ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
เรอ่ื ง แรงและพลังงาน ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
STEM BY KRULOH
คำนำ
สะเต็มศึกษา เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้รูปแบบหน่ึงท่ีบูรณาการวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์
เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน ให้ผู้เรียนนําความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมท้ังการพัฒนา
กระบวนการหรือผลผลติ ใหม่ทเี่ ป็นประโยชน์ต่อการดําเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ ผ่านประสบการณ์ใน
การทํากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) หรือกิจกรรมการเรียนรู้
แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning)
ผู้จัดทําได้จัดทําชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เร่ือง แรงและ
พลงั งาน สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 ได้จัดทําสําหรับนักเรียนเพื่อ
ใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นให้ผู้เรียน
ได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นประโยชน์แก่นักเรียน และเพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เร่อื ง แรงและพลงั งาน สงู ขน้ึ
ธรี ะศกั ดิ์ อนิ ตนั
ผู้จดั ทาํ
ห น้ า ก
STEM BY KRULOH
สำรบญั หนา้
เร่ือง ก
ข
คํานาํ ค
สารบัญ ง
คําแนะนําในการใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education)
คาํ ชี้แจงข้ันตอนในการเรียนด้วยชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM 1
Education) 6
ใบความรูท้ ่ี 3 เรื่อง ตัวกลางของเสยี งและเสยี งดังเสียงค่อย 12
ใบกจิ กรรม STEM ที่ 3 เรอ่ื ง ห่นุ ยนต์บอกรัก
อ้างอิง
ห น้ า ข
STEM BY KRULOH
คำแนะนำในกำรใช้
ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรแู้ บบสะเตม็ ศกึ ษำ
(STEM Education)
1. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) เรื่อง แรงและพลังงาน สาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นชุดกิจกรรมที่มุ่งเน้น ให้นักเรียนได้เข้าถึงข้อมูลข้อมูล
และปฏิบัตกิ ิจกรรมดว้ ยตนเอง ประกอบดว้ ยกิจกรรมดังนี้
กจิ กรรม STEM ที่ 1 เรื่อง ห่นุ ยนต์ซูโม่
กจิ กรรม STEM ที่ 2 เรอื่ ง หุ่นยนต์จอมพลงั
กจิ กรรม STEM ที่ 3 เรือ่ ง หนุ่ ยนตบ์ อกรกั
กจิ กรรม STEM ที่ 4 เร่อื ง หุน่ ยนต์นักดนตรี (Robot music)
2. ให้นักเรียนอ่านคาแนะนา คาชี้แจงขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา
(STEM Education) ให้เขา้ ใจ ถ้ายงั ไม่เขา้ ใจให้ปรกึ ษาครผู ูส้ อน
3. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง แรงและพลังงาน เพื่อวัดพ้ืนฐานความรู้ของ
นกั เรยี น
4. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คน ให้นักเรียนทุกคนตั้งจิตให้สงบมีสมาธิในการเรียน
ศึกษาใบความรู้ และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในใบงาน ด้วยความมุ่งมนั่ ตัง้ ใจ และมคี วามรับผิดชอบ
5. เม่ือศึกษาใบความรู้ และปฏิบัติกิจกรรม STEM ท่ี 1-4 ครบแล้ว ให้นักเรียนทาแบบทดสอบ
หลงั เรยี นซง่ึ เปน็ ชุดเดียวกนั กับแบบทดสอบก่อนเรยี นเพ่อื วัดความกา้ วหน้า
ห น้ า ค
STEM BY KRULOH
คำชแ้ี จงขัน้ ตอนในกำรเรยี น
ด้วยชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรูแ้ บบสะเตม็ ศกึ ษำ
(STEM Education)
ศกึ ษาคาแนะนา/คาชี้แจง ศึกษาตวั ชี้วดั สาระสาคัญ
ข้นั ตอนในการเรียน จดุ ประสงค์การเรียนร้แู ละเนือ้ หา
ดว้ ยชดุ กิจกรรม เพอ่ื ใหท้ ราบวา่ เม่อื ศกึ ษาจบแลว้
การเรยี นรู้แบบ STEM
จะได้ความรอู้ ะไรบ้าง
ทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ดาเนินการใชช้ ุดกิจกรรม STEM ที่ 1-4
ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หมายเหตุ ให้นกั เรยี นเกบ็ วัสดอุ ปุ กรณ์ การใช้
งานเมื่อทากจิ กรรมเสร็จเรยี บร้อยแล้ว
ห น้ า ง
3
STEM BY KRULOH
3ใบความรทู้ ่ี
ตวั กลางของเสยี งและเสยี งดงั เสยี งคอ่ ย
ตวั กลางของเสยี ง
เสียง เป็นคล่ืนกลท่ีเกิดจากการสั่นของแหล่งกาเนิดเสียง ซึ่งมีอยู่มากมายรอบตัวเรา เรา
สามารถทาให้แหล่งกาเนิดเสียงเกิดการสั่นสะเทือน แล้วทาให้เกิดเสียงได้หลายวิธี เช่น การดีด การตี
การเคาะ การเปา่ แตเ่ มอ่ื เราทาให้แหลง่ กาเนดิ เสียงหยดุ สน่ั กจ็ ะไม่มีเสียงเกดิ ขึ้น
เสียงเคลอ่ื นที่ออกจากแหลง่ กาเนิดและแพรก่ ระจายไปได้ทกุ ทิศทาง โดยอาศยั ตวั กลาง
ตัวกลางของเสียง คือ วัตถุหรือส่ิงต่างๆ ท่ีเสียงสามารถเดินทางผ่านได้มี 3 ประเภท ได้แก่
ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
ของแข็ง
ของเหลว
รปู แสดงการเคล่ือนทข่ี องเสียงผ่าน อากาศ
ตัวกลางมาถงึ หูของผฟู้ ัง เกร็ดความรู้
ในบริเวณที่ไม่มีอากาศ (สุญญากาศ) เช่น ในอวกาศ เราจะไม่ได้ยิน
เสียงใดๆ เกิดข้ึนเลย เพราะไม่มีอากาศเป็นตัวกลางท่ีทาให้เสียงเดินทาง
มายังหขู องเราได้ http://ipst.me/8985
ห น้ า 2
STEM BY KRULOH
เสียงเดินทางผ่านตัวกลางเสมอ เม่ือแหล่งกาเนิดเสียงเกิดการสั่นสะเทือน จะถ่ายโอนพลังงาน
ไปยังอนภุ าคใกล้เคียงให้ส่ันอย่างต่อเนื่องจนมาถึงหูของผู้ฟัง หากตัวกลางหยุดสั่น ผู้ฟังจะไม่ได้ยินเสียง
ใดๆ เสียงต่างๆ เดนิ ทางผา่ นตวั กลางทเ่ี ปน็ ของแข็งได้เร็วกวา่ ตวั กลางที่เป็นของเหลวและแกส๊
เสียงต่างๆ ตอ้ งอาศยั ตัวกลางเดนิ มายงั หูของผฟู้ ัง การทผ่ี ฟู้ งั ได้ยินเสียงจะต้องมีองค์ประกอบ 3
อย่าง ได้แก่ แหลง่ กาเนดิ เสยี ง ตัวกลางของเสยี ง และอวยั วะรับเสียง (ห)ู
1. แหล่งกาเนิดเสยี ง 2. ตวั กลางของเสียง (อากาศ) 3. อวัยวะรบั เสียง (หู)
ลกั ษณะของเสียง
การสน่ั สะเทอื นของแหลง่ กาเนิดเสียงทาให้เกิดเสียง โดยจานวนรอบในการส่ันของแหล่งกาเนิด
เสียงใน 1 วินาที จะถูกเรียกว่า ความถี่ของเสียง มีหน่วยเป็นครั้งต่อวินาที เรียกว่า เฮิรตซ์ (Hz) จะ
สงั เกตได้ว่าเสยี งท่ีอย่รู อบๆ ตัวของเราน้ันมคี วามแตกตา่ งกนั แสดงวา่ เสยี งเหล่าน้ันมคี วามถ่ีและปริมาณ
พลังงานในการสั่นของแหล่งกาเนิดเสียงที่แตกต่างกัน ด้วยจึงทาให้เกิดเสียงหลายลักษณะเช่น เสียงสูง
เสยี งต่า เสยี งดัง เสียงค่อย
ห น้ า 3
STEM BY KRULOH
เสยี งดงั เสยี งคอ่ ย
เสียงดังเสียงค่อยเป็นสมบัติของเสียงท่ีเรียกว่า ความดังของเสียง
ข้ึนอยู่กับปริมาณพลังงานของเสียงท่ีเดินทางมายังหูเรา เสียงต่างๆ ที่เราได้
ยินมีความดังเสียงไม่เท่ากัน เช่น เสียงเคร่ืองบิน มีพลังงานของเสียงมากทา
ใหเ้ กิดเสียงดงั เสียงกระซบิ มีพลงั งานเสียงน้อยทาใหเ้ กดิ เสยี งคอ่ ย
ปจั จัยทมี่ ผี ลต่อการไดย้ ินเสยี งดงั เสยี งค่อย
1. ระยะหา่ งจากแหลง่ กาเนดิ เสียง
2. พลงั งานในการส่นั สะเทอื นของแหลง่ กาเนิดเสียง
เสียงคอ่ ย
ไกลแหล่งกาเนดิ
เสียง
เสยี งดงั
ใกลแ้ หลง่ กาเนิด
เสียง
รูป แสดงผลของระยะตอ่ ความดงั เสียง
ห น้ า 4
สน่ั ด้วยพลงั งานน้อย STEM BY KRULOH
เสยี งคอ่ ย
เสยี งดงั
สัน่ ดว้ ยพลงั งานมาก
รูป แสดงผลพลงั งานในการส่ันสะเทือน
ของแหลง่ กาเนิดเสยี งต่อความดงั เสยี ง
เกร็ดความรู้
ในการวัดความดงั ของเสยี งจะใช้เคร่ืองมือวัดความ
เขม้ ของเสยี งเรียกว่า เครื่องวัดระดับเสียง (sound level
meter) ซงึ่ มีหน่วยเปน็ เดซเิ บล (dB)
ห น้ า 5
STEM BY KRULOH
ใบกจิ กรรม STEM ที่ 3
เรอื่ ง หนุ่ ยนตบ์ อกรกั
สาระสาคญั
เสียงเกดิ จากการสัน่ ของแหลง่ กาเนิดเสยี งและอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ ซึ่งตัวกลางของ
เสียงจะมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยเสียงจะเดินทางผ่านตัวกลางที่มี
สถานะของแขง็ ไดด้ ีกว่าตวั กลางทมี่ ีสถานะของเหลวและสถานะแก๊ส ตามลาดบั
เสียงดัง เสียงค่อย เป็นสมบัติของเสียงท่ีเรียกว่า ความดังของเสียง ขึ้นอยู่กับปริมาณ
พลังงานของเสียงจากแหล่งกาเนิดเสียงที่เดินทางมาถึงหูของผู้รับเสียง ถ้าแหล่งกาเนิดเสียงส่ันด้วย
พลงั งานมากจะทาใหเ้ กิดเสยี งดัง แต่ถา้ แหล่งกาเนดิ เสียงสั่นด้วยพลังงานนอ้ ยจะเกดิ เสียงค่อย
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถระบตุ วั กลางของเสียงแตล่ ะประเภทและอธบิ ายการเคล่ือนทข่ี องเสียงผา่ นตัวกลางต่างๆ ได้ (K)
2. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะการเกิดเสยี งดงั เสยี งค่อยได้ (K)
3. นักเรยี นสามารถออกแบบและสร้างหุ่นยนตบ์ อกรักตามกระบวนการสะเตม็ ศึกษาได้ (P)
4. นกั เรียนมวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่นในการทางาน (A)
วธิ กี ารดาเนนิ กจิ กรรม
1. ศึกษาสถานการณ์ที่กาหนดให้ 2. รว่ มกนั วเิ คราะหป์ ัญหา เง่ือนไข
ขอ้ จากัด และข้อมูลท่ีต้องการ จาก
สถานการณด์ ังกล่าว
3. สบื คน้ ข้อมูล แนวความคดิ หรือ 4. ร่วมกันออกแบบและวางแผนการ
ความรู้ที่สามารถแก้ปัญหานไ้ี ด้ แล้ว ดาเนินงาน แลว้ อภปิ รายกลมุ่ เพ่ือ
อภปิ รายกลุ่ม เลอื กแนวทางการดาเนินงาน
5. ลงมอื สรา้ งชนิ้ และพฒั นาช้ินงาน 6. นาเสนอชิ้นงานและร่วมกัน ห น้ า 6
ตามแบบและแนวทางทีว่ างแผนไว้ อภิปรายหน้าห้อง
STEM BY KRULOH
สถานการณท์ กี่ าหนดให้ มดี งั น้ี
“ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 3 (Emperor
Claudius III) แห่งกรุงโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ท่ีมีจิตใจงดงาม
เมตตา อารี และทรงนิยมให้จัดนิทรรศการร่ืนเริง เฉลิมฉลองเพ่ือ
สร้างความสุขให้กับประชาชนหลังจากผ่านยุคการทาสงครามนอง
เลือด ได้ทรงตระหนักว่า เหตุผลของความทุกข์หลังสงครามคือการ
สญู เสียคนรัก สูญเสยี ครอบครัว และการผลัดพลาง พระองค์จึงทรง
มีพระราชโองการส่ังให้จัด
ในวันท่ี 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี โดยมีการจัดพิธีแต่งงานและมอบ
ทองคา 10 ชั่ง ให้กับคู่รักที่ผ่านบททดสอบพลังแห่งรัก งานน้ีจึงมี
คูร่ กั เขา้ รว่ มแข่งขนั เพ่อื ชงิ รางวัลกันอย่างมากมาย สมมุติให้หุ่นยนต์
เปรียบเสมือนคู่รัก โดยหุ่นยนต์จะต้องส่งเสียงบอกรักให้ตุ๊กตา
กระดาษล้มท่ีระยะต่างๆ ตามที่กาหนดไว้ งานน้ีนักเรียนจะมีวิธี
ออกแบบและการสร้างหุ่นยนต์บอกรักท่ีขนาดเล็ก น้าหนักน้อย
และส่งพลังงานเสียงไปยังตุ๊กตากระดาษให้ล้มท่ีระยะต่างๆ ได้
อยา่ งไร”
วสั ดแุ ละอปุ กรณ์
1. ชดุ อปุ กรณ์หนุ่ ยนต์ Botzees Core set 2. ชุดรีโมทควบคุม
3. สายวัด 4. ไมบ้ รรทัด
5. ตาชง่ั สปริง 6. ฟองน้า
7. ผ้าเทป 8. แผ่นรองกนั ลืน่
9. กาวร้อน 10. มดี คัตเตอร์
11. สนามทดสอบความสามารถในการสง่ เสียงบอกรัก
12. กรรไกร
ห น้ า 7
STEM BY KRULOH
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
ปญั หา
คือ
จากสถานการณ์ ปญั หาของนักเรียนมเี งื่อนไขและข้อจากดั อะไรบ้าง
เงอื่ นไข ขอ้ จำกดั คอื
คอื คอื
นักเรียนคดิ ว่าต้องศึกษาข้อมูลอะไรบา้ งจงึ จะสามารถแก้ปัญหาน้ไี ด้
1 ขอ้ มูลท่ี
2
3
4 ต้องการ คอื
5
ห น้ า 8
นกั เรียนมแี นวคดิ และออกแบบชิ้นงานไดอ้ ยา่ งไร STEM BY KRULOH
แนวคดิ แบบรำ่ งชนิ้ งำน
คอื
นกั เรยี นทดลองแลว้ บนั ทกึ ผลเป็นอยา่ งไร
บนั ทกึ ผลงาน
ห น้ า 9
STEM BY KRULOH
นกั เรยี นประเมินการปฏิบตั ิงานและชน้ิ งานของตนเอง
ผลการประเมนิ เพื่อให้คะแนนผลงานตนเอง
ระบายสีภาพ
ผลงานของตนเองมีความแขง็ แรง
ทนทานได้มากแค่ไหน
ผลงานของตนเองมีขนาดเล็ก
และนา้ หนักน้อยแค่ไหน
ผลการทดสอบความสามารถในการส่งเสยี งบอก
รักใหต้ ุก๊ ตากระดาษล้มทรี่ ะยะตา่ งๆไดม้ ากแคไ่ หน
ชอบผลงานของตนเองมากแค่ไหน
หลงั จากเรยี นรกู้ ารสรา้ งห่นุ ยนต์บอกรักมาแลว้ นกั เรยี นได้ความรู้ในเร่อื งใดบ้าง
สง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นรจู้ ากการทากจิ กรรม
ห น้ า 10
STEM BY KRULOH
แบบทดสอบหลงั ทากจิ กรรม STEM ท่ี 3
ช่ือ…………………………………………………………….…………………………..ชนั้ ………………เลขที่…………………..
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามทก่ี าหนดให้
1. หุ่นยนต์ Botzees ปฏิบัติหน้าท่ีซ่อมแผงโซล่าเซลล์บนสถานีอวกาศ หุ่นยนต์ Botzees ตะโกนเรียก
นกั เรียนให้หยบิ เครอื่ งมือ นกั เรยี นจะไดย้ ินเสียงหรอื ไมอ่ ย่างไร
คาอธิบาย
2. การท่ีผูฟ้ งั ไดย้ นิ เสียงจะตอ้ งมีองคป์ ระกอบใดบา้ ง
3. ปัจจยั ใดบา้ งทีม่ ผี ลต่อการได้ยนิ เสียงดงั เสียงคอ่ ย
ห น้ า 11
STEM BY KRULOH
อา้ งอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาตร์
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551.
กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั .
กณุ ฑรี เพยี รทวพี รเดช ; และคนอ่ืนๆ. (2550). สุดยอดวิธสี อนวิทยาศาสตร์ นาไปสู่...การจัดการเรียนรู้
ของครูยคุ ใหม่. กรงุ เทพฯ : อักษรเจรญิ ทัศน.์
กุศลิน มุสิกลุ . (2558). การเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความร.ู้ เอกสารประกอบการอบรมครเู ก่ียวกบั การ
จดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์. เอกสารอัดสาเนา
ประพันธศ์ ริ ิ สุเสารัจ. (2553). การพฒั นาการคิด. กรงุ เทพฯ : ห้างหนุ้ สว่ นจากัด 9119 เทคนคิ พร้ินตงิ้ .
พรทิพย์ ศิริภัทราชยั . (2556, เมษายน-มิถุนายน). STEM Education กบั การพัฒนาทักษะใน
ศตวรรษที่ 21. วารสารนักบริหาร Executive Journal. 3(2) : 49-56. สบื ค้นเมอ่ื 15 ตลุ าคม
2557, จาก http://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/
april_june_13/pdf/ aw07.pdf
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2546). ค่มู ือกิจกรรมสะเตม็ . กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (2559). หนังสือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พค์ ุรุสภา
ลาดพร้าว.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). คู่มือการใช้หลักสตู รรายวิชาพืน้ ฐาน
วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับประถมศกึ ษา.
สทิ ธพิ ล อาจอินทร์. (2554, มกราคม). การพัฒนารปู แบบการจัดการเรียนรู้ทเ่ี น้นการคดิ วิเคราะห์
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์. วารสารวจิ ัยมช. 16(1) : 72-82.
สวุ ิทย์ มูลคา : และอรทยั มูลคา. (2545). วิธจี ัดการเรยี นรู้ : เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรงุ เทพฯ :
โรงพมิ พภ์ าพพิมพ.์
สานกั งานราชบณั ฑิตยภา. (2557). ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21. สบื ค้นเมื่อ 13 กันยายน 2562, จาก
http://www.royin.go.th.
อภสิ ิทธิ ธงไชย. (2556, มกราคม-ธนั วาคม). สะเตม็ ศึกษากับการพัฒนาการศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตรแ์ ละคณติ ศาสตรใ์ นประเทศสหรัฐอเมรกิ า. วารสารสมาคมครู
วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. 19 : 15-18.
อภิสทิ ธิ ธงไชย. (2555). สรุปการบรรยายพิเศษเรอ่ื งสะเต็มศึกษาและการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
(STEM Education and Creativity Enhancement). สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 15 ตลุ าคม 2557,
จาก http://www.chancoaching.rbru.ac.th/images/stem.pdf
ห น้ า 12