๒๖ มถิ นุ ายน
UNESCO
เป็นผู้ทม่ี หี นา้ ท่ีสง่ เสรมิ และเผยแพรผ่ ลงานดา้ นวัฒนธรรมของประเทศสมาชกิ ทัว่ โลก
ด้วยการประกาศยกยอ่ งเชดิ ชูเกยี รติบุคคลผูม้ ีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดบั โลก ในวาระ
ครบรอบ ๑๐๐ ปีขึ้นไปเป็นประจำทุกปี รัฐบาลไทยเปน็ ผู้สืบค้นบรรพบุรษุ ไทยผูม้ ีผลงาน
ดีเด่นทางวัฒนธรรม เพ่ือใหย้ เู นสโกประกาศยกย่องเชิดชูเกยี รติ และไดป้ ระกาศยกยอ่ ง
"สุนทรภู่" ใหเ้ ป็นบุคคลผมู้ ผี ลงานดเี ด่นทางวัฒนธรรมระดบั โลก โดยในวาระครบรอบ ๒๐๐ ปี
พ.ศ. ๒๕๓๐ นายเสวตร เป่ยี มพงศส์ านต์ ได้ดำเนนิ การจดั ตั้งสถาบนั สุนทรภูข่ ้ึน
เพื่อสนบั สนุนการจัดกิจกรรมเก่ยี วกับชีวติ และงานของสุนทรภู่ ทางรัฐบาลจงึ ได้กำหนดให้
วันที่ ๒๖ มถิ นุ ายน ของทุกปี เปน็ "วันสุนทรภู่"
การจดั นทิ รรศการเก่ยี วกับประวตั ชิ ีวติ และผลงาน
การแสดงผลงานประเภทนทิ านของสนุ ทรภู่
การประกวด แข่งขัน ประชนั สกั วา ตอบคำถามเกี่ยวกับ
ประวตั ชิ วี ิต และผลงานของสนุ ทรภู่
นริ าศ นิทาน บทละคร
นริ าศเมอื งแกลง เรือ่ งโคบุตร เร่ืองอภยั ณรุ า
นนิริราาศศพภูเรขะาบทาอทง เร่ืองพระอภยั มณี
นนนิรริิราาาศศศสวอัดุพเิ เหรจนรา้ณาฟ้า เรอื่ งพระไชยสรุ ิยา บทเสภา
รนนนำิริรริ พาาานัศศศพพเเมมิลรือือะาปงงปเเรพพะธชชมรร เร่อื งลกั ษณวงศ์
เรอื่ งสงิ หไกรภพ ขนุ ช้างขุนแผน
สภุ าษติ (ตอนกำเนิดพลายงาม)
เสพวลสั งดยริ กัาวษถาว,าสยภุ โาอษวิตาสทอนหญิง, พระราชพงศาวดาร
บทเห่กล่อม
เห่จับระบำ, เห่เรอ่ื งพระอภัยมณี,
เห่เรอื่ งโคบตุ ร และเห่เร่ืองกากี
เกิดวนั จนั ทร์ เดอื น ๘ ขึ้น ๑ ค่า ปมี ะเมีย จลุ ศกั ราช ๑๑๔๘
๒๖ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๓๒๙ สมยั รชั กาลท่ี ๑ แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์
ณ บรเิ วณดา้ นเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานรี ถไฟบางกอกนอ้ ยปัจจบุ ัน)
บิดาเป็นชาวจงั หวัดระยอง ชอ่ื พอ่ พลบั มารดาเป็นชาวเมอื งฉะเชงิ เทรา ช่ือแมช่ อ้ ย
ไดร้ ับการศกึ ษาในพระราชวงั หลงั และทว่ี ัดชีปะขาว (วดั ศรสี ดุ าราม)
เขา้ รับราชการเปน็ เสมยี นนายระวางกรมพระคลงั สวน แตไ่ ม่ชอบทำงานอื่นนอกจาก
แต่งบทกลอน ซงึ่ สามารถแตง่ ได้ดีตงั้ แตย่ งั รนุ่ หนุม่ ได้แต่งกลอนสภุ าษิตและกลอน
นทิ านขึน้ ไว้ เม่อื อายรุ าว ๒๐ ปี
รภักายกหบั นลังาเงลขกิ้าหราลกวนังในวังหลงั ช่ือแมจ่ นั และมบี ุตรด้วยกัน ๑ คนชื่อ "พ่อพดั "
หลงั จากน้นั สุนทรภไู่ ด้ติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศใ์ นฐานะมหาดเลก็ ตามเสดจ็ ไปใน
งานพธิ มี าฆบูชา ท่อี ำเภอพระพทุ ธบาท จังหวดั สระบุรี เม่อื ปี พ.ศ. ๒๓๕๐ และเขากไ็ ด้
แตง่ "นิราศพระบาท" พรรณนาเหตุการณใ์ นการเดนิ ทางคราวน้ดี ว้ ย
เขา้ รับราชการในกรมพระอาลกั ษณ์ในปี พ.ศ. ๒๓๕๙ ในรัชสมัยรชั กาลท่ี ๒
เปน็ ท่โี ปรดปรานของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั จนแตง่ ต้ังให้เปน็ กวี
ท่ีปรกึ ษาและคอยรบั ใชใ้ กลช้ ดิ เน่อื งจากเม่อื ครงั้ ที่ทรงแตง่ กลอนบทละครในเร่อื ง
"รามเกียรต์ิ" ปตรดิ าขกดั ฏไวมา่ ม่แีผตใู้ง่ ไดดตด้อ่ จีกงึลทอรนงไพดรต้ ะก้องรพณุ ราะฯราเชลหื่อฤนทใัยห้เจปงึน็ โป"รขดนุ ใสหุนส้ นุททรรโภวู่ หาร"
ทดลองแต่ง
พ.ศ. ๒๓๖๔ สนุ ทรภูต่ อ้ งติดคุกเพราะเมาสุราอาละวาดและทำรา้ ยท่านผู้ใหญ่
แตต่ ิดอยไู่ ม่นานก็พน้ โทษ เนือ่ งจากพระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้านภาลยั ทรง
ตดิ ขัดบทพระราชนพิ นธ์เรื่อง "สงั ขท์ อง" ทรงใหส้ ุนทรภูท่ ดลองแตง่
สุนทรภไู่ ดเ้ ปน็ พระอาจารยถ์ วายอกั ษรสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ อาภรณ์
พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๒ และเช่อื กันวา่ สนุ ทรภแู่ ตง่ เร่อื ง "สวสั ดิรักษา"
ในระหว่างเวลาน้ี ซ่งึ ในระหวา่ งรบั ราชการอยู่น้ี สุนทรภู่แต่งงานใหมก่ บั แมน่ ม่ิ
มีบุตรดว้ ยกันหนึ่งคน ชื่อ "พ่อตาบ"
รับราชการอยูเ่ พียง ๘ ปี เมอ่ื ถึงปี พ.ศ. ๒๓๖๗ รชั กาลที่ ๒ เสด็จสวรรคต
สุนทรภู่ก็ออกบวชทว่ี ัดราชบรู ณะ (วดั เลยี บ) ระหว่างนั้นได้ย้ายไปอยู่วดั ต่าง ๆ
หลายแห่งซ่ึงผลจากการท่ภี กิ ษภุ ูเ่ ดนิ ทางธุดงคไ์ ปท่ีตา่ ง ๆ ท่ัวประเทศ
ปรากฏผลงานเปน็ นริ าศเรอ่ื งตา่ ง ๆ มากมาย งานเขยี นชิ้นสดุ ทา้ ยท่ีภิกษุภูแ่ ต่งไว้
กอ่ นลาสกิ ขา คือ "รำพันพลิ าป
ภกิ ษภุ ู่ไดร้ ับการอปุ การะจากพระองคเ์ จา้ ลักขณานุคณุ จนพระองค์สน้ิ พระชนม์
จงึ ลาสกิ ขา ออกมาตกระกำลำบากอยูพ่ ักหนึง่ จงึ กลับเข้าไปบวชอีกครั้งหน่ึง
แตอ่ ย่ไู ด้เพียง ๒ พรรษา ก็ลาสกิ ขาและถวายตวั อยู่กับเจ้าฟา้ น้อย
รวมทั้งได้รับอปุ การะจากกรมหมื่นอปั สรสุดาเทพอีกดว้ ย
ในสมยั รัชกาลที่ ๔ สุนทรภู่ไดร้ ับพระราชทานบรรดาศกั ดเ์ิ ป็น "พระสนุ ทรโวหาร"
ตำแหนง่ เจ้ากรมพระอาลกั ษณ์ฝา่ ยบวรราชวัง ในปี พ.ศ. ๒๓๙๔ และรบั ราชการตอ่ มา
ได้ ๔ ปี ก็ถึงแกม่ รณกรรมใน พ.ศ. ๒๓๙๘ รวมอายไุ ด้ ๗๐ ปี
ใกลห้ อนัง่ ของพระยามนเทยี รบาล (บัว) ทเ่ี รยี กชอ่ื กันว่า "ห้องสนุ ทรภู่"
เช่ือกันวา่ สนุ ทรภูม่ บี ุตรชาย ๓ คน คือ "พอ่ พัด" เกดิ จากภรรยาคนแรกคอื แมจ่ นั ,
"พ่อตาบ" เกดิ จากภรรยาคนที่สองคือแม่น่ิม และ "พอ่ นลิ “เกดิ จากภรรยาทช่ี อ่ื แม่ม่วง
นอกจากนี้ ปรากฏช่อื บุตรบุญธรรมอกี สองคน ชอื่ "พอ่ กลน่ั " และ "พ่อชุบ"
ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงตราพระราชบัญญัตนิ ามสกุลขึ้น และตระกลู ของสนุ ทรภู่ได้
ใชน้ ามสกลุ ตอ่ มาว่า "ภเู่ รือหงส"์