The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 229 ศิริพร โคตรประดา, 2024-02-04 23:23:12

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1/2566

ปก-23_merged

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่องคนละไม้คนละมือ เวลา ๕ ชั่วโมง เรื่อง ค าบุพบท เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษา การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังภาษา ภูมิปัญญาและรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท.๔.๑ ป.๕/๑ ระบุชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกควาหมายของค าบุพบทได้(K) ๒.๒ นักเรียนสามารถใช้ค าบุพบทได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ๕. สาระส าคัญ ค าบุพบท คือ ค าที่เขียนหรือพูดน าหน้าค านาม ค าสรรพนาม ค ากริยา เพื่อเชื่อมค าหรือขยายค าที่อยู่ ข้างหน้า เพื่อบอกต าแหน่งที่ตั้ง บอกผู้ได้รับประโยชน์ บอกความเป็นเจ้าของ บอกเวลา บอกสาเหตุ บอกความ ประสงค์


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ความหมายของค าบุพบท ๖.๒ การใช้ค าบุพบท ๗.ชิ้นงาน/ภาระงาน ๗.๑ แบบฝึกหัดหน้า ๑๖ ๘.กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ ครูกล่าวทักทายนักเรียน ครูให้นักเรียนปรบมือตามจังหวะ ๕ ครั้ง ๘.๒ จากนั้นครูให้นักเรียนสังเกตค าบุพบท จากนั้นครูโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ๘.๓ ครูอธิบายความหมายของค าบุพบท ๘.๔ ครูอธิบายชนิดของค าบุพบททั้ง ๖ ชนิด และหน้าที่ของค าบุพบท ๘.๕ ครูให้นักเรียนจับฉลากค าบุพบทเพื่อแต่งประโยค ๘.๙ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม แล้วให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมา 5 คนเพื่อเล่นเกม กติกา ครูให้นักผนังเพื่อให้นักเรียนพิจารณาจากนั้นครูแจกบัตรค าบุพบทและชนิดของค าบุพบท คนแต่ละกลุ่มช่วยกันหาค าตอบและวิ่งไปหย่อนในกระเป๋าผนังทีละคนจนครบ ขั้นสรุป ๘.๕ ครูเฉลย จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่าค าบุพบทหมายถึงอะไร แบ่งเป็นกี่ชนิดอะไรบ้าง ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สไลด์เนื้อหาค าบุพบท ๑๐.๒ บัตรค า ๑๐.๓ กระเป๋าผนัง


๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑.นักเรียนสามารถบอกควาหมาย ของค าบุพบทได้(K) ค าถาม -การตอบค าถาม ผ่านเกณฑ์เมื่อ นักเรียนตอบค าถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น ๒. นักเรียนสามารถใช้ค าบุพบทได้ ถูกต้อง (P) การใช้แบบฝึกหัด - แบบแบบฝึกหัดหน้า๑๖ ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียน ตอบแบบฝึกหัดได้ ถูกต้อง ๓. นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรม (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน นักเรียนผ่านการ ประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียนผ่านเกณฑ์ อย่างน้อยร้อยละ ๘๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ คนละไม้ คนละมือ เวลา ๕ ชั่วโมง เรื่อง เครื่องหมายวรรคตอน เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธิบายคว ามหม ายของค า ประโยค และข้อคว ามที่เป็นก ารบร รยายและ การพรรณนา ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ผู้เรียนสามารถบอกชื่อเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ได้ (K) ๒.๒ ผู้เรียนสามารถใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรมในชั้นเรียน (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ๓.๓ มีความรับผิดชอบ ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา


๕. สาระส าคัญ เครื่องหมายวรรคตอนคือสัญลักษณ์ที่ใช้เพื่อเน้น เชื่อม ละเว้น ข้อความหรือประโยคในภาษาไทยให้เกิด ความเข้าใจตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้ ในภาษาไทยของเรามีเครื่องหมายต่าง ๆ ใช้เขียนก ากับข้อความประโยค มากมาย ผู้เรียนต้องศึกษาหลักและวิธีการน าไปใช้ให้ถูกต้องตามบริบท ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ความหมายของเครื่องหมายวรรคตอน ๖.๒ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ แบบฝึกหัดที่ ๓ เรื่อง คนละไม้ คนละมือ หน้า ๑๗ – ๑๘ ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการBBL (Brain-based learning) ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ ๑ อุ่นเครื่อง ๘.๑ ครูเขียนเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ไว้หน้ากระดาน มีเครื่องหมายวรรคตอนดังต่อไปนี้ ๑) ” เรียกว่า ...................................................... ๒) ______ เรียกว่า ...................................................... ๓) . เรียกว่า ..................................................... ๔) ( ) เรียกว่า ...................................................... ๕) “ “ เรียกว่า ............................................................ ๖) , เรียกว่า ............................................................. ๗) ? เรียกว่า ............................................................. ๘) ! เรียกว่า ............................................................. ๙) - เรียกว่า ............................................................. ๑๐) = เรียกว่า ............................................................. ๘.๒ นักเรียนศึกษาและจ าชื่อเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาพาที ในเวลา ๑๐ นาที ในการจดจ าชื่อ


๘.๓ นักเรียนออกมาแข่งขันกัน โดยให้ตัวแทนออกมาเขียน ตัวแทน ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๐ คน โดยออกมาทีละคน กลุ่มไหนเขียนเสร็จเร็วกว่า และถูกต้องมากที่สุดเป็นฝ่ายชนะ ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นที่ ๒ น าเสนอความรู้ ๘.๔ นักเรียนฟังครูอธิบาย ความหมายของเครื่องหมายวรรคตอน และการใช้ เครื่องหมายวรรคตอน เครื่องหมายวรรคตอน คือ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ใช้ส าหรับการแบ่งวรรคตอนหรือ ข้อความต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการเขียน และสะดวกแก่การอ่านข้อความต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง และมีความ ชัดเจนในความหมายที่ต้องการจะสื่อ การใช้เครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ๑)ไม้ยมก ( ๆ ) ไม้ยมก อ่านว่า ไม้-ยะ-มก ใช้เขียนไว้ข้างหลังค า หรือข้อความ เพื่อให้อ่านค าหรือ ข้อความซ้ ากันสอง หน เช่น เบา ๆ อ่านว่า เบาเบา ใกล้ ๆ อ่านว่า ใกล้ใกล้ ๒)อัศเจรีย์( ! ) อัศเจรีย์อ่านว่า อัด-สะ-เจ-รี ใช้เขียนไว้หลังค าอุทานหรือหลังข้อความที่แสดงความรู้สึก ตกใจ แปลกใจ สงสาร ดีใจ เสียใจ เพื่อให้ผู้อ่านออกเสียงแสดงความรู้สึกได้ถูกต้องตามความจริงและเหมาะสมกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่อ่านถึง เช่น แหม! โอ้โห่! อุ๊ย! อนิจจา! ๓) มหัพภาค ( . ) มหัพภาค อ่านว่า มะ-หับ-พาก ใช้เขียนไว้ข้างท้ายพยัญชนะที่ย่อจากข้อความอื่นให้สั้น เข้า แต่เวลา อ่านเราต้องอ่านให้เต็มค า เราเรียกค าที่มีเครื่องหมาย ( . ) ก ากับว่า ค าย่อ เช่น ด.ช. ย่อมาจากค าว่า เด็กชาย พ.ศ. ย่อมาจากค าว่า พุทธศักราช เครื่องหมายมหัพภาค ( . ) อาจใช้จบข้อความในประโยค หรือแสดงเลขทศนิยม เช่น เลขข้อนี้ตอบ ๒๐.๑๔ ๔) นขลิขิตหรือวงเล็บ ( ) นขลิขิตหรือวงเล็บ อ่านว่า นะ-ขะ-ลิ-ขิด ใช้เขียนกั้นค าหรือข้อความหรือขยาย ความของค าหรือ ข้อความข้างหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หรือบอกให้รู้เรื่องราวนอกเหนือจากที่ได้กล่าวไว้แล้ว เช่น ฉัน ท าใจดีสู้เสือ (ท าใจกล้าทั้ง ๆ ที่กลัวมาก) ๕) ไปยาลน้อย ( ฯ ) ไปยาลน้อย อ่านว่า ไป-ยาน-น้อย ใช้เขียนไว้หลังค าที่รู้กันโดยทั่วไป หรือรู้ระหว่างผู้ พูด แต่ละส่วน หลังของค าหรือข้อความให้เหลือแต่ส่วนหน้าของค า เวลาอ่านต้องอ่านส่วนที่ละไว้ด้วย เช่น กรุงเทพฯ อ่านว่า กรุงเทพมหานคร ๖) ไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) ไปยาลใหญ่ อ่านว่า ไป-ยาน-ใหญ่ ใช้เขียนละข้อความที่มีความยาวมาก เช่น ผลไม้ ของไทยมีมากทุก ฤดูกาล เราสามารถเลือกรับประทานได้ตลอดปี เช่น มะม่วง ล าไย ขนุน น้อยหน่า มะเฟือง มะไฟ ชมพูทุเรียน ฯลฯ ๗) ปรัศนี ( ? ) ปรัศนีอ่านว่า ปรัด-สะ-นี ใช้เขียนไว้ข้างท้ายประโยคค าถาม เช่น นิทานมีประโยชน์หรือไม่


๘) อัญประกาศ (“ ”) อัญประกาศ อ่านว่า อัน-ยะ-ประ-กาด ใช้เขียนคร่อมค าพูดหรือข้อความที่ยกมา เช่น เขาพูดว่า “ใคร ท ากรรมอย่างไร ต้องได้รับผลอย่างนั้น” ตรงตามสุภาษิตที่ว่า “ท าดีได้ดีท าชั่วได้ชั่ว” ๑๐) เสมอภาค ( = ) เสมอภาค เป็นเครื่องหมายแสดงเท่ากับ เท่ากัน ใช้คั่นกลางค าข้อความหรือสิ่งใด ๆ แสดงค่า ข้างหน้าเท่ากับข้างหลัง เช่น ๕ + ๕ = ๑๐ ๐ = ไม่มีอะไรเลย อาทิตย์ = สุริยา ตะวัน ๑๑) บุพสัญญา ( ” ) บุพสัญญา อ่านว่า บุบ-พะ-สัน-ยา ใช้เขียนแทนค าข้างบนเพื่อไม่ต้องเขียนซ้ากันบ่อย ๆ เวลาอ่านให้อ่านค าและข้อความจากข้างบน (เครื่องหมาย ” บางทีเรียกว่า ละ) เช่น ปกติ อ่านว่า ปะ-กะ-ติ ปรกติ ” ปรก-กะ-ติ ๑๒) ยติภังค์หรือยัติภังค์( - ) ยติภังค์ หรือยัติภังค์อ่านว่า ยะ-ติ-พัง หรือ ยัด-ติ-พัง -ใช้เขียนขั้นค า เพื่อแยกให้ค าห่างกัน อาจเพื่อประโยชน์ในการอ่าน ๑๓) สัญประกาศ (___) สัญประกาศ อ่านว่า สัน-ยะ-ประ-กาด ใช้ขีดเส้นใต้ข้อความหรือค าที่เน้น ความส าคัญ เช่น บุคคลภายนอกห้ามเข้า ๑๔) จุลภาค ( , ) จุลภาค อ่านว่า จุน-ละ-พาก ใช้เขียนแยกถ้อยค าหรือข้อความที่ต่อเนื่องกัน เพื่อให้ เห็นชัด เช่น ฉันมีนัด เฉพาะวันที่ ๑, ๗, ๑๑ เท่านั้น ขั้นที่ ๓ ลงมือเรียนรู้ – ฝึกฝน –ฝึกท า ๘.๕ นักเรียนลงมือท าแบบฝึกทักษะ หน้าที่ ๑๗-๑๘


ขั้นที่ ๔ สรุปความรู้ ๘.๖ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ เกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน เครื่องหมายวรรคตอนคือสัญลักษณ์ที่ใช้เพื่อเน้น เชื่อม ละเว้น ข้อความหรือประโยคในภาษาไทยให้เกิด ความเข้าใจตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้ ในภาษาไทยของเรามีเครื่องหมายต่าง ๆ ใช้เขียนก ากับข้อความประโยค มากมาย ผู้เรียนต้องศึกษาหลักและวิธีการน าไปใช้ให้ถูกต้องตามบริบท ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ภาษาพาทีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๑๑. การวัดและประเมิณผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. ผู้เรียนสามารถบอกชื่อ เครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ ได้ (K) - การท าแบบฝึกทักษะ ภาษาหน้าที่ ๑๗ - การสังเกตการตอบ ค าถามในแบบฝึก ทักษะภาษา ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียน ตอบค าถามได้ถูกต้อง อย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ๒. ผู้เรียนสามารถใช้ เครื่องหมายวรรคตอนได้ ถูกต้อง (P) - การท าแบบฝึกทักษะ ภาษาหน้าที่ ๑๘ - การสังเกตการตอบ ค าถามในแบบฝึก ทักษะภาษา ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียน ตอบค าถามใน แบบฝึกหัดได้ถูกต้อง อย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ๓. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการ ท ากิจกรรมในชั้นเรียน (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน ผู้เรียนผ่านการประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่องคนละไม้คนละมือ เวลา ๕ ชั่วโมง เรื่อง การอ่านร้อยแก้ว เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อน าไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท.๑.๑ ป.๕/๒ อธิบายความหมายของค า ประโยค และข้อความที่เป็นการบรรยายและพรรณนา ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของเครื่องหมายวรรคตอนได้ (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง (P) ๒.๓ นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มีความรับผิดชอบ ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ๕. สาระส าคัญ เครื่องหมายวรรคตอน คือ สัญลักษณ์ที่ใช้เพื่อเน้น เชื่อม ละเว้นข้อความหรือประโยคในภาษาไทย


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ความหมายของเครื่องหมายวรรคตอน ๖.๒ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ๗.ชิ้นงาน/ภาระงาน ๗.๑ แบบฝึกหัดหน้า ๑๗ , ๑๘ ๘.กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการเรียนความรู้ความเข้าใจ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ ๑ สังเกตและรับรู้ ๘.๑ ครูกล่าวทักทายนักเรียน ๘.๒ ครูถามค าถามเกี่ยวกับค าศัพท์ในบทเรียนว่า การศึกษาค าศัพท์ในบทเรียนมีประโยชน์อย่างไร ครู อธิบายว่ามีประโยชน์อย่างไร จากนั้นครูโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ๘.๓ ครูให้นักเรียนสังเกตค าศัพท์ที่นักเรียนไม่เข้าใจหรือไม่คุ้นชินกับค านั้นๆ ๘.๔ ครูให้นักเรียนเขียนตามค าบอก และเขียนค าอ่านสะกดค าด้วย ๘.๕ ครูเฉลยค าตอบ และพานักเรียนอ่านออกเสียงค านั้นๆ พร้อมบอกความหมาย ขั้นสรุป ๘.๕ ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนการอ่านสะกดค าและความหมายของค า จากนั้นครูมอบการบ้านให้ ผู้เรียนท าแบบฝึกหัด หน้า ๑๒-๑๓ ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อ ๑๐.๑.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย วรรณคดีล าน า ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕


๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑.นักเรียนสามารถบอกความหมาย ของค าได้ถูกต้อง (K) - ท าแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัดหน้า ๑๒-๑๓ ผ่านเกณฑ์เมื่อ นักเรียนตอบค าถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น ๒. นักเรียนอ่านและเขียนสะกดใน บทเรียนได้ถูกต้อง (P) - การสังเกต การท าแบบฝึกหัด - การอ่านและการเขียน สะกดค า ผ่านเกณฑ์เมื่อ นักเรียนเขียนสะกดค า ถูกต้อง ๓. นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรม (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน นักเรียนผ่านการ ประเมินพฤติกรรมใน ชั้นเรียนผ่านเกณฑ์ อย่างน้อยร้อยละ ๘๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่องภัยเงียบ เวลา ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง การอ่านออกเสียง เรื่องภัยเงียบ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่าน สร้างความรู้ความคิดไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหาและสร้าง วิสัยทัศน์ในการด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท.๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ท ๑.๑ ป.๕/๔ แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่อง จากการอ่านออกเสียงเรื่องภัยเงียบ (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถจับใจความส าคัญของเหตุการณ์ในเรื่องได้(P) ๒.๓ นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา


๕. สาระส าคัญ การอ่านออกเสียงเป็นการอ่านที่คนอื่นสามารถรับรู้เรื่องราว จากผู้อ่านได้ด้วย ดังนั้นควรอ่านให้ถูกต้อง ตามหลักการอ่าน และสามารถเข้าใจเรื่องราวของเรื่อง ภัยเงียบได้ โดยเรื่องราว เกี่ยวกับภัยที่มาจากออนไลน์ที่ ผู้ใช้งานออนไลน์ไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นอุทาหรณ์ให้ระมัดระวังตัวโลกออนไลน์ ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การอ่านออกเสียง เรื่อง ภัยเงียบ ๗.ชิ้นงาน/ภาระงาน ๗.๑ แบบฝึกทักษะภาษาหน้า ๒๐ ๘.กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ ครูถามค าถามนักเรียน “ปัจจุบันโลกของเรามีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างมาก เทคโนโลยีที่นักเรียนสังเกตได้ จากการใช้ในชีวิตประจ าวันมีอะไรบ้าง” ๘.๒ ครูโยงเข้าสู่บทเรียน “ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียวันนี้ครูจะให้นักเรียนอ่านเรื่อง ภัยเงียบ ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและโลกออนไลน์ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่นักเรียนควรรู้” ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ๘.๓ ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงเนื้อเรื่องภัยเงียบ ๘.๔ ครูถามค าถามนักเรียนว่า “ ตัวละครที่โดนหลอกผ่านโลกออนไลน์มีใครบ้าง” เฉลย แพน โดนพี่เจี๊ยบหลอกให้โอนเงินให้ ป่าน โดนฝรั่งหลอก เนื่องจากฝรั่งใช้รูปโปรไฟล์ไม่เหมือนตัวจริง หลอกให้มออกเดทด้วยและ ไม่ยอมจ่ายค่าอาหารช่วย อ้างว่าไม่มีเงินจ่าย ๘.๕ ครูถามค าถามนักเรียนว่า หากนักเรียนเจอสถาณการณ์คล้ายๆ กับแพนหรือป่าน นักเรียนจะท า อย่างไร ๘.๙ ครูอธิบายเพิ่มเติม ชี้แนะน าว่า ไม่ควรเชื่อใจคนแปลกหน้า สมัยนี้มีการใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางใน การเป็นมิจฉาชีพออนไลน์เยอะแยะมากมาย ขั้นสรุป ๘.๕ ครูให้นักเรียนท าแผนภาพโครงเรื่อง ภัยเงียบ โดยครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก่อนที่จะ ให้ท าแผนภาพโครงเรื่อง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น


แผนภาพโครงเรื่อง ภัยเงียบ แนวทางค าตอบแผนภาพโครงเรื่อง -แพน, ป้ารัตน์ , ป้าสุ - พ่อ , แม่ , ยาย -ทศ -พี่เจี๊ยบ , พี่ต่าย -ป่าน, ฝรั่ง , ฟาง ตัวละคร ข้อคิด สถานที่ เหตุการณ์ส าคัญ ตัวละคร ข้อคิด สถานที่ เหตุการณ์ส าคัญ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจอย่าหลงเชื่อใรง่ายๆ -ร้านอาหาร -บ้านแพน -แพนใช้คอมพิวเตอร์ส่งเมล์ไปหาป้ารัตน์ - ทศเล่าเรื่องให้แพนฟัง เรื่องที่ป่านโดนฝรั่งหลอก -แพนแชตคุยกับพี่เจี๊ยบ พี่เจี๊ยบหลอกให้แพนโอนเงินให้มาให้


๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑.นักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่อง จากการอ่านออกเสียงเรื่อง ภัยเงียบ (K) การท าแบบฝึกทักษะภาษา แบบฝึกทักษะภาษา หน้าที่ ๒๐ ผ่านเกณฑ์เมื่อนักเรียนตอบ ค าถามได้ถูกต้องตรงประเด็น ๒. นักเรียนสามารถจับใจความ ส าคัญของเหตุการณ์ในเรื่องได้ (P) การท าแผนภาพโครงเรื่อง ภัยเงียบ แบบประเมิน แผนภาพโครงเรื่อง ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียนเขียน แผนภาพโครงเรื่องได้ โดยล าดับเหตุการณ์ส าคัญได้ ถูกต้องทั้งหมด ๓. นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรม (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน นักเรียนผ่านการประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียนผ่าน เกณฑ์อย่างน้อยร้อยละ ๘๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๐ ภัยเงียบ เวลา ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง ข่าวเกี่ยวกับภัยเงียบ เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ๑.๑มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่าน สร้างความรู้ความคิดไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหาและสร้าง วิสัยทัศน์ในการด าเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ๑.๒ ตัวชี้วัด ท.๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ท ๑.๑ ป.๕/๕ วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในการด าเนินชีวิต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนเข้าใจอุทาหรณ์จากการอ่านข่าวและเนื้อเรื่องภัยเงียบ (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถน าข้อคิดมาปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้(P) ๒.๓ นักเรียนมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ มุ่งมั่นในการท างาน ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา


๕. สาระส าคัญ การอ่านข่าว อ่านเพื่อเข้าใจสาระส าคัญของเรื่อง และได้ข้อคิดหรืออุทาหรณ์จากข่าวเพื่อน ามาปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวัน ๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ การอ่าน เพื่อน าไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน ๗.ชิ้นงาน/ภาระงาน ๗.๑ แบบฝึกทักษะภาษา หน้า ๒๑ ๘.กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการคิด ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ ๑ ขั้นสร้างความคิดรวบยอด ๘.๑ นักเรียนฟังครูเล่าข่าว ข่าวแรกปลอมใบสั่งออนไลน์ ข่าวที่สองตัดวงจรคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นครูสรุปเป็นความคิดรวบยอดให้กับนักเรียน ดังนี้ ข่าวทั้งสองข่าวนี้มีความสอดคล้องกับ เนื้อหาในบทเรียน เรื่อง ภัยเงียบ ซึ่งในเรื่องเล่าถึงความประมาทของคนที่เชื่ออะไรง่าย ๆ ท าให้โดนหลอกทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น โดนหลอกให้ออกเดทกับคนที่ไม่ตรงปก หรือโดนหลอกให้โอนเงิน เนื้อเรื่องสอดคล้องกับข่าวที่ครูน ามา คือทั้งสอง ข่าวเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องการโดนหลอกในสมัยใหม่ที่ต้องระมัดระวัง เช่น การปลอมใบสั่งออนไลน์ มาหลอกคน หรือ การหลอกลวงแบบคอลเซ็นเตอร์ ล้วนเป็นภัยเงียบ ที่คาดไม่ถึง ตามชื่อของบทเรียนนั่นเอง


ขั้นที่ ๒ ขั้นอธิบาย ๘.๒ นักเรียนอธิบายว่า อุทาหรณ์ที่นักเรียนเข้าใจในข่าว เป็นสิ่งที่เตือนนักเรียนได้เป็นอย่างดีหรือไม่ ขั้นที่ ๓ ขั้นรับฟัง ๘.๓ ครูรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนและแนะน าเตือน ว่าภัยเงียบในสมัยนี้มีมากมายหลายรูปแบบ ดังนั้น การไม่หลงเชื่ออะไรง่าย ๆ ไม่ประมาทจะท าให้ไม่หลงกลลวงของมิจฉาชีพได้ ขั้นที่ ๔ ขั้นเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ๘.๔ นักเรียนฟังครูอธิบาย จากเนื้อเรื่องและข่าวมีความสอดคล้องกัน คือ เตือนภัยเรือมิจฉาชีพออนไลน์ ไม่ว่าจะมาทางแชตออนไลน์ที่ตีสนิท เหมือนในเรื่อง หรือขจะมาในรูปของการปลอมเอกสาร ต่าง ๆ ทางออนไลน์ก็ ล้วนแล้วแต่สร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้อื่น ดังนั้นภัยเงียบต่าง ๆที่นักเรียนได้เรียน เป็นประโยชนือย่างมากที่จะได้ รู้เท่าทันกับโจรเหล่านี้ ขั้นที่ ๕ ขั้นวิจารณ์ ๘.๕ นักเรียนร่วมกันวิจารณ์ จากค าถามของครูดังต่อไปนี้ หากเป็นนักเรียนนักเรียนจะรับมืออย่างไร ก่อนที่จะเกิดเหตุ ขั้นที่ ๖ ขั้นสรุป ๘.๖ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปข้อคิดที่ได้จากข่าว หรือ จากบทเรียน ว่า เราไม่ควรปราทไว้วางใจใคร ง่าย ๆ ๘.๗ นักเรียนท าแบบฝึกทักษะภาษา หน้า ๒๐ – ๒๑ ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ ข่าวที่เกี่ยวกับภัยออนไลน์


๑๑. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑.นักเรียนเข้าใจอุทาหรณ์จากการ อ่านข่าวและเนื้อเรื่องภัยเงียบ (K) ค าถาม -การตอบค าถาม ผ่านเกณฑ์เมื่อนักเรียน ตอบค าถามได้ถูกต้องตรง ประเด็น ๒. นักเรียนสามารถน าข้อคิดมา ปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ (P) การใช้แบบฝึก ทักษะภาษา - แบบฝึกทักษะภาษา หน้า ๒๑ ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียนตอบ แบบฝึกหัดได้ถูกต้อง ๓. นักเรียนมีส่วนร่วมในการท า กิจกรรม (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน นักเรียนผ่านการประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียนผ่าน เกณฑ์อย่างน้อยร้อยละ ๘๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ภัยเงียบ เวลา ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง ประโยคและส่วนประกอบของประโยค เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๕/๒ จ าแนกส่วนประกอบของประโยค ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของประโยคได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถจ าแนกส่วนประกอบของประโยคได้ (P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ๓.๓ มีความรับผิดชอบ ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕. สาระส าคัญ ประโยค หมายถึง ถ้อยค าหลายค าที่น ามาเรียงกันแล้วเกิดใจความสมบูรณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง ใช้ติดต่อสื่อสารกันได้ทั้งภาษาเขียนหรือการพูด


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ความหมายของประโยค ๖.๒ ส่วนประกอบของประโยค ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ แบบฝึกหัด หน้า ๒๖ – ๒๗ ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ ผู้เรียนสังเกตรูปภาพที่ผู้สอนน ามาให้สังเกตจ านวน ๓ ภาพ จากนั้นผู้เรียนแต่งประโยค จากรูปภาพที่ผู้สอนน ามาให้สังเกต เช่น แมวกินปลา นักเรียนอ่านหนังสือ เขาเดิน ๘.๒ ผู้เรียนตอบค าถามที่ผู้สอนถามว่า “นักเรียนทราบหรือไม่ว่าประโยคคืออะไร” ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ๘.๔ ผู้เรียนฟังผู้สอนอธิบายเกี่ยวกับความหมายของประโยคและส่วนประกอบของประโยค ๘.๕ ผู้เรียนตอบค าถามที่ผู้สอนถามว่า “ประโยคคืออะไร” “ประโยคประกอบไปด้วยอะไรบ้าง” “ประโยคประกอบไปด้วยอะไรบ้าง” “ภาคประธานประกอบด้วยอะไรบ้าง”และ “ภาคแสดงประกอบด้วย อะไรบ้าง” ๘.๖ ผู้เรียนท ากิจกรรมจ าแนกส่วนประกอบของประโยค โดยแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๕-๖ คน แต่ละกลุ่มจะได้รับกระดานไวท์บอร์ดและปากกาไวท์บอร์ด ๑ ชุด จากนั้นผู้สอนจะมีประโยค จ านวน ๕ ประโยค มาให้ผู้เรียนดูแล้วให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจ าแนกส่วนประกอบของประโยคในแต่ละประโยค ภายในเวลา ๑ นาที กลุ่มใดตอบค าถามถูกต้องภายในเวลาที่ก าหนดจะได้รับคะแนน ๑ คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดถือว่าเป็นผู้ชนะ ขั้นสรุป ๘.๗ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง ประโยคและส่วนประกอบของประโยคโดยผู้เรียนตอบ ค าถามที่ผู้สอนถามทบทวนว่า “ประโยคคืออะไร” “ประโยคประกอบไปด้วยอะไรบ้าง” “ประโยคประกอบไปด้วย อะไรบ้าง”“ภาคประธานประกอบด้วยอะไรบ้าง”และ“ภาคแสดงประกอบด้วยอะไรบ้าง”จากนั้นผู้สอนมอบ การบ้านให้ผู้เรียนท าแบบฝึกหัด หน้า ๒๖-๒๗


๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๑๑. การวัดและประเมิณผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนสามารถบอก ความหมายของประโยคได้ ถูกต้อง (K) - การใช้ค าถาม - ค าถาม ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียนตอบค าถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น ๒.นักเรียนสามารถจ าแนก ส่วนประกอบของประโยคได้ (P) - การกิจกรรม - การใช้ แบบฝึกหัด - กิจกรรมจ าแนก ส่วนประกอบของ ประโยค - แบบฝึกหัด หน้า ๒๖ – ๒๗ ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียนตอบค าถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ๓. นักเรียนมีความ กระตือรือร้นในการท ากิจกรรม (A) - สังเกต พฤติกรรม - แบบประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียน ผู้เรียนผ่านการประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียนผ่านเกณฑ์ อย่างน้อยร้อยละ ๘๐


แบบฝึกทักษะภาษา รูปที่ ๑ แบบฝึกทักษะหน้าที่ ๒๖ รูปที่ ๒ แบบฝึกทักษะหน้าที่ ๒๗


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ภัยเงียบ เวลา ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง ชนิดของประโยค เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๕/๒ จ าแนกส่วนประกอบของประโยค ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของประโยคได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถแต่งประโยค ๒ ส่วนและประโยค ๓ ส่วนได้(P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ มีวินัย ๓.๒ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ๓.๓ มีความรับผิดชอบ ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕. สาระส าคัญ ประโยคหมายถึง ถ้อยค าหลายค าที่น ามาเรียงกันแล้วเกิดใจความสมบูรณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง ใช้ติดต่อสื่อสารกันได้ทั้งภาษาเขียนหรือการพูด


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ความหมายของประโยค ๖.๒ ประเภทของประโยค ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ แต่งประโยค ๒ ส่วน และประโยค ๓ ส่วน ลงในสมุด ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ ครูให้นักเรียนแต่งประโยค โดยสุ่มนักเรียนออกมา ๕ คน จากนั้นครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนคิดว่า จากที่เพื่อนแต่งประโยคเป็นประโยคสมบูรณ์หรือไม่ เพราะอะไร ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ๘.๔ นักเรียนฟังครูอธิบายเกี่ยวกับประโยค“ประโยคจะสมบูรณ์ได้จะต้องประกอบไปด้วย ประธาน กริยา กรรม ( กริยาที่มีกรรมมารองรับเรียกว่า สกรรมกริยา) หากเป็นสกรรมกริยา แสดงว่าประโยคนั้นสมบูรณ์ เช่น น้องนั่งบนเก้าอี้ เขาพูดใส่ร้ายฉัน เด็กคนนั้นรังแกเพื่อน นกบินชนหน้าต่าง ท่านชอบกินน้ าส้ม เป็นต้น ดังนั้นประโยคสมบูรณ์จึงเป็นประโยค ๓ ส่วน คือมีประธาน กริยา และกรรม มีทั้งหมด ๓ ส่วนนั่นเอง อย่างเช่น -น้องนั่งบนเก้าอี้ = น้องเป็นผู้กระท า เก้าอี้เป็นกรรม กริยาคือ นั่ง (เป็นประโยคสมบูรณ์) -เขาพูดใส่ร้ายฉัน = เขาเป็นผู้กระท า ฉันคือผู้โดนกระท า กริยาคือ ใส่ร้าย (เป็นประโยคสมบูรณ์) -เด็กคนนั้นรังแกเพื่อน = เด็กเป็นผู้กระท า เพื่อนคือผู้โดนกระท า กริยา คือ รังแก (เป็นประโยคสมบูรณ์ -นกบินชนหน้าต่าง = นกเป็นผู้กระท า หน้าต่างคือ สิ่งที่โดนกระท า กริยา คือ บินชน ( เป็นประโยค สมบูรณ์ ) -ท่านชอบกินน้ าส้ม = ท่านเป็นผู้กระท า น้ าส้ม คือ สิ่งที่โดนกระท า กริยา คือ กิน (เป็นประโยค สมบูรณ์) ส่วนประโยคที่ไม่สมบูรณ์มีแค่ประธานและกริยาจึงเป็นประโยค ๒ ส่วน คือมีประธาน กริยา ไม่มีกรรมมารองรับ (กริยาที่ไม่มีกรรมมารองรับเรียกว่า อกรรมกริยา ) ตัวอย่างประโยค เช่น น้องนอนร้องไห้ ท่านไม่พูดเท็จ เธอสนุกมาก น้องนอนร้องไห้ = น้องเป็นประธาน นอนเป็นกริยา ร้องไห้เป็นส่วนขยายกริยา (จากประโยคกริยาเป็น อกรรมกริยา จึงเป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์) ท่านไม่พูดเท็จ = ท่านเป็นประธาน พูดเท็จเป็นกริยา ไม่เป็นส่วนขยายกริยา (จากประโยคกริยาเป็น อกรรมกริยา จึงเป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์)


เธอสนุกมาก = เธอเป็นประธาน สนุกเป็นกริยา มาก เป็นส่วนขยายกริยา (จากประโยค กริยาเป็นอกรรมกริยา จึงเป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์) ขั้นสรุป ๘.๗ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง ประเภทของประโยค ดังนี้ ประโยคจะสมบูรณ์ได้จะต้องประกอบไปด้วย ประธาน กริยา กรรม ( กริยาที่มีกรรมมารองรับเรียกว่า สกรรมกริยา) หากเป็นสกรรมกริยา แสดงว่าประโยคนั้นสมบูรณ์ และเป็นประโยค ๓ ส่วน ส่วนประโยคที่ไม่สมบูรณ์มีแค่ประธานและกริยาจึงเป็นประโยค ๒ ส่วน คือมีประธาน กริยา ไม่มีกรรมมารองรับ (กริยาที่ไม่มีกรรมมารองรับเรียกว่า อกรรมกริยา ) ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ๑๑. การวัดและประเมิณผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนสามารถบอก ความหมายของประโยคสมบูรณ์ และประโยคที่ไม่สมบูรณ์ได้(K) - การตอบค าถาม - ค าถาม ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียนตอบค าถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น ๒. นักเรียนสามารถแต่ง ประโยค ๒ ส่วนและประโยค ๓ ส่วนได้(P) - แต่งประโยค ๒ ส่วนและประโยค ๓ ส่วน - นักเรียนแต่งประโยค ๒ ส่วนและประโยค ๓ ส่วนลงในสมุด ผ่านเกณฑ์เมื่อนักเรียนแต่ง ประโยค ๒ ส่วนและประโยค ๓ ส่วนได้ ๓. นักเรียนมีความกระตือรือร้น ในการท ากิจกรรม (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียน ผู้เรียนผ่านการประเมินพฤติกรรม ในชั้นเรียนผ่านเกณฑ์อย่างน้อย ร้อยละ ๘๐


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ภัยเงียบ เวลา ๑๐ ชั่วโมง เรื่อง ส านวนที่เป็นสุภาษิต เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวศิริพร โคตรประดา โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี วันที่สอน ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖ ๑. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ๑.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ท๔.๑เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง ของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ๑.๒ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๕/๗ ใช้ส านวนได้ถูกต้อง ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ นักเรียนสามารถบอกความหมายของส านวนที่เป็นสุภาษิตได้ถูกต้อง (K) ๒.๒ นักเรียนสามารถเติมค าจากส านวนสุภาษิตให้สมบูรณ์ได้(P) ๒.๓ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการท ากิจกรรม (A) ๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓.๑ ซื่อสัตย์สุจริต ๓.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๓.๓ อยู่อย่างพอเพียง ๔. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕. สาระส าคัญ สุภาษิต เป็นค ากล่าวเชิงเปรียบเทียบ ใช้ถ้อยค าสั้น ๆ แต่กินความหมายลึกซึ้ง มีลักษณะ เป็นค าสอน หรือหลักความจริงที่เตือนให้ท าหรือละเว้นการกระท า บางทีเรียกว่า ภาษิต


๖. สาระการเรียนรู้ ๖.๑ ส านวนที่เป็นสุภาษิต ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ แบบฝึกทักษะภาษา เรื่องภัยเงียบ หน้า ๒๗ ๘. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ๘.๑ นักเรียนเล่นเกม “เปิดภาพทายค า” จากสื่อ powerpoint จ านวน ๔ ข้อ ๑) พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ขี้เกียจท างาน ชอบผัดวันประกันพรุ่ง งานจึงเพิ่มเรื่อย ๆ เหมือน...............................................(เฉลย ดินพอกหางหมู) ๒) ผมแกะกับมะลิทะเลาะกัน ไม่มีใครยอมใคร ตรงกับส านวนสุภาษิตที่ว่า.................. (เฉลย ขิงก็ราข่าก็แรง) ๓) แก้วไม่ตั้งใจเรียนจึงสอบตก ส่วนกล้าขยันตั้งใจเรียนจึงสอบได้คะแนนดี จากสถานการณ์ตรงกับ ส านวนที่ว่า .....................................(เฉลย รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา) ๔) จากภาพผู้หญิงสองคนต่างแกล้งยิ้มให้กัน แต่ความคิดกลับไม่ได้ชอบกัน ตรงกับส านวนที่ว่า.....................................(เฉลย น้ าขุนไว้ใน น้ าใสไว้นอก) ๘.๒ นักเรียนตอบค าถามครู นักเรียนคิดว่าจากภาพส านวนที่ครูน ามา นักเรียนรู้หรือไม่ว่า มันมีทั้งส านวน ที่เป็นค าพังเพย และส านวนที่เป็นสุภาษิต ขั้นจัดกระบวนการเรียนรู้ ๘.๓ นักเรียนฟังผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับส านวนที่เป็นสุภาษิต พร้อมอธิบายความหมายของส านวนที่ เป็นสุภาษิต และค าพังเพย ส านวนสุภาษิต หมายถึง ค ากล่าวที่ดีงาม เป็นค าสั่งสอนที่มุ่งแนะน าให้ปฏิบัติ ให้ประพฤติดี ประพฤติชอบ หรือให้ละเว้น ส านวนที่เป็นค าพังเพย จะเป็นการเปรียบเทียบพฤติกรรมของคนกับสัตว์ต่าง ๆ เช่นคางคกขึ้นวอ ไม่ได้ แปลตามตรงเหมือนส านวนที่เป็นสุภาษิต ค าพังเพยมักจะมีความหมายแฝงนัย เช่น กาคาบพริก หมายถึง ผู้หญิงที่ ชอบแต่งตัวสีฉูดฉาดแต่ผิวเธอด า แต่ในระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ ๕ จะเรียนเฉพาะส านวนที่เป็นสุภาษิต ตัวอย่างส านวนมีดังนี้ ๑)รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา หมายถึง ใครประพฤติตนดี จะได้ดีใครประพฤติชั่วก็จะได้ชั่ว


๒)น้ าเชี่ยวอย่างขวางเรือ หมายถึง อย่างขัดขวางผู้มีอ านาจ หรือ ไม่ควรเข้าขัดขวางคนๆ นั้นที่ก าลัง โมโหอยู่ ๓)น้ าขุ่นไว้ใน น้ าใสไว้นอก หมายถึง รู้จักเก็บความรู้สึกที่ไม่ดีไว้ ๔)อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคนเดี๋ยวมันจะจนใจเอง หมายถึง ไม่ควรไว้วางใจใครจนเกินไป เพราะอาจท าให้ตนเองมีความทุกข์ได้ ๕) คบคนให้ดูหน้า ซื้อเสื้อผ้าให้ดูเนื้อ หมายถึง จะพิจารณาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ต้องพิจารณาให้ ละเอียดรอบคอบ ๖)อดเปรี้ยวไว้กินหวาน หมายถึง ค่อยท าค่อยไปแล้วจะได้ผลดี ขั้นสรุป ๘.๗ ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง ส านวนที่เป็นสุภาษิต ส านวนสุภาษิต หมายถึง ค ากล่าวที่ดีงาม เป็นค าสั่งสอนที่มุ่งแนะน าให้ปฏิบัติ ให้ประพฤติดี ประพฤติชอบ หรือให้ละเว้น ๘.๘ ผู้สอนมอบหมายการบ้านให้ผู้เรียนท าแบบฝึกทักษะภาษา เรื่องภัยเงียบ หน้า ๒๗ ๙. การจัดบรรยากาศเชิงบวก ๙.๑ สร้างบรรยากาศในขณะที่จัดการเรียนรู้ให้มีความเป็นกันเอง ๙.๒ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ๑๐. สื่อและแหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕


๑๑. การวัดและประเมิณผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑. นักเรียนสามารถบอก ความหมายของส านวนที่เป็น สุภาษิตได้ถูกต้อง (K) - การท าแบบฝึก ทักษะภาษา เรื่อง ภัยเงียบ หน้าที่ ๒๗ - แบบฝึกทักษะ ภาษา เรื่องภัยเงียบ หน้า ๒๗ ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียนตอบค าถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น ๒.นักเรียนสามารถเติมค าจาก ส านวนสุภาษิตให้สมบูรณ์ได้(P) - การท ากิจกรรมใน ชั้นเรียน การเติมส านวน สุภาษิตจากกิจกรรม ในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์เมื่อผู้เรียนตอบค าถาม ได้ถูกต้องตรงประเด็น ๓. ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นใน การท ากิจกรรม (A) - สังเกตพฤติกรรม - แบบประเมิน พฤติกรรมในชั้น เรียน ผู้เรียนผ่านการประเมิน พฤติกรรมในชั้นเรียนผ่านเกณฑ์ อย่างน้อยร้อยละ ๘๐


Click to View FlipBook Version