The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมด้วยเครื่องหมายดีเอ็นเอและรหัสพันธุกรรมเพื่อการประยุกต์ใช้ในการวางแผนการอนุรักษ์พันธุกรรมไม้ป่าและนิติวิทยาศาสตร์ไม้ป่าและสัตว์ป่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by labdna424, 2021-10-25 23:58:27

การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมด้วยเครื่องหมายดีเอ็นเอและรหัสพันธุกรรมเพื่อการประยุกต์ใช้ในการวางแผนการอนุรักษ์พันธุกรรมไม้ป่าและนิติวิทยาศาสตร์ไม้ป่าและสัตว์ป่า

การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมด้วยเครื่องหมายดีเอ็นเอและรหัสพันธุกรรมเพื่อการประยุกต์ใช้ในการวางแผนการอนุรักษ์พันธุกรรมไม้ป่าและนิติวิทยาศาสตร์ไม้ป่าและสัตว์ป่า

Keywords: Wildlife,Forest tree,Genetic,Forensic,DNA markers,Diversity

สำนักวิจยัการอนรุกัษปาไมและพันธพุืช กรมอุทยานแหงชาติสัตวปาและพนัธพุชื



การศึกษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมดว้ ยเครื่องหมายดีเอ็นเอ
และรหัสพันธกุ รรมเพื่อการประยุกต์ใช้ในการวางแผนการอนุรกั ษ์

พนั ธุกรรมไม้ป่าและนิติวทิ ยาศาสตร์ไม้ป่าและสัตว์ปา่

โดย

สจุ ิตรา จางตระกูล

สำนกั วจิ ยั การอนรุ กั ษป์ า่ ไม้และพนั ธพุ์ ชื

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป์ ่า และพนั ธพ์ุ ชื

2564

ผู้เขยี นและเรียบเรียง
สจุ ติ รา จางตระกลู

ออกแบบและจัดรูปเลม่
กิตตยิ า สิงหท์ อง นารรี ตั น์ ทองบญุ สง่ และเมธญิ า ช้างเจริญ

จดั พมิ พ์โดย
สำนักวจิ ัยการอนรุ กั ษป์ ่าไม้และพันธพ์ุ ชื กรมอุทยานแห่งชาติ สตั ว์ป่า และพนั ธพ์ุ ชื ภายใต้แผน

พื้นฐานด้านการสรา้ งการเจรญิ เตบิ โตบนคุณภาพชวี ิตที่เปน็ มิตรตอ่ สิ่งแวดล้อม ผลผลิตท่ี 1 พนื้ ท่ปี า่ อนุรักษ์
ได้รับการบริหารจดั การ กิจกรรมองคค์ วามรดู้ ้านการอนรุ ักษ์ปา่ ไม้และสตั วป์ า่ กจิ กรรมการบริหารจัดการ
ด้านปา่ ไมแ้ ละสตั ว์ปา่

พิมพค์ รงั้ ท1ี่
จำนวน 75 เล่ม สำหรบั เผยแพร่ใหค้ วามรู้

พมิ พ์ที่
วรรณลกั ษณ์ เทรดด้งิ ท่ีอยู่ 5/336 ถ.นาคนิวาส แขวงลาดพรา้ ว เขตลาดพร้าว กทม. 10230

ขอ้ มลู ในการอ้างองิ ทางวชิ าการ
สุจติ รา จางตระกลู . 2564. การศึกษาความหลากหลายทางพันธกุ รรมด้วยเคร่อื งหมายดีเอน็ เอและ

รหัสพันธกุ รรมเพ่ือการประยุกต์ใช้ในการวางแผนการอนุรกั ษ์พนั ธกุ รรมไมป้ ่าและนติ วิ ิทยาศาสตรไ์ ม้ป่าและ
สัตวป์ า่ . สำนักวจิ ัยการอนุรกั ษป์ า่ ไม้และพนั ธพุ์ ืช กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธุพ์ ชื กระทรวง
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม 270 หน้า
1.พนั ธศุ าสตร์ 1.ชื่อเรอ่ื ง

การศึกษาความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมดว้ ยเครอ่ื งหมายดเี อ็นเอและรหสั พันธุกรรมเพ่ือการ
ประยุกตใ์ ชใ้ นการวางแผนการอนุรกั ษ์พันธุกรรมไม้ปา่ และนิติวทิ ยาศาสตรไ์ ม้ปา่ และสัตวป์ ่า
ISBN: 978-616-316-669-2

กิตตกิ รรมประกาศ

ผู้เขียนขอขอบคุณกรมป่าไม้, โครงการ BRT (โครงการพัฒนาองค์ความรู้และการศึกษานโยบายการ
จัดการทรัพยากรทางชีวภาพ), Volkswagenstiftung, IFS (International Foundation for Sciences) และ ACIAR
(Australian Centre for International Agricultural Research) และ Freeland (former Wildaid: ใหก้ ารสนบั สนนุ
งบประมาณในการพิสูจน์พันธุกรรมของผลิตภัณฑ์งาช้าง) ในการให้การสนับสนุนการวิจัยที่ผู้เขียนได้
ดำเนินการศึกษาวิจัยด้านความหลากหลายทางพันธุกรรมในไม้ป่าและนิติวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมา
เมื่อในอดีต และขอขอบคุณ สำนกั วิจัยการอนุรักษป์ ่าไม้และพนั ธพ์ุ ืช กรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั วป์ า่ และพันธ์ุพืช
ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่มีการจัดตั้งกรม
อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืชมา

ขอขอบคุณกิตติยา สิงห์ทอง คุณนารีรัตน์ ทองบุญส่ง คุณเมธิญา ช้างเจริญ คุณคีรีลักษ์ ศิริคะรินทร์
คุณทวี กันหาวัน คุณสงวน วงษา คุณทานตะวัน ปะสาวะกา คุณนายอาทิตย์ วิมลทัศน์ คุณราตรี อยู่ยืน
คุณปริญญ์ พันธ์งาม คุณธันชนิตา จันทร์กระจ่าง คุณวิทวัส หาญวานิช คุณชุลินนา ลาภส่งผล คุณจันทร์เพ็ญ
บุญทอง คุณจักรพันธ์ วานิชกุล คุณรังสัน หล้าพรม และ คุณพิษณุกร มะกลาง ที่เป็นผู้ช่วยการวิจัยใน
หอ้ งปฏิบัตกิ ารดเี อ็นเอท้งั ในอดตี และจนถงึ ปจั จบุ ัน

ขอขอบคุณ คุณวินัย ศิริกุล คุณประสิทธิ์ สะอาดอาวุธ คุณจำนงค์ กาญจนบุรางกูร คุณไพรัตน์
ปยิ พนั ธ์ คุณสนั ติ กติ ติบรรพชา คณุ พรศักดิ์ มีแกว้ คณุ จรรยา เจริญรัตตวงค์ คณุ ธนติ า หนยู ้ิม คุณพนิดา
รุ่งรัตนกุล คุณประพาย แก่นนาค ตลอดจนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในการช่วย
เก็บตัวอย่างชนิดพันธุไ์ ม้และอำนวยความสะดวกในการเก็บพันธุ์ไม้ท่ีผู้เขียนได้ทำการศึกษาหลายชนิดทั้งใน
อดตี และจนถงึ ปัจจุบนั

นอกจากนี้ขอขอบคุณ คุณกิตติยา สิงห์ทอง คุณเมธิญา ช้างเจริญ คุณภานุมาศ เหลือผล
คุณชนาภา ไทยจำเริญรันต์และคุณเจนจิรา ธนานุวุฒิกร ในการช่วยพิมพ์เอกสารที่เกี่ยวข้องในอดีตและ
ปจั จบุ นั ทเ่ี กีย่ วข้องกบั ตน้ ฉบับของเอกสารฉบับนี้

ท้ายสุดขอขอบคุณ คุณกิตติยา สิงห์ทอง คุณเมธิญา ช้างเจริญ คุณนารีรัตน์ ทองบุญส่ง เป็นอย่าง
มากในการช่วยออกแบบ และจัดทำรปู เลม่ ของเอกสารต้นฉบับนี้

สารบัญ

บทที่ 1 สารบญั ภาพ หนา้
บทท่ี 2 สารบัญตาราง
บทท่ี 3 คำนำ 1
กติ ติกรรมประกาศ 22
บทท่ี 4 พันธศุ าสตรป์ า่ ไม้ระดับโมเลกลุ 32
การอนรุ ักษ์ทรพั ยากรพนั ธกุ รรมป่าไม้ 39
บทที่ 5 วิธีการพัฒนาเคร่ืองหมายไมโครแซทเทลไลท์ (microsatellites markers) 47
บทท่ี 6 ในไมป้ า่ พร้อมกรณศี ึกษา 60
บทที่ 7 การศกึ ษาความหลากหลายทางพันธกุ รรมในไม้สนสองใบ (Pinus merkusii) โดยใช้ 68
เครื่องหมายไอโซเอนไซมย์ นี
บทท่ี 8 การศึกษาความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไม้สัก (Tectona grandis) 82
การศึกษาความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของไม้ยางนา (Dipterocarpus alatus) 92
บทที่ 9 การประเมินสถานภาพแหลง่ พันธกุ รรมของไมโ้ กงกางใบเลก็ (Rhizophora apiculata) 100
และโกงกางใบใหญ่ (R. mucronata) ในประเทศไทยโดยการใช้เครอื่ งหมายดีเอน็ เอ 108
บทที่ 10 และไอโซเอนไซมย์ นี เพอ่ื เป็นแนวทางในการอนุรกั ษแ์ ละการฟน้ื ฟปู า่ 115
การประเมนิ ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไผบ่ างชนดิ ในประเทศไทยโดยใช้ 124
บทท่ี 11 เครอื่ งหมายเอเอฟแอลพแี ละไมโครแซทเทลไลท์ 133
การศึกษาความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของกลว้ ยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบ่ี 155
บทท่ี 12 (Paphiopedilum exul) โดยใชเ้ ครอ่ื งหมายเอเอฟแอลพี (AFLP markers)
การศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของไมพ้ ะยูง (Dalbergia
บทที่ 13 cochinchinensis) ในประเทศไทยโดยใชเ้ คร่ืองหมายดีเอน็ เอชนดิ ไมโครแซทเทลไลท์
บทท่ี 14 การพัฒนาเครอื่ งหมายดเี อ็นเอทจี่ ำเพาะกับแหลง่ ท่มี าของไมพ้ ะยงู (Dalbergia
cochinchinensis) ในประเทศไทย
บทที่ 15 การศกึ ษาความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไม้ชงิ ชัน (Dalbergia Oliveri)
ในประเทศไทยโดยใช้เครือ่ งหมายดีเอ็นเอชนดิ ไมโครแซทเทลไลท์
ความสำคัญของข้อมูลทางพนั ธกุ รรมของพนั ธุไ์ ม้ปา่ ต่อการพิจารณาวางแผนการปลกู ป่า
การพัฒนาดีเอน็ เอบารโ์ ค้ด (DNA barcode)เพ่ือการคุม้ ครองพันธุไ์ ม้ป่าหวงห้ามและ
ไมป้ ่าในบญั ชี CITES ในประเทศไทย
การจำแนกไม้พะยงู (Dalbergia cochinchinensis) ออกจากไมป้ ระดู่
(Pterocarpus macrocarpus) ชิงชัน (Dalbergia oliveri) กระพีเ้ ขาควาย
(Dalbergia cultrata) เกด็ ดำ (Dalbergia assamica) โดยการถอดรหสั พนั ธุกรรม
จากยนี Maturase K

บทท่ี 16 สารบัญ (ต่อ) หนา้
บทที่ 17 159
บทท่ี 18 การจำแนกไมส้ ะเดาไทย (Azadirachta indica var. siamensis) และไมส้ ะเดา 168
บทท่ี 19 อนิ เดีย (Azadirachta indica) โดยยีน Maturase K ในคลอโรพลาสต์จีโนม 173
บทที่ 20 การพิสูจนไ์ ม้โกงกาง (Rhizophora spp.) ว่าเปน็ ไมโ้ กงกางลกู ผสมหรอื ไม่ 177
โดยการใชก้ ารถอดรหสั พนั ธุกรรมในนิวเคลยี ส และคลอโรพลาสต์ยีน 180
บทที่ 21 คดีนิติวิทยาศาสตร์โดยใชเ้ ครื่องหมายดเี อน็ เอ คดีที่ 1: การพสิ จู นว์ า่ ไม้ขเ้ี ล่ือยของ
บทที่ 22 กลางและไมข้ องกลางในท่ีเกิดเหตุเปน็ ชนิดเดยี วกนั และเปน็ ไมห้ วงหา้ มหรอื ไม่ 185
คดีนิติวิทยาศาสตรโ์ ดยใช้เครอ่ื งหมายดีเอ็นเอ คดีท่ี 2: การพสิ ูจนว์ ่าไมม้ ะมว่ ง 189
บทท่ี 23 (Mangifera sp.) ของกลางมาจากมะม่วงป่าทีเ่ ป็นไม้หวงหา้ มหรอื ไม่
คดนี ิติวทิ ยาศาสตร์โดยใชเ้ คร่อื งหมายดีเอน็ เอ คดีท่ี 3: การพสิ จู นต์ วั อยา่ งเนอื้ ไม้ของ 194
บทที่ 24 กลางว่าเปน็ ไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) หรือไมบ้ นุ นาค/นากบุด
(Mesua ferrea) โดยใชว้ ธิ พี ิสจู นล์ กั ษณะทางกายวภิ าคภายใต้กล้องสเตอรโิ อไมโครสโคป 199
บทท่ี 25 (Stereo Microscope) และถอดรหสั พนั ธกุ รรม
บทท่ี 26 คดนี ิติวทิ ยาศาสตร์โดยใชเ้ ครื่องหมายดเี อ็นเอ คดีที่ 4: การพิสจู น์วา่ ไม้สกั (Tectona 204
grandis) ของกลางที่ถูกจับกมุ เปน็ ไม้สกั ทีถ่ ูกตดั มาจากสวนป่าหรอื ไม่ 227
คดีนิตวิ ทิ ยาศาสตร์โดยใช้เครอ่ื งหมายดีเอน็ เอ คดีที่ 5: การวนิ จิ ฉยั วา่ ช้นิ ไม้ของกลาง 243
142 ชิ้น ว่ามาจากต้นใดตน้ หน่ึงของไมพ้ ะยงู (Dalbergia cochinchinensis) ทถี่ ูก
ลักลอบตดั หรือไม่
คดีนิตวิ ิทยาศาสตร์โดยใช้เคร่อื งหมายดเี อน็ เอ คดีที่ 6: กงิ่ ไม้พะยูง (Dalbergia
cochinchinensis) ของต้นพะยูงตอ้ งสงสยั มพี ันธกุ รรมตรงกบั ราก กิง่ ทีง่ อกของ
ไม้พะยูงที่คาดว่าถกู ลกั ลอบลอ้ มตน้ ไปปลกู อีกทีห่ รือไม่
คดีนิติวิทยาศาสตรโ์ ดยใชเ้ ครอ่ื งหมายดีเอน็ เอ คดที ่ี 7: การพิสจู นว์ ัตถุพยานไม้ของ
กลางเปน็ ไมพ้ ะยูง (Dalbergia cochinchinensis) หรือไม่ และข้เี ลื่อยและเศษไม้ของ
กลางมีพันธกุ รรมตรงกับตอไม้ท่ถี กู ตัดจากวัดหรือไม่
คดนี ิติวิทยาศาสตรส์ ัตว์ป่า: การใช้เครอ่ื งหมายดีเอน็ เอและการถอดรหัสพันธกุ รรมใน
ไมโทคอนเดรียดเี อน็ เอ
สรปุ ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์ทรพั ยากรทางพนั ธุกรรม
ป่าไม้ การฟื้นฟปู ่าและปลูกป่า และนติ วิ ทิ ยาศาสตร์ปา่ ไมแ้ ละสตั วป์ ่า
เอกสารอ้างอิง

สารบญั ตาราง หนา้
ตารางที่ 3

1.1 ตัวอย่างของการศกึ ษาพนั ธกุ รรมและความหลากหลายทางพันธกุ รรมไมป้ า่ โดยการใช้ 7
เครื่องหมายโมเลกุลทางพนั ธกุ รรม (molecular genetic markers)
9
1.2 ตวั อย่างของการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธ์พุ ืชและไม้ป่าเขตร้อนและ
การประยกุ ต์ใช้ในการอนรุ ักษพ์ ันธุกรรมภมู ิภาคเอเชียพอสังเขป 12

1.3 การศึกษาพันธุกรรมและความหลากหลายทางพนั ธุกรรมไม้ป่า โดยการใช้เครือ่ งหมาย 14
โมเลกุล (molecular genetic markers) เพอื่ การประยุกตใ์ ชใ้ นการปรับปรงุ พันธ์ุ และ
อนุรกั ษพ์ ันธุกรรมไม้ป่าในประเทศไทย 16

1.4 ตัวอย่างการประยุกต์ใช้เครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรมเพื่อศึกษาความหลากหลาย 17

ทางพนั ธุกรรมของพืชและไม้ปา่ เขตรอ้ นและพชื ป่าในประเทศไทย 27
29
1.5 ตวั อย่างการประยุกต์ใช้ดีเอน็ เอบาร์โคด้ เพื่อศึกษาความหลากหลายและความสมั พนั ธ์
ทางพนั ธุกรรมและววิ ัฒนาการของพนั ธไุ์ มป้ า่ เขตร้อนและพืชปา่ ในประเทศไทย 29
30
1.6 ตัวอยา่ งการประยุกต์ใชเ้ ครือ่ งหมายโมเลกลุ ทางพนั ธกุ รรมเพ่ืองานด้านนิติวิทยาศาสตร์
ไม้ปา่ ในประเทศตา่ งๆ 30

1.7 การเปรยี บเทยี บสถานภาพการศกึ ษาพนั ธุกรรมและความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของ 37
พันธุ์ไม้ปา่ ของแต่ละกล่มุ ประเทศในโลก โดยการใช้เครอ่ื งหมายโมเลกลุ ทางพนั ธกุ รรม 41
(molecular genetic markers) 42
43
2.1 การอนุรกั ษ์พนั ธุกรรมและการศกึ ษาความหลากหลายทางพันธกุ รรมไมป้ ่าในประเทศไทย 44
2.2 การเปรียบเทยี บความแตกต่างทางพนั ธกุ รรมระหว่างแหลง่ ประชากรของพนั ธไุ์ ม้ป่าและ 45
48
พืชปา่ บางชนิดในประเทศไทย 49
2.3 การประเมนิ อัตราการผสมขา้ ม (tm) โดยใช้ไอโซเอนไซมย์ ีนและ mixed mating model
2.4 การประเมนิ คา่ ของอตั ราการผสมข้ามของประชากรไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora

apiculata) ในประเทศไทย
2.5 การประเมนิ คา่ ของอตั ราการผสมขา้ มระหว่างต้นของประชากรไม้โกงกางใบเล็ก อำเภอ

กนั ตงั จงั หวัดตรัง ประเทศไทย
3.1 แสดงไพรเมอรท์ ่ีมี polymorphism ในไม้พะยูง
4.1 11 แหลง่ (ประชากร) ของไมส้ นสองใบที่ใชท้ ำการศกึ ษา
4.2 ไอโซเอนไซม์ 11 ระบบทใ่ี ช้ศกึ ษา และตำแหน่งของไอโซเอนไซม์ยนี 17 ตำแหนง่ ท่ีไดถ้ ูกวนิ ิจฉยั
4.3 การศกึ ษาความผันแปรทางพันธกุ รรมภายในประชากร
4.4 ความแตกต่างทางพนั ธกุ รรมระหว่างแหลง่ Djและ δ และ Fstความแตกตา่ งของยีนทง้ั หมด
4.5 การประเมนิ อัตราการผสมข้ามทย่ี ีนตำแหนง่ เดียว (ts) และ มียีนหลายตำแหนง่ (tm)
5.1.1 แหล่ง (ประชากร) ไม้สกั (Tectona grandis) ทที่ ำการศกึ ษา
5.1.2 รายชอ่ื ของระบบไอโซเอนไซม์ท่ใี ช้ในการศกึ ษา

ตารางท่ี สารบัญตาราง (ต่อ) หนา้
5.1.3 50
ตำแหน่งของยีนและจำนวนสูงสดุ ของอัลลีลต่อตำแหนง่ ของยนี ทศี่ กึ ษาในแหล่ง
5.1.4 (ประชากร) ของไมส้ ัก (Tectona grandis) 51
5.1.5 ความถข่ี องยนี ในทุกประชากรทศ่ี กึ ษา 52
ความผันแปรทางพันธกุ รรมทไ่ี อโซเอนไซมย์ นี 14 ตำแหนง่ ในทกุ แหลง่ (ประชากร) ของ
5.1.6 ไมส้ กั (Tectona grandis) (Standard errors in parentheses) 53
5.1.7 Matrix of Nei (1978) unbiased genetic distance coefficients ท่ีตำแหน่งไอโซเอนไซม์ยีน 54
5.2.1 การประเมินอัตราการผสมข้ามของไม้สกั (Tectona grandis) 55
5.2.2 ช่อื ของแหลง่ (ประชากร) ไมส้ ัก (Tectona grandis) ท่ศี กึ ษา 58
6.1.1 การประเมินความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมในแหล่ง (ประชากร) ของไม้สกั (Tectona grandis) 61
6.1.2 ชอ่ื แหลง่ (ประชากร) ทศี่ ึกษา 61
6.1.3 รายชอื่ ของระบบไอโซเอนไซม์ที่ใช้ในการศกึ ษา 63
6.1.4 ความถขี่ องอลั ลีลใน 4 ประชากรของยางนา (Dipterocarpus alatus) 64
ความผนั แปรทางพันธุกรรมของไมย้ างนา (Dipterocarpus alatus) ทไ่ี อโซเอนไซม์ยนี 8
6.1.5 ตำแหนง่ (Standard errors in parentheses) 64
6.2.1 ความแตกตา่ งทางพนั ธกุ รรมระหว่างประชากรไม้ยางนา (Dipterocarpus alatus) 66
6.2.2 67
แหล่งทม่ี าของตัวอย่างไม้ยางนา (Dipterocarpus alatus)
7.1 การศกึ ษาความผนั แปรทางพนั ธกุ รรมของไมย้ างนา (Dipterocarpus alatus) แต่ละ 69
แหล่ง (ประชากร) ในประเทศไทย
7.2 แหลง่ (ประชากร) และขนาดของตัวอยา่ งของไมโ้ กงกางใบเล็ก (Rhizophora 70
apiculata) ในประเทศไทย
7.3 แหลง่ (ประชากร) และขนาดของตัวอยา่ งของไม้โกงกางใบใหญ่ (Rhizophora mucronata) 75
7.4 ในประเทศไทย 76
7.5 ความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของโกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) ในประเทศไทย 78
ความหลากหลายทางพันธุกรรมของโกงกางใบใหญ่ (Rhizophora mucronata) ในประเทศไทย
7.6 การประเมินอัตราการผสมข้ามในแต่ละประชากรของไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora 78
apiculata) ในประเทศไทย
8.1 การประเมิน อัตราการผสมข้าม ในแต่ละประชากรของไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora 83
8.2 apiculata) ในประเทศไทย 84
ไผช่ นดิ ตา่ ง ๆ ทใี่ ชใ้ นการศกึ ษา
แหลง่ เกบ็ ตวั อย่างไผป่ ่า (Bambusa bambos) จากแหลง่ ธรรมชาติของประเทศไทย

สารบัญตาราง (ต่อ)

ตารางที่ หนา้
8.3
ลำดับนวิ คลีโอไทด์ ลำดับเบสแกน อณุ หภมู ิในการจบั เกาะ (Annealing temperature, TA) 86
8.4 ขนาดผลผลิตของพีซอี าร์ และความเข้มข้นแมกนีเซยี มคลอไรด์ (MgCl2) ของคู่ไพรเมอร์ท่ีใช้
ในการศึกษา
9.1
จำนวนตัวอย่างเฉลย่ี คา่ เฉลีย่ อลั ลีลต่อตำแหนง่ คา่ เฉลีย่ เฮเทอโรไซโกซิตีจากการสังเกต 90
9.2
9.3 (H0) และคา่ เฉลี่ยเฮเทอโรไซโกซิตจี ากการคาดหมาย (He) ในประชากรไผป่ า่
9.4 (Bambusa bambos)
9.5
ตวั อย่างกล้วยไมร้ องเท้านารีเหลอื งกระบ่ี (Paphiopedilum exul) แหล่งตา่ งๆ ทีใ่ ชใ้ น 92
10.1
การศึกษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรม
10.2
10.3 คู่ไพรเมอร์จำนวน 13 คู่ ท่คี ัดเลือกไดจ้ ากจำนวนคู่ไพรเมอร์ท้งั หมด 64 คู่คอมบิเนชน่ั 94

10.4 คา่ เปอรเ์ ซ็นต์ Polymorphic Loci ของกล้วยไม้รองเทา้ นารีเหลอื งกระบ่ีทงั้ 6 แหลง่ 96

10.5 ค่า Genetic diversity ของกลว้ ยไมร้ องเทา้ นารเี หลอื งกระบ่ที งั้ 6 แหล่ง 96

11.1 ค่า Genetic distances และ Identities distance (Nei's, 1973; 1978) ของ 97
11.2
กล้วยไม้รองเทา้ นารเี หลอื งกระบ่ีท้ัง 6 แหล่ง
12.1
ตัวอย่างไม้พะยงู (Dalbergia cochinchinensis) จากแหล่งต่างๆ ที่ใช้ในการศกึ ษาความ 101
12.2
หลากหลายทางพันธกุ รรม

แสดงจำนวนคา่ เฉลย่ี อลั ลลี ต่อตำแหน่ง ในประชากรไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) 103

แสดงคา่ เฉลย่ี เฮเทอโรไซโกซติ จี ากการสังเกต (Ho) ค่าเฉลย่ี เฮเทอโรไซโกซติ ีจากการ 104
คาดหมาย (He) ในประชากรไมพ้ ะยูง (Dalbergia cochinchinensis) 104
แสดงค่าสมั ประสิทธเ์ิ อฟ (F-coefficient) ในแต่ละตำแหนง่ ของไมพ้ ะยงู (Dalbergia

cochinchinensis)

แสดงคา่ ระยะห่างระหวา่ งพนั ธุกรรม (genetic distance) ของไมพ้ ะยงู (Dalbergia 105

cochinchinensis) 12 ประชากร

ตวั อยา่ งใบและเปลือกไมพ้ ะยงู (Dalbergia cochinchinensis) ทใี่ ช้ในการศกึ ษา 110

แฮปโพลไทป์โดยการวิเคราะห์รวมลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ได้จากส่วน trnS-trnG, trnV-trnM 112

และ trnC-petN1R เข้าดว้ ยกนั ในไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis)

ตัวอยา่ งไม้ชงิ ชนั (Dalbergia oliveri) จากแหลง่ ตา่ งๆ ทใี่ ช้ในการศึกษาความหลากหลาย 116

ทางพันธกุ รรม

ตารางแสดงไพรเ์ มอรท์ ใ่ี ช้ในการหาความหลากหลายในไม้ชงิ ชัน (Dalbergia oliveri) 117

สารบญั ตาราง (ต่อ)

ตารางที่ แสดงจำนวนค่าเฉล่ียอลั ลีลตอ่ ตำแหนง่ ในประชากรไม้ชงิ ชัน (Dalbergia oliveri) หนา้
12.3 แสดงคา่ เฉล่ยี เฮเทอโรไซโกซิตีจากการสังเกต (Ho) ค่าเฉลีย่ เฮเทอโรไซโกซิตจี ากการ 119
12.4 คาดหมาย (He) ในประชากรไม้ชงิ ชัน (Dalbergia oliveri) 121
แสดงคา่ สมั ประสิทธเิ์ อฟ (F-coefficient) ในแต่ละตำแหนง่ ของไมช้ งิ ชนั (Dalbergia oliveri)
12.5 121

12.6 แสดงคา่ ระยะหา่ งระหวา่ งพนั ธกุ รรม (genetic distance) ของไม้ชิงชนั (Dalbergia 122

oliveri)

13.1 รายช่อื แหล่ง (ประชากร) ของพนั ธไุ์ มท้ ่ีศกึ ษา 126

13.2 ไอโซเอนไซม์ 11 ระบบที่ใชศ้ ึกษาในไมป้ ่า 128
13.3 การประเมนิ อัตราผสมตัวเอง (Selfing rate) ของไม้สนสองใบ (Pinus merkusii) 129

14.1 ไม้ประเภท ก. ไมห้ วงหา้ มธรรมดา ตามพระราชกฤษฎกี า พ.ศ. 2530 136

14.2 ไม้ประเภท ข. ไม้หวงห้ามพเิ ศษ 142

14.3 ตารางแสดงผลการถอดรหัสลำดับนิวคลีโอไทด์ในพนั ธไุ์ มป้ า่ หวงหา้ มและไมป้ ่าในบญั ชี 148

CITES ในประเทศไทย โดยใช้เครอื่ งหมายดเี อน็ เอ 3 ตำแหนง่ ได้แก่ Maturase K,

rbcl (Ribulose Bisphosphate Carboxylase large chain) และ trnH-psbA

(intergenic spacer)

16.1 ไม้สะเดาไทย (Azadirachta indica var. siamensis) และไม้สะเดาอินเดยี (A. indica) 160

จากแหล่งและประเทศต่างๆที่ใช้ในการศึกษาโดยเกบ็ รวบรวมจากสถานีทดลองปลกู

นานาชาติ จ.กาญจนบุรี

16.2 ลำดับนิวคลีโอไทด์จำนวน 10 ตำแหนง่ ที่มคี วามผันแปรในยีน matK ที่มขี นาด 930 คู่ 164
เบส โดยมคี วามจำเพาะกับไม้สะเดาไทย (Azadirachta indica var. siamensis) และ

ไมส้ ะเดาอนิ เดีย (A. indica)

17.1 ไพรเ์ มอร์ทใ่ี ชใ้ นการศึกษา 170

21.1 แสดงค่าระยะหา่ งระหวา่ งพนั ธุกรรม (genetic distance) ของสกั (Tectona grandis) 187

11 ประชากร

22.1 แสดงลักษณะทางพันธุกรรมของชิ้นไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) ของกลาง 191

และตอไม้พะยูง (D. cochinchinensis) จากการวิเคราะห์ไมโครแซทเทลไลท์ 9

ตำแหน่ง

ตารางที่ สารบัญตาราง (ตอ่ ) หน้า
23.1 197
24.1 แสดงลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของวตั ถพุ ยานรายการที่ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, 1.5, 1.6, 2, 3 201
และ 4 จากการวเิ คราะหไ์ มโครแซทเทลไลท์ 12 ตำแหนง่
25.1 แสดงลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมของวัตถุพยานตามหมายเลขซองลำดบั ที่ 1.3, 2.2, 3.1 และ 210
25.2 ตัวอยา่ งไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) จากแหลง่ อน่ื ท่ีใช้เปรยี บเทยี บจากการ 214
วเิ คราะห์เคร่ืองหมายดเี อ็นเอชนดิ ไมโครแซทเทลไลท์ 10 ตำแหนง่
25.3 ตัวอย่างเสอื ที่รบั มาศกึ ษา 216
ลักษณะทางพันธุกรรม (genotypes)ซงึ่ วเิ คราะหโ์ ดยใชไ้ มโครแซทเทลไลท์ 9 ตำแหน่ง
25.4 ในเสอื โครง่ เสอื ดาว และเสอื ลายเมฆ 218
26.1 สรุปผลการวเิ คราะหจ์ ำแนกชนิดเสอื และกล่มุ ของเสอื โครง่ จากการถอดรหัสพนั ธุกรรม 228
โดยใช้ 7 ชิน้ ส่วนของยีน
26.2 ตัวอยา่ งผลิตภัณฑง์ าช้างจากท่รี บั มาศกึ ษา 236
26.3 สรปุ ผลการศึกษาความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมความแตกต่างทางพันธกุ รรม 238
ระหวา่ งประชากร และระบบการสบื พันธุ์ระหวา่ งประชากรของไมป้ ่าและพชื ป่าบาง
ชนิดในประเทศไทย
บทสรปุ ของคดีนิติวิทยาศาสตร์ปา่ ไมแ้ ละผลการวนิ ิจฉยั
สรุปคดีนติ ิวทิ ยาศาสตร์สัตว์ปา่

สารบญั ภาพ หนา้
ภาพที่ 31
2.1 การเกิด Inbreeding depression ของปริมาตรเนื้อไม้ Picea abies อายุ 61 ปี อันเนื่องมาจาก 34
36
การผสมตวั เองซ่งึ จะเหน็ ว่าปรมิ าตรเนื้อไม้น้อยกวา่ ตน้ ทีเ่ กิดจาก Open pollination อย่างเดน่ ชดั 37
3.1 ขน้ั ตอนการพฒั นาเครอื่ งหมายไมโครแซทเทลไลท์ (SSRs) โดยสรุป 45
3.2 แสดงส่วนที่เป็นไมโครแซทเทลไลทซ์ ่ึงพบในไม้พะยงู (A) แสดงสว่ นท่ีเปน็ ชุด CA 27 ซำ้ 54
65
(B) แสดงสว่ นทเ่ี ปน็ ชุด TA 7 ซ้ำและ GT 16 ซำ้ 74
3.3 แสดงรูปแบบอัลลีลของตัวอย่างไม้พะยูงโดยใช้คู่ไพรเมอร์ที่ออกแบบได้ (A) แสดงรูปแบบอัลลีลที่ 74
77
แตกต่างกันของไพรเมอร์ Delb_120 (B) แสดงรปู แบบอลั ลีลทแ่ี ตกตา่ งกนั ของไพรเมอร์ Delb_90 77
4.1 การวิเคราะห์ Cluster analysis (UPGMA) โดยใช้ Nei’s genetic distance ที่ยีน 16 79

ตำแหน่ง ในการศึกษาใบไม้สนสองใบ 11 ประชากร 88
5.1.1 การวิเคราะห์ Cluster analysis โดยใช้ unweighted pair group method coefficient used: Nei 88
89
(1978) unbiased genetic 90
6.1.1 ความแตกต่างทางพันธุกรรมและความสมั พันธท์ างพันธุกรรมของไม้ยางนา (Dipterocarpus

alatus) 4 แหล่ง (ประชากร)
7.1 DNA profile ของ เครื่องหมายเอเอฟแอลพีของไมโ้ กงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata)

ในประเทศไทย
7.2 DNA profile ของ เครื่องหมายเอเอฟแอลพีของไม้โกงกางใบใหญ่ (Rhizophora muconata)

ในเกาะภูเกต็
7.3 ความสัมพันธ์ของลักษณะการจัดกลุ่มแสดง Genetic distance และความสัมพันธ์ระหว่าง

ประชากรของไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) ในประเทศไทย
7.4 ความสัมพันธ์ของลกั ษณะการจดั กลุ่มแสดง Genetic distance และความสมั พันธร์ ะหว่าง

ประชากรของไมโ้ กงกางใบเลก็ (Rhizophora mucronata) ในประเทศไทย
7.5 การผสมกันเองในหมู่เครือญาติ (ซึ่งรวมถึงการผสมตวั เองด้วย) ในไม้โกงกางใบใหญ่ที่เรียกวา่

การเกิด Inbreeding depression (ความเสื่อมถอยของการผสมกันในหมู่เครือญาติ) ทำให้
กลา้ ไม้มีลกั ษณะด้อยและความสามารถในการอยูร่ อดลดลง อัตราการเจรญิ เติบโตลดลง
8.1 ลายพมิ พ์ดีเอน็ เอท่เี กิดจากคไู่ พรเมอร์ E-AGG/M-CTC ของไผ่ 26 ชนิด
8.2 การจดั กลมุ่ ความสมั พันธท์ างพนั ธกุ รรมของไผ่ 26 ชนิด ในลกั ษณะ Phylogenetic tree
8.3 รูปแบบอัลลีลของประชากรไผ่ป่า (Bambusa bambos) จังหวัดเชียงใหม่จากเครื่องหมาย
ไมโครแซทเทลไลทท์ ่ตี ำแหนง่ DTLBb 47
8.4 แผนผังความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมระหว่างประชากรไผ่ป่า (Bambusa bambos)
9 ประชากรจากการจัดกลุ่มโดยวิธี UPGMA

สารบัญภาพ (ต่อ)

ภาพที่ หนา้

9.1 ตัวอยา่ งการคัดเลอื กคู่ไพรเมอรท์ ่ีเหมาะสม 4 คู่ จากท้ังหมด 64 คู่ โดยใชเ้ ครื่องหมายเอเอฟแอลพี 94

9.2 ภาพลายพิมพ์เอเอฟแอลพีของกล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่ ที่ได้จากการทำ 95

electrophoresis โดยใช้เครื่อง Gel-Scan 2000 ในภาพเป็นตัวอย่างลายพิมพ์เอเอฟแอลพี

จากการใชค้ ู่ไพรเมอรท์ ่ี E-AGC / M-CTC จากแหล่ง อำเภอปะเหลียน จังหวดั ตรงั

9.3 ความสมั พันธท์ างพนั ธุกรรมของกล้วยไม้รองเท้านารีเหลอื งกระบ่ที ง้ั 6 แหลง่ 97

10.1 รูปแบบความผันแปรของลักษณะทางพันธุกรรมตัวอย่างประชากรไม้พะยูง (Dalbergia 102

cochinchinensis) จากเครอื่ งหมายไมโครแซทเทลไลท์ ทีต่ ำแหน่ง DELB_18, COC_6 และ COC_18

10.2 แผนผงั ความสมั พนั ธท์ างพนั ธกุ รรมระหว่างประชากรไม้พะยงู (Dalbergia 106

cochinchinensis) 12 ประชากรในประเทศไทย จากการจดั กลุม่ โดยวธิ ี UPGMA

11.1 รูปแบบดีเอ็นเอของไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) ที่พบในพื้นที่ต่างๆที่ใช้ใน 113

การศึกษา

12.1 ภาพแบบความผันแปรของลักษณะทางพันธุกรรมตัวอย่างประชากรไม้ชิงชัน (Dalbergia oliveri) 118

จากเคร่ืองหมายไมโครแซทเทลไลท์ ท่ีตำแหนง่ OLI5

12.2 แสดง Electropherogram ที่ผ่านการติดสีฟลูออเรสเซ็นและวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Genetic 118

Analyzer 3500 ในไม้ชิงชนั ( Dalbergia oliveri )

12.3 แผนผงั ความสัมพนั ธ์ทางพนั ธกุ รรมระหว่างประชากรไม้ชงิ ชัน (Dalbergia oliveri) 123

12 ประชากรในประเทศไทย จากการจดั กลุ่มโดยวธิ ี UPGMA

13.1 การวิเคราะห์ Cluster Analysis โดยใช้ Unweighted Pair Group Method โดยใช้ Nie’s 130

(1978) Unbiased Genetic Distance ใน 4 แหล่ง (ประชากร) ของไมส้ ะเดา (Azadirachta

indica var. siamensis)

13.2 การวิเคราะห์ Cluster analysis โดยใช้ Unwieghted pair group method โดยใช้ Nei’s (1978) 131

Unbiased genetic dstance ใน 3 แหล่ง (ประชากร) ของไม้เสมด็ ขาว (Melalecuca cajuputi)

14.1 แสดงความสมั พันธ์ทางพนั ธกุ รรมของพนั ธุ์ไมป้ ่าหวงหา้ มและไมป้ า่ ในบัญชี CITES ในตำแหน่ง 144

Maturase K

14.2 แสดงความสมั พนั ธท์ างพันธกุ รรมของพนั ธไ์ุ ม้ปา่ หวงห้ามและไมป้ ่าในบัญชี CITES ในตำแหน่ง RBCL 145

14.3 แสดงความสมั พันธท์ างพันธุกรรมของพันธไุ์ ม้ปา่ หวงหา้ มและไม้ปา่ ในบญั ชี CITES ในตำแหนง่ trnH-psbA 146

สารบัญภาพ(ต่อ)

ภาพที่ หนา้

14.4 แสดงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของพันธุ์ไม้ป่าหวงห้ามและไม้ป่าในบัญชี CITES ใน 3 147

ตำแหน่ง คือ Maturase K + RBCL + trnH-psbA

15.1 แสดงตำแหน่งและชนิดของลำดับนิวคลีโอไทด์ที่มีความจำเพาะของไม้พะยูง (Dalbergia 157

cochinchinensis) ที่แตกต่างจาก ไม้ชิงชัน (D. oliveri) กระพี้เขาควาย (D. cultrata) เก็ด

ดำ (D. assamica) และ ประดู่ (Pterocarpus macrocarpus) ในยีน Mat K

15.2 Phylogenetic tree แสดงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของไม้พะยูง ( Dalbergia 157

cochinchinensis) กระพเี้ ขาควาย (D. cultrata) เก็ดดำ (D. assamica) ชงิ ชนั (D. oliveri)

และประดู่ (Pterocarpus macrocarpus) ซึ่งคำนวณตามวิธี Neighbour Joining แบบ

Bootstrap โดยโปรแกรม MEGA4

16.1 แสดงการตรวจวิเคราะห์ชิ้นดีเอ็นเอขนาด 930 คู่เบส ที่ได้จากการเพิ่มปริมาณด้วยเทคนิค 163

พซี ีอาร์ โดยใช้คไู่ พรเมอร์จากยีน matK

16.2 รูปแบบ electrophoregram บางตำแหนง่ ท่เี ปน็ single nucleotide polymorphism ของ 163

ไม้สะเดาไทย (Azadirachta indica var. siamensis) และไมส้ ะเดาอินเดีย (A. indica)

16.3 Phylogenetic tree แสดงความสมั พนั ธ์ทางพนั ธุกรรมของไมส้ ะเดาไทย (Azadirachta 165

indica var. siamensis) และไมส้ ะเดาอนิ เดีย (A. indica) ในแหล่งตา่ งๆ โดยยนี Maturase K

ซึ่งคำนวณตามวิธี Neighbour Joining แบบ Bootstrap โดยโปรแกรม MEGA4

16.4 การจดั กลุ่มไมส้ ะเดาไทย (Azadirachta indica var. siamensis) ไม้สะเดาอินเดยี (A. indica) 166

และไมส้ ะเดาชา้ งดว้ ย UPGMA แบบ unbiased genetic distance ด้วย Isoenzyme gene

16.5 การจำแนกไมส้ ะเดาไทย (Azadirachta indica var. siamensis) และไมส้ ะเดาอินเดยี 166

(A. indica) 24 แหล่งจากการวิเคราะห์ความแตกตา่ งของลกั ษณะทางพนั ธุกรรมด้วย

เครอื่ งหมาย ไมโครแซทเทลไลท์

17.1 ตัวอย่างใบโกงกางใบเลก็ (Rhizophora apiculata) โกงกางใบใหญ่ (Rhizophora 169

mucronata) และ โกงกางลูกผสม (Putative hybrid)

17.2 ความแตกต่างของลำดบั นิวเคลียสที่จำเพาะกบั ไม้โกงกางใบใหญ่ (Rhizophora muconata) 171

ไม้โกงกางใบเล็ก (R. apiculata) และไม้โกงกางที่คาดว่าเป็นลูกผสม (Putative hybrid) ที่

นิวเคลียส 3 ตำแหนง่ (DLDH SBE2 และ FMRrm11)

17.3 ความแตกต่างของลำดับนิวเคลียสท่ีจำเพาะกบั ไม้โกงกางใบใหญ่ (Rhizophora muconata) 171

ไม้โกงกางใบเล็ก (R. apiculata) และไม้โกงกางที่คาดว่าเป็นลูกผสม (Putative hybrid) ใน

ตำแหน่งคลอโรพลาสต์ (atpB-rbcL intergenic spacer)

18.1 Phylogenetic tree แสดงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมจากตัวอย่างขี้เลื่อยกับพรรณไม้ที่มใี น 175

ฐานขอ้ มลู (genbank) ในยีน Maturase k (Mat K)

สารบัญภาพ (ต่อ)

ภาพท่ี หนา้

18.2 Phylogenetic tree แสดงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมจากตัวอย่างขี้เลื่อยกับพรรณไม้ที่มีใน 176

ฐานข้อมูล (genbank) ใน trnH–psbA ซึ่งคำนวณตามวิธี Neighbour Joining แบบ

Bootstrap โดยโปรแกรม MEGA4

19.1 ท่อนไมข้ องกลางต้องสงสยั 178

19.2 ตวั อย่างใบมะม่วงปา่ (Mangifera spp.) จากอทุ ยานแหง่ ชาติรามคำแหง 178

20.1 ภาพถ่ายทางกายวิภาคภายใต้กล้องสเตอริโอไมโครสโคป (Stereo Microscope) กำลังขยาย 181

500 µm ของไม้ standard ของไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis) และไม้บุนนาค/

นากบุด (Mesua ferrea)

20.2 ภาพถ่ายทางกายวิภาคภายใต้กล้องสเตอริโอไมโครสโคป (Stereo Microscope) กำลังขยาย 182

500 µm ของตวั อย่างไมข้ องกลาง 9 ตวั อยา่ ง

20.3 ความสัมพันธ์ทางพันธกุ รรมของไม้ป่าโดยแสดงความสมั พันธท์ ีจ่ ำเพาะกับดีเอ็นเอบาร์โค้ดของ 183

ไม้ของกลาง (MF7) ไม้บุนนาค/นากบุด (Mesua ferrea) กับไม้พะยูง (Dalbergia cochinchinensis)

ไมช้ ิงชนั (D. oliveri) กระพเี้ ขาควาย (D. cultrata) ไม้ประดู่ (Pterocarpus macrocarpus)

20.4 Phylogenetic tree แสดงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของไม้ของกลางเทียบกับไม้ชิงชัน 183

(Dalbergia oliveri) ไม้พะยงู (D. cochinchinensis) ไมป้ ระดู่ (Pterocarpus macrocarpus) และ

ไม้บุนนาค/นากบุด (Mesua ferrea) ในส่วนของชิ้นดีเอ็นเอที่อยู่ระหว่างยีน trnH กับ psbA ซ่ึง

คำนวณตามวิธี Neighbour Joining แบบ Bootstrap โดยโปรแกรม MEGA4 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม้

ของกลางมีความสัมพนั ธท์ างพันธุกรรมตรงกับไม้บนุ นาค/นากบุด (Mesua ferrea)

21.1 ตัวอยา่ งชนิ้ ไมส้ กั (Tectona grandis) ของกลางท่ที ำการศึกษา 186

21.2 การเปรยี บเทียบความสมั พนั ธท์ างพันธกุ รรมของไม้สกั (Tectona grandis) 188

22.1 ตัวอยา่ งชน้ิ ไม้พะยงู ที่ใชใ้ นการพิสูจน์ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ 190

22.2 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมมีเครื่องหมายดีเอ็นเอชนิดไมโครแซทเทลไลท์ 3 192

ตำแหนง่ ในชน้ิ ไม้ของกลางของไมพ้ ะยูง (Dalbergia cochinchinensis) เปรยี บเทยี บกบั ตอไม้

3 ตอ ที่ถูกลักลอบตัดอย่างผิดกฎหมาย และต้นพะยูง (D. cochinchinensis) 7 ต้น จาก

อทุ ยานแหง่ ชาติน้ำพอง จ.ขอนแกน่ ไดแ้ สดงให้เห็นวา่ ไมช้ น้ิ ท่ี 23 และ 30 มีลกั ษณะพันธุกรรม

ตรงกับ ตอไมท้ ถี่ ูกลับลอบตัดตอท่ี 1

สารบญั ภาพ (ต่อ)

ภาพท่ี หน้า

23.1 Phylogenetic tree แสดงความสัมพันธท์ างพนั ธกุ รรมของวัตถพุ ยานรายการท่ี 1, 2, 3 และ 196

4 เปรียบเทียบกบั ไมพ้ ะยงู (Dalbergia cochinchinensis) ในยนี rbcl ซึ่งคำนวณตามวธิ ี

Neighbour Joining แบบ Bootstrap โดยโปรแกรม MEGA4 197
23.2 แสดงตัวอย่างตำแหน่งลายพิมพด์ เี อ็นเอ ท่ีตำแหนง่ COC8, COC6 และ DELB_120 โดยใช้

เคร่อื งหมายดีเอ็นเอชนิดไมโครแซทเทลไลทท์ ่สี ามารถแยกลกั ษณะลักษณะทางพนั ธกุ รรมของ

วัตถุพยานรายการท่ี 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, 1.5, 1.6, 2, 3 และ 4 ได้

23.3 แผนภาพแสดงความสมั พันธท์ างพันธุกรรมจากการวิเคราะห์ไมโครแซทเทลไลท์ 12 ตำแหน่ง 198

ของวตั ถพุ ยานรายการท่ี 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, 1.5, 1.6, 2, 3 และ 4 ท่ีแสดงให้เหน็ ว่าวัตถุ

พยานรายการท่ี 1 และ 2 มีลักษณะทางพนั ธกุ รรมไมเ่ หมือนกบั วตั ถพุ ยานรายการที่ 3 และ 4
24.1 Phylogenetic tree แสดงความสมั พนั ธ์ทางพันธุกรรมวัตถพุ ยานตามหมายเลขซองลำดบั ท่ี 1.3, 2.2, 201

และ 3.1 ในยนี trnH+psbA เปรียบเทียบกับฐานขอ้ มลู รหสั พนั ธุกรรมไมพ้ ะยูง (Dalbergia

cochinchinensis) ไมช้ ิงชัน (D. oliveri) กระพ้เี ขาควาย (D. cultrata) และ ไมป้ ระดู่ (Pterocarpus

macrocarpus) ซ่ึงคำนวณตามวธิ ี Neighbour Joining แบบ Bootstrap โดยโปรแกรม MEGA4

24.2 แสดงตำแหนง่ ลายพมิ พด์ เี อ็นเอ โดยใช้เครอื่ งหมายดีเอน็ เอชนดิ ไมโครแซทเทลไลทท์ ั้ง 10 202

ตำแหนง่ ท่แี สดงใหเ้ ห็นวา่ วัตถพุ ยานตามหมายเลขซองลำดับท่ี 1.3, 2.2 และ 3.1 มลี ักษณะ

ทางพนั ธุกรรมเหมอื นกนั

24.3 แผนภาพแสดงความสมั พนั ธท์ างพนั ธกุ รรมจากการวเิ คราะหไ์ มโครแซทเทลไลท์ 10 ตำแหนง่ 203

ของวตั ถพุ ยานตามหมายเลขซองลำดบั ที่ 1.3 วัตถพุ ยานตามหมายเลขซองลำดบั ที่ 2.2 วัตถุ

พยานตามหมายเลขซองลำดับท่ี 3.1 และตวั อย่างไมพ้ ะยงู (Dalbergia cochinchinensis)

จากแหล่งอน่ื ท่ใี ช้เปรยี บเทียบ ทีแ่ สดงให้เหน็ ว่า วตั ถุพยานตามหมายเลขซองลำดบั ที่ 1.3, 2.2

และ 3.1 มลี กั ษณะทางพนั ธุกรรมเหมอื นกัน

25.1 แสดงภาพอุรงั อตุ ังที่ถูกนำเขา้ ประเทศไทยอยา่ งผดิ กฎหมาย 207

25.2 แสดงการจำแนกเสอื โดยการถอดรหสั พนั ธุกรรมจากยีนในไมโทคอนเดรียโดยเปรยี บเทียบกับ 212

ฐานขอ้ มลู ที่ทำการศึกษาโดยรายงานของ Cracraft et al. (1998) โดยการวเิ คราะห์

ความสมั พนั ธ์ทางพนั ธุกรรม โดยวธิ ี Neighbor-joining (NJ) tree และ Bootstrap test

สามารถจำแนกเสอื ออกเปน็ 3 ชนดิ คือ เสือโครง่ (Panthera tigris) เสอื ดาว (Panthera

pardus) เสอื ลายเมฆ (Neofelis nebulosa)

25.3 แสดงรปู จโี นไทป์ของดีเอน็ เอท่ีเกิดจากเครื่องหมายไมโครแซทเทลไลทท์ ่ตี ำแหน่ง FCA – 453 ของ 213

ตัวอย่างเสือ 23 ตัวอย่าง แถวที่ 1 – 12 คือ เสอื โครง่ แถวท่ี 13 – 15 คือ เสอื ดาว แถวที่ 16 – 17

คอื เสือลายเมฆ แถวที่ 18 – 19 คือ เสือโคร่ง แถวท่ี 21 – 23 คือ เสือดาว แถวที่ 20 คือตวั อย่าง

ทไ่ี มส่ ามารถเพ่มิ ปริมาณดีเอน็ เอได้ แถว M คือ แถบดีเอน็ เอมาตรฐานขนาด 50 ladder

สารบัญภาพ (ต่อ)

ภาพที่ หนา้

25.4 แผนผงั ความสัมพนั ธท์ างพนั ธกุ รรมระหว่างประชากรเสือโครง่ เสอื ดาว เสอื ลายเมฆ จากการ 215

จัดกล่มุ โดยวิธี UPGMA ด้วยโปรแกรม TFPGA version 1.3

25.5 PCR product ขนาด 500 bp ของยนี Cytochrome b โดยใช้ 1% agarose gel electrophoresis 219

25.6 ตัวอยา่ ง Electropherogram จากการหาลำดบั เบสจาก PCR product ใน Cytochrome B 219

25.7 แสดงลำดับนวิ คลีโอไทด์ท่เี ปน็ variable site ของผลติ ภณั ฑ์งาชา้ งเอเชีย 15 ตำแหนง่ 220

เปรยี บเทยี บกบั ผลติ ภณั ฑง์ าชา้ งแอฟรกิ า

25.8 แสดงตัวอย่างชนิ้ เนอ้ื สตั วป์ า่ ตอ้ งสงสยั 221

25.9 แสดงการจำแนกโดยการถอดรหัสพันธุกรรมจากยีน Cytochrome B ในตัวอย่างของกลาง 223

และหาความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมกับควายและควายป่าจากฐานข้อมูล NCBIโดยวิธี

Neighbor-joining (NJ) tree และ Bootstrap test

25.10 ลำดับนิวคลีโอไทด์ ที่เป็น species specific variable nucleotide site ของควาย ในยีน 224

cytochrome B 14 ตำแหนง่ (กรอบสีเขยี ว)

25.11 แสดงการจำแนกโดยการถอดรหัสพนั ธุกรรมจากยีน D-loop ในตัวอย่างของกลาง มาหา 225

ความสัมพันธ์ทางพนั ธกุ รรมกบั ควายและควายป่าจากฐานข้อมูล NCBI

25.12 ลำดบั นวิ คลโี อไทด์ ท่เี ปน็ species specific variable nucleotide site ของควาย 226

ในยีน D-loop

คำนำ
เอกสารฉบับนี้เป็นการเขียนและรวบรวมร้อยเรียง ประสบการณ์ การทำงานวจิ ัยพันธุศาสตร์ปา่
ไม้ระดับโมเลกุลทางพนั ธุกรรมของผู้เขียนบางสว่ นทีพ่ อจะประมวลได้ ให้เข้าเน้ือหาในทิศทางเดยี วกันตงั้ แตป่ ี
พ.ศ. 2535 จนถึงปัจจุบันอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดยได้สอดแทรกเนื้อหาหลักการทางทฤษฎีจากตำรา
ตา่ งประเทศ และประสบการณท์ ่ีเคยบรรยายและเขยี นเอกสารทางวชิ าการ เอกสารตำรา ในวาระและโอกาส
ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่ยังไม่เคยเผยแพร่และหากเคยเผยแพร่ในเอกสารตำราหรือวารสารทาง
วิชาการและที่ประชุมระดับชาติและนานาชาติก็จะมีการอ้างอิงที่มาของข้อมูล ในลักษณะข้อมูลทุติยภูมิ
เพื่อให้ผู้อ่านได้มองในภาพรวมได้ว่าผู้เขียนได้ทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอะไรมาบ้าง โดยปรับเนื้อหาให้ทันต่อ
สถานการณ์ปัจจบุ นั ทง้ั น้ไี ด้สร้างความเชอ่ื มโยงของหลักวธิ ีการศึกษา เหตผุ ล วัตถปุ ระสงค์ จนถงึ ประมวลผล
และสังเคราะห์ข้อมูลผลการศึกษาวิจัยความหลากหลายทางพันธุกรรมด้วยเครื่องหมายดีเอ็นเอและรหัส
พันธุกรรม เพื่อนำมาประเมินสถานภาพทรัพยากรทางพันธุกรรมของไม้ป่าและพืชป่าหลายชนิดในระบบ
นิเวศและสังคมป่าที่หลากหลายที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและในระบบนิเวศ เพื่อที่จะได้ข้อมูลสถานภาพ
ทรัพยากรทางพันธุกรรมปา่ ไม้ ท่เี ป็นขอ้ เสนอแนะและนำไปสู่การพัฒนาขยายผลเป็นการวางแผนและบรหิ าร
จัดการการอนุรักษ์ทรัพยากรทางพันธุกรรมป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป นอกจากนี้ได้
สอดแทรกประสบการณ์ของผู้เขียนในการประยุกต์ใช้เครื่องหมายดีเอ็นเอและรหัสพันธุกรรมในงานด้าน
นติ วิ ทิ ยาศาสตรป์ ่าไมแ้ ละสัตวป์ ่าไวด้ ว้ ย
ทั้งนี้องค์ประกอบของเอกสารฉบับนี้มีทั้งหมด 26 บท โดยได้อธิบายพื้นฐานความรู้พันธุศาสตร์ปา่
ไมร้ ะดับโมเลกลุ ในบทที่ 1 ในบทที่ 2 ได้กลา่ วถงึ การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรทางพนั ธกุ รรมป่าไม้ โดยได้สอดแทรก
หลักการและการประยุกต์ใช้ผลการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้หลายชนิด
ส่วนบทที่ 3 กล่าวถึงวิธีการพัฒนาเครื่องหมายไมโครแซทเทลไลท์ (microsatellites markers) ในไม้ป่าใน
ประเทศไทยที่ผู้เขียนและทีมงานได้พัฒนาขึ้น บทที่ 4 -12 เป็นการเรียบเรียงและยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่
ผู้เขยี นได้ศึกษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมไม้ปา่ และพืชปา่ หลายชนดิ เชน่ ไมส้ นสองใบ ไมส้ ัก ไมย้ างนา
ไม้โกงกางใบเล็กและไม้โกงกางใบใหญ่ ไผ่ป่า กล้วยไม้รองเท้านารี ไม้พะยูงและไม้ชิงชัน ซึ่งผลการศึกษา
ดังกล่าวได้นำเสนอผลการประเมินสถานภาพทรัพยากรพันธุกรรมของชนิดพันธุ์ไม้ป่าและพืชป่า เพื่อเป็น
ข้อสรุปแนวทางในการอนรุ กั ษ์ ฟนื้ ฟู และการปลกู ป่าที่เหมาะสมกบั ชนดิ พนั ธุ์ไมป้ ่าและพืชป่าในแต่ละชนิดที่
ศึกษา บทที่ 13 ได้กล่าวถึงความสำคัญของข้อมูลทางพันธุกรรมของพันธุ์ไม้ป่าต่อการพิจารณาวางแผนการ
ปลูกปา่ โดยได้หยบิ ยกกรณีศกึ ษาไม้ป่าบางชนดิ เพอ่ื ทำใหผ้ ู้อ่านเขา้ ใจในเนอื้ หาได้ง่ายขนึ้ บทท่ี 14 เป็นการ
พัฒนาดีเอ็นเอบาร์โค้ด (DNA barcode) เพื่อการคุ้มครองพันธุ์ไม้ป่าหวงห้ามและไม้ป่าในบัญชี CITES ใน
ประเทศไทย บทท่ี 15-16 เป็นการจำแนกชนิดไม้ ไม้พะยงู และกลมุ่ ชนิดไม้ใกล้เคียง และการจำแนกชนิดไม้
สะเดาเป็นต้น โดยการถอดรหัสพันธุกรรม ส่วนบทที่ 17 เป็นการพิสูจน์ไม้โกงกางว่าเป็นโกงกางลูกผสม
หรือไม่โดยการถอดรหสั พันธุกรรม บทที่ 18-24 เป็นกรณศี ึกษาของคดีนิติวิทยาศาสตร์ป่าไม้โดยการใชร้ หสั
พันธุกรรมของลำดับนิวคลีโอไทด์ในคลอโรพลาสต์จีโนมในการพิสูจน์ขี้เลื่อยหรือชิ้นไม้จากต้นที่ลักลอบตัด
หรือถูกลับลอบล้อมไปปลูกอีกที่หรอื ไม่ ซึ่งมีทั้งในกรณีของไม้ป่าหวงห้าม ไม้สัก ไม้มะม่วง ไม้พะยูง และไม้

บุนนาค และสถานที่เกิดเหตุซึ่งมีทั้งอุทยานแห่งชาติ วัด และพื้นที่เอกชน บทที่ 25 กล่าวถึงคดีนิติ
วิทยาศาสตรส์ ตั วป์ ่า 4 คดี คอื อรุ ังอตุ ัง เสอื ผลติ ภัณฑง์ าชา้ ง และชน้ิ เนื้อตอ้ งสงสยั โดยใช้เคร่ืองหมายดีเอ็น
เอและการถอดรหัสพันธุกรรมในการพิสูจน์ ชนิดพันธุ์ แหล่งที่มา และจำนวนตัวเพื่อใช้ในการบังคับใช้
กฎหมายทั้งในและต่างประเทศ ท้ายสุดในบทที่ 26 ได้สรุปผลและข้อเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์
ทรัพยากรทางพันธกุ รรมป่าไม้ การฟนื้ ฟูปา่ และปลกู ปา่ โดยใช้พันธ์ุไมป้ า่ และพชื ป่า ที่ผูว้ จิ ัยได้ทำการศกึ ษาให้
เห็นในภาพรวมและเข้าใจง่าย และสามารถนำไปขยายผลต่อยอดในการบริหารจัดการป่าไม้และสัตว์ป่าได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพมากยิง่ ขน้ึ

ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ และให้ความรู้แก่หน่วยงานในสังกัด
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม เช่น กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สัตว์ป่า และพนั ธพุ์ ชื กรมทรพั ยากร
ทางทะเลและชายฝ่งั และกรมป่าไม้ ในการวางแผนนโยบายการบรหิ ารจัดการทรัพยากรป่าไม้ในการอนุรักษ์
และปอ้ งกันไม้ปา่ หวงห้ามในไมป้ ่าในบัญชีแนบท้ายไซเตสโดยเฉพาะไมพ้ ะยูง และไม้มคี ่าที่ถูกคกุ คาม เช่นไม้
ชิงชัน และชนดิ อืน่ ๆ ตลอดจนการฟื้นฟูป่า และสำนักงานตำรวจแหง่ ชาติในการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และสามารถทราบวิธีการศึกษาทางพันธุกรรมของไม้ป่าในคดีของไม้ของกลางว่าดำเนินการ
อย่างไร วิเคราะห์ผลอย่างไร และได้ทราบผลและทำการส่งตวั อยา่ งมาขอความช่วยเหลือให้พิสูจน์พันธุกรรม
ไม้ของกลางในอนาคตวา่ ควรทำอยา่ งไร รวมทง้ั ได้ให้ขอ้ เสนอแนะว่าควรบรหิ ารจัดการของกลางท้งั ไม้ป่าและ
สตั ว์ป่าอย่างไร และการวางแผนการปฏิบตั งิ านและการเขียนรายงานการวนิ จิ ฉยั พันธุกรรมไมป้ ่าและสัตว์ป่า
อย่างไร นอกจากนี้องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถเผยแพร่สู่ นิสิต นักศึกษา ตลอดจนมหาวิทยาลัย สถานศึกษา
นักวชิ าการ นกั วจิ ยั นกั วทิ ยาศาสตร์ ในการได้รับความรู้ ความเข้าใจว่าหน่วยงานภาครัฐดำเนินการบริหารจัดการ
ทรพั ยากรปา่ ไม้และสัตว์ป่าโดยใชอ้ งค์ความรู้ดา้ นพนั ธศุ าสตรป์ ่าไม้และสัตว์ป่าอย่างไร

สจุ ิตรา จางตระกลู
กนั ยายน 2564

1

บทที่ 1

พนั ธศุ าสตรป์ า่ ไม้ระดบั โมเลกลุ

ความสำคัญของพนั ธศุ าสตร์ปา่ ไม้ระดบั โมเลกุล
ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยได้ถูกทำลายและลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้เหลือพื้นที่ป่าอยู่เพียง

31.68 เปอร์เซ็นต์ (กรมอุทยานแห่งชาติ สตั ว์ปา่ และพันธ์ุพชื , 2563) จากความตื่นตัวในการเห็นความสำคัญของ
ทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์ทรัพยากรด้านป่าไม้จึงได้มีการศึกษาในระบบนิเวศชนิดพันธุ์พืชและไม้ป่า
เพมิ่ ขึน้ อย่างกว้างขวาง แต่การศึกษาทางด้านพันธุกรรม และความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุ์ไม้ป่ายังมี
การศกึ ษาอยู่น้อยเมื่อเปรียบเทยี บกับการศึกษาวจิ ยั สาขาอ่นื โดยเฉพาะในประเทศไทย

ทฤษฎีทางวิวัฒนาการทำให้เราทราบว่าความหลากหลายทางพันธุกรรมมีความสำคัญและจำเป็นอย่าง
ยิ่งต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด หากไม่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะไม่
สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้และจะค่อยๆ สูญพันธุ์ไปในที่สุด การวัดระดับ
และการกระจายความหลากหลายทางพนั ธุกรรมได้นำมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาด้านพนั ธศุ าสตร์และการอนุรักษ์
พนั ธุกรรมของสิง่ มชี ีวติ อยา่ งแพร่หลาย (Hamrick et al., 1991)

การที่จะเข้าใจรูปแบบของความแตกต่างทางพันธุกรรมภายในและระหว่างหมู่ไม้หรือประชากร เป็นสิ่งที่
ต้องกระทำในระยะเริ่มต้นของการปรับปรุงพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่า เช่น การทดสอบถิ่นกำเนิด (Provenance
trails) การทำสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า (Clonal and seedling seed orchard) และการทดสอบลูกไม้ (Progeny
test) อยา่ งไรกต็ ามมีวิธีการอย่หู ลายวธิ ีซึง่ สามารถนำมาศกึ ษาความแตกต่างทางพนั ธุกรรมภายในและระหว่างหมู่ไม้
ได้ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะใดที่ต้องการศึกษาโดยทั่วไป การใช้ลักษณะทางปริมาณ (Quantitative traits) ที่ใช้กับ
โครงการปรบั ปรงุ พนั ธุแ์ ละอนรุ กั ษไ์ มป้ ่า คือ การวัดความโต ความสงู ความตรง ปรมิ าตรเนอ้ื ไม้ และมวลชีวภาพฯลฯ
มาใชป้ ระกอบการศกึ ษาความแตกต่างทางพันธุกรรมดังกล่าว อยา่ งไรก็ตามลกั ษณะดังกลา่ วข้างตน้ เป็นลักษณะท่ีมี
อทิ ธิพลจากลักษณะทางพันธกุ รรมและสง่ิ แวดลอ้ ม (Phenotype = Genotype + Environment) โดยถกู ควบคุมจาก
ยีนหลายยีน (Polygenes) ทำให้การศึกษาความแตกต่างทางพันธุกรรมดังกล่าวเป็นไปได้ยากและได้ผลไม่แน่ชัด
เพราะความแตกต่างที่วัดได้ อาจไม่ได้มาจากลักษณะทางพันธุกรรมทั้งหมด และยังต้องใช้เวลานาน ประกอบกับไม่
สามารถควบคมุ สภาพแวดลอ้ มให้คงทีใ่ นภาคสนามได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามการศึกษาพันธุศาสตร์ป่าไม้ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยการใช้เครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรม
(Molecular genetic markers) มาศกึ ษาความแตกตา่ งทางพันธกุ รรมของไม้ป่าโดยเฉพาะเคร่อื งหมาย ไอโซเอนไซม์
(Isoenzyme gene markers) และเครื่องหมายดเี อ็นเอ (DNA markers) ได้ถูกนำมาใช้ ในงานด้านพันธุศาสตรป์ า่
ไม้มากกว่า 40 ปีมาแล้วในต่างประเทศ และในประเทศไทยเมือ่ ประมาณ 30 ปที ่ผี า่ นมาทงั้ น้เี พราะว่ามีขอ้ ดี คือ เป็น
ลักษณะที่ถกู ควบคุมด้วยลักษณะพันธุกรรมโดยตรง โดยไม่มีสิ่งแวดล้อมเข้ามา เกี่ยวข้องและเพราะว่าไอโซเอนไซม์
(Isoenzyme) มผี ลเกีย่ วข้องกับ Gene โดยตรง เนอื่ งจาก Enzyme คือ Protein product ทถี่ กู แปรรหสั และควบคุม
โดยลำดับของ DNA nucleotides ในหนว่ ยของพันธุกรรม (Gene) (Rudin, 1977) ดังนนั้ ความแตกตา่ งทางพนั ธกุ รรม
ที่วัดได้จาก เครื่องหมายไอโซเอนไซม์ยีน (Isoenzyme gene markers) จะมีความแตกต่างทางพันธุกรรมโดยตรง
ซึ่งสามารถจำแนกลักษณะพันธุกรรมของต้นไม้แต่ละต้นได้ว่าเป็น Homozygous หรือ Heterozygous (สุจิตรา,

2

2536ก) ส่วนการศึกษาพนั ธกุ รรมไม้ปา่ โดยใช้ เคร่อื งหมายดีเอ็นเอ (DNA markers) สามารถศึกษาได้กวา้ งขวางขน้ึ
ทั้งใน Nucleus genome และ Cytoplasmic genome (Chloroplast และ Mitochondrial genome) ซ่ึงมีระบบ
การถา่ ยทอดทางพนั ธุกรรมที่ไม่เหมอื นกนั กลา่ วคือ ใน Nucleus genome จะมกี ารถา่ ยทอดทางพันธุกรรมจากท้ัง
พ่อและแม่ ส่วนใน Chloroplast และ Mitochrondrial genome จะมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมไม่จากพ่อก็จาก
แม่ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ไม้ (Szmidt et al., 1987) ซึ่งจะเห็นว่าการศึกษาที่ได้จาก Molecular genetic markers
ดังกล่าวสามารถทำการศึกษาพันธุกรรมของพันธุ์ไม้ ตั้งแต่ระดับต้น (Clone) จนถึงระดับประชากรทั้งภายในและ
ระหว่างหมูไ่ ม้และชนิดพันธุ์ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำมาประยุกต์ทัง้ ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมและปรับปรุงพันธุ์ไม้
ปา่ ได้นอกจากนย้ี งั ใชร้ ะยะเวลาที่สั้นกว่าและสามารถประหยดั งบประมาณและแรงงานและมีความถูกต้องและแม่นยำ
สูงกวา่ การศึกษาวิจัยแบบดั้งเดิม
การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมโดยใชเ้ ครือ่ งหมายโมเลกุลทางพันธุกรรม (Molecular
genetic markers)

การประยุกต์ใช้เครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรม (Molecular genetic markers) โดยใช้ Electrophoresis
สามารถนำมาศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมภายในและระหว่างประชากร ตลอดจนระบบการสืบพันธ์ุของพันธ์ุไม้
แต่ละชนิดได้ เครื่องหมายโมเลกุล (Molecular genetic markers) ดังกล่าวมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด กล่าวคือไอโซ
เอนไซม์ (Isoenzyme) เปน็ เครือ่ งหมายโมเลกลุ ที่แสดงลกั ษณะขม่ คู่ (Codominant markers) ท่ถี ูกนำมาในการศึกษา
ดา้ นพันธศุ าสตร์ปา่ ไมต้ ัง้ แต่ช่วงต้นของปี ค.ศ. 1970 ในปจั จุบันเครอื่ งหมายโมเลกลุ (Markers) นี้ มีผู้นิยมน้อยลงแต่ก็
มคี วามเหมาะสำหรับศกึ ษาระบบการสบื พันธ์ุ (Mating system) และศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของพันธุ์ไม้
ชนิดต่างๆต่อมา (DNA markers) ได้ถกู พัฒนาขน้ึ ในช่วงปี ค.ศ. 1990 เทคนคิ ใหมๆ่ ไดถ้ กู พฒั นาและนำมาประยกุ ตใ์ ช้
เช่น PCR (Polymerase Chain Reaction) based markers เช่น RAPD (Randomly Amplified Polymorphic
DNA), AFLP’s (Amplified Fragment Length Polymorphisms), PCR-SSR (Simple Sequence Repeat หรือ
Microsattellites), PCR-SSCP (Single Stranded Confirmation Polymorphisms), PCR-RELP’s และการถอดรหัส
พันธุกรรม (DNA sequencing) โดยตรงจาก PCR products ในปัจจุบันเครื่องหมายดีเอ็นเอ (DNA markers) เช่น
Microsatellites และ AFLP’s ได้ถูกนำมาศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของไมป้ า่ อย่างกว้างขวาง ทงั้ นี้เพราะว่า
สามารถศึกษา Polymorphic loci มากกว่า Isoenzymes (Changtragoon, 1998; Szmidt, 1995)

การศึกษาวิจัยโดยเครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรม (Molecular genetic markers) แต่ละชนิดตาม
วัตถุประสงค์ที่ศึกษาในพันธุ์ไม้หลายชนิด ได้สรุปไว้พอสังเขปในตารางที่ 1.1 ส่วนการศึกษาความหลากหลายทาง
พันธุกรรมของพันธุ์พืชและไม้ในประเทศเขตร้อนได้สรุปพอสังเขปตามภูมิภาคเอเชียได้แสดงในตารางที่1.2 และจากผล
การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของไม้ป่าเขตอบอุ่นและไม้ป่าเขตร้อนพบว่า ความหลากหลายทางพันธุกรรม
ของไม้ป่าเขตร้อนมีค่าสูงกว่ามาก กล่าวคือไม้เขตร้อนมีความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างประชากร (Genetic
differentiation among populations) 0.109 (10.9%) (Hamrick et al., 1992) ส่วนไม้เขตอบอุ่นมีค่าความแตกต่างทาง
พันธุกรรมระหว่างประชากรเพียง 0.38 (0.38%) (Loveless, 1992) ดังนั้นเราควรตระหนักถึงความสำคัญของพันธุ์ไม้ปา่
ของประเทศเรา ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งทรัพยากรที่มีค่าด้านป่าไม้ของกลุ่มประเทศป่าเขตร้อน และสมควรอย่างยิ่งที่จะหา
แนวทางและมาตรการในการอนรุ กั ษ์แหล่งพันธุกรรมทางดา้ นปา่ ไม้ทม่ี คี า่ นีไ้ วอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและถกู ต้อง

3

ตารางที่ 1.1 ตวั อยา่ งของการศึกษาพันธุกรรมและความหลากหลายทางพันธุกรรมไม้ป่าโดยการใช้เคร่ืองหมาย

โมเลกุลทางพนั ธุกรรม (molecular genetic markers) ดัดแปลงมาจาก Finkeldey (1998) และ

สุจติ รา (2543)

ชนิดพันธุ์ เครอื่ งหมายโมเลกุล เอกสารอ้างองิ

การประยกุ ต์ใช้: 1. การศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรม (Genetic diversity)

-Abies alba - Cp (RFLP’s) - Ziegenhagen et al., 1995

-Acacia mangium และ A. melanoxylon - lsoenzyme - Moran, 1992

-Aquilaria malaccensis และ A. hirta - RAPDs - Lee et al., 2011

-Azadirachta spp. - lsoenzyme - Changtragoon et al., 1996a

-Calamus palustris - RAPD and Isoenzyme - Changtragoon et al., 1995, 1996, 2001

-Dalbergia oliveri - SSRs - สจุ ติ รา และคณะ, 2564; Hartvig et al., 2017

-D. chochinchinensis - SSRs - สุจิตรา และคณะ, 2561

-Dipterocarpus tempehes - SSRs - Kenta et al., 2004

-Dryobalanops aromatic - SSRs - Nanami et al., 2007

-Dryobalanops aromatica - Isoenzyme - Lee et al., 2000

-Entandrophragma cylindricum - SSRs - Jolivet and Degen, 2012

-Gonystylus bancanus - SSRs - Ng et al., 2009

-Hopea bilitonensis - SSRs - Lee et al., 2004a

-Intsia palembanica - SSRs - Wong et al., 2009

-Koompassia malaccensis - SSRs - Lee et al., 2006

-Melaleuca cajuputii - lsoenzyme - Changtragoon and Szmidt, 1997

-Neobalanocarpus heimii - STRs - Tnah et al., 2009, 2010

-Pinus attenuate และ P.radiata - RELPs - Strauss et al., 1992

-Pinus merkusii - lsoenzyme - Changtragoon and Finkeldey, 1995a; 1995b

-Pinus merkusii และ P. kesiya - lsoenzyme - Szmidt et al., 1996a

-Pinus merkusii และ P. kesiya - Cp (RFLP’s) - Szmidt et al., 1996a

-Pinus spp. - Cp (RFLP’s) - Wang and Szmidt, 1994

-Pinus sylvestris - RAPDs - Szmidt et al., 1996b

-Populus balsamea - lsoenzyme - Hamrick et al., 1992

-Prunus avium - RAPDs - Kulkarni and Deshpande, 2006

-Prunus persica - RAPDs - Villagomez et al., 2009

-Pterocarpus macrocarpus - lsoenzyme - Liengsiri et al., 1995; Finkeldey et al., 1998; 1999

-Quercus geminata - SSRs - Kathleen et al., 2007

-Quercus robor - lsoenzyme - Mueller-Starck et al., 1992

-Quercus robur - SSRs - Degen et al., 2010

-Quercus robur และ Q. petraea - RFLPs - Kremer et al., 1991

-Shorea acuminata - SSRs - Naito et al., 2008

-Shorea cordifolia - SSRs - Stacy et al., 2001

-Shorea curtisii - SSRs - Obayashi et al., 2002

4

ตารางที่ 1.1 (ตอ่ )

ชนิดพนั ธ์ุ เคร่ืองหมายโมเลกุล เอกสารอ้างองิ

การประยุกตใ์ ช้: 1. การศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรม (Genetic diversity)

-Shorea curtisii และ Dipterocarpaceae sp. - SSRs - Ujino et al., 1998

-Shorea leprosula - SSRs - Nagamitsu et al., 2001

-Shorea leprosula และ S. ovalis - SSRs - Kevin et al., 2004

-Shorea leprosula และ S. parvifolia - SSRs - Lee et al., 2004b

-Shorea leprosula และ S. parvifolia - SSRs - Tani et al., 2009

-Swietenia macrophylla - SSRs - Degen et al., 2013

-Tectona grandis - SSRs - Verhaegen et al., 2005

-Thuja plicata - SSRs - White et al., 2000

-Zingiber officinale - ISSRs - Harith et al., 2013

-Zingiber officinale - Retrotransposon, ISSRs และ SSRs - Pandotra et al., 2013

การประยุกตใ์ ช้: 2. ระบบการสืบพันธุ์ (Mating system)

2.1 Selfing rate

- Pinus merkusii (Selfing rate50%) - Isoenzyme - Changtragoon and Finkeldey, 1995b

- Pinus sylvestris (Selfing rate16%) - Isoenzyme - Yeh, 1989

- Pinus sylvestris (Selfing rate16%) - Isoenzyme - Szmidt,1984

- Rhizophora apiculate (Selfing rate16%) - Isoenzyme - สุจิตรา, 2550

- Tectona grandis (Selfing rate16%) - Isoenzyme - Changtragoon and Szmidt, 1999

การประยุกต์ใช้: 2. ระบบการสืบพันธุ์ (Mating system)

2.2 Pollen Contamination

-Acacia auriculiformis (Controlled crosses) - Isoenzyme - Changtragoon, 1997; 2000

-Acacia mangium และ A. Auriculiformis - Isoenzyme - Ratnam, 1989

(Controlled crosses)

-Betula alleghaniensis (Controlled crosses) - RAPD - Roy et al., 1992

- Douglas fir (Seed orchard 21-89%) - Isoenzyme - Wheeler and Jech, 1992

- Pinus sylvestris (Seed orchard >50%) - lsoenzyme - Wang et al., 1991

การประยุกตใ์ ช้: 3. การวินจิ ฉยั ชนิดพนั ธุ์ และ clone (Species and clone identification)

3.1Species

-Acacia auriculiformis - Isoenzyme - Changtragoon and Woo, 1996

-American และ Mexican pines - RAPD - Furman et al., 1997

-Aquilaria beccariana, Cocos nucifera, - DNA barcode - Lee et al., 2019

Dalbergia latifolia, Pinus contorta,

Santalum album, Strychnos ignatii,

Thuja sp. และTerminalia catappa

-Aquilaria crassna, A. malaccensis - real-time PCR - Lee et al., 2016

และ A. sinensis

-Aquilaria malaccensis - SNPs - Mohamed et al., 2012

5

ตารางท่ี 1.1 (ต่อ)

ชนดิ พันธุ์ เคร่อื งหมายโมเลกลุ เอกสารอ้างองิ

การประยุกตใ์ ช้: 3. การวนิ จิ ฉัยชนดิ พนั ธ์ุ และ clone (Species and clone identification)
3.1Species

-Aquilaria malaccensis และ A. hirta - SCARs - Lee et al., 2011

-Aquilaria sinensis - DNA barcode - Jiao et al., 2013

-Asian Pinus spp - Cp (RFLP’s) - Wang and Szmidt, 1993

-Azadirachta spp. - Isoenzyme, MatK (CP genome) - Changtragoon et al.,1996a; สุจติ รา, 2554

-Cryptomeria japonica - DNA barcode - Abe et al., 2011

-Cunninghamia lanceolate - SNPs - Jiao et al., 2012

-Cunninghamia lanceolate, C. bungei - SNPs - Tang et al., 2011

และ Fraxinus chinesis

-Dalbergia odorifera, D. Retusa, D. - DNA barcode - Yu et al., 2017
melanoxylon, D. Cochinchinensis,

D. oliveri, D. Sterensonil, D. Latifolia,

D. hainanensis และ D. hupeana

-Dalbergia spp. - SNPs - Hassold et al., 2016

-Dalbergia spp. - MatK (CP genome) - Changtragoon and Singthong, 2016

-Dalbergia spp. - DNA barcode - Hartvig et al., 2015

-Dalbergia tamarindifolia, D. Rubiginosa, - DNA barcode - Li et al., 2017

D. pinnata และ D. candenatensis

-Gonystylus sp. - SNPs - Ng et al., 2016

-Gonystylus spp., Solmsia calophylla, - SNPs - Ogden et al., 2008

Arnhemia cryptantha, Lethedon cernua,

Alstonia spp., Anthocephalus spp.,

Brosimum spp., Dyera costulata, Instia

spp., Jacaranda copaia, Quassia amara

Shorea spp. และ Simaruba amara

-Intsia palembanica - SNPs - Ng et al., 2020

-Neobalanocarpus heimii - SNPs - Tnah et al., 2009

-Picea mariana และ P.rubens - RAPD - Perron et al., 1995

-Pinus densiflora และ P. sylvestris - Cp (RFLP’s) - Szmidt and Wang, 1993

-Pinus merkusii และ P. kesiya - Cp (RFLP’s) - Szmidt et al., 1996a

-Pinus sylvestris และ P. mugo - Cp (RFLP’s) - Filppula et al., 1992

-Pinus taeda และ P.palustris - DNA barcode - Reynolds and Williams, 2004

-Populus spp. - Nu (RFLP’s) - Wagner, 1992

-Pterocarpus Santalinus, P. Erinaceus, - DNA barcode - Jiao et al., 2018

P. santalinus, P. zenkeri, P. indicus

และ P. marsupium

-Quercus petraea - SNPs - Deguilloux et al., 2014

6

ตารางท่ี 1.1 (ตอ่ )

ชนดิ พันธุ์ เคร่ืองหมายโมเลกุล เอกสารอ้างอิง

การประยกุ ตใ์ ช้: 3. การวินจิ ฉัยชนดิ พนั ธุ์ และ clone (Species and clone identification)

3.1Species

-Aquilaria malaccensis และ A. hirta - SCARs - Lee et al., 2011

-Aquilaria sinensis - DNA barcode - Jiao et al., 2013

-Asian Pinus spp - Cp (RFLP’s) - Wang and Szmidt, 1993

-Azadirachta spp. - Isoenzyme, MatK (CP genome) - Changtragoon et al.,1996a; สุจิตรา, 2554

-Cryptomeria japonica - DNA barcode - Abe et al., 2011

-Cunninghamia lanceolate - SNPs - Jiao et al., 2012

-Cunninghamia lanceolate, C. bungei - SNPs - Tang et al., 2011

และ Fraxinus chinesis

-Quercus spp. - RAPD - Moreau et al., 1992

-Shorea platyclados - SNPs - Ng et al., 2017

-Tectona grandis, Dalbergia latifolia - SNPs - Fatima et al., 2019
และ Lagerstroemia lanceolata

การประยุกต์ใช้: 3. การวนิ ิจฉยั ชนิดพนั ธุ์ และ clone (Species and clone identification)

3.2 Clones

- Acacia auriculiformis (Hybrid) - Isoenzyme - Changtragoon and Woo, 1996

-Eucalyptus spp. - RAPD - Kiel and Griffin, 1994

-Picea glauca - RAPD - Hong et al., 1992

-Picea sitchensis - RAPD - Van de ven and McNicol, 1995

7

ตารางท่ี 1.2 ตัวอย่างของการศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของพันธ์พุ ืชและไมป้ า่ เขตร้อนและการ

ประยุกต์ใช้ในการอนรุ ักษพ์ นั ธุกรรมภมู ภิ าคเอเชยี พอสังเขป

ชนดิ ไม้ แหล่งของข้อมลู

Calamus palustris Changtragoon et al., 1995; Changtragoon, 1998

Calamus spp. Bon et al., 1995

Pinus merkusii Changtragoon and Finkeldey, 1995a; Szmidt et al.,1996a

Paulownia taiwaniana Finkeldey, 1992

Tectona grandis Kertadikara and Prat, 1995; Changtragoon, 2001a;

Changtragoon and Szmidt,1999; 2000

Agathis borneensis Kitamura and Rahman, 1992

Stemonoporus oblongifolius Murawski and Bawa, 1994

Pterocarpus macrocarpus Liengsiri et al., 1995

Drybalanops spp. Shiraishi et al., 1994

Azadarachta spp. Changtragoon et al., 1996a

Diptercarpus alatus Changtragoon, 2001b

Rhizophora apiculata สจุ ิตรา, 2550

R. mucronata สจุ ติ รา, 2550

Bambusa bambos รงั สัน และสจุ ิตรา, 2548

Dalbergia chochinchinensis สุจติ รา และคณะ, 2561

D. oliveri สุจิตรา และคณะ, 2564

1.3 การศกึ ษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของประเทศไทย
ในประเทศไทยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมและปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าโดยการประยุกต์ใช้เครื่องหมาย

ไอโซเอนไซม์ยีน และเครื่องหมายดีเอ็นเอ (isoenzyme gene และ DNA markers) เพื่อนำมาจำแนกชนิด
พันธุ์ clone แมไ่ ม้พันธดุ์ ี พิสจู น์ลกู ผสม ตลอดจนการประเมินสถานภาพแหลง่ พันธุกรรมโดยการศกึ ษาความ
หลากหลายทางพันธุกรรมและระบบการสืบพันธุ์ของไม้ป่าหลายชนิด ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาได้นำ
isoenzyme gene markers มาใช้จำแนกพันธุ์ไม้สะเดาไทย สะเดาอนิ เดยี และไม้เทียม (Changtragoon
et al., 1996a) ออกจากกันซึ่งมีความแตกต่างทางพันธุกรรมค่อนข้างมาก และได้ศึกษาเพิ่มเติมซึ่งจาก
ผลการวิจัยที่ได้อาจกล่าวได้ว่า ไม้สะเดาไทยเป็นพันธุ์ไม้สะเดาอีกชนิดหนึ่ง (Species) ไม่ใช่เป็นสายพันธุ์
หนงึ่ ของไมส้ ะเดาอินเดยี และไดม้ ีการศึกษาเพิ่มเตมิ ใน Maturase K gene ในคลอโรพลาสตจ์ โี นม (สุจิตรา,
2554) มีผลการศึกษาไปในทิศทางเดียวกัน ตามที่เข้าใจแต่ครั้งก่อนอย่างไรก็ตามได้ทำการศึกษาการ
ถอดรหัสพันธุกรรมในดีเอ็นเอ ในยีนเพิ่มเติมรวมทั้งศึกษาในเครื่องหมายไมโครแซทเทลไลท์ เพื่อเป็นข้อมูล

8

ประกอบเพิ่มเติมผลงานกำลังรอตีพิมพ์อยู่ นอกจากนี้จะต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ต่อไป
ในหวายสามารถจำแนกพันธุ์หวาย 9 ชนิดที่มีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกันโดยใช้ DNA markersได้
(Changtragoon et al., 1995) นอกจากนี้ยังใช้วินิจฉัยแม่ไมท้ ่ีถูกขยายพันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศโดยการเสียบ
ยอด ติดตา ปักชำ ในไม้สะเดาไทย ไม้สัก และไม้กระถนิ ณรงค์ที่ถกู นำมาปลูกในแปลงรวมแม่ไมพ้ นั ธุ์ดีวา่
เป็นแม่ไม้พันธุ์ดีตามที่ได้คัดเลือกมาที่ถูกต้องหรือไม่ เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงพันธุ์และผสมข้ามได้อย่าง
ถูกต้องต่อไป ส่วนการผสมข้ามพันธุ์แม่ไม้พันธุ์ดีในไม้กระถินณรงค์เพื่อให้ได้ลูกผสมที่มีลักษณะดีตามท่ี
ตอ้ งการน้ัน ได้มกี ารวินิจฉัยลูกผสม (Hybrids) ทไ่ี ด้วา่ ตน้ ใดเป็นลกู ผสมท่แี ทจ้ ริงโดยการใช้ เครื่องหมายไอโซ
เอนไซม์ยีน (isoenzyme gene markers) (สุจิตรา และคณะ, 2536; Changtragoon, 1996; Changtragoon and
Woo, 1996; Changtragoon, 1997; Changtragoon et al., 1998; Changtragoon, 2000)

ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมไม้ป่าได้มีการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมโดยใช้
เครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรม (molecular genetic markers) หลายชนิด ดังกล่าวข้างต้นในการ
ประเมนิ สถานภาพแหลง่ พันธกุ รรมของไมส้ นสองใบ ไม้สนสามใบ (Changtragoon and Finkeldey, 1995b;
Szmidt et al., 1996a) ไม้สัก (Changtragoon and Szmidt, 1999; Changtragoon and Szmidt, 2000)
ไม้สะเดา (Changtragoon et al., 1996a) ไมย้ างนา (สจุ ิตรา และบุญชบุ , 2542; Changtragoon, 2001b)
ไม้เสม็ดขาว (สุจิตรา, 2537) ไม้ตุ้มกว้าว หวาย ปรง (Changtragoon and Finkeldey, 2000) และไม้
โกงกางใบเล็กและไม้โกงกางใบใหญ่ (สุจิตรา, 2540; สุจิตรา, 2550) ไม้พะยูง (สุจิตรา และคณะ, 2561;
สุจิตรา และคณะ 2562) ไม้ชิงชัน (สุจิตรา และคณะ, 2564; สุจิตรา และกิตติยา 2564) เพื่อใช้เป็น
ฐานข้อมูลในการวางแผนและจัดการการอนรุ ักษพ์ ันธุกรรม และปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าและพืชป่าตลอดจนการ
ปลกู สร้างสวนป่าดงั กลา่ วไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป ซึ่งการศึกษาวิจัยดังกล่าวขา้ งต้นรวมทง้ั การศกึ ษาวจิ ัย
อ่ืนท่ีเกยี่ วข้องไดส้ รุปไว้ในตารางท่ี 1.3 และ 1.4 การพัฒนาดีเอ็นเอบารโ์ คด้ ในไมห้ ลายชนดิ ดังแสดงในตาราง
ที่ 1.5 รายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก Changtragoon et al. (2017) นอกจากนี้ได้สรุปตัวอย่าง
การศึกษาพันธกุ รรมในไม้ป่าดว้ ยเครอ่ื งหมายโมเลกลุ ทางพนั ธุกรรมเพ่ือประยุกต์ใช้งานนิตวิ ทิ ยาศาสตร์ป่าไม้
ในประเทศตา่ งๆดังตารางท่ี 1.6

จนถึงปัจจุบันการเปรียบเทียบสถานภาพการศึกษาด้านพันธุกรรมและความหลากหลายทาง
พันธุกรรมโดยใช้ molecular genetic markers ของแต่ละกลุม่ ประเทศในโลก โดยสรุปพอสังเขปในตาราง
ที่ 1.7 ซึ่งจะเห็นว่าประเทศไทยได้มีการพฒั นาขึ้นมากกว่าอดีต ซึ่งถือวา่ อยู่ในระดับกลางของการศึกษาวจิ ัย
ด้านนี้อยู่ จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะได้มีการสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อที่จะ
นำไปใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านอนุรักษ์พันธุกรรมและปรับปรุงพันธ์ุไม้ป่า และการปลูกสร้างสวนป่าให้มี
ประสิทธิภาพมากย่ิงขึน้ (สุจติ รา, 2543)

9

ตารางที่ 1.3 การศึกษาพันธุกรรมและความหลากหลายทางพันธุกรรมไม้ป่า โดยการใช้เครื่องหมายโมเลกุล

(molecular genetic markers) เพื่อการประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ และอนุรักษ์พันธุกรรมไม้

ป่าในประเทศไทย

ชนดิ การประยกุ ตใ์ ช้ เครอ่ื งหมายโมเลกลุ เอกสารอา้ งอิง

A. indica var. -Genetic diversity -Isoenzyme - Changtragoon et al., 1996a
siamensis -DNA fingerprinting - microsatellite - Boontong et al. 2009
-Mating system -Isoenzyme - Changtragoon et al., 1996a
A.exelsa -Genetic diversity -Isoenzyme - Changtragoon et al., 1996a

Acacia -Clonal -Isoenzyme - Changtragoon, 1996
auriculiformis identification - Changtragoon and Woo, 1996
-Mating system -Isoenzyme - Changtragoon, 1997
-Controlled crosses -Isoenzyme - Changtragoon et al., 1998
-Hybrid -Isoenzyme - Changtragoon, 2000
identification

Avicennia alba -DNA fingerprinting -microsatellite - Arnaud-Haond et al., 2009
Azadirachta -Genetic diversity -Isoenzyme - Changtragoon et al., 1996a
indica -AFLP - Singh et al., 1999
-DNA fingerprinting - microsatellite - Boontong et al., 2009
Azadirachta -Clonal -Isoenzyme - สจุ ติ รา และคณะ, 2536;
indica identification Changtragoon, 1996
Bambusa -Specie -AFLP - รงั สัน และ สจุ ิตรา, 2548
bambos identification and
genetic relationship -AFLP - Changtragoon et al., 2001
Calamus -Genetic diversity -microsatellite - Changtragoon et al., 1996b
pulustris -DNA fingerprinting -Isoenzyme - สุจิตรา (ข้อมลู ทีย่ ังไมไ่ ดเ้ ผยแพร)่
-Genetic diversity -RAPD - Blakesley et al., 2004
Castanopsis -Isoenzyme
acuminatissima -Mating system -microsatellite
-DNA fingerprinting

10

ตารางที่ 1.3 (ต่อ)

ชนิด การประยกุ ตใ์ ช้ เคร่ืองหมายโมเลกลุ เอกสารอ้างอิง
-DNA fingerprinting
Castanopsis sp. -ISSR - Chokchaichamnankit et al., 2008
Lithocarpus sp. -DNA fingerprinting
Quercus sp. -Genetic diversity -microsatellite - Ge and Sun, 2001
Ceriops tagal -DNA fingerprinting -Isoenzyme - Changtragoon and Finkelday, 2000
Cycas siamensis -Genetic diversity -microsatellite - สุจติ รา และ คณะ, 2564
Dalbergia oliveri -SNPs - สุจติ รา และ กติ ติยา, 2564:
Changtragoon and Singthong,
D. cochinchinnensis -Genetic diversity -Isoenzyme unpublished data
-SNPs -Soonhuae et al., 1995
D. cochinchinnensis -DNA fingerprinting -microsatellite - สุจิตรา และ คณะ, 2562
Dipterocarpus -Genetic diversity -Isoenzyme - สุจิตรา และ คณะ, 2561;
alatus - สจุ ิตรา และบญุ ชุบ, 2542
Eleais guineensis -DNA fingerprinting -microsatellite - Changtragoon, 2001b
Melientha suavis -Genetic diversity -RAPD - Taeprayoon et al., 2015
P.khasya - Genetic diversity -Isoenzyme - Prathepha, 2000
-Cp (RFLP’s) - Szmidt et al., 1996a
Paphiopedilum -Genetic diversity -AFLP
parishii -Genetic diversity - จกั รพนั ธ์ และ สจุ ิตรา, 2548; กนกอร
Pinus merkusii -Isoenzyme และ ศภุ ลกั ษณ์, 2562
-Cp (RFLP’s) - Changtragoon and Finkeldey, 1995a
-Mating system -Isoenzyme - Szmidt et al., 1996a
-microsatellite - Changtragoon and Finkeldey, 1995b
Prunus cerasoides -DNA fingerprinting -Isoenzyme - Pakkad et al., 2003
-Isoenzyme - Liengsiri et al., 1995
Pterocarpus -Genetic diversity -microsatellite
- Pakkad et al., 2008
alatus -Mating system

Quercus -DNA fingerprinting

semiserrata

R. mucronata -Genetic diversity -AFLP - สจุ ติ รา, 2550

Rhizophora -Genetic diversity -AFLP - สุจิตรา, 2550
apiculata -Mating system -Isoenzyme - สุจติ รา, 2550
-microsatellite - Senakun et al., 2011
Shorea obtusa -DNA fingerprinting

11

ตารางท่ี 1.3 (ต่อ)

ชนิด การประยกุ ตใ์ ช้ เครือ่ งหมายโมเลกุล เอกสารอา้ งอิง

Tamarindus indica -Genetic diversity -RAPD - Diallo et al., 2007
Tectona grandis -Clonal -Isoenzyme - Changtragoon, 1996
identification
-DNA fingerprinting -RAPD - Changtragoon and Szmidt, 2000
-microsatellite - Hansen et al., 2015; Fofana et
-Genetic diversity al., 2008; Fofana et al., 2009
-Isoenzyme - Changtragoon and Szmidt, 2000
-Mating system -RAPD - Changtragoon, 2001a
Xylia xylocarpa -DNA fingerprinting -Isoenzyme - Changtragoon and Szmidt, 1999
-SSCPs - Wattanakulpakin et al., 2015

ตารางท่ี 1.4 ตวั อยา่ งการประยุกต์ใชเ้ ครื่องหมายโมเลกุลทางพันธกุ รรมเพอ่ื ศึกษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมของพชื และไมป้ า่ เขตรอ้ นและพชื ปา่ ในประเทศไทย 12

เครื่องหมาย ชนิด Genetic Genetic เอกสารอ้างอิง
โมเลกลุ Paphiopedilum parishii Diversity differentiation
จกั รพนั ธ์ และสจุ ติ รา, 2548
AFLP 0.301 FST GST กนกอร และ ศภุ ลกั ษณ์, 2562
0.082 สจุ ิตรา, 2550
Rhizophora apiculata 0.316 สจุ ิตรา, 2550
Rhizophora mucronata 0.385 0.21 รังสนั และ สจุ ิตรา, 2548
Bambusa bambos 0.369 0.250 Blakesley et al., 2004
SSR Castanopsis acuminatissima 0.483 - 0.537 0.212 Taeprayoon et al., 2015
Eleais guineensis 0.58±0.15 0.243 Pakkad et al., 2003
Prunus cerasoides 0.480 - 0.574 0.006 Pakkad et al., 2008
0.68 (nSSR) 0.20
Quercus semiserrata 0.160.(6c6p4SSR) 0.115 Senakun et al., 2011
Shorea obtusa 0.63 0.12 Hansen et al., 2015
0.28-0.78 00.0.8330 0.117 Fofana et al., 2009
Tectona grandis 0.489 Fofana et al., 2008
0.39 0.227 สุจิตรา และคณะ, 2561
Dalbergia cochinchinensis 0.55 0.22 Hartvig et al., 2017
0.77 0.21 สุจิตรา และคณะ, 2564
Dalbergia oliveri 0.63 0.18 Boontong et al., 2009
Azadirachta indica var. indica 0.61
AAv. iicnednicnaiavaarl.bsaiamensis 0.25 Arnaud-Haond et al., 2009
0.13

0.06ns

13

ตารางที่ 1.4 (ต่อ)

เครอ่ื งหมาย ชนดิ Genetic Genetic เอกสารอา้ งอิง
Diversity differentiation
โมเลกลุ Ge and Sun, 2001
0.0084 FST GST Wattanakulpakin et al., 2015
ISSR Ceriops tagal Changtragoon and Boontawee, 1999
SSCPs Xylia xylocarpa 0.0924 0.529 Changtragoon, 2001b
Isoenzyme Gene Dipterocarpus alatus 0.061 Changtragoon and Finkeldey, 1995b
0.058 0.182 Changtragoon and Szmidt, 1999
markers Pinus merkusii 0.31 0.128 0.067 Changtragoon and Szmidt, 2000
Tectona grandis 0.110-0.371 0.104
0.217
RAPD Tectona grandis 0.21

13

14 14

ตารางท1่ี .5 ตวั อยา่ งการประยุกต์ใช้ดเี อ็นเอบาร์โค้ดเพื่อศกึ ษาความหลากหลายและความสมั พันธ์ทางพนั ธุกรรมและววิ ัฒนาการของพนั ธไุ์ ม้ป่าเขตร้อนและพืชปา่ ในประเทศไทย

ดเี อ็นเอบาร์โค้ด ชนิด เอกสารอา้ งองิ
SS.esnunlafuarelaat,aS,.Ss.uaraletxteannsdisri,nSa.,tSim. foruriteicnosisse,,SS..togararrettiiana, S. hirsute, S. occidentalis, S. pallida, S. siamea. S. sophera, S. spectabilis, Monkheang et al., 2011
• trnH-psbA

• MatK Avicennia alba, A. marina, Alstonia macrophylla, A. scholaris, Canarium denticulatum, C. subulatum, Anisoptera costata, Dipterocarpus สจุ ติ รา (ข้อมูลยงั ไม่ไดเ้ ผยแพร่)
• rbcL
• trnH-psbA alatus, D. kerrii, Shorea gratissima, S. roxburghii, S. siamensis, Vatica odorata, Diospyros malabarica, D. mollis, D. var.toposioides, รายละเอียดศกึ ษาไดจ้ ากบทท่ี 14

Adenanthera pavonina, Albizia saman, Callerya atropurpurea, Cassia bakeriana, C. fistula, Dalbergia cochinchinensis, D. oliveri, Intsia

palembanica, Parkia speciose, Phyllocarpus septentrionalis, Sindora siamensis, Xylia xylocarpa, Irvingia malayana, Tectona hamiltoniana,

Cinnamomum bejolghota, C. camphora, C. parthenoxylon, Careya arborea, Magnolia thailandica, Michelia baillonii, Neesia altissima,

Pterospermum diversiolium, P. jackianum, Azadirachta indica, Artocarpus thailandicus, Knema globularia, Fraxinus floribunda, Prunus

cerasoides, Gardenia sootepensis, Strychnos nux-vomica

• MatK Avicennia officinalis, Dracontomelon dao, Holarrhena pubescens, Wrightia arborea, Dillenia scabrella, Dipterocarpus intricatus, Vatica diospyroides,
• rbcL Diospyros hasseltii, D. montana, D. wallichii, Afzelia xylocarpa, Dalbergia assamica, D. parviflora, D. sissoo, Millettia leucantha, Pterocarpus
macrocarpus, Cinnamomum iners, Michelia alba, Toona ciliata, Xylocarpus moluccensis, Nepenthes mirabilis, Phyllanthus emblica, Morinda coreia,
• MatK Madhuca motleyana, M. pierrei, Tetrameles nudiflora
• trnH-psbA Polyalthia viridi, Archidendron ellipticum, Lithocarpus fenestratus, Apodytes dimidiate, Beilschmiedia globularia, Phoebe
lanceolate, Magnolia sirindhorniae, Chionanthus ramiflorus, Adinandra integerrima, Xanthophyllum virens, Acronychia
• rbcL pedunculata, Aquilaria crassna,
• trnH-psbA
Hydnocarpus castaneas, Dracaena cochinchinensis, Stereospermum fimbriatum, Mapania cuspidate, Dipterocarpus obtusifolius, Hopea
pierrei, H. odorata, Shorea laevis, Castanopsis inermis, Tectona grandis, Gmelina arborea, Vitex pinnata, Sonneratia alba, Aglaia grandis,
Chukrasia tabularis, Xylocarpus granatum, Pinus merkusii, Podocarpus neriifolius, Carallia brachiate, Homalium tomentosum, Nephelium
lappaceum, Sarcosperma arboretum, Stemonurus malaccensis

ตารางท่ี 1.5 (ต่อ) 15

ดเี อ็นเอบารโ์ คด้ ชนิด เอกสารอา้ งอิง
• MatK Buchanania arborescens, Semecarpus curtisii, Goniothalamus laoticus, Cerbera odollam, Ilex confertiflora, Mammea siamensis, Mesua
• rbcL ferrea, Terminalia alata, Dillenia excels, Diospyros areolate, D. castanea, D. glandulosa, Elaeocarpus robustus, Endospermum diadenum,
Peltophorum dasyrachis, Castanopsis acuminatissima, Platea latifolia, Litsea glutinosa, Neolitsea siamensis, N. zeylanica, Lagerstroemia
• trnH-psbA cuspidate, Sonneratia caseolaris, Hibiscus macrophyllus, Chisocheton cumingianus, Ficus benjamina, Eugenia cumini, Syzygium nervosa,
S. claviflora, S. cumini, Eurya acuminate, Ardisia nervosa, Ochreinauclea maingayi, Mischocarpus pentapetalus, Styrax apricus, Symplocos
lucida, Gmelina arborea, Alseodaphne birmanica

Acanthus ilicifolius, Hydnocarpus calvipetalus, Canaga odorata, Mangifera gedebe, M. lagenifera, Melodorum fruticosum,
Mayodendron igneum, Calophyllum inophyllum, Parinari anamensis, Terminalia citrina, Alangium kurzii, Dillenia indica,
Cotylelobium melanoxylon, Shorea hypochra, S. obtuse,S. robusta, Diospyros rhodcalyx, D. decandra, D. frutescens,
D. undulata, Elaeocarpus rugosus, Cleidion javanicum, Cynometra malaccensis, Peltophorum pterocarpum, Pterocarpus
indicus, Castanopsis costata, Fagraea fragrans, Garcinia atroviridis, G. cowa, G. eugenifolia, Cratoxylum cochinchinense,
C. maingayi, Tectona philippinensis, Vitex glabrata, Cinnamomum ilicioides, C. verum, Barringtonia acutangula, Lagerstroemia
calyculata, L. speciose, Magnolia champaca, Heritiera littoralis, H. macrophylla, H. sumatrana, Aglaia cucullata, Lansium
parasiticum, Artocarpus thailandicus, Horsfieldia amygdalina, Ochna integerrima, Pinus kesiya, Dendrocalamus pendulus,
Dacrydium elatum, Coccoloba uvifera, Bruguiera cylindrical, B. gymnorrhiza, B. parviflora, Ceriops decandra, C. tagal,
C. zippeliana, Limonia acidissima, Mimusops elengi, Palaquium obovatum, Scaphium affine

Canaga odorata, Casuarina equisetifolia, Calocedrus macrolepis, Tamarindus indica, Lithocarpus vestitus, Quercus kingiana,
Syzygium siamense, Canthium parvifolium, Lepisanthes rubiginosa, Symplocos longifolia, S. sumuntia,

15

16

ตารางที่ 1.6 ตวั อย่างการประยกุ ต์ใช้เครอื่ งหมายโมเลกุลทางพนั ธกุ รรมเพอ่ื งานดา้ นนิติวทิ ยาศาสตรไ์ มป้ ่าใน
ประเทศตา่ งๆ

ประเทศท่ศี กึ ษา ชนดิ พชื ชนิดของชน้ิ ส่วน เครอ่ื งหมาย อ้างองิ
ประเทศมาเลเซยี พชื ทใ่ี ชศ้ กึ ษา โมเลกุล
Gonystylus spp. - ใบ Ogden et al., 2008
ประเทศฝร่ังเศส และอกี หลายชนิด - ไม้แปรรูป SNP markers
ประเทศแคนาดา Neobalanocarpus heimii - ใบ Tnah et al., 2010
ประเทศ - เปลือกช้ันใน STR markers
สหรฐั อเมรกิ า Neobalanocarpus heimii - ใบ Tnah et al., 2009
ประเทศ - เปลือกชั้นใน cpDNA
มาดากสั การ์ Aquilaria malaccensis - เน้อื ไมส้ ด markers Mohamed et al.,
ประเทศไทย - เศษไม้ real-time 2012
Aquilaria beccariana - ใบสด PCR Lee et al., 2019
ประเทศ และอกี หลายชนดิ DNA
อนิ โดนีเซยี Shorea platyclados - ใบ barcodes Ng et al., 2017
ประเทศเยอรมนั - เปลอื กช้ันใน cpDNA
ประเทศเยอรมัน Gonystylus sp. - ใบ markers Ng et al., 2016
และบางประเทศ - เปลือกช้ันใน cpDNA
ในลาตนิ อเมรกิ า Quercus petraea - เศษไม้ markers Deguilloux et al.,
cpDNA 2014
Thuja plicata - แผ่นไม้ markers White et al., 2000
Quercus geminata - ใบ SSR markers Kathleen et al.,
SSR markers 2007
Dalbergia sp. - ใบ Hassold et al., 2016
- ตัวอยา่ งไม้แห้ง cpDNA
Dalbergia cochinchinensis - เนื้อไม้ markers สจุ ติ รา, 2560
- ขเ้ี ลือ่ ย SSR markers
Tectona grandis - เนื้อไม้ บทที่ 21 ของเอกสารนี้
Intsia palembanica - ใบ SSR markers Wong et al., 2009
SSR markers
Entandrophragma - เนอื้ ไม้ Jolivet and Degen,
cylindricum SSR markers 2012
Swietenia macrophylla - เน้ือไม้ Degen et al., 2013
SSR markers

17

ตารางที่ 1.7 การเปรียบเทียบสถานภาพการศึกษาพันธุกรรมและความหลากหลายทางพันธุกรรมของพันธุ์
ไม้ป่าของแต่ละกลุ่มประเทศในโลก โดยการใช้เครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรม
(molecular genetic markers) ดัดแปลงมาจาก สุจิตรา (2543)

กลมุ่ ประเทศ ระดับการศกึ ษาและการประยกุ ตใ์ ช้
ยุโรป ก้าวหนา้
อเมริกา ก้าวหน้า
ออสเตรเลยี ก้าวหนา้
ลาตนิ อเมริกา
อาฟริกา เรมิ่ ต้น-กลาง
ญ่ีปุ่น, เกาหลีใต,้ จีน, มาเลเซยี เริ่มต้น-กลาง
ไทย, อินเดีย, ไต้หวัน
อินโดนเี ซยี , ฟลิ ปิ ปินส์, เวียดนาม, พมา่ กา้ วหนา้
ลาว, กัมพูชา กลาง
เริม่ ต้น-กลาง
เรมิ่ ต้นโดยความรว่ มมือกบั ประเทศอื่น

1.4 ประโยชนข์ องการศึกษาวจิ ยั พันธุศาสตรด์ า้ นปา่ ไม้ระดับโมเลกุล
สุจิตรา (2543) ได้ประมวลผลรายละเอียดพอสังเขปที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากการศึกษาวิจยั

ด้านพันธุศาสตร์ป่าไม้ระดับโมเลกุลในการศึกษาพันธุกรรมและความหลากหลายทางพันธุกรรมของป่าไม้
โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล (Molecular genetic markers) ชนิดต่าง ๆ ได้แบ่งเป็นหัวข้อพอสังเขป
ดังต่อไปนี้

1.4.1 ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรม (Genetic diversity)
เนื่องจากไม้ป่าเป็นพืชที่มีอายุยาวนานกว่าพืชเกษตรทัว่ ๆไปดังน้ันไม้ป่าจะต้องมีความหลากหลาย
ทางพันธุกรรมค่อนข้างสูง เพื่อเป็นการประกันความมีชีวิตรอดภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีความผันแปร
ตลอดเวลา (Changtragoon and Szmidt, 1993) ไม่ว่าจะเกิดจากวงจรธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตคือการ
ระบาดของโรค และแมลง หรือเกิดจากอิทธิพลของการพัฒนาเทคโนโลยีของมนุษย์ เช่น การสร้างโรงงาน
อุตสาหกรรม ทำให้อากาศและน้ำเสียตลอดจนสภาวะเรือนกระจก (Green house effect) และฝนกรด
(acid rain) สาเหตุดงั กลา่ วมผี ลต่อความอยูร่ อดของไม้ปา่
ดังน้นั หากพนื้ ฐานทางพนั ธกุ รรมของไม้ป่าทเี่ ราคัดเลอื ก ไมว่ ่าดว้ ยวตั ถุประสงค์ใดกต็ าม คือมคี วาม
หลากหลายทางพนั ธุกรรมต่ำ กอ็ าจจะทำใหไ้ มส่ ามารถอยู่รอดได้ภายใต้สภาวะแวดล้อมทผี่ ันแปรตลอดเวลา
ซ่งึ ยากต่อการควบคมุ และคาดการณ์ล่วงหนา้ ได้ (สจุ ิตรา, 2537; Changtragoon and Szmidt, 1997)
การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมได้มีการใช้เครื่องหมายโมเลกุล (Molecular genetic
markers) เครื่องหมายไอโซเอนไซม์ยีน และเครื่องหมายดีเอ็นเอ (isoenzyme gene markers และ DNA

18

markers) มาใชใ้ นการศึกษาในไมป้ ่าหลายชนดิ เช่น ไม้ตระกลู สน (Changtragoon and Finkeldey,1995b;
Szmidt and Wang, 1991; 1993; Szmidt et al., 1996a) ไม้ปา่ ชายเลน (สุจติ รา, 2536ข) ไม้สะเดา
(สุจิตรา และคณะ, 2536; Changtragoon et al., 1996a) หวาย (Changtragoon et al., 1995) ไม้พะยูง
(สุจติ รา และคณะ, 2561; สุจติ รา และคณะ 2562) ไม้ชิงชนั (สุจิตรา และคณะ, 2564; สจุ ิตรา และกิตติยา
2564) และไม้ป่าอีกหลายชนิด (สุจิตรา, 2537) ซึ่งข้อมูลและผลการศึกษาทางด้านความหลากหลายทาง
พันธุกรรมของพันธุ์ไม้ที่ได้จะสามารถนำไปใช้ประกอบในการพิจารณาวางแผนการอนุรักษ์พันธุกรรม การ
ปรับปรุงและการปลูกสร้างสวนป่าในไม้ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สุจิตรา, 2537; Changtragoon and
Szmidt, 1993; 1997; Changtragoon, 2001a; Changtragoon and Finkeldey, 2000) ทง้ั นป้ี ระเทศไทย
ยงั จำเป็นจะต้องมีการศกึ ษาวิจยั ในพันธไ์ุ มท้ ม่ี คี ณุ คา่ ทางเศรษฐกจิ และนิเวศวทิ ยาอกี หลายชนิด

1.4.2 การศึกษาระบบการสบื พันธ์ุ (Mating system)
- การศกึ ษาอตั ราการผสมตัวเอง (Selfing rate)
เมล็ดไม้ท่ีได้จากหมู่ไม้ที่มีการผสมตัวเอง (Selfing) หรือผสมระหว่างต้นที่มีลักษณะทางพนั ธุกรรม
ใกล้ชิดกัน (inbreeding) จะมีเปอร์เซ็นต์การงอกต่ำ กล้าไม้จะอ่อนไหว (sensitive) ต่อการถูกทำลายจาก
โรคและแมลงทำให้เปอร์เซ็นต์การรอดตายต่ำ นอกจากนี้ ต้นที่รอดตายจะมีการเจริญเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร
ส่งผลให้ผลผลิตและปริมาตรเน้ือไม้ต่ำกว่าปกติดังตัวอย่างที่พบ inbreeding depression ในไม้ Picea
abies (Langlet, 1940; Eriksson et al., 1973; Hattemer et al., 1993)
โดยทั่วไปการศึกษาระบบการสืบพันธุ์ของพันธุ์ไม้ป่ามักจะใช้เครื่องหมายไอโซเอนไซม์
(isoenzyme markers) ในการตรวจสอบดูว่าไม้ป่าแต่ละชนิดมีอัตราการผสมตัวเอง (selfing rate) เท่าไร
ดังการศึกษาใน Scots pine seed orchard โดย Szmidt (1984) พบว่าอัตราผสมตัวเองมี 10.8% และ
16%ใน Pinus sylvestris 16% (Yeh, 1989) ในการศึกษาในไม้สนสองใบ (Pinus merkusii) ซึ่งเป็นไม้สน
เขตรอ้ นทข่ี ้นึ ในประเทศไทย พบว่ามอี ัตราของการผสมตัวเองสูงถึง 50% (Changtragoon and Finkeldey,
1995a) ส่วนในไม้สกั มีอัตราการผสมตัวเองช่วงระหว่าง 2.5-14.1% (Changtragoon and Szmidt, 1999)
ซ่ึงแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะตน้ และหมูไ่ มท้ ่ีขนึ้ ในแต่ละท้องท่ี
ข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำไปวางแผนการอนุรักษ์พันธุกรรมและปรับปรุง
พนั ธ์ุไม้ปา่ วา่ ควรจะเก็บเมล็ดไมจ้ ากต้นหรือหมู่ไมไ้ หนอย่างไร เพ่ือการอนุรักษ์พนั ธุกรรมและปรับปรุงพันธ์ุ
อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถนำไปแนะนำเอกชนในการเก็บเมล็ดไม้ที่ถูกต้องเพ่ือ
หลีกเลี่ยงการเกิด inbreeding depression ได้ ซึ่งจะได้ต้นไม้ท่ีนำไปปลูกสรา้ งสวนป่าที่มีประมาณเนือ้ ไมม้ ี
สงู ซ่ึงคุ้มค่าตอ่ การลงทนุ และผลกำไรสงู
-การตรวจเช็คความถูกต้องของ controlled crosses
เครื่องหมายไอโซเอนไซม์ (isoenzyme markers) ได้นำมาใช้ในการตรวจเช็คความผิดพลาด
ในการทำ controlled crosses ใน Douglas fir ซึ่งพบความผิดพลาดมากกว่า 30% (Haines, 1994) ใน

19

ไม้กระถินณรงค์ได้มีการตรวจความถูกต้องของ controlled crosses 7 คู่ผสม และพบว่ากล้าไม้ที่ไม่ใช่
ลกู ผสมที่แทจ้ ริงมอี ยู่ถึงมากกวา่ 60% จากคู่ผสม 2 คู่ (Changtragoon, 2000)

นอกจากนีก้ ารใช้ RAPD’s โดย Roy et al. (1992) พบวา่ เกดิ pollen contamination ในการทำ
controlled crosses ของ Betula alleghaniensis

-การตรวจเช็คความปนเปื้อนของ pollen (pollen contamination)
ในการปรับปรุงพันธุ์ไม้ป่าส่วนหนึ่งของการปรับปรุงพันธุ์คือการทำ seed orchard ซึ่งได้มาจาก
การคัดเลือกแม่ไม้ทีม่ ลี กั ษณะตามต้องการ แล้วนำมาปลูกรวมกันเพือ่ ใหผ้ ลิตเมลด็ ไม้จากต้นแม่ไม้ทีต่ อ้ งการ
การใช้เครื่องหมายไอโซเอนไซม์ (isoenzyme markers) เข้าช่วยตรวจเช็คทำให้ทราบว่า การทำ seed
orchard ของพันธุ์ไม้ที่คัดเลือกมีการปนเปื้อนของ pollen จากที่อื่นหรือไม่ดังในการศึกษาของ Wang et
al. (1991) ใน Scots pine seed orchard พบวา่ มีการปนเป้ือนของ pollen ทีม่ าจากต้นไมท้ ่ไี ม่ไดค้ ัดเลอื ก
มากกว่า 50% และใน Douglas fir มีสูงถึง 21-89% (Wheeler and Jech, 1992) ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถ
ศึกษาได้จาก Finkeldey (1998), Finkeldey and Hattemer (1993) และ Hattemer et al. (1993)

1.4.3 การตรวจสอบแหล่งกำเนิดสายพนั ธุแ์ ละ clone (Species and clone identification)
การมีข้อมลู ทางพันธุกรรมทีแ่ นน่ อนของพนั ธุ์ไม้ ไม่ว่าระดับชนดิ หรือ clone มีความสำคัญต่อการ
ปรับปรุงพันธุ์ และอนุรักษ์พันธุ์ไม้แต่ละชนิดMolecular genetic markers ได้ถูกนำใช้ในการวินิจฉัย
(identify) พันธุกรรมของพันธุ์ไม้ป่าทั้งในระดับชนิด และ clone เช่นการใช้ isoenzymes ในการศึกษา
ความแตกต่างทางพันธุกรรมของไม้สะเดาไทย (Azadirachta indica var. siamensis) สะเดาอินเดีย
(A. indica) และไม้เทยี ม (A. excelsa) ทำให้ทราบสถานภาพทางพนั ธุกรรมของไมส้ ะเดาไทยทแ่ี ตกต่างจาก
ไมส้ ะเดาอื่น ๆ อย่างเด่นชัด (Changtragoon et al., 1996a)
สำหรับ nuclear RELP’s ได้นำมาจำแนกไม้ Populus tremuloides และ P. grandidentata
ออกจากกันได้ สำหรับ chloroplast RELP’s ก็นำมาจำแนกความแตกต่างทางพันธุกรรมพันธุ์ไม้สนสองใบ
(Pinus merkusii) และสามใบ (Pinus Khaya) โดย Szmidt et al. (1996a)
ในระดับ clone นั้น Molecular genetic markers ที่นำมาวินิจฉัย fingerprinting มีท้ัง
isoenzyme markers ในไมส้ ะเดาไทย (สุจติ รา และคณะ, 2536) ไมก้ ระถินณรงค์ (Acacia auriculiformis)
และไม้สัก (Tectona grandis) (Changtragoon, 1996) ซึ่งพบว่ามีการเขียนเบอร์ clone ผิด และมีความ
ผดิ พลาดในแปลงกรรมพนั ธุ์ (clone bank)
ส่วน RAPD markers ได้มีการใช้จำแนกหวาย 9 ชนิดออกจากกันได้ (Changtragoon et al.,
1996b) และมกี ารจำแนกตน้ ที่ไดม้ าจาก full sibed family ในไม้ Picea glauca (Hong et al., 1992)
อย่างไรก็ตามการจำแนกชนิดไม้หลายชนิดโดยดีเอ็นเอบาร์โค้ดและโดยเครื่องหมายดีเอ็นเอในไม้
สกุล Dalbergia spp. การพสิ จู นล์ ูกผสมในไมโ้ กงกางลกู ผสมไดก้ ล่าวโดยละเอียดในบทถดั ๆ ไป

20

1.4.4 เคร่อื งหมายทชี่ ่วยในการคัดเลือกลักษณะทต่ี อ้ งการ (Marker assisted selection)
การคัดเลือกลักษณะที่ต้องการของพันธุ์ไม้ที่มคี ุณค่าทางเศรษฐกิจเพื่อใช้ในระดับอุตสาหกรรมวิธี
หนึ่งที่ช่วยได้คือการใช้ Molecular genetic markers ที่สัมพันธ์ (link) กับลักษณะที่ต้องการซึ่งเรียกว่า
Quantitative Trait Loci (QTLs) โดยการทำ mapping ด้วย isoenzymesในไม้ Picea glauca, Picea
nigra, Pinus rigida และ Pinus albicaulis (Weeden, 1989) สำหรับ RAPD’s ได้มีการทำในไม้ตระกูล
สน เช่นในไม้ Picea glauca (Tulsieram et al., 1992) นอกจากน้ียังมีการหาความสัมพันธ์ (link) RAPD’s
merkers กับยีนที่ควบคุม ความหนาของเปลือกในไม้ Pinus elliotti และ Pinus caribaea (Dale et al.,
1993) ส่วน RFLP’s map ได้มีการทำในไม้ Eucalyptus nitens (Byrne et al., 1992) และในไม้ Pinus
taeda (Neale et al., 1989)
1.5 สรปุ วิจารณ์ และข้อเสนอแนะ
จะเห็นได้ว่าการศึกษาพันธุศาสตร์ป่าไม้ ในการศึกษาพันธุกรรมและความหลากหลายทาง
พันธุกรรมของไม้ป่าโดยใช้เคร่ืองหมายโมเลกุลทางพนั ธุกรรม (Molecular genetic markers) ได้ถูกนำมา
ประยกุ ตใ์ ช้ประโยชนใ์ นหลาย ๆ ดา้ นเชน่ การปรบั ปรงุ พนั ธไ์ุ มป้ ่า การอนุรกั ษพ์ ันธ์กุ รรมไม้ปา่ การปลกู สร้าง
สวนป่าให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน (Bergman and Hattemer, 1998; Szmidt and Wang, 1991; Williams
and Neale, 1992; Finkeldey and Hattemer, 1993; Changtragoon and Szmidt, 1997; Haines,
1994) โดยที่ Isoenzyme และ DNA fingerprinting ได้ถูกนำมาวินิจฉัยลักษณะพันธุกรรมของแม่ไม้ที่มี
ลักษณะดี plus trees และพิสูจน์ลกู ผสมจากการผสมข้าม (Changtragoon, 1996; 2000; Changtragoon
et al., 1998) การศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมและระบบการสืบพันธุ์ได้มีการนำเอา isoenzyme,
RAPD’s RFLP’s และ microsatellites มาใช้ศึกษาเพื่อใช้คัดเลือกและประเมินว่าแหล่งไม้แหล่งใดของแต่
ละชนิดเหมาะสมต่อการปรับปรุงพันธุ์และอนุรักษ์พันธุกรรมไม้ป่าชนิดนั้น ๆ ข้อมูลดังกล่าวที่ได้สามารถ
นำมาหาจำแนกแหลง่ พันธุกรรมของเมล็ดไม้และสามารถนำมาพิจารณาคัดเลอื กว่า เมลด็ และทอ่ นพันธุ์แหล่ง
ใดเหมาะสมต่อการนำมาปลูกสร้างสวนป่าเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรายละเอียดในการทำวิจัย
ความหลากหลายทางพันธุกรรมพนั ธุไ์ ม้ปา่ และพชื ปา่ บางชนิดเพ่ือเป็นข้อมลู พจิ ารณาแนวทางในการอนุรักษ์
ฟนื้ ฟูป่า และปลกู ปา่ จะกลา่ วซำ้ ถงึ รายละเอยี ดในบทถัดๆ ไป
นอกจากนก้ี ารศกึ ษาเคร่อื งหมายโมเลกุล (markers) ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ลักษณะทมี่ คี ณุ ค่าทางเศรษฐกิจ
ไม้ป่า เช่น ความหนาแน่นของเนื้อไม้ ความยาวของ fiber ปริมาณ lignin ในเนื้อไม้ โดยการใช้ markers
เช่น isoenzyme, RAPD’s RFLP’s และ microsatellites มาช่วยในการคัดเลือกและหาความสัมพันธ์กับ
ลักษณะที่ต้องการ (QTL’s trait loci) โดยการทำ Mapping ซึ่งสามารถนำมาช่วยการปรับปรุงพันธุ์และ
คัดเลือกลักษณะของพันธุ์ไม้ที่ต้องการได้ และย่นระยะเวลาการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิมได้มาก นอกจากนี้
การศึกษา somaclonal variation ในพนั ธุไ์ ม้ที่ถกู ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเลยี้ งเนื้อเยื่อท่ไี ด้ มกี ารใช้ RAPD
และ RELP’s markers มาใช้ในการตรวจสอบ

21

อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยและการประยุกต์ใช้ดังกล่าวข้างต้นมีอย่างกว้างขวางในประเทศที่
พัฒนาแล้ว ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนาโดยเฉพาะประเทศไทยถืออยู่ในระดับกลาง เมื่อเทียบกับประเทศ
เพื่อนบ้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญในการศึกษาวิจัย ซึ่งรัฐบาลควรจะให้
ความสำคัญและให้การสนับสนุนการวิจัยด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถที่จะนำมาช่วยในการจัดการ
ทรัพยากรด้านพันธุกรรมป่าไม้ให้อยู่อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบในการ
ปรับปรุงพันธไุ์ มท้ ่มี คี ุณคา่ ทางเศรษฐกจิ ทจี่ ะสามารถนำมาใช้ประโยชนใ์ นอนาคตทั้งทางด้านอาหาร ยารักษา
โรค เครือ่ งนงุ่ หม่ ที่อย่อู าศัย และอืน่ ๆ ซ่งึ ยังสามารถเอื้อประโยชน์ได้ในอนาคต ซึง่ เรายงั อาจมองไมเ่ ห็นและ
คิดไม่ถึงอีกมาก ตลอดจนช่วยส่งเสริมให้สิ่งแวดล้อมที่ดี โดยช่วยให้มีอากาศบรสิ ทุ ธิ์ ฝนตกตามฤดูกาลและ
แหล่งน้ำใหย้ ่งั ยนื ตลอดไป

การพัฒนาการศึกษาวิจัยดังกล่าวข้างต้นยังสามารถช่วยรับรองและคุ้มครองไม้ป่าที่ได้มีการพัฒนา
สายพันธ์ุทด่ี ี หรอื ไม้ป่าพันธ์ุใหมใ่ นการจดสทิ ธบิ ัตร ซ่งึ จะเปน็ ประโยชน์ต่อนกั ปรบั ปรุงพันธไุ์ มป้ ่าและประเทศ
ไทยในอนาคตไดอ้ กี ด้วย

นอกจากนี้หากเรามีฐานข้อมูลทางพันธุกรรมไม้ป่าที่มีค่าทางเศรษฐกิจก็ย่อมสามารถป้องกันและ
ตดิ ตามการลักลอบทรพั ยากรทางพันธุกรรมของพนั ธุไ์ มท้ ีม่ ีคุณคา่ ไมใ่ ห้ออกไปนอกประเทศได้ (สจุ ิตรา, 2543)

22

บทท่ี 2

การอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรพนั ธกุ รรมปา่ ไม้

หลักการอนุรกั ษ์ทรัพยากรพันธกุ รรมป่าไม้
ตั้งแต่ช่วงต้นคริสศตวรรษ 1970 ได้มีความกังวลและห่วงใยของทั่วโลกอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ

อตั ราการบุกรุกทำลายปา่ ของปา่ เขตร้อน ซึง่ กจิ กรรมดังกลา่ วได้เกิดขึ้นมาเป็นเวลายาวนาน มีการเพ่ิมอัตราการ
บุกรุกทำลายป่าตั้งแต่ต้นคริสศตวรรษท่ี 1960 เนื่องจากผลของการค้าขาย การปรับปรุงการคมนาคม
เศรษฐกิจและการเพิ่มของจำนวนประชากร (International Tropical Timber Organization, 2005)
เนื่องจากการ บุกรุกทำลายป่าในประเทศกำลังพัฒนามีอัตราที่สูง จึงทำให้ได้มีการจัดทำโครงการปลูกป่าและการ
อนุรักษป์ า่ ไม้

อย่างไรก็ตามประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่รวมถงึ ประเทศไทยมักใช้การบริหารจัดการการอนุรักษ์
พันธุกรรมไม้ป่าโดยการวิธีการดั้งเดิม (Conventional means) เช่น การทดสอบถิ่นกำเนิด (Provenance
trials) และการทดสอบหมู่ไม้ (Progeny tests) ซงึ่ ต้องใชร้ ะยะเวลายาวนาน

นอกจากนี้บางโครงการการอนุรักษ์พันธุกรรมและการปลูกป่าได้มีการ ดำเนินการโดยขาดความรู้
ความเข้าใจของข้อมูลทางพันธุกรรมแต่ละหมู่ไม้ เช่น ความหลากหลายทางพันธุกรรม ความผันแปรทาง
พันธุกรรม ระบบการสืบพันธุ์ ซึ่งในระยะยาวอาจมีผลต่อความอยู่รอด การเจริญเติบโตและผลผลิตได้
(Changtragoon, 1998) ขอ้ มลู พ้นื ฐานหนึง่ ที่ตอ้ งการสำหรับการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ของทรพั ยากร
พันธุกรรมของไม้ป่า คือ ความเข้าใจพลวัตรทางชีววิทยาของความผันแปรทางพันธุกรรมที่มีอยู่ภายในและ
ระหว่างแหล่งของชนิดพันธุ์ไม้ ซึ่ง Changtragoon and Szmidt (1993) ได้เสนอแนะว่าการประเมินความ
หลากหลายทางพันธุกรรมและระบบสืบพันธุ์ของพันธุ์ไม้แต่ละชนิด ควรที่จะดำเนินการโดยใช้เครื่องหมาย
โมเลกลุ (Molecular markers) ใหม้ ากที่สดุ เท่าที่จะสามารถทำได้

ดังนั้นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางพันธุกรรมของชนิดพันธุ์หนึ่งๆ นั้นจะต้องเริ่มต้น จากการมี
วัตถปุ ระสงคข์ องการอนรุ กั ษ์ทีช่ ดั เจน กล่าวคอื

1. ทรพั ยากรทางพนั ธุกรรมทีถ่ ูกคดั เลอื กเพอ่ื การอนรุ ักษค์ วรจะ ตอ้ งมขี ้อมูลพืน้ ฐานด้านพันธกุ รรม
เพือ่ เปน็ แนวทางในตดั สินใจและวางแผนการอนุรักษ์

2. การอนุรักษ์พันธุกรรมควรมีการดูแลให้มีการสืบต่อพันธุ์ตามธรรมชาติของทรัพยากรพันธุกรรม
ของชนิดพนั ธุท์ ีค่ ดั เลือกใหไ้ ด้อย่างยงั่ ยนื (Hattemer, 1995; Finkeldey and Hattemer, 1993)

Finkeldey (1998) ได้ชี้ให้เห็นว่าการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมโดยใช้เครื่องหมายยนี
(Gene markers) เป็นวิธกี ารท่ีดที ่สี ดุ สำหรับการคัดเลอื กทรัพยากรทางพันธกุ รรมท่ีเหมาะสม เพราะสามารถ
ทราบถึงศูนย์กลางของความหลากหลายทางพันธุกรรมและความ แตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างแหล่ง
(ประชากร) ซึง่ สามารถวนิ จิ ฉยั และจำแนกให้ทราบได้

อย่างไรก็ตามก็ยงั สามารถท่จี ะทำใหท้ ราบได้ว่าแหล่ง(ประชากร)ใดที่มียนี ทีห่ ายากหรือยีนทจ่ี ำเพาะ
เฉพาะแหล่งที่มีความถี่ของยีนสูง ซึ่ง Brown (1978) กล่าวว่าการที่ยีนที่จำเพาะของแหล่ง (ประชากร)

23

หนึง่ ๆท่มี ีความถข่ี องยนี สงู ถอื ว่าเปน็ แหล่งทรพั ยากรทางพนั ธุกรรมที่มีคณุ ค่า จะเห็นไดว้ า่ การวิเคราะหข์ ้อมูล
หลายด้านมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกแหล่งทีเ่ หมาะสมตอ่ การอนรุ กั ษ์ จึงมีความสำคญั

ดังนั้นหลังจากการศกึ ษาโครงสร้างทางพันธุกรรมของแต่ละแหล่ง (ประชากร) และพบว่าความผนั
แปรทางพันธุกรรมภายในและระหว่างแหล่งของแต่ละชนิดพันธุ์ที่ศึกษาใดมคี วามผันแปรทางพันธุกรรมและ
ความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง และมีอัตราการผสมข้ามสูง (สำหรับชนิดพันธุ์ที่เป็นแบบผสมข้าม:
Outcross species) ก็ควรจะถูกคดั เลือกใหเ้ ป็นแหลง่ อนรุ ักษ์พันธกุ รรมของชนดิ พนั ธท์ุ ี่ศกึ ษาน้นั ๆ

เนื่องจากไม้ปา่ มีอายยุ ืนยาวกว่าพืชล้มลุกหรือพืชเกษตรอายุส้ัน ดังนั้นระดับของความหลากหลาย
ทางพนั ธุกรรมและอตั ราผสมขา้ มท่ีสงู จะสามารถช่วยเพ่มิ โอกาสความอยู่รอด อายุท่ียนื ยาว ความตา้ นตอ่ โรค
และแมลงทง้ั ในปจั จบุ นั และในอนาคตของรุ่นต่อๆ ให้สงู ขึ้นได้ (Changtragoon and Szmidt, 1997)

อย่างไรก็ตามการใช้ข้อมูลการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมจากเครื่องหมายโมเลกุลมาประกอบข้อมูลศึกษา
การปรบั ตัวและขอ้ มลู ทางระบบนเิ วศ ก็จะย่อมทำใหโ้ ครงการอนุรักษช์ นดิ พนั ธ์ไุ ม้ปา่ แตล่ ะชนิดทอี่ ยใู่ นแตล่ ะ
สงั คมปา่ มปี ระสิทธิภาพมากยงิ่ ขึน้ (Changtragoon, 2005)
ประเภทของเครอื่ งหมายโมเลกลุ ทใี่ ชใ้ นการศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมเพือ่ การอนรุ กั ษ์ป่าไม้

Szmidt (1995) ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการทำงานทางด้านชีววิทยาของพืชนั้นขึ้นอยู่กับการทำงาน
ร่วมกันระหว่าง 3 แหล่งพันธุกรรม (Genomes) กล่าวคือในนิวเคลียส (Nuclear) คลอโรพลาสต์
(Chloroplast) และไมโตคอนเดรียล (Mitochondrial) ซึ่งทั้งแหล่งพันธุกรรมทั้งหมดนี้มียีนเป็น
องค์ประกอบ ซึ่งมีความสำคัญต่อการมีชีวิตอยู่รอดได้ ซึ่งทำให้เกิดการเจริญเติบโต สังเคราะห์แสง หายใจ
และกระบวนการทางชีววิทยาอื่นๆ ดั้งนั้นการศึกษาความผันแปรทางพันธุกรรมและความหลากหลายทาง
พนั ธกุ รรม ควรที่จะคำนงึ ถึงท้งั 3 องค์ประกอบของแหล่งพนั ธุกรรมของระบบพันธุกรรมของพชื

นอกจากนี้แต่ละองค์ประกอบยังมีโครงสร้างดีเอ็นเอ (DNA) ยีน รหัสพันธุกรรมที่ไม่ใช่ยีนและมี
ระบบการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งมีผลทำให้ความแตกต่างระหว่างแต่ละแหล่ง(ประชากร)
แตกต่างกันระหว่างการศึกษาแหล่งพันธุกรรมในนิวเคลียสที่มีระบบการถ่ายทอดท างพันธุกรรมผ่านทางท้ัง
พ่อและแม่กับในคลอโรพลาสต์และไมโตคอนเดรยี ลที่มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมผ่านทางพ่อหรือ
แมอ่ ยา่ งใดอย่างหน่ึงเท่านน้ั ดังนน้ั เครื่องหมายโมเลกลุ และการกระจายตัวในแหล่งพนั ธุกรรม และแนวโน้ม
ที่จะเกี่ยวข้องกับยีนที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัว (Potential adaptive significance) จึงควรนำมาพิจารณา
เลือกใช้ในการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรม (Karp et al.,1996; Krutovskii and Neale, 2001;
Szmidt and Wang, 2000; Szmidt, 1995) ได้แนะนำว่าก่อนที่จะใช้เครื่องหมายโมเลกุลในการศึกษาน้ัน
จะต้องมีคำถามที่ชัดเจนว่าต้องการข้อมูลอะไรควรจะเลือกใช้เครื่องหมายโมเลกุลชนิดใด ควรมีหลักการใน
การสุ่มตัวอย่างและมีข้อมูลทีจ่ ะวิเคราะห์ที่เพยี งพอในการตอบคำถามดังกล่าว ซึ่งเครื่องหมายโมเลกุลได้ถกู
พัฒนาขึ้นมา เพื่อศึกษาหลากหลายทางพันธกุ รรมทั้งในพชื และไม้ป่าในหลายสบิ ปีที่ผ่านมา เช่นเครื่องหมาย
ไอโซเอนไซม์ยีน (Isoenzyme gene markers) เครื่องหมายดีเอ็นเอ (DNA markers) หลายชนิด เช่น RFLP
(Restriction Fragment Length Polymorphisms) RAPD (Randomly Amplified Polymorphic DNA)
AFLP (Amplified Fragment Length Polymorphisms) SSR (Simple Sequence Repeat)นอกจากน้ี

24

ยังมี EST (Expressed Sequence Tag) และรหัสพันธุกรรม (DNA sequences) เป็นต้น ซึ่งรายละเอียด
ของเครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรมดังกล่าว และการใช้ประโยชน์สามารถศึกษาได้จาก Amaral (2001),
Harry et al., (1998), FAO (2001), Karp et al. (1997), Kristensen et al. (2001), Krutovskii and
Neale (2001), Ratnam (2001), Szmidt (1995) Szmidt and Wang (2000) และ Wang and Szmidt
(2001), ส่วนวิธีการศึกษาในเครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น เครื่องหมายดีเอ็นเอชนิด
ไมโครแซทเทลไลท์ (Microsatellites) ได้สอดแทรกอยู่ในการศึกษาวิจัยความหลากหลายทางพันธุกรรมของ
ไม้ปา่ และพืชปา่ ในบทตอ่ ๆ ไป
การใชเ้ คร่ืองหมายโมเลกุลในการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมไม้ปา่

ในการศึกษาวิจัยโดยการใช้เครื่องหมายโมเลกุลในการสำรวจทรัพยากรพันธุกรรมที่ตำแหน่ง
จำเพาะของยีน สามารถที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและการกระจายของความผันแปรทางพันธุกรรมทั้ง
ภายในและระหวา่ งประชากร นอกจากนีก้ ารวิเคราะห์ข้อมลู เคร่อื งหมายของยีนสามารถท่ีจะทำให้ทราบถึงค่า
การประเมินอัตราการผสมข้าม ซึ่งสามารถที่จะสำรวจการเปลี่ยนแปลงของพันธุกรรมที่เกิดจากปัจจัยต่างๆที่มี
ผลต่อระบบการสืบพันธุ์ที่ศึกษาได้ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการใช้เครื่องหมายโมเลกุล จึงมีคุณค่าต่อการวินิจฉัย
แหล่ง(ประชากร) ของชนดิ พันธุท์ ศี่ กึ ษา ซ่ึงเหมาะสมตอ่ การอนุรักษ์และการปรับปรุงพันธุ์เพ่ือใช้ประโยชน์
ได้ (Changtragoon and Szmidt, 1997) ดังนั้นจะพบว่า เครื่องหมายโมเลกุล (Molecular markers) มี
ประโยชน์ตอ่ การประยกุ ต์ใชใ้ นการอนุรกั ษ์ป่าไมห้ ลายดา้ น

นอกจากนี้ยังสามารถใช้เปน็ การสืบหาประวัติความเปน็ มาและความสัมพนั ธ์ทางภูมิศาสตร์ระหว่างกลมุ่
ของชนิดพันธุ์ (Hedrick, 2001) การใช้เครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรมทำให้การศึกษาวิจัยระบบการ
สืบพันธุ์ได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะศึกษาการเคลื่อนย้ายของยีนและการกระจายของเมล็ดพันธุ์ ผลจากการศึกษา
ดังกล่าวทำให้มีประโยชน์ต่อการใช้ข้อมูลในการดำเนินการโดยการอนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์ เช่น ทำให้
ทราบว่าควรจะสุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ที่เป็นตัวแทนของแหล่ง (ประชากร) การวางแผนสวนผลิตเมล็ดพันธ์แุ ละ
การจัดการที่เหมาะสมการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ไม้ป่า เพื่อการอนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์ที่ถูกต้องและเหมาะสม
(Haines, 1994) นอกจากนี้การใชเ้ ครือ่ งหมายโมเลกุลอาจจะสามารถนำมาใชว้ ดั คา่ ทตี่ อ้ งการท่เี หมาะสมตอ่
การจัดทำการอนุรักษ์ในถิ่นกำเนิดและนอกถิ่นกำเนิดของไม้ป่าที่มีประสิทธิภาพได้ เช่น การมีลักษณะเฉพาะ
(Identity) ความเหมือนกัน (Similarity) โครงสร้างทางพนั ธกุ รรมและขอ้ มูลพนื้ ฐานทางพนั ธกุ รรมของแต่ละ
ต้น สายพันธุ์ แหล่ง (ประชากร) และชนิดพันธุ์ (Karp et al., 1996) ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสามารถ
นำมาดำเนินการโดยสรปุ ดงั นี้

1. เพื่อจำแนก วินจิ ฉยั ชนิดพันธแุ์ ละความสัมพันธท์ างพนั ธุกรรมของชนิดพนั ธุ์และการสืบหาความ
เป็นมาของการววิ ัฒนาการของกลุ่มของชนิดพันธ์ุทศี่ กึ ษา

2. เพื่อวินิจฉัย Clones และ Ramets ใน Gene bank เพื่อป้องกันและตรวจสอบการเขียนชื่อ
Clones ผิด การซำ้ ซอ้ นและกำจัดการปนเปื้อนของพนั ธุกรรมทีไ่ ม่พงึ ประสงค์

3. เพื่อประเมินขนาดและการกระจายตัวของความผันแปรทางพันธุกรรมและความหลากหลาย
ทางพนั ธกุ รรมภายในและระหว่างแหลง่ (ประชากร)

25

4. เพ่ือประเมนิ ระบบการสืบพันธ์ุ (อัตราการผสมตวั เองและผสมข้าม) และการถา่ ยเทของยนี
5. เพื่อประเมินสถานภาพทรัพยากรพันธุกรรมป่าไม้ เพื่อเป็นแนวทางพิจารณาการอนุรักษ์ในถิน่
และนอกถ่ินกำเนดิ โดยอาศยั ข้อมลู ดังกลา่ วข้างต้น
6. เพือ่ ให้การบรหิ ารจดั การอนุรกั ษป์ ่าไม้อยา่ งมีประสิทธิภาพเตม็ ท่ีควรประมวลผลการศกึ ษาความ
หลากหลายทางพันธุกรรมโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุลร่วมกับ การศึกษาลักษณะการปรับตัวและนิเวศ
ภมู ศิ าสตร์ (Changtragoon, 2003a)
การประยุกตใ์ ช้เคร่อื งหมายโมเลกุลเพ่ือใชใ้ นการอนรุ กั ษ์พันธกุ รรมของไม้ปา่ ในประเทศไทย
ควรจะดำเนินการ 2 ข้นั ตอน กล่าวคือ
1. ควรใช้เครื่องหมายโมเลกุลในการประเมินสถานภาพของข้อมูลพื้นฐานทางพันธุกรรมของป่า
ที่เคยปลูกเพื่อจัดทำการอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิด และแหล่งท่ีใช้ในการอนุรักษ์ในถิ่นกำเนิด ซึ่งเคยจัดทำและ
ดำเนินการโดยใช้วิธีวนวฒั น์วจิ ัยด้ังเดิมในไม้ป่าชนิดต่างๆ เพราะการศึกษาดงั กลา่ วสามารถใช้ในการตรวจสอบ
ว่าป่าอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิดที่ปลูกมาจากต้นพันธุ์ (Clones and ramets)ว่าถูกต้องหรือไม่และมีความ
หลากหลายทางพันธุกรรมเพียงพอต่อการที่เป็นตัวแทนของแหล่งทางพันธุกรรมชนิดพันธุ์นั้นๆ เพื่อการ
อนรุ ักษ์หรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอกต็ ้องมีการสำรวจศึกษาเพม่ิ เติม โดยใช้เครือ่ งหมายโมเลกลุ ศึกษาและคัดเลือก
เพื่อให้ไดต้ วั แทนทีเ่ หมาะสม
2. สามารถใช้ในการประยุกต์ในการประเมินสถานภาพทรัพยากรทางพันธุกรรมของชนิดพันธุ์
ทีแ่ ปลงอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมยังไมไ่ ด้จัดตง้ั และดำเนินการมากอ่ น ซงึ่ สามารถดำเนนิ การโดยศึกษาความผันแปร
ทางพันธุกรรมภายในและความหลากหลายทางพันธุกรรมระหว่างแหล่ง (ประชากร) ระบบการสืบพนั ธ์ุและ
ถ่ายเทของยีนโดยการศึกษา ที่ใช้เครื่องหมายโมเลกุลดังกล่าว สามารถใช้เป็นแนวทางได้ว่าควรจะเก็บ
ตัวอย่างอย่างไรและที่ไหน เพื่อใช้สำหรับการจัดตั้งแปลงอนุรักษ์พันธุกรรมนอกถิ่นกำเนิดและสามารถ
วินิจฉยั ไดว้ ่าแหล่งหรือประชากรใดเหมาะท่ีจะจดั ทำเป็นแหลง่ อนรุ ักษ์พันธุกรรมในถนิ่ กำเนดิ อย่างไรกต็ าม
ในการที่จะให้ได้ผลเต็มทีค่ วรจะต้องมีการประมวลผลร่วมกับขอ้ มลู ลกั ษณะการปรับตัวและการสำรวจนิเวศ
ภมู ิศาสตรด์ ว้ ย (Changtragoon, 2005)
การศึกษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรม (Genetic Diversity)
ในประเทศไทยมีการอนุรักษ์พันธุกรรมในไม้ป่าหลายชนิด ซึ่งได้มีการจัดตั้งแปลงธนาคารยีน
(Gene bank) การอนุรักษ์พันธุกรรมนอกถิ่นกำเนิด (Ex situ gene conservation) และการอนุรักษ์ในถิ่น
กำเนิด (In situ gene conservation) ซึ่งมักจะดำเนินการโดยใช้วนวัฒน์วิธีด้ังเดิม เช่น การคัดเลือกแม่ไม้
การทดสอบถิ่นกำเนิด (Provenance trails) หลงั จากนน้ั การศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมโดยการ
ใช้เครื่องหมายโมเลกุลทางพันธุกรรม ได้ถูกนำมาใช้ศึกษาพันธุ์ไม้ป่าหลายชนิด เช่น ไม้สัก (Tectona
grandis) (Changtragoon and Szmidt, 2000) ไม้สน (Pinus spp.) (Changtragoon and Finkeldey,
1995a) ไม้ยางนา (Diptercarp alatus) (สจุ ิตรา และ บญุ ชบุ , 2542; Changtragoon, 2001b) ไมโ้ กงกาง
เช่น ไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora apiculata) ไม้โกงกางใบใหญ่ (สุจิตรา, 2550) ไม้พะยูง (สุจิตรา และ
คณะ, 2561; สุจิตรา และคณะ 2562) ไม้ชิงชัน (สุจิตรา และคณะ, 2564; สุจิตรา และกิตติยา 2564) เป็นตน้

26

ดังสรปุ ในตารางท่ี 2.1 ส่วนการศึกษาความแตกตา่ งทางพนั ธกุ รรมระหว่างพันธ์ไุ ม้ในไมป้ ่าและพืชป่าบางชนิด
ในประเทศไทย ได้สรุปในตารางที่ 2.2 ซึ่งรายละเอียดในการศกึ ษาความหลากหลายทางพันธุกรรมและการ
ประเมินสถานภาพทรัพยากรพันธุกรรมไม้ป่าหลายชนิดตลอดจนแนวทางการคัดเลือกแหล่งพันธุกรรมเพ่ือ
การอนุรกั ษ์ จะกล่าวบทถัดๆ ไป
การศึกษาระบบการสบื พนั ธุ์ (Mating system)

ระบบการสบื พันธ์ุสามารถศกึ ษาได้โดยการประเมนิ อัตราการผสมข้าม สัมประสิทธิก์ ารผสมพันธุ์ใน
หมู่เครือญาติ และการถ่ายเทของยีนโดยการใช้เครื่องหมายโมเลกุลที่มีลักษณะข่มคู่กัน ( Codominant
markers) เช่น เครื่องหมายไอโซเอนไซม์ยีน (Isoengyme gene markers) และเครื่องหมายไมโครเซทเทล์ไลท์
(Microsatellite markers) ตารางที่ 2.3 ได้แสดงให้เห็นถึง การประเมินอัตราการผสมข้ามในป่าเขตร้อน
เปรยี บเทยี บกับไม้ปา่ ในประเทศไทยที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนิดพันธ์ุ อยา่ งไรก็ตามแมภ้ ายในชนิดเดียวกัน
ก็พบวา่ มีความแตกตา่ งกนั ในระหว่างแหลง่ (ประชากร) และระหวา่ งต้นดงั แสดงใน ตารางที่ 2.4 และตาราง
ที่ 2.5 ซึ่งข้อมูลในการศึกษาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ เพื่อใช้ในการอนุรักษ์
พันธุกรรมไม้ป่า การฟื้นฟูป่า และปลูกป่า ภาพที่ 2.1 ได้แสดงให้เห็นถึงลักษณะด้อยอันผลมาจากการผสม
ตัวเองในหมู่เครือญาติในการผสมตัวเองในไม้ Picea abies ที่มีอายุ 61ปี (Eriksson et al.,1973;
Hattemer et al., 1993)

ดังนั้นในการหลีกเลี่ยงลักษณะด้อยที่เกิดจากการผสมพันธุ์กันในหมู่เครือญาตินั้น จึงควรคัดเลือก
วสั ดพุ นั ธ์ุ และเมลด็ พนั ธ์ุกอ่ นการปลูกปา่ โดยการวินิจฉัยวา่ ตน้ ใดและแหล่ง (ประชากร) ใดทมี่ อี ัตราผสมขา้ ม
ค่อนข้างสูง เพื่อที่จะทำให้มีความสามารถในการรอดตายเติบโตดีและต้านทานต่อโรคและแมลง รวมถึงการ
ปรบั ตวั ให้เข้ากับสงิ่ แวดลอ้ มทไ่ี ม่มีทางคาดการณไ์ ด้ในอนาคต

ซึ่งรายละเอียดในการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของไม้ป่าและพืชป่าที่มีคุณค่าทาง
เศรษฐกิจและระบบนิเวศน์ของประเทศไทย โดยเป็นตัวแทนของระบบนิเวศและชนิดป่าที่หลากหลายนี้
จะขอกล่าวพอสังเขปในบทถัดๆไป

ตารางท่ี 2.1 การอนรุ กั ษ์พนั ธกุ รรมและการศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมไม้ปา่ ในประเทศไทย 27

ชนิด (Species) การศกึ ษาความหลากหลายทางพันธกุ รรม (Genetic variation study) การอนุรกั ษ์ ยนี (Gene
conservation)
Acacia auriculiformis* (Conventional practices) พันธุศาสตรป์ ระชากรโมเลกุล
Acacia mangium* การทดสอบถิ่นกำเนิด (Provenance trials) (Molecular population genetics) ในถิ่นกำเนิด นอกถิ่นกำเนดิ
Afzelia xylocarpa การทดสอบถน่ิ กำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme variation) (In situ) (Ex situ)
Alstonia scholaris การทดสอบถน่ิ กำเนิด (Provenance trials)
Azadirachta indica var. การทดสอบถนิ่ กำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอ็นไซม์ (Isoenzyme variation) ×
siamensis
Azadirachta excelsa การทดสอบถน่ิ กำเนดิ (Provenance trials) ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme variation) ×
Chukrasia velutina/tabularis ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme variation)
Cotylelobium melanoxylon การทดสอบถน่ิ กำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme variation) ×
Dalbergia cochinchinensis การทดสอบถิ่นกำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme variation) /
ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของดเี อ็นเอ(DNA variation) ×
Dalbergia oliveri การทดสอบถิ่นกำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอ็นไซม์ (Isoenzyme variation) / ×
การทดสอบถิ่นกำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของดเี อ็นเอ(DNA variation)
Dipterocarpus alatus ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme variation) ×
Dipterocarpus tuberculatus
Eucalyptus camaldulensis* ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme variation) ××
Hopea odorata ×
Mangifera caloneura
Pinus caribaea* ×
Pinus khasya (kesiya) ×

×
×
××

27

28 28
ตารางที่ 2.1 (ต่อ)

Species การศกึ ษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรม (Genetic variation study) การอนรุ ักษ์ ยีน (Gene conservation)
ในถน่ิ กำเนดิ (In situ) นอกถ่ินกำเนิด(Ex situ)
Pinus merkusii Conventional practices พันธศุ าสตรป์ ระชากรโมเลกลุ
××
Pinus tecunumanii* (Molecular population genetics) ×
Pinus oocarpa* ×
Pterocarpus macrocarpus การทดสอบถนิ่ กำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอ็นไซม์ (Isoenzyme ×

Rhizophora apiculata variation) ×
×
Rhizophora muconata การทดสอบถิน่ กำเนดิ (Provenance trials) ××
Shorea henryana
Shorea roxburghii การทดสอบถนิ่ กำเนดิ (Provenance trials) ×
Shorea obtusa
Tectona grandis การทดสอบถน่ิ กำเนดิ (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอ็นไซม์ (Isoenzyme

Toona ciliata variation)
Xylia xylocarpa (kerrii)
ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme

variation) /

ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของดเี อน็ เอ(DNA variation)

ความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมของดเี อน็ เอ (DNA variation)

การทดสอบถน่ิ กำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของดเี อ็นเอ (DNA variation)
การทดสอบถนิ่ กำเนิด (Provenance trials) ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของไอโซเอน็ ไซม์ (Isoenzyme
variation) / ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของดเี อ็นเอ (DNA
variation)

ความหลากหลายทางพันธกุ รรมของดเี อน็ เอ (DNA variation)

* ไม้ตา่ งถน่ิ (Exotic Species)

29

ตารางที่ 2.2 การเปรยี บเทยี บความแตกต่างทางพนั ธุกรรมระหวา่ งแหล่งประชากรของพนั ธุ์ไม้ปา่ และพืชป่า
บางชนิดในประเทศไทย

ชนดิ ความแตกตา่ งทางพันธกุ รรมระหว่างแหล่ง เอกสารอ้างอิง
(Species) (Genetic differentiation among
populations) Szmidt et al., 1996a
Pinus khasya 0.023 (2.3%) Changtragoon and Finkeldey, 1995a; 1995b
Pinus merkusii 0.104(10.4%) Changtragoon and Finkeldey, 2000
Changtragoon and Szmidt, 1999, 2000
Tectona grandis 0.234(23%) Changtragoonand Finkeldey,2000
Mitragyna brunonis 0.110(11.0%) สจุ ติ รา และบุญชบุ , 2542
Dipterocarpus alatus 0.182(18.2%) Changtragoon, 2001b
0.128(13%) Changtragoon et al., 2001
Calamus pulustris 0.259(25.9%) Changtragoonand Finkeldey,2000
Cycas siamensis 0.078(7.8%) จักรพนั ธ์ และ สจุ ติ รา, 2548
Paphiopedilum exul 0.082(8%) รงั สัน และ สจุ ติ รา, 2548
Bambusa bambos 0.243(24%) สจุ ติ รา, 2550
Rhizophora apiculata 0.250(25%) สุจติ รา, 2550
Rhizophora mucronata 0.210(21%) สุจิตราและคณะ, 2561
Dalbergia cochinchinensis 0.13(13%) สุจิตราและคณะ, 2564
Dalbergia oliveri 0.18(18%)

ตารางที่ 2.3 การประเมนิ อัตราการผสมขา้ ม (tm) โดยใชไ้ อโซเอนไซมย์ นี และ mixed mating model

ชนดิ (Species) อัตราการผสมขา้ ม (tm) เอกสารอ้างอิง
Shorea megistophylla 0.71 - 0.87 Murawski et al., 1994
Stemonoporus oblongifolius 0.84 Murawski and Bawa, 1994
Shorea congestiflora 0.874 Murawski et al., 1994
Shorea trapezifolia 0.519 - 0.602 Murawski et al., 1994
Pterocarpus indicus 0.908 Finkeldey et al., 1998; 1999
Pinus merkusii 0.017 - 0.843 Changtragoon and Finkeldey, 1995a
Tectona grandis 0.95 Kjaer and Suangtho, 1995
Tectona grandis 0.83 Kertardikara and Prat, 1995
Tectona grandis 0.872 – 0.995 Changtragoon and Szmidt, 1999
Pterocarpus macrocarpus 0.719 – 0.959 Liengsiri et al., 1995
Calamus palustris 0.862 – 0.980 สจุ ิตรา (ขอ้ มลู ทยี่ งั ไม่เผยแพร่)
Rhizophora apiculata 0.2 - 0.97 สุจิตรา, 2550

ที่มา: ดดั แปลงมาจาก Finkeldey, 1998 และ สจุ ิตรา, 2543

30

ตารางที่ 2.4 การประเมินค่าของอัตราการผสมข้ามของประชากรไม้โกงกางใบเล็ก (Rhizophora
apiculata) ในประเทศไทย

ชอ่ื ประชากร จังหวดั Multilocus Single locus Difference
(Population names) (Provinces) t estimate t estimate tm - ts
0.978 0.189 0.994 0.197
อ. กันตัง ตรงั 1.00 0.109 0.998 0.024 -0.016 .076
อ. ขลงุ 0.241 0.091 0.214 0.091
จนั ทบรุ ี 0.0020.092
บางขุนเทยี น 0.000
กรุงเทพ
ทม่ี า: สุจิตรา, 2550

ตารางที่ 2.5 การประเมินค่าของอัตราการผสมขา้ มระหวา่ งตน้ ของประชากรไมโ้ กงกางใบเล็ก อำเภอกันตัง
จงั หวดั ตรัง ประเทศไทย

หมายเลขของตน้ อัตราการผสมข้าม
(Outcrossing rate) Multilocus estimate
02
03 0.750.11
04 0.270.09
06 1.000.00
12 0.510.14
15 0.260.13
16 1.000.00
1.000.00

ท่ีมา: สจุ ติ รา, 2550


Click to View FlipBook Version