รูรูรูปรูแบบการนินิเนินิทศภายในโดยใช้ช้ชุ ช้ ชุ ช้ชุมชุชนแห่ห่ ห่ ง ห่ งการเรีรียรีรีนรู้รู้รู้ท รู้รู้ท รู้ างวิวิชวิวิาชีชีพชีชี ของสถานศึศึศึกศึษา สัสังสัสักักักัดกั สำสำสำสำนันักนันังานเขตพื้พื้พื้นพื้พื้พื้ที่ที่ ที่ ก ที่ การศึศึศึกศึษา ประถมศึศึศึกศึษาสุสุรสุสุาษฎร์ร์ธร์ร์ านีนีนีนีเขต 1 นางสาวจัจัน จั น จั ทราภรณ์ณ์ ณ์ณ์ สุสุข สุ ข สุ สวัวัส วั ส วั ดิ์ดิ์ดิ์ดิ์ หลัลัลักลั สูสูตสูสูรครุรุรุศรุาสตรมหาบับัณบับัฑิฑิฑิตฑิ สาขาวิวิชวิวิาการบริริหริริารการศึศึศึกศึษา คณะครุรุรุศรุาสตร์ร์ร์ร์มหาวิวิทวิวิยาลัลัลัยลัราชภัภัภัฏภั สุสุรสุสุาษฎร์ร์ธร์ร์ านีนีนีนี คู่คู่ คู่ มื คู่ คู่ มื คู่ อ มื อ มื การใช้ช้ ช้ช้
ข้าพเจ้า นางสาวจันทราภรณ์ สุขสวัสดิ์ นักศึกษาหลักสูตรครุ ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ บริหารการศึกษา แผน ก(2) ได้พัฒนา รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของ สถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 1 เพื่อเป็นกระบวนการในการดำ เนินการนิเทศภายใน สถานศึกษาให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศ ภายในของสถานศึกษาสังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 1 ซึ่งกรอบแนวคิดการนำ รูปแบบการนิเทศภายในโดย ใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ที่พัฒนาขึ้น ประกอบ ด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของสถานศึกษา 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กลไกการดำ เนินการ และ 4) เงื่อนไขความสำ เร็จของการใช้รูปแบบ คู่มือการใช้แบบรูปแบบ การนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 จึงเป็นแนวทางที่นำ ไปสู่การปฏิบัติและดำ เนินการนิเทศภายในสถาน ศึกษาและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนและผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องในการนิเทศภายในสถานศึกษาสามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ต่อไป คำ นำ นางสาวจันทราภรณ์ สุขสวัสดิ์ ก
รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถาน ศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 เป็นผล จากการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยการศึกษาแนวคิด และงานวิจัยเพื่อกำ หนดองค์ประของของกระบวนการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่ง การเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ผู้วิจัยได้สังเคราะห์เอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและข้อมูล จากการรายงานผลการนิเทศสภาพปัจจุบันและปัญหาการนิเทศภายในของสถาน ศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 และการ สัมภาษณ์จากศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และหัวหน้าบริหารงานวิชาการใน สถานศึกษาที่มีมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการนิเทศภายใน เพื่อการ ศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิชาชีพของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 นำ มายกร่างรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 และจัดทำ คู่มือการดำ เนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียน รู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 1 ประกอบด้วยสาระสำ คัญของคู่มือ 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำ คัญในการสร้างรูปแบบการนิเทศ ภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ตอนที่ 2 รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของ สถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ตอนที่ 3 กลไกการดำ เนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของสถานศึกษาสังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ตอนที่ 4 เงื่อนไขความสำ เร็จในการนำ รูปแบบไปใช้ คำ ชี้แ ชี้ จง ข
สารบัญ บั หน้า คำ นำ ...............................................................................................ก คำ ชี้แจง............................................................................................ข สารบัญ............................................................................................ค ตอนที่ 1 บทนำ - ความเป็นมาและความสำ คัญ..........................................1 ตอนที่ 2 รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิชาชีพ ของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 - รูปแบบ.......................................................................3 - หลักการของรูปแบบ................................................... 4 - วัตถุประสงค์ของรูปแบบ............................................. 5 ตอนที่ 3 กลไกการดำ เนินงานตามรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 - กลไกการดำ เนินงาน............................................... 6 ตอนที่ 4 เงื่อนไขความสำ เร็จ - เงื่อนไขเงื่อนไขความสำ เร็จในการนำ รูปแบบไปใช้.... 23 บรรณานุกรม............................................................................... 25 ค
ความเป็น ป็ มาและความสำ คัญ คั โลกในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี โดยเฉพาะด้าน การศึกษา การเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษาทั่วโลก มีการนำ เอา เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการศึกษาหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้เรียน เกิดทักษะและได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ การบริหาร และการ จัดการศึกษาที่มีเป้าหมายชัดเจน จะทำ ให้ระบบการศึกษา มีมาตรฐาน และมีคุณภาพ โดยเฉพาะครูผู้สอนต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการ จัดการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเสริมสร้างทักษะและกระบวนการเรียนรู้ที่ สามารถนำ ไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำ วันได้ การพัฒนาคุณภาพการ ศึกษาจำ เป็นต้องอาศัยกระบวนการปฏิบัติอย่างหลากหลาย การสร้างผู้ เรียนให้มีคุณภาพ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะวิชาการ ทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ ตลอดจนมีทักษะที่จำ เป็นในศตวรรษที่ 21 การ พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นสถานศึกษาแห่งการเรียนรู้นั้น สิ่งสำ คัญ ประการแรก คือ การพัฒนาครูผู้สอน การนิเทศภายในสถานศึกษาเป็นวิธีการหนึ่งในการพัฒนา ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของครู เพราะการนิเทศเป็นกระบวนการ ปรับปรุงการเรียนการสอนและกระตุ้นความเจริญก้าวหน้าของครูเพื่อให้ ส่งผลต่อคุณภาพทางการศึกษา เป้าหมายอยู่ที่คุณภาพของผู้เรียนโดย ผ่านครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งให้ครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใน ทางที่ดีขึ้น ซึ่งพฤติกรรมของครูย่อมส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้เรียน ต อ น ที่ 1 : บ ท นำ 1
ปัจจัยที่สำ คัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งในการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็น สถานศึกษาแห่งการเรียนรู้ก็คือการมี ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) เกิดขึ้นในสถานศึกษา นั้น ซึ่งทำ ให้ครูได้ทบทวนการปฏิบัติงานของตนเอง ทบทวนบทบาท หน้าที่ความเป็นครู และทบทวนสมรรถนะด้านต่างๆ (วิจารณ์ พานิช, 2555 : 25) จึงเป็นเครื่องมือสำ คัญที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ร่วมกันของ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในการขับเคลื่อนสถานศึกษาอย่างยั่งยืน เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา พัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนและเพิ่มคุณภาพของครู (ประวิต เอรา วรรณ์, 2562 : 87) การนำ เอาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพมาดำ เนิน การในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการบริหาร จัดการและการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งสามารถนำ มาเป็นตัวขับ เคลื่อนกระบวนนิเทศภายในสถานศึกษาให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นจุดเด่น ของการใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในการพัฒนา ผู้วิจัยจึงได้ พัฒนากระบวนการนิเทศและชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพซึ่งเป็น นโยบายสำ คัญของกระทรวงศึกษาธิการที่มีการผลักดันให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงทางด้านการบริหารสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้ของ ครูโดยนำ มาบูรณาการเข้าด้วยกันเป็นรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษา 2
รูปรูแบบการนิเนิทศภายในโดยใช้ชุช้มชุชนแห่งห่การเรียรีนรู้ทรู้างวิชวิาชีพชีของสถานศึกศึษา สังสักัดกัสำ นักนังานเขตพื้น พื้ ที่ก ที่ ารศึกศึษาประถมศึกศึษาสุรสุาษฎร์ธร์านี เขต 1 ต อ น ที่ 2 : รู ป แ บ บ 3
หลัก ลั การของรูป รู แบบ รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 1 มีหลักการมาจากการนำ กระบวนการนิเทศมา บูรณาการกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบไปด้วย 1. กระบวนการนิเทศภายใน (Supervision) ประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน ได้มาจากการสังเคราะห์เอกสารและแนวคิดกระบวนการนิเทศ ภายในของนักวิชาการ ซึ่งผู้วิจัยได้เลือกขั้นตอนที่มีความสอดคล้อง และ สรุปเป็นกระบวนการนิเทศภายใน ประกอบด้วย 1.1 เตรียมการ วางแผน (Prepare & Plan) 1.2 ดำ เนินการตามแผน (Operation) 1.3 ประเมินผล (Evaluate) 1.4 ปรับปรุง พัฒนา (Improvement & Development) 1.5 สรุปและรายงานผล (Report) 2. ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) จากสำ นักงานเลขาธิการคุรุสภา ซึ่งได้กำ หนด ลักษณะสำ คัญของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 5 ประการ ดังนี้ 2.1 การสร้างบรรทัดฐานและค่านิยมร่วมกัน (Shared values and norms) 2.2 การปฏิบัติที่มีเป้าหมายร่วมกัน คือ การเรียนรู้ของผู้ เรียน (Collective focus on students learning) 4
2.3 การร่วมมือรวมพลังของสมาชิกชุมชนวิชาชีพ (Collaboration) 2.4 การเปิดรับการชี้แนะการปฏิบัติงาน (Expert advice and study visit) 2.5 การสนทนาที่มุ่งสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Reflection dialogue) ซึ่งผู้วิจัยได้นำ หลักการของกระบวนการนิเทศและชุมชนแห่ง การเรียนรู้ทางวิชาชีพมาบูรณาการเข้าด้วยกันเป็นรูปแบบการนิเทศ ภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษา สังกัด สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราฎร์ธานี เขต 1 แบ่งออก เป็นขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ร่วมมือรวมพลัง (Collaboration : C) ขั้นตอนที่ 2 วางแผน สร้างค่านิยมร่วมกัน (Plan : P) ขั้นตอนที่ 3 มุ่งสู่การปฏิบัติ (Operation : O) ขั้นตอนที่ 4 สนับสนุนให้ยั่งยืน (Reflection : R) ขั้นตอนที่ 5 เปิดรับ ปรับปรุง (Improvement : I) ขั้นตอนที่ 6 สรุปและรายงานผล (Report : R) วัต วั ถุป ถุ ระสงค์ข ค์ องรูป รู แบบ เพื่อเป็นกระบวนการในการดำ เนินการนิเทศภายในสถานศึกษา ให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายในของ สถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 1 5
วิธีวิกธีารดำ เนินนิงานของรูปรูแบบการนิเนิทศภายในโดยใช้ชุช้มชุชนแห่งห่การเรียรีนรู้ทรู้างวิชวิาชีพชี ของสถานศึกศึษา สังสักัดกัสำ นักนังานเขตพื้น พื้ ที่ก ที่ ารศึกศึษาประถมศึกศึษาสุรสุาษฎร์ธร์านี เขต 1 ต อ น ที่ 3 : ก ล ไ ก ก า ร ดำ เ นิ น ง า น การนำ รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิชาชีพของสถานศึกษา สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 1 ไปใช้มีกลไกการดำ เนินงาน ดังนี้ 6
ขั้นตอนที่ 1 ร่วมมือรวมพลัง (Collaboration : C) ในทุกขั้นตอน ของการดำ เนินการนิเทศโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของ สถานศึกษาจะต้องเริ่มจากอาศัยการร่วมมือรวมพลังช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ของทุกคนในสถานศึกษาในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้และ สร้างสรรค์การปฏิบัติงาน ประกอบไปด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้า บริหารงานวิชาการ และครูผู้สอนทุกคนในสถานศึกษา โดยมีวิธีการ ดำ เนินการ ดังนี้ 4 การรวมตัว ร่วมมือร่วมใจ และร่วมเรียนรู้ร่วมกันของผู้บริหารสถาน ศึกษา และครูผู้สอนบนพื้นฐานความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตรมีวิสัย ทัศน์ คุณค่า เป้าหมาย และภารกิจร่วมกัน โดยทำ งาน ร่วมกันแบบทีม การเรียนรู้ที่มีครูเป็นผู้นำ ร่วมกัน และผู้บริหารเป็นผู้ดูแลสนับสนุนสู่การ เรียนรู้และพัฒนาวิชาชีพเปลี่ยนแปลงคุณภาพตนเอง สู่คุณภาพการ จัดการเรียนรู้ที่เน้นความสำ เร็จหรือประสิทธิผลของผู้เรียนเป็นสำ คัญ และความสุขของการทำ งานร่วมกันของสมาชิกในชุมชนการเรียนรู้ (กัสมัสห์ อาแด, 2561) มุ่งเน้นความเป็นชุมชนแห่งความสุข มีการร่วร่มมือรวมพลัง ด้วยความเต็มใจจากทุกฝ่าย เน้นรูปรูแบบทีมงานเป็นหลัก 1 2 3 ร่ ว ม มื อ ร ว มพลั ง ร่ ว ม มื อ ร ว มพลั ง Collaboration ขั้นตอนที่ 1 7
องค์ประกอบสำ คัญของการนิเทศ คือ เมื่อบุคลากรร่วมมือร่วมใจกัน จะทำ ให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการนิเทศ กระบวนการนิเทศ มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งการทำ งานเป็นทีมยังช่วยให้ได้ ความคิดริเริ่มใหม่ ๆ จากสมาชิกในทีมที่มีทักษะ ประสบการณ์ที่หลาก หลาย อาจทำ ให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย ในการสร้าง ทีมงานผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเข้าใจพฤติกรรมของทีมนิเทศและทำ ให้ กลุ่มคนเหล่านั้นสามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ ปัญหา และหาทางออกในการ ปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความเป็นกัลยาณมิตร เกื้อกูลกัน เพื่อให้งานบรรลุ เป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น การนิเทศที่จะประสบความสำ เร็จ ต้องมีการสร้าง ทีมที่มีความสามัคคี และมีเป้าหมายการนิเทศในทิศทางเดียวกัน ผู้บผู้ริหริาร มีกมีารบริหริารงานนิเนิทศและบริหริารบุคบุคลซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ สมาชิกชิในทีมทีดังดันี้ - มีวิมีสัวิยสัทัศทัน์ มองการไกล รู้จัรู้กจัวิธีวิกธีารขับขัเคลื่อ ลื่ นการนิเนิทศ - มีคมีวามคิดคิริเริริ่ม ริ่ ใหม่ ๆ ที่ดี ที่ ดี - มีกมีารวางแผน แบ่งบ่ภาระงานให้สห้มาชิกชิได้ทีด้มทีได้อด้ย่าย่งเหมาะสม - มีทัมีกทัษะในการสร้าร้งแรงจูงจูใจและความเชื่อ ชื่ มั่น มั่ ให้สห้มาชิกชิในทีมที -รับรัฟังฟัความคิดคิเห็น ห็ ของสมาชิกชิในทีมทีทุกทุคนอย่าย่งเท่าท่เทียทีม ทีมทีงาน ประกอบไปด้วด้ย หัวหัหน้าน้บริหริารงานวิชวิาการและครูผู้รูสผู้อน ดังดันี้ - มีคมีวามรับรัผิดผิชอบในการนิเนิทศ ที่ไที่ ด้รัด้บรัมอบหมายอย่าย่งเต็ม ต็ ที่ -ให้คห้วามร่วร่มมือมืในกระบวนการดำ เนินนิการนิเนิทศ -เปิดปิใจยอมรับรัความคิดคิเห็น ห็ ที่แ ที่ ตกต่าต่ง แนวทางการร่วร่มมือมืรวมพลังลั 8
ขั้นตอนที่ 2 วางแผน สร้างค่านิยมร่วมกัน (Plan : P) เป็นขั้นตอน ที่ผู้มีส่วนร่วมในการนิเทศจะมีการเตรียมการนิเทศ ประชุมหารือกันถึง ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนที่เป็นปัญหาสำ คัญเร่งด่วนควรแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาโดยจะระดมสมองหาความต้องการจำ เป็นในเรื่อง ที่จะต้องมีการนิเทศ รวมทั้งร่วมกันวางแผน และกำ หนดขั้นตอน การปฏิบัติงานนิเทศ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ ของครู โดยมีวิธีการดำ เนินการ ดังนี้ 1 เตรียรีมการ ประชุม วางแผน ปรึกรึษาหารือรืถึง ปัญหาเร่งร่ด่วนภายในสถานศึกษา วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย กำ หนดปัญหาในการแก้ไข การจัดการเรียรีนรู้ที่รู้ที่ เกิดขึ้นกับผู้เรียรีน มีความเชื่อมโยงให้เห็นภาพความสำ เร็จร็ ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียรีนรู้ ร่วร่มกัน 2 3 4 กำ หนดทางเลือกที่จะแก้ปัญหา ออกแบบ กำ หนดประเด็น ปฏิทิน สื่อและเครื่อ รื่ งมือในการนิเทศร่วร่มกัน วางแผน สร้างค่านิยม ร่วมกัน วางแผน สร้างค่านิยม ร่วมกัน Plan ขั้นตอนที่ 2 9
1. เตรียมการ ประชุุมวางแผน ปรึกษาหารือ ถึงปัญหาเร่งด่วนในสถาน ศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ และครูผู้สอน ร่วมกันค้นหาปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติงานภารกิจต่าง ๆ ของครู ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา ร่วมกัน วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุใด มีปัจจัยใดเข้ามา เกี่ยวข้อง มีแนวโน้มของปัญหาอย่างไร และมีผลกระทบใดที่จะเกิดขึ้น ด้วยการจัดกิจกรรมเปิดใจโดยใช้แบบสอบถามปลายเปิดเกี่ยวกับความ ต้องการนิเทศของครูผู้สอน เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาครูผู้สอน และขอความร่วมมือให้ผู้ตอบแบบสอบถามเปิดใจอย่างเต็มที่ ให้ข้อมูล ตามความเป็นจริง ครบถ้วน ตกลงกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร ยืดหยุ่น และเหมาะสม 2. วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย กำ หนดปัญหาในการแก้ไขการจัดการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ร่วมกันวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยให้เห็นภาพชัดเจน แล้วร่วมกัน กำ หนดวิสัยทัศน์ กำ หนดทิศทาง กำ หนดเป้าหมายร่วมกัน วิเคราะห์ผล สัมฤทธิ์ที่โดดเด่น และที่ต้องการได้รับการแก้ไขของการจัดการเรียนรู้ที่ เกิดขึ้นกับผู้เรียน กำ หนดปัญหาและความต้องการ พร้อมทั้งจัดลำ ดับ ความสำ คัญของปัญหาที่ต้องการแก้ไข แนวทางวางแผน สร้าร้งค่าค่นิยนิมร่วร่มกันกั 10
3. กำ หนดทางเลือกที่จะแก้ปัญหา ออกแบบ กำ หนดประเด็น ปฏิทิน สื่อ และเครื่องมือในการนิเทศร่วมกัน ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการและ ครูผู้สอน ร่วมกันวางแผน กำ หนดทางเลือก เลือกประเด็นที่ต้องการ ปรับปรุง/พัฒนา และหาแนวทางร่วมกัน กำ หนดระยะเวลาสื่อ เครื่องมือ ในการนิเทศ และจัดทำ แผนการนิเทศร่วมกันตามความเหมาะสมของ สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของสถานศึกษา 4. มีความเชื่อมโยงให้เห็นภาพความสำ เร็จในการพัฒนาคุณภาพการ จัดการเรียนรู้ร่วมกัน ในการประชุมผู้บริหารจะต้องเป็นผู้สร้างความตระหนัก และความเข้าใจเกี่ยวกับความสำ คัญที่ต้องมีการนิเทศภายในสถาน ศึกษา โดยการชี้แจงแนวทาง จุดมุ่งหมายของการนิเทศภายในให้ครูผู้ สอนทราบ และครูมีความต้องการให้นิเทศอย่างไร อีกทั้งจะต้องสร้าง แรงจูงใจให้กับครูผู้สอน และร่วมกันตั้งเป้าหมายความสำ เร็จในการ พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา แล้วจึงหาข้อตกลงร่วมกันว่าควรจะมี แนวทางในการนิเทศอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนการ นิเทศภายในสถานศึกษา 11
มุ่งสู่ การปฏิบัติ มุ่งสู่ การปฏิบัติ Operation ขั้นตอนที่ 3 ใช้กิจกรรม และวิธีการนิเทศที่มุ่งเน้น การพัฒนาการเรียรีนรู้ขรู้ องผู้เรียรีน ตามแผนที่กำ หนดไว้ มีการนิเทศร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ในเรื่องที่ครูผู้รับการนิเทศทุกคน จะต้องได้รับการนิเทศเหมือนกัน 1 2 3 4 ดำ เนินการตามปฏิทินการปฏิบัติงาน ที่ได้ตกลงร่วร่มกัน ขั้นตอนที่ 3 มุ่งสู่การปฏิบัติ (Operation : O) เป็นขั้นตอนการดำ เนินการตามแผนที่วางไว้ในแต่ละขั้นตอนอย่างเป็น ระบบ ดำ เนินการตามปฏิทินการปฏิบัติงานที่ได้ตกลงร่วมกัน และกำ หนด ไว้ในแผน โดยจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้นิเทศภายนอก เช่น ศึกษานิเทศก์ ครูผู้ร่วมนิเทศ รวมทั้งผู้นิเทศภายในสถานศึกษา เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ หัวหน้ากลุ่ม สาระ และเพื่อนครู โดยมีวิธีการดำ เนินการ ดังนี้ ประชุมซักซ้อมความเข้าใจ ก่อนการดำ เนินการนิเทศ 12
1. ประชุมซักซ้อมความเข้าใจก่อนดำ เนินการนิเทศ ก่อนดำ เนินการนิเทศตามแผนที่กำ หนดไว้ ผู้นิเทศ และ ผู้รับการนิเทศจะต้องมีการประชุมซักซ้อมความเข้าใจก่อนการนิเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจ และข้อตกลงร่วมกัน ในเรื่องของประเด็นการ นิเทศ เครื่องมือ และวิธีการนิเทศ 2.ดำ เนินการตามปฏิทินการปฏิบัติงานที่ได้ตกลงร่วมกัน ดำ เนินการตามแผนงานที่ร่วมกันกำ หนดไว้ นิเทศการ จัดการเรียนรู้ให้กับผู้รับการนิเทศ สังเกตการสอนดำ เนินการนิเทศ ตามประเด็น และปฏิทินที่กำ หนด โดยใช้สื่อ เครื่องมือที่ร่วมกัน ปรับปรุง และพัฒนาด้วยความเป็นกัลยาณมิตร โดยมุ่งสร้างความ เข้าใจ ความมั่นใจ แก้ปัญหา ชี้แนะ และเติมเต็มให้กับผู้รับการ นิเทศ แนวทางการมุ่งสู่การปฏิบัติ 13
3. ใช้กิจกรรมและวิธีการนิเทศที่มุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้ เรียนตามแผนที่กำ หนดไว้ ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นำ ในระหว่างการดำ เนินการนิเทศ ใช้รูปแบบการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่หลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ การนิเทศแบบเป็นทางการและไม่เป็น ทางการและยืดหยุ่น มุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้บริหารสถานศึกษา และทีมนิเทศได้สังเกตการจัดการเรียนรู้ ผู้นิเทศจะต้องจดบันทึกพฤติกรรมตามแบบบันทึกที่ร่วมกันกำ หนด เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แล้ว ผู้นิเทศควรบันทึกข้อเสนอ แนะสิ่งที่ควรบันทึก 2 ประการ คือ 1) จุดเด่นที่พบจากการสังเกต 2) จุดอ่อนที่ควรปรับปรุง 4. มีการนิเทศร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ในเรื่องที่ครูผู้รับการนิเทศทุกคน ต้องได้รับการนิเทศเหมือนกัน จัดกลุ่มครูที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน กลุ่มครูที่สอนวิชา/ กลุ่มสาระเดียวกันในระดับชั้นเดียวกัน กลุ่มครูที่สอนวิชา/กลุ่มสาระ เดียวกันในช่วงชั้นเดียวกัน กลุ่มครูตามลักษณะงาน ที่จะต้องได้รับ การนิเทศ แก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน สะท้อนการ จัดการเรียนรู้ ของครู ให้คำ แนะนำ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุง หรือพัฒนา การจัดการเรียนรู้ตลอดจนชื่นชม และให้ขวัญกำ ลังใจ 14
ขั้นตอนที่ 4 สนับสนุนให้ยั่งยืน (Reflection : R) เป็นขั้นตอนการ ตรวจสอบการปฏิบัติงาน รวบรวมปัญหาที่ปฏิบัติแต่ละขั้นตอน สะท้อน ผลการปฏิบัติงาน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ผู้นิเทศจะต้องประเมินโดย อาศัยหลักความยุติธรรมเป็นสำ คัญมีทักษะในการใช้เครื่องมือในการ ประเมินผลอย่างเหมาะสม โดยมีวิธีการดำ เนินการ ดังนี้ 5 4 ส นั บ ส นุ น ใ ห้ ยั่ ง ยื น ส นั บ ส นุ น ใ ห้ ยั่ ง ยื น Reflection ขั้นตอนที่ 4 แลกเปลี่ย ลี่ นเรียรีนรู้แรู้ละกระตุ้นตุ้ ให้เห้กิดกิการกระตือตืรือรืร้นร้ในการพัฒพันาตนเอง 1 2 3 ประชุมร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล หลังสังเกตการสอน 15
1. ประชุมร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลหลังสังเกตการสอน การประชุมปรึกษาหารือเพื่อข้อมูลป้อนกลับ ถือเป็นขั้นตอน ที่สำ คัญที่สุดของการสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หลังจากเสร็จ สิ้นการดำ เนินการนิเทศ ผู้นิเทศมีการประเมินผลการนิเทศของ ครูผู้สอนรายบุคคล รวบรวมปัญหา นำ จุดเด่น และจุดอ่อนที่พบ ในการนิเทศมาปรึกษา หารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันทั้ง ฝ่ายผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศ เพื่อได้วิธีการ และแนวคิดที่หลาก หลาย ทำ การวิเคราะห์ผลการนิเทศโดยอาศัยหลักความยุติธรรม และสะท้อนผลการปฏิบัติอย่างเป็นระบบตามประเด็นการนิเทศ อย่างกัลยาณมิตร และสร้างสรรค์ 2.แลกเปลี่ยนเรียนรู้และกระตุ้นให้เกิดการกระตือรือร้นในการ พัฒนาตนเอง เมื่อได้ข้อสรุปในการนิเทศ และพบปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ผู้นิเทศจะต้องนำ ประเด็นจุดเด่นที่พบในการจัดการเรียนรู้ของครูมา พูดคุย เพื่อเป็นการเสริมแรง และกระตุ้นแนวทางการพัฒนาจุดด้อย ของตนเองในการจัดการเรียนรู้ให้กับครูผู้สอน อีกทั้งให้ครูกลุ่ม สาระเดียวกัน / สายชั้นเดียวกันได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึง ปัญหา และวิธีการแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้ด้วยความเป็น กัลยาณมิตร ยืดยุ่น และผ่อนคลาย แนวทางการสนับสนุนให้ยั่งยืน 16
ขั้นตอนที่ 5 เปิดรับ ปรับปรุง (Improvement : I) เป็นขั้นตอนที่ผู้ นิเทศให้ข้อคิดเห็นในการปรับปรุง พัฒนา เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนา ตนเองของผู้รับการนิเทศ ถ้าผลการนิเทศยังไม่ดีก็จะได้นำ มาพิจารณา หาเหตุผลแล้วนำ ไปปรับปรุงแก้ไขใหม่อีกเพื่อให้มีผลการจัดการเรียนรู้ที่ ดีขึ้น โดยมีวิธีการดำ เนินการ ดังนี้ สร้างขวัญแลกำ ลังใจ ผู้นิผู้เนิทศให้ข้ห้อข้คิดคิเห็นห็ข้อข้เสนอแนะ ในการแก้ไก้ข ปรับรั ปรุงรุหรือรืพัฒพันา ผู้รัผู้ บรัการนิเนิทศมีใมีจกว้าว้งเปิดปิรับรัคำ ชี้แ ชี้ นะ จากผู้นิผู้เนิทศที่มี ที่ คมีวามเชี่ย ชี่ วชาญ 1 2 3 4 เ ปิ ด รั บ ป รั บ ป รุ ง เ ปิ ด รั บ ป รั บ ป รุ ง Improvement ขั้นตอนที่ 5 ผู้รับการนิเทศมีการแก้ไข ปรับปรุง หรือพัฒนาตามผลสะท้อน 17
1. ผู้นิเทศให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการแก้ไข ปรับปรุง หรือ พัฒนา ผู้นิเทศให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไข ปรับปรุง หรือพัฒนาการ จัดการเรียนรู้อย่างสม่ำ เสมอ และต่อเนื่อง ให้ความสำ คัญกับทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน และร่วมรับผิดชอบในการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ไม่เน้นการตัดสินความถูกผิด แต่เน้นการพูดคุย ปรึกษา เป็นการ สื่อสารที่ไม่เป็นทางการ ให้คำ แนะนำ ด้วยความเป็นกัลยาณมิตรก่อ ให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างทีมผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ รวม ทั้งให้กำ ลังใจ สนับสนุน และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง 2. ผู้รับการนิเทศมีใจกว้างเปิดรับคำ ชี้แนะจากผู้นิเทศที่มีความ เชี่ยวชาญ ผู้รับการนิเทศต้องเปิดใจในการรับคำ แนะนำ ช่วยเหลือจากผู้ นิเทศอย่างเต็มใจ มีความพร้อม และความมุ่งมั่นในการพัฒนา ตนเอง ไม่มีความเชื่อที่ว่า การนิเทศ คือ การจับผิด การชี้แนะ หรือ บอกให้ทำ และผู้นิเทศจะทำ การติดตามผล ตรวจตราการทำ งานว่า เป็นไปตามที่แนะนำ หรือไม่ ซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง แท้จริงแล้วการนิเทศเป็นการช่วยเหลือครูเป็นพิเศษ เพื่อให้ครูได้ ปรับปรุงการเรียนการสอน แนวทางการเปิดรับรั ปรับรั ปรุง รุ 18
3. ผู้รับการนิเทศมีการแก้ไข ปรับปรุง หรือพัฒนาตามผลสะท้อน ผู้รับการนิเทศมีการปรับปรุง พัฒนาพฤติกรรมการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ตามผลสะท้อน และประเมินความก้าวหน้าของตนเองใน การพัฒนาทักษะ ความรู้ เจตคติ และผู้นิเทศยังคงติดตาม พบปะ พูดคุยและให้คำ แนะนำ โดยเน้นมนุษยสัมพันธ์ ที่ดีต่อกันระหว่างผู้ นิเทศกับผู้รับการนิเทศ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ผู้นิเทศอาจจะเป็นผู้ แนะนำ ชี้แนะ ให้คำ ปรึกษากับผู้รับการนิเทศ และอาจจะต้องรับ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้รับการนิเทศ ทั้งทางตรง และทางอ้อม โดยคำ นึงถึง บริบท ปัญหาและสถานการณ์ เพื่อพัฒนาเทคนิค การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. สร้างขวัญและกำ ลังใจ เสริมสร้างขวัญ กำ ลังใจ ในการนิเทศการสอน โดยการ ยกย่องเชิดชูเกียรติโดยการประกาศเกียรติคุณ และยกย่อง ผู้ที่มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนที่ดี เป็นรางวัล แห่งความสำ เร็จ เพื่อเป็นกำ ลังใจให้ครู และเป็นแรงจูงใจใน การพัฒนาตนเองให้ครูผู้สอนในสถานศึกษา 19
ขั้นตอนที่ 6 สรุปและรายงานผล (Report : R) เป็นขั้นตอนการนำ เสนอข้อมูล หลังจากผู้นิเทศได้ทำ การตรวจสอบ และวิเคราะห์ผลการ นิเทศจนได้ผลสรุปซึ่งผู้รับผิดชอบจะต้องดำ เนินการรายงานผลการนิเทศ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาทราบหลังจากเสร็จสิ้นการนิเทศ โดยมีวิธีการ ดำ เนินการ ดังนี้ ส รุ ป แ ล ะ ร า ย ง า น ผ ล ส รุ ป แ ล ะ ร า ย ง า น ผ ล Report ขั้นตอนที่ 6 จัดกลุ่มเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนิทรรศการนำ เสนอ เผยแพร่ผลงาน ร่วร่มสรุปรุและจัดจัทำ รายงาน ผลการนิเนิทศ 1 2 3 อภิปรายผลการดำ เนินงาน อย่างเป็นระบบ 20
1. ร่วมกันอภิปรายผลการดำ เนินงานอย่างเป็นระบบ ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศร่วมกันอภิปรายผลการดำ เนินการ นิเทศ ทำ แบบประเมินความรู้และความพึงพอใจในการนิเทศ เพื่อ นำ ผลการประเมินไปปรับปรุงแผน ขั้นตอนกระบวนการนิเทศตาม วัตถุประสงค์ของสถานศึกษา 2. จัดกลุ่มเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน (Best Practice) และจัดนิทรรศการนำ เสนอ เผยแพร่ผลงาน มีการจัดกลุ่มเสวนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน ร่วมกัน ระหว่างผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศ จัดนิทรรศการนำ เสนอ เผยแพร่ ผลงาน ประเด็นวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศในการจัดการเรียนการสอน ที่ดีของครู ที่มีแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้ เรียนได้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับที่สูงขึ้น และการ แก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนที่ประสบความสำ เร็จ สามารถ พัฒนาตนเองบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ แนวทางการสรุป รุ และรายงานผล 21
3. ร่วมสรุปและจัดทำ รายงานผลการนิเทศ 3.1 รวบรวมข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือการนิเทศสรุปผล การนิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนการสอน ทุกระยะ 3.2 ประชุมทีมผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศเพื่อทำ การ วิเคราะห์ประมวลผล และสรุปผลการดำ เนินการนิเทศร่วมกัน อย่างเป็นระบบ 3.3 จัดทำ สารสนเทศ เอกสาร และนำ เสนอรายงาน ผลการนิเทศต่อผู้บังคับบัญชาระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 3.4 เผยแพร่ผลการดำ เนินการสู่สาธารณะชนและนำ สารสนเทศในการรายงานผลการนิเทศ มากำ หนดแนวทาง วางแผน เตรียมการนิเทศครั้งต่อไป 22
เงื่อ งื่ นไขความสำ เร็จ ร็ การนำ รูป รู แบบไปใช้ ต อ น ที่ 4 : เ งื่ อ น ไ ข ค ว า ม สำ เ ร็ จ ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องเห็นความสำ คัญและความจำ เป็น ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้ของครู เข้าใจ ในความแตกต่างกันของครู สร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือร่วมใจ สัมพันธภาพแบบกัลยาณมิตร และสร้างขวัญกำ ลังใจให้กับครู ผู้บผู้ ริหริารสถานศึก ศึ ษา ครู 1. ครูต้องมีความรู้ ความเข้าใจรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของสถานศึกษาสังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 เข้าใจในหลักการ แนวคิด กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และกลวิธีในการเรียนรู้ที่ เกี่ยวข้อง รวมถึงเข้าใจบทบาทตนในฐานะเป็นผู้สอน สามารถปฏิบัติ ตามหลักการ แนวคิด และกระบวนการดังกล่าวได้อย่างถูกต้องเหมาะ สม นอกจากนี้ครูควรมีความสามารถในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อและอุปกรณ์ประกอบการเรียนรู้ การวัดผล ประเมินผลที่หลาก หลายและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ 23
2. การจัดกลุ่มการเรียนรู้ ครูควรรวมตัวกันเป็นกลุ่มที่มีลักษณะ การทำ งานที่คล้าย ๆ กัน มีความสนใจ ค่านิยมและมีความเชื่อใน ทิศทางเดียวกัน 3. เนื่องจากรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพของสถานศึกษาสังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 เป็นการนิเทศ ติดตามการจัดการเรียนรู้ของ ครูโดยทีมนิเทศ ซึ่งนอกจากกลุ่มผู้บริหารและครูที่มีความรู้ ความ สามารถของโรงเรียนเองแล้ว ยังสามารถเชิญบุคลากรทางการศึกษา ตัวแทนสถานประกอบการ ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกลุ่ม เป็นผู้นิเทศ ติดตาม 24
ดาวรรณ เอมนิล. (2555). การใช้กระบวนการนิเทศภายในเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ การสอน โรงเรียนบ้านค่าย อำ เภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา. ประวิต เอราวรรณ์. (2562). การสร้างชุมชนวิชาชีพบนฐานโรงเรียน: บทเรียนจาก โครงการโรงเรียนสุขภาวะ. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร, 9(2), 86-106. วัชรา เล่าเรียนดี (2556). ศาสตร์การนิเทศการสอนและการโค้ชการพัฒนาวิชาชีพ : ทฤษฎีกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 12). นครปฐม : มหาวิทยาลัย ศิลปากร. วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์. สำ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2562). แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ตาม จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทักษะการคิด. กรุงเทพฯ : สำ นักวิชาการ และมาตรฐานการศึกษา. _____. (2562). แนวทางการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนา คุณภาพของผู้เรียน. กรุงเทพฯ : หน่วยศึกษานิเทศก์ _____. (2562) 2562 ปีทองแห่งการ นิเทศภายในห้องเรียนเป็นฐานเพื่อการพัฒนา คุณภาพของผู้เรียน. กรุงเทพฯ. สำ นักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2559). ประกาศสำ นักงานเลขาธิการคุรุสภา เรื่อง แนวทางการส่งเสริม สนับสนุนเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทาง การศึกษา. (Online). เข้าถึงได้จาก http://www.ksp-spk.or.th/spk1/ index.php/2015-08-27-14-17-56/115-plc2017. [2565,กันยายน 27] สำ นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ : บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำ กัด. Thompson, S. C., Gregg, L., & Niska, J. M. (2004). Professional learning communities, leadership, and student learning. Research in Middle Level Education. บรรณานุก นุ รม 25