ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
เรอ่ื ง แรงและพลังงาน ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
STEM BY KRULOH
คำนำ
สะเต็มศึกษา เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้รูปแบบหน่ึงท่ีบูรณาการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์
เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน ให้ผู้เรียนนําความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมท้ังการพัฒนา
กระบวนการหรือผลผลติ ใหม่ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อการดําเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ผ่านประสบการณ์ใน
การทํากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) หรือกิจกรรมการเรียนรู้
แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning)
ผู้จัดทําได้จัดทําชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เร่ือง แรงและ
พลงั งาน สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ได้จัดทําสําหรับนักเรียนเพื่อ
ใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นให้ผู้เรียน
ได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นประโยชน์แก่นักเรียน และเพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เร่อื ง แรงและพลงั งาน สงู ขน้ึ
ธรี ะศกั ดิ์ อนิ ตนั
ผู้จดั ทาํ
ห น้ า ก
STEM BY KRULOH
สำรบญั หนา้
เร่ือง ก
ข
คาํ นํา ค
สารบญั ง
คําแนะนําในการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบสะเตม็ ศึกษา (STEM Education)
คาํ ช้ีแจงขั้นตอนในการเรยี นด้วยชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเตม็ ศึกษา (STEM 1
Education) 5
ใบความรทู้ ี่ 2 เรื่องแรงเสยี ดทาน 11
ใบกจิ กรรม STEM ที่ 2 เรื่อง หุ่นยนต์จอมพลงั
อา้ งอิง
ห น้ า ข
STEM BY KRULOH
คำแนะนำในกำรใช้
ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรแู้ บบสะเตม็ ศกึ ษำ
(STEM Education)
1. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง แรงและพลังงาน สาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นชุดกิจกรรมที่มุ่งเน้น ให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลข้อมูล
และปฏิบัตกิ ิจกรรมดว้ ยตนเอง ประกอบดว้ ยกิจกรรมดังนี้
กจิ กรรม STEM ที่ 1 เรื่อง ห่นุ ยนต์ซูโม่
กจิ กรรม STEM ที่ 2 เรอื่ ง หุ่นยนต์จอมพลงั
กจิ กรรม STEM ที่ 3 เรือ่ ง หนุ่ ยนตบ์ อกรกั
กจิ กรรม STEM ที่ 4 เร่อื ง หุน่ ยนต์นักดนตรี (Robot music)
2. ให้นักเรียนอ่านคาแนะนา คาชี้แจงขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา
(STEM Education) ให้เขา้ ใจ ถ้ายงั ไม่เขา้ ใจให้ปรกึ ษาครผู ูส้ อน
3. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง แรงและพลังงาน เพื่อวัดพ้ืนฐานความรู้ของ
นกั เรยี น
4. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน ให้นักเรียนทุกคนตั้งจิตให้สงบมีสมาธิในการเรียน
ศึกษาใบความรู้ และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในใบงาน ด้วยความมุ่งมนั่ ตัง้ ใจ และมคี วามรับผิดชอบ
5. เม่ือศึกษาใบความรู้ และปฏิบัติกิจกรรม STEM ท่ี 1-4 ครบแล้ว ให้นักเรียนทาแบบทดสอบ
หลงั เรยี นซง่ึ เปน็ ชุดเดียวกนั กับแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่อื วัดความกา้ วหน้า
ห น้ า ค
STEM BY KRULOH
คำชแ้ี จงขัน้ ตอนในกำรเรยี น
ด้วยชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรูแ้ บบสะเตม็ ศกึ ษำ
(STEM Education)
ศกึ ษาคาแนะนา/คาชี้แจง ศึกษาตวั ชี้วดั สาระสาคัญ
ข้นั ตอนในการเรียน จดุ ประสงค์การเรียนร้แู ละเนือ้ หา
ดว้ ยชดุ กิจกรรม เพอ่ื ใหท้ ราบวา่ เม่อื ศกึ ษาจบแลว้
การเรยี นรู้แบบ STEM
จะได้ความรอู้ ะไรบ้าง
ทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ดาเนินการใชช้ ุดกิจกรรม STEM ที่ 1-4
ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หมายเหตุ ให้นกั เรยี นเกบ็ วัสดอุ ปุ กรณ์ การใช้
งานเมื่อทากจิ กรรมเสร็จเรยี บร้อยแล้ว
ห น้ า ง
2
STEM BY KRULOH
2ใบความรทู้ ่ี
แรง (Force)
แรงเสียดทาน
แรงเสียดทาน หมายถึง แรงท่ีเกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ 2 ช้ินที่สัมผัสกัน ซ่ึง
แรงนเี้ ป็นแรงทผ่ี วิ วัตถุผวิ หนึง่ ตา้ นทานการเคลื่อนทขี่ องผวิ วัตถุอกี ผวิ หน่ึง ส่งผลทาให้วัตถุเคลื่อนท่ีช้าลง
เรอ่ื ยๆ จนกระท่ังหยุดนิง่ ในที่สุด
ธรรมชาติของแรงเสียดทาน
แรงเสียดทานจะกระทาในทิศตรงข้ามกับการเคล่ือนท่ีของวัตถุ ถ้าไม่มีแรงเสียดทานวัตถุจะ
เคลื่อนทีด่ ว้ ยอัตราคงตัวตลอดการเคลอื่ นท่ี แต่เมอื่ มแี รงเสียดทานวัตถุจะเคลื่อนที่ช้าลงเรื่อย ๆ จนหยุด
นงิ่ ในที่สดุ
ขนาดของแรงเสียดทานจะมากหรือน้อย ขึ้นอยกู่ บั ลกั ษณะของผิวสัมผัส และน้าหนักของวัตถุท่ี
กดลงบนอีกพื้นผิวหนึ่งเป็นหลัก หากน้าหนักของวัตถุมาก แรงที่กดลงบนพ้ืนผิวอีกพ้ืนผิวหนึ่งก็จะมาก
แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นก็จะมีมาก อีกท้ังหากวัตถุต้องเคลื่อนที่บนพื้นผิวขรุขระมาก ก็จะมีแรงเสียดทาน
เกิดข้ึนมากกว่าตอนเคล่อื นท่ีอยูบ่ นพื้นผวิ ท่ีขรุขระน้อย
แรงผลัก
รปู ทศิ ทางของแรงเสยี ดทาน
แรงเสยี ดทาน
ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อแรงเสยี ดทาน
1. นา้ หนกั หรอื แรงกดของวัตถทุ ก่ี ดลงบนพ้นื
ถ้าน้าหนักหรือแรงกดของวัตถุมาก จะเกิดแรงเสียดทานมาก ถ้าน้าหนักหรือแรงกดของวัตถุ
นอ้ ยจะเกดิ แรงเสยี ดทานนอ้ ย
รปู นา้ หนักมีผลต่อของแรงเสียดทาน
ห น้ า 2
STEM BY KRULOH
2. ลักษณะของพนื้ ผวิ สัมผสั
- ถ้าพ้ืนผิวเรียบ เช่น กระเบ้ือง กระจก พลาสติก เป็นต้น จะเกิดแรงเสียดทานน้อย เนื่องจาก
พืน้ ผิวเรยี บมกี ารเสยี ดสรี ะหวา่ งกนั น้อย
พื้นผิวเรยี บ
กระเบ้ือง กระจก พลาสติก
ถ้าพื้นผิวขรุขระ เช่น พื้นทราย พ้ืนหญ้า พ้ืนหินกรวด เป็นต้น จะเกิดแรงเสียดทานมาก
เนื่องจากพนื้ ผิวขรุขระมีการเสยี ดสีระหวา่ งกันมาก จงึ มีแรงเสยี ดทานท่ตี ้านการเคลอื่ นทขี่ องวัตถเุ กดิ ขึ้น
พื้นผวิ ขรขุ ระ
พ้ืนทราย พนื้ หญา้ พ้ืนหนิ กรวด
ประโยชนข์ องแรงเสียดทาน
เราสามารถใช้ประโยชน์จากแรงเสียดทาน ในการทากิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจาวันได้
มากมาย เชน่
1. ทาใหว้ ตั ถุหยดุ นง่ิ ไมเ่ คล่อื นที่ เช่น ช่วยหยดุ รถยนต์ทกี่ าลงั เคลอ่ื นที่ ยางรถทม่ี ดี อกยางช่วยให้รถเกาะ
ถนนได้ดี เปน็ ตน้
2. การสร้างพื้นถนนต้องทาให้พ้ืนถนนเกิดแรงเสียดทานพอสมควร รถจึงจะเคล่ือนที่บนถนนโดยท่ีล้อ
รถไมห่ มุนอยู่กบั ทไ่ี ด้
3. ช่วยในการหยิบจบั สิ่งของโดยไม่ล่ืนไหลไปมา
4. ชว่ ยในการเดินไมใ่ ห้ลื่นไหล
ห น้ า 3
สาระน่ารู้ STEM BY KRULOH
แ ร ง เ สี ย ด ท า น ใ ห้ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต
มากมาย เช่น ดอกยางที่พื้นรองเท้าช่วยเพ่ิมแรงเสียดทาน
ใหผ้ ูส้ วมใสเ่ ดนิ บนพืน้ ได้ดขี ้นึ ดอกยางที่ยางรถยนต์ช่วยเพิ่ม
แรงเสียดทานให้ล้อยึดเกาะพื้นถนนได้ดีแม้ในเวลาที่พ้ืน
ถนนเปียก และแถบยางท่ีขอบบันไดช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน
ใหผ้ ขู้ ้ึน–ลงไม่ลน่ื ตกบันได
แรงเสียดทานที่มากเกินไปก็มีข้อเสียเช่นกันดังน้ัน
ในบางสถานการณ์จึงต้องมีการลดแรงเสียดทานลงเพื่อให้
เกิดความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น เช่น การหยอด
น้ามันหล่อลื่นบนโซ่จักรยานเพื่อลดแรงเสียดทานทาให้ล้อ
หมุนได้สะดวกมากข้ึน และการใช้ตลับลูกปืนช่วยลดแรง
เสยี ดทานทาให้อุปกรณไ์ ม่เกิดการเสยี ดสกี นั จนเส่อื มสภาพ
แหลง่ สบื คน้ ความรู้
“แรงเสียดทาน” http://www.thaigoodview.com/node/45980
ห น้ า 4
STEM BY KRULOH
ใบกจิ กรรม STEM ที่ 2
เรอ่ื ง หนุ่ ยนตจ์ อมพลงั
สาระสาคญั
แรงเสียดทาน คือแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ 2 ชนิด เพื่อต้านการเคล่ือนที่
ของวตั ถนุ ั้นๆ และมีทิศทางตรงขา้ มกับการเคลื่อนท่ีของวตั ถนุ ้นั ๆ
ปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสียดทาน ได้แก่ 1.น้าหนักหรือแรงกดของวัตถุท่ีกดลงบนพื้น ถ้า
น้าหนักหรือแรงกดของวัตถุมาก จะเกิดแรงเสียดทานมาก แต่ถ้าน้าหนักหรือแรงกดของวัตถุ
น้อย จะเกิดแรงเสียดทานน้อย 2. ลักษณะของพ้ืนผิวสัมผัส ถ้าพ้ืนผิวเรียบก็จะเกิดแรงเสียด
ทานนอ้ ย แต่ถ้าพ้นื ผิวไม่เรยี บกจ็ ะเกิดแรงเสียดทานมาก
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถสังเกตและระบผุ ลของแรงเสยี ดทานทีม่ ีต่อการเปลย่ี นแปลงการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุได้ (K)
2. นกั เรียนสามารถออกแบบและสร้างหนุ่ ยนต์จอมพลังตามกระบวนการสะเต็มศึกษาได้ (P)
3. นกั เรียนมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มน่ั ในการท้างาน (A)
วธิ กี ารดาเนนิ กจิ กรรม
1. ศกึ ษาสถานการณ์ทีก่ ้าหนดให้
2. รว่ มกนั วิเคราะห์ปญั หา เง่ือนไข
ข้อจา้ กดั และข้อมลู ท่ตี อ้ งการ จาก
สถานการณ์ดังกลา่ ว 3. สบื คน้ ข้อมูล แนวความคดิ หรอื
ความรู้ทสี่ ามารถแก้ปัญหานีไ้ ด้ แลว้
อภปิ รายกลมุ่
4. ร่วมกนั ออกแบบและวางแผนการ
ด้าเนินงาน แลว้ อภิปรายกลุ่มเพือ่
เลอื กแนวทางการด้าเนินงาน
5. ลงมือสร้างช้ินและพัฒนาชน้ิ งาน
ตามแบบและแนวทางที่วางแผนไว้
6. นา้ เสนอชนิ้ งานและร่วมกนั
อภิปรายหน้าห้อง
ห น้ า 5
STEM BY KRULOH
สถานการณท์ ก่ี าหนดให้ มดี งั น้ี
“ในชนเผ่าแหง่ หนึ่งท่ีมีนามว่า สปาร์ตา ชนเผ่านี้ถือว่า
เป็นชนเผ่าที่ได้รับการขนานนามในเรื่องนักรบท่ีแข็งแรง ทุกๆ
หลังฤดูใบไม้ผลิ ชนเผ่าน้ีจะท้าการคัดเลือกนักรบที่แข็งแกร่ง
เพื่อด้ารงต้าแหน่งแม่ทัพและรางวัลทองค้า 10 ช่ัง การ
คัดเลือกครั้งนี้จึงเป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดในการประดิษฐ์และ
ออกแบบหุ่นยนต์ที่แข็งแรง ขนาดเล็ก น้าหนักเบา และ
สามารถลากวัตถุได้อย่างดี รวดเร็ว สมมุติให้หุ่นยนต์
เปรียบเสมอื นนักรบ โดยห่นุ ยนต์จะตอ้ งลากจูงวตั ถุตามภารกิจ
ต่างๆ ท่ีก้าหนดไว้ นักเรียนจะมีวิธีออกแบบและการสร้าง
หุ่นยนต์จอมพลังที่แข็งแรง ทนทาน ขนาดเล็กและน้าหนัก
นอ้ ยได้อย่างไร”
วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ 2. ชุดรีโมทควบคุม
4. สายวัด
1. ชุดอุปกรณห์ นุ่ ยนต์ Botzees Core set 6. ตาชั่งสปริง
3. สนามทดสอบความสามารถในการลากจูง 8. ผา้ เทป
5. ไมบ้ รรทัด 10. กาวร้อน
7. ฟองน้า 12. กรรไกร
9. แผน่ รองกันลน่ื
11. มดี คตั เตอร์
ห น้ า 6
STEM BY KRULOH
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
ปญั หา
คอื
จากสถานการณ์ ปญั หาของนักเรียนมเี งื่อนไขและข้อจา้ กัดอะไรบ้าง
เงอื่ นไข ขอ้ จำกดั คอื
คอื คอื
นักเรยี นคดิ วา่ ต้องศึกษาขอ้ มูลอะไรบา้ งจึงจะสามารถแก้ปัญหาน้ไี ด้
1 ขอ้ มูลท่ี
2
3
4 ต้องการ คอื
5
ห น้ า 7
นกั เรียนมแี นวคดิ และออกแบบชิ้นงานไดอ้ ยา่ งไร STEM BY KRULOH
แนวคดิ แบบรำ่ งชนิ้ งำน
คอื
นกั เรยี นทดลองแลว้ บนั ทกึ ผลเป็นอยา่ งไร
บนั ทกึ ผลงาน
ห น้ า 8
STEM BY KRULOH
นักเรียนประเมินการปฏบิ ตั งิ านและชิ้นงานของตนเอง
ผลการประเมนิ เพื่อใหค้ ะแนนผลงานตนเอง
ระบายสภี าพ
ผลงานของตนเองมีความแขง็ แรง
ทนทานได้มากแค่ไหน
ผลงานของตนเองมีขนาดเล็ก
และน้าหนักน้อยแค่ไหน
ผลงานของตนเองผา่ นการทดสอบความ
สามารถตามภารกิจตา่ งๆ มากแค่ไหน
ชอบผลงานของตนเองมากแค่ไหน
หลงั จากเรยี นรู้การสร้างหุ่นยนตจ์ อมพลงั มาแล้ว นักเรยี นไดค้ วามร้ใู นเร่อื งใดบ้าง
สงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรจู้ ากการทากจิ กรรม
ห น้ า 9
STEM BY KRULOH
แบบทดสอบหลงั ทากจิ กรรม STEM ท่ี 2
ช่ือ…………………………………………………………….…………………………..ชน้ั ………………เลขท่ี…………………..
คาชี้แจง ให้นักเรียนตอบค้าถามท่ีกา้ หนดให้
1. นักรบสปาร์ตาต้องการลากรถม้าเพื่อเข้าโจมตีข้าศึก เหตุการณ์น้ีนักรบสปาร์ตาควรลดหรือเพิ่มแรง
เสียดทาน และนักเรียนนา้ ความรเู้ กีย่ วกับแรงเสียดทานไปแนะน้านักรบสปารต์ าได้อยา่ งไร
คาแนะนา
2. แรงเสียดทานมลี กั ษณะอย่างไร
3. ปัจจัยใดบ้างท่ีมผี ลตอ่ แรงเสยี ดทาน
ห น้ า 10
STEM BY KRULOH
อา้ งอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาตร์
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .
กณุ ฑรี เพยี รทวพี รเดช ; และคนอ่ืนๆ. (2550). สุดยอดวิธสี อนวิทยาศาสตร์ นาไปสู่...การจัดการเรียนรู้
ของครูยคุ ใหม่. กรงุ เทพฯ : อักษรเจรญิ ทัศน.์
กุศลิน มุสิกลุ . (2558). การเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความร.ู้ เอกสารประกอบการอบรมครเู ก่ียวกบั การ
จดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์. เอกสารอัดสาเนา
ประพันธศ์ ริ ิ สุเสารัจ. (2553). การพฒั นาการคิด. กรงุ เทพฯ : ห้างหนุ้ สว่ นจากัด 9119 เทคนคิ พร้ินตงิ้ .
พรทิพย์ ศิริภัทราชยั . (2556, เมษายน-มิถุนายน). STEM Education กบั การพัฒนาทักษะใน
ศตวรรษที่ 21. วารสารนักบริหาร Executive Journal. 3(2) : 49-56. สบื ค้นเมอ่ื 15 ตลุ าคม
2557, จาก http://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/
april_june_13/pdf/ aw07.pdf
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2546). ค่มู ือกิจกรรมสะเตม็ . กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (2559). หนังสือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค์ ุรุสภา
ลาดพร้าว.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). คู่มือการใช้หลักสตู รรายวิชาพืน้ ฐาน
วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับประถมศกึ ษา.
สทิ ธพิ ล อาจอินทร์. (2554, มกราคม). การพัฒนารปู แบบการจัดการเรียนรู้ทเ่ี น้นการคดิ วิเคราะห์
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์. วารสารวจิ ัยมช. 16(1) : 72-82.
สวุ ิทย์ มูลคา : และอรทยั มูลคา. (2545). วิธจี ัดการเรยี นรู้ : เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พภ์ าพพิมพ.์
สานกั งานราชบณั ฑิตยภา. (2557). ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21. สบื ค้นเมื่อ 13 กันยายน 2562, จาก
http://www.royin.go.th.
อภสิ ิทธิ ธงไชย. (2556, มกราคม-ธนั วาคม). สะเตม็ ศึกษากับการพัฒนาการศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตรแ์ ละคณติ ศาสตรใ์ นประเทศสหรัฐอเมรกิ า. วารสารสมาคมครู
วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. 19 : 15-18.
อภิสทิ ธิ ธงไชย. (2555). สรุปการบรรยายพิเศษเรอ่ื งสะเต็มศึกษาและการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
(STEM Education and Creativity Enhancement). สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 15 ตลุ าคม 2557,
จาก http://www.chancoaching.rbru.ac.th/images/stem.pdf
ห น้ า 11