The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานประจำปี 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Information of Matthayom Watnairong School, 2023-05-08 02:43:21

Self Assessment Report 2563

รายงานประจำปี 2563

๔๓ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ๗. การพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นที่ส่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา ได้แก่ “โรงเรียน สองภาษา” สถานศึกษาดำเนินการได้ดีมากอยู่แล้ว เมื่อสถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนตามปรัชญาและคำขวัญ ของสถานศึกษาจนเป็นอัตลักษณ์ของผู้เรียนแล้ว สถานศึกษาควรนำอัตลักษณ์ที่กำหนดไว้เดิม “สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าเทคโนโลยี มีจิตสาธารณะ” มาเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา อาจใช้ชื่อว่า “สอนสองภาษา ก้าวหน้า เทคโนโลยี มีจิตสาธารณะ” เนื่องจากสถานศึกษามีจุดเด่นในเรื่องการสอนสองภาษา และมีความก้าวหน้าในการนำ เทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาอยู่แล้ว ส่วนการ “มีจิตสาธารณะ” เป็นคุณธรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสังคม ที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว เมื่อสถานศึกษาพัฒนาใน๓ เรื่องได้สำเร็จ จะเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษาที่ทั้ง “เก่ง” และ “ดี” ที่เหมาะสมกับสังคมไทยในยุคปัจจุบันในการพัฒนาบุคลากรในสถานศึกษาทุกกลุ่ม ทั้งผู้บริหาร ครู บุคลากร และผู้เรียนให้มีจิตสาธารณะ จนเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา มิใช่ เป็นเอกลักษณ์ของผู้เรียนเท่านั้น ควรจะเริ่มด้วยการสร้าง“ความตระหนัก(Awareness)”ให้บุคลากรที่เป็นตัวแทนของสถานศึกษาทุกคน เห็นความสำคัญของการสร้าง “คุณค่า” ให้กับชีวิตด้วยการ “ทำประโยชน์” ซึ่งมี “ระดับของคุณค่า” มากน้อย แตกต่างกันไป ดังนี้ ระดับ “ไร้คุณค่ามาก” ได้แก่ การกระทำที่เป็นโทษต่อตนเอง และเป็นโทษต่อผู้อื่น เช่น การสูบบุหรี่ที่ปล่อยควันพิษ ไปให้ผู้อื่นระดับ “ไร้คุณค่า” ได้แก่ การกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นการแสวงหาประโยชน์ หรือความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น เช่น การเปิดเพลงฟัง โดยเสียงเพลงไปรบกวนสมาธิ หรือความสงบของผู้อื่น ระดับ “มีคุณค่า” ได้แก่ การกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง โดยที่ผู้อื่นไม่เสียประโยชน์ เช่น การอ่านหนังสือในใจ ระดับ “มีคุณค่ามาก” ได้แก่ การกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นการกระทำที่เป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน เช่น การขับรถไปทำงาน และรับเพื่อนบ้านที่ไปในเส้นทางเดียวกัน ให้นั่งไปด้วย ระดับ “มีคุณค่ามากที่สุด”ได้แก่ การกระทำที่ตนเองเสียสละเพื่อให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ ยิ่งผู้อื่นได้ประโยชน์ จากการกระทำของตนจำนวนมากเท่าไร ก็ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น เช่น การลุกให้นั่งแก่คนพิการ คนชรา เด็ก สตรี บนรถโดยสารสาธารณะในฐานที่สถานศึกษาเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่พัฒนาคุณภาพคนให้สังคมและมีบทบาท สำคัญในการช่วยแก้ปัญหาสังคม เพื่อให้สังคมมีสันติสุขและเจริญก้าวหน้าดังนั้นบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา ควรตระหนักในความสำคัญของการทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมโดยเฉพาะการพัฒนาชีวิของตน ให้มีคุณค่ามากที่สุดจนกว่าชีวิตจะหาไม่ด้วยการยกระดับการกระทำของตนให้มีคุณค่ามาก ๆ ขึ้น เพื่อไม่ให้เสียที ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐ การกระทำดังกล่าวเป็นการละลดความเห็นแก่ตัวลง หากคนในสังคมใด ช่วยเหลือเกื้อกูลกันแทนการเบียดเบียนกันสังคมนั้นจะเป็นดินแดนแห่งความสงบสุข สันติและน่าอยู่ที่สุดในโลก ๘. การดำเนินงานโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษาในการแก้ปัญหาสังคมในสถานศึกษา และในชุมชนรอบสถานศึกษาเกี่ยวกับมลภาวะสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนสถานศึกษา การดำเนินงานทำได้ดี มากอยู่แล้วแต่สถานศึกษาควรทำโครงการพิเศษเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษาในการแก้ปัญหาสังคมไทย ในเรื่อง อื่น ๆ เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะปัญหาสังคมไทยในปัจจุบันที่สถานศึกษากาทุกแห่งควรช่วยกันทำอย่างยิ่ง ได้แก่ ❖ โครงการสร้างวิถีชีวิตประชาธิปไตยในฐานะที่ประเทศไทยมีการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสังคมที่ยึดหลักการสำคัญ คือ “การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ตามความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา ในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ ที่ต้องการให้สถานศึกษาปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษา และส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่คนในสังคมไทยยังขาดความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ซึ่งจะเห็นได้จาก พฤติกรรมของคนในสังคมไทยโดยทั่วไป ที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ทั้ง ๆ ที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทัดเทียมกัน มีสิทธิใช้ทางสาธารณะเท่าเทียมกัน มีสิทธิได้รับบริการตามลำดับก่อนหลัง มีสิทธิที่จะฟังการบรรยายของครูหรือวิทยากรโดยไม่มีเสียงรบกวนจากการพูดคุยของผู้ฟังคนอื่น


๔๔ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ พฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นเป็นพฤติกรรมของผู้ที่มีจิตใจเป็นอัตตาธิปไตยยึดตัวเองเป็นใหญ่ เป็นพฤติกรรมของผู้ที่มีจิตใจเป็นคณาธิปไตยยึดพรรคพวกของตนเองเป็นใหญ่ ขาดจิตใจเป็น ประชาธิปไตยที่ยุดทุกคนเป็นใหญ่โดยทัดเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีหรือยาจก มีวุฒิการศึกษา สูงหรือต่ำ เป็นเจ้านายหรือลูกน้องต่างก็มีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันหากสถานศึกษามีบทบาท ในการแก้ปัญหานี้จะเป็นคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อสังคมไทยช่วยสร้างคนที่มีจิตใจ ประชาธิปไตยให้สังคมไทยอันเป็นพื้นฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย หากการปกครองระบอบประชาธิปไตยเปรียบเสมือนต้นไม้ สถานศึกษาจะช่วยเปลี่ยนรากของต้นไม้ ประชาธิปไตยที่ปัจจุบันเป็นรากอัตตาธิปไตยและเป็นรากคณาธิปไตยที่เป็นชนิดเดียวกันกับต้นไม้ ประชาธิปไตยก็จะส่งผลให้ต้นไม้ประชาธิปไตยเจริญเติบโตสมบูรณ์อย่างเต็มที่ไม่เป็นปัญหา อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันโครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการส่งเสริมประชาธิปไตยที่เน้นในเรื่อง การเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนหรือการรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพราะการเลือกตั้ง เป็นกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่เป็น “หัวใจ” ของประชาธิปไตย โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เรียนเคารพ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ของผู้อื่นด้วยการมีคุณธรรม ๓ ประการ ได้แก่ (๑) “คารวธรรม” ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น รู้จักเกรงใจ ให้เกียรติ และให้อภัย (๒) “ปัญญาธรรม” คิดพูดและทำโดยใช้ปัญญาบนพื้นฐานของหลักการและเหตุผลไม่ใช้อารมณ์ หรือมีอคติและ (๓) “สามัคคีธรรม” ร่วมคิด ร่วมมือ ร่วมใจในการกระทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยไม่หลีกเลี่ยงเกี่ยงงาน เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น การดำเนินงานควรเริ่มด้วยผู้บริหาร ครู และบุคลากรในสถานศึกษาประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้เรียนก่อน โดยให้ผู้ปกครอง และคณะกรรมการชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อช่วยติดตามพฤติกรรมของผู้เรียนที่บ้าน และในชุมชนพร้อมกับขอความร่วมมือผู้ปกครองและชุมชนในการประพฤติปฏิบัติ ให้เป็นแบบอย่างวิธีดำเนินงานควรเริ่มด้วยการปลุกใจให้เกิดความตระหนัก (Awareness) เห็นประโยชน์และคุณค่าในสังคมที่มี “คารวะธรรมปัญญาธรรมและสามัคคีธรรม” ซึ่งจะช่วยให้ สังคมมีความเจริญและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขเมื่อเกิดความตระหนักในคุณค่าและประโยชน์ จะเกิดความปรารถนาที่จะกระทำ (Attempt) ด้วยความเต็มใจเมื่อได้ทำเป็นประจำทุกวัน เป็นปกติวิสัยจนเป็น“วิถีชีวิตประชาธิปไตย”ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ (Achievement) ในการดำเนินงานตามโครงการ ❖ โครงการชุบชีวิตใหม่ให้เพื่อนมนุษย์ โดยการบริจาคโลหิตและอวัยวะ เพื่อแก้ ปัญหาคนบริจาคโลหิต และอวัยวะให้แก่ผู้ป่วยที่ขาดโลหิตและต้องการเปลี่ยนอวัยวะที่พิการมีจำนวนน้อยทำให้มีโลหิต และอวัยวะไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตและการถ่ายเปลี่ยนอวัยวะ จนทำให้ผู้ป่วยหลายรายต้องเสียชีวิตเนื่องจากขาดโลหิตหรืออวัยวะไปถ่ายเปลี่ยนได้ทันเวลา โครงการนี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาสังคมดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการเสียสละเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น นับเป็นการกระทำที่สร้างคุณค่าชีวิตให้แก่ผู้บริจาค ทั้งขณะมีชีวิตอยู่ด้วยการบริจาคโลหิต และเมื่อสิ้นชีวิตไปแล้ว ด้วยการบริจาคอวัยวะต่าง ๆ เช่น หัวใจ ปอด ตับ ไต เป็นต้นให้แก่ผู้ป่วย ที่รอเปลี่ยนอวัยวะแทนที่จะให้อวัยวะเหล่านี้ถูกเผาหรือฝังไปพร้อมกับร่างกายอย่างน่าเสียดาย


๔๕ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ด้านการบริหารการจัดการศึกษา ๑. การบริหารจัดการและพัฒนาสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสถานศึกษาดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว แต่ควรพัฒนาต่อยอด ดังนี้ ❖ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ (๑) สถานศึกษาควรจัดองค์ภายในสถานศึกษาให้เหมาะสมสอดคล้องกับภารกิจของสถานศึกษา ในปัจจุบัน เช่นสำนักงานผู้อำนวยการ ฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษา ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายกิจการนักเรียน ฝ่ายบุคลากร ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายพัฒนาสภาพแวดล้อม เป็นต้น และแต่งตั้งบุคลากรประจำการ ของสถานศึกษาเป็นผู้อำนวยการสำนักผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย ทำหน้าที่รับผิดชอบดำเนินงาน องค์กรภายในแต่ละองค์กรโดยมีผู้อำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของแต่ละองค์กรเพื่อให้ การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย (ทั้งคุณภาพและปริมาณ) ที่กำหนดไว้ อย่างมีประสิทธิภาพ (ประหยัด เสร็จทันตามกำหนดเวลา และได้งานที่มีคุณภาพ) โดยใช้เทคนิค การบริหารแบบ MBWA (Management By Walking Around) ด้วยการเดินไปพบปะครู และบุคลากรของสถานศึกษาที่ห้องทำงานของครูและบุคลากรพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับการทำงาน ปัญหาการทำงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยผู้บริหารใช้การฟังมากกว่าการพูดเพื่อให้ได้ข้อมูลจากครูและบุคลากรให้มากที่สุด และพร้อมสนับสนุน ส่งเสริมอำนวยความสะดวกในการทำงานให้แก่ครูและบุคลากรเพื่อให้ ผลงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (๒) สถานศึกษาควรจัดระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรประจำการ ให้เป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้พัฒนาครูและบุคลากรและให้ความดีความชอบตอบแทน ที่เที่ยงธรรมยิ่งขึ้น เนื่องจากหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา คือ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ความสำเร็จดังกล่าวขึ้นอยู่กับคุณภาพของครูและบุคลากรในสถานศึกษา ผู้บริหารจึงต้องพัฒนา ครูและบุคลากรให้มีคุณภาพเพื่อความสำเร็จดังกล่าว และผู้บริหารต้องประเมินคุณภาพของครู และบุคลากรให้ตรงตามสภาพจริงมากที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ครูและบุคลากรผู้สร้าง ความสำเร็จให้แก่ผู้บริหารและเพื่อให้ครูและบุคลากรมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มเวลา และเต็มความชอบของครูและบุคลากรของสถานศึกษา ดังนี้ (๒.๑) พิจารณาขอบข่ายของคุณภาพครูและบุคลากรว่า ควรมีเฉพาะเรื่อง “เป็นคนเก่ง” ในการปฏิบัติงานและเรื่อง“เป็นคนดี” ในการปฏิบัติตนเท่านั้น หรือควรจะเพิ่มเรื่อง “เป็นคน มีความสุข” ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี เช่นเดียวกับคุณภาพผู้เรียน เพื่อการเป็น แบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้เรียนทุกเรื่องหรือไม่และควรจะให้น้ำหนักในแต่ละเรื่องเท่าไร จึงจะเหมาะสม (๒.๒) การประเมินผลการปฏิบัติงาน จะประเมินทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อให้ การประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานเปรียบเทียบกันได้ง่ายขึ้น จึงควรให้ครูและบุคลากร มีปริมาณงานที่ปฏิบัติเท่ากัน เช่น กำหนดให้ครูและบุคลากร ปฏิบัติงานในหน้าที่ สัปดาห์ละ ๔๐ ชั่วโมง หากงานที่ทำยังไม่ครบ ๔๐ ชั่วโมงก็เพิ่มงานในหน้าที่อื่นตามความเป็นจริง จนครบ ๔๐ ชั่วโมงเท่ากันทุกคน (๒.๓) การให้คะแนนการประเมินแต่ละเรื่อง ควรให้น้ำหนักของงานตามความสำคัญ การประเมินผลการปฏิบัติงานจะให้เป็นค่าระดับ ๕, ๔, ๓, ๒, ๑ เช่น งานข้อ ๑ มีน้ำหนัก ๒ และผลการประเมินได้ค่าระดับคะแนน ๔ ดังนั้น คะแนนการประเมินงานข้อ ๑ ได้๒ ๔ = ๘ คะแนน


๔๖ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ (๒.๔) ผู้ประเมิน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ และ รองผู้อำนวยการ ควรจะได้ข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถูกประเมินให้มากที่สุดเพื่อนำมา ประกอบการพิจารณาให้ค่าระดับคะแนนได้ตรงตามสภาพจริงให้มากที่สุด ผู้เกี่ยวข้อง จะมีทั้งตนเอง ผู้รับบริการ หัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน (หากได้ข้อมูลจากบุคคล ที่มีความเป็นกลาง ไม่มีอคติ จะดีที่สุด) เช่น ผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับครูผู้สอน ได้แก่ ตัวครูผู้สอน ผู้เรียนที่เรียนกับครูผู้สอนคนนั้น หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ครูผู้นั้นสอน และเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น ผู้ให้ข้อมูลให้ข้อมูลเฉพาะเรื่องที่ตนทราบเท่านั้นเรื่องที่ไม่ทราบไม่ต้องให้ข้อมูล (๒.๕) เกณฑ์การตัดสิน ควรกำหนดให้ชัดเจนขึ้น และควรมีคะแนนสะสมนำไปบวกกับ ผลการประเมินครั้งต่อไป เพื่อความเป็นธรรมยิ่งขึ้น เช่น กำหนดเกณฑ์การตัดสินให้ความดี ความชอบ ดังนี้ คะแนนร้อยละ ๙๐ – ๑๐๐ ได้เงินเดือนขึ้น ๑ ขั้น คะแนนร้อยละ ๖๐ – ๘๙ ได้เงินเดือนขึ้น ๑/๒ ขั้น คะแนนร้อยละ ๐๐ – ๕๙ ได้เงินเดือนขึ้น ๐ ขั้น ผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ ๙๒ ได้เงินเดือนขึ้น ๑ ขั้น คะแนนสะสมนำไปบวกในครั้งต่อไปร้อยละ ๙๒ – ๙๐ = ๒ ผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ ๘๙ ได้เงินเดือนขึ้น ๑/๒ ขั้น คะแนนสะสมนำไปบวกในครั้งต่อไปร้อยละ ๘๙ – ๖๐ = ๒๙ ผู้ที่ได้คะแนนร้อยละ ๖๕ ได้เงินเดือนขึ้น ๑/๒ ขั้น คะแนนสะสมนำไปบวกในครั้งต่อไปร้อยละ ๖๕ – ๖๐ = ๕ ❖ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานควรแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน ของกรรมการเพื่อดำเนินการพัฒนางานของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามอำนาจหน้าที่ ต่าง ๆ ของคณะกรรมการให้เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา มากยิ่งขึ้น และควรจัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานล่งหน้าและจัดวาระการประชุม ให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีโอกาสได้ทำหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ได้ครบถ้วนทุกข้อ ตามที่กำหนดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารงานของสถานศึกษามากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ ควรเสนอผลดำเนินงานของสถานศึกษาเมื่อสิ้นปีการศึกษาแต่ละปีให้คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานรับทราบพร้อมทำแบบสอบถามความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานที่มีต่อผลการดำเนินงานของสถานศึกษาในแต่ละมาตรฐานและในภาพรวม ❖ สถานศึกษาควรจัดบรรยากาศภายในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยยึดตามมาตรฐาน ห้องเรียนสวยงามสะอาดมีบรรยากาศวิชาการ ๒. การส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ที่สอดคล้องกับแนวทาง การปฏิรูปการศึกษา สถานศึกษาดำเนินการได้ดีมากอยู่แล้ว มีการดำเนินงานปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ จากการประเมินคุณภาพภายนอก และการประเมินคุณภาพภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา แต่ควรเสริมเพิ่มเติม ดังนี้ ❖ สถานศึกษาควรนำผลที่ได้รับจากการที่ครูผู้สอนไปสัมมนา ศึกษาดูงาน นำมาขยายผลไปสู่ภาคปฏิบัติ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ❖ สถานศึกษาควรนำเป้าหมายและตัวบ่งชี้ของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒–๒๕๖๑) จำนวน ๔ เป้าหมาย ๑๐ ตัวบ่งชี้ ที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษามาใช้ เป็นเป้าหมาย ในการพัฒนา ให้ประสบความสำเร็จไม่เกินปีพ.ศ.๒๕๖๑ ได้แก่


๔๗ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ (๑) เป้าหมายคนไทยและการศึกษาไทยมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากลโดยต้องการให้ (ก) ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักจากการทดสอบระดับชาติได้คะแนนเฉลี่ยมากกว่า ร้อยละ ๕๐ (ข) ผู้เรียนมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ฟัง พูด อ่าน เขียน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี (ค) ผู้เรียนมีทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓ ต่อปี (๒) เป้าหมายคนไทยใฝ่รู้ต้องการให้ (ก) ผู้เรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีทักษะในการแสวงหา ความรู้ด้วยตนเองรักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (ข) ผู้เข้ารับบริการในแหล่งเรียนรู้ เพิ่มขึ้นปีละอย่างน้อยร้อยละ๑๐ (ค) คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือนอกเวลาเรียน/นอกเวลาทำงาน โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ ๖๐ นาที (ง) สัดส่วนผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ต่อประชากรอายุ ๑๐ ปีขึ้นไป เป็นร้อยละ ๕๐ (๓) เป้าหมายคนไทยใฝ่ดีต้องการให้(ก) ผู้เรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นพลเมืองดี(ข) ผู้เรียนทากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ ต่อปี (๔) เป้าหมายคนไทยคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาได้ต้องการให้ผู้เรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญให้มีประสิทธิผลสูงขึ้น สถานศึกษาดำเนินการได้ดีอยู่แล้วแต่ควรเสริมในเรื่องต่อไปนี้ เพิ่มขึ้น ได้แก่ (๔.๑) ครูผู้สอนควรจัดทำบันทึกหลังการสอนที่สะท้อนให้เห็นสภาพการจัดการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละหน่วยการเรียนรู้เพื่อนำข้อมูลหรือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำบันทึก หลังการสอนมาพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิผลตามเป้าหมายที่ต้องการ ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น (๔.๑) สถานศึกษาควรจัดอบรมพัฒนาครูในเรื่องการจัดทำแผนการเรียนรู้เทคนิคการสอน การสอนที่เน้นการเพิ่มทักษะด้านการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์การทำโครงงานโดยการบูรณการ ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ในทุกระดับชั้นอย่างชัดเจนและอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการวัดผลประเมินผล ผู้เรียนเพื่อวินิจฉัยจุดเด่น จุดด้อย ในอันที่จะนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล อย่างแท้จริง ในการพัฒนาครูสถานศึกษาควรใช้หลัก ๓ H ได้แก่ H๑ (Heart = ปลุกใจ) เป็นการพัฒนาให้มีเจตคติที่ดีต่อการทางาน มีความสุขและความพึงพอใจในงาน มีความรู้สึก ว่างานที่ทำช่วยเพิ่มคุณ ค่าให้แก่ตนเอง มีประโยชน์ต่อสถานศึกษา ต่อสังคม และประเทศชาติทำให้มีใจอยากจะทำ รักที่จะทำ และต้องการปรับปรุงสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ดีขึ้น H๒ (Head = ให้ความรู้) เป็นการพัฒนาให้มีความคิด มีความรู้ความเข้าใจในงานที่ได้รับมอบหมาย จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้H๓ (Hand = สู่การปฏิบัติ) เป็นการพัฒนาทางด้านทักษะเพื่อให้มีความสามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดพลาด ทั้งนี้ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร เพื่อให้การปฏิบัติงานของครูและบุคลากร บรรลุผลสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การปฏิบัติงานในหน้าที่ของครูผู้สอน ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกที่มุ่งหวังให้ครูผู้สอนทุกคนปฏิบัติให้ครบทั้ง ๘ ข้อ ได้แก่


๔๘ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ๑) การกำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนด้านความรู้ทักษะกระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอดหลักการและความสัมพันธ์รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๒) การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัด การเรียนรู้ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน ๓) การออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล และพัฒนาการทางสมองเพื่อนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย ๔) การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ ๕) การจัดเตรียมและใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี ที่เหมาะสมมาประยุกต์ในการจัดการเรียนการสอน ๖) การประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติ ของวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน รวมทั้งการวางเงื่อนไขให้ผู้เรียนประเมิน ความก้าวหน้าของตนเองและนำมาใช้ปรับปรุงและพัฒนาตนเอง ๗) การวิเคราะห์ผลการประเมินและนำมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ๘) การศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ ๓. สถานศึกษาควรจัดประชุมวิชาการประจำเดือน เพื่อเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู ผู้สอน โดยให้ครูที่มีผลงานทางวิชาการ หรือมีผลงานวิจัยในชั้นเรียนที่แก้ปัญหาผู้เรียนได้สำเร็จหรือมีเทคนิค การสอนที่สนุกและน่าสนใจ หมุนเวียนมานำเสนอผลงานของตนในที่ประชุม ครั้งละ ๑ คน การประชุมดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นให้ครูผู้สอนกระตือรือร้นที่จะศึกษาค้นคว้าวิจัย และแสวงหาเทคนิควิธีการใหม่ๆ มาใช้ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน ให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้นสถานศึกษาอาจให้การเสริมแรงแก่ครูผู้นำเสนอผลงานโดยมอบเกียรติบัตร และนำผลงานเผยแพร่ใน Website ของสถานศึกษาด้านการประกันคุณภาพภายในการประกันคุณภาพภายใน โดยสถานศึกษาและต้นสังกัด มีพัฒนาการที่ดีอยู่แล้ว แต่สถานศึกษาควรใช้การวางแผนเป็นเครื่องมือสำคัญในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสูงขึ้นและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดาเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้งด้วยการปรับปรุงและพัฒนา ในเรื่องต่อไปนี้ได้แก่ ❖ การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา นอกจากจะนำมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประกัน คุณภาพภายในของกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลักแล้วควรนำมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมิน คุณภาพภายนอก ในส่วนที่เป็นตัวบ่งชี้และเกณฑ์การพิจารณาที่แตกต่างไปจากมาตรฐาน และตัวบ่งชี้ของการประกันคุณภาพภายใน มาเสริมเพิ่มเติม เป็นมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษา ซึ่งอาจมีมาตรฐานมากกว่ามาตรฐานของการประกันคุณภาพภายใน ของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้สถานศึกษาพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้สอดคล้องทั้งกับการประเมิน คุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการรับการประเมินคุณภาพ ภายใน จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๑ และการประเมินคุณภาพภายนอก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) หลังจากนั้นให้กำหนด น้ำหนักของมาตรฐานแต่ละมาตรฐานจากน้ำหนักทั้งหมด ๑๐๐ คะแนน และน้ำหนักของมาตรฐาน มาแบ่งเป็นค่าน้ำหนักของแต่ละตัวบ่งชี้ในมาตรฐานนั้น


๔๙ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ❖ การวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาควรจัดทำแผน ตามปีการศึกษาทุกแผน ทั้งแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการประจำปีตามปีการศึกษา มิใช่ ตามปีงบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาที่มีหน้าที่ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามปีการศึกษา และยังสอดคล้องกับรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีการศึกษาอีกด้วย ส่วนงบประมาณที่ ใช้ในการพัฒนาคุณภาพตลอดปีการศึกษา หากต้องรายงานการใช้งบประมาณตามปีงบประมาณสถานศึกษาก็สามารถแยกงบประมาณ ออกตามปีงบประมาณได้โดยไม่ยากในการจัดทำแผนควรปรับปรุง ดังนี้ (๑) จัดทำแผนกลยุทธ์ระยะ ๓ ปีตามจำนวนปีของการจัดการศึกษาแต่ละช่วงชั้น โดย (ก) กำหนด “วิสัยทัศน์” หรือคุณภาพที่ต้องการใน ๓ ปีข้างหน้า “พันธกิจ” หรือภารกิจ ของสถานศึกษาและวิเคราะห์“สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา” สภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา ว่ามีจุดแข็ง จุดอ่อน อะไรบ้าง และสภาพแวดล้อมภายนอกสถานศึกษาที่เอื้อและที่เป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาคุณภาพคุณภาพการศึกษามีอะไรบ้าง (ข) กำหนด “จุดมุ่งหมาย” ของการพัฒนาคุณภาพตามพันธกิจของสถานศึกษา “วัตถุประสงค์” ที่เป็นรายละเอียดของคุณ ภาพตามจุดมุ่งหมาย “กลยุทธ์” การพัฒ นาตามพันธกิจ ของสถานศึกษา และ “กลวิธี” วิธีดำเนินการพัฒนาตามกลยุทธ์ดังกล่าว (ค) จัดทำแผนกลยุทธ์แต่ละกลยุทธ์โดยนำ “วัตถุประสงค์” ของแต่ละกลยุทธ์ มากำหนด “เป้าหมาย” ที่ต้องการทั้ง “คุณภาพ” และ “ปริมาณ” ที่ต้องการในแต่ละปีพร้อมเสนอกลวิธี ในการดำเนินงานพัฒนาเพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด (๒) จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เป็นแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา โดยนำแผนกลยุทธ์มาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา โดยแบ่งแผนพัฒนาคุณภาพออกเป็นแผนงานต่าง ๆ เช่น แผนงาน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน แผนงานพัฒนาการจัดการศึกษา แผนงานพัฒนาอัตลักษณ์เอกลักษณ์ และบทบาทของสถานศึกษา เป็นต้น แต่ละแผนงานประกอบด้วยโครงการต่างๆ เช่น แผนงาน พัฒนาการจัดการศึกษา ประกอบด้วย (ก) โครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ (ข) โครงการพัฒนาการบริหารจัดการศึกษา เป็นต้น ในแต่ละโครงการควรกำหนดเป้าหมาย เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณในการพัฒนาคุณภาพให้ชัดเจนเป็นค่าร้อยละหรือจำนวนข้อที่ปฏิบัติ เป็นประจำ เช่น ผู้เรียนซื่อสัตย์สุจริต ทั้งคำพูด และการกระทำไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕ การเพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการ ศึกษา ผู้บริหารดำเนินงานอย่างมีคุณภาพ ได้อย่างน้อย ๑๐ ข้อ จาก ๑๒ ข้อ เป็นต้น ❖ การประเมินผลการดำเนินงาน นับว่ามีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือในผลการดาเนินงานพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ถ้าเครื่องมือที่ใช้วัดผลประเมินผลการดำเนินงาน มีความน่าเชื่อถือสูง และมีความเที่ยงตรงตามสิ่งที่ต้องการวัดโดยผู้ประเมินทุกคนมีความเข้าใจ และตีความในข้อความที่ประเมินตรงกัน ก็จะได้ผลการประเมินตามสภาพจริงมากที่สุดและ นำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงและพัฒนาให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้นได้ตรงตาม ความเป็นจริงการประเมินผลการดำเนินงานมีข้อเสนอแนะ ดังนี้


๕๐ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ (๑) เครื่องมือประเมินควรจัดทำแบบประเมินคุณภาพในแต่ละมาตรฐานให้มีความเที่ยงตรง และเชื่อถือได้หากเป็นการประเมินพฤติกรรมให้ใช้แบบสังเกตพฤติกรรม โดยระบุพฤติกรรมที่จะ สังเกตให้ชัดเจนที่ทุกคนเข้าใจได้ตรงกันถ้าต้องการประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง ให้ใช้ แบบสอบถาม ๔ ตัวเลือก ได้แก่ พอใจมากที่สุด พอใจมาก พอใจน้อย พอใจน้อยที่สุด โดยตัด “พอใจปานกลาง” เพื่อให้ผู้ตอบ แบบสอบถาม พิจารณาความคิดเห็นของตนเองให้ชัดเจนว่า มีความพอใจไปทางมากหรือทางน้อย เครื่องมือประเมินทั้งหมดให้ใส่ไว้ในภาคผนวกของรายงาน ประจำปีที่เป็นการประเมินคุณภาพภายใน (๒) ผู้ประเมินควรให้ผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดหลายฝ่ายเป็นผู้ประเมิน และให้ประเมินตนเองด้วย (หากผู้ใดประเมินตนเองได้อย่างเที่ยงตรง ไม่ลำเอียงเข้าข้างตนจะเป็นบุคคลที่ ได้รับความเชื่อถือ สูงในเรื่องมีความเที่ยงธรรม)แล้วนำผลการประเมินจากผู้ประเมินทั้งหมดมาประมวลผล หาค่าเฉลี่ย (๓) ประเมินเมื่อไร (ก) ประเมินก่อนเริ่มดำเนินการ เพื่อให้ทราบผลว่าปัจจุบันคุณภาพในเรื่องนั้น ๆ มีปริมาณเท่าไร เพื่อนำผลที่ได้การกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานว่าต้องการพัฒนาคุณภาพดังกล่าวให้มี ปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร ที่สามารถทำได้ในระยะเวลา ๑ ปีการศึกษา (ข) ประเมินระหว่างดำเนินการ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ติดตามตรวจสอบคุณภาพที่พัฒนามาตลอด ภาคเรียนที่ ๑ หรือครึ่งปีการศึกษาว่าได้คุณภาพเพิ่มขึ้นมีปริมาณเท่าไร ถึงครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย หรือไม่ หากได้ไม่ถึงครึ่ง มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานอะไรบ้างเพื่อจะนำมาปรับปรุง แก้ไข และเร่งรัดการดำเนินงานในภาคเรียนที่ ๒ ให้ได้คุณภาพสูงขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ค) ประเมินหลังการดำเนินงาน เมื่อสิ้นปีการศึกษาจะทำการประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อนำ ผลการประเมินมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ว่าบรรลุตามเป้าหมายหรือไม่มากน้อย เพียงใดมีข้อเสนอแนะที่จะปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างไรบ้างเพื่อนำผลการประเมิน มาใช้วางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในปีการศึกษาต่อไปหลังจากประเมินผลการดำเนินงาน แล้วและนำผลการประเมินมาจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นการประเมินคุณภาพภายใน ของสถานศึกษ าห รือรายงานการป ระเมินตนเอง (Self–Assessment Report: SAR) เมื่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบรายงานแล้ว ให้เผยแพร่รายงาน ต่อสาธารณชนใน Website ของสถานศึกษา สรุปสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาสภาพปัญหา สภาพปัญญา – โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงจัดการเรียนการสอนใน ๓ รูปแบบ คือ โครงการภาคภาษาอังกฤษ (English Program) โครงการภาคภาษาอังกฤษ ฉบับย่อ (Mini English Program) และโครงการบูรณาการ ภาคภาษาอังกฤษ (Integrated English Program) ซึ่งพื้นฐานทางภาษาของนักเรียนแต่ละโครงสร้างไม่เท่าเทียม กัน นักเรียนบางส่วนขาดทักษะการใช้ภาษา ด้านการคิด การอ่าน การพูด การเขียน ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ครูผู้สอนเน้นการสอนโดยบรรยายด้วยภาษาอังกฤษมากกว่าใช้ภาษาอังกฤษกระตุ้นให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ตามศักยภาพ และโดยเฉพาะครูต่างชาติไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเรียนรู้การเรียนการสอนในบริบท สังคมไทย ครูบรรจุใหม่และครูจ้างสอนใหม่มีปริมาณที่มากขึ้นขาดการนิเทศทักษะการสอนสู่มืออาชีพ แนวทางการพัฒนา – จัดกิจกรรมพัฒนาครูด้วยระบบภาษาอังกฤษแบบบูรณาการด้วย ทักษะการใช้ เทคโนโลยีเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับทักษะการใช้ภาษาด้านการคิด การอ่าน การพูด การฟัง และการเขียน ส่งเสริมและนำนักเรียนศึกษายังแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สร้างเครือข่ายสังคมแห่งการเรียนรู้ บนโลกออนไลน์ให้นักเรียนได้สื่อสารสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีคุณภาพ


๕๑ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ๑.๑๒ ผลงานดีเด่น / รางวัล / ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของสถานศึกษา ๑. ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็นสถานศึกษาแกนนํา ของเครือข่ายนวัตกรรมคุณภาพ ๑ ช่วย ๓ สถานศึกษาต้นแบบรางวัล IQA AWARD ระดับยอดเยี่ยม ประจําปีการศึกษา ๒๕๖๑ – ๒๕๖๒ 2. สถานศึกษาที่มีระบบและกลไกการบริหารจัดการคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา เพื่อการประกัน คุณภาพการศึกษายอดเยี่ยม ให้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติและรับรางวัล IQA AWARD ในปีการศึกษา 2561 และปีการศึกษา ๒๕๖๒ 3. รางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ โรงเรียนสุจริตพระราชทานด้านความโปร่งใส ของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และโรงเรียนต้นแบบในการดําเนินการวิจัยและพัฒนา สู่การเป็นโรงเรียนสุจริต ในปีการศึกษา ๒๕๖๐ 4. สถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง) ในปีการศึกษา ๒๕๕๙ 5. โรงเรียนต้นแบบการพัฒนาครูโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ สอนด้วยรูปแบบห้องเรียนดิจิทัลของสมาคม EIS แห่งประเทศไทย ในปีการศึกษา ๒๕๕๙ 6. ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมการจัดบอร์ดนิทรรศการ ของสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ปีการศึกษา 2558 2559 และ 2562 7 ได้รับการคัดเลือกรายงานประจําปีของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2558 ได้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับดีเยี่ยม 8. ได้รับการคัดเลือกสถานศึกษาที่มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาระดับดีเยี่ยม พ.ศ.2558 9 โรงเรียน Best Practice ของกระทรวงศึกษ าธิการด้านการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษในปีการศึกษา 2550 10. โรงเรียนนําร่องการสอนแบบ CLIL Content and language integrated learning พ.ศ.2550 11. ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ผลงงาน หนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม ระดับประเทศ ชื่อผลงาน รูปแบบการวัดและประเมินผลราย 2 สัปดาห์ ปีการศึกษา 2557 12. โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทานของกระทรวงศึกษาธิการ ในปีการศึกษา 2524 และ 2534


๕๒ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ผลงานดีเด่น / รางวัลในรอบปีที่ผ่านมา ผลงานระดับสถานศึกษา ๑. สถานศึกษาแกนนำเครือข่ายนวัตกรรมคุณภาพ ๑ ช่วย ๓ ๒. สถานศึกษาส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยผ่านหลักสูตร Be Internet Awesome โดย Google ๓. การลงนามในบันทึกข้อตกลงทางวิชาการต่าง ๆ ➢ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการบริการวิชาการ โครงการ One Program & One School กับหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ (ค.บ.) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ➢ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางนโยบายกับมูลนิธิครูของแผ่นดิน และ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เรื่อง โครงการความร่วมมือพัฒนาห้องเรียนคณิตศาสตร์ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต ๑ โดยใช้ CASIO’s Scientific Calculator ➢ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง โครงการโรงเรียน คุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ตามมาตรฐาน สสวท.


๕๓ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ นักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา ชื่อ-สกุล ระดับรางวัล/ชื่อรางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล นายปัฐเมษฏ์ วัฒนกุลชัย ทุนการศึกษา ๑๐๐% คณะวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น นายศุภวัชร อุ่นแจ่ม ทุนการศึกษา ๕๐% คณะวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น นายณพวุฒิ ปันแก้ว ทุนพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ทุน ๑๐๐% สาขาสารสนเทศและการลงทุน มหาวิทยาลัยรังสิต นางสาวรติรัตน์ เทพนิมิตร ทุนนักกีฬา ๑๐๐% คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต นายรัชวิศน์ จันทร์รุ่งอนันต์ ทุนศิลปิน ๑๐๐% คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นักเรียนที่ได้คะแนน O–NET ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ สูงที่สุด ปีการศึกษา ๒๕๖3 ชื่อ-สกุล ระดับชั้น วิชา คะแนนที่ได้ นางสาวกัณฑรินทร์ เหรียญทอง ม.6/5 ภาษาไทย 87.50 นายเสฏฐวุฒ มีพันลม ม.6/1 คณิตศาสตร์ 90.63 นายคู่บุญ หอมชื่น ม.6/4 คณิตศาสตร์ 90.63 นายพงศธร กองตองกาย ม.6/3 วิทยาศาสตร์ 91.50 นายธัญวิชญ์ธรรมจรัส ม.6/3 สังคมศึกษาฯ 65.00 นายอรรถกร รักเสนาวนิช ม.6/1 ภาษาอังกฤษ 88.75 นายนนท์ปวิธ ไชยพงศาวลี ม.6/3 ภาษาอังกฤษ 88.75


๕๔ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ รางวัลนักเรียนด้านทักษะทางวิชาการ ชื่อ-สกุล ระดับรางวัล/ชื่อรางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล เด็กชายธันวา เตชะสิริวิชัย เด็กชายฐิตินันท์ เอมประพันธ์ เด็กชายธนวัฒน์ ศิริรัตรเวคิน เด็กชายณชพล เทพอยู่ เด็กชายภูมิพฤกษ์ จารุทัศนีย์ เด็กชายจิรทีปต์ พลายแก้ว เด็กชายภูมดินันท์ เฉลิมจิตรอุทัย นายณัฐรัชภัฏ จิตจำรัสทำวัตถ์ นายณภัทร ชาติวันชัย นายธนกร พุทธศรีโพธิ์ นายญาณาธิศ ทองสุพรรณ นายศรัณย์รัฐ เพ็งนาเรนทร์ นายศรัณยพงศ์ เพ็งนาเรนทร์ นายวรปรัชญ์ พึ่งพงษ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันทักษะกีฬาบาสเกตบอล นักเรียนชิงแชมป์ประเทศไทย รุ่น 14 ปีและ 16 ปีชาย กรมพลศึกษา นางสาวชุติกานต์ บุตรประดิษฐ์ นายสิรวิชญ์ ลั้วสมบูรณ์ นายสุกฤษฏิ์ ฤกษ์อุโฆษ นางสาวรมิตา นิลโนรี นายปรเมษฐ์ อริยกุศลสุทธิ นายณัฐดนัย คิดควร เด็กชายปุญญพัฒน์ เสียมทอง รางวัลระดับเหรียญทองแดง การประกวดภาพยนตร์สั้น (Short Film) ประจำปี 2563 หัวข้อ “ครูดี..ที่รัก” โดยมีผลงาน ชื่อ “Inside the Book” สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา นางสาวสาธิตา เฉลิมวโรภาส นางสาวนัสรีญา พันทรกิจ นางสาววิภาวดา มีคำแสน รางวัลชมเชย การแข่งขันโต้วาทีเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม ทางการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข โรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2


๕๕ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ รางวัลนักเรียนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ชื่อ-สกุล ระดับรางวัล/ชื่อรางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล นางสาวเมธาวดี คณานิตย์ เยาวชนพุทธศาสนิกชน ผู้มีความประพฤติดี ประพฤติชอบ ตั้งมั่นในธรรมะขององค์สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 นายเบญจพล วณิชย์วรนันต์ นางสาวกัลญาลักษณ์ นุชทองม่วง นางสาวจิรัฐธยาน์ ธนาศุภวัฒน์ นางสาวชารีดา พึ่งกริม นายณัฐวัชร โสภณธนาทอง นายธนพลทิต มาศิริ นายธนวัตร หาวิชา นางสาวธัญญาภรณ์ ศิริรัตนเวคิน นางสาวนภัสสร ฉัตรวัฒน์ไพบูรณ์ นางสาวพิมพ์ชนก แย้มศิริ นางสาวภัคภร พันธ์สกุล นางสาวศิวพร ศิริโชติ นางสาวอภิสรา ฤทธิ์นภาดุล เด็กดีของแผ่นดินขั้นพื้นฐาน (Z–iDol) มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน


๕๖ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๓ รางวัลครูและบุคคลากรทางการศึกษา ชื่อ-สกุล ระดับรางวัล/ชื่อรางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล นายวีรภาส บุญทอง ครูดีของแผ่นดินขั้นที่ ๕ มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น นางสาวแก้ว สกุลเสริมไกรศรี นางสาวสุรีพร แจ้งสว่าง นางสาวสุพรรณดา แสนบุญ นางสาวจุไรรัตน์ แจ่มศรี นางสาวมาลัย เกื้อกิจ นางสาวเหมสุดา คุมโสระ นางกชกร ศรีสุวรรณ นายเจริญ ปิยะนาวิน นายวีรภาส บุญทอง ครูดีของแผ่นดินขั้นพื้นฐาน มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน นางสาวแก้ว สกุลเสริมไกรศรี นางสาวสุรีพร แจ้งสว่าง นายจักรภพ เมืองสุวรรณ์ นางสาวจุไรรัตน์ แจ่มศรี นางสาวมาลัย เกื้อกิจ นางกชกร ศรีสุวรรณ นายเจริญ ปิยะนาวิน นายวีรภาส บุญทอง นายภานุพงศ์ ใจเยือกเย็น ครูดีไม่มีอบายมุข สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นางสาวแก้ว สกุลเสริมไกรศรี นางสาวสุรีพร แจ้งสว่าง นางสาวจุไรรัตน์ แจ่มศรี นางสาวมาลัย เกื้อกิจ นางกชกร ศรีสุวรรณ นายเจริญ ปิยะนาวิน นายวีรภาส บุญทอง ผู้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และ ปลอดภัยผ่านหลักสูตร Be Internet Awesome โดย Google มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน


๕๗ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒


๕๘ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ๒.๑ การบริหารจัดการของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงภายใต้การบริหารงานของผู้อำนวยการวันทนา ชูช่วย แบ่งโครงสร้าง การบริหารงานออกเป็น 3 กลุ่มบริหาร ได้แก่ กลุ่มบริหารวิชาการ ประกอบด้วยกลุ่มงานหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ กลุ่มงาน Semi–International และสำนักงานวิชาการ กลุ่มบริหารงบประมาณและทรัพยากรบุคคล ประกอบด้วย กลุ่มงานการเงินและพัสดุ กลุ่มงานแผนงาน และกลุ่มงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริหารทั่วไปและกิจการนักเรียน ประกอบด้วย กลุ่มงานอาคารสถานที่และยานพาหนะ กลุ่มงานกิจการนักเรียน และกลุ่มงานประชาสัมพันธ์ แผนภาพแสดงโครงสร้างการบริหารจัดการของโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ภายใต้การบริหารงานของผู้อำนวยการวันทนา ชูช่วย


๕๙ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เมื่อผู้อำนวยการณ์วันทนา ชูช่วย เกษียณอายุราชการ นายเจนการณ์ เพียงปราชญ์ ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นโรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีครูจากสถานศึกษาอื่น ที่ผ่านการสอบและได้รับการเปลี่ยนตำแหน่งให้มาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการที่โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงจำนวน 3 คน โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงภายใต้การบริหารงานของผู้อำนวยการเจนการณ์ เพียงปราชญ์จึงได้มีการ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานใหม่ โดยแบ่งโครงสร้างการบริหารงานออกเป็น 6 กลุ่มบริหาร ได้แก่ กลุ่มบริหารงบประมาณ ประกอบด้วย งานพัสดุและสินทรัพย์ งานแผนงาน งานประกันคุณภาพ การศึกษา (ภายในและภายนอก) งานบัญชีและการเงิน งานตรวจสอบภายใน งานโรงเรียนสุจริต งานตามนโยบาย เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ และสำนักงานกลุ่มบริหารงบประมาณ กลุ่มบริหารวิชาการ ประกอบด้วย งานหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้งานกลุ่มสาระการเรียนรู้ งานรับนักเรียน งานทะเบียน งานผลิตสื่อเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน งานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา และพัฒนาสื่อนวัตกรรม งานวัดผลและประเมินผล งานนิเทศการสอนงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน งานห้องสมุด และงานสร้างชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพ (PLC) กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนและภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย งานพัฒนาวินัยและควบคุมความประพฤติ นักเรียน งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน งานระดับชั้น งานป้องกันยาเสพติด เอดส์และอบายมุข งานส่งเสริม ประชาธิปไตย งานโภชนาการ งานอนามัย งานเครือข่ายผู้ปกครอง งานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน งานสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง งานสัมพันธ์ชุมชน งานสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง งานชมรมน้องพี่นายโรง และสำนักงานกิจการนักเรียนและภาคีเครือข่าย กลุ่มบริหารงานบุคคล ประกอบด้วย งานส่งเสริมวินัย งานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และทะเบียนประวัติ งานพัฒนาบุคลากร/งานอบรม/ศึกษาดูงาน งานส่งเสริมวิทยฐานะและอัตรากำลัง งานประเมินผลการปฏิบัติงาน (ประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล) งานขวัญและกำลังใจ งานวินัยและการรักษาวินัยของครูและบุคลากรทางการศึกษา และสำนักงานกลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารทั่วไปและงานธุรการ ประกอบด้วย งานเทคโนโลยี งานประสานงานต่างประเทศ งานประสานงานภายในประเทศ งานสารสนเทศ งานพิธีกรและต้อนรับผู้มาเยี่ยมโรงเรียน งานเผยแพร่ข่าวสาร กิจกรรมของโรงเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ งานจัดเสียงตามสายและกิจกรรมหน้าเสาธง งานวารสารโรงเรียน งานการจัดการเรียนรู้โครงการภาคภาษาอังกฤษ งานปฏิคม งานการจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์และรายงานผล การดำเนินงาน งานสารบรรณ โครงการโรงเรียนคุณภาพวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT) สำนักงานผู้อำนวยการ และสำนักงานกลุ่มบริหารทั่วไปและงานธุรการ กลุ่มบริหารอาคารและยานพาหนะ ประกอบด้วย งานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม งานยานพาหนะ งานรักษาความปลอดภัย งานจัดทำป้ายนิเทศป้ายประกาศเผยแพร่ผลงาน และสำนักงานอาคารสถานที่และ ยานพาหนะ


๖๐ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒ แผนภาพแสดงโครงสร้างการบริหารจัดการของโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ภายใต้การบริหารงานของผู้อำนวยการเจนการณ์ เพียงปราชญ์ ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงาน แต่ผู้อำนวยการทั้งสองท่านได้ยึดหลักการบริหาร/ เทคนิคการบริหารแบบวงจรคุณภาพ PDCA และใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาบูรณาการสร้างนวัตกรรม Nairong Assurance Model based on Buddhism ในการประกันคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา แผนภาพแสดง Nairong Quality Assurance Model based on Buddhism


๖๑ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ๒.๒ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์ของสถานศึกษา ยุทธศาสตร์ / Strategy การผลิตและพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพในการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก It is imperative to develop students into mature individuals with potential in order to enhance the competitiveness of the country and cope with world citizenship. วิสัยทัศน์ / Vision โรงเรียนคุณภาพแห่งศตวรรษที่ ๒๑ บนฐานความรู้และความสามารถ ด้านภาษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี The ๒๑st Century Quality School Based on Knowledge and Literacy in Language, Culture, Science and Technology พันธกิจ / Missions ๑. จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ๒. จัดการเรียนการสอน เน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ (21st Century Skills) มุ่งสู่สังคม เศรษฐกิจบนฐานการเพิ่มมูลค่า โดยใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือ ๓. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ (Professional) ที่มีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ๔. ระดมและจัดสรรทรัพยากร สื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้ สู่การเรียนรู้ด้วยวิธี ที่หลากหลาย การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self–Study) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life–Long Learning) ๕. สร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการเรียนการสอนกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ๖. บริหารการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว คล่องตัวยืดหยุ่น โปร่งใส โดยมีส่วนร่วมระหว่างโรงเรียนกับวัด ชุมชน ผู้ปกครอง หน่วยงาน และสถาบันต่าง ๆ วัตถุประสงค์ / Objectives ๑. เพื่อผลิตและพัฒนาผู้เรียนที่มีสมรรถนะ ทักษะ และคุณลักษณะที่สำคัญจำเป็นในศตวรรษ ที่ ๒๑ มุ่งสู่สังคมเศรษฐกิจบนฐานการเพิ่มมูลค่า โดยใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือ ตรงกับความต้องการ ของการพัฒนาประเทศ ๒. เพื่อพัฒนาครูและผู้เรียนให้มีความสามารถพิเศษหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านภาษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย ๓. เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียน และนวัตกรรมให้มีคุณภาพและมาตรฐาน สามารถเข้าถึงได้ โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ๔. เพื่อสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้และการวิจัยกับสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ๕. เพื่อบริหารจัดการโรงเรียนอย่างมีคุณภาพ ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว คล่องตัวยืดหยุ่น โปร่งใส บนพื้นฐาน ของหลักธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นองค์กรกำกับและดูแลตนเองที่ดี


๖๒ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เป้าหมาย / Goals ๑. เรียนมีทักษะที่สำคัญจำเป็น มีสมรรถนะ และมีคุณลักษณะตรงตามความต้องการของการพัฒนาประเทศ ๒. ครูและผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศด้านภาษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย ๓. ผู้เรียน ครู และบุคลากร สามารถสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม ๔. โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียน และนวัตกรรมที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สามารถเข้าถึงได้ โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ๕. โรงเรียนมีภาพลักษณ์ที่ดี มีเครือข่าย ความร่วมมือกับสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ๖. โรงเรียนมีการบริหารจัดการที่มีคุณภาพบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประเด็นยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ ปฏิรูปการบริหารจัดการ (reinventing) ทรัพยากรสถานศึกษา ให้มีคุณภาพ ทันสมัย สะดวก (convenience) รวดเร็ว (speed) คล่องตัวยืดหยุ่น (flexible) โปร่งใส ด้วยหลักแห่งความพอเพียง เป็นองค์กร กำกับและดูแลตนเองที่ดี ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ การปฏิรูปรูปแบบและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child–Centered) มุ่งสู่ สังคมเศรษฐกิจบนฐานการเพิ่มมูลค่า โดยใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 อย่างมีความสุข ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบบบูรณาการให้สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ ทั้งในและนอกห้องเรียน ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ พัฒนา ปรับปรุงและจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อและทรัพยากรการเรียนรู้ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การบริหารจัดการโรงเรียนและการสร้างสรรค์นวัตกรรม


๖๓ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒ มาตรฐานการศึกษาโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง มาตรฐานการศึกษาโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานครเขต 1 เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย มาตรฐานการศึกษา จำนวน ๕ มาตรฐาน ดังนี้ ตารางแสดงมาตรฐานการศึกษาโรงเรียนมัธยมวัดนายโรงและสัดส่วนคะแนน มาตรฐาน / ประเด็นการพิจารณา คะแนน มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน 50 ๑.๑ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน 30 ๑) มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ 5 ๒) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา 6 ๓) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 3 ๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 5 ๖) มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ 5 ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 20 ๑) การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด 5 ๒) ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย 5 ๓) การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย 5 ๔) สุขภาวะทางร่างกาย และลักษณะจิตสังคม 5 มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา 20 ๑. มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน 4 ๒. มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา 3 ๓. ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุกกลุ่มเป้าหมาย 3 ๔. พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ 3 ๕. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3 ๖. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ 4 มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 30 ๑. จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชิวิตได้ 6 ๒. ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 6 ๓. มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก 6 ๔. ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพัฒนาผู้เรียน 6 ๕. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ 6 มาตรฐานที่ ๔ ระบบการประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิผล 10 ๑. การใช้ระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อยกระดับคุณภาพ การจัดการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น 10 มาตรฐานที่ ๕ สถานศึกษาเป็นผู้นำชุมชนแห่งความเป็นเลิศทางด้านภาษาและเทคโนโลยีในระดับสากล 10 ๑. มีผลการทดสอบทางด้านภาษาเทียบเคียงมาตรฐานสากล 3 ๒. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประเทศ 3 ๓. การเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาบนพื้นฐานภาษา และเทคโนโลยี 4 สรุปภาพรวม 120


๖๔ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ๒.๓ โครงการที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ที่ ชื่อโครงการ ความสอดคล้อง ยุทธศาสตร์ สถานศึกษา กลยุทธ์ สถานศึกษา มาตรฐาน สถานศึกษา กลยุทธ์ สพฐ. พระบรมราโชบาย ด้านการศึกษา ๑ การพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร และครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหาร ๑ ๑ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๖.๑ ๖.๒ ๖.๕ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๒ พัฒนาระบบการบริหาร และการปฏิบัติงาน ๑ ๑ ๒ ๓ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) และ ๔ ๔.๓ ๕.๑ ๖.๑ ๖.๒ ๖.๔ ๖.๕ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๓ เสริมสร้างความสัมพันธ์ และภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ๑ ๔ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๔ ๔.๓ ๖.๑ ๖.๒ ๖.๓ ๖.๕ ๑ (ข้อ ๔) ๔ พัฒนาหลักสูตร กระบวนการ จัดการเรียนรู้ ครูและบุคลากร สู่ศตวรรษที่ ๒๑ ๒ ๑ ๒ ๑ (ข้อ ๑ – ๒) ๒ (ข้อ ๓ – ๔) ๓ (ข้อ ๑ – ๓) ๕ (ข้อ ๑ – ๓) ๑.๒ ๓.๗ ๓.๗ ๔.๓ ๖.๑ ๖.๒ ๖.๕ ๓ (ข้อ ๑ – ๓) ๕ สร้างเครือข่ายและความร่วมมือ ในการพัฒนาสถานศึกษา ๒ ๔ ๑ (ข้อ ๑ – ๒) ๒ (ข้อ ๓ – ๔) ๕ (ข้อ ๑ – ๓) ๓.๗ ๔.๑ ๕.๑ ๒ (ข้อ ๔) ๖ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนด้านวิชาการ และทักษะกระบวนการเรียนรู้ ๒ ๓ ๑ (ข้อ ๑ – ๒) ๕ (ข้อ ๑ – ๓) ๑.๓ ๓.๒ ๔.๑ ๓.๑ ๓.๒ ๓.๓ ๓.๔ ๓.๕ ๔.๒ ๕.๒ ๑ (ข้อ ๑) ๓ (ข้อ ๑ – ๓) ๗ พัฒนาสุขภาพและสุนทรียภาพ ๓ ๑ ๑ (ข้อ ๑ – ๒) ๑.๓ ๕.๑ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๔ (ข้อ ๑ – ๓) ๘ พัฒนาทักษะ และคุณลักษณะ สำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ ๓ ๒ ๓ ๔ ๑ (ข้อ ๑ – ๒) ๑.๓ ๒.๕ ๔.๑ ๔.๒ ๕.๑ ๕.๒ ๑ (ข้อ ๑ – ๔) ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๓ (ข้อ ๑) ๔ (ข้อ ๑ – ๓) ๙ พัฒนาระบบ ICT และระบบ สารสนเทศ ๔ ๑ ๓ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๑.๓ ๓.๑ ๓.๒ ๓.๓ ๓.๔ ๓.๕ ๔.๑ ๔.๒ ๕.๒ ๓ (ข้อ ๒ – ๓) ๑๐ พัฒนาแหล่งเรียนรู้ อาคารสถานที่ และภูมิทัศน์ ๔ ๒ ๒ (ข้อ ๑ – ๔) ๓.๔ ๔.๑ ๔.๒ ๓ (ข้อ ๓) ๑๑ พัฒนา สื่อ วัสดุ และอุปกรณ์ ๔ ๓ ๑ (ข้อ ๑ – ๒) ๒ (ข้อ ๓ – ๔) ๓ (ข้อ ๑ – ๓) ๑.๓ ๓.๒ ๔.๑ ๔.๒ ๔.๓ ๕.๒ ๖.๑ ๖.๒ ๖.๕ ๓ (ข้อ ๑ – ๓)


๖๕ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3


๖๖ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 การบริหารงานและการดำเนินงานของโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ดำเนินไปตามแผนยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ระยะเวลา ๑๒ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๒) ที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย โดยมียุทธศาสตร์หลัก คือ “การผลิตและพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก” และวิสัยทัศน์ คือ “โรงเรียนคุณภาพแห่งศตวรรษที่ ๒๑ บนฐานความรู้และความสามารถด้านภาษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เพื่อสร้างอัตลักษณ์ของผู้เรียน ให้สามารถ “สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าเทคโนโลยี มีจิตสาธารณะ”โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และพัฒนาโดยใช้กระบวนการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ตามวงจรคุณภาพ PDCA บนพื้นฐานหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จนประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ตลอดมา ซึ่งโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง มีการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๑ และมาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๖๑ ดังแผนภาพนี้ แผนภาพแสดง Nairong Quality Assurance Model based on Buddhism


๖๗ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง มีการกำหนดเป้าหมาย มาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาระยะยาวในรูปแบบ แผนยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ระยะเวลา ๑๒ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๒) ที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) บริบทสังคมในศตวรรษที่ ๒๑ รวมถึง สภาพความเป็นจริงของชุมชน บนพื้นฐานของการรู้จักตนเอง และปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วม ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และสมาชิกในชุมชน มีการขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐาน ภายใต้การนำของผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยอาศัยความเข้าใจ ความตระหนัก และความร่วมมือของบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาโรงเรียน มัธยมวัดนายโรง ระยะเวลา ๑๒ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๗๒) มีการกระจายผู้นำในการขับเคลื่อนคุณภาพ โดยในช่วง การบริหารของผู้อำนวยการวันทนา ชูช่วย มีการกระจายผู้นำเป็น ๓ ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ และทรัพยากรบุคคล และด้านบริหารทั่วไปและกิจการนักเรียน และต่อมาในช่วงการบริหารของผู้อำนวยการ เจนการณ์ เพียงปราชญ์ มีการกระจายผู้นำเป็น ๖ ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านบุคคล ด้านกิจการนักเรียน และภาคีเครือข่าย ด้านอาคารและยานพาหนะ และด้านบริหารทั่วไปและธุรการ โดยในแต่ละด้านจะมีการสร้างทีม ที่เข้มแข็งในการปฏิบัติโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปีและปฏิทินปฏิบัติงาน ของสถานศึกษา ให้บังเกิดผลตรงตามประเด็นพิจารณาในแต่ละมาตรฐาน และสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ ของสถานศึกษา มีการประเมินความสำเร็จเป็นประจำทุกปีการศึกษา โดยมีระดับการประเมิน ๕ ระดับ เริ่มจากการประเมินส่วนย่อย แล้วนำผลสู่การประเมินส่วนรวม เรียงตามลำดับ ดังนี้ การประเมินรายกิจกรรม การประเมินรายโครงการ การประเมิน รายมาตรฐาน การประเมินรายยุทธศาสตร์และการประเมิน ภาพรวมของสถานศึกษา ในการประเมินมีการใช้เครื่องมือ ในการประเมินที่หลากหลายทั้งเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ และ เชิงประจักษ์ ตามสภาพความเป็นจริง ใช้การประเมินที่รอบด้าน เปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน มีส่วนร่วมในการประเมิน ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และสมาชิกในชุมชน มีการ สังเคราะห์ผลการประเมินเพื่อหาแนวทางในการพัฒนา สถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษา จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา แต่ละมาตรฐานอยู่ในระดับยอดเยี่ยม โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกสถานศึกษาร่วมประเมินด้วย ดังมีรายละเอียด ของผลการประเมินตนเอง ดังนี้


๖๘ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 ๓.๑ มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ระดับคุณภาพ: ยอดเยี่ยม กระบวนการพัฒนา ในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ได้ดำเนินงานโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางวิชาการ พร้อมกับพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นตามที่หลักสูตรสถานศึกษา กำหนด ควบคู่กับการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน ผ่านกระบวนการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย โดยได้จัดทำโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่าง ๆ ที่หลากหลาย สำหรับพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ทักษะ สมรรถนะ และคุณลักษณะตามหลักสูตรสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองในทุกเวลาและทุกสถานที่ โดยมีการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ มอบหมายในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้แต่ละระดับชั้น และแต่ละกลุ่มบริหารงาน ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และกิจกรรมเสริมหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์อย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์สามารถตัดสินใจแก้ปัญหา ได้อย่างสมเหตุสมผล โดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและความถูกต้อง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการกลุ่ม ทํางานตามขั้นตอนตั้งแต่ขั้นวางแผน การดำเนินงาน การประเมินและแก้ปัญหา จนผู้เรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ และเป็นผู้นำในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้สถานศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่ด้านวิชาการ ทักษะ สมรรถนะ และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่รวมไปถึงด้านร่างกาย อารมณ์ และการดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขอีกด้วย ซึ่งแม้ว่าในปีการศึกษา 2563 จะเป็นปีที่ทั่วโลกประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่ด้วยสถานศึกษามีรากฐานทางด้านเทคโนโลยีที่ดีเลิศ มีการนำเทคโนโลยีและระบบออนไลน์มาใช้ในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมเสริมหลักสูตร และการดำเนินงานต่าง ๆ ของสถานศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ส่งผลให้นักเรียน ครู และบุคลากรทุกคนมีทักษะด้านเทคโนโลยีที่ดีเลิศ จึงทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ กิจกรรมเสริมหลักสูตรต่าง ๆ ภายในสถานศึกษาในช่วยภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดำเนินการไปได้อย่างเป็นปกติและราบรื่นเหมือนภาวะปกติ โครงการและกิจกรรมส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ ตามแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ๒๕๖3 เช่น


๖๙ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนด้านวิชาการและทักษะกระบวนการเรียนรู้เช่น กิจกรรม H.O.M.E. Program กิจกรรมสัปดาห์คณิตศาสตร์(Math Week)กิจกรรมวันสัปดาห์วันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ เพื่อความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์กิจกรรมนิทรรศการแสดงผลงานและการประกวดโครงการโรงเรียน มาตรฐานสากล (IS) กิจกรรมแข่งขันทักษะเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน กิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้กิจกรรม การแข่งขันภายนอกทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการที่เกี่ยวกับภาษาฝรั่งเศสอื่น ๆ นอกสถานศึกษากิจกรรมเชิดชูเกียรตินักเรียนดีเลิศทางด้านวิชาการกิจกรรมชุมนุมและลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาการเรียนรู้ กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและความกล้าแสดงออก (Morning Talk) กิจกรรมการทดสอบ Oxford Online Placement Test ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กิจกรรมการทดสอบ CU – TEP ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 กิจกรรมการทดสอบสมิทธิผล ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศที่ 2 สำหรับ นักเรียน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมพัฒนา อัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์สู่สากล กิจกรรม Math Science Advance Program (MSAP) กิ จ ก รร ม แข่งขันทักษะทางวิชาการสังคมศึกษา กิจกรรมเสริม ทักษะการงานอาชีพ และกิจกรรมร่วมงานประจำปี ของสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทย เป็นต้น มอบรางวัลกิจกรรมสัปดาห์คณิตศาสตร์ (Math Week) กิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ การแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษภายในสถานศึกษา กิจกรรมเสริมทักษะการงานอาชีพ โครงการพัฒนาหลักสูตรกระบวนการจัดการเรียนรู้ครูและบุคลากร สู่ศตวรรษที่ ๒๑ เช่น กิจกรรม พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการการเรียนรู้ที่เน้นรูปแบบ i–STEM Innovation–Based กิจกรรมพัฒนา หลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาระบบการวัดและทดสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียน กิจกรรมระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียน กิจกรรมติดตามผลนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และ ๖ กิจกรรมอบรม พัฒนาด้านบริการสนเทศ กิจกรรมอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาครูและบุคลากรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กิจกรรมอบรมพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ STEM การใช้ Google Classroom และการออกแบบ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพของครูผู้ช่วยอย่างเข้ม กิจกรรม การทดสอบสมิทธิผลภาษาอังกฤษสำหรับครูและกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้านการใช้ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้บนฐานเทคโนโลยี อบรม พัฒนา เตรียมความพร้อม และประเมินครูผู้ช่วยอย่างเข้ม เยี่ยมบ้านสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ภายใต้กิจกรรมระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียน


๗๐ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผ่านการใช้ Google Classroom โครงการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการพัฒนาสถานศึกษา กิจกรรมพัฒนาสมรรถนะด้านการจัด การเรียนรู้ การศึกษาดูงานและเข้าร่วมประชุมสัมมนา จัดทำบันทึกข้อตกลงระดับนานาชาติกับสถาบันต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ การเรียนการสอน และการวิจัย กิจกรรม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ NR–SST กิจกรรมพัฒนาวิชาการสื่อทรัพยากรการเรียนการสอนและบุคลากรร่วมกัน เป็นต้น ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก การลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางวิชาการ (MoU) การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนา สื่อการเรียนรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก แม้ว่าการศึกษาจะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีศักยภาพด้านวิชาการ แต่ผู้เรียนจะไม่สามารถนําองค์ความรู้ ด้านวิชาการที่ตนเองมีมาใช้ได้เลย หรือนํามาใช้ได้อย่างไม่เต็มตามศักยภาพ หากผู้เรียนมีสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ ที่ไม่พร้อม ไม่สมบูรณ์ ดังนั้น สถานศึกษาจึงให้ความใส่ใจในการพัฒนาสุขภาพพลานามัยและสุขภาพจิตของผู้เรียน ควบคู่ไปด้วย อีกทั้งยังใส่ใจในการสร้างสุนทรียภาพและสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีสภาวะจิตใจ ที่ผ่อนคลายและพร้อมต่อการเรียนรู้และเมื่อผู้เรียนมีทั้งสุขภาพที่ดีและมีสุนทรียภาพ ผู้เรียนก็จะสามารถ ดึงศักยภาพด้านวิชาการของตนเองมาใช้ได้อย่างเต็มที่ โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงตระหนักถึงความสําคัญจําเป็น ในการพัฒนาสุขภาพและสุนทรียภาพของผู้เรียน สถานศึกษาจึงได้ มีจัดโครงการและกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสุขภาพร่างกาย และจิตใจที่ดีมีสุนทรียภาพ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ครบ ทั้ง ๘ ประการ ตามที่สถานศึกษากําหนดตลอดจนพัฒนาแหล่ง เรียนรู้ของสถานศึกษา ดังโครงการต่อไปนี้ สุนทรียภาพด้านดนตรี


๗๑ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 โครงการพัฒนาสุขภาพและสุทรียภาพ เช่น กิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย กิจกรรม Clean Food Good Health กิจกรรมนายโรงวัยใสห่างไกลยาเสพติด กิจกรรมการแข่งขันกีฬาภายนอกสถานศึกษา กิจกรรม Stop Teen Mom กิจกรรมผู้นำสาธารณะสุขในโรงเรียน (ยสร.) กิจกรรมฉีดพ่นสารเคมีเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคที่มียุงเป็นพาหนะและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย (ไข้เลือดออก) กิจกรรมการแข่งขันกีฬาภายนอก สถานศึกษา งานตรวจสุขภาพประจำปี งานประกันสวัสดิภาพนักเรียน (ประกันอุบัติเหตุ) และงานจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีเป็นต้น กิจกรรม Stop Teen Mom งานตรวจสุขภาพประจำปี กิจกรรม Clean Food Good Health โครงการพัฒนาทักษะและคุณลักษณะสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กิจกรรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 กิจกรรมการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 2–3 กิจกรรมก้าวแรกสู่ฝัน สานสัมพันธ์พี่น้องนายโรง กิจกรรมประดับเข็มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ กิจกรรมสภานักเรียน กิจกรรมหล่อเทียนจำนำพรรษา กิจกรรม ส่งเสริมสุนทรียภาพและศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางด้านศิลปะ กิจกรรมส่งเสริมสุนทรียภาพและศักยภาพ สู่ความเป็นเลิศทางด้านดนตรีสากล กิจกรรมส่งเสริมสุนทรียภาพและศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางด้านดนตรีไทย กิจกรรมส่งเสริมสุนทรียภาพและศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางด้านนาฏศิลป์ไทยและการแสดง กิจกรรมสืบสาน วัฒนธรรมไทยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมโรงเรียนศีล 5 กิจกรรมการสอบธรรมศึกษา กิจกรรมนักเรียนไทยใจอาสา กิจกรรมวันคริสมาสต์ กิจกรรมวันไหว้ครูกิจกรรมประชุมนักเรียนระดับชั้น กิจกรรม เชิดชูเกียรตินักเรียนดีศรีนายโรง รวมถึงกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนาต่าง ๆ และกิจกรรมในวันสำคัญ ของสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นต้น กิจกรรมสภานักเรียน กิจกรรมโรงเรียนศีล 5 กิจกรรมการสอบธรรมศึกษา กิจกรรม ก้าวแรกสู่ฝัน สานสัมพันธ์พี่น้องนายโรง กิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


๗๒ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 กิจกรรมเตรียมความพร้อมนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 กิจกรรมส่งเสริมสุนทรียภาพด้านศิลปะ กิจกรรมถวายเทียนจำนำพรรษา กิจกรรมวันไหว้ครู ผลการดำเนินงาน ในด้านผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ผู้เรียนสามารถอ่านออกและอ่านคล่องตามมาตรฐานการอ่าน ในแต่ละระดับชั้น สามารถเขียนสื่อสารได้ รู้จักการวางแผนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ตามหลักประชาธิปไตย กล้าแสดงออก และแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์ได้อย่างสร้างสรรค์ สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการ สืบค้นได้ด้วยตนเองอยู่ในระดับยอดเยี่ยม และผลการทดสอบระดับชาติเป็นไปตามเกณฑ์ระดับคุณภาพดี รวมทั้ง สามารถวิเคราะห์ จําแนกแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดี สำคัญ จําเป็น รวมทั้งรู้เท่าทันสื่อและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้เรียนรู้และตระหนักถึงความต้องการ ผู้เรียนรู้ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของสิ่งเสพติดต่าง ๆ เลือกรับประทาน อาหารที่สะอาดและมีประโยชน์ รักการออกกําลังกาย ผู้เรียนทุกคนสามารถเล่นกีฬาได้อย่างน้อยคนละหนึ่งประเภท และยอมรับในกฎกติกาของกลุ่มของสถานศึกษาและของสังคม มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและให้เกียรติผู้อื่นและยอมรับ ความแตกต่างระหว่าง บุคคลและระหว่างวัย ทั้งนี้มีผลการดําเนินงานเชิงประจักษ์จากการประเมินด้านต่าง ๆ ดังนี้ ๑) ผู้เรียนมีความสามารถและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับ ในระดับ ๓ ขึ้นไป ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษา ๒๕๖3 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในแต่ละ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตั้งแต่ ๓.๐๐ ขึ้นไป ดังนี้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จำนวน 727 คน คิดเป็นร้อยละ 65.85 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 551 คน คิดเป็นร้อยละ 49.9๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 565 คน คิดเป็นร้อยละ 51.18 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จำนวน 794 คน คิดเป็นร้อยละ 71.92 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 997 คน คิดเป็นร้อยละ 90.3๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ จำนวน 1,079 คน คิดเป็นร้อยละ 97.7๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ จำนวน 912 คน คิดเป็นร้อยละ 82.61 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ จำนวน 831 คน คิดเป็นร้อยละ 75.27 โดยมีรายละเอียดดังตาราง


๗๓ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 ตารางแสดงจำนวนและร้อยละของนักเรียน จำแนกตามระดับผลการเรียนเฉลี่ยและกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับ ผลการเรียน เฉลี่ย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ ๓.๕๐ – ๔.๐๐ 502 45.47 370 33.51 276 25.00 555 50.27 ๓.๐๐ – ๓.๔๙ 225 20.38 181 16.39 289 26.18 239 21.65 ๒.๕๐ – ๒.๙๙ 167 15.13 182 16.49 222 20.11 152 13.77 ๒.๐๐ – ๒.๔๙ 105 9.51 161 14.58 190 17.21 99 8.97 ๑.๕๐ – ๑.๙๙ 70 6.34 123 11.14 100 9.06 42 3.80 ๑.๐๐ – ๑.๔๙ 32 2.90 69 6.25 24 2.17 17 1.54 ๐.๐๐ – ๐.๙๙ 3 0.27 18 1.63 3 0.27 0 0.00 รวม 1,104 ๑๐๐.๐๐ 1,104 ๑๐๐.๐๐ 1,104 ๑๐๐.๐๐ 1,104 ๑๐๐.๐๐ ระดับ ผลการเรียน เฉลี่ย กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ ๓.๕๐ – ๔.๐๐ 818 74.09 974 88.22 705 63.86 552 50.00 ๓.๐๐ – ๓.๔๙ 179 16.21 105 9.51 207 18.75 279 25.27 ๒.๕๐ – ๒.๙๙ 79 7.16 16 1.45 119 10.78 156 14.13 ๒.๐๐ – ๒.๔๙ 19 1.72 8 0.72 37 3.35 84 7.61 ๑.๕๐ – ๑.๙๙ 6 0.54 1 0.09 18 1.63 23 2.08 ๑.๐๐ – ๑.๔๙ 2 0.18 0 0.00 18 1.63 10 0.91 ๐.๐๐ – ๐.๙๙ 1 0.09 0 0.00 0 0.00 0 0.00 รวม 1,104 ๑๐๐.๐๐ 1,104 ๑๐๐.๐๐ 1,104 ๑๐๐.๐๐ 1,104 ๑๐๐.๐๐ หมายเหตุ: นักเรียนพักการเรียนจำนวน 2 คน นักเรียนลาออกจำนวน 1 คน ตารางแสดงจำนวนและร้อยละของนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนเฉลี่ย ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ตั้งแต่ ๓.๐๐ ขึ้นไป จำแนกตามระดับชั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวนนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนเฉลี่ยตั้งแต่ ๓.๐๐ ขึ้นไป ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ร้อยละ รวม ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ภาษาไทย 144 116 113 90 129 135 727 65.85 คณิตศาสตร์ 109 86 114 98 96 48 551 49.91 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 55 105 68 117 109 111 565 51.18 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 98 126 149 136 124 161 794 71.92 สุขศึกษาและพลศึกษา 166 165 176 177 167 146 997 90.31 ศิลปะ 180 185 188 184 176 166 1079 97.74 การงานอาชีพ 158 140 154 165 147 148 912 82.61 ภาษาต่างประเทศ 143 132 105 165 160 126 831 75.27 หมายเหตุ: นักเรียนพักการเรียนจำนวน 2 คน นักเรียนลาออกจำนวน 1 คน


๗๔ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ตั้งแต่ ๓.๐๐ ขึ้นไป ๒) ผลการดำเนินงานส่งเสริม ความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการคิดคำนวณ สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่ตรงตามศักยภาพของผู้เรียน มีกระบวนการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งรูปแบบระดมสมอง แบบลงมือปฏิบัติจริง และรูปแบบอื่น ๆ อย่างหลากหลาย แม้ว่าในช่วงการเรียนผ่านระบบออนไลน์ ครูได้ใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมได้เสมือนอยู่ในห้องเรียนจริง อีกทั้งมีการใช้สื่อ เทคโนโลยีในการเรียนการสอนและการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอย่างหลากหลายตามสภาพจริง ผลจากการ ส่งเสริมและพัฒนาความสมารถทุกด้านของผู้เรียน ส่งผลทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากผลการทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) ปีการศึกษา ๒๕๖3 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเขตพื้นที่การศึกษา ของสังกัด ของจังหวัด และของประเทศ ในทุกวิชา ทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ร้อยละ ๑๐๐ โดยมีนักเรียนบางส่วนได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวน นอกจากนี้ผู้เรียนทุกคนยังมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสุนทรียภาพตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในปีการศึกษา ๒๕๖3 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีนักเรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป จำนวน ๑,104 คน คิดเป็นร้อยละ 99.55 โดยมีรายละเอียดดังตาราง ตารางแสดงจำนวนนักเรียน จำแนกตามผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน และระดับชั้น ระดับชั้น จำนวนนักเรียน (คน) ทั้งหมด ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๑๘๖ 184 2 ๐ 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๒ 186 181 0 ๐ 5 มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๑๘๘ ๑๘8 ๐ 0 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑84 184 ๐ ๐ 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๕ 181 181 ๐ ๐ ๐ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๑๗๙ 179 0 ๐ ๐ รวม ๑,๑๐๔ ๑,๐๙๗ ๒ ๐ ๕ ร้อยละ 100.00 99.37 0.18 0.00 0.45 หมายเหตุ: นักเรียนพักการเรียนจำนวน 2 คน นักเรียนลาออกจำนวน 1 คน


๗๕ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของนักเรียน จำแนกตามผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป จำแนกตามระดับชั้น


๗๖ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 ในปีการศึกษา ๒๕๖3 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีนักเรียนที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป จำนวน ๑,๐98 คน คิดเป็นร้อยละ 99.46 โดยมีรายละเอียดดังตาราง ตารางแสดงจำนวนนักเรียน จำแนกตามผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์และระดับชั้น ระดับชั้น จำนวนนักเรียน (คน) ทั้งหมด ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๑๘๖ 186 0 0 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๑86 ๑๘๐ 0 6 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๑๘๘ 188 0 0 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑84 184 0 0 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๕ ๑81 181 0 0 0 มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๑๗๙ 179 0 0 0 รวม ๑,104 ๑,๐98 0 6 0 ร้อยละ 100.00 99.46 0.00 0.54 0.00 หมายเหตุ: นักเรียนพักการเรียนจำนวน 2 คน นักเรียนลาออกจำนวน 1 คน แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของนักเรียน จำแนกตามผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์


๗๗ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป จำแนกตามระดับชั้น ในปีการศึกษา ๒๕๖3 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ที่มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๕ ด้านในภาพรวม ตั้งแต่ระดับดี จำนวน ๓๖๗ คน คิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐.๐๐ และมีผลการประเมินในแต่ละสมรรถนะตั้งแต่ระดับดี/ผ่านขึ้นไป ดังนี้ ด้านความสามารถในการสื่อสาร จำนวน ๓๖๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ด้านความสามารถในการคิด จำนวน ๓๖7 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 ด้านความสามารถในการแก้ปัญหา จำนวน ๓๖๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต จำนวน ๓๖๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยี จำนวน ๓๖๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ โดยมีรายละเอียดดังตาราง ตารางแสดงจำนวนและร้อยละของนักเรียน จำแนกตามผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ระดับคุณภาพ รวม ดีมาก/ผ่านขั้นสูง ดี/ผ่าน ปรับปรุง/ไม่ผ่าน จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ จำนวน นักเรียน (คน) ร้อยละ ด้านความสามารถในการสื่อสาร 2๙๐ ๗๙.๐๒ ๗๗ ๒๐.9๘ ๐ 0.00 ๓๖๗ ๑๐๐.๐๐ ด้านความสามารถในการคิด ๓๔๒ ๙๒.๑๙ ๒๕ 6.๘๑ 0 0.00 ๓๖๗ ๑๐๐.๐๐ ด้านความสามารถในการแก้ปัญหา ๓๒๔ ๘๘.๒๘ ๔๓ ๑๑.๗2 ๐ 0.00 ๓๖๗ ๑๐๐.๐๐ ด้านความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๓๔๙ ๙๕.๑๐ ๑๘ ๔.9๐ ๐ 0.00 ๓๖๗ ๑๐๐.๐๐ ด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๓๔๐ ๙๒.๖๔ ๒๗ ๗.๓๖ ๐ 0.00 ๓๖๗ ๑๐๐.๐๐


๗๘ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของนักเรียนที่มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตั้งแต่ระดับดี/ผ่านขึ้นไป จำแนกตามสมรรถนะ ตารางแสดงจำนวนนักเรียน จำแนกตามผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในภาพรวม ระดับคุณภาพ จำนวนนักเรียน (คน) ร้อยละ ดีเยี่ยม ๒๘๙ ๗๘.๗๕ ดี ๕๒ ๑๔.๑๗ พอใช้ ๙ ๒.๔๕ ปรับปรุง ๑๗ ๔.๖๓ รวม ๓๖๗ ๑๐๐.๐๐ แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของนักเรียนจำแนกตามผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในภาพรวม


๗๙ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 ในปีการศึกษา ๒๕๖3 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนมัธยม วัดนายโรงมีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) เฉลี่ยอยู่ในระดับมาตรฐานของสถานศึกษา ใกล้เคียงกับปีการศึกษา ๒๕๖๑ และปีการศึกษา ๒๕๖2 มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัดในวิชาของระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยมีรายละเอียดดังตาราง ตารางแสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) เฉลี่ย ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖1 – ๒๕๖3 วิชา ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) เฉลี่ย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ปีการศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖3 ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖3 ภาษาไทย ๖๗.๐๓ ๖๔.๙๗ 67.63 ๖๐.๑๗ ๕๔.๕๔ 55.98 คณิตศาสตร์ ๔๗.๖๘ ๔๐.๓๗ 44.40 ๔๙.๖๖ ๓๘.๐๙ 38.05 วิทยาศาสตร์ฯ ๔๑.๗๓ ๓๔.๑๖ 37.06 ๓๖.๔๓ ๓๓.๔๗ 40.24 สังคมศึกษาฯ – – – ๓๘.๖๔ ๔๑.๑๔ 39.42 ภาษาอังกฤษ ๕๒.๙๗ ๖๐.๘๒ 69.00 ๖๔.๖๒ ๕๗.๒๕ 55.61 แผนภูมิแท่งแสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) เฉลี่ย ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เปรียบเทียบปีการศึกษา ๒๕๖1 – ๒๕๖3


๘๐ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 แผนภูมิแท่งแสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) เฉลี่ย ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เปรียบเทียบปีการศึกษา ๒๕๖1 – ๒๕๖3 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันทักษะกีฬาบาสเกตบอลนักเรียน ชิงแชมป์ประเทศไทย กรมพลศึกษา รุ่น 14 ปีชาย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันทักษะกีฬาบาสเกตบอลนักเรียน ชิงแชมป์ประเทศไทย กรมพลศึกษา รุ่น 1๖ ปีชาย รางวัลระดับเหรียญทองแดง การประกวดภาพยนตร์สั้น (Short Film) ประจำปี 2563 หัวข้อ “ครูดี..ที่รัก” รางวัลชมเชย การแข่งขันโต้วาทีเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


๘๑ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 รางวัลเยาวชนพุทธศาสนิกชน ผู้มีความประพฤติดี ประพฤติชอบ ตั้งมั่นในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รางวัลเด็กดีของแผ่นดินขั้นพื้นฐาน (Z–iDol)


๘๒ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 จุดเด่น ๑) ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์และการคิดคำนวณ ได้เป็นอย่างดี ๒) ผู้เรียนมีทักษะในการอ่านคิดวิเคราะห์ และการคิดคำนวณ ส่งผลทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O–NET) ปีการศึกษา ๒๕๖3 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเขตพื้นที่ การศึกษา ของสังกัด ของจังหวัด และของประเทศในทุกวิชา ทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๓) ผู้เรียนได้แสดงออกถึงความสามารถในการนำความรู้ ความสามารถ คิดค้นนวัตกรรม แนวความคิดใหม่ ๆ สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ได้อย่างสร้างสรรค์ และสามารถปรับปรุงงานเดิมให้ดีขึ้น ๔) ผู้เรียนมีสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีที่ดี สารถเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างดี สังเกตได้จากร้อยละ ของนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ตั้งแต่ ๓.๐๐ สูงขึ้นกว่าปีการศึกษา 2562 ถึง 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๔) ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และแสดงออกถึงพฤติกรรมต่าง ๆ อย่างเหมาะสม สังเกตได้จากร้อยละ ของนักเรียนที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป สูงขึ้นกว่าปีการศึกษา 2562 อีกทั้งมี ผู้เรียนที่ได้รับรางวัลด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์จำนวนมาก จุดควรพัฒนา ๑) จัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ส่งเสริมด้านสุขภาวะ และสมรรถภาพทางกาย ๒) จัดกิจกรรมเพิ่มเติมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดี ต่อความเป็นไทย โดยให้ผู้เรียนดำเนินโครงการและ กิจกรรม ด้วยตนเองให้ผู้เรียนสร้างเอกลักษณ์ไทย และเอกลักษณ์นายโรง ๓) จัดกิจกรรมให้มีความหลากหลายมากขึ้น และสนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับหน่วยงาน ภายนอกสถานศึกษามากขึ้น ๔) ส่งเสริมให้ครูมีความสามารถในการให้คำปรึกษากับนักเรียนเฉพาะด้าน เช่น นักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่จะมีภาวะ ซึมเศร้า หรือจัดให้มีนักจิตวิทยาประจำสถานศึกษา นวัตกรรม / การปฏิบัติที่เป็นเลิศ นวัตกรรมในด้านคุณภาพของผู้เรียน เป็นนวัตกรรมที่สถานศึกษาพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลช่วยเหลือและกำกับ ติดตามผู้เรียนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ให้สามารถเรียนรู้ ได้เต็มศักยภาพเหมือนสภาวะปกติ นวัตกรรมดังกล่าว คือ “ปรับโรงเรียน เปลี่ยนเป็น H.O.M.E.” เป็นนวัตกรรม ด้านการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนอยู่บ้าน เรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ บริหารจัดการ ตนเองได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพื่อให้ ครูที่ปรึกษาติดต่อและกำกับติดตามนักเรียนใหม่ก่อนเปิดภาคเรียน มอบหมายงานการอ่าน การมีจิตอาสา ต่อครอบครัวและสังคมทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนบันทึกสาระงานแบบย่อที่ครูมอบหมาย ส่งงานครูผ่านระบบ ออนไลน์ เพื่อเสริมทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนโดยครูชาวต่างชาติเจ้าของภาษาผ่านระบบออนไลน์ และ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการและการดูแลสุขภาพตนเองและบุคคลในครอบครัวให้กับผู้เรียนผ่นระบบออนไลน์


๘๓ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 การออกแบบโครงการใช้กรอบแนวคิด TPACK คือ ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) ความรู้ด้านวิธีการสอน (Pedagogical Knowledge) และความรู้ด้านเนื้อหา (Content Knowledge) กระบวนการ ดำเนินการทั้งสถานศึกษา (Whole School Approach) และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ได้แก่ คณะกรรมการ สถานศึกษาขึ้นพื้นฐาน และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง มีการดำเนินการ ๓ ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ ๑ การเตรียมความพร้อม มีการประชุมหารือ ระดมความคิดจาก คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง คณะกรรมการบริหารโรงเรียน และคณะกรรมการ งานกิจการนักเรียน แต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบโครงการ โดยดำเนินการใน ๒ ด้าน คือ ๑.๑ ความพร้อมด้านเทคโนโลยีของนักเรียน ๑.๒ ความพร้อมในการสอนออนไลน์ของครู ขั้นที่ ๒ กระบวนการ ดำเนินโครงการ โดยดำเนินการ ๒ ด้านคือ ๒.๑ การจัดทำหลักสูตร: จัดทำหลักสูตรโดยคณะกรรมการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตรวจสอบโดย ทีมงานนิเทศ ได้แก่ หัวหน้างาน Semi–International หัวหน้าระดับชั้น หัวหน้างานกิจการนักเรียน และได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดนายโรง แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ ๑. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๒. การทบทวนภาษาอังกฤษ ๓.กิจกรรมนันทนาการ ๒.๒ การจัดการเรียนการสอน: การจัดการเรียนการสอน H.O.M.E. PROGRAM เป็นการสอนออนไลน์ โดยใช้ Google Classroom ร่วมกับ Google Meet และ Application เสริมการสอนอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ การจัดการเรียนการสอนน่าสนใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด ขั้นที่ ๓ ผลที่เกิดขึ้นผู้เรียน ๓.๑ ผู้เรียนได้เรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ๓.๒ ผู้เรียนมีสุขภาวะที่ดี ได้ออกกำลังกาย และมีสุขภาพดี ๓.๓ ผู้เรียนสามารถเป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับผู้อื่นได้ ๓.๔ ผู้เรียนมีทักษะชีวิต สามารถใช้ชีวิตตามหลัก New Normal และดูแลตนเองให้ปลอดภัยได้ กรอบแนวคิดกิจกรรม H.O.M.E. Program ภายใต้นวัตกรรม “ปรับโรงเรียน เปลี่ยนเป็น H.O.M.E.”


๘๔ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 จุดเด่นและการเป็นแบบอย่างได้ ๑ . เป็ น น วั ต ก รรม ที่ ส าม ารถ ใช้ ได้ ใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และผลการดำเนินงาน เป็นข้อมูลเพื่อเตรียมการ และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ ในช่วงเปิดภาคเรียน ได้เป็นอย่างดี สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ๒. หลักสูตรตอบสนองวัตถุประสงค์และ หลักสูตรสถานศึกษา ๓. สามารถนำนวัตกรรม H.O.M.E.PROGRAM ไปประยุกต์ใช้กับสถานศึกษาอื่น เพื่อหาแนวทางการเลือก เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนตามบริบทของสถานศึกษา ๔. การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีอยู่เสมอ ทันการเปลี่ยนแปลง สามารถพัฒนากระบวนการเรียนการสอนได้ เสมือนการจัดการเรียนในห้องเรียนจริง ๕. นวัตกรรม H.O.M.E PROGRAM. สามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครู นักเรียนได้อย่างดี และ จัดการเรียนการสอนได้เสมือนยกสถานศึกษาไปไว้ที่บ้าน ตัวอย่างผลงานนักเรียนที่เกิดจากกิจกรรม H.O.M.E. Program ภายใต้นวัตกรรม “ปรับโรงเรียน เปลี่ยนเป็น H.O.M.E.” อนึ่งนวัตกรรม “ปรับโรงเรียน เปลี่ยนเป็น H.O.M.E.” ยังได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุน สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงได้ร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการ จัดประชุมขยายผลและเสวนาในหัวข้อ การดำเนินโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางพัฒนา ทั้งระบบ (Healthy School: The Whole System Approach) อีกด้วย การประชุมขยายผลและเสวนาการดำเนินโครงการโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาวะตามแนวทางพัฒนาทั้งระบบ


๘๕ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 ๓.๒ มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ: ยอดเยี่ยม กระบวนการพัฒนา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีการจัดโครงสร้างและระบบการบริหารองค์กรอย่างเป็นระบบ โดยยึด หลักการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วม โดยแบ่งโครงสร้างการบริหารออกเป็น 3 กลุ่มบริหาร ภายใต้ การบริหารงานของผู้อำนวยการวันทนา ชูช่วย ประกอบด้วย กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารงบประมาณ และทรัพยากรบุคคล และกลุ่มบริหารทั่วไปและกิจการนักเรียน และแบ่งโครงสร้างการบริหารออกเป็น ๖ กลุ่มบริหาร ภายใต้การบริหารงานของผู้อำนวยการเจนการณ์ เพียงปราชญ์ ประกอบด้วยกลุ่มบริหารวิชาการกลุ่มบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารงบประมาณ กลุ่มบริหารทั่วไปและงานธุรการ กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนและภาคีเครือข่าย และ กลุ่มบริหารอาคารและยานพาหนะ สถานศึกษามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ และความอิสระคล่องตัวในการ บริหารงานภายใต้การกำกับของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนศิษย์เก่า ผู้แทนองค์กรชุมชน และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง โดยเครือข่าย ผู้ปกครองซึ่งมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับรู้แผนการดำเนินงานต่าง ๆ ของสถานศึกษา รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อให้ความเห็นชอบ มีการจัดระบบ ตรวจสอบและถ่วงดุลทุกส่วนงาน ส่งผลให้สถานศึกษา ได้รับความร่วมมือจากครู บุคลากร นักเรียน ชุมชน ผู้ปกครอง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผู้รับบริการและผู้เกี่ยวข้อง มีความพึงพอใจในการบริหารจัดการสถานศึกษา และการพัฒนาผู้เรียนตามจุดมุ่งหมายของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงได้ดําเนินการวิเคราะห์สภาพปัญหาผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมา โดยการศึกษาข้อมูล สารสนเทศจากผลการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาตามนโยบายการ ปฏิรูปการศึกษา และจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากบุคคลากรในสถานศึกษาเพื่อวางแผนร่วมกัน กําหนด ยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์พันธกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน มีการปรับแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจําปีการศึกษา ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา สภาพสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนความต้องการในการพัฒนาและนโยบายการปฏิรูปการศึกษาระดับชาติ พร้อมทั้ง จัดหาทรัพยากร จัดสรรงบประมาณ มอบหมายงานให้ผู้รับผิดชอบ ดําเนินการพัฒนาตามแผนงานเพื่อให้บรรลุ เป้าหมายที่กําหนดไว้ มีการดําเนินการนิเทศ กํากับ ติดตาม ประเมินผลการดําเนินงาน และสรุปผลการดําเนินงาน มีการจัดระบบการบริหารตามแผนผังขององค์กร การปฏิบัติงานตามขอบเขตหน้าที่ของบุคลากรและระบบ การปฏิบัติงาน มีปฏิทินการปฏิบัติงานชัดเจน บุคลากรทุกระดับเข้าใจภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานไม่ซ้ำซ้อน มีบรรยากาศการปฏิบัติงานที่ดี ผู้บริหารให้ความสําคัญ ในการประชุม อบรม สัมมนา และการพัฒนาตนเอง ตามความต้องการของบุคลากรแต่ละบุคลและความต้องการ ของหน่วยงานต้นสังกัด มีการจัดส่งครูและบุคลากร เข้าร่วมการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการทํางานตามที่ รับผิดชอบ มีการดําเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินงาน ดังโครงการ


๘๖ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน การประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง การประชุมสมาคมผู้ปกครองและครู การประชุมภาคี 4 ฝ่าย การประชุมครูและบุคลากร การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา โครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหาร เช่น กิจกรรมการฝึกอบรมและ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้บริหารพัฒนาภาวะผู้นำ บริหารจัดการเชิงระบบ มีความรู้ และทักษะกระบวนการ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา กิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้มี และเลื่อนวิทยฐานะ กิจกรรมการศึกษาดูงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา กิจกรรมการอบรมพัฒนา ยกระดับ สมรรถนะสายการสอน บุคลากรทางการศึกษา กิจกรรมสรรหา คัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาดีเด่น กิจกรรมการพัฒนาการส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของลูกจ้างประจำและลูกจ้าง ชั่วคราว และงานสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น กิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ โดยการใช้เทคโนโลยี Google Classroom เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและเป็นเครื่องมือพัฒนาข้าราชการครู การประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในการขอมีวิทยฐานะชำนาญการตามเกณฑ์ ว.17/2552


๘๗ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 การตรวจสอบและกลั่นกรองข้อมูลข้าราชการครูเพื่อขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะตามเกณฑ์ ว.21/2560 การอบรมการสร้างแบบทดสอบ ตามแนวข้อสอบแข่งขันทางวิชาการนานาชาติ การอบรมผู้กำกับลูกเสือสามัญและ สามัญรุ่นใหญ่ ขั้นความรู้เบื้องต้น (B.T.C.) การอบรมพัฒนาสมรรถนะครูแกนนำ ด้านการวัดและประเมินผลทางการศึกษา งานขวัญและกำลังใจ โครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์และภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร เช่น กิจกรรมแนะแนวสัญจร กิจกรรม พัฒนาระบบประกันคุณภาพการจัดการศึกษา กิจกรรมแผนประชาสัมพันธ์ ช่องทางการสื่อสาร การเผยแพร่ข้อมูล ขององค์กร กิจกรรม Open House ประชาสัมพันธ์และแนะนำโครงการภาคภาษาอังกฤษ กิจกรรมพัฒนาระบบ การสื่อสารผ่านสื่อที่หลากหลายและทันสมัยกับบุคลากร สมาคมศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ชุมชนและสาธารณชน งานจัดทำคู่มือนักเรียน กิจกรรมประชุมผู้ปกครองนักเรียน กิจกรรมประสานความร่วมมือเครือข่าย และกิจกรรม การจัดอบรมครูที่ปรึกษา เป็นต้น 0.1 กิจกรรมแนะแนวสัญจร กิจกรรม Open House ประชาสัมพันธ์และแนะนำโครงการภาคภาษาอังกฤษ


๘๘ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 โครงการพัฒนาหลักสูตรกระบวนการจัดการเรียนรู้ครูและบุคลากร สู่ศตวรรษที่ ๒๑ เช่น กิจกรรม พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการการเรียนรู้ที่เน้นรูปแบบ i–STEM Innovation–Based กิจกรรมพัฒนา หลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาระบบการวัดและทดสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียน กิจกรรมระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียน กิจกรรมติดตามผลนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และ ๖ กิจกรรมอบรม พัฒนาด้านบริการสนเทศ กิจกรรมอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาครูและบุคลากรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กิจกรรมอบรมพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ STEM การใช้ Google Classroom และการออกแบบ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพของครูผู้ช่วยอย่างเข้ม กิจกรรม การทดสอบสมิทธิผลภาษาอังกฤษสำหรับครู และกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้านการใช้ภาษาอังกฤษ เป็นต้น การอบรมพัฒนาการใช้ Google Classroom สื่อเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ใหม่ และการออกแบบการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาหลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี โครงการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการพัฒนาสถานศึกษา เช่น กิจกรรมพัฒนาสมรรถนะ ด้านการจัดการเรียนรู้ การศึกษาดูงานและเข้าร่วมประชุมสัมมนา จัดทำบันทึกข้อตกลงระดับนานาชาติกับสถาบัน ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมพัฒนาวิชาการสื่อทรัพยากรการเรียนการสอนและบุคลากรร่วมกัน กิจกรรม พัฒนาระบบการเผยแพร่นวัตกรรมในรูปแบบการให้การศึกษาดูงาน (การหาความร่วมมือระดมทุนและหารายได้) เป็นต้น การประชุมสัมมนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ผ่านห้องเรียนบนโลกดิจิทัลและเครือข่ายการเรียนรู้นานาชาติ การประชุมร่วมกับ สมาคม EIS แห่งประเทศไทย การประชุมร่วมกับสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา การประชุมร่วมกับคณะสงฆ์ จากบังคลาเทศ


๘๙ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสถาบันต่าง ๆ โครงการพัฒนาระบบ ICT และระบบสารสนเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าในศตวรรษที่ 21 และเอื้อต่อกระบวนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา เช่น กิจกรรมปรับปรุง พัฒนาระบบ ICT Network & Hi-speed internet และ infrastructure งานพัฒนาระบบ SRP เพื่อการจัดการทรัพยากร และการปฏิบัติงาน งานจัดซื้อโปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ กิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี เพื่อการจัดการศึกษาทางไกลผ่านระบบออนไลน์ และงานพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ ผ่านระบบ ICT new media e–Learning & Online เป็นต้น กิจกรรมเตรียมความพร้อมครูและบุคคลกร ด้านเทคโนโลยี การพัฒนาระบบเทคโนโลยีภายในสถานศึกษา โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ อาคารสถานที่และภูมิทัศน์ เช่น งานจัดสภาพแวดล้อมอาคาร สถานที่ สนามกีฬา ยิมส์และนันทนาการที่ได้มาตรฐาน และปลอดภัย งานปรับปรุงอาคาร สถานที่ พื้นที่ ภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัย สะอาด เพียงพอและเหมาะสม งานพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ และห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ งานพัฒนาศูนย์การเรียนรู้คณิตศาสตร์ งานพัฒนาศูนย์การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ห้องอาเซียน) งานปรับปรุงอัฒจรรย์ เสาหุ้มนวม และตาข่ายบังลูกบอลพร้อมเสายืด ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย งานพัฒนาศูนย์ฝึกประสบการณ์อาชีพช่างเสริมสวย งานปรับปรุงห้องศูนย์การเรียนรู้ ภาษาฝรั่งเศส งานปรับปรุงห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น งานปรับปรุงห้องศูนย์การเรียนรู้ภาษาเยอรมัน งานพัฒนาศูนย์การเรียนรู้กลุ่มบริหารวิชาการ และ านปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค วิธีการใช้สอย การจราจรให้ สะดวก เหมาะสมเพียงพอ และปลอดภัย เป็นต้น


๙๐ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 การลงนามสัญญางานจัดจ้างเหมาทาสีอาคารเรียน งานล้างและเติมน้ำยาเครื่องปรับอากาศ งานพัฒนาระบบสาธารณูปโภค งานดูดสิ่งปฏิกูล โครงการพัฒนาสื่อ วัสดุ และอุปกรณ์ เพื่อให้เอื้อต่อการบริหารจัดการ การจัดการศึกษา และ การปฏิบัติงาน ที่มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน สามารถสนับสนุนการ ปฏิบัติหน้าที่ของครูและบุคลากรเพื่อเอื้อต่อการพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น กิจกรรมพัฒนาสื่อ วัสดุ ครุภัณฑ์ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และกลุ่มงาน เป็นต้น สื่อการเรียนรู้ Board Game เรื่อง จำนวนเชิงซ้อน ออกแบบและพัฒนาโดยครูเจริญ ปิยนาวิน สื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน สื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สื่อการเรียนรู้ศิลปะ


๙๑ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 ผลการดำเนินงาน ๑) ผลจากกระบวนการบริหารที่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ เป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแผนยุทธศาสตร์ชาติแผนการศึกษาระดับชาติ และสอดคล้องกับความต้องการ ของชุมชนและท้องถิ่น และการบริหารที่แบ่งโครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจน มีการจัดวางตัวบุคลากร เข้าปฏิบัติงาน ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับภาระงาน มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานต่าง ๆ นำมาปรับปรุงการทำงาน การปฏิบัติงานผู้บริหารสามารถปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล โดยใช้หลักการบริหารแบบส่วนร่วม ทำให้สามารถบริหารจัดการการศึกษาให้บรรลุเป้าหมาย ตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ ผู้บริหารให้คำแนะนำ คำปรึกษาทางวิชาการและเอาใจใส่ การจัดการศึกษา เต็มศักยภาพ และเต็มเวลา ส่งผลให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชนพึงพอใจผลการบริหารการจัดการศึกษา ๒) สถานศึกษามีการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดกันระหว่างคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง เครือข่ายระดับห้องเรียน มีหัวหน้างานเครือข่ายภายในสถานศึกษาเป็นผู้ประสานงานให้เกิดความราบรื่น ในการดำเนินงาน ๓) สถานศึกษามีการสร้าง ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีแหล่งเรียนรู้ หลากหลายเพื่อสนองความต้องการของผู้เรียน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอก ตลอดจนช่วยเหลือชุมชนและสังคม จุดเด่น ๑) การบริหารแบ่งโครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจน มีการจัดวางตัวบุคลากรเข้าปฏิบัติงาน มีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับภาระงาน การวางแผนและดำเนินงานตามวงจร PDCA การปฏิบัติงานผู้บริหารสามารถ ปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ส่งผลให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน พึงพอใจผลการบริหารการจัดการศึกษา ๒) ผลการดำเนินงานพัฒนา ส่งผลให้โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงมีการบริหารงานวิชาการที่เน้นคุณภาพ ของผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ ครบถ้วนตามเกณฑ์มาตรฐาน การศึกษา ๓) สถานศึกษามีกระบวนการกำกับติดตามที่ดีผ่านนวัตกรรม “One–Stop Cloud Supervising” ช่วยให้ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปี อีกทั้งการดำเนินงานมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ๔) ครูและบุคลากรตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ มีการจัดทำรายงานการปฏิบัติงานและผลการประเมินตนเอง (Self–Assessment Report) ทุกภาคเรียนและปีการศึกษา เพื่อประเมินตนเองและนอกจากนี้ยังได้มีการ ประเมินผลการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรโดยหัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้และเพื่อนร่วมวิชาชีพ เพื่อให้ครูได้นำผลการประเมินที่ได้ไปพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับวิชาชีพของตนให้มีประสิทธิภาพ ๕) สถานศึกษาสามารถรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายใต้ ความร่วมมืออย่างดียิ่งจากครูและบุคลากร ในการจัดการเรียนการสอนผ่านนวัตกรรม “H.O.M.E. PROGRAM” เป็นการสอนออนไลน์โดยใช้ Google Classroomและ Google Meet และ Application เสริมการสอนอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความน่าสนใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด จุดควรพัฒนา 1) ส่งเสริมรองผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารไม่มาก ให้ได้รับการพัฒนา ทักษะด้านการบริหารตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย 2) พัฒนาระบบและรูปแบบการสื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ปกครอง ชุมชน และสาธารณะ ให้มี ความรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์


๙๒ รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง ปีการศึกษา ๒๕๖3 นวัตกรรม / การปฏิบัติที่เป็นเลิศ “One–Stop Cloud Supervising” เป็ น น วัต กรรม ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการของสถานศึกษา ผ่านกระบวนการกำกับติดตามที่ดีเลิศ สามารถตรวจสอบและ ขับเคลื่อนการดำเนินงานต่าง ๆ ได้จริง ทันต่อสถานการณ์ รวมถึง มีความครบถ้วนสมบูรณ์ทุกกระบวนการในที่เดียว และสิ่งสำคัญ คือ สามารถตรวจสอบ กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนได้ง่ายผ่านระบบ ออนไลน์ ซึ่งสะดวกและเหมาะสมอย่างยิ่งในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกทั้งนวัตกรรมนี้ พัฒนาขึ้นเองโดยบุคลากรของสถานศึกษา ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ จาก Google Workspace จึงสามารถใช้งานได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของนวัตกรรมนี้ คือ เป็นนวัตกรรมแบบสองทางที่มีความสมบูรณ์ ภายใต้ฐานข้อมูลเดียว หรืออาจพูดภาษาชาวบ้านได้ว่า “ง่าย ครบ จบในที่เดียว” ผู้บริหารสามารถใช้ฐานข้อมูลนี้ ตรวจสอบงบประมาณ และผลการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาย้อนหลังได้ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ สามารถดูร่องรอยหลักฐาน และข้อมูลประกอบโดยละเอียดได้จากแถบเครื่องมือของนวัตกรรม แล้วนำข้อมูลมาใช้ ในการวางแผนการบริหารงบประมาณและการบริหารงานในอนาคต จากนั้นสามารถติดตามสถานะการปฏิบัติงาน ของทุกงานและทุกกิจกรรมในสถานศึกษาแบบเป็นปัจจุบัน พร้อมรายละเอียด ช่วยให้สามารถกำกับ ติดตาม และ ให้คำแนะนำได้อย่างทันต่อสถานการณ์ อีกทั้งสามารถใช้สารสนเทศเหล่านี้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อปรับเปลี่ยน แนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน ครูและบุคลากรจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงสารสนเทศตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม ผ่านแถบเครื่องมือในนวัตกรรมเดียวกันนี้ ช่วยให้ครูและบุคลากรสามารถตรวจสอบสถานะการปฏิบัติงานของงาน และกิจกรรมที่ตนเองและกลุ่มงานที่สังกัดได้อย่างเป็นปัจจุบัน สามารถรับคำแนะนำจากผู้บริหารได้ทันทีที่มีการ ให้คำแนะนำ และสามารถนำไปพัฒนางานของตนเองได้ทันที โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้ Cloud Technology ซึ่งทั้งผู้บริหาร ครู และบุคลากร สามารถขับเคลื่อนงานของสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะปฏิบัติหน้าที่ อยู่ ณ ที่ตั้งของตนเอง อนึ่งนวัตกรรมนี้มีการบันทึกร่องรอยและหลักฐานของทุกกระบวนการอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนข้อมูลการปฏิบัติงาน และร่องรอยการใช้จ่ายงบประมาณ อีกทั้งสามารถตรวจสอบได้ทุกเวลาจากทุกสถานที่ ส่งผลให้การบริหารงานมีความสุจริต และโปร่งใส ฐานข้อมูลของนวัตกรรม “One–Stop Cloud Supervising”


Click to View FlipBook Version