สาระการเรียนรู้ ๕. การประยกุ ตป์ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ทฤษฎีใหม่
๑. จุดเริ่มตน้ แนวคิดปรัชญาของ ๗. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกบั ทฤษฎีใหม่
เศรษฐกิจพอเพียง
๒. ความหมายของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๓. หลกั การของปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
๔. ระดบั ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
“...คนอื่นจะว่าอย่างไรกช็ ่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมยั ว่า
เมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มสี ิ่งทสี่ มยั ใหม่ แต่เราอยู่ พอมี พอกนิ และ
ขอให้ทุกคนมคี วามปรารถนาทจี่ ะให้เมืองไทยพออยู่ พอกนิ มคี วามสงบ
และทางานต้งั จติ อธิษฐาน ต้งั ปณิธาน ในทางนีท้ จี่ ะให้เมืองไทยอย่แู บบ
พออยู่พอกนิ ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามคี วามพออย่พู อกนิ มี
ความสงบเปรียบเทยี บกบั ประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกนิ นี้
ได้ เรากจ็ ะยอดยง่ิ ยวดได้...”
พระราชดารัส เนื่องในวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลยั วนั ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗
จุดเร่ิมต้นแนวคดิ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วกิ ฤตการณ์ต้มยากุ้ง นับจากน้ันมาปรัชญาของเศรษฐกจิ
ทวคี วามรุนแรงมากข้ึนจนส่งผลกระทบต่อ พอเพยี งกถ็ ูกนามาเป็ นแนวทางในการ
พฒั นาประเทศ โดยบรรจุลงในแผนพฒั นา
สถาบนั การเงิน ธุรกิจอสงั หาริมทรัพย์ เศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ นับต้งั แต่
แผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ ๙ จนถึงปัจจุบนั
บริษทั หา้ งร้าน และธุรกิจบริการต่างๆ
ปรากฏคร้ังแรก
เม่ือ พ.ศ. ๒๕๑๗
พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐบาลและหน่วยงานราชการ
เกิดวกิ ฤตการณ์ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งไดน้ าปรัชญา
ทางเศรษฐกิจในเอเชียหรือ ของเศรษฐกิจพอเพยี ง มาเป็น
แนวทางในการพฒั นาเศรษฐกิจ
วกิ ฤตการณ์ตม้ ยากุง้
และประเทศ
สรุปสาระสาคญั ของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๑ - ปัจจุบัน
เร่ิมแผนพฒั นา ฯ ฉบับท่ี ๑ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ที่ ๒ แผนพฒั นา ฯ ฉบบั ที่ ๓ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี ๔
(พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๐๙) (พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔) (พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๑๙) เบศรมหาราช บรมนาถบพติ รมี (พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔)
พระราชดารัสเกย่ี วกบั เศรษฐกจิ
(เป็นแผนพฒั นา ฯ ฉบบั เดียว พ.ศ. ๒๕๑๔ พ.ศ. ๒๕๑๙ พ.ศ. ๒๕๒๔
ที่ใชร้ ะยะเวลา ๖ ปี ) พอเพยี งคร้ังแรก
พ.ศ. ๒๕๐๙ พ.ศ.๒๕๑๗
สิ้นแผนพฒั นาฯ สิ้นแผนพฒั นาฯ สิ้นแผนพฒั นาฯ สิ้นแผนพฒั นาฯ
๏ เศรษฐกิจของประเทศมี ๏ เกิดปัญหาการขาดดุลการคา้ ๏ การข้ึนราคาน้ามนั ของกลุ่ม ๏ เกิดปัญหาการขาดดุลการคา้
การขยายตวั เพิ่มมากข้ึน ๏ เกิดช่องวา่ งระหวา่ งรายได้ ๏ ภาวะเงินเฟ้อคา่ ครองชีพสูง
๏ เกิดการกระจายรายได้ โอเปคทาใหเ้ ศรษฐกิจตกต่า
ไม่ยตุ ิธรรม ประชาชน ไปทวั่ โลก
๏ เกิดภาวะเงินเฟ้อ
๏ เกิดการวา่ งงาน
แผนพฒั นา ฯ ฉบบั ที่ ๕ แผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี ๖ แผนพฒั นา ฯ ฉบบั ท่ี ๗ แผนพฒั นา ฯ ฉบบั ท่ี ๘
(พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๒๙) (พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๔) (พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๙) (พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๔)
เร่ิมเนน้ คนเป็นศูนยก์ ลางมาก
พ.ศ. ๒๕๒๙ พ.ศ. ๒๕๓๔ พ.ศ. ๒๕๓๙ กวา่ ความเจริญทางเศรษฐกิจ
สิ้นแผนพฒั นาฯ สิ้นแผนพฒั นาฯ สิ้นแผนพฒั นาฯ พ.ศ. ๒๕๔๔
๏ เศรษฐกิจโลกมีการ ๏ ปรับโครงสร้างทาง ๏ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ
เปลี่ยนแปลงอตั ราการ สิ้นแผนพฒั นาฯ
ขยายตวั ทางเศรษฐกิจของ เศรษฐกิจใหเ้ ป็นประเทศ เปลี่ยนจากเกษตรกรรมเป็ น ๏ วิกฤตการณ์ตม้ ยากงุ้ ในไทย
ไทยต่ากวา่ เป้าหมาย อุตสาหกรรม อุตสาหกรรม
๏ มีการแข่งขนั และกีดกนั ทาง ๏ การพฒั นาขาดความสมดุล ๏ ยงั คงเกิดความเหล่ือมล้า และเอเชียทาใหเ้ กิดภาวะ
การคา้ ระหวา่ งประเทศ เกิดความเหลื่อมล้าของ ของรายไดร้ ะหวา่ งคนใน เศรษฐกิจตกต่า
รายไดร้ ะหวา่ งคนในเมือง เมืองกบั ชนบท ๏ เกิดปัญหาการวา่ งงานติด
กบั ชนบท ลบ
แผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี ๙ แผนพฒั นา ฯ ฉบบั ที่ ๑๐ แผนพฒั นาฯ ฉบับที่ ๑๑ แผนพฒั นา ฯ ฉบบั ที่ ๑๒
(พ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๔๙) (พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๔) (พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๙) (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔)
อญั เชิญปรัชญาของเศรษฐกิจ *ยงั คงอญั เชิญปรัชญาของเศรษฐกิจ นอ้ มนาหลกั ปรัชญาของ *จุดเปลี่ยนคือมียทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี
พอเพียงมาเป็นแนวทางปฏิบตั ิ พอเพียงเนน้ คนเป็นศูนยก์ ลางอยา่ ง เศรษฐกิจพอเพียงมาใชอ้ ยา่ งต่อเนื่อง นอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มาใชอ้ ยา่ งต่อเน่ือง “การพฒั นาที่ยง่ั ยนื ”
พ.ศ. ๒๕๔๔ ต่อเนื่อง พ.ศ. ๒๕๕๙ และ “คนเป็นศูนยก์ ลาง”
สิ้นแผนพฒั นาฯ พ.ศ. ๒๕๕๔ พ.ศ. ๒๕๖๐
๏ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจเร่ิม
สิ้นแผนพฒั นาฯ สิ้นแผนพฒั นาฯ ๏ กาหนดวาระการวจิ ยั แห่งชาติ
มน่ั คง ๏ เศรษฐกิจเขม้ แขง็
๏ ความยากจนลดลง ๏ เศรษฐกิจเขม้ แขง็ ๏ เกิดความร่วมมือกบั มิตรประเทศ (NationalResearch Agenda)
๏ คุณภาพชีวิตดีข้ึน ๏ คุณภาพชีวติ ดีข้ึน เฉพาะเจาะจงและสอดคลอ้ งกบั
๏ คุณภาพชีวิตดีข้ึน สาขาเป้าหมายการพฒั นาประเทศ
๏ ความเหล่ือมล้าในสงั คมลดลง ๏ ปรับสู่เศรษฐกิจฐานบริการ และ
ดิจิทลั
ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ไดต้ รัสถึงความหมาย
ของเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระตาหนกั เป่ี ยมสุข วงั ไกลกงั วล วนั ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ความวา่
ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง (Sufficiency Economy)
เป็นปรัชญาหรือแนวคิดที่ช้ีถึงแนวการดารงอยแู่ ละการปฏิบตั ิตนของประชาชนในทุกระดบั ต้งั แต่ระดบั
ครอบครัว ระดบั ชุมชน และระดบั รัฐ ท้งั ในการพฒั นาและการบริหารประเทศ โดยเนน้ ที่ความพอประมาณ
ความมเี หตุผล รวมถึงความจาเป็นที่จะตอ้ งมรี ะบบภูมคิ ุ้มกนั ในตวั ทดี่ พี อสมควรตอ่ การมีผลกระทบใด อนั เกิด
จากการเปล่ียนแปลงท้งั ภายนอกและภายใน
หลกั การของปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง (Sufficiency Economy)
๑. ๒. ๓.
ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมคิ ุ้มกนั ในตวั ทด่ี ี
หมายถึง ความพอดีท่ีไม่นอ้ ย หมายถึง การตดั สินใจเกี่ยวกบั ระดบั หมายถึง การเตรียมตวั ใหพ้ ร้อมรับ
เกินไปและไม่มากเกินไป โดย ของความพอเพียงน้นั จะตอ้ งเป็นไป ผลกระทบและการเปล่ียนแปลง
ไม่เบียดเบียนตนเองและผอู้ ่ืน อยา่ งมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุ ดา้ นต่าง ๆ ที่จะเกิดข้ึน โดย
กล่าวคือ พอเหมาะกบั สภาพ ปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ ง ตลอดจนคานึงถึง คานึงถึงความเป็นไปไดข้ อง
และอตั ภาพของตนเอง ผลที่คาดวา่ จะเกิดข้ึนจากการกระทา สถานการณ์ตา่ ง ๆ ที่คาดวา่ จะเกิด
อยา่ งรอบคอบ ข้ึนในอนาคต ท้งั ใกลแ้ ละไกล
หลกั การของปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง (Sufficiency Economy)
เง่ือนไขพืน้ ฐาน ๑. เง่ือนไขความรู้ ๒. เงื่อนไขคุณธรรม
ประกอบดว้ ย ความรอบรู้เก่ียวกบั เสริมสร้างความตระหนกั ใน
วชิ าการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งอยา่ ง คุณธรรม มีความซ่ือสตั ยส์ ุจริต
รอบดา้ นความรอบคอบท่ีจะนา และมีความอดทน มีความเพยี ร
ความรู้เหลา่ น้นั มาพจิ ารณาให้ ใชส้ ติปัญญาในการดาเนินชีวิต
เช่ือมโยงกนั เพ่อื ประกอบการ
วางแผน และความระมดั ระวงั ใน
ข้นั ปฏิบตั ิ
หลกั การของปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ทางสายกลาง
พอประมาณ ความรู้
รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั
มเี หตุผล มภี ูมคิ ุ้มกนั คุณธรรม
ในตวั ทดี่ ี
ซื่อสตั ยส์ ุจริต ขยนั อดทน แบ่งปัน
นาสู่
ชีวติ /สงั คม/เศรษฐกิจ/ สมดุล/มน่ั คง/ยง่ั ยนื
สิ่งแวดลอ้ ม
ระดบั ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ความพอเพียงน้ีสามารถแบ่งไดเ้ ป็น ๒ ระดบั ดงั น้ี
๑. เศรษฐกจิ พอเพยี งระดบั จุลภาค
เนน้ การพฒั นาดา้ นจิตใจของบุคคลให้
รู้จกั พอ ไดแ้ ก่ พอดี พอประมาณและพอใจ
ในสิ่งที่มี
๒. เศรษฐกจิ พอเพยี งระดบั มหภาค
เนน้ เศรษฐกิจที่มีรูปแบบทางสายกลาง
โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ มุ่งใหเ้ กิดสังคมที่
สงบสุขบนพ้ืนฐานการพฒั นาท่ีมน่ั คง
การประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การประยกุ ต์ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดาเนินชีวติ ประจาวนั
๑. การประหยดั ๒. การประกอบ ๓. การใฝ่ ความรู้
อาชีพสุจริต
ลดค่าใชจ้ ่ายที่ไม่จาเป็นในทุก ยดึ หลกั ความซ่ือสตั ย์ ความถูกตอ้ ง ใฝ่ หาความรู้ใหม้ ีรายไดเ้ พ่ิมพนู ข้ึน
ดา้ น ลดความฟ่ มุ เฟื อยในการ และความสุจริต จนถึงข้นั พอเพยี งเป็นเป้าหมายสาคญั
ดารงชีพอยา่ งจริงจงั
การประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดาเนินชีวติ ประจาวนั
สามารถใช้ชีวติ อย่บู นพืน้ ฐาน การประยกุ ตป์ รัชญาของ ช่ วยเหลือสังคมหรื อส่ วนรวม
ของการรู้จกั ตนเอง เศรษฐกิจพอเพยี งในการดาเนิน ให้มีความเข้มแขง็
ชีวติ ประจาวนั สามารถก่อใหเ้ กิด
มคี วามสุขและความพอใจใน ประโยชน์กบั ประชาชนไดใ้ นหลาย มกี ารรวมกล่มุ ของคนทม่ี ี
การดาเนินชีวติ อย่างพอเพยี ง ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ ความพอเพยี ง
การประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในภาคเกษตร
ควรเน้นทก่ี ารเลยี้ งตัวเองและดาเนินการผลติ เพ่ือการบริโภคภายในครอบครัว และส่วนที่
เหลือจากการบริโภคจึงนามาขายมากกว่าคดิ ทจ่ี ะผลติ เพื่อมุ่งหวงั ให้มกี าไรสูงสุด
วธิ ีการผลิตตามแนวทางปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรควรเนน้ ที่การ
ใชแ้ รงงานของสมาชิกครอบครัว ประกอบกบั การ
พิจารณาความเหมาะสมในพ้ืนท่ีวา่ ควรทาการปลูก
พชื
การประยกุ ต์ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กล่าวโดยสรุป ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมคี วามสาคญั ดงั นี้
๑. เป็ นรากฐานทส่ี าคญั ของการดาเนินชีวติ ของแต่ละคน
เพ่อื ใหส้ ามารถดาเนินชีวติ อยา่ งถูกตอ้ ง อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข
๒. เป็ นรากฐานท่ีสาคญั ของสังคม
ทาใหส้ งั คมมีความสุข ไม่เบียดเบียนกนั มีความเมตตาเอ้ืออาทรต่อกนั
ไม่มีความขดั แยง้ และแตกความสามคั คี
๓. เป็ นรากฐานที่สาคญั ของประเทศชาติ
ทาใหก้ ารบริหารประเทศมีความโปร่งใสปราศจากการทุจริตคอร์รัปชนั
มีการใชอ้ านาจที่เป็นธรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และประเทศชาติ
มีความเจริญรุ่งเรืองกา้ วหนา้ อยา่ งยง่ั ยนื
ทฤษฎใี หม่
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทรงคดิ
ทฤษฎใี หม่ เพื่อสร้างสรรคช์ าวชนบทใหเ้ ขม้ แขง็ ข้ึน
เรียกวา่ “โครงการพฒั นาพืน้ ที่เกษตรนา้ ฝน
อนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ” สาระสาคญั คือการทา
ไร่นาแบบผสมผสาน หรือไร่นาสวนผสมซ่ึงทาให้
ชาวบา้ นสามารถเล้ียงตวั เองไดเ้ รียกวา่ “ทฤษฎีใหม่”
อนั เป็นแนวทางการจดั การที่ดินและน้าเพอ่ื
การเกษตรในท่ีดินขนาดเลก็ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด
โดยทรงทดลองเป็นแห่งแรกท่ีวดั มงคลชยั พฒั นา
ตาบลหว้ ยบง อาเภอเมือง จงั หวดั สระบุรี
ตวั อย่างโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ โครงการพฒั นาพื้นท่ี
เกษตรนา้ ฝน จ. กาฬสินธ์ุ
ทฤษฎใี หม่
พระราชดารัสตอนหน่ึงของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เน่ืองใน
วนั เฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลยั สวนจิตรลดา เมื่อวนั ท่ี ๔ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ทรงกลา่ วถึงทฤษฎีใหม่ ความวา่
“... โครงการนีใ้ ช้เงนิ ของมูลนิธิชัยพฒั นาส่วนหน่ึงใช้เงนิ ของราชการส่วนหน่ึง โดยวธิ ีขุดบ่อนา้ เพ่ือใช้นา้ น้ัน
มาเพาะปลกู ตาม ‘ทฤษฎใี หม่’ซึ่งทฤษฎใี หม่นีย้ งั ไม่เกดิ พอดบี ่อขุดนา้ น้ัน ต่อมากซ็ ื้อทอี่ กี ๓๐ ไร่ กลายเป็ นศูนย์
พฒั นาหลกั มวี ่าแบ่งทด่ี นิ เป็ นสามส่วน ส่วนหน่ึงเป็ นทส่ี าหรับปลูกข้าว อกี ส่วนหนึ่งสาหรับปลูกพืชไร่พืชสวน และก็
มที ้งั สาหรับขุดสระนา้ ดาเนินการไปแล้ว ทาอย่างธรรมดา อย่างชาวบ้านในทส่ี ุดกไ็ ด้ข้าวและได้ผกั ขายข้าวกบั ผกั น่ีมี
กาไรสองหม่ืนบาท สองหม่ืนบาทต่อปี หมายความว่าโครงการนีใ้ ช้งานได้ เม่ือใช้งานได้กข็ ยายโครงการ ‘ทฤษฎใี หม่’
นี้ โดยทาให้ทอี่ ่ืน นอกจากมีสระนา้ ในทน่ี ีแ้ ล้วจะต้องมอี ่างเกบ็ นา้ ท่ใี หญ่กว่าอกี แห่งเพ่ือเสริมสระนา้ ในการนีไ้ ด้รับ
ความร่วมมือจากบริษัทเอกชนซื้อทร่ี าคาทเ่ี ป็ นธรรม ไม่ใช่ไปเวนคืนและสร้างอ่างเกบ็ นา้ ...”
ทฤษฎใี หม่
หลกั การทฤษฎใี หม่
พืน้ ทแ่ี ปลงที่ ๑ เป็ นแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน
พืน้ ทีแ่ ปลงที่ ๒ เป็ นแปลงสาธิตทฤษฎใี หม่ตามแนวพระราชดาริต้ังแต่ปี ๒๕๓๖
วดั มงคลชยั พฒั นา จ. สระบุรี จุดเร่ิมตน้ ทฤษฎีใหม่
ทฤษฎใี หม่
การแบ่งพืน้ ทตี่ าม
เกษตรทฤษฎใี หม่
ทฤษฎใี หม่
ข้นั ตอนทฤษฎใี หม่
เป็ นเร่ืองของการผลติ
ข้นั ๓ กาหนดพ้นื ท่ีแปลงเลก็ ของเกษตรกร ประมาณ ๑๕ ไร่ แบ่งพ้นื ที่ผลิตขา้ ว ๕ ไร่ เพ่อื บริโภคในครอบครัว
ใหเ้ พียงพอตลอดปี และมีแหล่งน้าเพือ่ การเพาะปลูกและเล้ียงสตั วน์ ้า รวมท้งั เป็นพ้ืนท่ีไร่นาสวนผสม
ข้นั ท่ี ๒ เป็ นเร่ืองของการรวมพลงั กลุ่มเกษตรกร
โดยร่วมแรงในการผลิต การตลาด การเปน็ อยแู่ ละการศึกษา ดว้ ยความร่วมมือจากหน่วย
ราชการ มูลนิธิ และเอกชน ช่วยทาใหเ้ กิดพลงั ร่วมกนั
ข้นั ท่ี ๑ เป็ นเรื่องระดบั สูงกว่าความเป็ นอยู่อย่างพอเพยี ง
อาศยั ความรู้ในการจดั การชุมชน โดยประสานงานร่วมมือกบั หน่วยงานราชการ
เอกชน สถานศึกษา สื่อสารมวลชนเพอ่ื ความสาเร็จของโครงการ และเป็นการสร้าง
ความยง่ั ยนื ในระยะยาว
๑. ทาให้ประชาชนมกี นิ ทฤษฎใี หม่ ๔. ทาให้เกษตรกรมีรายได้เพมิ่ ขนึ้
และอยู่อย่างอตั ภาพ
ประโยชน์ จากการนาผลิตผลที่เหลือจากการบริโภค
กล่าวคือไม่รวยมาก แต่ไม่อดอยาก มีความเป็นอยู่ ของทฤษฎี มาแปรรูปจดั จาหน่าย
ตามหลกั ปรัชญาของ “เศรษฐกจิ พอเพยี ง”
ใหม่ ๕. ทาให้พง่ึ พาตนเองได้
๒. ทาให้เกษตรกรมนี า้ ใช้
ตลอดเวลา ในภาวะท่ีเกิดอุทกภยั เกษตรกรสามารถฟ้ื น
ตวั ได้ โดยไม่ตอ้ งใหท้ างราชการช่วยมาก
แมใ้ นหนา้ แลง้ กส็ ามารถนาน้าท่ีเกบ็ กกั ไวม้ า เกินไป
ใชใ้ นการเพาะปลูกโดยไม่ตอ้ งอาศยั การ
ชลประทาน ๖. ทาให้เกดิ ความรัก ความสามคั คใี นชุมชน
๓. ทาให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วน เน่ืองจากมีความช่วยเหลือเก้ือกลู กนั เช่น การลงแรง
ของอาหารสาหรับครอบครัวได้ ช่วยเหลืองานกนั ใหส้ าเร็จลุล่วงได้ และยงั เป็นการลด
ค่าใชจ้ ่ายดา้ นแรงงานอีกดว้ ย
ทฤษฎใี หม่
เกษตรกรมนี า้ ใช้ไม่ต้องอาศัยการชลประทาน เกษตรกรเกดิ ความรัก ความสามคั คใี นชุมชน
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั ทฤษฎใี หม่
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและแนวปฏบิ ัตขิ องทฤษฎใี หม่ เป็นแนวทางการพฒั นาท่ีนาไปสู่ความสามารถ
ในการพ่งึ ตนเองในระดบั ตา่ งๆ อยา่ งเป็นข้นั ตอน ลดความเส่ียงเกี่ยวกบั ความผนั แปรของธรรมชาติ อาศยั ความ
พอประมาณและความมีเหตุผล สร้างภูมิคุม้ กนั ท่ีดี
เกษตรกรปลูกขา้ วเพ่ือการบริโภค
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั ทฤษฎใี หม่
ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดาริของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร อาจเปรียบเทียบกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดงั น้ี
๑. ความพอเพยี งในระดบั บุคคลและ ๒. ความพอเพยี งในระดบั ชุมชนและ ๓. ความพอเพยี งในระดบั ประเทศ
ครอบครัว ระดบั องค์กร
ปรัชญาของ ทฤษฎีใหม่ ปรัชญาของ ทฤษฎีใหม่ ปรัชญาของ ทฤษฎีใหม่
เศรษฐกิจพอเพยี ง ข้นั ท่ี ๑ เศรษฐกิจพอเพียง ข้นั ท่ี ๒ เศรษฐกิจพอเพยี ง ข้นั ที่ ๓
แบบพ้นื ฐาน แบบกา้ วหนา้ แบบกา้ วหนา้
มุ่งแกป้ ัญหาของเกษตรกรที่อยู่ สนบั สนุนใหเ้ กษตรกรรวมกนั ในรูป ส่งเสริมใหช้ ุมชนหรือเครือขา่ ย
ห่างไกลแหล่งน้า ท่ีตอ้ งพ่ึงน้าฝนและ กลุ่มหรือสหกรณ์ หรือธุรกิจต่าง ๆ วสิ าหกิจสร้างความร่วมมือกบั องคก์ ร
ประสบความเสี่ยงจากการที่น้าไม่ รวมตวั กนั ในลกั ษณะเครือขา่ ย อ่ืน ๆ ในประเทศ
พอเพยี ง วสิ าหกิจ
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั ทฤษฎใี หม่
ประชาชนเกิดการรวมกลุ่มแบ่งปัน สร้างเครือขา่ ยแลกเปล่ียนความรู้
และช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั เทคโนโลยี ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง
แนวทางการพฒั นาประเทศตามศาสตร์พระราชาสามารถสร้างความสุขแบบยงั่ ยนื
มีรายไดพ้ อเพยี งในการเล้ียงชีพเพื่อการอยรู่ อด มีคุณธรรม และความขยนั อยา่ งแทจ้ ริง