แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การวัดกระแสไฟฟ้า รหัสวิชา ว23103 เวลา 1 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ไฟฟ้า รวม 22 ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 สาระที่ 2 ชื่อสาระ วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ครูผู้สอน นางสาวขวัญจิรา ชำนาญกุล 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.3/3 ใช้โวลต์มิเตอร์ แอมมิเตอร์ในการวัดปริมาณทางไฟฟ้า 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด 1) เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าครบวงจรจะมีกระแสไฟฟ้าออกจากขั้วบวกผ่านวงจรไฟฟ้าไปยังขั้วลบของ แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งวัดค่าได้จากแอมมิเตอร์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ (K) นักเรียนอธิบายวิธีการวัดค่ากระแสไฟฟ้า โดยใช้แอมมิเตอร์ได้ 2) ด้านทักษะ (P) นักเรียนใช้ทักษะการวัด โดยใช้แอมมิเตอร์วัดค่ากระแสไฟฟ้า พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้ 3) ด้านเจตคติ (A) นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้อุปกรณ์การทำกิจกรรมได้ 4. คุณลักษณะผู้เรียน 4.1 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ 5. ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด: นักเรียนสามารถคิด โดยการวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลค่า กระแสไฟฟ้าที่ได้จากเครื่องมือวัด ความสามารถในการสื่อสาร: นักเรียนสามารถสื่อสาร โดยนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการวัด ค่ากระแสไฟฟ้า ลงในตารางบันทึกผล 6. สาระการเรียนรู้ วงจรไฟฟ้าอย่างประกอบด้วยแหล่งกำเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อต้องการให้อุปกรณ์ ไฟฟ้าทำงาน ต้องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ากับแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งมีความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ จากนั้นเมื่อกดสวิตช์จะมีประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น โดยกระแสไฟฟ้าจะเคลื่อนที่จากขั้วบวก
ซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วกลับเข้ามายังขั้วลบซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่าจนครบวงจร ขณะที่ กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่พลังงานจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าจะส่งผ่านสายไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้า ทำงานได้โดยเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอื่น เช่น พลังงานแสง ดังภาพ นอกจากนั้นพลังงานไฟฟ้ายัง เปลี่ยนเป็นพลังงานเสียง พลังงานความร้อน พลังงานกลได้อีกด้วย ภาพแสดง การทำงานของวงจรไฟฟ้าในไฟฉาย อ้างอิงจาก: หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ กระแสไฟฟ้า (electric current) คือ ปริมาณประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ผ่านพื้นที่หน้าตัดของตัวนำ ไฟฟ้าในหนึ่งหน่วยเวลา โดยเคลื่อนที่จากจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงไปยังจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำ กระแสไฟฟ้าแทนด้วย สัญลักษณ์ I มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (ampere : A) การวัดค่ากระแสไฟฟ้าในวงจรจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า แอมมิเตอร์ (ammeter) การนำแอมมิเตอร์ไปใช้ทำได้ โดยต่อแอมมิเตอร์แทรกเข้าไปใน วงจรแบบเรียงกันไป ณ จุดที่ต้องการวัดค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งต้องต่อขั้วบวกและ ขั้วลบของแอมมิเตอรให้ถูกต้อง โดยต่อขั้วบวกของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วบวก ของถ่านไฟฉาย ซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูง และต่อขั้วลบของแอมมิเตอร์เข้าทาง ขั้วลบของถ่านไฟฉาย ซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำ ขั้วบวกของแอมมิเตอร์มี หลายขั้ว ซึ่งแต่ละขั้วจะรองรับกระแสไพฟสูงสุดที่ต่างกัน เช่น 2 100 500 มิลลิแอมแปร์ และ 5 แอมแปร์ ต้องเลือกขั้วบวกให้เหมาะสม เพื่อให้อ่านค่าได้ ถูกต้องแม่นยำ และไม่เกิดความเสียหายแก่แอมมิเตอร์ ถ้าต้องการทราบค่าของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า สามารถวัดค่ากระแสไฟฟ้าได้โดยต่อแอมมิเตอร์ แทรกเข้าไปในวงจร ณ ตำแหน่งที่ต้องการวัด การต่อแอมมิเตอร์ต้องพิจารณาขั้วให้ถูกต้อง โดยต่อขั้วบวกของ แอมมิเตอร์เข้าทางขั้วบวกของถ่านไฟฉาย ซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูง และต่อขั้วลบของแอมมิเตอร์เข้าทาง ขั้วลบของถ่านไฟฉายซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำ ถ้าต่อสลับขั้วกันเข็มของแอมมิเตอร์จะเบนไปในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งอาจทำให้แอมมิเตอร์เสียหายได้ นอกจากนี้ในการเริ่มต้นวัดแต่ละครั้ง ต้องเลือกใช้ขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงที่สุดก่อน เนื่องจากเราไม่ทราบว่า ค่ากระแสไฟฟ้าในวงจรมีค่าเป็นเท่าใด ถ้าเริ่มต้นวัดโดยใช้ขั้วบวกที่รองรับ กระแสไฟฟ้าสูงสุดที่มีขนาดน้อยกว่าค่ากระแสไฟฟ้าในวงจร อาจทำให้ แอมมิเตอร์เสียหายได้ แต่ถ้าวัดแล้วพบว่าเข็มไม่เบนหรือเบนเพียงเล็กน้อย ให้เปลี่ยนขั้วบวกให้มีค่าน้อยลงทีละระดับจนสามารถอ่านค่าได้ละเอียดขึ้น ค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้มีหน่วยเป็นแอมแปร์ ภาพแสดง การต่อแอมมิเตอร์ เพื่อวัดค่ากระแสไฟฟ้า ภาพแสดง แอมมิเตอร์
7. กิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycles: 5Es) (1 ชั่วโมง; 60นาที) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) (10 นาที) 1) ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เพื่อนำเข้าสู่หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ไฟฟ้า โดยให้ นักเรียนดูภาพนำหน่วย (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม 2 สสวท.หน้า 60) จากนั้นอภิปรายร่วมกัน โดยใช้ประเด็นคำถามดังนี้ - จากภาพ นักเรียนสังเกตเห็นอะไร (นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง เช่น สังเกตเห็นช่าง ไฟฟ้ากำลังซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า) - นักเรียนคิดว่าภายในสมาร์ตโฟนประกอบด้วยอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามความคิดของ ตนเอง เช่น หน้าจอ กล้องถ่ายรูป ลำโพง วงจรไฟฟ้า) 2) เชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย โดยให้นักเรียนสังเกตภาพนำบท (หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม 2 สสวท. หน้า 62) พร้อมทั้งให้นักเรียนอ่านเนื้อหา นำบท และร่วมอภิปรายเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเรื่องไฟฟ้า โดยใช้คำถามต่อไปนี้ - การค้นพบความรู้เรื่องไฟฟ้ามีมาตั้งแต่เมื่อใด (ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ) - นักวิทยาศาสตร์แต่ละคนได้ค้นพบความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้านักเรียนรู้หรือไม่ว่านักวิทยาศาสตร์ เหล่านั้นได้แก่ใครบ้าง และสิ่งที่ค้นพบคืออะไร (ทาลีสค้นพบผลของไฟฟ้าสถิต เบนจามิน แฟรงคลิน พิสูจน์ว่า ประจุไฟฟ้ามีอยู่จริง ไมเคิล ฟาราเดย์ อธิบายการเหนี่ยวนำไฟฟ้าด้วยสนามแม่เหล็กทำให้เกิดการสร้างไดนาโม ทอมัส แอลวา เอดิสัน คิดค้นหลอดไฟฟ้าได้สำเร็จ) 3) ให้นักเรียนสังเกตภาพนำเรื่อง ครูกระตุ้นความสนใจโดยใช้คำถามดังนี้ - นักเรียนเคยเห็นปรากฏการณ์ในภาพนี้หรือไม่ ปรากฏการณ์นี้คืออะไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจของตนเอง เช่น ปรากฏการณ์ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า) - นักเรียนคิดว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง เช่น เกิดจากการปล่อยพลังงานไฟฟ้าที่สะสมในเมฆ) 4) ให้นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน จำนวน 5 ข้อ (เฉลยแนบท้ายแผนการ จัดการเรียนรู้) 5) ครูตรวจสอบการทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน ถ้าไม่ถูกต้องให้แก้ไขความเข้าใจ คลาดเคลื่อนของนักเรียน ความรู้พื้นฐานเรื่องส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะเรียนเรื่อง ปริมาณทางไฟฟ้าต่อไป ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที) 6) ให้นักเรียนอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย นิยามของกระแสไฟฟ้าและการวัด กระแสไฟฟ้าในหนังสือเรียนหน้า 65-66 ครูใช้คำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน ดังนี้ - ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายมีอะไรบ้าง (แหล่งกำเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และอุปกรณ์ ไฟฟ้า) - กระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร (กระแสไฟฟ้าเกิดจากการเคลื่อนที่ของประจุไฟฟ้าผ่าน พื้นที่หน้าตัดของตัวนำไฟฟ้า จากจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงไปยังจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำ) - กระแสไฟฟ้าคืออะไร (กระแสไฟฟ้าคือปริมาณประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ในตัวนำไฟฟ้าใน หนึ่งหน่วยเวลา)
- อุปกรณ์ที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าคืออะไร ใช้งานอย่างไร (อุปกรณ์ที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าคือ แอมมิเตอร์ ใช้งานโดยการต่อสายไฟฟ้าเข้ากับขั้วของแอมมิเตอร์ แล้วนำแอมมิเตอร์ไปต่อแทรกในวงจร ณ จุดที่ต้องการวัด ให้ขั้วบวกของแอมมิเตอร์ต่อเข้าทางขั้วบวกของถ่านไฟฉาย และขั้วลบของแอมมิเตอร์ต่อ เข้าทางขั้วลบของถ่านไฟฉาย) 7) ครูเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมการใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร โดยใช้คำถามว่า ใน การใช้แอมมิเตอร์วัดค่ากระแสไฟฟ้าควรเลือกขั้วบวกให้เหมาะสมเพื่อให้อ่านค่าได้ถูกต้องแม่นยำและไม่เกิด ความเสียหายแก่แอมมิเตอร์ได้อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเอง) 8) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มหาวิธีการต่อวงจรไฟฟ้ากับแอมมิเตอร์เพื่อวัดค่ากระแสไฟฟ้า ผ่าน Simulation (https://www.scimath.org/resources/10653/index.html) โดยครูกำหนดเงื่อนไขว่า นักเรียนแต่ละกลุ่มต้องหาวิธีการต่อแอมมิเตอร์เข้ากับวงจรไฟฟ้าอย่างไร แอมมิเตอร์จึงสามารถที่จะอ่านค่า กระแสไฟฟ้าได้ 9) เมื่อนักเรียนต่อวงจรไฟฟ้าและแอมมมิเตอร์ จนแอมมิเตอร์สามารถอ่านค่าได้ถูกต้องแล้ว ให้ นักเรียนแต่ละกลุ่มต่อวงจรไฟฟ้าจริง ผ่านกิจกรรม แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร 10) นักเรียนอ่านชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ และวิธีดำเนินกิจกรรม ครูตรวจสอบความเข้าใจการ อ่าน โดยใช้คำถามดังต่อไปนี้ - กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (การใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้า) - กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อะไร (วัดค่ากระแสไฟฟ้าด้วยแอมมิเตอร์พร้อมระบุหน่วย) - วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (ต่อวงจรไฟฟ้า นำแอมมิเตอร์ต่อแทรกเข้าไปใน วงจรไฟฟ้า แล้ววัดค่ากระแสไฟฟ้า) - ข้อควรระวังในการทำกิจกรรมมีอะไรบ้าง (ไม่นำแอมมิเตอร์ต่อกับถ่านไฟฉายโดยตรง เพราะ จะทำให้แอมมิเตอร์เสียหายได้) - นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง (นักเรียนต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงของ หลอดไฟฟ้า ค่าของกระแสไฟฟ้า และสังเกตขั้วบวกของแอมมิเตอร์ที่นักเรียนเลือกซึ่งทำให้อ่านค่าได้ชัดเจน) 11) ครูควรตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับการใช้แอมมิเตอร์การเลือกขั้วบวกที่ รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดและการอ่านค่าบนหน้าปัดก่อนปฏิบัติจริง 12) ขณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนแต่ละกลุ่ม และให้คำแนะนำ หากนักเรียนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้า การเปลี่ยนขั้วบวกของแอมมิเตอร์ และ การอ่านค่ากระแสไฟฟ้าบนหน้าปัดของแอมมิเตอร์ซึ่งครูควรรวบรวมปัญหา และข้อสงสัยที่พบจากการทำ กิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการอภิปรายหลังจากการทำกิจกรรม ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (10 นาที) 13) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัด กระแสไฟฟ้าได้อย่างไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท้ายกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากกิจกรรมว่า แอมมิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าในวงจร โดยการต่อแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวงจร ณ จุดที่ ต้องการวัดค่ากระแสไฟฟ้า โดยให้ต่อขั้วบวกของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วบวกของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าซึ่งเป็นจุดที่มี ศักย์ไฟฟ้าสูงและต่อขั้วลบของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำ ค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้มีหน่วยเป็นแอมแปร์ การเปลี่ยนขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดของแอมมิเตอร์ต้อง เริ่มจากค่าที่สูงที่สุดก่อนแล้วจึงลดลงมาที่ค่าต่ำกว่าจนอ่านค่ากระแสไฟฟ้าได้ละเอียดขึ้น
ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที) 14) นักเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมในหนังสือเรียนหน้า 68-70 จากนั้นร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการ วัดค่ากระแสไฟฟ้าด้วยแอมมิเตอร์ โดยใช้ประเด็นคำถามเพิ่มเติมดังนี้ - เพราะเหตุใดการใช้แอมมิเตอร์วัดค่ากระแสไฟฟ้าจึงต้องเริ่มจากใช้ขั้วบวกที่รองรับ กระแสไฟฟ้าที่มีค่าสูงสุดก่อนเสมอ (แนวคำตอบ เพราะเราไม่ทราบค่าของกระแสไฟฟ้าในวงจร ถ้าเริ่มต้นจาก ขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดที่มีค่าต่ำกว่ากระแสไฟฟ้าจริงในวงจร จะทำให้แอมมิเตอร์เสียหายได้) - ความต่างศักย์ไฟฟ้าคืออะไร (คือความแตกต่างของพลังงานไฟฟ้าระหว่างจุดสองจุดต่อหน่วย ประจุ) - อุปกรณ์ที่ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้าคืออะไร ใช้งานอย่างไร (อุปกรณ์ที่ใช้วัดความต่าง ศักย์ไฟฟ้าคือโวลต์มิเตอร์ ใช้งานโดยการต่อสายไฟฟ้าเข้ากับขั้วของโวลต์มิเตอร์ แล้วนำโวลต์มิเตอร์ไปต่อคร่อม ระหว่างจุดสองจุดที่ต้องการวัดให้ขั้วบวกของโวลต์มิเตอร์ต่อเข้าทางขั้วบวกของถ่านไฟฉาย และขั้วลบของโวลต์ มิเตอร์ต่อเข้าทางขั้วลบของถ่านไฟฉาย) ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 15) ครูและนักเรียนอภิปรายผลการทำกิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร จะได้ข้อสรุปว่า เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าครบวงจรจะมีกระแสไฟฟ้าออกจากขั้วบวกผ่านวงจรไฟฟ้าไปยังขั้วลบของ แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งวัดค่าได้จากแอมมิเตอร์ 16) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการค้นคว้าของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์ การประเมิน (Rubrics Score) 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 8.1 อุปกรณ์ทำกิจกรรม: 1) ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V 2) กระบะถ่านแบบ 4 ก้อน 3) สายไฟฟ้า 4) หลอดไฟฟ้าขนาด 6 V พร้อมฐาน 5) สวิตช์แบบโยก 6) แอมมิเตอร์ 8.2 ใบกิจกรรม: ใบกิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร 8.3 แบบบันทึกกิจกรรม: แบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร 8.4 แหล่งเรียนรู้: หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ
9. การวัดและการประเมิน ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน 1. อธิบายวิธีการวัดค่า กระแสไฟฟ้า โดยใช้ แอมมิเตอร์ได้ (ด้านความรู้: K) - ตรวจการตอบคำถาม ท้ายกิจกรรม - คำถามท้ายกิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัด กระแสไฟฟ้าได้อย่างไร จำนวน 3 ข้อ - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน ระดับคุณภาพดี คิดเป็น ร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือ ว่าผ่านการประเมิน ด้านความรู้ 2. การใช้ทักษะการวัด โดยใช้แอมมิเตอร์วัดค่า กระแสไฟฟ้าพร้อมระบุ หน่วยของการวัดได้ (ด้านกระบวนการ: P) - ตรวจการทำแบบ บันทึกการค้นคว้า กิจกรรม - แบบบันทึกการค้นคว้า กิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัด กระแสไฟฟ้าได้อย่างไร - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน ระดับคุณภาพดี คิดเป็น ร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านการประเมิน ด้านกระบวนการ 3. ตระหนักถึงความสำคัญ ของการใช้อุปกรณ์ การทำกิจกรรมได้ (ด้านเจตคติ: A) - สังเกตการใช้งาน อุปกรณ์ในกิจกรรม ของนักเรียน - เกณฑ์การประเมินการใช้ งานอุปกรณ์ในกิจกรรม ของนักเรียน - ได้ไม่น้อยกว่า 2 คะแนน ระดับคุณภาพดี คิดเป็น ร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านการประเมิน ด้านเจตคติ 9.1 เกณฑ์การประเมินผลนักเรียน เกณฑ์การประเมิน (Rubrics Score) ประเด็นการประเมิน ค่าน้ำหนัก คะแนน แนวทางการให้คะแนน การให้คะแนนตอบ คำถามท้าย กิจกรรม 3 ตอบคำถามท้ายกิจกรรม ถูกต้อง จำนวน 3 ข้อ 2 ตอบคำถามท้ายกิจกรรม ถูกต้อง จำนวน 2 ข้อ 1 ตอบคำถามท้ายกิจกรรม ถูกต้อง จำนวน 1 ข้อ หรือ ไม่ถูกต้อง ประเด็นการประเมิน ค่าน้ำหนัก คะแนน แนวทางการให้คะแนน การให้คะแนนการบันทึก แบบบันทึกการค้นคว้า กิจกรรม 3 บันทึกผลการทำกิจกรรมการวัด จากการใช้แอมมิเตอร์วัด ค่าความกระแสไฟฟ้า พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้อย่างถูกต้อง ครบทุกประเด็น สอดคล้องกับเนื้อหาในกิจกรรม 2 บันทึกผลการทำกิจกรรมการวัด จากการใช้แอมมิเตอร์วัด ค่าความกระแสไฟฟ้า พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้ถูกต้อง แต่มีข้อผิดพลาดบางส่วน ที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในกิจกรรม 1 บันทึกผลการทำกิจกรรมการวัด จากการใช้แอมมิเตอร์วัด ค่าความกระแสไฟฟ้า พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้ไม่ถูกต้อง มีข้อผิดพลาด ที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในกิจกรรม
การให้คะแนน การใช้งานอุปกรณ์ ในกิจกรรม 3 ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวิธี หยิบ เคลื่อนย้าย อุปกรณ์อย่างระมัดระวัง ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพื่อนขณะกำลังใช้ งานอุปกรณ์ และหลังการใช้งานอุปกรณ์มีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี 2 ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวิธี หยิบ เคลื่อนย้าย อุปกรณ์อย่างระมัดระวัง ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพื่อนขณะกำลังใช้ งานอุปกรณ์ แต่หลังการใช้งานอุปกรณ์ไม่มีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี หรือไม่เก็บอุปกรณ์เข้าตู้เก็บอุปกรณ์ตามประเภทของอุปกรณ์ 1 ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ แต่ขณะหยิบ เคลื่อนย้าย อุปกรณ์หรือกำลังใช้งานอุปกรณ์ จะหยอกล้อหรือแกล้งเพื่อน อาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้ และหลังการใช้งานอุปกรณ์ไม่มี การเก็บรักษาอย่างถูกวิธี 9.2 ระดับคุณภาพ คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถึง ดีมาก คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้ ดังนั้น นักเรียนต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมิน ไม่ต่ำกว่า 2.00 แสดงระดับ คุณภาพ ดี ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินในแผนการจัดการเรียนรู้ ประเด็นการประเมิน ค่าน้ำหนัก คะแนน แนวทางการให้คะแนน การให้คะแนนการบันทึก แบบบันทึกการค้นคว้า กิจกรรม 3 บันทึกผลการทำกิจกรรมการวัด จากการใช้แอมมิเตอร์วัด ค่าความกระแสไฟฟ้า พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้อย่างถูกต้อง ครบทุกประเด็น สอดคล้องกับเนื้อหาในกิจกรรม 2 บันทึกผลการทำกิจกรรมการวัด จากการใช้แอมมิเตอร์วัด ค่าความกระแสไฟฟ้า พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้ถูกต้อง แต่มีข้อผิดพลาดบางส่วน ที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในกิจกรรม 1 บันทึกผลการทำกิจกรรมการวัด จากการใช้แอมมิเตอร์วัด ค่าความกระแสไฟฟ้า พร้อมระบุหน่วยของการวัดได้ไม่ถูกต้อง มีข้อผิดพลาด ที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในกิจกรรม การให้คะแนน การใช้งานอุปกรณ์ ในกิจกรรม 3 ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวิธี หยิบ เคลื่อนย้าย อุปกรณ์อย่างระมัดระวัง ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพื่อนขณะกำลังใช้ งานอุปกรณ์ และหลังการใช้งานอุปกรณ์มีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี 2 ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ถูกวิธี หยิบ เคลื่อนย้าย อุปกรณ์อย่างระมัดระวัง ไม่หยอกล้อหรือแกล้งเพื่อนขณะกำลังใช้ งานอุปกรณ์ แต่หลังการใช้งานอุปกรณ์ไม่มีการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี หรือไม่เก็บอุปกรณ์เข้าตู้เก็บอุปกรณ์ตามประเภทของอุปกรณ์
1 ใช้งานอุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมได้ แต่ขณะหยิบ เคลื่อนย้าย อุปกรณ์หรือกำลังใช้งานอุปกรณ์ จะหยอกล้อหรือแกล้งเพื่อน อาจทำให้อุปกรณ์เสียหายได้ และหลังการใช้งานอุปกรณ์ไม่มี การเก็บรักษาอย่างถูกวิธี 9.2 ระดับคุณภาพ คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถึง ดีมาก คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้ ดังนั้น นักเรียนต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมิน ไม่ต่ำกว่า 2.00 แสดงระดับ คุณภาพ ดี ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินในแผนการจัดการเรียนรู้
บันทึกหลังการสอน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ไฟฟ้า.... ...... ... ... แผนการสอนเรื่อง กระแสไฟฟ้า วันที่...............................เดือน...............................................................พ.ศ................. 1. สรุปผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........คน คิดเป็นร้อยละ............. ไม่ผ่านจุดประสงค์.......................คน คิดเป็นร้อยละ............. ได้แก่.................................................................................................. 2. สรุปผลตามรายจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ ( K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.2 นักเรียนมีความรู้เกิดกระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2.3 นักเรียนมีเจตคติ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเสนอแนะหลังการจัดการเรียนการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ............................................ครูผู้สอน ลงชื่อ.............................................หัวหน้ากลุ่มสาระ ( นางสาวขวัญจิรา ชำนาญกุล ) ( นางจุฬาลักษณ์ เปล่งศรี ) ตำแหน่ง................................................... ลงชื่อ.............................................รองฯวิชาการ …………./……………./………… ( นายพชรพล อารีชาติ ) ลงชื่อ............................................ผู้อำนวยการ ( นายจิรายุส ทะนุสุข )
แบบบันทึกการประเมินคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (ว23103) หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 ไฟฟ้าI แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง กระแสไฟฟ้า . คำชี้แจง: ทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องค่าน้ำคะแนนแต่ละด้านตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยประเมินตามเกณฑ์ (Rubrics Score) เลข ที่ ชื่อ-นามสกุล/ รหัสนักเรียน ด้านความรู้ (K) ด้านกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ(A) คะแนนรวม ระดับคุณภาพ ค่าน้ำหนัก คะแนน ค่าน้ำหนักคะแนน ค่าน้ำหนัก คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22
เลข ที่ ชื่อ-นามสกุล/ รหัสนักเรียน ด้านความรู้ (K) ด้านกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ(A) คะแนนรวม ระดับคุณภาพ ค่าน้ำหนัก คะแนน ค่าน้ำหนักคะแนน ค่าน้ำหนัก คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 23 24 25 26 27 เกณฑ์การพิจารณาคุณภาพ คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถึง ดีมาก คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้ ต้องได้คะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมิน ไม่ต่ำกว่า 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะผ่านการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด ผลการประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน ผู้เรียนที่ ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน…………………………คน คิดเป็นร้อยละ……………………………………………….. ผู้เรียนที่ ไม่ผ่าน ตัวชี้วัด มีจำนวน…………………………คน คิดเป็นร้อยละ……………………………………………….. 1)………………………………………………........……….สาเหตุ………………......................................................... 2)………………………………………………........……….สาเหตุ………………......................................................... 3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
สื่อการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ ใบกิจกรรม ใบกิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน้า 67 กิจกรรมที่ 6.1 ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร? จุดประสงค์ วัดค่ากระแสไฟฟ้าด้วยแอมมิเตอร์พร้อมระบุหน่วย วัสดุอุปกรณ์ วัสดุที่ใช้ต่อกลุ่ม 1. ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 V 2 ก้อน 2. กระบะถ่านแบบ 4 ก้อน 1 อัน 3. สายไฟฟ้า 4 เส้น 4. หลอดไฟฟ้าขนาด 6 V พร้อมฐาน 1 ชุด 5. สวิตช์แบบโยก 1 อัน 6. แอมมิเตอร์ 1 เครื่อง วิธีดำเนินกิจกรรม 1. ต่อวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วยถ่านไฟฉาย 2 ก้อน สวิตช์ สายไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้า ดังภาพ กดสวิตช์ ลงให้วงจรปิด เพื่อทดสอบว่ามีกระแสไฟฟ้าในวงจร หรือไม่ โดยสังเกตจากการเปลี่ยนแปลงของหลอด ไฟฟ้า จากนั้นยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด 2. ต่อแอมมิเตอร์แทรกเข้าในวงจรไฟฟ้าโดยให้ สายไฟฟ้าที่ต่อกับขั้วลบของถ่านไฟฉายต่อเข้ากับ ขั้วลบของแอมมิเตอร์ อีกเส้นหนึ่งต่อขั้วบวกของ แอมมิเตอร์ที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดเข้ากับ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อจากขั้วบวกของถ่านไฟฉาย ดังภาพ 3. กดสวิตช์ลงเพื่อให้วงจรปิด อ่านค่าของกระแสไฟฟ้าบนแอมมิเตอร์ บันทึกผลแล้ว ยกสวิตซ์ขึ้น 4. เปลี่ยนขั้วบวกของแอมมิเตอร์ โดยเปลี่ยนขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดลดลง มาที่ค่าต่ำกว่าจนอ่านค่าของกระแสไฟฟ้าบนแอมมิเตอร์ได้ละเอียดขึ้น บันทึกผลแล้ว ยกสวิตช์ขึ้น นำเสนอวิธีการและผลการวัดกระแสไฟฟ้า ภาพการจัดอุปกรณ์ในกิจกรรม ภาพการจัดอุปกรณ์ในกิจกรรม
กิจกรรมที่ ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร? การเตรียมตัว ล่วงหน้าสำหรับครู • ครูควรตรวจสอบคุณภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน • ครูควรฝึกการใช้และการอ่านค่าจากแอมมิเตอร์จนเกิดความชำนาญ ข้อควรระวัง • ไม่นำแอมมิเตอร์ต่อกับถ่านไฟฉายโดยตรง เนื่องจากแอมมิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มี ความต้านทานน้อย การต่อแอมมิเตอร์กับถ่านไฟฉายจะทำให้กระแสไฟฟ้า ปริมาณมาก เคลื่อนที่ผ่านแอมมิเตอร์ ซึ่งอาจทำให้แอมมิเตอร์เสียหายได้ • การต่อขั้วของแอมมิเตอร์ให้ต่อขั้วบวกของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วบวกของถ่านไฟฉาย ซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูง และต่อขั้วลบของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วลบของถ่านไฟฉาย ซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่า • ก่อนกดสวิตช์ควรต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าให้ครบวงจร • การต่อขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดให้เริ่มที่ขั้วบวกที่มีค่าสูงสุดก่อน ดังภาพ จากภาพเริ่มต้นที่ขั้วบวกที่มีค่า 5A ภาพขั้วบวกและขั้วลบของแอมมิเตอร์ ข้อเสนอแนะใน การทำกิจกรรม • ครูควรตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนในการต่อแอมมิเตอร์ การเลือกขั้วบวกที่ รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุด การอ่านค่าบนหน้าปัด ก่อนปฏิบัติจริง • หากไม่มีแอมมิเตอร์สามารถใช้มัลติมิเตอร์แทนได้ โดยปรับสเกลไปในย่านวัด กระแสไฟฟ้า คำถามท้ายกิจกรรม 1. ถ้าต้องการวัดค่ากระแสไฟฟ้าจะต้องต่อแอมมิเตอร์เข้าไปในวงจรไฟฟ้าอย่างไร 2. เพราะเหตุใดจึงต้องเปลี่ยนขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดของแอมมิเตอร์จากค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุด ลดลงมายังค่าที่ต่ำกว่า 3. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอย่างไร
สื่อการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ แบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมที่ แบบบันทึกการค้นคว้ากิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร ชื่อ-นามสกุล..........................................................................................ชั้น.................เลขที่...........กลุ่มที่............ ตารางบันทึกผลการทำกิจกรรม ตารางแสดง ค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้จากแอมมิเตอร์เมื่อต่อกับขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดต่างกัน ขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุด กระแสไฟฟ้า 5 A ………………..…………………………………………………………… 500 mA ………………..…………………………………………………………… หมายเหตุ : ขั้วบวกที่เลือกขึ้นอยู่กับแอมมิเตอร์ที่ใช้อาจแตกต่างกันไปตามรูปแบบของแอมมิเตอร์แต่ละรุ่น คำถามท้ายกิจกรรม 1. ถ้าต้องการวัดค่ากระแสไฟฟ้าจะต้องต่อแอมมิเตอร์เข้าไปในวงจรไฟฟ้าอย่างไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เพราะเหตุใดจึงต้องเปลี่ยนขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดของแอมมิเตอร์จากค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุด ลดลงมายังค่าที่ต่ำกว่า ตอบ ………………..…………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอย่างไร ตอบ ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ที่ การให้คะแนนด้านกระบวนการ (P) แนวทางบันทึกการค้นคว้ากิจกรรมที่ ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร ตารางบันทึกผลการทำกิจกรรม ตารางแสดง ค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้จากแอมมิเตอร์เมื่อต่อกับขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดต่างกัน ขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุด กระแสไฟฟ้า 5 A ………………..…………………0.3 A……………………………… 500 mA ………………..…290 mA หรือ 0.29 A………………………… หมายเหตุ : ขั้วบวกที่เลือกขึ้นอยู่กับแอมมิเตอร์ที่ใช้อาจแตกต่างกันไปตามรูปแบบของแอมมิเตอร์แต่ละรุ่น
แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ การให้คะแนนด้านความรู้ (K) เฉลยใบกิจกรรม ใช้แอมมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม 1. ถ้าต้องการวัดค่ากระแสไฟฟ้าจะต้องต่อแอมมิเตอร์เข้าไปในวงจรไฟฟ้าอย่างไร แนวคำตอบ การวัดค่ากระแสไฟฟ้าทำได้โดยต่อแอมมิเตอร์แทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวงจร ณ ตำแหน่ง ที่ต้องการวัดค่ากระแสไฟฟ้า โดยต่อขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วบวกของถ่านไฟฉาย ซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงและต่อขั้วลบของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วลบของถ่านไฟฉายซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำ 2. เพราะเหตุใดจึงต้องเปลี่ยนขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดของแอมมิเตอร์จากค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุด ลดลงมายังค่าที่ต่ำกว่า แนวคำตอบ เพราะจะทำให้อ่านค่าได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม และเนื่องจากเราไม่ทราบค่าของกระแสไฟฟ้า ในวงจร ถ้าเริ่มต้นจากขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดที่มีค่าต่ำกว่ากระแสไฟฟ้าจริงในวงจร จะทำให้ แอมมิเตอร์เสียหายได้ 3. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอย่างไร แนวคำตอบ แอมมิเตอร์เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าในวงจร โดยการต่อแทรกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ของวงจร ณ จุดที่ต้องการวัดค่ากระแสไฟฟ้า โดยให้ต่อขั้วบวกของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วบวกของแหล่งกำเนิด ไฟฟ้าซึ่งเป็นจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงและต่อขั้วลบของแอมมิเตอร์เข้าทางขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าซึ่งเป็นจุดที่มี ศักย์ไฟฟ้าต่ำ ค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้มีหน่วยเป็นแอมแปร์ การเปลี่ยนขั้วบวกที่รองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดของ แอมมิเตอร์ต้องเริ่มจากค่าที่สูงที่สุดก่อนแล้วจึงลดลงมาที่ค่าต่ำกว่าจนอ่านค่ากระแสไฟฟ้าได้ละเอียดขึ้น
แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ที่ เฉลยกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน เฉลยกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน จำนวน 5 ข้อ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล่ม2 สสวท. หน้า 64-65 จากภาพ นำตัวเลขหน้าอุปกรณ์ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายเติมให้ตรงกับหน้าที่ของอุปกรณ์นั้น ๆ ให้ถูกต้อง 1. ถ่านไฟฉาย………….2.............เปิดหรือปิดวงจรไฟฟ้า 2. สวิตซ์ ………….1.............เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้า 3. สายไฟฟ้า ………….4.............เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานแสง 4. หลอดไฟฟ้า………….3.............เชื่อมต่อระหว่างแหล่งกำเนิดไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า เขียนเครื่องหมาย ล้อมรอบข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จากภาพ ต้องต่อถ่านไฟฉายอย่างไร หลอดไฟฟ้าจึงสว่าง
แนบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ VDO ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์สำหรับครูผู้สอน การทดลองเสมือน Simulation การต่อวงจรไฟฟ้า https://www.scimath.org/resources/10653/index.html
ภาพกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้