42 2.กำรสร้ำงแบบทดสอบควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ 2.1 ศึกษาเอกสาร ต ารา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและแบบทดสอบ ความสามารถในการแก้ปัญหาของ กนกกร แววพหูสูต (2550) ธีรภรณ์ ภักดี (2550) กวีณา จิตนุพงษ์ (2551) สุจิตรา เคียงรัมย์(2551 ) สุคนธ์ สินธพานนท์ และคณะ (2551) ชม ภูมิภาค (2553) วยุภา จิตรสิงห์ (2558) 2.2 สร้างแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาซึ่งเป็นแบบทดสอบการวัดความสามารถ ในการแก้ปัญหาที่มีค าถามเป็นรูปภาพแบบอัตนัย จ านวน 2 ชุด ชุดละ 10 ข้อ รวม 20 ข้อ ดังนี้ 1) แบบทดสอบสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตัวเอง จ านวน 10 ข้อ 2) แบบทดสอบสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น จ านวน 10 ข้อ 3. น าแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านตรวจเพื่อหาความ เที่ยงตรงของเนื้อหา และความเที่ยงตรงตามสภาพ ความชัดเจนและความเหมาะสมของค าถาม โดยใช้เกณฑ์ 2 ใน 3 และปรับปรุงแก้ไขให้ผู้เชี่ยวชาญดังนี้ 1) นางดารุณี วันดี ครูโรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ จังหวัดอุดรธานี 2) นางรัตนาพร จันทะวาลย์ ครูโรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ จังหวัดอุดรธานี 3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรัญญา ศรีบัว อาจารย์ประจ าสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี 4. น าแบบทดสอบที่ผ่านการตรวจสอบจาก ผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามค าแนะน าของ ผู้เชี่ยวชาญ 5. น าแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหา ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นไปให้ ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Congruence) หรือ IOC และหาค่าความเชื่อมั่น ตรงตามจุดประสงค์ที่ต้องการประเมิน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านมีหลักเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ ให้คะแนน +1 = แน่ใจว่ามีความสอดคล้องและชัดเจนดีแล้ว ให้คะแนน 0 = ไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้องและชัดเจนหรือไม่ ให้คะแนน -1 = แน่ใจว่าไม่สอดคล้องและไม่ชัดเจน ผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ให้ปรับปรุงภาษาค าถาม และภาพบางภาพให้เหมาะสมกับ เด็ก จากนั้นเมื่อน ามาวิเคราะห์หาค่าคุณภาพ โดยใช้ IOC และได้ค่า IOC มีค่าระหว่าง 0.67-1.00 จ านวน 2 ชุด ชุดละ 10 ข้อ มีค่าสูงเพียงพอส าหรับน าไปใช้เก็บข้อมูลได้ น าแบบทดสอบ ความสามารถด้านการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยไปทดลองใช้กับเด็ก อนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ จ านวน 10 คน ที่ไม่ใช่กลุ่ม ตัวอย่าง น าแบบทดสอบที่ได้มาวิเคราะห์ข้อสอบรายข้อ เพื่อหาค่าความยากง่าย และค่าอ านาจ จ าแนกคัดเลือกไว้ชุดละ 10 ข้อ มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง .55 - .73 ค่าอ านาจจ าแนกอยู่ระหว่าง .60 - .86 ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่มีคุณภาพที่อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ทั้ง 2 ชุด ชุดละ 10 ข้อ แบบทดสอบมี คุณภาพรายข้อและความเชื่อมั่น ดังปรากฏในตารางที่ 3
43 ตารางที่ 3 แสดงคุณภาพของแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ได้ท า กิจกรรมประกอบอาหาร ด้ำน จ ำนวนข้อ ค่ำควำมยำกง่ำย (P) ค่ำอ ำนำจจ ำแนก (r) ค่ำควำมเชื่อมั่น ความสามารถใน การแก้ปัญหา ตนเอง 10 .64 - .73 .64 - .86 .92 ความสามารถใน การแก้ปัญหา ตนเองที่เกี่ยวข้อง กับผู้อื่น 10 .55 - .73 .60 - .78 .91 รวม 20 .55 - .73 .60 - .86 .91 6. น าแบบทดสอบที่ผ่านการคัดเลือกมาหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับซึ่ง แบบทดสอบมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับที่ .91 จัดท าแบบทดสอบฉบับสมบูรณ์แล้วน าไปใช้ในการ ทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาเพื่อเก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลอง 5. กำรเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากผลการจัดกิจกรรมประกอบ อาหาร ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียร ทองอนุสรณ์ซึ่งมีหลักการด าเนินงานดังนี้ 1. ผู้วิจัยท าการทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ โดยใช้แบบทดสอบความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ก่อนทดลองกับกลุ่มตัวอย่างจ านวน 11 คน 2. ผู้วิจัยด าเนินการทดลองโดยใช้แผนการจัดกิจกรรมการประกอบอาหาร จ านวน 18 แผน โดยมีระยะเวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน (จันทร์ พุธ ศุกร์) ในแต่ละวันท าการ ทดลอง 1 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที 3. ผู้วิจัยน าข้อมูลที่ได้จากการทดลองไปวิเคราะห์ตามวิธีการตามสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ยก่อน และหลังการจัดกิจกรรม และเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการจัด กิจกรรมประกอบอาหาร ช่วงระยะเวลา 6 สัปดาห์ จ านวน 18 ครั้ง 6. กำรวิเครำะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาโดยใช้กิจกรรม ประกอบอาหาร ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ค่าทางสถิติคะแนนแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหา วิธีด าเนินการ โดยน าแบบทดสอบความสามารถในการแก ้ปัญหามาค านวณหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
44 2. เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการแก้ปัญหาก่อนและหลัง แผนการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร 7. สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล 1. สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์คุณภำพของเครื่องมือ 1.1 การแสดงหลักฐานความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดความสามารถการ แก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยโดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างพฤติกรรมกับจุดประสงค์ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2545: 45) โดยใช้สูตร IOC = เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบแต่ละข้อกับ จุดประสงค์ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ 2.2 การหาค่าความยากง่าย (Dificulty: P) ของแบบประเมินเชิงปฏิบัตทักษะ ความสามารถในการแก้ปัญหา โดยใช้สูตร (บูญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2526 : 89) ดังนี้ P = เมื่อ P แทน ค่าความยากง่าย R แทน จ านวนคนที่ตอบข้อสอบนั้นถูก N แทน จ านวนคนที่ท าข้อสอบนั้นทั้งหมด 2.3 การหาค่าอ านาจจ าแนก (Discrinination: r) ของแบบประเมินเชิงปฏิบัติทักษะ ความสามารถในการแก้ปัญหา โดยใช้วิธีการวิเคราะห์สัมพันธ์แบบพอยท์ไบซีเรียล (Point Biserial correlation) (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2521 : 258) เมื่อ แทน ค่าอ านาจจ าแนกสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบพอยต์ไบซีเรียล Mp แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนนรวมในกลุ่มตอบถูก
45 Mp แทน ค่าเฉลี่ยของคะแนนรวมในกลุ่มตอบผิด S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนทั้งหมด P แทน สัดส่วนของคนตอบถูก Q แทน 1 - P (สัดส่วนของคนตอบผิด) 2. สถิติพื้นฐำนที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล 2.1 ค่าเฉลี่ย (Mean) ̅ ใช้สูตรดังนี้ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2521: 36) ̅ = เมื่อ ̅แทน ค่าเฉลี่ยคะแนน ∑X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จ านวนเด็กปฐมวัยในกลุ่มตัวอย่าง 2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ใช้สูตรดังนี้(บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2521: 55) S.D = √ เมื่อ S.D แทน ความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน N แทน จ านวนเด็กปฐมวัยในกลุ่มตัวอย่าง ∑ X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน ผลรวมของคะแนนนักเรียนแต่ละตัว ยกก าลังสอง
46 3. สถิติที่ใช้ในกำรทดสอบสมมติฐำน 3.1 สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของความสามารถใน การแก้ปัญหาก่อนและหลังการทดลอง โดยใช้ t – test แบบ Dependent Samples (ลวน สายยศ ; และอังคณา สายยศ. 2538 : 104) ดังนี้ t = √ โดย df = N – 1 เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณาใน t – distribution D แทน ความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู N แทน จ านวนคน ∑D แทน ผลรวมทั้งหมดของผลต่างของคะแนนระหว่าง ก่อนและหลังการทดลอง ∑D2 แทน ผลรวมของก าลังสองของผลต่างของคะแนน ระหว่างก่อนและหลังการทดลอง
47 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ส ำหรับกำรวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยก ำหนดสัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้ในกำรวิเครำะห์และแปร ข้อมูล ดังนี้ N แทน จ ำนวนเด็กปฐมวัยในกลุ่มตัวอย่ำง ̅ แทน ค่ำเฉลี่ย S.D. แทน ควำมเบี่ยงเบนมำตรฐำน t แทน ค่ำสถิติพื้นฐำนใน t-distribution การวิเคราะห์ข้อมูล กำรวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอผลกำรวิเครำะห์ข้อมูลตำมล ำดับ ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลกำรเปรียบเทียบควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำของเด็กปฐมวัยก่อนและหลัง กำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำร จ ำแนกเป็น 2 ด้ำน ตอนที่ 2 ผลกำรเปรียบเทียบควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำของเด็กปฐมวัยก่อนและหลัง กำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำร ผู้วิจัยได้น ำคะแนนควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัด กิจกรรมกำรเรียนรู้ด้วยกำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำรมำหำค่ำสถิติพื้นฐำน คือ ค่ำเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนของคะแนนปรำกฏดังแสดงใน ตำรำงที่ 4 ตำรำงที่ 4 ผลกำรเปรียบเทียบควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำของเด็กปฐมวัยก่อนและหลัง แผนกำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำร
48 ตำรำงที่ 4 ผลกำรเปรียบเทียบควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัด กิจกรรมประกอบอำหำร ความสามารถในการแก้ปัญหา ของเด็กปฐมวัย N การจัดกิจกรรม X S.D. t 1. ด้ำนควำมสำมำรถในกำร แก้ปัญหำตนเอง 11 ก่อนกำรจัดกิจกรรม 4.36 1.29 12.90 * หลังกำรจัดกิจกรรม 8.18 1.72 2. ด้ำนควำมสำมำรถในกำรแก้ ปัญหำตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น 11 ก่อนกำรจัดกิจกรรม 4.27 1.01 15.87 * หลังกำรจัดกิจกรรม 8.45 1.57 ภำพรวม 11 ก่อนกำรจัดกิจกรรม 8.64 2.16 19.78 * หลังกำรจัดกิจกรรม 16.64 3.04 จำกตำรำงที่ 4 ผลกำรทดสอบควำมแตกต่ำงกำรเปรียบเทียบควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรม จ ำแนกเป็น 2 ด้ำน พบว่ำ ด้ำนควำมสำมำรถในกำรคิดแก้ปัญหำตนเอง พบว่ำ ก่อนกำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำร คะแนนเฉลี่ยเท่ำกับ 4.36 และหลังกำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำรมีคะแนนเฉลี่ยเท่ำกับ 8.18 คะแนนส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนก่อนกำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำรเท่ำกับ 1.29 และหลังกำรจัด กิจกรรมประกอบอำหำรเท่ำกับ 1.72 ด้ำนควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น พบว่ำ ก่อนกำรจัดกิจกรรม ประกอบอำหำรคะแนนเฉลี่ยเท่ำกับ 4.27 และหลังกำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำรมีคะแนนเฉลี่ย เท่ำกับ 8.45 คะแนนส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนก่อนกำรจัดกิจกรรมประกอบอำหำรเท่ำกับ 1.01 และ หลังกำรจัดกิจกรรม เท่ำกับ 1.57 ผลกำรเปรียบเทียบควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัด กิจกรรมประกอบอำหำรสูงกว่ำก่อนกำรจัดกิจกรรม ก่อนกำรจัดกิจกรรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ำกับ 8.64 และหลังกำรจัดกิจกรรมมีคะแนนเท่ำกับ 16.64 คะแนนส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนก่อนกำรจัดกิจกรรม เท่ำกับ 2.16 และหลังกำรจัดกิจกรรมเท่ำกับ 3.04 สูงขึ้นอย่ำงมีนัยส ำคัญที่ .05
49 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการแก้ปัญหาของ เด็กปฐมวัยก่อนและหลังการท ากิจกรรมประกอบอาหาร สรุปสาระส าคัญของการศึกษาดังนี้ วัตถุประสงค์การวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมและ หลังการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร สมมติฐานของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดสมมติฐานการวิจัย ดังนี้ เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมประกอบอาหารมีความสามารถในการแก้ปัญหาที่ สูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรม วิธีด าเนินการวิจัย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ประชากรครั้งนี้เป็น เด็กชาย-เด็กหญิง ที่ก าลังศึกษาในชั้นปฐมวัย ปีการศึกษา2566 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ จังหวัดอุดรธานี จ านวน 30 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชาย-หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี ที่ก าลังศึกษาชั้นปฐมวัยปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ของโรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทอง อนุสรณ์จ านวน 11 คน ซึ่งได้มาโดยจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ 1.1 แผนการจัดกิจกรรมการประกอบอาหาร จ านวน 18 แผน แผนละ 60 นาที สัปดาห์ละ 3 แผน รวม 6 สัปดาห์ 1.2 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย
50 วิธีด าเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากผลการจัดกิจกรรม ประกอบอาหาร ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ ซึ่งมีหลักการด าเนินงานดังนี้ 1. ผู้วิจัยท าการทดสอบความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ โดยใช้แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหา ก่อนทดลองกับกลุ่มตัวอย่างจ านวน 11 คน 2. ผู้วิจัยด าเนินการทดลองโดยใช้แผนการสอนการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร จ านวน 18 แผน โดยมีระยะเวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน (จันทร์พุธ ศุกร์) ในแต่ละวันท า การทดลอง 1 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที 3. ผู้วิจัยน าข้อมูลที่ได้จากการทดลองไปวิเคราะห์ตามวิธีการตามสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ยก่อน และหลังการจัดกิจกรรม และเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการจัด กิจกรรมประกอบอาหาร ช่วงระยะเวลา 6 สัปดาห์ จ านวน 18 ครั้ง การด าเนินการทดลอง ได้ด าเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ท าการทดลองเป็นเวลา 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน จันทร์พุธ ศุกร์เวลา 10.00 – 11.00 นาทีวันละ 60 นาที รวม 18 ครั้ง ไปจนครบ จากนั้นจึงน าข้อมูลที่ได้จากการทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาไปท าการวิเคราะห์ข้อมูลทาง สถิติ 1. น าคะแนนที่ได้จากการทดสอบครั้งแรก (Pretest) และครั้งหลัง (Posttest) ของเด็กกลุม ทดลองมาวิเคราะหหาคาเฉลี่ย (Mean) และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2. เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการแก้ปัญหาก่อนการทดลอง และหลังการทดลอง ของกลุ่มทดลองวิเคราะห์โดยใชสถิติt-test แบบ Dependent Sample สรุปผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ ได้รับการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร ผลปรากฏว่าเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมประกอบอาหารสูงขึ้นอย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 อภิปรายผลของการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมประกอบอาหารมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของ เด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมประกอบอาหารสูงขึ้นอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณา
51 ความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงของคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยแยกเป็น รายด้านดังต่อไปนี้ 1. ด้านความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองของเด็กปฐมวัยมีความสามารถใน การแก้ปัญหาหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมคือ ก่อนการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.36 และหลังการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 8.18 ทั้งนี้เป็นเพราะเด็กได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ในขณะเด็กท าอาหาร เด็กได้ฝึกคิดแก้ปัญหาวางแผนในการประกอบอาหารแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับเพื่อน ในขณะที่เด็กท าอาหาร จากสภาพจริงสามารถชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของความสามารถใน การแก้ปัญหาของเด็กแต่ละคน ซึ่งในระยะแรกของการจัดกิจกรรมจากการสังเกตความสามารถในการ แก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย พบว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาได้เอง เช่น ในสัปดาห์ แรกในการท าข้าวเปียกหมูเด็กยังไม่กล้าที่จะหยิบ จับวัตถุดิบ เพราะกลัวเลอะเทอะ และครูกระตุ้น โดยใช้ค าถามให้เด็กได้ใช้ความสามารถในการแก้ปัญหา เช่น ถ้าเด็กๆ ไม่มีทัพพี เด็กๆ สามารถใช้ อะไรมาตักข้าวเปียกแทนทัพพีได้บ้าง ครูเป็นคนกระตุ้นให้เด็กได้คิด เด็กแต่ละคนจะมีความสามารถ ในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เด็กได้เรียนรู้ถึงปัญหาในการปฏิบัติกิจกรรมประกอบอาหารและใช้ ความสามารถการแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ท าให้เด็กได้เชื่อมโยงความคิด ประสบการณ์ที่ต้องแก้ปัญหา ขณะท ากิจกรรม ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีของเพียเจต์(1962: อ้างถึงใน กวีนา จิตนุพงษ์. 2551:9-10) เชื่อว่าความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กจะแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก และเมื่อเผชิญกับปัญหา ใหม่ที่คล้ายคลึงกับปัญหาเดิม เด็กจะใช้ความสามารถในการแก้ปัญหาเดิมที่เคยใช้ได้ผลส าเร็จมาแล้ว เมื่อเด็กมีประสบการณ์มากขึ้นหรือมีโอกาสได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหาต่างๆ จะช่วยให้เด็กเข้าใจปัญหา และสามารถแก้ปัญหาที่มีความยุ่งยากซับซ้อนได้ดีขึ้น ซึ่งงานวิจัยของ จิราภรณ์ ส่องแสง (2550: 18) ได้ท าการศึกษาผลการใช้กิจกรรมศิลปะบูรณาการที่มีต่อความสามารถการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย พบว่าการแก้ปัญหาเป็นสิ่งส าคัญต่อการด ารงชีวิตมนุษย์ทุกเพศทุกวัยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงส าคัญในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะในด้านการศึกษาซึ่งมีความส าคัญในเด็กทุกคน การคิด แก้ปัญหาจึงนับว่าเป็นพื้นฐานส าหรับเด็กปฐมวัยเพราะเมื่อเด็กเติบโตไปเด็กก็จะสามารถปรับตัวอยู่ใน สังคมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแนวทางในการเสริมประสบการณ์ความสามารถในการแก้ปัญหาให้กับ เด็กปฐมวัย คือ ส่งเสริมให้เด็กเล่นและท ากิจกรรมอย่างอิสระ เช่น เล่นตามมุม ท ากิจกรรมสร้างสรรค์ เล่นกลางแจ้ง ฯลฯ จัดกิจกรรมที่เอื้อให้เด็กได้คนหาค าตอบด้วยตนเอง การจัดประสบการณ์เหล่านี้จะ ช่วยให้เด็กพัฒนาการคิดแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยมากขึ้นแล้ว การจัดประสบการณ์แบบอื่นอีก ที่สามารถช่วยพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาได้โดยเฉพาะการจัดประสบการณ์แบบใช้ปัญหาเป็นหลัก ซึ่งเป็นการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นส าคัญ ขณะเดียวกันผู้เรียนได้มีการพัฒนาทักษะในการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ท าให้ผู้เรียนมี ประสบการณ์ของการเป็นผู้คิดเป็น ท าเป็นและแก้ปัญหาเป็น 2. ด้านความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นของเด็กปฐมวัยมี ความสามารถในการแก้ปัญหา หลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมคือ ก่อนการจัด กิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.27 และหลังการจัดกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 8.45 ทั้งนี้เป็นเพราะ การจัด กิจกรรมประกอบอาหารท าให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาสติปัญญาและแก้ปัญหาได้เมื่อมีปฏิสัมพันธ์และ ท างานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งในขณะท ากิจกรรมประกอบอาหารเด็กไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยล าพัง เมื่อได้
52 ลงมือท ากิจกรรมเด็กหญิงเอไม่สามารถห่อขนมจีบหมูได้เด็กหญิงบีจึงช่วยแนะน าวิธีห่อขนมจีบหมู ให้กับเด็กหญิงเอ เมื่อเด็กได้รับการแนะน าช่วยเหลือจากครู ผู้ใหญ่ หรือเพื่อนที่มีประสบการณ์ มากกว่าจะท าให้เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ และเด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในการลงมือท า กิจกรรมประกอบอาหาร เด็กมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหามากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี พัฒนาการทางสติปัญญาของ Berk & Winsler (1995: อ้างถึงใน อารี พันมณี. 2538:30) เชื่อว่า กระบวนการเรียนรู้พัฒนาการทางสติปัญญาและทัศนคติว่าเกิดขึ้นเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์และท างาน ร่วมกับคนอื่นๆ เด็กเผชิญปัญหาที่ ท้าทายแต่ไม่สามารถคิดได้โดยล าพัง เมื่อได้รับการช่วยเหลือ แนะน าจากผู้ใหญ่หรือเกิดจากการท างานร่วมกับเพื่อนที่มีประสบการณ์มากกว่า เด็กจะสามารถ แก้ปัญหานั้นได้และเกิดการเรียนรู้ การให้ความช่วยเหลือและน าในการแก้ปัญหาและการเรียนรู้ของ เด็ก เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่เด็กเมื่อเด็กแก้ปัญหาโดยล าพังไม่ได้เป็นการช่วยอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองวิธีการที่ครูเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กเพื่อให้การช่วยเหลือเด็ก เป็นการแนะน าช่วยเหลือให้เด็กแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยให้ค าแนะน า เช่นเดียวกับงานวิจัยของ ชมพูนุช จันทรากูร (2549:3) ได้ศึกษาเกี่ยวกับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ การจัดกิจกรรมประกอบอาหารประเภทขนมไทย การจัดประสบการณ์ที่เด็กจะได้ฝึกทักษะการ แก้ปัญหา การสังเกต การจ าแนก เปรียบเทียบ โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า จากการเรียนรู้ในคราว เดียวคือการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร ซึ่งเด็กๆ รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี การเปิดโอกาสให้เด็ก ได้ลงมือประกอบอาหารด้วยตนเอง เด็กจะชอบและมองเห็นเป็นเรื่องสนุก การท ากิจกรรมเรียนปน เล่น เด็กได้สนทนา พูดคุย วางแผนในการประกอบอาหารกับเพื่อน ในขณะท ากิจกรรมเด็กได้พบเจอ กับปัญหาและสามารถแก้ปัญหาช่วยกันได้เด็กแต่ละคนมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือแนะน าในการแก้ปัญหาและการเรียนรู้ของเด็ก เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ เด็กเมื่อเด็กแก้ปัญหาโดยล าพังไม่ได้และให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กแก้ปัญหาได้ด้วย ตนเอง และท าให้เด็กได้ช่วยกันคิดแก้ปัญหาร่วมกันกับเพื่อนได้เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงส่งผลท าให้เด็กมี คะแนนเฉลี่ยในด้านความสามารถในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นเพิ่มสูงขึ้น ผลการวิจัยการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร เปิดโอกาสให้เด็กได้มีประสบการณ์ตรงจาก การลงมือท าด้วยตนเอง กิจกรรมประกอบอาหารท าให้เด็กเกิดความสามารถในการแก้ปัญหาได้ดี เด็กกล้าคิด กล้าตัดสินใจ และรู้จักวางแผนในการประกอบอาหารตามขั้นตอน จึงส่งผลท าให้ ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการเพิ่มสูงขึ้น และสามารถส่งเสริม ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยได้ ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาการพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์โดยใช้กิจกรรมประกอบอาหาร ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
53 1. ข้อเสนอแนะจากการวิจัยครั้งนี้ 1.1 ครูผู้สอนที่สนใจน ากิจกรรมประกอบอาหารไปใช้ ควรมีการประยุกต์หรือปรับปรุงให้ เหมาะกับบริบทของนักเรียนหรือหลักสูตรของสถานศึกษาเพื่อให้นวัตกรรมส่งผลต่อการพัฒนา ความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนมากยิ่งขึ้น 1.2 ครูผู้สอนที่สนใจควรศึกษาค้นคว้าและเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของ เด็กปฐมวัยกับการจัดประสบการณ์ในรูปแบบอื่น ๆ 1.3 ครูผู้สอนควรค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ให้เวลาในการปฏิบัติกิจกรรมและ ความส าคัญของเด็กอย่างเท่าเทียมกัน 1.4 ครูผู้สอนควรเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ให้เหมาะสมปลอดภัยมีจ านวนเพียงพอกับเด็ก สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเด็กเกิดความสนใจ และอยากลงมือท าอาหารด้วย ตนเองโดยอยู่ในเงื่อนไขที่ก าหนด เพื่อความปลอดภัยและครูต้องมีความยืดหยุ่นในการท ากิจกรรม และดูแลคอยให้ค าแนะน าอย่างใกล้ชิด 2. ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 2.1 ครูผู้สอนที่สนใจควรศึกษาค้นคว้า และเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของ เด็กระดับปฐมวัยกับการจัดประสบการณ์ในรูปแบบอื่น ๆ 2.2 ครูผู้สอนที่สนใจควรศึกษาค้นคว้า และเปรียบเทียบการใช้กิจกรรมประกอบอาหารที่มี ผลต่อตัวแปรตามอื่น ๆ ของเด็กปฐมวัย เช่น ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ความสามารถในด้านมิติ สัมพันธ์และความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก เป็นต้น 2.3 ควรมีการศึกษาพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นอนุบาลในรูปแบบ ที่หลากหลาย เช่น การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาโดยใช้กิจกรรมคณิตศาสตร์
54 บรรณานุกรม
55 บรรณานุกรม กนกกร แววพหูสูต. (2549). การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่องสนุกกับไฟฟ้าของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT และแบบแก้ปัญหา. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและวิธีสอน ภาควิชาหลักสูตรและ วิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. กมลรัตน์ หล้าสุวงษ์. (2528). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. กวีณา จิตนุพงศ์. (2551). ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ แบบเด็กนักวิจัย. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ ากัด. กรมวิชาการ. (2546) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ: คุรุสภาราดพร้าว. กาญจนา เกียรติประวัติ. (ม.ป.ป.). วิธีสอนและทักษะการสอน. กรุงเทพฯ: วัฒนาพาณนิช. กุญชรี ค้าขาย. (2549). การคิดแก้ปัญหา. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏ สวนสุนันทา. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส าหรับเด็กปฐมวัย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: เบรนเบส บุ๊ค. กรมวิชาการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว. ขนิษฐา บุนนาค. (2561). กิจกรรมประกอบอาหารส าหรับเด็กปฐมวัย. [On – line]. Available : https://www.youngciety.com/article/learning/cooking-for-hildren.html [สืบค้นเมื่อ 18 ตุลาคม 2566]. จิราภรณ์ ส่องแสง. (2550). ผลการใช้กิจกรรมศิลปะบูรณาการที่มีต่อความสามารถการแก้ปัญหา ของเด็กปฐมวัย. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ. เจษฎา ศุภางคเสน. (2530). การศึกษาความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเด็ก ปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ฉันทนา ภาคบงกช. (2528). สอนให้เด็กคิด: โมเดลการพัฒนาทักษะการคิดเพื่อคุณภาพชีวิต และ สังคม. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.
56 เฉลิมพล ตันสกุล. (2521). พัฒนาการทางสติปัญญาและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเด็กก่อนวัย เรียนในเขตการศึกษา. ปริญญานิพนธ์ กศ. ม. (จิตวิทยาพัฒนาการ). กรุงเทพ: บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ชูชีพ อ่อนโคกสูง. (2522).สอนอย่างไร. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการแนะแนวและจิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ชม ภูมิภาค. (2553). จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ชมพูนุช จันทรากูร. (2549). ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม ประกอบอาหารประเภทขนมไทย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ดารารัตน์ อุทัยพยัคฆ์. (2555). ประโยชน์ของการประกอบอาหารในเด็กปฐมวัย. [On – line]. Available :http://daratim54.blogspot.com/2012/04/blog-post_08.html [สืบค้น เมื่อ15 ตุลาคม 2566]. ทิศนา แขมมณี. (2542). ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการ การปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ. ธีรภรณ์ ภักดี. (2550). ผลของการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เรื่อง น้ า ตามโครงการ พระราชด าริที่มีต่อการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. นิตยา ประพฤติกิจ. (2541). คณิตศาสตร์ส าหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: โอ เอส พริ้นติ้งเฮาส์. เบญจา แสงมลิ. (2555). การพัฒนาเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ. ประพันศิริ สุเสารัฐ. (2543). คิดเก่ง สมองไว. กรุงเทพฯ: โปรคัคทีฟบุ๊ค. พัชรา ทิพยทัศน์. (2551). คุณลักษณะผู้น าการเปลี่ยนแปลง. [On-line]. Available : ttp://www.br.ac.th/E- learning/lesson1_3html. [สืบค้นเมื่อ17 ตุลาคม 2566]. พัฒนา ชัชพงศ์. (2530). การจัดประสบการณ์และกิจกรรมระดับปฐมวัย. เอกสารการบรรยายชุดที่ 8 แผนการศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. พีระพงษ์ กุลพิศาล. (2545). สมองลูกพัฒนาด้วยศิลปะ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ธารอักษร. พร พันธ์โอสถ. (2543). การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย: วอลดอร์ฟ. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์. ลาวัลย์ พลกล้า. (2523). การสอนคณิตศาสตร์แบบปฏิบัติการ. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วัชรินทร์ เทพมณี. (2545). ผลการจัดประสบการณ์การประกอบอาหารที่มีต่อวินัยในตนเองของ เด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย), กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
57 วณิชชา สิทธิพล. (2557). การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยด้วยการจัด กิจกรรมประกอบอาหาร. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ ประสานมิตร. วนิช สุธารัตน์. (2554). การคิดและพัฒนาคน. พระนครศรีอยุธยา:มหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนครศรีอยุธยา. วยุภา จิตรสิงห์. (2558). การศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ครูใช้ค าถาม แบบเชื่อมโยงเนื้อหาและแบบเชื่อมโยงประสบการณ์. ปริญญานิพนธ์ กษ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. วไลพร พงศ์ศรีทัศน์. (2536 ). ผลของการจัดผลประสบการณ์แบบปฏิบัติการทดลองประกอบ อาหาร กับแบบปกติที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. ปริญญา นิพนธ์กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ. วารี ถิระจิตร. (2541). ความรู้ทางสังคมศึกษาในระดับอนุบาล. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วาศิล. (2543). แสนสนุกท า cooking รักลูก: Kids & School, 1(11), 26 - 29. สนอง สุธาอามาตย์. (2545). ความสามารถด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรรมเสริมประสบการณ์โดยการประกอบอาหาร. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษา ปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สรวงพร กุศลส่ง. (2538). ทักษะการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย 3-4 ปี ที่ได้รับการจัดกิจกรรมใน วงกลมแบบปฏิบัติการทดลองกับการเล่นเกมการศึกษาแบบประสาทสัมผัส. ปริญญา นิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ. สารานุกรมส าหรับเยาวชนไทย. (2552). อาหารไทย. [On-line]. Available: https://www. saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book.com. [สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2566]. สุคนธ์ สินธพานนท์. (2551). พัฒนาทักษะการคิดพิชิตการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เลี่ยงเชียง. สุจิตรา เคียงรัมย์. (2551). ผลการจัดกิจกรรมการเพาะปลูกพืชที่มีต่อความสามารถในการ แก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
58 สุชาดา สุทธาพันธ์. (2532). การเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ การสอนโดยใช้ค าถามหลายระดับกับเด็กปฐมวัยที่ได้รับการสอนตามแผนการจัด ประสบการณ์ของส านักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.(การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. สุวัฒน์ มุทธเมธา. (2523). การเรียนการในปัจจุบัน. กรุงเทพฯ: พีระวัฒนา. สุวิทย์ มูลค า. (2547). กลยุทธ์การสอนคิดแก้ปัญหา. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจ ากัด ภาคพิมพ์. สมจิต สวธนไพบูลย์. (2541). เอกสารค าสอนวิชา กว. 571 ประชุมปฏิบัติการการสอน วิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน. (2535). คู่มืออบรมกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการ เด็กอนุบาล (กิจกรรมในวงกลม). กรุงเทพฯ: หน่วยศึกษานิเทศก์. อัญชลี ไสยวรรณ. (2531). การศึกษาเปรียบเทียบผลการจัดประสบการณ์แบบปฏิบัติการาดลองกับ แบบผสมผสานที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย) กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อภิรดี สีนวล. (2547). การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมการเล่านิทานฉงน. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา ปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อายุพร สาชาติ. (2548). พฤติกรรมการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการแสดง บทบาทสมมติ. ปริญญานิพนธ์กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย) กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อารี พันธ์มณี. (2534). จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: เลิฟแอนคีเพรส. อารีรัตน์ ญาณะศร. (2544). พฤติกรรมความร่วมมือของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ การประกอบอาหารเป็นกลุ่ม. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อุบลรัตน์ เพ็งสถิต. (2532). จิตวิทยาการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามค าแหง. อรพรรณ พรสีมา. (2543). การวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณญาณ สร้างสรรค์และแก้ปัญหาท า อย่างไร. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาทักษะการคิด. Berk. L.E. and Winsler. A. (1995). A Scaffolding Children's Learning. Vygotsky E Childhood Education. Boston : Seven street studio. Bloom. B. S. et al. (1956). Taxonomy of educational objectives: Handbook I :
59 Cognitive Domain. New York: David Mckay. Bryant. C.K. and H.R. Unngerford. (1977). " An Analysis of Strategies for Teaching Environmental Concepts and Values Clarfication in Kindergarten." Journal of Enviromental Education. 9(1): 44 - 49 ; fall. Bruner. J.S. (1969). The Prosess of Education. New York: Harvard University Press. Burry – Stock. Corwin. V.W. (1978. May). "A Comparision of Learning Geomatry with or Without Laboratory Activities using Manipulatives Aids and Paper Eolding Techniques." Dissertation Abstracts. 11: 6584 - A - 6585 - A. Dewey, J. (1933). How we think. Boston: Heath and Co. Gescell. A. (1960). The first five years of life: A guide to the study of the pre children. New York: Harper. Jackman. H.L. (1997). Eary Education Curricolum: A Child's Connection to The Word. Albany. New York: Delmar. John Dewey. 1969. Philosophy Education. and Reflective Thinking. In Thomas O. Buford Toward a Philosophy of Education. New York: The Macmillan Company. Mccown. R. D. & Roop. (1996) Educational Psychology: A learning centered appro to classroom practice. Boston: Allyn and Bacon. Morgan. C. T. (1978). Thinking and problem solving: A brief introduction to Psychology. 2" ed. New Delhi: Tata McGraw-hill. Piaget. J. (1962). The Stage of the Intellectual Development of the child: Bulletin of the Beginner Clinic. V. 26. Polya, G. (1957). How to solve it. San Francisco: Stanford University.
60 ภาคผนวก
61 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือ
62 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรัญญา ศรีบัว ต าแหน่งอาจารย์สาขาประจ าสาขาวิชา ปฐมวัยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2. คุณครูดารุณี วันดี ครูช านาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ ส านักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี 3. คุณครูรัตนาพร จันทะวาลย์ ครูช านาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ ส านักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี
63 ภาคผนวก ข ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย
64 ตารางที่ 5 ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็ก ปฐมวัย ความสามารถใน การแก้ปัญหา หัวข้อที่ประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่3 1. ด้านความสามารถ ในการแก้ปัญหาตน 1. ถ้าเด็กๆ เห็นโต๊ะ สกปรกจะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 2. ถ้าเด็กๆ เห็นเพื่อน หกล้ม จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 3. ถ้าเด็กๆ หกล้มมี แผลตามตัว เด็กๆ จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 4. ถ้าเสื้อของเด็กๆ เลอะเทอะสกปรก จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 5. ถ้าเด็กๆ มีขนมแต่ เพื่อนไม่มี เด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 6. ถ้าเด็กๆ ปวด ปัสสาวะจะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 7. ก่อนจะไปทานข้าว มือเด็กๆ สกปรกจะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 8. ถ้าเห็นขยะบนพื้น เด็กๆ จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 9. ถ้าเด็กๆ ไม่สบาย ควรท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 10. ถ้าเด็กๆ อยากไป เล่นแต่มีงานที่ยังท า ไม่เสร็จเด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00
65 ตารางที่ 5 ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็ก ปฐมวัย (ต่อ) ความสามารถใน การแก้ปัญหา หัวข้อที่ประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 2. ด้านความสามารถใน การแก้ปัญหาตนเองที่ เกี่ยวข้องกับผู้อื่น 1. ถ้าเด็กๆ นั่งฟังครูเล่า นิทานแต่มีเพื่อนมายืน บังเด็กๆ จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 2. ถ้าเด็กๆ เล่นของเล่น อยู่แล้วมีเพื่อนมาขอ เล่นด้วย เด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 3. ถ้าเด็กๆ เห็นเพื่อน ร้องไห้ เด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 4. ขณะฝนก าลังจะตก เด็กๆ เห็นเสื้อผ้าตากอยู่ นอกบ้าน เด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 5. ถ้าเด็กๆ เห็นเพื่อน เปิดน้ าทิ้งไว้เด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 6. ขณะรับประทาน อาหารเสร็จ เด็กๆ เห็น เพื่อนไม่เก็บถาดอาหาร จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 7. ถ้าเพื่อนโยนทราย เข้าตาเด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 8. ถ้าเด็กๆ ท าแว่น เพื่อนพัง เด็กๆ จะท า อย่างไร +1 +1 +1 3 1.00
66 ตารางที่ 5 ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็ก ปฐมวัย (ต่อ) ความสามารถใน การแก้ปัญหา หัวข้อที่ประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 2. ด้านความสามารถใน การแก้ปัญหาตนเองที่ เกี่ยวข้องกับผู้อื่น 9. ขณะที่เด็กๆ ก าลัง ระบายสีอยู่ แต่เพื่อนไม่ มีสี เด็กๆ จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00 10. ขณะที่เด็กๆ เล่น อยู่ แล้ววิ่งไปชนเพื่อน เด็กๆ จะท าอย่างไร +1 +1 +1 3 1.00
67 ภาคผนวก ค ค่าความยากง่าย (p) และ ค่าอ านาจจ าแนก (r) ของแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย
68 ตารางที่ 6 ชุดที่ 1 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองของเด็กปฐมวัย ค่าความยากง่าย (p) และค่าอ านาจจ าแนก (r) แบบทดสอบความสามารถใน การแก้ปัญหาตนเอง ค่าความยากง่าย (p) ค่าอ านาจจ าแนก (r) แปลผล 1. ถ้าเด็กๆ เห็นโต๊ะสกปรกจะท า อย่างไร 0.64 0.64 น าไปใช้ได้ 2. ถ้าเด็กๆ เห็นเพื่อนหกล้ม จะท าอย่างไร 0.73 0.68 น าไปใช้ได้ 3. ถ้าเด็กๆ หกล้มมีแผลตามตัว เด็กๆ จะท าอย่างไร 0.73 0.71 น าไปใช้ได้ 4. ถ้าเสื้อของเด็กๆ เลอะเทอะ สกปรก ควรท าอย่างไร 0.73 0.64 น าไปใช้ได้ 5. ถ้าเด็กๆ มีขนมแต่เพื่อนไม่มี เด็กๆ จะท าอย่างไร 0.64 0.64 น าไปใช้ได้ 6. ถ้าเด็กๆ ปวดปัสสาวะจะท า อย่างไร 0.73 0.71 น าไปใช้ได้ 7. ก่อนจะไปทานข้าว มือเด็กๆ สกปรกจะท าอย่างไร 0.73 0.64 น าไปใช้ได้ 8. ถ้าเห็นขยะบนพื้น เด็กๆ จะท า อย่างไร 0.73 0.71 น าไปใช้ได้ 9. ถ้าเด็กๆ ไม่สบายควรท า อย่างไร 0.73 0.71 น าไปใช้ได้ 10. ถ้าเด็กๆ อยากไปเล่นแต่มี งานที่ยังท าไม่เสร็จเด็กๆ จะท า อย่างไร 0.73 0.86 น าไปใช้ได้ ค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองของเด็กปฐมวัย มีค่าเท่ากับ 0.92
69 ตารางที่ 7 ชุดที่ 2 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นของ เด็กปฐมวัย ค่าความยากง่าย (p) และค่าอ านาจจ าแนก (r) แบบทดสอบความสามารถใน การแก้ปัญหาตนเองที่เกี่ยวข้อง กับผู้อื่น ค่าความยากง่าย (p) ค่าอ านาจจ าแนก (r) แปลผล 1. ถ้าเด็กๆ นั่งฟังครูเล่านิทานแต่ มีเพื่อนมายืนบังเด็กๆ จะท า อย่างไร 0.73 0.76 น าไปใช้ได้ 2. ถ้าเด็กๆ เล่นของเล่นอยู่แล้วมี เพื่อนมาขอเล่นด้วย เด็กๆ จะท า อย่างไร 0.73 0.68 น าไปใช้ได้ 3. ถ้าเด็กๆ เห็นเพื่อนร้องไห้ เด็กๆ จะท าอย่างไร 0.73 0.68 น าไปใช้ได้ 4. ขณะฝนก าลังจะตก เด็กๆ เห็น เสื้อผ้าตากอยู่นอกบ้าน เด็กๆ จะท าอย่างไร 0.73 0.76 น าไปใช้ได้ 5. ถ้าเด็กๆ เห็นเพื่อนเปิดน้ าทิ้งไว้ เด็กๆ จะท าอย่างไร 0.73 0.68 น าไปใช้ได้ 6. ขณะรับประทานอาหารเสร็จ เด็กๆ เห็นเพื่อนไม่เก็บถาดอาหาร จะท าอย่างไร 0.73 0.76 น าไปใช้ได้ 7. ถ้าเพื่อนโยนทรายเข้าตาเด็กๆ จะท าอย่างไร 0.73 0.76 น าไปใช้ได้ 8. ถ้าเด็กๆ ท าแว่นเพื่อนพัง เด็กๆ จะท าอย่างไร 0.73 0.68 น าไปใช้ได้ 9. ขณะที่เด็กๆ ก าลังระบายสีอยู่ แต่เพื่อนไม่มีสี เด็กๆ จะท า อย่างไร 0.73 0.76 น าไปใช้ได้ 10. ขณะที่เด็กๆ เล่นอยู่ แล้ววิ่ง ไปชนเพื่อน เด็กๆ จะท าอย่างไร 0.73 0.76 น าไปใช้ได้ ค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นของเด็กปฐมวัย มีค่าเท่ากับ 0.93
70 ภาคผนวก ง - คูมือการใชแผนการจัดประสบการณการประกอบอาหาร - ตารางการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร - แผนการจัดประสบการณการประกอบอาหาร
71 คู่มือการใช้แผนการจัดประสบการณ์ประกอบอาหาร 1. ค าชี้แจง การส่งเสริมความสามารในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย สามารถท าได้หลายวิธี และวิธี หนึ่งที่สามารถส่งเสริมสามารถจัดให้กับเด็กได้ คือ การจัดกิจกรรมประกอบอาหาร แผนการจัด กิจกรรมประกอบอาหารที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เป็นการจัดประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรง เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ในการสังเกต วางแผน เรียงล าดับขั้นตอนการ ประกอบอาหาร และแก้ไขปัญหากับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กได้มีการพัฒนาความสามารถในการ แก้ปัญหา โดยครูมีบทบาทในการจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศ ในการเรียนรู้โดยจัดเตรียมวัสดุ ต่างๆ การใช้ค าถามเพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความสามารถในการแก้ปัญหา โดยจัดกิจกรรมประกอบ อาหารสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 60 นาที คือ วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อฝึกให้เด็กได้สังเกต ฟัง พูด คิด แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล 2.2 เพื่อฝึกทักษะการท างานร่วมกับผู้อื่น 3. เนื้อหา กิจกรรมประกอบอาหาร 18 กิจกรรม 4. การด าเนินกิจกรรม 4.1 สร้างข้อตกลงในการท ากิจกรรมประกอบอาหารดังนี้ 4.1.1 ไม่แย่งหรือเล่นกันขณะท ากิจกรรม 4.1.2 เมื่อท ากิจกรรมเสร็จช่วยกันเก็บอุปกรณ์ให้เรียบ และล้างมือให้สะอาด 4.2 ครูแนะน ากิจกรรมและอุปกรณ์ อธิบายวิธีท า วิธีใช้อุปกรณ์ 4.3 เด็กลงมือปฏิบัติกิจกรรมโดยมีครูดูแลอย่างใกล้ชิด ครูคอยแนะน าให้ความช่วยเหลือ เมื่อเด็กต้องการ 4.4 เด็กเล่าถึงผลงานจากการท ากิจกรรม 5. การประเมิน 5.1 สังเกตการตอบค าถามและการแก้ปัญหา 5.2 สังเกตพฤติกรรมขณะท ากิจกรรม 5.3 สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
72 แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมประกอบอาหาร ชื่อกิจกรรม ข้าวเปียกหมูแสนอร่อย จุดมุ่งหมาย 1. เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาในการประกอบอาหารได้ 2. เพื่อให้เด็กสามารถบอกชื่ออุปกรณ์ของการท าข้าวเปียกหมูได้ 3. เพื่อให้เด็กสามารถประกอบอาหารตามขั้นตอนได้ 4. เพื่อให้เด็กสามารถร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนและครูในขณะท า กิจกรรม ขั้นตอนการท ากิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันเคลื่อนไหวพื้นฐาน 2. เด็กและครูท าข้อตกลงร่วมกัน 3. ครูแนะน าอุปกรณ์ วัตถุดิบ ที่ใช้ส าหรับท าข้าวเปียก 4. ครูสาธิตวิธีการท าข้าวเปียกและใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา ดังนี้ - ขณะท าอาหารแล้วน้ าในหม้อลดลง เด็กๆ จะท าอย่างไร - ขณะท าอาหารเด็กท าน้ าหกลงพื้น เด็กๆ จะท าอย่างไร - ขณะท าอาหารอุปกรณ์ในการท าอาหารไม่ครบขาดกระบวย เด็กๆ จะท า อย่างไร 5. เด็กๆ วางแผนลงมือท าข้าวเปียก โดยมีครูดูแลคอยให้ค าแนะน าอย่างใกล้ชิด 6. เด็กและครูร่วมกันสรุปกิจกรรม และเก็บอุปกรณ์ล้างมือให้เรียบร้อย สื่อ/อุปกรณ์ 1. หม้อส าหรับต้มข้าวเปียก ถ้วย กระบวย ช้อน ที่ตวงวัตถุดิบ 2. เครื่องปรุง : เกลือ ซีอิ๊วขาว น้ าตาลทราย ผงปรุงรสหมู กระเทียมเจียว 3. เส้นข้าวเปียก เนื้อหมู ผัก หอมซอย 4. แทมโบรีน การประเมินผล 1. สังเกตการตอบค าถามและการแก้ปัญหา 2. สังเกตพฤติกรรมขณะท ากิจกรรม 3. สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
73 แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมประกอบอาหาร ชื่อกิจกรรม ส้มต าแครอท จุดมุ่งหมาย 1. เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาในการประกอบอาหารได้ 2. เพื่อให้เด็กสามารถบอกชื่ออุปกรณ์การท าส้มต าแครอทได้ 3. เพื่อให้เด็กสามารถประกอบอาหารตามขั้นตอนได้ 4. เพื่อให้เด็กสามารถร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนและครูในขณะท า กิจกรรม ขั้นตอนการท ากิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันร้องเพลง ส้มต า 2. เด็กและครูท าข้อตกลงร่วมกัน 3. ครูแนะน าอุปกรณ์ วัตถุดิบ ที่ใช้ส าหรับท าส้มต าแครอท 4. ครูสาธิตวิธีการท าส้มต าแครอท และใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา ดังนี้ - ขณะท าอาหารแล้วน้ าปลาร้าหกลงพื้น เด็กๆ จะท าอย่างไร - ขณะท าอาหารเด็กๆ ถอยหลังชนเพื่อนโดยไม่ได้ตั้งใจ เด็กๆ จะท าอย่างไร 5. เด็กๆ วางแผนลงมือท าส้มต าแครอท โดยมีครูดูแลคอยให้ค าแนะน าอย่างใกล้ชิด 6. เด็กและครูร่วมกันสรุปกิจกรรม และเก็บอุปกรณ์ล้างมือให้เรียบร้อย สื่อ/อุปกรณ์ 1. ครก ไม้ตีพริก จาน กระบวย ทัพพี ช้อน ที่ตวงวัตถุดิบ 2. เครื่องปรุง : น้ าปลา น้ าตาล มะนาว 3. แครอท ส้มต า มะนาว มะเขือเทศ เส้นขนมจีน 4. แทมโบรีน การประเมินผล 1. สังเกตการตอบค าถามและการแก้ปัญหา 2. สังเกตพฤติกรรมขณะท ากิจกรรม 3. สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
74 แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมประกอบอาหาร ชื่อกิจกรรม ขนมจีบหมูอู๊ดๆ จุดมุ่งหมาย 1. เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาในการประกอบอาหารได้ 2. เพื่อให้เด็กสามารถบอกชื่ออุปกรณ์การท าขนมจีบปูได้ 3. เพื่อให้เด็กสามารถท าขนมจีบปูตามขั้นตอนได้ 4. เพื่อให้เด็กสามารถร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนและครูในขณะท า กิจกรรม ขั้นตอนการท ากิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันเคลื่อนไหวตามค าบอก 2. เด็กและครูท าข้อตกลงร่วมกัน 3. ครูแนะน าอุปกรณ์ วัตถุดิบ ที่ใช้ส าหรับท าขนมจีบหมูสับ 4. ครูสาธิตวิธีการท าขนมจีบหมูสับ และใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา ดังนี้ - ขณะท าอาหารแล้วน้ าในหม้อลดลง เด็กๆ จะท าอย่างไร - ขณะท าอาหารเด็กๆ ท าแผ่นเกี๊ยวขาด เด็กๆ จะท าอย่างไร - ขณะท าอาหารเนื้อหมูติดมือ เด็กๆ จะท าอย่างไร 5. เด็กๆ วางแผนลงมือท าขนมจีบหมู โดยมีครูดูแลคอยให้ค าแนะน าอย่างใกล้ชิด 6. เด็กและครูร่วมกันสรุปกิจกรรม และเก็บอุปกรณ์ล้างมือให้เรียบร้อย สื่อ/อุปกรณ์ 1. หม้อส าหรับนึ่งขนมจีบ ถ้วย จาน ช้อน ที่ตวงวัตถุดิบ 2. เครื่องปรุง : พริกไทยป่น น้ าตาลทราย น้ ามันงา ซีอิ๊วขาว ซอส ผงปรุงรส 3. เนื้อหมูสับ แผ่นเกี๊ยว 4. แทมโบรีน การประเมินผล 1. สังเกตการตอบค าถามและการแก้ปัญหา 2. สังเกตพฤติกรรมขณะท ากิจกรรม 3. สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
75 แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมประกอบอาหาร ชื่อกิจกรรม ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง จุดมุ่งหมาย 1. เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาในการประกอบอาหารได้ 2. เพื่อให้เด็กสามารถบอกชื่ออุปกรณ์การท าไข่ตุ๋นทรงเครื่องได้ 3. เพื่อให้เด็กสามารถประกอบอาหารตามขั้นตอนได้ 4. เพื่อให้เด็กสามารถร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนและครูในขณะท า กิจกรรม ขั้นตอนการท ากิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันเคลื่อนไหวประกอบเพลง 2. เด็กและครูท าข้อตกลงร่วมกัน 3. ครูแนะน าอุปกรณ์ วัตถุดิบ ที่ใช้ส าหรับท าไข่ตุ๋นทรงเครื่อง 4. ครูบอกวิธีการท าไข่ตุ๋นทรงเครื่อง และใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา ดังนี้ - ขณะท าอาหารไข่ตกแตกใส่พื้น เด็กๆ จะท าอย่างไร - หลังท าอาหารเสร็จไข่ตุ๋นเหลือเยอะมาก เด็กๆ จะท าอย่างไร - ขณะท าอาหารไข่มีไม่เพียงพอส าหรับเด็ก เด็กๆ จะท าอย่างไร 5. เด็กๆ วางแผนลงมือท าไข่ตุ๋นทรงเครื่อง โดยมีครูดูแลคอยให้ค าแนะน าอย่างใกล้ชิด 6. เด็กและครูร่วมกันสรุปกิจกรรม และเก็บอุปกรณ์ล้างมือให้เรียบร้อย สื่อ/อุปกรณ์ 1. หม้อทึงส าหรับท าไข่ตุ๋นทรงเครื่อง ถ้วย จาน กระบวย ช้อน ที่ตวงวัตถุดิบ 2. เครื่องปรุง : ซอสปรุงรส น้ าปลา 3. ไข่ไก่ เนื้อหมูสับ ปูอัด ไส้กรอก แครอท หอม 4. แทมโบรีน การประเมินผล 1. สังเกตการตอบค าถามและการแก้ปัญหา 2. สังเกตพฤติกรรมขณะท ากิจกรรม 3. สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
76 แผนการจัดประสบการณ์กิจกรรมประกอบอาหาร ชื่อกิจกรรม กล้วยบวชชี จุดมุ่งหมาย 1. เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาในการประกอบอาหารได้ 2. เพื่อให้เด็กสามารถบอกชื่ออุปกรณ์การท ากล้วยบวชชี 3. เพื่อให้เด็กสามารถท ากล้วยบวชชีตามขั้นตอนได้ 4. เพื่อให้เด็กสามารถร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนและครูในขณะท า กิจกรรม ขั้นตอนการท ากิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันเคลื่อนไหวตามค าบอก 2. เด็กและครูท าข้อตกลงร่วมกัน 3. ครูแนะน าอุปกรณ์ วัตถุดิบ ที่ใช้ส าหรับท ากล้วยบวชชี 4. ครูบอกวิธีการท ากล้วยบวชชีและใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา ดังนี้ - ขณะท ากล้วยบวชชีแต่เด็กคิดว่ากล้วยลูกใหญ่ไป เด็กๆ จะท าอย่างไร - ขณะท ากล้วยบวชชีน้ าในหม้อลดลง เด็กๆ จะท าอย่างไร - หลังจากท ากล้วยบวชชีเสร็จ พบว่าตักกล้วยบวชชีแจกเด็กๆ แล้ว กล้วยบวชชีไม่พอ เด็กๆ จะท าอย่างไร 5. เด็กๆ วางแผนลงมือท ากล้วยบวชชีโดยมีครูดูแลคอยให้ค าแนะน าอย่างใกล้ชิด 6. เด็กและครูร่วมกันสรุปกิจกรรม และเก็บอุปกรณ์ล้างมือให้เรียบร้อย สื่อ/อุปกรณ์ 1. หม้อส าหรับท ากล้วยบวชชี กระบวย ที่ตวงวัตถุดิบ ถ้วย ช้อน 2. กล้วย กะทิ น้ าตาล เกลือ ใบเตย 3. แทมโบรีน การประเมินผล 1. สังเกตการตอบค าถามและการแก้ปัญหา 2. สังเกตพฤติกรรมขณะท ากิจกรรม 3. สังเกตการเก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
77 ภาคผนวก จ คู่มือการทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย ( อายุ 4 – 5 ปี) ตัวอย่างการทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย ( อายุ 4 – 5 ปี) - ชุดที่ 1 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเอง - ชุดที่ 2 แบบทดสอบความสามารมารถในการแก้ปัญหาตนเองที่ เกี่ยวข้องกับผู้อื่น
78 คู่มือการทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย (อายุ 4-5 ปี) 1. ค าชี้แจง 1.1 แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย 1.2 แบบทดสอบมีทั้งหมด 2 ชุด มีลักษณะเป็นรูปภาพแบบเลือกตอบจาก 3 ตัวเลือก 1.3 ในการด าเนินการทดสอบผู้วิจัยด าเนินการทดสอบด้วยตนเอง โดยการอธิบายวิธีการท า แบบทดสอบและด าเนินการสอบทีละข้อ นอกจากนี้มีผู้ช่วยด าเนินการทดสอบช่วยดูแลและอ านวย ความสะดวกให้ผู้รับการทดสอบได้ท าแบบทดสอบถูกต้องตามค าสั่งและขั้นตอน ซึ่งการทดสอบจะ ทดสอบวันละ 1 ชุด โดยเรียงล าดับจากชุดที่ 1-2 รวมระยะเวลา 2 วัน เมื่อท าการทดสอบครบ 2 ชุด จึงน าแบบทดสอบมาตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ 2. ค าแนะน าในการใช้แบบทดสอบ 2.1 ลักษณะทั่วไปของแบบทดสอบ ประกอบด้วยแบบทดสอบจ านวน 2 ชุด ดังนี้ - ชุดที่ 1 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเอง จ านวน 10 ข้อ มี 3 ตัวเลือก - ชุดที่ 2 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น จ านวน 10 ข้อ มี 3 ตัวเลือก 2.2 การตรวจให้คะแนน มีทั้งหมด 20 คะแนน มีแบบทดสอบ 2 ชุด แบ่งออกเป็น ชุดละ 10 คะแนน 2.2.1 ข้อที่กากบาท (X) ถูกต้องให้ 1 คะแนน 2.2.2 ข้อที่กากบาท (X) ผิดหรือไม่ได้กากบาท (X) หรือกากบาท (X) หรือกากบาท เกินกว่าภาพที่ก าหนดให้ 0 คะแนน 2.3 การเตรียมตัวก่อนสอบ 2.3.1 ผู้ด าเนินการทดสอบต้องศึกษาคู่มือในการประเมินให้เข้าใจกระบวนในการใช้ แบบทดสอบ ซึ่งจะท าให้การด าเนินการทดสอบเป็นไปอย่างราบรื่น และก่อนการทดสอบต้องเขียน ชื่อ – สกุล ของผู้เข้ารับการทดสอบให้เรียบร้อย ก่อนลงมือทดสอบผู้ด าเนินการทดสอบต้องอธิบาย ขั้นตอนละท าตัวอย่างให้ผู้เข้ารับการทดสอบดูไปพร้อมๆ กัน 2.3.2 อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบมีดังนี้ 1. คู่มือด าเนินการทดสอบ 2. สีเทียนหรือดินสอสีด าส าหรับการทดสอบ 3. นาฬิกาจับเวลา 1 เรือน
79 2.3.3 ข้อปฏิบัติก่อนการทดสอบ 1. ก่อนด าเนินการทดสอบควรให้ผู้รับการทดสอบไปท าธุระส่วนตัว เช่น ดื่มน้ า เข้าห้องน้ าให้เรียบร้อย 2. ผู้ด าเนินการทดสอบควรสร้างความคุ้นเคยกับผู้รับการทดสอบโดยการ ทักทายพูดคุยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เมื่อเห็นว่าผู้รับการทดสอบพร้อมจึงเริ่มท าการทดสอบ 3. การด าเนินการ : “สวัสดีค่ะเด็กๆ วันนี้ครูมีแบบทดสอบมาให้เด็กๆ ลองท าดู” : “ก่อนที่จะลงมือท า ครูมีข้อตกลงกับเด็กๆ ว่า เมื่อเด็กๆ ได้แบบทดสอบที่ ครูแจก แล้วอย่าเพิ่งเปิดดูก่อนที่ครูจะบอก และเมื่อครูบอกให้ท าอะไร ขอให้ตั้งใจฟัง แล้วท าตามที่ครูบอกครูจะแจกแบบทดสอบและให้เด็กๆ ทุกคน เลือกสีเทียนหรือดินสอสีด ามาคนละ 1 แท่งค่ะ” : ( ครูแจกแบบทดสอบตามรายชื่อของเด็ก และให้เด็กเลือกสีเทียนหรือ ดินสอสีด า คนละ 1 แท่ง และครูติดเครื่องหมายกากบาท (X) ที่ผนังห้อง และชี้ที่เครื่องหมาย) : “ นี่คือเครื่องหมายกากบาท เด็กๆ พูดตามซิคะ เปิดหน้าแรกค่ะ” : ( ครูเปิดแบบทดสอบหน้าแรก และดูว่าเด็กเปิดถูกต้องหรือไม่ )
80 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย (อายุ 4 – 5 ปี) - ชุดที่ 1 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเอง ชื่อ – สกุล.................................................................................... คะแนนที่ได้ ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ วันที่ท าการทดสอบ................................................................... ผู้ด าเนินการทดสอบ................................................................... ตัวอย่าง กากบาท (X) ทับภาพที่แก้ปัญหาได้ถูกต้องที่สุด 1. ถ้าเด็กๆ เห็นโต๊ะสกปรกจะท าอย่างไร หาผ้ามาเช็ดโต๊ะ วางของทับเลย หาผ้ามาเช็ดโต๊ะ
81 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย (อายุ 4 – 5 ปี) - ชุดที่ 2 แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาตนเองที่เกี่ยวข้อง กับผู้อื่น ชื่อ – สกุล............................................................................................ คะแนนที่ได้ ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนเทศบาล 9 มณเฑียรทองอนุสรณ์ วันที่ท าการทดสอบ................................................................... ผู้ด าเนินการทดสอบ................................................................... ตัวอย่าง กากบาท (X) ทับภาพที่แก้ปัญหาได้ถูกต้องที่สุด 1. ถ้าเด็กๆ เห็นเพื่อนโยนทรายเข้าตา เด็กๆ จะท าอย่างไร ไปล้างมือ ไปล้างหน้า โยนทรายใส่เพื่อน
82 ภาคผนวก ฉ ตัวอย่าง ภาพการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร - ภาพกิจกรรมประกอบอาหารส้มต าแครอท - ภาพกิจกรรมประกอบอาหารขนมจีบหมู - ภาพกิจกรรมประกอบอาหารเกี๊ยวน้ า - ภาพกิจกรรมประกอบอาหารไข่เจียวทรงเครื่อง - ภาพกิจกรรมประกอบอาหารประเภทของหวานวุ้นกะทิ
83 ตัวอย่างภาพการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร ภาคผนวกที่ ฉ1 ภาพขณะท ากิจกรรมส้มต าแครอท
84 ตัวอย่างภาพการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร (ต่อ) ภาคผนวกที่ ฉ2 ภาพขณะท ากิจกรรมขนมจีบหมู
85 ตัวอย่างภาพการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร (ต่อ) ภาคผนวกที่ ฉ3 ภาพขณะท ากิจกรรมเกี๊ยวน้ า
86 ตัวอย่างภาพการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร (ต่อ) ภาคผนวกที่ ฉ4 ภาพขณะท ากิจกรรมไข่เจียวทรงเครื่อง
87 ตัวอย่างภาพการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร (ต่อ) ภาคผนวกที่ ฉ5 ภาพขณะท ากิจกรรมวุ้นกะทิ
88 ประวัติย่อผู้วิจัย
89 ประวัติย่อของผู้วิจัย ชื่อ นางสาวจุฑามาศ แก้วแสนสินธุ์ วัน เดือน ปีเกิด 19 ธันวาคม พ.ศ. 2543 สถานที่เกิด อ าเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สถานที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 10 ต าบลเพ็ญ อ าเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี 41150 หมายเลขโทรศัพท์ 095-1791464 ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา ชื่อสถาบัน ปีที่ส าเร็จการศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านศรีสุวรรณโพนสว่าง 2555 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม 2558 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม 2561