สาระการเรียนรู้
การขยายพนั ธ์ุพืช
• การเพาะเมลด็ • การปักชา • การเสียบยอด
• การตอนกงิ่
• การทาบกง่ิ • การติดตา
การขยายพนั ธ์ุพืช
การขยายพนั ธ์ุพืช เป็นกระบวนการท่ีทาใหเ้ กิดการเพิ่มปริมาณพืชใหม้ ากข้ึน นอกจากเพ่ือใหส้ ายพนั ธุ์ชนิด
ต่าง ๆ คงอยู่ ไม่สูญพนั ธุ์แลว้ ยงั เป็นการเพิม่ ปริมาณผลผลิต รวมท้งั เป็นการคดั เลือกพนั ธุ์พืชอีกทางหน่ึงดว้ ย
การเสียบยอด การทาบกงิ่
การเพาะเมลด็ การตดิ ตา
การปักชา การตอนกง่ิ
๑. การเพาะเมลด็ (Seedling)
การเพาะเมลด็ เป็นการนาเมลด็ ไปหวา่ นโรยในแปลงเพาะ กระบะเพาะ หรือภาชนะท่ีเตรียมไวด้ ูแลรดน้าจน
เจริญเติบโตเป็นตน้ กลา้ ที่สมบูรณ์ สามารถยา้ ยไปปลูกได้ พืชที่ปลูกดว้ ยเมลด็ เช่น ขา้ ว พริก คะนา้ มะเขือ ถวั่ ตา่ ง ๆ
๑. การเพาะเมลด็ (Seedling)
ส่ิงทต่ี ้องคานึงถงึ ในการเพาะเมลด็
๑. ๒. ๓. ๔.
ระยะเวลาการเจริญ ขนาดของเมลด็ เมลด็ ลกั ษณะของดิน ดินร่วน การยา้ ยกลา้ ปลูก ตอ้ งทา
โปร่งสามารถหยอดเมลด็ ได้ ดว้ ยความระมดั ระวงั อยา่ ให้
เติบโตของพืช พืชแต่ละชนิด ขนาดใหญ่จะมีอาหารสารอง ตน้ กลา้ กระเทือน และควรทา
แตกตา่ งกนั ควรเลือกให้ มากกวา่ ขนาดเลก็ ทาใหผ้ ล ลึกกวา่ สภาพดินแน่น ในเวลาเยน็ เพ่ือไม่ใหต้ น้ กลา้
บอบช้า หากตน้ กลา้ งอกข้ึน
เหมาะสมกบั ช่วงเวลาเพอ่ื จะ ผลิตที่ไดง้ ามกวา่ มาก แน่นเกินไป ควรทาการ
ไดผ้ ลผลิตท่ีดี แยก
๒. การปักชา (Cutting)
การปักชา คือ การนาเอาส่วนหน่ึงส่วนใดของพืช เช่น ราก ลาตน้ ก่ิง หรือใบไปปลูกหรือปักลงในดินที่
เหมาะสม หรืออาจใชว้ สั ดุเพาะชา ซ่ึงส่วนตา่ ง ๆ ของพชื ท่ีปักชาจะงอกรากหรือยอดใหม่ตรงบริเวณท่ีตดั และจะไดพ้ ืช
ที่มีลกั ษณะเหมือนตน้ แม่พนั ธุ์ทุกประการ นิยมใชก้ บั การขยายพนั ธุ์ไมด้ อก ไมป้ ระดบั และไมผ้ ลบางชนิด รวมท้งั
พชื ใบกวา้ งและใบแคบที่มีใบเขียวตลอดปี ท้งั ยงั เป็นวธิ ีท่ีทาง่ายที่สุดในการขยายพนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศ
๒. การปักชา (Cutting)
การขยายพนั ธ์ุในทนี่ ีจ้ ะใช้วธิ ีการปักชาโดยใช้กงิ่ มี ๓ วธิ ี ดงั นี้
๑. ๒. ๓.
การปักชากงิ่ แก่ การปักชากง่ิ กง่ึ อ่อนกงึ่ แก่ การปักชากง่ิ อ่อน
(Hardwood Cutting) (Semi Hardwood Cutting) (Softwood Cutting)
กงิ่ แก่ คือ ก่ิงท่ีไม่มีใบติด แตม่ ี กง่ิ กงึ่ อ่อนกง่ึ แก่ คือ ก่ิงท่ีมีใบติดอยู่ กง่ึ อ่อน คือ ก่ิงท่ีอยปู่ ลายยอด กาลงั
อาหารสะสมอยู่ ดว้ ย เพอ่ื ช่วยปรุงอาหาร เจริญเติบโต และมีใบสดอยดู่ ว้ ย
๒. การปักชา (Cutting)
๑. วธิ ีการปักชากงิ่ แก่ (Hardwood Cutting)
สามารถทาไดก้ บั พืชท้งั ประเภทผลดั ใบ และพืชท่ีมีสีเขียวตลอดปี ก่ิงหรือลาตน้ ท่ีจะนามาปักชา จะตอ้ งเป็นกิ่งแก่และ
มีอาหารสะสมมากเพียงพอ เพ่อื ช่วยในการออกรากและแตกยอดเป็นตน้ ใหม่
ข้ันตอนการปักชากงิ่ แก่ มีดังนี้ ๓๔
๑๒
ตดั ปลายบนกิ่งใหเ้ หนือตา ผา่ นขอ้ กรีดโคนยาวประมาณ ๑ นิ้ว จุ่มโคนลงในฮอร์โมนเร่งราก ปักชาในข้ีเถา้ แกลบผสมทรายในอตั ราส่วน
หรือชิดขอ้ ประมาณ ๑ ซม.
๒ - ๓ รอย ๑ : ๑ เมื่อเกิดรากแลว้ ยา้ ยปลูกได้
๒. การปักชา (Cutting)
๒. วธิ ีการปักชากง่ิ กงึ่ อ่อนกงึ่ แก่ (Semi Hardwood Cutting)
การปักชาแบบน้ีมกั ใชก้ บั พืชใบกวา้ งประเภทมีใบเขียวตลอดปี เช่น ส้ม มะกอก ฝรั่ง ชมพู่ ชบา การปักชามกั ทาในช่วง
ปลายฤดูฝนหรือตน้ ฤดูหนาว
ข้นั ตอนการปักชากงิ่ กง่ึ อ่อนกง่ึ แก่ มดี ังนี้
๑ ๒๓ ๔ ๕
ตดั ปลายบนของก่ิงใหเ้ หนือตา ตดั โคนกิ่งชิดขอ้ เป็นปากฉลาม กรีดโคนกิ่งเบาๆ ใหเ้ ป็นรอยแผล จุ่มโคนกิ่งในฮอร์โมนเร่งราก นาไปปักชาในข้ีเถา้ แกลบผสม
(ถา้ ใบมากไปใหต้ ดั ใบออกบา้ ง) ยาว ๑ นิ้ว ๒ - ๓ รอย ทรายในกระถางใหค้ วามชุ่มช้ืน
ประมาณ ๑ ซม.
เมื่อเกิดรากแลว้ ยา้ ยปลูกได้
๒. การปักชา (Cutting)
๓. วธิ ีการปักชากง่ิ อ่อน (Softwood Cutting)
การปักชาก่ิงออ่ นเป็นการปักชาพืชท่ีมีสีเขียวประเภทไมเ้ น้ืออ่อนหรือส่วนยอด การปักชาวธิ ีน้ีจะมีใบติดมาก รากจะ
ออกง่ายและเร็วกวา่ วธิ ีการปักชาแบบอ่ืน ๆ ถา้ ใหค้ วามช้ืนคงที่และสม่าเสมอ
ข้นั ตอนการปักชากง่ิ อ่อน มดี ังนี้ ๒ ๓
๑
ตดั กิ่งอ่อนยาวประมาณ ๓ - ๔ นิ้ว ตดั โคนกิ่งใหช้ ิดขอ้ ปักชาในกระถางใหโ้ คนลึกประมาณ
๑ นิ้ว ประมาณ ๒ - ๓ สปั ดาห์ เม่ือเกิด
รากยา้ ยปลูกได้
๓. การเสียบยอด (Cleft Grafting)
การเสียบยอด คือ การนากิ่งพนั ธุ์ของตน้ พนั ธุ์ที่ดีตอ้ งงการขยายพนั ธุ์มาเสียบลงบนลาตน้ ของตน้ อื่นซ่ึงเรียกวา่
ตน้ ตอ เพอ่ื ใหเ้ ติบโตเป็นตน้ ใหม่ท่ีใหผ้ ลผลิตเหมือนตน้ พนั ธุ์ดี การเสียบยอดเป็นวธิ ีท่ีนิยมทาอยา่ งแพร่หลายท้งั ไมด้ อก
และไมผ้ ล เช่น มะม่วง ขนุน ชวนชม เฟ่ื องฟ้า
๓. การเสียบยอด (Cleft Grafting) ๔
ข้นั ตอนการเสียบยอด มดี งั นี้
๑ ๒๓
ตดั ยอดตน้ ตอใหส้ ูงจาก เฉือนยอดพนั ธุ์ดีเป็นรูปลิ่ม เสียบยอดพนั ธุ์ดีลงในแผล ใชเ้ ชือกมดั ดา้ นบนและดา้ น
พ้ืนดินประมาณ ๓ นิ้ว ผา่ ยาวประมาณ ๑-๑.๕ นิ้ว ของตน้ ตอใหร้ อยแผล ล่างของรอยแผลตน้ ตอใหแ้ น่น
กลางลาตน้ ของตน้ ตอใหล้ ึก และพนั พลาสติกทบั อีกทีอยา่
ตรงกนั และแนบสนิท
ประมาณ ๑-๑.๕ นิ้ว ใหร้ อยแผลถูกน้า
๔. การทาบกง่ิ (Grafting)
การทาบกง่ิ คือ การนาตน้ พชื สองตน้ มาเชื่อมติดใหเ้ ป็นตน้ เดียวกนั โดยมีเซลลเ์ น้ือเยอ่ื เป็นตวั เชื่อม การทาบก่ิง
สามารถทาไดท้ ุกฤดูกาล การทาบก่ิงจะไดผ้ ลดีหรือไม่ข้ึนอยกู่ บั ระยะการเจริญเติบโตและชนิดของพืชท่ีอยใู่ นตระกลู
เดียวกนั
๔. การทาบกง่ิ (Grafting)
การทาบกงิ่ มีหลกั ปฏบิ ตั ดิ งั นี้
๑. ๒. ๓.
การเตรียมตน้ ตอ ตน้ ตอไดจ้ าก การเลือกกิ่งพนั ธุ์ควรเป็นก่ิงท่ีต้งั การเฉือนรอยทาบ ใหเ้ ฉือนตน้
การเพาะเมลด็ การชา หรือการตอน ตรงหรือเอียงเลก็ นอ้ ย เป็นกิ่งท่ี ตอและก่ิงพนั ธุ์ดีใหล้ ึก ๑ ใน ๓ ของ
โดยใชว้ สั ดุท่ีมีน้าหนกั เบา ตน้ ตอที่ สมบูรณ์ไม่เป็ นโรคและแมลงรบกวน กิ่ง เฉือนใหย้ าวประมาณ ๑-๒ นิ้ว
นามาใชค้ วรมีขนาดสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง
ประมาณ ๑ เซนติเมตร หรือเท่าแท่ง
ดินสอ
๔. การทาบกงิ่ (Grafting) การทาบกิ่งแบ่งออกไดเ้ ป็น ๒ ประเภท
๑. การทาบกงิ่ แบบประกบ (Approach Grafting)
เป็นการทาบกิ่งที่ไม่ตอ้ งตดั ยอดของตน้ ตอหรือก่ิงพนั ธุ์ออกขณะท่ีทาการทาบก่ิง รอยแผลจะใชเ้ วลาประมาณ ๒-๓
เดือนในการเช่ือมประสาน ไมท้ ี่นิยมส่วนใหญ่เป็นไมเ้ น้ือออ่ น เช่น มะเขือเทศบวบ สตรอวเ์ บอร์รี และยงั มีไมเ้ น้ือแขง็ บาง
ชนิดที่นิยมทาบก่ิงแบบน้ี คือมะขาม ขอ้ ดีของการทาบกิ่งแบบน้ีคือ รอยแผลประสานเร็วข้ึน เน่ืองจากตน้ ตอมีใบไวส้ ร้าง
อาหารและเมื่อตดั ลงแปลงเปอร์เซ็นตก์ ารรอดตายสูง
๔. การทาบกง่ิ (Grafting) การทาบก่ิงแบ่งออกไดเ้ ป็น ๒ ประเภท
๑. การทาบกงิ่ แบบประกบ (Approach Grafting)
ข้นั ตอนการทาบกง่ิ แบบประกบ มีดังนี้ ๕
๑ ๒๓ ๔
เฉือนกิ่งพนั ธุ์ดีใหเ้ ฉียง เฉือนตน้ ตอใหเ้ ป็น ประกบแผลของตน้ ตอ พนั พลาสติกใหแ้ น่น ผกู เชือกยดึ ถุงกบั ก่ิงใหแ้ น่นทิ้งไว้
ลงเขา้ เน้ือไมเ้ ลก็ นอ้ ย ปากฉลาม เขา้ กบั ก่ิงพนั ธุ์ดี ประมาณ ๓๐-๔๕ วนั เพ่ือให้
แผลติดสนิทและใหต้ ดั ยอดตน้
ตอทิ้งไป ควนั่ กิ่งดีใตร้ อยต่อ
หลงั จากน้นั ประมาณ ๒ สปั ดาห์
ตดั ลงจากตน้ พนั ธุด์ ีได้
๔. การทาบกงิ่ (Grafting) การทาบก่ิงแบ่งออกไดเ้ ป็น ๒ ประเภท
๒. การทาบกงิ่ แบบเสียบ (Inarching)
เป็นการทาบก่ิงโดยวธิ ีการตดั ยอดตน้ ตอออกใหเ้ หลือประมาณ ๖ นิ้ว ก่อนนาไปทาบกิ่ง เพ่อื ลดการคายน้าจากน้นั
ประมาณ ๑-๒ เดือน พืชจะสร้างเน้ือเยอ่ื เช่ือมบาดแผลระหวา่ งก่ิงพนั ธุ์ดีกบั ตน้ ตอ การทาบก่ิงส่วนใหญ่ใชต้ น้ ตอจากเมลด็
พนั ธุ์พ้นื เมือง เพราะทนต่อสภาพแวดลอ้ ม และหาอาหารไดเ้ ก่ง เช่น มะม่วง ขนุน ทุเรียน
๕. การติดตา (Budding)
การตดิ ตา เป็นวธิ ีการขยายพนั ธุ์พืชที่นาเอาส่วนตาของพืชตน้ หน่ึงไปติดเขา้ กบั พืชอีกตน้ หน่ึง เพ่ือใหต้ าของพืช
เจริญเติบโตเร็วทนต่อสภาพแวดลอ้ มท่ีไม่เหมาะสมไดด้ ี พชื ท่ีนิยมขยายพนั ธุ์ดว้ ยวธิ ีน้ี ไดแ้ ก่ ไมด้ อก ไมป้ ระดบั และ
ไมผ้ ล
๕. การติดตา (Budding)
การติดตาแบ่งออกเป็ น ๕ วธิ ี คือ
๑. ๒. ๓. ๔. ๕.
การตดิ ตาแบบตวั ที การตดิ ตาแบบเพลต การติดตาแบบแพตช์ การติดตาแบบชิป การติดตาแบบซ้อน
(T-Budding) (Plate Budding) (Patch Budding) (Chip Budding) (Double Working
by Budding)
๕. การติดตา (Budding)
๑. การติดตาแบบตวั ที (T-Budding)
คือ วธิ ีการขยายพนั ธุ์โดยการเตรียมตน้ ตอ ดว้ ยการกรีดเปลือกเป็นแนวยาวลงมาประมาณ ๑ นิ้ว และกรีดเป็นแนว
ขวางบนรอยแรกทางดา้ นบนคลา้ ยรูปตวั ที วธิ ีน้ีนิยมทากบั พชื ท่ีลอกเปลือกง่าย และเปลือกลอ่ น เช่น ส้ม พลบั ทอ้
ข้นั ตอนการตดิ ตาแบบตวั ที มดี ังนี้ ๓๔
๑๒
เลือกตน้ ตอที่เป็นปลอ้ ง แลว้ กรีด ใชป้ ลายมีดลอกเปลือกบริเวณหวั เฉือนก่ิงพนั ธุ์ดีเป็นรูปโล่ สอดกิ่งพนั ธุก์ บั ตน้ ตอ พนั ทบั
เปลือกเป็นรูปตวั ทีประมาณ ๑- ตวั ทีใหเ้ ผยอออก ดว้ ยพลาสติกใหแ้ น่น
๑.๕ ซม.
๕. การตดิ ตา (Budding)
๒. การติดตาแบบเพลต (Plate Budding)
เป็นวธิ ีการติดตาคลา้ ยกบั การติดตาแบบตวั ทีแต่ขนาดตน้ ตอใหญ่กวา่ นิยมทากบั พชื ที่ลอกเปลือกง่าย เช่น ขนุน
เงาะ มะขาม มะม่วง
ข้นั ตอนการตดิ ตาแบบเพลต มีดังนี้ ๒ ๓
๑
กรีดตน้ ตอใหเ้ ป็นแนวยาวรูปสี่เหล่ียม เฉือนกิ่งพนั ธุ์ดีสอดเขา้ กบั ตน้ ตอท่ี พนั ทบั ดว้ ยพลาสติกใหแ้ น่น
ประมาณ ๓.๕ ซม. กรีดไว้
๕. การติดตา (Budding)
๓. การตดิ ตาแบบแพตช์ (Patch Budding)
เป็นวธิ ีการติดตาโดยกรีดเปลือกตน้ ตอเป็นรูปสี่เหล่ียมผืนผา้ นิยมทากบั พชื ที่ลอกเปลือกได้ เช่น สม้ นอ้ ยหน่า
ยางพารา อะโวคาโด
ข้นั ตอนการตดิ ตาแบบแพตช์ มีดังนี้ ๒ ๓
๑
เตรียมตน้ ตอโดยกรีดเปลือกไมบ้ นตน้ กรีดและลอกแผน่ ตาเป็นรูปเหลี่ยม นาแผน่ ตาไปสอดบนแผลตน้ ตอ
ตอเป็นรูปส่ีเหล่ียมแลว้ ลอกเปลือกออก ผนื ผา้ ขนาดเท่าแผลตน้ ตอ แลว้ พนั ทบั ดว้ ยพลาสติก
๕. การติดตา (Budding)
๔. การตดิ ตาแบบชิป (Chip Budding)
เป็นวธิ ีการติดตาโดยเฉือนเขา้ ไปในเน้ือไมใ้ หล้ ึกเป็นรูปสี่เหล่ียม นิยมทากบั พชื ที่ลอกเปลือกยาก เช่น องุ่น
ข้ันตอนการตดิ ตาแบบชิป มดี ังนี้ ๓ ๔
๑๒
เตรียมตน้ ตอ กรีดดา้ นบนและ เฉือนเน้ือไมแ้ ละทาบ่าดา้ นบน เฉือนแผน่ ตาเป็นรูปส่ีเหล่ียม พนั ทบั ดว้ ยพลาสติกใหแ้ น่น
ดา้ นล่าง ประมาณ ๑ - ๑.๕ นิ้ว ดา้ นล่างของปากแผล สอดแผน่ ตาเขา้ ไปในรอยแผล
๕. การติดตา (Budding)
๕. การตดิ ตาแบบซ้อน (Double Working by Budding)
เป็นการติดตาโดยเฉือนชิ้นส่วนใหเ้ กิดรอยเชื่อมสามารถประสานกบั ตน้ ตอและก่ิงพนั ธุ์ นิยมทากบั พืชท่ีก่ิงพนั ธุ์
และตน้ ตอไม่สามารถประสานกนั ได้ เช่น สาล่ี และพชื เมืองหนาวอื่น ๆ
ข้นั ตอนการตดิ ตาแบบซ้อน มดี ังนี้ ๓๔
๑๒
เฉือนแผน่ ตาพนั ธุ์ดีเป็นรูปโล่ กรีดตน้ ตอใหเ้ ป็นรูปตวั ที ลอกเปลือกใหเ้ ผยอออก สอดแผน่ ตาประกบกบั ตน้ ตอ
พนั ทบั ดว้ ยพลาสติกใหแ้ น่น
๖. การตอนกงิ่ (Layering)
การตอนกงิ่ มีหลายวิธี ในท่ีน้ีจะนาเสนอวธิ ี การตอนก่ิงแบบอากาศ (Air Layering) คือ การทาใหก้ ่ิงพืชเกิดราก
ข้ึนขณะท่ียงั ติดอยกู่ บั ตน้ แม่ แลว้ ตดั ไปปลูกเป็นพชื ตน้ ใหม่ มีลกั ษณะเหมือนตน้ เดิมแต่ไม่มีรากแกว้
๖. การตอนกงิ่ (Layering) ข้นั ตอนการตอนกง่ิ มีดังนี้ ๓
๑ ๒ ทาฮอร์โมนเร่งราก
เลือกก่ิงก่ึงแก่ก่ึงอ่อนเป็ นกิ่งที่ ควนั่ กิ่งเป็นรูปวงแหวน ๒ วง ห่างกนั
สมบูรณ์ปราศจากโรค และแมลง ประมาณความยาวของเสน้ รอบวง
รบกวน ของก่ิงลอกเอาเปลือกออก แลว้ ใชส้ นั
มีดขดู เยอ่ื เจริญท่ีเป็นเมือกลื่น ๆ ออก
ใหห้ มด ควรขดู จากดา้ นบนลงมาดา้ น
ล่างเบาๆ
๖. การตอนกงิ่ (Layering)
ข้นั ตอนการตอนกง่ิ มีดังนี้
๔ ๕
นาขยุ มะพร้าวท่ีแช่น้าแลว้ ไปหุม้ รอยแผลของกิ่ง มดั ดว้ ยเชือกท้งั ดา้ นบนและดา้ นลา่ งของรอยแผลให้
ตอน แลว้ หุม้ ทบั ดว้ ยถุงพลาสติกใหแ้ น่น แน่น ซ่ึงท้งั หมดน้ีเรียกวา่ ตุม้ ตอน ใหน้ ้าตุม้ ตอนสม่าเสมอ
ประมาณ ๒ สัปดาห์ กิ่งตอนจะเร่ิมแทงรากผา่ นวสั ดุออกมา
ใหเ้ ห็น เมื่อรากเริ่มแก่เป็นสีเหลืองปนน้าตาลปลายรากมีสี
ขาว และมีจานวนมากพอ จึงตดั กิ่งตอนได้ นาก่ิงตอนไปชา
ในภาชนะ กระถาง หรือถุงพลาสติกเพอื่ รอการปลูกตอ่ ไป