โครงงานภาษาไทย
ื
เร่อง การศกษาเเนวคิด กลวิธการสื่อความ
ี
ึ
ุ
เเละการใช้ภาษาในงานเขียนของขนเขา
คณะผ้จัดท า
ู
นางสาวธัญรัตน์ วงศ์ทองดี เลขที่ ๑๐
ุ
นางสาวศศิวิมล สติราช เลขที่ ๑๙
นางสาวพรพัฒน์ สัตถาภรณ์ เลขที่ ๒๗
ชั้น ม.๖/๑
ครผู้สอน
ู
นาย ธิรพงษ์ คงด้วง
็
ึ
ี
รายงานโครงงานฉบับนเปนส่วนหน่งของ
้
รายวิชา ภาษาไทย (ท ๓๓๑๐๒)
ี
ี
ภาคเรยนที่ ๒ ปการศึกษา ๒๕๖๓
โรงเรียนทีปราษฎร์พทยา จังหวัดสุราษฎร์ธาน
ิ
ี
โครงงานภาษาไทย
เรื่อง การศึกษาแนวคิด กลวิธีการสื่อความและการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา
คณะผู้จัดทำ
นางสาวธัญรัตน์ วงศ์ทองดี เลขที่ ๑๐ ชั้น ม.๖/๑
นางสาวศศิวิมล สุติราช เลขที่ ๑๙ ชั้น ม.๖/๑
์
นางสาวพรพัฒน์ สัตถาภรณ เลขที่ ๒๗ ชั้น ม.๖/๑
ครูผู้สอน
นายธิรพงษ์ คงด้วง
รายงานโครงงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาไทย (ท ๓๓๑๐๒)
ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
โรงเรียนทีปราษฎร์พิทยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก
คำนำ
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสาระการเรียน วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โดยรายงานเล่มนี้
จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดทำโครงงานภาษาไทย เรื่อง การศึกษาแนวคิด กลวิธีการสื่อความและการใช้ภาษาใน
งานเขียนของขุนเขา ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับขั้นตอนในการทำโครงงาน การเก็บรวบรวมข้อมูลจากหนังสือของ
ขุนเขา รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมจากสื่อเว็บไซต์ โดยคณะผู้จัดทำได้เลือกหนังสือของขุนเขา มาเป็นจำนวนทั้งหมด ๓
เล่ม ซึ่งจะคัดเลือกหมวดหมู่ที่สนใจจากหนังสือแต่ละเล่ม เพื่อวิเคราะห์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด กลวิธีการสื่อ
ความ การใช้ภาษา จากหนังสือทั้งสามเล่ม
การจัดทำโครงงานรายวิชาภาษาไทย เรื่อง การศึกษาแนวคิด กลวิธีการสื่อความและการใช้ภาษาในงาน
เขียนของขุนเขาครั้งนี้ คณะผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดทำเอกสารฉบับนี้จะให้ข้อมูลความรู้ ความเข้าใจ
ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจ ไม่มากก็น้อย และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำขออภัยไว้
ณ ที่นี้
คณะผู้จัดทำ
ข
กิตติกรรมประกาศ
ในการทำโครงงาน เรื่อง การศึกษาแนวคิด กลวิธีการสื่อความและการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขาเป็น
การให้ความรู้ ความเข้าใจ ตามหัวข้อข้างต้น ในเรื่องของแนวคิดทางจิตวิทยา ปรัชญาชีวิตเกี่ยวกับมนุษย์ การใช้
ความคิด การสื่อความของหนังสือ รวมถึงการใช้ภาษาในการเขียน ซึ่งผู้อ่านสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปประยุกต์กับ
การเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทย ช่วยให้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับภาษา รวมถึงสามารถนำความรู้เกี่ยวกับ
แนวคิดไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
การจัดทำโครงงานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ด้วยได้รับความอนุเคราะห์และการสนับสนุนจากคุณครู
ธิรพงษ์ คงด้วง ครูที่ปรึกษาในรายวิชาภาษาไทย ที่ได้ให้คำแนะนำในการทำโครงงานภาษาไทยให้ถูกต้องตาม
หลักการ และขอขอบคุณเพอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ ๖/๑ โรงเรียนทีปราษฎร์พิทยา รวมถึง คุณพอ คุณแม่ที่
ื่
่
คอยสนับสนุนและให้กำลังใจมาโดยตลอด
สุดท้ายนี้ขออุทิศความดีที่มีในการศึกษาโครงงานนี้ แก่ ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ผู้แต่งหนังสือที่คณะ
ผู้จัดทำได้นำมาศึกษาค้นคว้าในการทำโครงงานภาษาไทย ทำให้โครงงานมีความน่าเชื่อถือและมีคุณค่าต่อผู้อ่าน
มากขึ้น
คณะผู้จัดทำ
ค
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
กิตติกรรมประกาศ ข
สารบัญ ค
สารบัญรูป จ
สารบัญตาราง ฉ
บทที่ ๑ บทนำ ๑
ความเป็นมาและความสำคัญ ๑
วัตถุประสงค์ในการศกษาค้นคว้า ๒
ึ
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า ๒
ประโยชน์ที่คาดว่าได้รับ ๒
นิยามศัพท์เฉพาะ ๒
บทที่ ๒ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๔
ความรู้เกี่ยวกับประวัตินักเขียนหนังสือขุนเขา ๔
ความรู้เรื่องกลวิธีการสื่อความในการเขียนหนังสือ ๕
ความรู้เรื่องการใช้ภาษาในงานเขียน ๘
บทที่ ๓ วิธีดำเนินการวิจัย ๑๑
แหล่งข้อมูล ๑๑
เกณฑ์ในการวิเคราะห์ ๑๒
ง
้
การเก็บรวมรวมขอมูล ๑๓
การวิเคราะห์ข้อมูล ๑๓
ระยะเวลาในการดำเนินการ ๑๔
บทที่ ๔ การวิเคราะห์ข้อมูล ๑๕
หนังสือ สมองสงสัย ใจตอบ ๑๕
หนังสือ ขุนเขาเกาสมอง ๑๙
หนังสือ สมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างด้วยสมองและสองมือ ๒๒
บทที่ ๕ สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ ๒๖
การสรุปผลข้อมูล ๒๖
อภิปรายผล ๒๗
ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ต่อไป ๒๗
บรรณานุกรม ๒๘
จ
สารบัญภาพ
รูปที่ หน้า
รูปที่ ๔.๑. ภาพลวงตากล่องสีเหลี่ยม ๒๐
ฉ
สารบัญตาราง
เรื่อง หน้า
ตารางที่ ๑ คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศจากหนังสือสมองสงสัย ใจตอบ ๑๗
ตารางที่ ๒ คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศจากหนังสือ ขุนเขาเกาสมอง ๒๑
ตารางที่ ๓ คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศจากหนังสือ สมองเศรษฐี ๒๔
๑
บทที่ ๑
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า
งานเขียนในปัจจุบันเป็นการเขียนที่มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานเขียนแนวเรื่องสั้น งานเขียนแนวนว
นิยาย งานเขียนรายงานข่าว งานเขียนโทรทัศน์ งานเขียนภาพยนตร์เป็นต้น ซึ่งงานเขียนเหล่านี้มีความสำคัญต่อ
คนหมู่มากที่ต้องการความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์และแนวทางการใช้ชีวิต เป็นตัวช่วยหลีกหนีต่อความเครียด
ในการใช้ชีวิต ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินจากการอ่านงานเขียน
งานเขียนประเภทหนังสือ เช่น งานเขียนทั่วๆไป เป็นงานที่ไม่จำเป็นต้องมีศิลปะหรือกลวิธีในการเขียน
เช่น ตำรา เอกสารทางวิชาการ เป็นต้น ส่วนอีกแบบเป็นงานเขียนที่ต้องมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ จะเป็นงานเขียน
ประเภทใดก็ได้ แต่ต้องแต่งอย่างมีศิลปะมีความ ประณีตงดงาม มีกลวิธีสร้างอารมณ์สะเทือนใจ และทำให้ผู้อ่าน
เกิดอารมณ์คล้อยตามงาน อีกทั้งงานเขียนแต่ละแบบมีลักษณะการเขียนและการใช้ภาษาแตกต่างกน แบ่งออกเป็น
ั
ประเภทใหญ่ๆ คือ วารสาร(Periodical) เป็นหนังสือที่มีชื่อหนังสือคงที่ จัดพิมพ์ออกจำหน่ายจ่ายแจกตามลำดับ
เรื่อยไป ได้แก่ สยามรัฐ ไทยรัฐ เดลินิวส์ หรือหนังสือที่พิมพ์ออกมาทุกสัปดาห์ ทุกสองสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุก
ระยะเวลาต่างๆ มีชื่อหนังสือเหมือนกัน เช่น สตรีสาร วิทยาจารย์ หลักไท หนังสือเหล่านี้เป็นวารสาร หนังสือ
ิ
ประเภทวารสารยังอาจแบ่งออกเป็นประเภทย่อยได้เป็นหนังสือพมพ (newspaper) ซึ่งหนังสือพิมพ์เป็นหนังสือที่มี
์
วัตถุประสงค์หลักในการให้ข่าวสารปัจจุบันแก่ผู้อ่าน แต่ยังมีคุณค่าน้อยกว่านิตยสาร(magazine) ที่มีจุดเด่น
ตรงหน้าปกภาพสวยงาม มีอายุการใช้งานมากกว่าหนังสือพิมพ์ อีกทั้งยังมีหนังสือที่มีลักษณะพิเศษอีกแบบหนึ่ง
เรียกว่า หนังสืออ้างอิง เช่น หนังสือพจนานุกรมจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง ผู้อ่านจะอ่านแค่ไม่กี่หน้าและน้อย
ครั้งที่อ่านจนจบ และประเภทใหญ่ของหนังสืออีกประเภทหนึ่งเรียกว่า หนังสือเล่ม(book) อาจแบ่งออกเป็น
่
ประเภทย่อยได้หลายวิธี คือ แบ่งตามลักษณะของผู้อาน เช่น หนังสือเด็ก หนังสือผู้ใหญ่ หรือแบ่งตามเนื้อหาสาระ
ี
เช่น หนังสือสารคดี หนังสือบันเทิงคดี ซึ่งแต่ละประเภทแบ่งย่อยออกไปได้อก เช่น สารคดี อาจแบ่งเป็นแบบเรียน
ในระดับการศึกษาต่างๆ คู่มือครู แบบฝึกหัดตำราทางวิชาการ หนังสืออ้างอิง บันเทิงคดีก็แบ่งเป็น นวนิยาย กวี
นิพนธ์ หนังสือเด็กก็อาจแยกออกเป็น หนังสือภาพ หนังสือการ์ตูน นิยาย หนังสือแต่ละประเภทก็มีลักษณะรูปเล่ม
เฉพาะที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของหนังสือประเภทนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่นงานเขียนของขุนเขาเป็นงาน
เขียนแนวจิตวิทยาและปรัชญาเป็นส่วนใหญ่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ ลักษณะนิสัยภายนอกไปจนถึง
ภายในส่วนลึกของมนุษย์ โดย ขุนเขาสินธุเสน เขจรผู้เขียนเขาเรียนจบด้านจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยอันดับ ๑
๒
ของประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันเขาเป็นคอลัมนิสต์ วิทยากร และนักเขียนด้านสมอง การพัฒนาชีวิต จิตวิทยา
พุทธปรัชญา ศาสตร์แห่งความสำเร็จ และทักษะการสื่อสาร รวมทั้งเป็นเจ้าของผลงานหนังสือ กว่า ๑๑ เล่ม
ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงศึกษาค้นคว้างานเขียนของขุนเขา ทั้งเรื่องเเนวคิดในการเขียนเป็นอย่างไร กลวิธีการ
สื่อความเป็นแบบไหน การใช้ภาษาเป็นรูปเเบบใด เพื่อที่จะนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปประยุกต์ใช้กับการเรียน
การสอนในรายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เเละรวมถึงการนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
ต่อไป
วัตถุประสงค์ในการศึกษาค้นคว้า
๑. เพื่อศึกษาแนวคิดและคุณค่าของงานเขียนของขุนเขา
๒. เพื่อศึกษาถึงกลวิธีการสื่อความงานเขียนของขุนเขา
๓. เพื่อศึกษาการใช้ภาษารูปแบบในงานเขียน
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
๑. เนื้อหาในการทำโครงงานครั้งนี้ คือ เนื้อหาทำได้จากหนังสือของขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร โดยได้แก่
เรื่องสมองสงสัย ใจตอบ เรื่อง ขุนเขาเกาสมอง และเรื่องสมองเศรษฐี จำนวน ๓ เล่ม ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ ๔ ธันวาคม
ปี พ.ศ ๒๕๖๓ ถึง พ.ศ ๒๕๖๔
๒. วิเคราะห์กลวิธีการสื่อความ รูปแบบภาษา แนวคิด ข้อคิดที่ได้ รวมถึงคุณค่าหนังสือทั้ง ๓ เล่มของ
ขุนเขาโดยจะวิเคราะห์ประวัติผู้เขียน เนื้อหาในหนังสือเเต่ละเล่มรวมถึงวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้อ่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑. ได้รับรู้แนวคิดและคุณค่าของงานเขียนของขุนเขาและสามารถนำแนวคิดมาปรับใช้ใน
ชีวิตประจำวันได้
๒. ได้รับความรู้เกี่ยวกับกลวิธีการสื่อความในงานเขียนของขุนเขา
๓. ได้รับความรู้เกี่ยวกับภาษารูปแบบในงานเขียนของขุนเขา
นิยามศัพท์เฉพาะ
๑. สินคน หมายถึง สิ่งที่โรงเรียนหรือมหาลัย ผลิตออกมาในรูปแบบของนักเรียน
๒. รากแก้วแห่งปัญญา หมายถึงสิ่งที่เป็นกำเนิดความสำคัญมาก ซึ่งคำในที่นี้หมายถึง คำถาม เป็นต้น
กำเนิดที่ทำให้เกิดปัญญาตามมา
๓
๓. คำถามเชิงปรัชญา หมายถึง คำถามที่ทำให้เกิดการประดิษฐ์ คิดค้นทุกรูปเเบบ ตั้งเเต่ หอกล่าสัตว์ไป
จนถึงกล้องดูดาว โทรศัพท์ หลอดไฟ รถยนต์
๔. ขุนเขา หมายถึง ชื่อของผู้เขียน หรือ อีกความหมาย หมายถึง เทือกเขา,แนวเขา,ยอดเขา,ขุนคีรี
๕. นักเขียน หมายถึง ผู้ที่สร้างงานเขียน มักใช้เฉพาะกับผู้ที่เขียนงานสร้างสรรค์หรือเป็นอาชีพ หรือผู้ที่ได้
สร้างงานเขียนในลักษณะอื่น ๆ
๔
บทที่ ๒
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ในการทำโครงงานเรื่องการศึกษาแนวคิด กลวิธีการสื่อความและการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขาครั้งนี้
คณะผู้จัดทำได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยจำแนกเป็นความรู้หลักๆดังนี้
๑.ความรู้เกี่ยวกับประวัตินักเขียนหนังสือขุนเขา
๒.ความรู้เรื่องกลวิธีการสื่อความ ในการเขียนหนังสือ
๓.ความรู้เรื่องการใช้ภาษาในงานเขียน
๑. ความรู้เกี่ยวกับประวัตินักเขียนหนังสือขุนเขา
Brighttv (๒๕๖๓ : ๑) ได้กล่าวถึงประวัตินักเขียนหนังสือ ขุนเขา หรือ สินธุเสน เขจรบุตร ว่าเป็น
นักเขียนและวิทยากร ด้านสมองและการพัฒนาชีวิตชื่อดังของไทย และเป็นเจ้าของผลงานหนังสือ Best-Seller
(หนังสือขายดี) ๙ เล่ม สมัยเรียน ขุนเขา สินธุเสน เป็นนักกิจกรรมตัวยง มีความสนใจในกิจกรรมหลากหลาย
ตั้งแต่ดนตรี งานเขียน และการเรียนยังเป็นเลิศอีกด้วย รางวัลเกียรติคุณเกรดเฉลี่ย ๔.๐๐ ชนะเลิศรางวัลการแสดง
ความสามารถเรียนรู้พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ในระดับมัธยมต้น รางวัลชนะเลิศกวีนิพนธ์ดีเด่นระดับมัธยมต้น
ตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันการตอบปัญหา Shell Quiz และยังเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก
ได้รับทุนไปฝึกงานเต็มเวลาที่สถาบัน Smithsonian, Washington D.C. เมื่อจบการศึกษาเขาได้ไปศึกษาศาสตร์
ด้านจิตวิทยาที่ Australian National University โดยได้รับทุน Australian National University Thai Alumni
Scholarship จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการอบรมหลักสูตร
พิเศษ “สร้างความรู้อย่างผู้นำ” อีกทั้งยังเคยเข้าอบรม “การสะกดจิตบำบัด” “วิปัสสนากรรมฐาน” ในด้านการ
ทำงาน ขุนเขาเป็นวิทยากรรับเชิญบรรยายในสถานศึกษาและบริษัทชั้นนำ ในด้านความรู้เกี่ยวกับสมอง การพฒนา
ั
ชีวิต จิตวิทยา พุทธปรัชญา ศาสตร์แห่งความสำเร็จ ทักษะการสื่อสาร รวมทั้งเป็นอาจารย์พิเศษประจำสถาบัน
ี
Bangkok School of Management นอกจากนี้ขุนเขายังมีผลงานด้านการเขียนอกมากมาย เขาเขียนหนังสือมาก
ถึง ๑๑ เล่ม ซึ่งจัดอยู่ในหมวดจิตวิทยาเป็นส่วนใหญ่ หนังสือที่เขียนมาทั้ง ๑๑ เล่มนั้นเป็น Best-Seller ทั้งหมด
หลายเล่มเป็น Best-Seller อันดับ ๑ ทั่วประเทศ และบางเล่มเป็น Best-Seller ติดต่อกัน ๕ ปี เป็นคอลัมนิสต์
ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี จึงมีประสบการณ์ด้านการเขียนที่ยาวนานกว่าทศวรรษ
๕
ยอดพิมพ์รวมของหนังสือทุกเล่ม ณ ขณะนี้คือ ๔๐๐,๐๐ กว่าเล่ม หนังสือหลายเล่มตีพิมพ์มากกว่า ๓๐
ครั้งหนังสือสมองเศรษฐีได้รับการแปลเป็นภาษาเวียดนาม และเป็น Best-Seller ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางแผง ได้รับ
ั
รางวัลพระราชทานด้านการเขียนจากสมเด็จพระเทพฯ ๓ ครั้ง ๒ ครั้งแรก ได้จากการเขียนคำกลอนภาษาองกฤษ
ให้กับหนังสือเด็ก ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ ในโครงการประกวดวรรณกรรม “แว่นแก้ว” ๒ ปีซ้อนครั้งที่ ๓ คือเมื่อ
หนังสือ “อัศวินอุตุ กับปีศาจทั้ง ๘” (Best-Seller อันดับ ๑ ทั่วประเทศหมวดวรรณกรรมเยาวชน) ได้รับโล่
ั
พระราชทานรางวัลชนะเลิศ "เซเว่นบุ๊คอวอร์ด หมวดวรรณกรรมเยาวชน ประจำปี ๒๕๖๑" นอกจากนั้น อศวินอตุ
ุ
ยังได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน "หนังสือดีเด่นที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน” จากสำนักงาน สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ อีกด้วย
๒.ความรู้เรื่องกลวิธีการสื่อความในการเขียนหนังสือ
km-ir.arts.tu.ac.th (๒๕๕๙ : ๑๓) ได้กล่าวถึงกลวิธีการสื่อความในการเขียนหนังสือไว้ ดังนี้
๑. การสื่อความหมายแบบตรงของถ้อยคำ (direct communication) หมายถึง การสื่อสารที่ผู้ส่งสารหรือ
ผู้โฆษณาเลือกใช้รูปภาษาที่มีความหมายตรงตามเจตนาที่ต้องการสื่อ
๒. การสื่อความหมายแบบอ้อมของถ้อยคำ (indirect communication) หมายถึงการสื่อสารที่ผู้ส่งสาร
หรือผู้โฆษณาเลือกใช้รูปภาษาที่มีความหมายไม่ตรงตามเจตนาที่ต้องการสื่อ
๓. การสื่อความหมายแบบตรงของภาพ หมายถึง การสื่อความหมายที่ผู้ส่งสารมีเจตนาแสดงข้อมูล
บางอย่างแก่ผู้รับสาร โดยนำเสนอภาพสอดคล้องโดยตรงกับความหมายของถ้อยคำในบทโฆษณา
๔. การสื่อความหมายแบบอ้อมของภาพ หมายถึง การสื่อความหมายที่ผู้ส่งสาร มีเจตนาแสดงข้อมูล
บางอย่างแก่ผู้รับสาร แต่นำเสนอภาพที่ไม่สอดคล้องโดยตรงกับความหมายของถ้อยคำในบทโฆษณา
๕. อัตลักษณ์ (identity) หมายถึง คุณลักษณะเฉพาะตัวที่ทำให้ตนเองแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งคุณลักษณะ
เฉพาะนี้สามารถกำหนดได้ด้วยตนเอง หรือถูกกำหนดโดยสังคม
การสื่อความหมายในงานเขียน
๑. การสื่อความหมาย
การสื่อความหมาย คือการส่งข่าวสารความคิดเห็นระหว่างบุคคล อาจส่งผ่านทางเสียง ทำให้เกิดการได้ยิน
จากอวัยวะการรับเสียง เช่น เสียงพูด เสียงสัตว์ร้อง เสียงลมพายุ หรือสิ่งที่ส่งออกมาเป็นภาพ เห็นด้วยตา เช่น การ
๖
เขียนเป็นหนังสือ รูปภาพ สัญญาณต่างๆเช่น สัญญาณไฟ ท่าทางต่างๆ รวมทั้งการส่งข่างสารที่ผ่านประสาทสัมผัส
อื่น ๆ ของ มนุษย์ด้วย
พจนานุกรมการศึกษาของ คาร์เตอร์ วี กูด (Carter V. Good) ได้ให้ความหมายของการสื่อความหมายไว้
๓ ประการ
ี
๑.๒ วิธีส่งความคิดเห็น ความรู้สึกจากบุคคลหนึ่งไปยังอกบุคคลหนึ่ง โดยการแสดงท่าทาง สีหน้า
การพูด การเขียน ใช้โทรศัพท์ โทรเลข วิทยุ โทรทัศน์และสัญญาณอื่น ๆ
ู
๑.๒ การใช้เครื่องมือและกระบวนการ เทคนิคการพดการใช้ภาษาในการสื่อความหมาย และการ
ใช้โสตทัศน์ในการสื่อความหมาย
๑.๓ กระบวนการสังคมมนุษย์ ใช้การติดต่อสื่อสาร ความคิด คุณธรรม เจตคติ พิสัย ทักษะ ระบบ
สังคม วัฒนธรรม เพื่อส่งความเข้าใจซึ่งกันและกัน
องค์ประกอบของการสื่อความหมาย
การสื่อสารเป็นพฤติกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ เช่นเดียวกับพฤติกรรมอย่างอื่น เช่นการกินอยู่หลับนอน
การทำงาน การเล่นกีฬา และเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล ซึ่งลักษณะ
การสื่อสารในชีวิตประจำวันของคนเรานั้น อาจเกิดขึ้นทั้งการสื่อสารระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง สื่อสารกับสัตว์อน
ื่
ตลอดถึงการสื่อสารกับเครื่องมือ โดยเฉพาะปัจจุบันได้มีการค้นพบและนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานต่างๆ อย่างมาก
จึงมีการสื่อสารรูปแบบใหม่เกิดขึ้นคือ การสื่อสารกับเครื่องมือ อย่างไรก็ตาม การสื่อสารระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง
(Human Communication) ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเป็นความหมายที่แท้จริงของการสื่อสาร
การสื่อสารโดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลหนึ่ง ต้องการถ่ายทอดหรือส่งข่าวสารไปยังบุคคลอีกคนหนึ่ง
ดังนั้นกระบวนการของการสื่อสารจึงต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อยที่สุด ๓ ส่วนคือ ผู้ส่งสาร (Sender หรือ
Source) ข่าวสาร (Message)และช่องทาง(Channel) ผู้รับสาร (Reciever)
ลักษณะการสื่อสารแบบนี้ เป็นการสื่อสารอย่างง่าย และสื่อสารเพียงทางเดียว(One-Way Communication) คือ
เมื่อผู้ส่งสาร ถ่ายทอดสารไปยังผู้รับสารแล้ว ผู้รับสารจะมีความเข้าใจตามที่ผู้ส่งสารต้องการหรือไม่นั้น ยังไม่อาจ
ทราบได้ ซึ่งเป็นลักษณะของการสื่อสารมวลชนโดยทั่วไป ผู้รับสารไม่มีโอกาสแสดงปฏิกิริยาตอบสนอง ดังนั้น
เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของการสื่อสารอย่างสมบูรณ์ คือให้ผู้รับสารมีความรู้ความเข้าใจ หรือมีความรู้สึกนึกคิด
ตามที่ผู้ส่งสารต้องการนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่น ๆ เพื่อให้ครอบคลุมกระบวนการสื่อสารให้มากที่สุด
๗
นักวิชาการด้านการสื่อสารได้กำหนดองค์ประกอบและอธิบายความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ ใน
กระบวนการของการสื่อสาร และแสดงเป็นแผนผังองค์ประกอบที่สมบูรณ์ของการสื่อสาร ดังนี้
๑. ผู้ส่งสาร (SOURCE) หมายถึงแหล่งกำเนิดสาร อาจเป็นบุคคล องค์การ สถาบันหรือคณะบุคคลที่ทำ
หน้าที่กำหนดสาระ ความรู้ความคิด ที่จะส่งไปยังผู้รับสาร ดังนั้นการสื่อสารจะบรรลุจุดประสงค์หรือไม่ เพยงใดจึง
ี
ขึ้นอยู่กับผู้ส่งสาร และสารที่ส่งเป็นสำคัญ
สาร (Message) หมายถึงเรื่องราว ความรู้ความคิดต่างๆ ที่ผู้ส่งประสงค์จะให้ไปถึงผู้รับ มีองค์ประกอบที่
เป็นปัจจัยชี้ความสำเร็จของการสื่อสาร ๓ ประการคือ
- เนื้อหาของสาร
- สัญลักษณ์หรือรหัสของสาร
- การเลือกและจัดลำดับข่าวสาร
๒. ตัวเข้ารหัสสาร (ENCODER) สารที่จะส่งไปยังผู้รับนั้น ปกติเป็นความรู้ความคิดที่ไม่อาจจะส่งออกไปได้
ื่
โดยตรง จำเป็นต้องทำให้สารนั้นอยู่ในลักษณะที่จะส่งได้ เช่น ทำให้เป็นคำพด สัญญาณ ภาษาท่าทาง หรือรหัสอน
ู
ๆ การสื่อสารโดยทั่วไปผู้ส่งสารจะทำหน้าที่เป็น Encoder ซึ่งอาจเข้ารหัสโดยตรงโดยตัวผู้ส่งสารเช่น เป็นคำพด
ู
หรืออาจจะใช้เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ เป็นเครื่องช่วย เช่นโทรเลข วิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ
๓. ช่องทางการสื่อสาร (CHANNEL) ข่าวสารจากผู้ส่ง จะถูกถ่ายทอดโดยอาศัยสื่อหรือตัวกลาง(Media)
ซึ่งอาจเป็นสื่ออย่างง่ายเช่น การพบปะพูดคุยกันตัวต่อตัว การเขียนแสดงกิริยาท่าทาง ไปจนถึงการใช้สื่อที่มีความ
ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น วิทยุ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์
๔. การแปลรหัสสาร (DECODER) คือการแปลความหมายของรหัสสัญญาณ ที่ส่งมายังผู้รับ ให้ผู้รับ
สามารถเข้าใจได้ หากผู้ส่งใช้รหัสสัญญาณ(Encode) ที่ผู้รับสามรถแปลความหมายได้เองโดยตรง เช่นใช้ภาษาที่
ผู้รับเข้าใจ การสื่อสารก็จะง่ายขึ้น แต่หากผู้ส่งใช้รหัสสัญญาณที่ผู้รับไม่อาจเข้าใจได้ เช่น ใช้ภาษาที่ผู้รับฟังไม่เข้าใจ
การสื่อสารก็จะเพิ่มความซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมจะส่งผลต่อความสำเร็จของการสื่อสาร
๕. ผู้รับสาร (RECIEVER) เป็นจุดหมายปลายทาง(Destination)ของการสื่อสาร ซึ่งจะต้องมีการรับรู้ เข้าใจ
หรือแสดงพฤติกรรม ตามที่ผู้ส่งสารต้องการ หากไม่เป็นไปตามนั้นก็ถือว่าการสื่อสารล้มเหลว ผู้รับสารจะต้องมี
ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) ดีเช่นเดียวกับผู้ส่งสาร จึงจะช่วยให้การสื่อสารบรรลุผลสมบูรณ์
๘
๖. ปฏิกิริยาของผู้รับสาร และการตอบสนอง (Response and Feed back) เมื่อผู้รับได้รับสารและแปล
ความหมายเป็นที่เข้าใจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ผู้รับย่อมจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารอย่างใดอย่างหนึ่งด้วย เช่น
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย คล้อยตามหรือต่อต้านซึ่งการตอบสนองของผู้รับอาจผิดไปจากที่ผู้ส่งต้องการก็ได้ ปฏิกิริยา
ตอบสนองของผู้รับ หากได้มีการย้อนกลับ (Feed back)ไปยังผู้ส่งสารให้รับรู้จะช่วยให้เกิดการปรับการสื่อสารให้
ได้ผลดียิ่งขึ้น กรณีเช่นนี้เรียกว่า การสื่อสารแบบ ๒ ทาง (Two-way Communication)
การตอบสนองของผู้รับสารกลับไปยังผู้ส่งสาร ย่อมจะต้องเกิดกระบวนการสื่อสาร เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
โดยผู้รับจะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสาร และผู้ส่งสารในตอนแรกจะทำหน้าที่เป็นผู้รับสารแทน ซึ่งจะต้องอาศัย
องค์ประกอบต่าง ๆ ของการสื่อสารเช่นเดียวกับการสื่อสารในขั้นตอนแรก การสื่อสารแบบ ๒ ทาง ผู้สื่อสารจึงทำ
หน้าที่ เป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งสารไปพร้อม ๆ กัน
๓. ความรู้เรื่องการใช้ภาษาในงานเขียน
ทองสุก เกตุโรจน์ (๒๕๕๑, หน้า ๘-๒๘) กล่าวสรุป เรื่อง การนำคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษา ของ
เราไว้ดังนี้
๑. เรานำคำภาษามาใช้ในภาษาของเราด้วยเหตุสำคัญ ๔ ประการ คือ
๑.๑ เราไม่มีคำ ๆ นั้นใช้ในภาษาของเรา
๑.๒ เพื่อใช้แทนคำของเราที่มีอยู่แล้ว แต่เราเห็นว่าไม่ไพเราะหรือน่ากลัว
๑.๓ เพื่อใช้เป็นราชาศัพท์
๑.๔ เพื่อใช้ในวรรณคดี การใช้ภาษาต่างประเทศ
๒. คำภาษาต่างประเทศเข้ามาในภาษาของเราได้ ๔ ทาง คือ ทางการเมือง ทางวัฒนธรรม ทางการค้า ทาง
ภูมิศาสตร์ คำภาษาหนึ่งอาจจะเข้ามาสู่ภาษาของเราได้หลายทาง
๓. เรานำคำอื่นมาใช้ ๘ ลักษณะ คือ ด้วยการทับศัพท์ ด้วยการทับศัพท์แต่เสียงเปลี่ยนไป ด้วยการใช้คำไทย
แปลคำต่างประเทศ ด้วยการใช้คำบาลีสันสกฤตแปลคำต่างประเทศ ด้วยการใช้คำบาลีสันสกฤตซ้อนหรือประสม
กับคำไทยหรือคำต่างประเทศในความหมายนั้น ๆ ด้วยการใช้คำที่มีความหมายเป็นที่เข้าใจกันแล้วซ้อนกับคำที่ยัง
ไม่คุ้นเคย
๙
๔. ระบบเสียงมีความสำคัญมากในการรับคำภาษาอื่นมาใช้ในภาษาของเรา ถ้าระบบเสียงเหมือนกัน เราก็รับคำ
นั้น ๆ มาใช้ทับศัพท์ได้โดยง่าย แต่ภาษาแต่ละภาษามักมีระบบเสียงแตกต่างกัน ไปมากบ้างน้อยบ้าง ในการรับคำ
ภาษาอื่นมาใช้จึงต้องพยายาม หาเสียงที่ใกล้เคียงกันมาแทนที่ ในเสียงภาษาอื่นที่ตนไม่มี มิฉะนั้นก็ต้องรับคำ
เหล่านั้นมาใช้ในลักษณะอื่น เช่น แปลศัพท์ เป็นต้น
อิทธิพลของภาษาต่างประเทศ
การที่มีภาษาต่างประเทศต่าง ๆ ทั้งภาษาตะวันออกและภาษาตะวันตก เข้ามาปะปนอยู่ใน ภาษาไทยเป็น
จำนวนมาก การรับคำภาษาต่างประเทศเข้ามาใช้สื่อสารในภาษาไทย และคนไทยได้เรียน ภาษาต่างประเทศตรง
มากขึ้นจึงมี การฝึกอออกเสียงตามเสียง ของคำในภาษาต่างประเทศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการ ใช้
ภาษาไทยในการสื่อสารหลายประการ
วิไลศักดิ์ กิ่งคำ (๒๕๕๐, หน้า ๒๒๗-๒๓๐) กล่าวถึง อิทธิพลของ การยืมคำภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนอยู่ใน
ภาษาไทย มีอิทธิพลทำให้ลักษณะของภาษาไทย เปลี่ยนแปลงไปจากลักษณะดั้งเดิม ดังนี้
๑. คำมีพยางค์มากขึ้น ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด เป็นคำพยางค์เดียวเป็นส่วนมาก เช่น เดิน ตาม หมา เมือง
เดือน ดาว เป็นต้น เมื่อมีการยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ ทำให้ภาษาไทยเปลี่ยนไป ดังนี้
๑.๑ มีคำสองพยางค์ เช่น ถนน ราชา บิดา มารดา มาตรา สามารถ เป็นต้น
๑.๒ มีคำสามพยางค์ เช่น โทรเลข โทรศัพท์ พาหนะ จักรยาน กรณี เป็นต้น
๑.๒ มีคำมากพยางค์ เช่น พลานามัย สาธารณะ มหาวิทยาลัย เป็นต้น
๒. มีคำควบกล้ำใช้มากขึ้น ภาษาไทยคำพยางค์เดียวส่วนใหญ่จะไม่มีคำที่มีพยัญชนะ ควบกล้ำ เมื่อยืมคำ
ต่างประเทศมาใช้ ทำให้มีคำควบกล้ำจำนวนมาก เช่น ฟรี ดรีม ปลูก โปรด เบรก เกรด เคลียร์ สปริง
ดรอพ เครดิต คลินิก จันทรา ทฤษฎี ศาสตรา ปรารถนา แทรคเตอร์ เอ็นทรานซ์ ดรัมเมเยอร์
๓. มีคำไวพจน์ใช้มากขึ้น ทำให้มีคำศัพท์มีความหมายเหมือนกันเพิ่มขึ้น ซึ่งสะดวกและสามารถเลือกใช้คำได้
ิ
เหมาะสมกับความต้องการ เช่น นก (สกุณา สุโหนก วิหค ปักษา) ม้า (พาชี อาชา สินธพ) ผู้หญิง (สตรี นารี อตถี
กัญญา) ช้าง (หัตถี คชสาร กุญชร กรี) ดวงอาทิตย์ (สุริยา ตะวัน ไถง อุทัย) ดอกไม้ (สุมาลี ผกา บุษบา) เป็นต้น
๔. ภาษาไทยมีตัวสะกดไม่ตรงมาตรา ซึ่งแต่เดิมภาษาไทยมีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งคือ มีการสะกดคำตามมาตราแม่
สะกด เมื่อได้รับอิทธิพลจากภาษาต่างประเทศ คำส่วนใหญ่สะกดไม่ตรงตามมาตราเดิม เช่น เทนนิส กอล์ฟ
ฟุตบอล ราษฎร รัฐบาล ผนวช ครุฑ เป็นต้น
๑๐
๕. ทำให้โครงสร้างของภาษาไทยเปลี่ยนไป จากข้อสังเกต ดังนี้
๕.๑ ไม่ใช้ลักษณนามซึ่งตามปกติแล้วลักษณนามจะเกิดหลังจำนวนนับ เช่น นักศึกษา ๒ คน พระภิกษุ ๒
รูป เป็นต้น แต่เนื่องจากภาษาต่างประเทศที่ไทยยืมคำมาใช้ไม่มีลักษณนาม เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นต้น จึงทำให้
ภาษาไทยใช้ลักษณนามผิดไปด้วย เช่น สองนักกีฬาได้รับ ชัยชนะ ประกาศปิด ห้าสิบสาม ไฟแนนซ์ เป็นต้น
๕.๒ ใช้คำและสำนวนภาษาต่างประเทศ ส่วนมากจะเป็นคำและสำนวนจากภาษาอังกฤษ เช่น นวนิยาย
เรื่องนี้เขียนโดยทมยันตี เขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เขาบินไปต่างประเทศเพื่อทำธุรกิจ เป็นต้น
ู
๕.๓ ใช้คำภาษาต่างประเทศปนกับภาษาไทย ทั้ง ๆ ที่บางคำมีคำในภาษาไทยใช้ บางคนมีรสนิยมพด
ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษปนกับภาษาไทย เช่น ผมไม่แคร์ (care) เรื่องนี้ดิฉันไม่มายด์ (mind)
หรอกค่ะ เขาไม่เคลียร์ (clear) ในเรื่องนี้ ฉันมีโปรเจค (project) ในการพัฒนามหาวิทยาลัย เป็นต้น การรับ
ภาษาต่างประเทศมา ใช้สื่อสารในภาษาไทย มีทั้งข้อดีและข้อเสีย คนไทยทุกคนพึงควรระมัดระวัง ในการนำ
ั
ภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ ที่คนไทยใช้ติดต่อสื่อสารมา เป็นเวลาอน
ยาวนาน การยืมคำภาษาต่างประเทศ เข้ามาใช้โดยวิธีการทับศัพท์ ควรใช้เฉพาะคำที่จำเป็นเท่านั้น คำใดมีคำ
ไทยใช้หรือมีศัพท์บัญญัติใช้แล้ว ก็ไม่ควรนำภาษาต่างประเทศเข้ามาใช้อีก และควรเรียงเรียงถ้อยคำเข้าประโยค
เพื่อใช้ ในการสื่อสารตามรูปแบบของภาษาไทย
๑๑
บทที่ ๓
วิธีดำเนินการวิจัย
การศึกษาเรื่อง การศึกษาเเนวคิด กลวิธีการสื่อความเเละการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา ซึ่งมี
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวคิดของงานเขียนของขุนเขา เพื่อศึกษากลวิธีการสื่อความในงานเขียนของขุนเขา และ
เพื่อศึกษาการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา
โดยมีขั้นตอนการศึกษาค้นคว้าดังนี้
๑. เลือกหัวข้อศึกษาค้นคว้าที่ทางกลุ่มสนใจ
๒. ศึกษาเอกสาร ตำรา ที่เกี่ยวข้องกับ งานเขียนและผลงานของขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร
๓. วางแผนขอบเขตของข้อมูลและขอบเขตของหัวข้อที่ศึกษาค้นคว้า
๔. รวบรวมข้อมูล แนวคิด กลวิธีการเขียนและการใช้ภาษา จาก หนังสือของขุนเขา ซึ่งได้แก่ หนังสือสมอง
สงสัย ใจตอบ หนังสือขุนเขาเกาสมอง หนังสือสมองเศรษฐี และสื่ออนเทอร์เน็ต แล้วบันทึกตามหมวดหมู่ที่ได้จดไว้
ิ
๕. ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามหัวข้อที่ศึกษาค้นคว้า
๖. สรุปและอภิปรายผลข้อมูลการศึกษาค้นคว้า
๗. จัดทำรูปเล่มรายงานการศึกษาค้นคว้า
๘. นำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า
แหล่งข้อมูล
แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเเนวคิด กลวิธีการสื่อความเเละการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา
ครั้งนี้ ได้แก่ หนังสือของขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ซึ่งได้แก่ หนังสือสมองสงสัย ใจตอบ หนังสือขุนเขาเกาสมอง
และ หนังสือสมองเศรษฐี จากนั้นได้มีการค้นคว้าเพิ่มเติมจากสื่อบนอินเทอร์เน็ต
๑๒
์
เกณฑ์ในการวิเคราะห
คณะผู้จัดทำได้ศึกษาจากหนังสือ ซึ่งได้แก่ หนังสือสมองสงสัย ใจตอบ หนังสือขุนเขาเกาสมอง และ
หนังสือสมองเศรษฐี รวมถึงเว็บไซต์และสื่อบนอินเทอร์เน็ต
โดยใช้เกณฑ์การศึกษาดังนี้
๑. แนวคิดของผู้เขียน
๑.๑. แนวคิดในเรื่องของจิตใจมนุษย์
๑.๒. แนวคิดในเรื่องของชีวิต
๑.๓. แนวคิดในเรื่องของความสุข
๑.๔. แนวคิดในเรื่องของเพศ
๒. เกณฑ์การเขียนและจุดมุ่งหมายของการเขียน
๒.๑. การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง
๒.๒. การเขียนเพื่ออธิบาย
๒.๓. การเขียนเพื่อโฆษณาจูงใจ
๒.๔. การเขียนเพื่อปลุกใจ
๒.๕. การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ หรือแนะนำ
๒.๖.การเขียนเพื่อสร้างจินตนาการ
๒.๗. การเขียนเพื่อต้องการเสียดสียั่วล้อ
๓. จุดประสงค์การสื่อความหมาย
๓.๑. เพื่อให้ข่าวสารและความรู้
๓.๒. เพื่อชักจูงใจ
๓.๓. เพื่อความบันเทิง
๑๓
๔. คำในภาษาต่างประเทศ
๔.๑. คำในภาษาอังกฤษ
๔.๒. คำในภาษาจีน
การเก็บรวมรวมข้อมูล
ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ คณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์แนวคิด กลวิธีการสื่อความ
เเละการใช้ภาษาในงานเขียน จากหนังสือของขุนเขา
ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการดังต่อไปนี้
๑. คณะผู้จัดทำได้นำหนังสือทั้ง ๓ เล่ม มาศึกษาโดยวิธีการอ่านและได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมบนสื่อ
อินเทอร์เน็ต ได้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาในหนังสือของขุนเขา
๒. คณะผู้จัดทำได้จัดทำการวิเคราะห์และจดสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับหนังสือแต่ละเล่ม โดยการจดสรุป
เนื้อหา ความหมาย คำคม แนวคิด และการใช้ภาษาในการเขียนหนังสือ ตามลักษณะของหมวดหมู่แต่ละเล่ม
๓. คณะผู้จัดทำได้รวบรวมการจดสรุปการวิเคราะห์เนื้อหา เกี่ยวกับความหมาย คำคม แนวคิด และการ
ใช้ภาษาในการเขียนหนังสือ
๔. คณะผู้จัดทำได้นำข้อมูลที่รวบรวมนำมาวิเคราะห์หัวข้อแต่ละเกณฑ์ จากนั้นนำข้อมูลมาจัดเรียงตาม
หัวข้อและหมวดหมู่ที่ตั้งไว้
๕. คณะผู้จัดทำได้ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลและแม่นยำ
การวิเคราะห์ข้อมูล
๑. การนำบทความหรือประโยคจากการอ่านหนังสือของขุนเขา ซึ่งได้จดสรุปและบันทึกไว้
๒. ได้หาและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อเกณฑ์ที่จะนำมาวิเคราะห์
๓. เลือกเกณฑ์ที่จะนำมาวิเคราะห์ โดยเรียงเป็นหัวข้อตามความสำคัญ
๔. นำบทความและประโยคมาวิเคราะห์ตามเกณฑ์ และตามหัวข้อที่กำหนดไว้
๑๔
๕. จากนั้นได้ทำการเรียบเรียงข้อมูลจากที่ได้การจากวิเคราะห์บทความและประโยคที่ความ
สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้
๖. เมื่อได้ข้อมูลที่วิเคราะห์และจัดเรียงเรียบร้อย จึงตรวจสอบความถูกต้องและแม่นยำอีกครั้ง
ระยะเวลาในการดำเนินการ
ในการศึกษาเรื่อง การศึกษาเเนวคิด กลวิธีการเขียนเเละการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา มีระยะเวลา
ในการดำเนินการซึ่งแบ่งได้ ดังนี้
ลำดับที่ ขั้นตอนการศกษา ช่วงเวลา ผู้รับผิดชอบ
ึ
๑. รวบรวมข้อมูลเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วันที่ ๑๑-๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ คณะผู้จัดทำ
๒. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ หนังสือของขุนเขาทั้ง ๓ เล่ม วันที่ ๑๘-๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ คณะผู้จัดทำ
๓. วิเคราะห์ข้อมูล วันที่ ๒๐-๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ คณะผู้จัดทำ
๔. สรุปและอภิปรายผลข้อมูล วันที่ ๔-๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ คณะผู้จัดทำ
๕. ตรวจทานและแก้ไขข้อมูลจัดทำรูปเล่มรายงานการศกษา วันที่ ๑๔-๒๒ มกราคม ๒๕๖๔ คณะผู้จัดทำ
ึ
ค้นคว้า
๖. นำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔ คณะผู้จัดทำ
๗. ส่งรายงานการศึกษาค้นคว้าฉบับสมบูรณ์ วันที่ ๒๖-๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔ คณะผู้จัดทำ
๑๕
บทที่ ๔
การวิเคราะห์ข้อมูล
การศึกษาค้นคว้าเรื่อง การศึกษาแนวคิดกลวิธีการสื่อความและการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา คณะ
ผู้จัดทำได้แบ่งข้อมูลการวิเคราะห์ออกเป็น ๓ ประเด็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ได้แก่ เพื่อศึกษาแนวคิดและ
คุณค่าของงานเขียนของขุนเขา เพื่อศึกษาถึงกลวิธีการสื่อความของขุนเขา และ เพื่อศึกษาการใช้ภาษาในงาน
ี
เขียน ซึ่งมีรายละเอยดในการวิเคราะห์ ดังนี้
๑. หนังสือ สมองสงสัย ใจตอบ
การวิเคราะห์งานเขียนเรื่อง สมองสงสัย ใจตอบ คณะผู้จัดทำได้ใช้เกณฑ์การวิเคราะห์โดยการใช้หมวดหมู่
จากในหนังสือมาวิเคราะห์และตั้งเกณฑ์ โดยมีหัวข้อการวิเคราะห์ ได้แก ่
๑.๑. แนวคิด
๑.๒. จุดมุ่งหมายของการเขียน
๑.๓. จุดประสงค์การสื่อความหมาย
๑.๔. คำภาษาต่างประเทศ
ซึ่งมีรายละเอียดการวิเคราะห์ดังนี้
๑.๑. แนวคิด
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือสมองสงสัย ใจตอบ เป็นการเขียนที่มีแนวคิดเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ โดย
มีเนื้อหาการศึกษาเป็นการตั้งคำถาม เช่น ทำไมคนเรามักจะได้ในสิ่งที่เกลียด หรือ ทำไมคนเราชอบดูหนังฟังเพลง
เศร้าๆ ทั้งๆที่เราต้องการความสุขแล้วนำประเด็นนี้มาศึกษาค้นคว้าโดยใช้หลักจิตวิทยาวิเคราะห์คำตอบของปัญหา
ตัวอย่าง
จิตใต้สำนึกไม่สามารถแยกแยะระหว่างสิ่ง ดี กับสิ่ง ไม่ดี ได้ ดังนั้นสิ่งใดที่คุณนึกถึงบ่อยๆ สิ่งนั้นมันจะจดจำอย่างดี
๑๖
จากบทความนี้หมายถึง ยิ่งคุณบ่นมากเท่าไร ถึงคนที่ไม่ชอบ คุณก็จะยิ่งเจอหรือเห็นคนๆนั้นอยู่เรื่อยๆ
เพราะจิตใต้สำนึกของคุณได้ยินในสิ่งที่คุณพูดบ่อยๆ ทำให้จิตใต้สำนึกจดจำสิ่งนั้นเพราะเข้าใจว่า เป็นสิ่งสำคัญที่
ี
ควรจดจำ ดังนั้นคุณก็จะเห็นแต่คนที่ไม่ชอบอยู่ทุกๆที่ที่คุณไป แต่ในความเป็นจริงอาจมีคนที่คุณไม่เกลียดอยู่อก
มากในบริเวณนั้น
๑.๒. จุดมุ่งหมายของการเขียน
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือสมองสงสัย ใจตอบ เป็นการเขียนเพื่ออธิบาย รวมถึงแสดงความคิดเห็น
ของผู้เขียน ให้การแนะนำ โดยผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจถึงจิตใต้สำนึกของตัวเองได้มากขึ้น
เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงจิตใจส่วนลึกหรือตัวตนของตนเองได้อย่างแท้จริง
ตัวอย่าง แสงไฟทำให้เรามองทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การกลัวความมืดจึงหายไป การดูดวงทำให้เรา
มองเห็นอนาคตได้ชัดเจนยิ่งขึ้นฉันใด การกลัวความไม่แน่นอนในอนาคต ก็จะลดลงไปฉันนั้น...
จากบทความนี้ ขุนเขาได้อธิบายไว้ว่า ที่คนดูดวงกันมาก เพราะการดูดวงช่วยลดทอนหรือขจัดความกลัว
ในความไม่แน่นอน เมื่อเรารู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไรต่อไป เราก็จะสบายใจขึ้นทันที
๑.๓. จุดประสงค์การสื่อความหมาย
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือสมองสงสัย ใจตอบ มีการเขียนสื่อความหมายไปในทาง เพื่อชักจูงจิตใจ
เพราะเป็นการเขียนที่ทำให้ผู้อ่านได้คิดตาม
ตัวอย่าง ความสุขที่ต้องรอผู้อื่นมาเติมเต็มเป็นความสุขที่พร่องตลอดเวลา
จากบทความนี้ ขุนเขาได้เขียนสื่อความไว้ว่า เราชอบเอาความสุขไปฝากไว้กับผู้อื่น และเมื่อความสุขนั้น
จากเราไป เราจึงร้องให้จะเป็นจะตาย เพราะแหล่งความสุขได้หายไปแล้ว แต่ถ้าแหล่งความสุขอยู่ในใจเราเอง เรา
จะไม่มีวันเสียมันไปเลย เพราะเราไม่ได้เอาความหัวใจของตัวเองไปฝากไว้ให้ใครดูแล
๑.๔. คำภาษาต่างประเทศ
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือสมองสงสัย ใจตอบ มีคำจากภาษาต่างประเทศ ซึ่งคณะผู้จัดทำได้ยกคำมา ๒๔ คำ
มีดังต่อไปนี้
๑๗
คำในภาษาต่างประเทศ ความหมาย
เว็บไซต์ หน้าเว็บเพจ ส่วนใหญ่นำเสนอบนคอมพิวเตอร์
กูเกิล เว็บไซต์ที่ให้บริการในการค้นหาข้อมูลในโลกของ
อินเตอร์เน็ต
ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งจับต้องได้ เช่น จอภาพ
ซอฟต์แวร์ ส่วนชุดคำสั่งของคอมพิวเตอร์
โฟกัส จุดรวมแสง,จุดความสนใจ,จุดศูนย์รวม
โครโมโซม ส่วนของ DNA ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม
ลิวซีน เอ็นคีฟาลิน ชื่อสารเคมีที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
ออกซิโทซิน ชื่อสารอย่างหนึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์เห็นใจ เมตตา
สหรัฐอเมริกา ชื่อประเทศๆหนึ่งที่มีขนาดใหญ่
คาร์โบไฮเดรต สารอาหารประเภทแป้ง ข้าว ของกินรสหวาน
โปรตีน สารอาหารประเภท เนื้อสัตว์
พิทูอิแทรี ชื่อเรียกของต่อมใต้สมอง
ื
เทสโทสเตโรน ฮอร์โมนเพศที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย มีหน้าที่สำคัญคอ
กระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย
เอสโตรเจน ฮอร์โมนเพศหญิงซึ่งบ่งบอกถึงการเป็นแม่พันธ์ที่ดี
๑๘
ฟีโรโมน สารเคมีที่สัตว์ชนิดต่างๆ สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ
เมื่อถูกปล่อยออกมาภายนอกร่างกายมีผลทำให้สัตว์
ชนิดเดียวกันเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม
มายเยอลิเนชั่น การห่อหุ้มเส้นประสาทด้วยชั้นไขมัน
โดพามีน ชื่อสารที่ผลิตจากกรดอะมิโนไทโรซีน ทำให้เรารู้สึก
ตื่นตัว มีสมาธิ และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆรอบตัวมาก
ขึ้น
ฮิปโปแคมปัส ส่วนประกอบที่สำคัญของสมองของมนุษย์และสัตว์
เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ
ทาลามัส ชื่อศูนย์รวมกระแสที่ผ่านเข้าออก และแยกกระแส
ประสาทไปยังสมองที่เกี่ยวกับประสาทนั้น
อมิกดาลา ส่วนเนื้อเยื่อประสาทของสมองที่มีลักษณะเหมือนอัล
มอนด์ที่อยู่ในส่วนของสมองแต่ละข้าง
ไฮโปทาลามัส ชื่อโครงสร้างของสมองที่อยู่ใต้ทาลามัส
คอร์ติซอล ชื่อสารที่สมองหลั่งออกมาเวลาเครียดมากๆ
ไมยาลิน ชีตส์ ชื่อของเยื่อหุ้มชนิดหนึ่งในสมองส่วนสีขาว
โคม่า ภาวะหมดสติขั้นรุนแรงอันเนื่องมาจากโรค การ
บาดเจ็บ หรือได้รับพิษ, ภาวะที่เป็นตายเท่ากัน
ตารางที่ ๑ คำภาษาต่างประเทศจากหนังสือสมองสงสัย ใจตอบ
๑๙
๒. หนังสือ ขุนเขาเกาสมอง
์
การวิเคราะห์งานเขียนเรื่องขุนเขาเกาสมอง คณะผู้จัดทำได้ใช้เกณฑการวิเคราะห์โดยการใช้หมวดหมู่จาก
ในหนังสือมาวิเคราะห์และตั้งเกณฑ์ โดยมีหัวข้อการวิเคราะห์ ได้แก ่
๑.๑. แนวคิด
๑.๒. จุดมุ่งหมายของการเขียน
๑.๓. การสื่อความหมาย
๑.๔. คำภาษาต่างประเทศ
ซึ่งมีรายละเอียดการวิเคราะห์ดังนี้
๑.๑. แนวคิด
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือขุนเขาเกาสมอง เป็นการเขียนที่มีแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการคิด การทำงานของ
สมองที่สอดคล้องกับจิตใจ ประกอบการตัดสินใจของมนุษย์ โดยมีเนื้อหาการศึกษาเป็นการใช้ ภาพลวงตาประกอบ
และตั้งคำถามให้เกิดการคิดจากสมองและจิตใต้สำนึกในการหาคำตอบที่แท้จริง
ตัวอย่าง ๗ พันล้านคน ๗ พันล้านอุดมการณ ์
๗ พันล้านคำตอบ ๗ พันล้านแผนที่ชีวิต
จากข้อความนี้หมายถึง มนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีความคิด และความต้องการในชีวิตที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ทุก
คนที่จะคิดเหมือนกันกับเรา และเราก็ไม่ได้มีความคิดและความต้องการเหมือนกับคนทั้งโลกเช่นกัน เราจึงไม่ควร
นำความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ไม่ตัดสินใครเพียงเพราะเขาต่างจากเรา เพราะทุกคนบนโลกต่างกัน
๑.๒. จุดมุ่งหมายของการเขียน
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือขุนเขาเกาสมอง เป็นการเขียนเพื่อไขข้อสงสัยในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับ
กระบวนการของจิตใจคน ที่ขุนเขาได้เรียนรู้มาเผื่อแพร่ให้กับผู้อ่านได้คล้ายข้อสงสัย และนำไปปรับใช้เพื่อให้เกิด
ความสุขที่แท้จริง
๒๐
ตัวอย่าง การเปรียบเทียบอาจเกิดขึ้นได้เป็นแสนล้านแบบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใสมองอันบรรเจิดปรุงแต่ง
ความทุกข์ หรือ ความสุข แบบไหนขั้นมาให้กับใจตัวเอง
จากบทความนี้ ขุนเขาได้อธิบายไว้ว่า อย่าเอาชีวิตอันประเสริฐในแบบพิเศษของเราไปทาบทับกับเงาของ
ี
ชีวิตคนอื่นดีกว่าไหม เพราะสิ่งที่เรามองเห็นในชีวิตของคนอื่นเป็นเพยงภาพลวงตา ทว่าคุณค่าที่แท้จริงที่อยู่ภายใน
ใจคือขุมสมบัติอันแสนล้ำค่าที่ไม่มีใครสัมผัสได้ นอกจากตัวเราเอง…
๑.๓. การสื่อความหมาย
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือสมองสงสัย ใจตอบ มีการเขียนสื่อความหมายไปในทาง เพื่อให้เกิดการสังเกต
จุกประกายความคิด ชักจูงจิตใจ เพราะเป็นการเขียนที่ทำให้ผู้อ่านเกิดการวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง ได้คิดตาม
ตัวอย่าง
จุดสีแดงอยู่ตรงไหนของกล่องเหรอครับ?
บนกล่อง? ก้นกล้อง? ในกล่อง? หน้ากล่อง?
รูปที่ ๔.๑. ภาพลวงตากล่องสีเหลี่ยม
จากรูปภาพนี้ ทำให้เราได้เกิดการสังเกต วิเคราะห์ใช้กระบวนการคิดตามคำถามข้างต้น ว่าแท้จริงแล้วจุด
สีแดงอยู่ตำแหน่งไหนของกล่อง และคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เพราะมนุษย์มีมุมมองที่แตกต่าง
๑.๔. คำภาษาต่างประเทศ
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือขุนเขาเกาสมอง มีคำจากภาษาต่างประเทศ ซึ่งคณะผู้จัดทำได้ยกคำมา ๑๔ คำ มี
ดังต่อไปนี้
๒๑
คำในภาษาต่างประเทศ ความหมาย
ทัลมุด พระคัมภีร์ทัลมุด ซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว
อมิกดาลา ศูนย์บัญชาการให้ของอารมณ์
โดพามีน สารแห่งความสุข จะพรั่งพรูออกมาเมื่อได้รับสิ่งที่
ต้องการ
เซโรโทนิน สารแห่งความสุข จะพรั่งพรูออกมาเมื่อเรากำลังรู้สึก
สงบ สบาย และผ่อนคลาย
ออกซิโทซิน สารแห่งความสุข จะพรั่งพรูออกมาเมื่อเรา
กำลังมีความรัก
เอนดอร์ฟิน สารแห่งความสุข จะพรั่งพรูออกมาทุกครั้งที่
เรารู้สึกมีความสุข
โฟเบีย โรคกลัว ซึ่งเป็นความกลัวที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง
ต่อชีวิตและจิตใจ
สเตรียตัม ชื่อของส่วนสมองที่ใช้รับรู้เวลา
คอร์ติซอล สารที่เกิดจาดความเครียดลดจำนวนลง
คลื่นเบต้า คลื่นสมอง ซึ่งสมองจะอยู่ในคลื่นนี้เมื่อเราใช้
ชีวิตประจำวัน
คลื่นแอลฟา คลื่นสมอง ซึ่งสมองจะอยู่ในคลื่นนี้เมื่อเราหลับตาผ่อน
คลาย
๒๒
คลื่นเทต้า คลื่นสมอง ซึ่งสมองจะอยู่ในคลื่นนี้เมื่อเรากำลังรู้สึก
สะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่น
คลื่นเดลต้า คลื่นสมอง ซึ่งสมองจะอยู่ในคลื่นนี้เมื่อเรากำลังหลับ
สนิท
ฮิปโปแคมปัส ส่วนของสมองที่เป็นศูนย์รวมของความทรงจำ
ตารางที่ ๒ คำภาษาต่างประเทศจากหนังสือขุนเขาเกาสมอง
๓. หนังสือ สมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างด้วยสมองและสองมือ
การวิเคราะห์งานเขียนเรื่อง สมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างด้วยสมองและสองมือ คณะผู้จัดทำได้ใช้เกณฑ์
การวิเคราะห์โดยการใช้หมวดหมู่จากในหนังสือมาวิเคราะห์และตั้งเกณฑ์ โดยมีหัวข้อการวิเคราะห์ ได้แก ่
๑.๑. แนวคิด
๑.๒. จุดมุ่งหมายของการเขียน
๑.๓. จุดประสงค์การสื่อความหมาย
๑.๔. คำภาษาต่างประเทศ
ซึ่งมีรายละเอียดการวิเคราะห์ดังนี้
๑.๑. แนวคิด
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือสมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างด้วยสมองและสองมือ เป็นการเขียนที่มี
แนวคิดมุ่งให้ผู้อ่านคิดและวิเคราะห์ตามถึงการใช้ความคิดและศึกษาจิตใจของมนุษย์ โดยมีเนื้อหาเริ่มจากการตั้งข้อ
สงสัย และการตั้งคำถาม เช่น เคยสงสัยไหมว่าทำไมแทบทุกคนบนโลกนี้ อยากรวย อยากเป็นเศรษฐี แต่ความ
อยากที่มากล้นแต่ก็ยังไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการ เนื่องจากเรามีแต่ความปรารถนาแต่เรายังไม่รู้วิธีการ จึงได้นำ
๒๓
ึ
ประเด็นนี้มาศกษาค้นคว้าโดยใช้หลักจิตวิทยาวิเคราะห์และเปรียบเทียบให้เห็นภาพถึงวิธีการสร้างตัวเองสู่การเป็น
เศรษฐี
ตัวอย่าง
“ในโลกของความสำเร็จ” มีความเจ็บปวดอยู่สองแบบ คือ
๑. ความเจ็บปวดจากการสร้างวินัยให้ชีวิต
๒. ความเจ็บปวดจากชีวิตที่ขาดวินัย
จากบทความนี้หมายถึง ความเจ็บปวดแบบแรกเปรียบได้ในรูปของ “ความทุกข์” ซึ่งความทุกข์เกิดขึ้นจาก
การที่เราฝึกอดทนทำสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ทำให้เราต้องใช้เวลาเยอะในการฝึก เช่น การที่เราจะฝึกวินัยในการวิ่ง ทำ
ให้เราต้องออกไปวิ่งทุกวันเป็นเวลาต่อเนื่อง ซึ่งผลหลังจากออกไปวิ่งทุกวันซึ่งทำให้เกิดเป็นวินัยในการออกกำลัง
โดยอัตโนมัติ จึงกลายเป็นความสุข และความเจ็บปวดแบบที่สองเปรียบได้ในรูปของ “ความสุข” ซึ่งความสุข
เกิดขึ้นจากการที่เราขี้เกียจและการผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆทำให้งานที่ทำอยู่ไม่เสร็จ เมื่อถึงเวลาส่งทำให้ต้อง
รีบทำให้เสร็จ จึงกลายเป็นความทุกข ์
๑.๒. จุดมุ่งหมายของการเขียน
ื่
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือ สมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างด้วยสมองและสองมือ เป็นการเขียนเพอ
ื่
อธิบายเกี่ยวกับ 3H สู่ความสำเร็จ การเขียนเพื่อเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ และการเขียนเพอสร้างจินตนาการ
ื่
่
โดยเปรียบเทียบให้เกิดจินตภาพ โดยผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายเพอให้ผู้อานสามารถเข้าใจถึงวิธีการในการสร้างตัวเองสู่
การเป็นเศรษฐีและมีอิสรภาพทางการเงิน โดยการใช้วิธีการเขียนคำถามทางจิตวิทยาเป็นตัวช่วยที่ชวนให้ผู้อ่านได้
คิดตามและการใช้เกมส์เป็นสื่อที่ช่วยให้เนื้อหาเข้าใจมากขึ้น
ตัวอย่าง
หากสังเกตให้ดีจะพบว่าการใช้ชีวิตตามความฝันไม่ได้มีความหมาย “ยากกว่า” ในด้านใดเลย เพียงแต่
ต้องอาศัยความกล้าหาญที่ “มากกว่า” เท่านั้นเอง
๒๔
จากบทความนี้ ขุนเขาได้อธิบายไว้ว่า จงเลือกที่จะกล้าะเดินตามความฝันแล้วใช้ชีวิตแบบวันนี้เป็นวัน
สุดท้ายของชีวิต จะทำให้ไม่กลับมาคิดเสียดายที่ได้เกิดมามีชีวิต จงเดินหน้าต่อไป เพื่อเรียนรู้วิธีเปลี่ยนความฝันให้
กลายเป็นจริงและผลลัพธ์ของมันจะคุ้มค่า
๑.๓. จุดประสงค์การสื่อความหมาย
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือ สมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างด้วยสมองและสองมือ มีการเขียนสื่อความหมาย
่
ไปในทาง เพื่อให้ข่าวสาร และเพื่อชักจูงจิตใจ เพราะเป็นการเขียนที่ทำให้ผู้อานได้รับข้อมูล ข้อเท็จจริง และชวนให้
ผู้อ่านได้คิดตาม
ตัวอย่าง ความมหัศจรรย์ที่คุณควรตระหนักรู้ ณ ตอนนี้เลยก็คือ สิ่งเดียวที่คุณมีเหมือนกับคนทุกคน มี
เท่ากับคนทุกคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะยากจนหรือร่ำรวยสักแค่ไหน คือ “เวลา” นั่นเอง
จากบทความนี้ ขุนเขาได้เขียนสื่อความไว้ว่า สังเกตได้ว่าคนทุกคนมีเวลาเท่ากัน แต่รายได้และความสุขไม่
เท่ากัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าคุณ “มีเวลามากแค่ไหน” แต่คุณ “ใช้เวลาอย่างไร” ต่างหาก
๑.๔. คำภาษาต่างประเทศ
จากการวิเคราะห์พบว่า หนังสือสมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างด้วยสมองและสองมือ มีคำจาก
ภาษาต่างประเทศ ซึ่งคณะผู้จัดทำได้ยกคำมา ๑๒ คำ มีดังต่อไปนี้
คำในภาษาต่างประเทศ ความหมาย
ความฉลาดทางเชาว์ปัญญา คือส่วนความสามารถทาง
ความคิด การคำนวน การเชื่อมโยงต่างๆ เวลาทำงาน
ไอคิว
หรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ นั่นเอง
ไอเดีย ความคิด,ข้อเสนอแนะ,ความรู้ เป็นความเข้าใจ
โครงการ,แผนการ,โครงการวิจัย,โครงการค้นคว้า,
โครงการเคหะ
โปรเจ็กต์
๒๕
โปรแกรมทอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ที่
ี่
ออกแบบมาสำหรับ Mobile (โมบาย) Teblet (แท็บ
แอพพลิเคชั่น
เล็ต) หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่
บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ใน
การช่วยแนะนำ ชี้แนะ ผ่านศาสตร์ต่างๆ ที่ตัวเอง
โค้ช
เชี่ยวชาญ
เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้วิธีทางคณิตศาสตร์
ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
คอมพิวเตอร์
ซอฟต์แวร์ ส่วนชุดคำสั่งของคอมพิวเตอร์
แชร์ แบ่งปัน, เล่าสู่กันฟัง
การเดินดูและซื้อของตามร้าน,สรรพสินค้าในร้าน,ของ
ทั้งหมดที่ซื้อ
ช็อปปิ้ง
ฟิลเตอร์ ตัวกรอง ซึ่งหน้าที่หลักของ Filter คือการกรองแสง
โฟลเดอร์ เป็นแฟ้มข้อมูลจำลองที่เอาไว้บรรจุไฟล์คอมพิวเตอร์
ปรากฏให้เห็นเป็นสัญลักษณ์รูปแฟ้มใน
ระบบปฏิบัติการที่มีส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้
นอกจากในโฟลเดอร์จะใช้เก็บไฟล์ได้แล้ว
เทคนิค วิธีการหรือความรู้ความชำนาญเฉพาะเรื่อง
ตารางที่ ๓ คำภาษาต่างประเทศจากหนังสือสมองเศรษฐี ความมั่งมีสร้างได้ด้วยสมองและสองมือ
๒๖
บทที่ ๕
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การศึกษาค้นคว้าเรื่อง การศึกษาเเนวคิด กลวิธีการสื่อความเเละการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา มีวัตุ
ประสงค์ เพื่อศึกษาแนวคิดและคุณค่าของงานเขียนของขุนเขา เพื่อศึกษาถึงกลวิธีการสื่อความในงานเขียนของ
ขุนเขา และเพื่อศึกษาการใช้ภาษารูปแบบในงานเขียน โดยแหล่งข้อมูลหรือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนื้
คือ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนสื่อความในงานเขียน การใช้ภาษาในงานเขียนจากเว็บไซต์ต่างๆบน
อินเทอร์เน็ต และกลุ่มตัวอย่าง คือ หนังสือของขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร จำนวนทั้งหมด ๓ เล่ม ได้แก่ เรื่องสมอง
สงสัย ใจตอบ เรื่อง ขุนเขาเกาสมอง และเรื่องสมองเศรษฐี ซึ่งได้กำหนดวิธีการศึกษา ตามขั้นตอนดังนี้
รวบรวมบทความและประโยคจำนวน โดยรวบรวมบทความและประโยคจาก หนังสือของขุนเขา สินธุเสน เขจร
บุตร จำนวนทั้งหมด ๓ เล่ม ได้แก่ เรื่องสมองสงสัย ใจตอบ เรื่อง ขุนเขาเกาสมอง และเรื่องสมองเศรษฐี
การสรุปผลข้อมูล
คณะผู้จัดทำได้สรุปการวิจัยตามวัตถุประสงค์ในการศึกษาค้นคว้า ดังรายละเอียดต่อไปนี้
๑. ผลการศึกษา
คณะผู้วิจัยพบว่า หนังสือทั้งสามเล่มเป็นการเขียนที่มีแนวคิดเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ มีการตั้งคำถาม
และอธิบายปัญหาอีกทั้งให้การแนะนำวิธีแก้ปัญหา การสื่อความเกี่ยวกับการชักจูงจิตใจของผู้อ่านให้คล้อยตาม
และมีเกมส์ปัญหาให้คิดตามประกอบเนื้อหาเพื่อความเข้าใจมากขึ้น
อภิปรายผล
จากการศึกษาโครงงาน แนวคิด กลวิธีการสื่อความและการใช้ภาษาในงานเขียนของขุนเขา
๑. แนวคิด หมายถึง ความคิดที่วางไว้เป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งจากการศึกษางานเขียนของขุนเขา พบว่ามี
แนวคิดเกี่ยวกับมนุษย์ ในเรื่องของกระบวนการคิด จิตใต้สำนึก และการใช้ชีวิต รวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์
๒. การสื่อความ หมายถึง สิ่งที่ผู้เขียนหรือผู้ส่งสารต้องการจะส่งให้กับผู้อ่าน ซึ่งการเขียนของขุนเขามุ่งเน้น
ให้ผู้อ่านเกิดความคิดตระหนักถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์
๒๗
๓. การใช้ภาษา หมายถึง การติดต่อสื่อสารด้วยรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการเขียน ซึ่งหนังสือ
ของขุนเขามีการใช้คำที่เป็นคำภาษาต่างประเทศ ประเภทคำทับศัพท์ในภาษาอังกฤษ สามารถพบเห็นได้หลายคำ
ในหนังสือ
ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ต่อไป
๑. ควรศึกษาหมวดหมู่ของหนังสือแต่ละเล่มให้มีความละเอียดมากขึ้นในเรื่องของเนื้อหา
๒. ควรศึกษาประเภทของคำให้มากขึ้น
๒๘
บรรณานุกรม
รณกฤต ศกุนตนาค. (๒๕๕๖, ๙ กันยายน). The Famous Books. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://sites.google.com/site/golfsbook/home.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๓).
กฤษณะ ชัยรัตน์. kritsana-multimeda. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://sites.google.com/site/kritsana752/bi-ngan-thi-1-2-prapheth-ngan-kheiyn?fbclid.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๓).
ศิโรรัตน์ ศิริเพ็ญ. กลวิธีการสื่อความหมายและการสร้างอัตลักษณ์ของผู้บริโภค ในบทโฆษณาที่อยู่
อาศัยทางโทรทัศน์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://km-ir.arts.tu.ac.th/files/original.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๓).
(๒๕๕๙, ๑๔ กุมภาพันธ์). การเขียนเพื่อการสื่อสาร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://computertan.wordpress.com.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓).
(๒๕๕๗, ๖ สิงหาคม). บทที่ 4 การเขียน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://soonfhukchaingrai.blogspot.com.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓).
Jenythink's.kr. (๒๕๕๑, ๒ กันยายน). ภาษาที่ใช้ในการเขียน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://jennykr.wordpress.com.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๓).
ึ
พระอำนาจ จนฺทสโร. ลักษณะสำคัญของการใช้ภาษาเขียน. [ออนไลน์]. เข้าถงได้จาก :
https://sites.google.com/site/amnatmcu/.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓).
๒๙
Fiesmine. (๒๕๕๘, ๒๖ พฤษภาคม). ภาษาไทยการเขียน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://dragdiesel.wordpress.com/.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓).
Rattapon Sriburanapitak. (๒๕๖๓, ๑ กรกฎาคม). ทำความรู้จัก ขุนเขา สินธุเสน ไลฟ์โค้ชเพื่อน
สนิทของ ฌอน บูรณะหิรัญ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.brighttv.co.th/special-
reports/khunkhao-sean.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓).
กาซะลอง สุทธหลวง. การสื่อความหมาย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://www.gotoknow.org/posts/69361?fbclid=IwAR2lTVfMe.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓).
เจนอักษร ดวนใหญ่. (๒๕๕๓, ๑๓ กันยายน). การสื่อสารและการสื่อความหมาย. [ออนไลน์]. เข้าถึง
ได้จาก : https://sites.google.com/site/jeanaksorn24/kar-suxsar-laea-kar-sux-khwam-hmay.
(วันที่ค้นข้อมูล : ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๓).