่ อาจเปน็ คนตา่ งเพศ
หรอื เพศเดียวกนั กับเรากไ็ ด้ ซงึ่ เปน็ เรอื่ งปกติ การแสดงออกและปฏิบตั ิตอ่ คนทเ่ี รามี
ความรู้สึกพเิ ศษดว้ ยอยา่ งเหมาะสมเปน็ เรอ่ื งท่จี �ำเป็นตอ้ งเรยี นรู้

วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

๑) บอกความเหมือนและความตา่ งของการเป็นเพอ่ื นและเป็นแฟน
๒) บอกเรอื่ งส�ำคัญของการมีสมั พนั ธภาพที่ดี
๓) บอกความรสู้ ึกทีม่ ตี อ่ คนที่มรี สนิยมทางเพศทีแ่ ตกต่างกนั

แผนการเรียนร้นู ้ี มุ่งสรา้ งเสริมคุณลักษณะและทักษะสำ� คญั ดงั นี้

Core Values Core Skills
• การเคารพความแตกต่าง • การรจู้ กั ตนเอง
• การรแู้ ละเคารพสทิ ธิ • การตัดสนิ ใจ
• เสรีภาพในการเลอื ก • การยนื ยันความรู้สกึ
• การเขา้ ใจคนอื่น
• ความมน่ั ใจในตวั เอง

82

ระยะเวลา ๕

๖๐ นาที (๑ คาบเรยี น)

อุปกรณ์และส่ือ

• ฉลาก “เพ่ือน” และ “แฟน หรอื คนพิเศษ”
• กระดาษฟลิปชารท์ ปากกาเมจกิ

ประเมินผลการเรยี นรู้

๑. สังเกตความสนใจและการมสี ว่ นรว่ มในการท�ำกิจกรรม
๒. สังเกตการตอบค�ำถามและการให้เหตผุ ล

ข้นั ตอนการจัดการเรยี นรู้

๑. ครูบอกว่าวันน้ีเราจะคุยกันในหัวข้อ “มากกว่าเพื่อน” นักเรียนคิดว่า
ความสัมพนั ธ์ที่มากกว่าเพ่ือน คืออะไร

• ค�ำตอบทไ่ี ด้อาจเปน็ “แฟน” “คนรัก” “กกิ๊ ” “คนพเิ ศษ” หรือค�ำอนื่ ๆ
ที่มีนัยเดียวกัน

๒. ครูแบง่ นกั เรียนออกเป็น ๒ ทมี ใหแ้ ต่ละทมี ยนื เขา้ แถวเรียงหนึ่ง (โดยให้
คนทหี่ นงึ่ อยู่กลางห้อง – มีระยะหา่ งจากกระดาน และหากนกั เรียนจ�ำนวนมากอาจ
ใหย้ ืนสองแถว โดยให้รูว้ า่ ใครเป็นหวั แถว และหางแถวตามล�ำดบั ) แจกปากกาเมจกิ
ให้คนท่ียืนคนแรก

๓. อธิบายวา่ ครมู คี �ำสองค�ำ คอื “เพอื่ น” และ “แฟน หรือคนพิเศษ” จะให้
ตัวแทนทีมจับฉลากว่าได้ค�ำไหน และให้แต่ละทีมแข่งกันโดยช่วยกันระดมว่า ส่ิงที่
คิดถึงเกี่ยวกับ “การเป็นเพ่ือน” และ “การเป็นแฟน/คนพิเศษ” โดยให้ไปเขียนที่
กระดานทีละคน เมื่อเขียนเสร็จ ให้เอาปากกามาให้คนต่อไปเร่ือยๆ ครูจะจับเวลา
และดูวา่ ทมี ใดเขียนไดม้ ากกวา่ กนั

83

๔. ใหต้ ัวแทนจับฉลาก และเขียนค�ำว่า “เพอ่ื น” และ “แฟน หรือคนพิเศษ”
ไวบ้ นกระดาน

เพ่ือน แฟน/คนพเิ ศษ

๕. ใหส้ ญั ญาณเรม่ิ และจบั เวลา ๘ นาที เมอื่ หมดเวลาใหท้ กุ คนนง่ั ที่ ครชู วน
ดูค�ำตอบของแต่ละทีมที่แสดงให้เห็นถึงการเป็นเพื่อน และการเป็นแฟน/คนพิเศษ
ถามนักเรียนวา่

• นักเรียนสังเกตเห็นความเหมือน ความต่างระหว่างเพื่อนกับแฟน
อยา่ งไรบ้าง

• มีข้อไหนทีเ่ ปน็ ด้านบวก ด้านลบของการเปน็ เพอ่ื นและเป็นแฟน
๖. ครูชวนให้เหน็ วา่

• เมื่อรสู้ ึกพเิ ศษกับใครบางคน หรือเปน็ แฟนจะเห็นวา่ เราจะอยากใช้
เวลากบั คนๆ นนั้ มากขนึ้ อยากท�ำสง่ิ ดๆี ใหก้ นั เปน็ หว่ งเปน็ ใย อยาก
เห็นหน้าตลอดเวลา อยากแสดงความรู้สึกผ่านการกระท�ำหลายๆ
อย่าง เช่น การให้ของขวญั การส่งขอ้ ความบอกความรู้สกึ อยาก
ใกลช้ ิด อยากสมั ผสั เชน่ การจับมอื โอบไหล่ เปน็ ต้น ความรสู้ ึก
เหลา่ นเี้ ปน็ เรอื่ งปกตแิ ละเปน็ ประสบการณท์ อ่ี าจเกดิ ขนึ้ กบั แตล่ ะคน
ได้ ในชว่ งเวลาที่แตกตา่ งกันไปในชีวติ

• อย่างไรกด็ ี ส่ิงส�ำคญั ทต่ี ้องคิด คือ การแสดงออกตอ่ กนั ที่เหมาะสม
โดยค�ำนงึ ถงึ ความรสู้ กึ ของอกี ฝา่ ย เชน่ หากเราอยากจบั มอื เพอื่ แสดง
ความรัก อีกฝ่ายยินดีและยินยอมหรือไม่ การแสดงความรัก หรือ
ความรสู้ กึ ดๆี ตอ่ กนั ควรเปน็ ความรสู้ กึ ทยี่ นิ ยอมทงั้ สองฝา่ ย และไม่
สง่ ผลกระทบในทางลบ หรือความรู้สกึ ไมด่ ใี หก้ บั อกี ฝ่าย

84

๗. ครูถามนักเรียนว่า
• ความรสู้ กึ พเิ ศษตอ่ ใครบางคนจ�ำเปน็ ตอ้ งเกดิ ขนึ้ กบั คนตา่ งเพศ หรอื
ไม่ อยา่ งไร ?
• ขอฟังค�ำตอบ ๓-๔ คน ทีอ่ าจเห็นด้วยหรอื ไม่เหน็ ด้วย พรอ้ มเหตผุ ล
๘. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา่ นกั เรยี นอาจเคยไดย้ นิ เคยเหน็ หรอื เคยรบั รวู้ า่ คน ๕
ท่เี ป็นแฟนกนั หรือรักกนั อาจเป็นคนต่างเพศ หรือเพศเดียวกนั กไ็ ด้ ซ่ึงไม่ใชเ่ รื่องผดิ
ปกตแิ ต่อยา่ งไร เปน็ เพยี งรสนยิ มทีแ่ ตกตา่ งกนั
• ความรู้สึกรัก หรือพึงใจต่อเพศใดเพศหน่ึงเป็นพิเศษนี้ เราเรียกว่า
รสนิยมทางเพศ ซึง่ มหี ลายแบบ และทกุ แบบเปน็ เร่ืองปกติ
• คนท่ีมีความรู้สึกพิเศษ รักชอบคนที่มีเพศต่างจากตัวเอง เราเรียก
คนกล่มุ น้วี า่ เป็นคนรักต่างเพศ
• สว่ นคนทมี่ คี วามรสู้ กึ พเิ ศษ รกั ชอบคนเพศเดยี วกนั เราเรยี กคนกลมุ่
น้ีว่า คนรักเพศเดียวกัน หรือเราอาจได้ยินค�ำว่า เกย์ ชายรักชาย
เลสเบ้ียน หญงิ รกั หญิง
• ยงั มบี างคนทเ่ี กดิ ความรสู้ กึ พเิ ศษ รกั ชอบคนไดท้ ง้ั หญงิ และชาย เรา
เรียกว่า คนรักสองเพศ
• และมบี างคนที่ไมไ่ ดม้ คี วามรู้สึกพเิ ศษกบั ใครเลย
๙. ครูสรุปการเรยี นรูว้ ่า
• เมอ่ื เราโตขน้ึ เราจะเรยี นรคู้ วามรสู้ กึ และความสมั พนั ธท์ หี่ ลากหลาย
มากขึ้น เช่น ความรู้สึกพิเศษที่มีกับคนบางคนหรือความรู้สึกรัก
อยากพัฒนาความสมั พนั ธท์ ี่ใกล้ชดิ มากข้นึ ทีต่ า่ งจากความรู้สกึ ตอ่
เพื่อน หรอื คนในครอบครวั
• ในช่วงเข้าสูว่ ยั รนุ่ บางคนเริม่ มคี วามรู้สกึ ชอบหรือพงึ พอใจใครบาง
คนเป็นพเิ ศษ อาจเกิดขึน้ กับคนตา่ งเพศหรอื เพศเดยี วกนั ก็ได้ และ
อาจพฒั นาเปน็ “แฟน” แต่บางคนก็อาจยังไม่มคี วามร้สู ึกแบบนี้ ซ่ึง
ไม่ใชเ่ ร่อื งผิดปกตแิ ต่อยา่ งใด
85

• เมอ่ื โตเปน็ ผใู้ หญม่ ากขนึ้ ความสมั พนั ธพ์ เิ ศษกอ็ าจพฒั นาไปมากขนึ้
เช่น ตกลงกันเป็นแฟน เป็นคู่รัก เป็นคู่ชีวิต อาจแต่งงานหรือไม่
แต่งงานก็ได้ และบางคู่ก็อาจพัฒนาต่อถึงการสร้างครอบครัวมีลูก
ด้วยกัน แตบ่ างคูก่ อ็ าจจะเลือกไมม่ ลี กู

• หน่งึ ในเรอื่ งส�ำคญั ของทกุ ความสัมพนั ธ์ คอื การใส่ใจความรสู้ กึ ตอ่
กนั และสามารถบอกความรสู้ กึ ต่อกันได้ ทั้งเรือ่ งท่ีดแี ละไมด่ ี รวม
ทงั้ การไมท่ �ำอะไรท่จี ะท�ำให้อกี ฝา่ ยอดึ อดั ไม่สบายใจ หรือเสียใจ

86

แผนการเรียนรทู้ ่ี ๖

สอ่ื สารชัดเจน

แผนการเรียนรู้ท่ี ๖

ส่ือสารชัดเจน

สาระสำ� คัญ

การฝึกการแสดงความเห็นและการยืนยันความต้องการของตัวเองใน
สถานการณ์ต่างๆ เป็นทักษะพ้ืนฐานในการสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้างได้โดย
ยังสามารถคงความเป็นตัวของตัวเองไปพร้อมๆ กับการรับฟัง และเคารพความคิด
เห็นของผูอ้ นื่

วตั ถุประสงค์การเรยี นรู้

๑) บอกความแตกตา่ งของวธิ ีการส่อื สารแตล่ ะแบบ
๒) ฝึกการเลือกใช้ค�ำพูดเพื่อส่ือสารบอกความต้องการได้อย่างสุภาพและ
หนกั แน่น
๓) ประเมนิ วธิ ีการส่ือสารท่ีตนเองมกั เลือกใช้

88

แผนการเรียนรู้น้ี มุ่งสรา้ งเสรมิ คุณลกั ษณะและทกั ษะสำ� คัญ ดังนี้

Core Values Core Skills ๖
• ความมนั่ ใจในตนเอง • การส่ือสาร
• การเคารพความแตกต่าง • การยืนยันความคิดเหน็ ของตนเอง
• การเห็นอกเหน็ ใจ เข้าใจคนอื่น • การรับฟัง
• การรู้และเคารพสิทธิ • การต่อรอง
• การไมเ่ อาเปรียบผูอ้ น่ื • การสรา้ งสมั พนั ธภาพ
• การไม่ใช้ความรนุ แรง
• ส�ำนึกพลเมอื ง

ระยะเวลา

๖๐ นาที (๑ คาบเรียน)

อุปกรณแ์ ละสอื่

• เตรยี มแผ่นกิจกรรม “สอ่ื สารชดั เจน”
• เตรียมเขียนการส่ือสาร ๓ แบบ ไว้บนกระดานหรือฟลิปชาร์ทเพื่อใช้

อธบิ าย

ประเมนิ ผลการเรยี นรู้

๑. สงั เกตความสนใจและการมสี ่วนร่วมในการท�ำกิจกรรม
๒. สงั เกตการแสดงเหตผุ ลในการตอบค�ำถามหรือแสดงความคิดเหน็


ขนั้ ตอนการจัดการเรียนรู้

๑. ช้ีแจงว่ากิจกรรมวันนี้ จะเป็นการฝึกการส่ือสารเพ่ือบอกความรู้สึกของ
ตนเอง และหาแนวทางการสือ่ สารท่ีจะชว่ ยลดความขดั แย้งผา่ นสถานการณจ์ �ำลอง

89

๒. ถามนักเรยี นว่า
• เราเคยอยใู่ นสถานการณ์ท่ี เรารสู้ ึกไมเ่ หน็ ดว้ ย คิดตา่ งกนั ร้สู กึ ต่าง
กนั กับคนรอบตวั ไหม เช่น เราไมช่ อบส่ิงท่ีเพ่ือนท�ำ เราไมเ่ ห็นดว้ ย
กบั ทีพ่ อ่ แมพ่ ดู เปน็ ต้น
o ขอฟังตัวอยา่ ง ๓-๔ เรื่อง
• เวลาทเี่ รารสู้ กึ ไมเ่ หน็ ดว้ ย ไมช่ อบแบบนนั้ เปน็ เรอื่ งงา่ ยหรอื ยาก ทเ่ี รา
จะบอกความรูส้ กึ ของเราให้คนน้ันรู้ เพราะเหตุใด
o ขอฟังค�ำตอบ ๓-๔ คน (ค�ำตอบอาจเปน็ ไมก่ ลา้ บอก อาย กลัว
เพือ่ นเสียใจ กลัวถูกต่อวา่ กลัวทะเลาะกนั ฯลฯ)

๓. อธิบายนักเรียนเพิ่มเตมิ ว่า
• เปน็ เรอ่ื งปกตทิ เี่ ราจะมคี วามรสู้ กึ ทแ่ี ตกตา่ ง หรอื ขดั แยง้ กบั คนอกี คน
หน่งึ รสู้ กึ ชอบ/ไม่ชอบ เหน็ ด้วย/ไม่เห็นดว้ ยในเร่ืองต่างๆ แม้ว่าเรา
จะมีความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นคนในครอบครัว เป็น
เพ่อื น หรือกระท่งั คนที่เป็นแฟนกัน
• ความเหน็ ตา่ งหรอื ความขดั แยง้ เปน็ เรอื่ งธรรมดา เพราะเราแตล่ ะคน
ไมม่ ีใครคิดหรือรู้สกึ เหมอื นกนั ไดท้ ุกอยา่ ง
• ทส่ี �ำคญั คอื หากเรามคี วามสมั พนั ธท์ ดี่ กี นั จรงิ เมอ่ื เกดิ ความขดั แยง้
มคี วามคิดเหน็ หรือรสู้ ึกตา่ งกัน เราควรสามารถบอกความรู้สกึ ของ
เราได้อย่างตรงไปตรงมา ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องพร้อมรับฟัง
ความรสู้ ึกหรอื ความเหน็ ทแ่ี ตกต่างดว้ ย
• นอกจากเราควรบอกความรู้สึกของเราต่อกนั ได้ อีกเรอื่ งท่สี �ำคญั คอื
เราจะมีวิธีบอกอย่างไร ทจี่ ะไมท่ �ำให้อีกฝ่ายรูส้ กึ ไมด่ ี

๔. ครูชวนดูวิธีการส่อื สาร ๓ แบบ ดังน้ี (ครอู าจเตรียมเขยี นไวบ้ นกระดาน
หรอื กระดาษฟลปิ ชารท์ )
90

๑. แบบทีห่ นงึ่ ฉันจะเอาแบบนี้ (Aggressive) ไมส่ นใจความตอ้ งการ ๖
ของผอู้ น่ื ท�ำทุกอย่างเพ่ือให้ได้ส่งิ ทต่ี ัวเองตอ้ งการ

๒. แบบทส่ี อง ส�ำหรบั ฉนั อะไรกไ็ ด้ (Passive) ไมค่ อ่ ยกลา้ หรอื กลวั ทจ่ี ะ
แสดงความต้องการและความรู้สึกของตัวเอง โดยเฉพาะเรี่องที่ต้องขัดใจผู้อื่น มัก
คล้อยตามและปฏเิ สธไมเ่ ป็น

๓. แบบท่สี าม ฉนั รวู้ า่ ฉนั ตอ้ งการอะไร (Assertive) และพร้อมสือ่ สาร
ยนื ยนั สง่ิ ทฉี่ นั คดิ และตอ้ งการ โดยไมท่ �ำใหอ้ กี ฝา่ ยเสยี ความรสู้ กึ และเคารพในความ
ต้องการของอกี ฝ่ายดว้ ย

๕. เพอื่ ใหเ้ หน็ ภาพของการสอ่ื สารแตล่ ะแบบ ครชู วนนกั เรยี นยกตวั อยา่ งการ
ส่ือสารแต่ละแบบในเหตุการณ์สมมติ ดงั นี้

• ในเหตกุ ารณท์ เ่ี พอื่ นๆ ก�ำลงั ตกลงกนั วา่ จะสง่ั ไอศกรมี อะไรกนั เพอ่ื น
ในกลุ่มตกลงกนั วา่ จะสงั่ ไอศกรีมฟรตุ สลัดมากนิ ดว้ ยกัน
o เอ เป็นคนท่ีไม่สนใจความรู้สึกหรือความต้องการของผู้อ่ืน
(Aggressive) เออยากกนิ ไอศกรมี สตรอวเ์ บอรร์ เี อจะบอกเพอ่ื นๆ
อย่างไร ?
o ครูขอตัวอย่าง ๒-๓ คน และอาจให้ตัวอย่างท่ีชัดเจนเพ่ิม
เติมหากค�ำตอบของนักเรียนยังไม่ชัดเจน เช่น เอจะบอก
ว่า “อย่าส่ังฟรุตสลัดเลย ฉันอยากกินรสสตรอว์เบอร์รีฉัน
จะส่ังรสสตรอว์เบอร์รี”
o บี เปน็ คนแบบ “อะไรกไ็ ด”้ (Passive) บไี มช่ อบไอศกรมี ฟรตุ สลดั
บจี ะบอกเพ่ือนๆ ในกลมุ่ อยา่ งไร ?
o ครขู อตวั อยา่ ง ๒-๓ คน และอาจใหต้ วั อยา่ งทชี่ ดั เจนเพมิ่ เตมิ
หากค�ำตอบของนักเรยี นยงั ไมช่ ัดเจน เชน่ บจี ะบอกวา่ “ถา้
พวกเธออยากกินฟรตุ สลัด กไ็ มเ่ ปน็ ไร ฉันกนิ ได”้
91

o ซี เปน็ คนทร่ี วู้ า่ ตวั เองตอ้ งการอะไร (Assertive) และพรอ้ มสอื่ สาร
ยนื ยนั สงิ่ ทต่ี วั เองคดิ และตอ้ งการ ซไี มอ่ ยากกนิ ไอศกรมี แตอ่ ยาก
กนิ น้�ำปั่น ซีจะบอกเพ่อื นๆ อยา่ งไร ?
o ครูขอตัวอย่าง ๒-๓ คน และอาจให้ตัวอย่างท่ีชัดเจนเพ่ิม
เตมิ หากค�ำตอบของนักเรียนยังไม่ชัดเจน เช่น ซจี ะบอกวา่
“พวกเธอส่ังไอศกรีมฟรุตสลัดกินกันเลยนะ วันนี้ฉันอยาก
กินนำ�้ ปน่ั ฉนั จะสงั่ นำ�้ ปน่ั ”

๖. นักเรียนคิดว่า การส่ือสารแบบไหนทเี่ ราควรใช้ / ไมค่ วรใช้ เพราะเหตุ
ใด

๗. แบง่ นกั เรียนเป็น ๙ กลุม่ ย่อย แตล่ ะกลมุ่ จะได้ลองฝกึ คดิ ถึงการสื่อสาร
แต่ละแบบในแตล่ ะสถานการณ์ โดยแบง่ บทบาทดงั น้ี

• กลุม่ ๑, ๔, ๗ จะลองคิดวธิ กี ารสื่อสารแบบท่ี ๑ - ไมส่ นใจความรู้สึก
หรอื ความต้องการผูอ้ ื่น (Aggressive)

• กลุ่ม ๒, ๕, ๘ จะลองคิดวิธีการส่ือสารแบบท่ี ๒ - “อะไรก็ได้”
(Passive)

• กลุ่ม ๓, ๖, ๙ จะลองคิดวิธกี ารสื่อสารแบบที่ ๓ - รวู้ า่ ตัวเองต้องการ
อะไร (Assertive) และพรอ้ มสอื่ สารยนื ยนั สง่ิ ทต่ี วั เองคดิ และตอ้ งการ

๘. ครูแจกสถานการณ์ให้แต่ละกลุม่ ดงั น้ี
• กล่มุ ๑-๒-๓ ได้รบั สถานการณ์ท่ี ๑ “ก้องกบั โอม”
•· กลุ่ม ๔-๕-๖ ไดร้ ับสถานการณ์ที่ ๒ “โบวก์ ับมนิ ต”์
• กลุ่ม ๗-๘-๙ จะได้รับสถานการณท์ ่ี ๓ “แกม้ ”

ให้แต่ละกลุ่มอ่านเร่ืองและช่วยกันคิดประโยคท่ีจะสื่อสารในแบบที่ตัวเองได้
รบั มอบหมายในแต่ละสถานการณ์ ใหเ้ วลา ๑๐ นาที และเตรยี มแสดงบทบาทสมมติ
ในการพูดประโยคนั้นๆ
92

๙. ครูให้เร่ิมแสดงบทบาทสมมติทีละสถานการณ์ โดยใหเ้ ห็นการสอ่ื สารท้งั ๖
๓ แบบจาก ๓ กลุ่ม ให้กลุ่มที่เหลือดูและสังเกต เมื่อครบทั้ง ๓ แบบในแต่ละ
สถานการณ์ ครูถามวา่

• แต่ละกลมุ่ ใชว้ ิธีการสอ่ื สารแบบใด
·• เราชอบการส่ือสารแบบใด เพราะเหตใุ ด
๑๐. เมอ่ื ครบทัง้ ๓ สถานการณ์ ถามนักเรียนวา่
• ในแต่ละสถานการณ์ ยากหรือง่ายที่จะบอกความรู้สึก หรือความ

ตอ้ งการของตวั เอง เพราะเหตใุ ด
•´ ในสถานการณจ์ รงิ เราจะพดู /ท�ำ เหมอื นกบั ทเี่ ราแสดงบทบาทสมมติ

หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
• ส่ิงท่ีเรากังวลหากตอ้ งบอกความรู้สกึ ของเราออกไป คอื อะไร
´• หากมีเพ่ือนมาพูดบอกความรู้สึกท่ีต่างจากเรา เราจะรู้สึกอย่างไร

พร้อมรบั ฟังและเข้าใจหรือไม่
๑๑. ครชู วนสรปุ ว่า เราได้อะไรจากกจิ กรรมวนั นี้ และเพม่ิ เตมิ ประเดน็ ดงั น้ี

• หากเรามคี วามสมั พนั ธท์ ดี่ ตี อ่ กนั เราควรใสใ่ จและค�ำนงึ ถงึ ความรสู้ กึ
ของอกี ฝา่ ยหนึง่ ดว้ ย

• ในขณะเดียวกนั การท่เี ราสามารถบอกความรสู้ ึกและความต้องการ
ของตัวเองกบั เพือ่ นได้ แมจ้ ะรสู้ กึ ตา่ งกนั พรอ้ มจะรับฟงั และยอมรับ
วา่ เพอื่ นกอ็ าจรสู้ กึ หรอื มคี วามตอ้ งการตา่ งจากเรา จะชว่ ยใหเ้ ราเขา้ ใจ
และพดู คยุ กนั ไดอ้ ยา่ งสบายใจขึน้

93

แผ่นกิจกรรม “สื่อสารชัดเจน”

กลุม่ ๑ / สถานการณท์ ี่ ๑
ก้องขี่จักรยานคันใหม่ที่เป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อเม่ือวานไปโรงเรียน พอเลิกเรียน

โอม เพื่อนซข้ี องกอ้ งมาบอกกอ้ งวา่ ขอยมื จักรยานไปลองปน่ั รอบเมอื งหนอ่ ย ก้องรสู้ ึกไมอ่ ยาก
ให้โอมยืม เพราะเป็นจักรยานใหม่ท่ีเพ่ิงได้มาและตั้งใจจะไปปั่นเล่นหลังเลิกเรียนเช่นกัน โอม
เหน็ กอ้ งลังเล จงึ บอกว่าจะดแู ลจักรยาน และเสริมว่าถา้ เป็นตนเองมจี กั รยานและกอ้ งมายืม ก็
จะใหเ้ ลย เพราะเป็นเพ่ือนกนั
- ถ้านกั เรียนเปน็ “ก้อง” แบบที่ ๑ - ไม่สนใจความรสู้ ึกหรือความต้องการผอู้ ่นื (Aggressive)
- นักเรยี นจะมวี ิธบี อก “โอม” อย่างไร ?
กลมุ่ ๒ / สถานการณ์ที่ ๑

ก้องขี่จักรยานคันใหม่ที่เป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อเม่ือวานไปโรงเรียน พอเลิกเรียน
โอม เพือ่ นซ้ขี องกอ้ งมาบอกก้องว่า ขอยืมจักรยานไปลองปน่ั รอบเมืองหนอ่ ย กอ้ งรสู้ กึ ไมอ่ ยาก
ให้โอมยืม เพราะเป็นจักรยานใหม่ที่เพิ่งได้มาและตั้งใจจะไปปั่นเล่นหลังเลิกเรียนเช่นกัน โอม
เห็นก้องลังเล จึงบอกว่าจะดแู ลจกั รยาน และเสริมว่าถา้ เปน็ ตนเองมีจกั รยานและกอ้ งมายมื ก็
จะให้เลย เพราะเป็นเพ่อื นกัน
- ถ้านกั เรียนเปน็ “กอ้ ง” แบบที่ ๒ - “อะไรกไ็ ด้” (Passive)
- นกั เรียนจะมีวธิ ีบอก “โอม” อย่างไร ?
กล่มุ ๓ / สถานการณ์ท่ี ๑

ก้องขี่จักรยานคันใหม่ท่ีเป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อเม่ือวานไปโรงเรียน พอเลิกเรียน
โอม เพื่อนซ้ขี องกอ้ งมาบอกกอ้ งว่า ขอยืมจักรยานไปลองปั่นรอบเมืองหนอ่ ย กอ้ งรสู้ กึ ไม่อยาก
ให้โอมยืม เพราะเป็นจักรยานใหม่ที่เพิ่งได้มาและต้ังใจจะไปปั่นเล่นหลังเลิกเรียนเช่นกัน โอม
เห็นก้องลังเล จึงบอกว่าจะดแู ลจกั รยาน และเสรมิ ว่าถ้าเปน็ ตนเองมีจักรยานและกอ้ งมายืม ก็
จะให้เลย เพราะเป็นเพือ่ นกัน
94

- ถา้ นักเรยี นเป็น “กอ้ ง” แบบที่ ๓ – รู้วา่ ตวั เองต้องการอะไร (Assertive) และพร้อมสอ่ื สาร ๖
ยนื ยนั ส่งิ ทีต่ วั เองคิดและต้องการ

- นกั เรยี นจะมีวิธีบอก “โอม” อยา่ งไร ?
กลมุ่ ๔ / สถานการณ์ท่ี ๒
โบวช์ วนมินต์และกลุ่มเพ่อื นสนิทไปกินไอศกรีมท่ีรา้ นหลงั สอบเสรจ็ วันนี้ มนิ ตอ์ ยากไป
แตต่ วั เองไดต้ กลงกบั แมไ่ วแ้ ลว้ วา่ วนั นส้ี อบเสรจ็ จะรบี กลบั บา้ นไปชว่ ยแม่ มนิ ตร์ วู้ า่ โบวอ์ ยากให้
มนิ ต์ไปด้วย เพราะเคยคยุ เรอื่ งนกี้ ันไว้กอ่ นแล้ว
- ถา้ นกั เรยี นเปน็ “มนิ ต”์ แบบที่ ๑ - ไมส่ นใจความรสู้ กึ หรอื ความตอ้ งการผอู้ นื่ (Aggressive)
- นกั เรยี นจะมีวิธบี อก “โบว์” อย่างไร
กลมุ่ ๕ / สถานการณ์ที่ ๒
โบวช์ วนมินต์และกลมุ่ เพ่อื นสนทิ ไปกินไอศกรมี ทีร่ า้ นหลังสอบเสรจ็ วันน้ี มนิ ต์อยากไป
แตต่ วั เองไดต้ กลงกบั แมไ่ วแ้ ลว้ วา่ วนั นสี้ อบเสรจ็ จะรบี กลบั บา้ นไปชว่ ยแม่ มนิ ตร์ วู้ า่ โบวอ์ ยากให้
มินต์ไปด้วย เพราะเคยคุยเรอื่ งนก้ี นั ไวก้ ่อนแล้ว
- ถา้ นักเรียนเปน็ “มนิ ต”์ แบบที่ ๒ - “อะไรก็ได้” (Passive)
- นักเรียนจะมีวธิ บี อก “โบว”์ อยา่ งไร
กลุม่ ๖ / สถานการณท์ ี่ ๒
โบว์ชวนมินตแ์ ละกล่มุ เพอ่ื นสนิทไปกนิ ไอศกรมี ท่ีร้านหลังสอบเสรจ็ วนั น้ี มินตอ์ ยากไป
แตต่ วั เองไดต้ กลงกบั แมไ่ วแ้ ลว้ วา่ วนั นส้ี อบเสรจ็ จะรบี กลบั บา้ นไปชว่ ยแม่ มนิ ตร์ วู้ า่ โบวอ์ ยากให้
มนิ ต์ไปด้วย เพราะเคยคยุ เร่อื งน้ีกันไว้ก่อนแลว้
- ถา้ นักเรยี นเปน็ “มนิ ต์” แบบท่ี ๓ - ร้วู า่ ตัวเองต้องการอะไร (Assertive) และพร้อมส่ือสาร

ยืนยนั ส่ิงทตี่ ัวเองคิดและตอ้ งการ
- นักเรยี นจะมีวธิ บี อก “โบว์” อยา่ งไร

95

กล่มุ ที่ ๗ / สถานการณ์ท่ี ๓
ขณะที่แก้มน่ังเล่นอยู่ริมสนามกับกลุ่มเพื่อนในห้อง ๔-๕ คน โอ๊ต เพ่ือนอีกห้องเดิน
ผา่ นมา ทกุ คนในโรงเรยี นรวู้ า่ โอต๊ เปน็ กะเทย เอกกบั กอ้ งเพอ่ื นผชู้ ายในกลมุ่ แกม้ ตะโกนแซวโอต๊
และชวนกันพยายามเข้าไปแกล้งกอดโอ๊ต แก้มไม่ชอบและรู้สึกไม่ดีท่ีเอกกับก้องแกล้งโอ๊ต
แบบนนั้
- ถา้ นกั เรยี นเปน็ “แกม้ ” แบบที่ ๑ - ไมส่ นใจความรสู้ กึ หรอื ความตอ้ งการผอู้ นื่ (Aggressive)
- นกั เรยี นจะมีวธิ บี อก “เอกและกอ้ ง” อยา่ งไร
กลุ่มท่ี ๘ / สถานการณ์ที่ ๓
ขณะท่ีแก้มนั่งเล่นอยู่ริมสนามกับกลุ่มเพ่ือนในห้อง ๔-๕ คน โอ๊ต เพื่อนอีกห้องเดิน
ผา่ นมา ทกุ คนในโรงเรยี นรวู้ า่ โอต๊ เปน็ กะเทย เอกกบั กอ้ งเพอื่ นผชู้ ายในกลมุ่ แกม้ ตะโกนแซวโอต๊
และชวนกันพยายามเข้าไปแกล้งกอดโอ๊ต แก้มไม่ชอบและรู้สึกไม่ดีท่ีเอกกับก้องแกล้งโอ๊ต
แบบนั้น
- ถ้านักเรยี นเป็น “แก้ม” แบบท่ี ๒ - “อะไรก็ได้” (Passive)
- นกั เรียนจะมีวิธีบอก “เอกและก้อง” อย่างไร
กลุ่มที่ ๙ / สถานการณ์ที่ ๓
ขณะท่ีแก้มน่ังเล่นอยู่ริมสนามกับกลุ่มเพื่อนในห้อง ๔-๕ คน โอ๊ต เพื่อนอีกห้องเดิน
ผา่ นมา ทกุ คนในโรงเรยี นรวู้ า่ โอต๊ เปน็ กะเทย เอกกบั กอ้ งเพอ่ื นผชู้ ายในกลมุ่ แกม้ ตะโกนแซวโอต๊
และชวนกันพยายามเข้าไปแกล้งกอดโอ๊ต แก้มไม่ชอบและรู้สึกไม่ดีท่ีเอกกับก้องแกล้งโอ๊ต
แบบนั้น
- ถ้านักเรยี นเปน็ “แก้ม” แบบที่ ๓ - รวู้ ่าตวั เองตอ้ งการอะไร (Assertive) และพร้อมสื่อสาร

ยนื ยันสงิ่ ทตี่ ัวเองคิดและตอ้ งการ
- นกั เรยี นจะมีวธิ บี อก “เอกและก้อง” อย่างไร

96

แผนการเรียนรทู้ ี่ ๗

เร่อื งแบกบับนฉี้มนั ีโอไหกมาส?เกิดขน้ึ

แผนการเรียนรูท้ ี่ ๗

เร่อื งแบบนม้ี โี อกาสเกิดข้นึ กับฉนั ไหม ?

สาระส�ำคญั

วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการค้นหาตัวตน อยากลอง กล้าเส่ียง และต้องการการ
ยอมรับหรือเป็นส่วนหน่ึงโดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อน การเป็นตัวของตัวเองและมีความ
ม่ันใจเป็นเร่ืองที่ดี ด้วยวัยรุ่นเป็นช่วงวัยท่ียังมองโลกสดใส แข็งแรง ความเช่ือหน่ึง
ของวยั รนุ่ คอื “เรอื่ งแบบนไ้ี มม่ ที างเกดิ ขน้ึ กบั เรา” ซงึ่ ความมน่ั ใจแบบนอ้ี าจท�ำใหข้ าด
ความรอบคอบในการประเมินความเสี่ยง และการตัดสินใจโดยไม่คิดถึงผลกระทบ
ท่ีอาจเกิดข้นึ ใหร้ อบดา้ น ดงั นนั้ การเรยี นรู้ทักษะการประเมินความเส่ียง และทักษะ
การตัดสินใจ พร้อมๆ กบั เรยี นรู้วา่ ทุกการตัดสนิ ใจมผี ลตามมาทเ่ี ราตอ้ งพร้อมรับผดิ
ชอบ เปน็ ทักษะทสี่ �ำคญั และจ�ำเปน็ ส�ำหรับวัยรนุ่

วัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้

๑) บอกความรูส้ กึ ของการช่วยเหลือและแบง่ ปนั กัน
๒) ฝึกการท�ำงานรว่ มกันเพอื่ ไปสเู่ ปา้ หมาย

98


Click to View FlipBook Version