2.7 บทบาทของผบู้ รหิ ารในการจัดการสงิ่ แวดล้อม
บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารสิ่งแวดล้อม มีนักศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา เสนอแนวทาง
ดำเนินการ บนโดยแยกเปน็ 3 ด้าน คอื
1) ดา้ นการบรหิ ารจดั การ
2) ด้านการจัดการสิง่ แวดลอ้ มทางดา้ นกายภาพ และ
3) ดา้ นการจดั การเรยี นการสอน โดยมรี ายละเอียดดังนี้
ดา้ นการบริหารจัดการ
ด้านการบริหารจัดการ ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน บริหารงานด้านการบริหารจัดการ โดยพัฒนางาน
ทุกงานในโรงเรียน สนับสนุนการจัดสิ่งแวดล้อม บุคลากรทางการศึกษาทุกฝ่าย และชุมชนมีส่วนร่วมในการจัด
สภาพแวดลอ้ ม บรรยากาศรวมทั้งแหล่งเรียนรู้ให้หลากหลายอย่างต่อเนื่องสมำ่ เสมอ บนหลักการทีส่ ำคัญ 5 ขั้นตอน คือ
(นรา สมประสงค์ และสารลี าชโรจน.์ 2546, น. 63- 65; ศักดช์ิ ัย ยอดเย่ียม. 2548)
1) ป้องกนั ไม่ใหส้ ภาพแวดลอ้ มตามธรรมชาตทิ ี่เปน็ คณุ ต่อสถานศึกษาถูกทำลาย
2) กำจัดความเสื่อมโทรมของสภาพแวดลอ้ มในสถานศึกษาทเี่ ป็นปญั หาให้หมดไป
3) สรา้ งหรอื พฒั นาสภาพแวดลอ้ มในสถานศึกษาให้มีหรือมีคุณภาพทีเ่ หมาะสม
4) ดแู ลรกั ษาสภาพแวดลอ้ มท่ไี ด้มาตรฐานแลว้ ให้คงอยู่
5) บนการมสี ว่ นร่วมของทุกภาคส่วน
โดยมีรายละเอียดในการบริหารจัดการ แบ่งเป็น 3 ด้าน (สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
(2544, น. 9-10; สำนักคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. 2545. (36) ; นรา สมประสงค์ และสารีลา ชโรจน์.
2546 น. 63- 65) อำภา บุญชว่ ย. 2537, น. 154 อา้ งถงึ ใน ชลอ ไกรทอง. 2547 ) คือ
1. การบริหารจัดการในสถานศึกษา ผู้บริหารมีบทบาทสำคัญที่จะต้องบริหารจัดการให้บุคลากรในสถานศึกษา
เข้ามามีส่วนร่วมทุกฝ่ายโดยส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้ทำงานกันอย่างมีความสุข จุดเริ่มต้นที่
สำคัญคือ ตัวผู้บริหารควรตระหนักในความสำคัญของการจัดบรรยากาศที่ดีในโรงเรียนควร เป็นผู้ริเริ่มและช้ีแจงแก่คณะ
ครใู นการทำงานร่วมกันเพ่ือการนี้ โรงเรียนควรจะไดร้ ับการปรบั ปรุงให้ มบี รรยากาศที่ดีอยู่เสมอ ท้ังน้ีเพื่อผลท่ีเกื้อกูลต่อ
การเรียนการสอนของนักเรียนเป็นสำคัญ บรรยากาศที่ดีจะเป็นแรงจูงใจให้เกิดความอบอุ่น รักโรงเรียน ท้าทายความ
อยา่ งร้อู ย่างเห็น อยากทดลอง เป็นหนทางนาํ ไปสู่ การเรียนรทู้ ี่งา่ ยข้ึน และการเปลีย่ นแปลงย่อมสร้างความแปลกใหม่ แต่
ก็มาพร้อมการใชแ้ รงงานและเงนิ จำนวนมาก ผู้บรหิ ารอาจจะวางแผนปรบั ปรุง โดยจดั ลำดับ ความสำคญั เรอื่ งที่ควรจัดทำ
กอ่ นหลัง โดยมีการประชุมหารือโดยสมาชิกทุกคนได้มีข้อเสนอแนะต่อสว่ นรวม มีการสำรวจตรวจสอบสภาพปัจจุบันทั้ง
ในสถานศึกษาและชุมชน กำหนดเป้าหมายร่วมกัน จัดทำแผนปฏิบัติการ กำหนดกิจกรรมและผู้รับผิดชอบ มีการ
สนับสนุนทั้งงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ ในการดำเนินการรวมไปถึงการสร้างบรรยากาศ สร้างขวัญกำลังใจ เพื่อให้
ปฏิบตั งิ านตามแผนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การนเิ ทศ กำกับติดตามผล ในระหว่างดำเนินการผู้บริหารต้องกำกับและ
ติดตามผลวา่ เป็นไปตามเปา้ หมาย หรือ แผนท่วี างไวห้ รอื ไม่ มอี ุปสรรคปัญหาอะไรที่ทำให้ไม่สามารถเป็นไปตามแผน จะ
ได้ให้การนิเทศเพื่อปรับปรุงแก้ไข โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้กลวิธีที่เหมาะสม เพื่อทำให้บรรยากาศการบริหาร
และบรรยากาศในการปฏบิ ัติเป็นไปอย่างราบรนื่ มแี รงจูงใจในการทำงาน แตผ่ ู้บริหารตอ้ งมีความเช่ือเปน็ พ้ืนฐานเสมอว่า
สิ่งที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยากที่สุด คือ พฤติกรรมและวธิ สี อนของครู ผู้บริหารจะต้องอดทนและพยายามชี้แจงให้ครูเห็น
ความสำคัญว่า พฤติกรรมและการสอนของครูเป็นกุญแจสำคัญ ท่ีจะนําไปสู่ความสำเร็จ หากครูยอมรับสภาพความเป็น
การบริหารแหลง่ เรยี นรู้และสิ่งแวดลอ้ ม แหล่งเรยี นรแู้ ละส่งิ แวดล้อม I 47
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
จริงและพยายามปรับปรุงการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และการสอนสำเร็จการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้านอื่น ๆ ก็จะ
ตดิ ตามมาโดยไมย่ าก ดงั ภาพ
สรา้ งความตระหนกั ทงั้ ตวั
ผบู้ รหิ ารและครู
สาํ รวจตรวจสอบสภาพ
ปัจจบุ นั
กาํ หนดเปา้ หมายรว่ มกนั ภายใตก้ ารสนบั สนนุ
ทาํ แผนปฏบิ ตั กิ าร ไมส่ ามารถ งบประมาณ วสั ดุ
กาํ หนดกิจกรรม ผรู้ บั ผิดชอบ ดาํ เนินการได้ อปุ กรณ์ ภายใต้
บรรยากาศของการให้
ดาํ เนินการตามแผน ตามแผน
หรือไม่ กำลงั ใจ
กาํ กบั ตดิ ตาม
นิเทศ
ปรบั ปรุง
รายงานผล
ภาพ การบริหารจดั การในสถานศึกษา
2. การบริหารจัดการใหช้ ุมชนเขา้ มามสี ่วนรว่ ม สถานศกึ ษาถอื เปน็ สว่ นหน่ึงของชุมชน ฉะน้ันจึงเป็นหน้าที่ของ
ทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมมือ ผู้บริหารต้องตระหนักถึงบทบาทของชุมชน โดยโรงเรียนจะต้องสร้างความสมั พันธ์กับชุมชน ให้
ชุมชนมีความศรัทธาต่อ โรงเรียน โดยให้ได้ ใจของชุมชน เพื่อดึงศักยภาพชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการจัด
กิจกรรม เพื่อให้ชุมชนเข้าใจ ศรัทธา มองเห็นความสำคัญ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม
เชน่ ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ แหล่งการเรยี นรใู้ นท้องถ่ิน
3. การบริหารจดั การให้องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ เขา้ มามีส่วนรว่ ม โดยผบู้ ริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญ
ทจ่ี ะดึงบุคลากรและงบประมาณจากหนว่ ยงานต่าง ๆ เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการจดั การดูแลสง่ิ แวดล้อม เชน่ องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ป่าไม้ สาธารณสุข ทหาร ตำรวจ หน่วยงานเหล่านี้จะมีทั้งบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะด้านและมี
งบประมาณสนับสนุน ซึ่งขึ้นอยูก่ ับความสามารถของสถานศึกษาทจี่ ะหาวธิ กี ารเพ่ือให้หนว่ ยงานเหล่านน้ีเข้ามามีส่วนร่วม
ให้ได้
การบริหารแหลง่ เรียนรแู้ ละสิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดลอ้ ม I 48
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
ด้านการจัดการส่ิงแวดล้อมทางด้านกายภาพ
การจัดการสิ่งแวดล้อมทางกายภาพในสถานศึกษาเป็นการสร้างความร่มรื่น สวยงาน และความ
สะดวกสบาย จะมีส่วนช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพทางกายภาพ และสุขภาพทางจิตของเด็ก สามารถดำเนินการโดยมีการจัด
ตกแต่งอาคารเรียน บริเวณและสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาให้เกิดความร่มรื่น สวยงาม โดยในการจัดสิ่งแวดล้อมใน
สถานศึกษาที่ดีนั้นควรคำนึงถึงหลักสำคัญ 4 ประการ คือ 1) ความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ 2) ความปลอดภัยจาก
โรคตดิ ตอ่ 3) ความรม่ รืน่ สวยงามและความสะดวกสบาย และ 4) ความเหมาะสมกับพัฒนาการทางร่างกายของเด็ก โดย
การดำเนินการแตล่ ะด้าน (สมทรง อนิ สว่าง. 2546, น. 555)
ประการที่ 1 ความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ การที่เด็กต้องใช้เวลาอยูใ่ นสถานศึกษาแต่ละวันเป็นเวลาหลาย
ชั่วโมงย่อมมโี อกาสเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ถ้าสถานศึกษาจดั สภาวะส่งิ แวดล้อมไม่ปลอดภัย อบุ ัติเหตุที่พบบ่อยในสถานศึกษา
มีลักษณะต่าง ๆ กัน ได้แก่ การพลัดตกหกล้ม การถูก ของแหลมของมีคม อุบัติเหตุจากการเรียนการสอน การเล่นกีฬา
การทดลองทางวิทยาศาสตร์ อุบัติเหตุจากการชํารุดทรุดโทรมของอาคารเรียนและ สิ่งก่อสร้างในสถานศึกษา อุบัติเหตุ
จาก การจราจรบรเิ วณทางเข้าทางออกของสถานศึกษาและภายในสถานศึกษา เปน็ ต้น
ประการที่ 2 ความปลอดภัยจากโรคติดต่อ เนื่องจากสถานศึกษาเป็นที่ชุมนุมของ นักเรียน ซึ่งมาจาก
ครอบครัวที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ถ้านักเรียนคนใดคนหนึ่งเป็น โรคติดต่อ ย่อมมีโอกาสแพร่กระจายในหมู่
นักเรียนด้วยกันได้ง่าย นอกจากนี้นักเรียนอาจนํา โรคติดต่อจากสถานศึกษาไปสูบ่ ้านและชุมชนที่ตนอาศัยในการจัดการ
สง่ิ แวดลอ้ มในสถานศกึ ษา เพ่อื ให้ปลอดภยั จากโรคตดิ ต่อนั้นจะตอ้ งดำเนนิ การในเรื่องต่าง ๆ ดงั นี้
1. น้ำดม่ื นำ้ ใช้ จดั ใหม้ ีนำ้ ดม่ื นำ้ ใช้ท่ีสะอาด มีคณุ ภาพตามมาตรฐานนำ้ ด่ืมมีปรมิ าณ เพียงพอไว้
ใชใ้ นสถานศกึ ษา
2. อาหาร มีการควบคุมดแู ลการจัดอาหารกลางวันในสถานศกึ ษา หรือการจําหน่าย อาหารใน
สถานศึกษา โดยอาหารที่นํามาจําหน่ายควรมีลักษณะสด สะอาด ถูกหลักอนามัย มีคุณค่า ทางอาหาร และมีราคา
พอสมควรทเี่ ด็กนักเรียนจะซ้ือรบั ประทานได้ ผปู้ รุง และผปู้ ฏบิ ตั ิงาน ทเ่ี กีย่ วข้องกบั อาหารต้องมีสุขภาพอนามัยดี ไม่เป็น
โรคติดต่อ มสี ขุ นสิ ัยทดี่ ีในการปฏิบตั ิงาน รักษา ร่างกายใหส้ ะอาดอยเู่ สมอ เลบ็ มอื ตดั ให้ส้ัน ใช้ผา้ เช็ดหน้าปิดปากเวลาไอ
หรอื จาม สวมตาข่ายคลมุ ผมและ มีผา้ กนั เปอ้ื น
3. การกําจัดอุจจาระ ปัสสาวะ สถานศึกษาควรจัดให้มีห้องส้วมท่ีสะอาด ถูกหลัก สุขาภิบาล
และมีจำนวนเพยี งพอ ห้องส้วมตอ้ งหม่นั ดูแลใหส้ ะอาดอยู่เสมอ
4. การกาํ จดั ขยะมูลฝอย สถานศกึ ษาควรมีถังรองรับขยะมลู ฝอยทีถ่ ูกสุขลักษณะไว้ใช้ ลักษณะ
ของถังควรทำด้วยวัสดุที่คงทนแข็งแรง ไม่รั่วซึม มีฝาปิดมิดชิด และขยะที่รวบรวมได้นั้น ต้องนําไปกําจัดให้ถูกหลัก
สขุ าภิบาลทกุ วนั
5. การกําจัดน้ำทิ้ง สถานศึกษาควรมีระบบระบายน้ำทิ้งและระบบบําบัดน้ำทิ้งที่ถูก
หลกั สุขาภบิ าล
6. การควบคุมแมลงและพาหะนําโรค สถานศึกษาควรมวี ิธีการควบคุมและป้องกัน แมลง และ
สัตว์นําโรคด้วย เช่น จัตบริเวณสถานศึกษาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รักษาความสะอาด อาคาร สิ่งก่อสร้างและบริเวณ
โดยรอบ เพื่อมิให้เป็นแหล่งที่พักอาศัยของพาหะนําโรค เช่น แมลงวัน แมลงสาบ หนู และอย่าให้มี น้ำขังบริเวณ
สถานศึกษาจนเปน็ แหลง่ เพาะพนั ธ์ุยงุ ได้
การบริหารแหล่งเรยี นรูแ้ ละส่ิงแวดล้อม แหลง่ เรียนรู้และสง่ิ แวดล้อม I 49
มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่
ภาพ โรงอาหาร และรางน้ำ
ประการที่ 3 ความร่มรื่น สวยงาม และความสะดวกสบาย จะมีส่วนช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพทางกาย และ
สุขภาพทางจิตของเด็ก ซึ่งการจัดให้สถานศึกษามีความร่มรื่น สวยงามและความสะดวกสบาย สามารถดำเนินการโดยมี
การจัดตกแต่งอาคารเรียน บริเวณ และสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาให้ร่มรื่น สวยงามโดยการจัดทำสนามหญ้า สวนหย่อม
ปลูกไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ ให้มีร่มเงา สวยงาม นอกจากนี้สถานศึกษาควรจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้เด็ก
พอสมควร เช่น มีแสงสว่าง มีสนามเด็กเล่น สนามกีฬา ห้องพยาบาล ที่นั่งพักผ่อน เพราะสิ่งเหล่าน้ีจะช่วยให้เด็กคลาย
ความเครง่ เครียด และเด็กจะได้รับความสบายใจและมีสขุ ภาพจิตทด่ี ี
ภาพ สนามเดก็ เล่น
ประการที่ 4 ความเหมาะสมกับพัฒนาการทางร่างกายของเด็ก สามารถดำเนินการโดยการจัด
สภาพแวดลอ้ มในสถานศกึ ษาที่ช่วยสง่ เสริมการเจรญิ เติบโต และพัฒนาการทางร่างกายของเด็ก เชน่ การจัดโต๊ะเรียนและ
เกา้ อี้ให้พอดีกบั ขนาดรา่ งกายเด็กนกั เรียน จัดให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศท่ดี ี
การบรหิ ารแหล่งเรยี นรแู้ ละส่ิงแวดล้อม แหล่งเรียนร้แู ละสง่ิ แวดล้อม I 50
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
ภาพ บอ่ ทราย
จากหลักการที่สำคัญ 4 ประการที่ควรคำนึงถึง จะสามารถสังเกตได้ว่าผู้บริหารมีส่วนสำคัญในการบริหาร
ทรัพยากรในสถานศึกษามากที่สุด ผู้บริหารมีบทบาทในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรยี นการสอน ผู้บริหารสำคัญ
ที่สุดในการทำงานและส่งเสริมสนับสนุนการจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้คณะทำงานประสบความสำเร็จใน
การทำงาน โดยให้การสนับสนุน เสริมแรง สร้างขวัญและ กําลังใจที่ดีแก่คณะทำงาน สำหรับบทบาทที่ผู้บริหาร
สถานศึกษาจะแสดงในส่วนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ แบ่งออกเป็น 3 ด้านดังนี้ (ระวีวรรณ ขันธาโรจน์.
2540: น. 5, สำนกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ. 2541: น. 27-30; นรา สมประสงค์ และเสรี ลาชโรจน์.
2546, น. 67-95)
1. การบริหารจัดการด้านภูมิทัศน์ ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ซึ่งสิ่งที่ผู้บริหาร
สถานศึกษาควรพิจารณาและคําน่ึงได้แก่ สถานที่ตัง้ การวางแนวเขตทางสัญจร สุนทรียภาพและสิง่ แวดลอ้ ม การตกแตง่
บรเิ วณดูใหส้ วยงาม และการกำหนดบริเวณเป็นเขตหรือ เปน็ สัดสว่ นเฉพาะ
2. การบริหารจัดการด้านอาคารสถานที่ ผู้บริหารควรมีการวางแผนดำเนินการ และจัด อาคารสถานท่ี
ห้องและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถเอื้ออํานวยประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและ
ประสิทธผิ ลสูงสุด ซงึ่ สิ่งทผี่ ู้บรหิ ารควรดำเนนิ การ สามารถแบง่ ออกเป็น 5 สว่ น ดงั นี้
2.1 งานจัดสรา้ งอาคารสถานท่ี ผู้บริหารมีบทบาท ท้งั น้ี
2.1.1 ของบประมาณจดั สร้างอาคาร สถานท่ี
2.1.2 ควบคุมการก่อสร้างอาคารให้ถูกต้อง และเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายท่ี
เก่ยี วข้อง
2.1.3 ดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายท่ี
เก่ียวขอ้ ง
2.1.4 จดั การเกีย่ วกับที่ดนิ ของสถานศกึ ษาให้ถูกตอ้ งตามระเบยี บวา่ ดว้ ยทรี่ าชพัสดุ
2.1.5 รว่ มกบั บุคลากรในสถานศึกษาและชมุ ชนแก้ปญั หาการขาดแคลนอาคารสถานท่ี
ในกรณที งี่ บประมาณของทางราชการไม่เพียงพอ
2.1.6 จดั ใหม้ กี ารตกแตง่ อาคาร สถานที่ ให้เป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย สะอาด สวยงาม
การบริหารแหลง่ เรยี นรแู้ ละส่ิงแวดล้อม แหลง่ เรยี นรแู้ ละสิง่ แวดลอ้ ม I 51
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
2.2. การใชอ้ าคารสถานที่ ผ้บู รหิ ารสถานศึกษามีบทบาท ดังน้ี
2.2.1 ดำเนินการวางแผนการใช้อาคารสถานที่ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า โดยให้
บุคลากรในสถานศกึ ษา มสี ว่ นร่วม
2.2.2 จดั ใหม้ ีแผนผงั บริเวณสถานศกึ ษา อาคารประกอบ ห้องเรียนและห้องพเิ ศษ
2.2.3 จัดใหม้ ีการทำตารางการใชอ้ าคารสถานท่ี
2.2.4 ใหบ้ ริการดา้ นอาคารสถานทีแ่ กช่ ุมชนในกจิ กรรมของชมุ ชน
2.3. งานบำรงุ รักษาอาคารสถานท่ี ผ้บู ริหารสถานศึกษามีบทบาท ทงั้ นี้
2.3.1 ตรวจสภาพของอาคารสถานท่ีอย่างสมำ่ เสมอ
2.3.2 จัดใหม้ ีการซ่อมแซมอาคารสถานทีท่ ่ชี าํ รดุ
2.3.3 จดั ให้มีการแบง่ หนา้ ทีร่ ับผดิ ชอบอาคารสถานทข่ี องบุคลากร
2.3.4 ส่งเสริมใหน้ กั เรยี นมสี ่วนร่วมในการบำรุงรักษาอาคารสถานที่
2.4. งานควบคมุ ดแู ลอาคารสถานที่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษามีบทบาทหน้าที่ ดงั น้ี
2.4.1 จัดเวรยามดแู ลสถานทีใ่ หเ้ ป็นไปตามระเบยี บว่าดว้ ยการรักษาความปลอดภัย
2.4.2 ตรวจตราการใชอ้ าคารสถานทใ่ี ห้เปน็ ไปตามขอ้ ตกลงรว่ มกันระหวา่ งบคุ ลากร
2.4.3 ดำเนนิ การตามระเบยี บทีเ่ ก่ียวขอ้ งเมอ่ื มผี ูข้ อใช้อาคารสถานที่
2.4.4 สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการรับผดิ ชอบ ดแู ลอาคารสถานที่
2.5. งานประเมนิ ผลการใชอ้ าคารสถานท่ี
2.5.1 ประเมินผลการดําเนินงานอาคารสถานท่อี ย่างสม่ำเสมอ
2.5.2 ให้บุคลากรมสี ่วนร่วมในการเสนอแนะ เพอ่ื ปรบั ปรงุ การดาํ เนนิ งาน
2.5.3 ส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลการรักษาอาคารสถานที่เท่ากบั
นกั เรียนจะไดม้ ีสว่ นร่วมได้
2.5.4 ใช้เทคนิคต่าง ๆ ในการประเมินผลการดําเนินงานอาคารสถานที่ และรับฟัง
ความคดิ เห็นจากชมุ ชน
3. การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ผู้บริหารควรจัดให้มีระบบและมาตรการต่าง ๆ ในด้าน
ความปลอดภัย เช่น การให้ความรู้ในการรักษาความปลอดภัยจัดมาตรการป้องกันอันตราย จัดวิธีป้องกันอุบัติเหตุจาก
การจราจร การป้องกันเพลงิ ไหม้ เปน็ ต้น
ตา้ นการจัดการเรยี นการสอน
ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีบทบาทในส่วนของการจัดการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้น
เปา้ หมายสำคัญและพยายามทำให้บรรลผุ ลสำเร็จ ดงั นี้ (ศกั ดชิ์ ัย ยอดเยยี่ ม. 2548; นพิ นธ์ อักษรนาํ . 2541, น. 20-21)
คือ
1) ดา้ นความรู้ (Knowledge) ตอ้ งให้ความสำคัญกับสาระความรู้ที่จะนํามาสอน โดยเน้นสาระความรู้ท่ี
ตอบสนองตอ่ การป้องกันและแกไ้ ขปัญหาส่งิ แวดล้อม โดยเน้นใหน้ กั เรียนไดร้ ับประสบการณท์ ีห่ ลากหลายใน เร่ือง
สง่ิ แวดล้อม และไดร้ ับพ้ืนฐานความเขา้ ใจในเรอื่ งสงิ่ แวดลอ้ ม
การบรหิ ารแหลง่ เรยี นร้แู ละสิ่งแวดล้อม แหล่งเรยี นรู้และสิง่ แวดลอ้ ม I 52
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
2) ด้านทัศนคติ (Attitude) ช่วยให้ผู้เรียนมีค่านิยม และความรู้สึกห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม มีแรงจูงใจที่
จะร่วมกันปรับปรุง และปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ต้องเน้นการจัดประสบการณ์ทางสังคม โดยยึดสังคมเป็น
ศูนย์กลางในการจัดการศึกษาและมุ่งใหผ้ ู้เรียนสามารถวิเคราะหป์ ัญหาในสังคมของตนได้
3) ด้านความตระหนัก (Awareness) ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความตระหนกั คอื รู้จกั ประจกั ษ์ชดั รู้ชดั แจ้ง ถึง
ความสำคัญ ตระหนักในหน้าที่ที่ตน จะต้องช่วยอนุรักษ์ปกปอ้ งสิ่งแวดล้อม และมีการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย
ต้องเน้นให้ผู้เรียนตระหนักว่า ตนเองมีบทบาทต่อโรงเรียน สังคมและท้องถิ่นของตนในการดูแลและแก้ไขปัญหา
สิ่งแวดลอ้ มและตระหนักวา่ ปัญหาส่ิงแวดลอ้ มจะมีผลกระทบถงึ ตัวผ้เู รยี นอย่างหลีกเล่ยี งไมไ่ ด้
4) ดา้ นทกั ษะ (Skill) ช่วยให้ผเู้ รียนได้รบั ทักษะในการพสิ ูจน์ และเขา้ ใจในเรื่องราวของสง่ิ แวดล้อม และ
เข้าร่วม ปรับปรุงและปกป้องสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วม (Participation) จัดหาโอกาสให้ผู้เรียน ได้เข้าช่วยกัน
ปรบั ปรุงและปกปอ้ งทรัพยากร
สรุปได้ว่าการบริ หารการจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาเป็นกระบวนการจั ดสิ่งแวดล้อมของ
สถานศึกษา ด้านการบรหิ ารจัดการด้านกายภาพ และด้านการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาสิ่งแวดลอ้ มในสถานศึกษา
ให้ถูกลักษณะและเอื้อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานักเรียนให้ มีศักยภาพ
ตามที่กำหนดและได้เรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ซึ่งบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมใน
สถานศึกษา คือ บทบาทในการคิดวางแผน ดำเนินงาน ประเมินผล ปรับปรุง แก้ไข การดำเนินงานของสถานศึก ษาทุก
ด้าน โดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามขั้นตอนดังกล่าว เพื่อให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษามี
ประสทิ ธภิ าพ เกิดประสทิ ธิภาพ เกดิ ประสิทธิผลสูงสุด โดยมเี ปา้ หมายสงู สดุ ทต่ี ัวผูเ้ รยี น
2.8 อิทธิพลของส่ิงแวดล้อมภายนอกทม่ี ตี ่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
สภาพแวดล้อมภายนอก หมายถึง ปัจจัยจากภายนอกโรงเรียนที่มีผลกระทบกับการบริหารจัดการของ
โรงเรียน โดยที่สถานศึกษาไม่สามารถควบคุมได้หรือควบคุมได้ในระยะสั้นๆ ส่งผลกระทบทั้งในด้านการเป็นโอกาส
(Opportunities) หรือการเป็นอปุ สรรค (Threats) ของโรงเรยี นในการดำเนินงานของโรงเรยี น โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
1) โอกาส(Opportunities) หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่เอื้ออำนวยให้การทำงานของ
สถานศกึ ษาบรรลวุ ตั ถุประสงค์ หรอื หมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ การดำเนินการของสถานศกึ ษา
2) อุปสรรค (Threats) หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางการทำงานของสถานศึกษา
ไมใ่ ห้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์หรอื หมายถงึ สภาพแวดล้อมภายนอกทเ่ี ป็นปญั หาต่อสถานศกึ ษา
โดยสามารถจำแนกสภาพแวดล้อมตามหลักการวิเคราะห์ (STEP) ดังนี้
1. ด้านสังคมและวัฒนธรรม (Socio-cultural Factors : S) เช่น ประชากรในเขตพื้นที่บริการ ระบบ
การศกึ ษา ค่านยิ ม ขนบธรรมเนยี มประเพณขี องชมุ ชน แนวโน้มทางสังคม การสอ่ื สาร อาชพี และปัญหา สังคมฯลฯ
2. ดา้ นเทคโนโลยี (Technological Factors : T) เช่น ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยี การผลิต เครอื่ งจักรกล
เทคโนโลยีสารสนเทศ ท่มี อี ยเู่ ดิม หรอื พัฒนาขน้ึ ใหม่ แหล่งเรยี นรู้และภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นฯลฯ
3. ดา้ นเศรษฐกิจ (Economic Factors : E) เช่น รายได้ของผูป้ กครอง ภาวะทางการเงิน อัตราการขยายตัว
ทางเศรษฐกิจ อตั ราดอกเบี้ย การลงทนุ ตา่ ง ๆ ฯลฯ
4. ด้านการเมืองและกฎหมาย (Political and Legal Factors : P) เช่น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ
การศกึ ษา นโยบายหน่วยงานตน้ สงั กดั การแทรกแซงทางการเมอื ง นักการเมืองท้องถ่นิ ฯลฯ
การบรหิ ารแหลง่ เรยี นร้แู ละสิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรูแ้ ละส่ิงแวดล้อม I 53
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
นอกจากนี้สามารถจำแนกสภาพแวดล้อมตามหลักการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกด้วยเทคนิค CPEST โดย
เพมิ่ เติมจากการวิเคราะห์ STEP คือ C หมายถึง ลกู คา้ (Customer) ในท่ีนจี้ ะมองถงึ นกั เรียนซึ่งถือวา่ เปน็ ผรู้ ับบริการจาก
โรงเรียน ทั้งยังถือว่าปัจจัยนำเข้าที่โรงเรียนได้รับในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยองค์ประกอบที่วิเคราะห์มี ดังนี้
1. ลูกค้า (Customer) หมายถึง นักเรียนมีความพร้อม/ขาดแคลน หรือไม่ โดยพิจารณาได้จากสภาพ
ครอบครัว สภาพชมุ ชน และสภาพความเป็นอยูข่ องนกั เรียน
2. นโยบายการศึกษา( Political) หมายถึง กฎหมาย นโยบายรัฐ เอื้อต่อการบริหารจัดการเรียนการสอน
หรือไม่ โดยองค์ประกอบนี้เป็นองค์ประกอบที่มีผลกระทบในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่ง ทุกโรงเรียนต้องปฏิบัติตาม-
นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการมีผลอย่างมากต่อการจัดการเรียนการสอน เพราะ กระทรวงศึกษาธิการมีการ
ปรับเปลย่ี นผ้บู ริหารบอ่ ย ทำให้นโยบายเปล่ียนบ่อยตามไปดว้ ย เปน็ เหตุใหร้ ะดับผู้ปฏบิ ตั ซิ ง่ึ ก็คือโรงเรยี น เกดิ ความสับสน
นโยบายการศึกษาของ หน่วยงานต้นสังกัด บทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มพลังทางการเมือง พฤติกรรม ทาง
การเมือง
3.สภาพเศรษฐกิจ (Economy) หมายถึง สภาพเศรษฐกิจระดับประเทศและสภาพเศรษฐกิจระดับชุมชน
โดยสำหรับสภาพเศรษฐกิจในระดับประเทศถือว่าส่งผลกระทบน้อยมากต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี น เพราะ
ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรงบประมาณที่ได้รับจดั สรรนั้น ยังคงเป็นไปตามปกติ ส่วนสภาพเศรษฐกิจของชุมชน
รอบขา้ งโรงเรียนถือวา่ เอ้ือต่อการจัดการศึกษาเปน็ อยา่ งมาก เห็นไดจ้ าก ถา้ ผปู้ กครองนกั เรียนส่วนใหญ่มีความพร้อม จะ
ใหล้ ูกเรียนกวดวิชาหลงั เลิกเรยี น
4.ชุมชนและสังคม ( Social) หมายถึง สภาพสังคม และ ชุมชนรอบข้างโรงเรียน แหล่งเรียนรู้นอก
หอ้ งเรียน ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน โดยคุณภาพชีวิต ของประชากร ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชอ่ื ค่านยิ ม และวัฒนธรรม
รวมถึงสภาพสังคมโดยรอบของโรงเรียน เป็นสังคมเมือง เป็นสังคมกึ่งเมือง กึ่งชนบท หรือเป็นสังคมชนบท ซึ่งสภาพ
ชมุ ชนมผี ลอยา่ งมากตอ่ การระดมทรัพยากรมาใช้ในการจดั การศึกษา และรูปแบบการจดั การศึกษาของโรงเรียน
5.เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน โดยพิจารณาว่าเทคโนโลยี
ทางการศึกษาที่มีสามารถนำมาใช้ในการจัดการศึกษาหรือไม่ มีความพร้อม และหลากหลาย เอื้อต่อการจัดการศึกษา
เพียงใด
สทุ ธิพงศ์ นพิ ัทธนานนท์ (2556. หน้า 84-85) ไดจ้ ำแนกสภาพแวดล้อมภายนอก ท่สี ่งผลกระทบต่อโรงเรยี น
มี 2 ลกั ษณะ คือ
1. สภาพแวดลอ้ มภายนอกทว่ั ไป ท่มี ีผลกระทบต่อโรงเรียน ซง่ึ นิยมจําแนกออกเปน็ ปจั จยั หลักๆ 4 ด้าน คอื
1.1 ปัจจัยด้านสังคมวัฒนธรรม (Social-Cultural Factors) เช่น โครงสร้าง ประชากร การเคลื่อนย้าย
อาชีพ การศึกษา การอนามัย คา่ นิยม ความเช่ือ วัฒนธรรมขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ตลอดจนความรู้ ทัศนคติ พฤตกิ รรม
ของประชาชนท่ีมีผลกระทบทง้ั เชงิ บวก และเชิงลบ ตอ่ ภารกิจของโรงเรียน
1.2 ปัจจัยด้านเทคโนโลยี (Technological Factors) เช่น ผลิตคิดค้นทางด้าน เทคโนโลยีต่าง ๆ
เครื่องจักรกลทางอุตสาหกรรม คอมพิวเตอร์ การจัดการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ
กระบวนการเรียนรู้ ฯลฯ ท่มี ีผลกระทบเชงิ บวกและเชงิ ลบตอ่ ภารกิจของโรงเรียน
1.3 ปจั จยั ดา้ นเศรษฐกจิ (Economic Factors) เชน่ โครงสร้างทางรายได้ การกระจายรายได้ ภาวะเงิน
เฟอ้ ภาวะการวา่ งงาน ฯลฯ ทม่ี ผี ลกระทบเชงิ บวก และเชิงลบตอ่ ภารกิจ ของโรงเรยี น
การบริหารแหลง่ เรยี นรแู้ ละสิ่งแวดลอ้ ม แหลง่ เรียนร้แู ละสิง่ แวดล้อม I 54
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
1.4 ปัจจัยด้านการเมือง และกฎหมาย (Political and Legal Factors) เช่น นโยบายของพรรค
การเมือง เสถียรภาพของรัฐบาล พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา พระราชกำหนด ประกาศกระทรวง และระเบียบวิธี
ปฏิบตั ติ ่าง ๆ ทางการบรหิ าร ฯลฯ ที่มผี ลกระทบเชิงบวกและ เชิงลบตอ่ ภารกจิ ของโรงเรียน
2 สภาพแวดล้อมเชิงปฏบิ ัติการทีม่ ีผลโดยตรงต่อการกำหนดงานของโรงเรียน (Operation Environment)
เป็นสภาพแวดล้อมที่มีผลโดยตรงต่อการดําเนินงานของโรงเรียนทั้งใน แง่กายภาพ สังคม วัฒนธรรม เศรษฐ กิจ และ
การเมือง เชน่
2.1 สภาพปญั หาทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับภารกจิ โดยตรงของโรงเรยี น
2.2 ลักษณะของกลุ่มสงั คมผูร้ ับประโยชน์ และผู้รบั บริการ (ผูป้ กครอง นักเรยี น ชุมชน ฯลฯ)
2.3 ภาระงานที่เป็นความตอ้ งการเร่งด่วน
2.4 ความพร้อมของสถานการณ์ในการจดั การศึกษาในปจั จบุ ัน
2.5 ความร่วมมือของกลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจดำเนินการ ของโรงเรียนรวมทั้งเจตคติของ
ประชาชน
ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมทั้งหมดที่ดังกล่าว จะมีอิทธิพลต่อการดำเนินงานการบริหารจัดการของสถานศึกษา
มากน้อยแตกต่างกันขึน้ อยู่กับสภาพแวดล้อมและสถานภาพของสถานศึกษาแต่ละแห่ง อย่างไรก็ตามสภาพแวดล้อมดา้ น
ต่าง ๆ ของสถานศึกษานั้น อาทิ สภาพแวดล้อมด้านสังคมและวัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมจากการเมืองและกฎหมาย
จะเป็นสภาพแวดล้อมท่ีมีความสำคัญตอ่ สถานศึกษามากกวา่ ด้านอืน่ ๆ เพราะสถานศึกษาส่วนมากเป็นหนว่ ยงานภาครัฐ
ต้องยึด กฎหมาย ระเบียบแบบแผน ตลอดจนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการพัฒนาด้านการศึกษารัฐบาล และ ต้น
สังกัดเป็นแนวทางหลกั ๆ ในการปฏบิ ัตงิ าน
การบริหารแหล่งเรยี นรแู้ ละส่ิงแวดล้อม แหล่งเรียนร้แู ละสง่ิ แวดลอ้ ม I 55
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
บรรณานกุ รม
การบริหารแหลง่ เรยี นรแู้ ละสง่ิ แวดล้อม แหล่งเรยี นรู้และสงิ่ แวดลอ้ ม I บรรณานกุ รม 56
มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่
บรรณานุกรม
กรมวชิ าการ. (2540, น. 26). การจัดสง่ิ แวดลอ้ มในการเรยี นการสอน.กรุงเทพมหานคร:การศาสนา
_________. (2545). การปฏริ ูปการเรยี นรขู้ องกระทรวงศึกษาธิการ. กรงุ เทพมหานคร : กรมวิชาการ
_________. (2545, น. 2-3). วฒั นธรรมสภาพแวดล้อมและค่านยิ มที่เอ้อื ต่อการเรียนรู้ ความดี และ
ความสุขของผเู้ รยี น. กรงุ เทพมหานคร : ครุ ุสภาลาดพร้าว.
กรมสามญั ศึกษา. (2532). เอกสารสนบั สนุนการดำเนนิ งานตามทศิ ทางการจดั การศึกษาของกรมสามญั
ศกึ ษาเร่อื ง การจดั บรรยากาศและส่งิ แวดล้อมทดี่ ใี นโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร : กรมสามญั ศึกษา.
กรมอนามยั . (2546). โรงเรยี นของเรานา่ อยู่ : กรณตี ัวอย่างโรงเรยี นส่งเสริมสขุ ภาพ ด้านอนามยั
สิง่ แวดล้อม.กรงุ เทพมหานคร: องค์การรบั ส่งสินคาแ้ ละพัสดุภณั ฑ.์
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2545). คู่มือการตรวจสอบและประเมนิ สถานศกึ ษาเกณฑค์ ุณภาพสำหรับ
สถานศึกษา สังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติและกรมสามัญ.
กรุงเทพมหานคร : กรมสามัญศึกษา.
เกษม คำบุตดา. (2550). การพฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ในโรงเรียน เพอ่ื ส่งเสริมการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
นกั เรียน โรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. คน้ คว้าอิสระ
มหาวิทยาลัยสารคาม : มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
จนั ทรา อ่อนระหง. (2550). ผลการสอนแบบบรู ณาการโดยใช้แหล่งเรียนร้ใู นชุมชนเป็นสอื่ สาระการเรยี นรู้
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยการเรยี นรู้ “บ้านหลวงของเรา” สำหรับนักเรยี นชนั้
ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรยี นบ้านหลวง สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษา เชยี งราย เขต 4.
วิทยานพิ นธ์ครศุ าสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชยี งราย.
จิรศกั ด์ิ ประทุมรัตน์. (2550). รูปแบบแหลง่ การเรยี นรู้ตามความต้องการของเกษตรกรในจังหวัด
มหาสารคาม. วิทยานพิ นธศ์ ึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั มหาสารคาม.
เจนจริ า ยะตั๋น. (2560). บทบาทของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาในการส่งเสริมและพัฒนาการจดั การเรยี นรู้.
สืบคน้ เม่ือ 30 พฤษภาคม 2553. จาก https://sites.google.com/a/crru.ac.th/ban-khunkhru-
cen-ci-ra/.
ชลดา สมคั รเกษตรการ. แหลง่ เรียนรู้. คน้ วนั ที่ 30 พฤษภาคม 2564 จาก https://taichalada.
wordpress.com
ชลอ ไกรทอง. (2547). ทรรศนะของครูต่อการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรีบยนประถมศึกษาสังกัดสำนักงาน
การประถมศึกษาอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย
สถาบนั ราชภัฎสวนดุสติ .
ชัชพล ทรงสนุ ทรวงศ.์ (2546). มนษุ ย์กับส่ิงแวดล้อม. กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.
ชัชวาลย์ ทองดเี ลิศ. (2549). ห้องเรียนชุมชน/ศนู ย์การเรียนรู้ชมุ ชน. สบื ค้นเม่อื 3 มถิ นุ ายน 2564 จาก
http://etheses.aru.ac.th/PDF/12547180_05.PDF
ชุติมาพร เชาว์ไว. (2562). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา
สังกัดองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี. วทิ ยานพิ นธ์ครศุ าสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัย
ราชภัฏวไลยอลงกรณ์.
เชาว์ เพช็ รราช. (2538). มนษุ ยก์ ับสง่ิ แวดล้อม. อุตรดิตถ์ : สถาบนั ราชภัฎอตุ รดติ ถ์.
การบรหิ ารแหลง่ เรยี นรแู้ ละสิ่งแวดล้อม แหลง่ เรียนรูแ้ ละสงิ่ แวดลอ้ ม I บรรณานกุ รม 57
มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่
ณัฐภัค อทุ โท.(2558).การจัดสภาพแวดลอ้ มทางการเรยี นทางกายภาพของโรงเรียนอนุบาล ชอ่ งลม สำนักงาน
เขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาชลบรุ ี เขต 1.วิทยานพิ นธ์ ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาบริหาร
การศกึ ษา มหาวิทยาลัยบูรพา.สบื คน้ เม่อื 3 มถิ ุนายน 2564 .จาก
http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/56921108.pdf
ดอกจนั ทร์ คาํ มรี ัตน์, บุญทนั ดอกไธสง, และ อิมรอน มะลูลมี . (2552). กลยุทธใ์ นการบริหารของ บริษทั
เอ็นอีซีโทคนิ อิเล็กทรอนิกส์(ประเทศไทย) จํากดั . สืบคน้ เมือ่ 3 มิถุนายน 2563, จาก
http://www.grad.vru.ac.th/download4/141.pdf
ทศพร สิทธนชัย. (2554). การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ใน
โรงเรยี นอมุ้ เหมา้ ประชาสรรค์ สังกดั สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษานครพนม เขต 1. วิทยานพิ นธ์ครศุ า
สตรมหาบัณฑติ , มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สกลนคร.
ทิพเนตร ปาสานํา. (2544). สภาพแวดล้อมในสถาบันราชภฏั สรุ นิ ทร.์ สรุ ินทร์ : สถาบันราชภฏั สุรินทร์.
ธเนศ ขำเกิด. (2544). การจัดบรรยากาศและส่งิ แวดล้อมทด่ี ใี นโรงเรียน. กรงุ เทพมหานคร : สารพฒั นา
หลกั สูตรกระทรวงศกึ ษาธิการ
นรรชั ต์ ฝนั เชียร.(2563). องค์ประกอบการพัฒนาแหลง่ เรยี นรู้. สืบค้นเมอื่ 30 พฤษภาคม 2564. จาก
https://www.trueplookpanya.com/education/content/85451/-teaartedu-teaart-teamet-
นรา สมประสงค์ และ เสรี ลาชโรจน์. (2546). หน่วยที่ 9 การบรหิ ารสภาพแวดลอ้ มสถานศึกษาใน เอกสาร
การสอนชดุ วิชาการจัดการสถานศึกษา. นนทบรุ ี: สาขาวิชาศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช.
เนาวรัตน์ ลิขติ วฒั นเศรษฐ.์ (2544). “แหล่งเรียนรทู้ ี่ครูตอ้ งสร้าง”วารสารวชิ าการ.
78,5 (พฤษภาคม 2544) : 29-32
เบญจวรรณ ระตา. (2551). การใช้แหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเทศบาล ดอกเงิน
จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ
เชียงใหม่.
ประภาพรรณ เสงวงศ์ และคณะ. (2538). การศึกษาสภาพการจดั ส่ิงแวดล้อมในโรงเรยี นประถมศึกษา
สงั กัด สำนักงานการประถมศกึ ษาจังหวดั สมุทรปราการ. สมทุ รปราการ : สำนกั งานการประถมศึกษา
จังหวัดสมุทรปราการ
ประยูร อนนั ต๊ะ. (2559). การบรหิ ารสภาพแวดลอ้ มในสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐานในสงั กัดงานเขตพน้ื ท่ี
การศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1. คน้ คว้าอสิ ระ การศกึ ษาตามหลกั สตู รครุศาสตรมหาบณั ฑิต.
บัณฑติ วทิ ยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภฏั กาญจนบรุ ี.
ประสาน อพารธรรม. (2535). สภาพแวดล้อมสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ
กรงุ เทพมหานคร. วิทยานพิ นธป์ รญิ ญาโท, มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒประสานมิตร.
ปริยาภรณ์ ตง้ั คุณานนั ต์. (2558). การจัดการห้องเรยี นและแหล่งเรยี นรู้. กรงุ เทพฯ: มนี เซอรว์ ิส ซัพพลาย.
พรรณงาม ใจรกั ษ์ศกั ดิ.์ วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย ปที ่ี 46 ฉบบั ที่ 3 (กรกฎาคม-กันยายน
2561) หนา้ 436-455
พระครใู บฎกี ามณฑล เขมโก (ชโู ตศรี). (2562). อิทธิพลของสภาพแวดล้อมท่ีเออื้ ต่อการพฒั นาการเรยี นรู้
ของนักศึกษาระดับอดุ มศึกษา. วารสารสถาบนั วจิ ัยญาณสงั วร. 10(1) ; มกราคม – มิถนุ ายน, 2562.
การบริหารแหลง่ เรียนรู้และสงิ่ แวดล้อม แหลง่ เรยี นรู้และสง่ิ แวดลอ้ ม I บรรณานุกรม 58
มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่
พันธนภทั ร วานชิ . (2549). การมสี ่วนรว่ มของนกั ศึกษาในการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มภายในสถานศึกษา :
กรณีศึกษาชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมวิทยาลัยเทคนิคเลย. วทิ ยานพิ นธห์ ลักสูตรปรญิ ญาศิลปศาสตรม
หาบัณฑติ สาขาสงั คมศาสตร์เพอ่ื การพัฒนา, มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเลย.
มยรุ ี สงิ ห์โทราช. (2540). ความสมั พันธ์ระหวา่ งมโนภาพแห่งตนและสภาพแวดลอ้ มในโรงเรยี นตามความ
รับร้ขู องนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 สงั กดั สำนักงานการประถมศกึ ษา จังหวัดเชยี งใหม่, ปริญญา
นพิ นธ์การศึกษามหาบณั ฑติ สาขาการบรหิ ารการศกึ ษา บัณฑติ วทิ ยาลัย, มหาวิทยาลยั นเรศวร.
มยุรี สิงหโ์ ทราช. (2540). ความสมั พันธร์ ะหว่างมโนภาพแหง่ ตนและสภาพแวดล้อมในโรงเรยี น ตามความ
รบั รขู้ องนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี6 สงั กดั สำนักงานการประถมศกึ ษา จังหวัดเชียงใหม่. ปรญิ ญา
นิพนธก์ ารศึกษามหาบณั ฑติ สาขาการบริหารการศึกษา, มหาวทิ ยาลัยนเรศวร.
มหาวทิ ยาลัยรามคำเเหง สาขาบรหิ ารการศึกษา. (2558). การบริหารแหล่งการเรยี นรู้และสภาพแวดลอ้ ม.
สืบคน้ เมื่อ 30 พฤษภาคม 2564. จาก https://www.slideshare.net/sireetornbuanak/ss-
53794904
มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช. (2533). เอกสารการสอนชุดวชิ า การจดั การโรงเรียนประถมศึกษา.
นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.
มูลนธิ ิสืบ นาคะเสถยี ร (2542). ตะโกนกอ้ งจากพงไพร/รวมผลงานและความคดิ ของสิบ นาคะเสถียร .
กรุงเทพมหานคร : มูลนิธสิ บื นาคะเสถียร.
ระวีวรรณ ขันธาโรจน์. (2540). สภาพแวดล้อมทางกายภาพของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด
กรุงเทพมหานครเขตปทุมวัน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
รังสรรค์ เล่อื มสำราญ. (2553). บทบาทของผู้บรหิ ารกบั การพฒั นาแหลง่ การเรยี นร้ใู นโรงเรยี น. สืบคน้ เมือ่
30 พฤษภาคม 2553, จาก https://www.gotoknow.org/posts/360136
เรณุกา ศรีสวัสดิ์. (2560). การบริหารแหล่งเรียนรู้ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครอง ส่วน
ท้องถ่ิน จงั หวัดอ่างทอง. วิทยานพิ นธ์ครุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาบรหิ าร การศึกษา. มหาวิทยาลัยราช
ภัฏเทพสตรี.
ลดั ดา ศลิ านอ้ ย. (2545). “การรวบรวมแหลง่ ความรู้ไปส่งู านวจิ ัยสังคมศึกษา,” วารสารศึกษาศาสตร์.
26(2) : 34-38 ; มกราคม-มีนาคม, 2545.
วสันต์ ปญั ญา. (2544). ความพงึ พอใจของนกั เรยี นตอ่ สภาพแวดล้อมของโรงเรยี นสงั กัดกรมสามัญศกึ ษา
จังหวัดกระบ่ี, วิทยานพิ นธป์ ริญญาศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช.
วารุณี คงม่ันกลาง. (2553). การสอนแบบบรู ณาการคอื อะไร. สบื ค้น จากhttps://www.gotoknow
.org/posts/400257%20%5B๘
วินัย วีระวฒั นานนท์ (2539). กระบวนการส่ิงแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ไอเดียนสโตร์
วซี านา อบั ดลุ เลาะ และวฒุ ิชยั เนยี มเทศ. (2563). การจดั สภาพแวดลอ้ มการเรยี นร้เู พอ่ื สง่ เสริมทักษะการ
เรยี นรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 “แนวคดิ ทฤษฎี และแนวทางปฏิบตั ิ”. วารสารมหาวทิ ยาลัยนราธวิ าสราช
นครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์. 7(2) ; กรกฎาคม – ธนั วาคม, 2563.
ศักดิ์ชัย ยอดเยี่ยม. (2548). การศึกษาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 3. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต โปรแกรมวิชาการบริหาร
การศึกษา, มหาวิทยาลยั ราชภฎั สุรินทร์.
การบริหารแหล่งเรียนรูแ้ ละสิ่งแวดลอ้ ม แหล่งเรียนรูแ้ ละส่ิงแวดลอ้ ม I บรรณานุกรม 59
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
สุมน อมรวิวัฒน์. (2544). กระบวนการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและธรรมชาติ. กรุงเทพฯ : ไทย
วัฒนาพานิชย
สามัญศึกษา, กรม. (2542). แนวดำเนินการการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน. กรุงเทพฯ: หน่วยศึกษา
นิเทศน์ กรมสามญั ศกึ ษา.
สำนกั งานการประถมศึกษาจงั หวัดมหาสารคาม.(2545). แหลง่ เรียนรูและภมู ิปัญญาทองถ่นิ ในจงั หวัด
มหาสารคาม. มหาสารคาม : ฝ่ายบริการทางการศึกษา หนว่ ยศกึ ษานิเทศก.
สำนกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ. (2535). คมู่ อื การปฏบิ ัติงานสำหรับผู้บรหิ ารโรงเรียน
ประถมศึกษา. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ครุ สุ ภา.
_____________________________________. (2536). รายงานการวจิ ัยท่ีมอี ิทธพิ ลตอ่ คุณภาพ
การศกึ ษาของโรงเรียนประถมศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร : คุรสุ ภา.
_____________________________________. (2539). ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าดว้ ย
คณะกรรมการโรงเรียนประถมศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร : คุรสุ ภา.
_____________________________________. (2541). การสรา้ งบรรยากาศการเรยี นการสอน.
กรุงเทพมหานคร. คุรสุ ภาลาดพรา้ ว
_____________________________________. (2541). ชดฝึกอบรมผบู้ ริหารสถานศกึ ษาสงู . กรงเทพ
มหานคร : สำนกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหงชาติ.
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน. (2547). คู่มือการบริหารการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภา
ลาดพร้าว.
สุทธิพงศ์ นิพัทธนานนท์ และมนัส สุวรรณ์. (2556). แนวทางในการพัฒนาโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อ
การพัฒนาอย่างยั่งยนื ตามกรอบของกรมส่งเสริมคุณภาพสงิ่ แวดล้อม. ปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวิชา
ผ้นู ำทางการศกึ ษาและการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์บณั ฑิตวทิ ยาลยั , มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชยี งใหม่.
สุปรชี า หริ ญั โร. (2541). การพัฒนาองค์กรและสภาพแวดลอ้ ม. กรุงเทพมหานคร: ชวนพมิ พ.์
อำภา บญุ ช่วย. (2542). การบรหิ ารงานวชิ าการในโรงเรยี น. กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส.พรน้ิ ต้ิงเฮ้าส.์
Eaton, D. (2000). Cognitive and affective learning in outdoor education.Dissertation
Abstracts International – Section A: Humanities and SocialScience, 60, 10-A, 3595.
Emmons, K. M. (1997). Perceptions.
Emmons, K. M. (1997). Perceptions of the environment while exploring theoutdoors: A
case study in Belize. Environmental Education Research,3(3), 327–344.
การบริหารแหล่งเรยี นรู้และสิ่งแวดลอ้ ม แหลง่ เรยี นรแู้ ละส่ิงแวดลอ้ ม I บรรณานุกรม 60
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
ภาคผนวก
การบริหารแหลง่ เรียนร้แู ละส่งิ แวดล้อม แหล่งเรียนรู้และสิง่ แวดลอ้ ม I บภรารคณผานนวกุ กรม 61
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่ 11/07/64
หลักสตู รศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริการการศกึ ษา แหล่งเรยี นรู้
และสงิ่ แวดล้อม
Learning resources
Environment
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
หลกั สูตรศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการบรกิ ารการศกึ ษา
การบรหิ ารแหล่งเรียนร้แู ละสิ่งแวดล้อม 905 - 618
คณะผจู้ ัดทา
นางสาวธนนภทั ร ยศดา รหัสนักศึกษา 6319050008
นางสาวสุภชั ชา เอียดมสุ กิ รหัสนักศึกษา 6319050009
นายสวุ ิทย์ ขาคลา้ ย รหัสนกั ศกึ ษา 6319050016
นายปยิ ะณฐั หมนื่ วงศ์ รหสั นักศกึ ษา 6319050018
นางสาวปฐมาภรณ์ สานุกลู รหัสนกั ศกึ ษา 6319050040
1
11/07/64
การบริหารแหล่งเรยี นรู้และส่งิ แวดล้อม 905 - 618
แหลง่ เรยี นรู้ ส่ิงแวดล้อม
Learning resources Environment
มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่ แหสลงิ่ แ่งวเดรลยี ้อนมรู้ Learning resources
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
01 ความหมายของแหลง่ เรยี นรู้ 09 การนาแหล่งเรยี นรู้ในชมุ ชนหรือ
ท้องถนิ่ มาใชใ้ นสถานศึกษา
02 แนวคิด และหลักการเก่ยี วกับแหลง่ เรยี นรู้
03 ความสาคญั ของแหล่งเรียนรู้
04 ประเภทของแหลง่ เรยี นรู้
05 ประโยชนข์ องแหลง่ เรียนรู้
การบริหารจัดการและแนวทางพัฒนาแหล่ง
06 เรยี นรูใ้ นสถานศกึ ษา 4M’s
07 บทบาทของผบู้ รหิ ารในการบรหิ ารแหลง่ เรยี นรู้
08 การนาแหลง่ เรียนรใู้ นสถานศึกษามาใช้ในการ
จัดการเรยี นการสอน
สิง่ แวดลอ้ ม
2
11/07/64
แหลง่ เรียนรู้ Learning resources
1.ความหมายของแหล่งเรยี นรู้ CLICK เอกสารทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ (2544, น.2)
แหล่งเรียนรู้มีความสาคัญในกระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างมาก เพราะ กรมวิชาการ (2545, น.45)
ผูเ้ รยี นสามารถเรยี นรู้จากสภาพจริง แหล่งเรียนรู้ จะมีความเก่ียวข้องกับสิ่ง จันทรา อ่อนระหง (2550, น.10)
เหลา่ นี้ คือ บุคคล สถานท่ี ธรรมชาติ ภมู ิปญั ญาการประกอบอาชีพ เป็น จริ ศักด์ิ ประทุมรตั น์ (2550, น.11)
ต้น ซ่ึงแหล่งเรียนรู้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถศึกษา ค้นคว้า หาความรู้จาก เนาวรตั น์ ลิขิตวัฒนเศรษฐ (2544, น.28)
แหลง่ เรยี นรู้ได้เอง นับเป็นขุมทรัพย์มหาศาลของความรู้ท่ีมีอยู่ แหล่งการ ลดั ดา ศิลานอ้ ย (2545, น.34)
เรยี นร้เู หลา่ นน้ั มีท้งั ท่ีอยูใ่ นโรงเรยี นและอยู่ในชมุ ชน Good (1959, น.114)
Wittich และ Schuller (1962, น.229)
สรุปได้ว่า แหล่งเรียนรู้ คือ สถานท่ีหรือศูนย์รวมท่ีประกอบด้วย ข้อมูล Nichols (1971, น.341)
ขา่ วสาร ความรู้ และกิจกรรมทมี่ ีกระบวนการเรียนรู้ หรือกระบวนการเรียน
การสอนที่มีรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและเสริมสร้าง
ประสบการณ์ในการดารงชีวิต พัฒนาผเู้ รียนตามธรรมชาติ และเต็มศักยภาพ
มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่
แหแหลล่งง่ เเรรยี ียนนรู้รู้ Learning resources
2.แนวคดิ และหลักการเกี่ยวกบั แหล่งเรียนรู้
ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ให้ความสนใจการจัดแหล่งความรู้เพ่อื สนองการศึกษาตลอด ชวี ิตให้แก่
ประชาชนผู้อยู่นอกระบบโรงเรียนได้มีโอกาสรับทราบข่าวสารข้อมูลและเรียนรู้ในด้าน ต่าง ๆ ที่
เหมาะกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล ในต่างประเทศแหล่งความรู้ปรากฏขึ้นเมื่อต้น ปี ค.ศ.
1960 จากแนวคิดดั้งเดิมเป็นการบูรณาการระหว่างการบริการโสตทัศนูปกรณ์กับการบริการ
ห้องสมดุ เพอื่ สนองความตอ้ งการการเรยี นรู้ของประชาชนในชุมชน โดยบรรณารักษม์ ีสว่ นชว่ ยให้ เกิด
การเรียนร้อู ยา่ งกวา้ งขวาง โดยวธิ ีการศึกษาอย่างมีอิสระ โดยมีผู้ชานาญในด้านส่ือให้แนวคิดใน การ
เรียนร้โู ดยการใช้ส่อื ในรูปแบบต่าง ๆ ซ่ึงสามารถนามาปรับใช้กับส่ือต่าง ๆ เพื่อสนองความ ต้องการ
ของบคุ คลไดด้ ีกว่าบรรยายตามหนังสือ ในประเทศตะวันตกบางประเทศจึงจัดบริการ ดังกล่าวในรูป
ของการจัดแหล่งความรภู้ ายในโรงเรียนหรอื มหาวทิ ยาลยั (กรมสามญั ศกึ ษา, 2523, น.3)
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
3
11/07/64
แหแหลลง่ ง่ เเรรยี ียนนรู้รู้ Learning resources
3. ความสาคญั ของแหล่งเรยี นรู้ CLICK เอกสารท่เี กยี่ วขอ้ ง
ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าในวิทยาการสาขาต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่าง กรมวชิ าการ (2545, น.150)
รวดเร็ว การศึกษาหรอื การเรยี นรู้จะหยุดอยู่เพยี งการศึกษาภาคบังคับในร้ัวโรงเรียนเท่าน้ัน นิวัติ อรรถยลยุคล (2536, น.15-16)
ไม่ได้ ทุกคนจะ ต้องศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่องต่อไปตลอดชีวิต ดังนั้นแหล่งความรู้ต่าง นฤมล ตนั ธสรุ เศรษฐ์ (2533, น.6-7)
ๆ จึงมีความสาคัญ และ จาเป็นอย่างย่ิงที่จะช่วยให้บุคคลสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วย
ตนเองตามความต้องการ ความ สนใจ ความถนดั และความพร้อม
สรุปไดว้ า่ ความสาคัญของแหล่งเรียนรู้ เกิดจากการเข้าไปปฏิสัมพันธ์ จนเกิดการเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ ให้ผู้เรียนได้
พัฒนาคุณลักษณะและความคิด ความเข้าใจในคุณค่า ทัศนคติ ค่านิยม ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการเรียนรู้ โดยมีทักษะการ
แสวงหาความรู้ สามารถจัดการความรู้ และหากแหล่งเรียนรู้มีความหลากหลาย ก็จะสามารถตอบสนอง ความต้องการ
ของแต่ละบุคคล ตามความสามารถ ความสนใจ ความถนัดด้วยกระบวนการเรียนรู้ท่ีแตกต่างกัน ย่อมส่งผลให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนร้อู ยา่ งมีความสขุ ตามหลกั การปฏิรปู การเรียนรทู้ ่ยี ดึ ผูเ้ รียนสาคญั ที่สุด ได้เรียนรู้จากสภาพชีวิตจริง ได้เรียน
ในสิ่งที่มีคุณค่า มีความหมายต่อชีวิต ทาให้เห็นคุณค่า เห็นความสาคัญของส่ิงที่เรียน เกิดทักษะการแสวงหาความรู้
สามารถสร้างองค์ความรู้ ไดด้ ้วยตนเองจนกลายเปน็ บคุ คลแหง่ การเรยี นรู้
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
แหแหลลง่ ง่ เเรรียยี นนรู้รู้ Learning resources
4. ประเภทของแหล่งเรยี นรู้ CLICK เอกสารทเ่ี กย่ี วข้อง
สรุปไดว้ ่า การจาแนกประเภทของแหลง่ การเรยี นรู้ที่มีอยู่รอบ ๆ ตัวเราจะมี เกษม คาบตุ ดา (2550, น.10)
ลักษณะท่แี ตกตา่ งกันออกไปมากมายหลายประเภท สามารถได้สรุปแหล่ง สานักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม (2545, น.6)
การเรียนรู้ออกเปน็ 3 ประเภท ดงั น้ี ชัชวาล วงษป์ ระเสริฐ (2537 : 58-59)
Jarolimek (1969, น.189)
1. แหล่งการเรียนรู้ท่ีเป็นบุคคล เช่น ครู ปราชญ์ ผู้รู้ ภูมิ Nichols (1971, น.342)
ปัญญาทอ้ งถน่ิ นักการศกึ ษา นกั วิจยั ผูป้ ระกอบการต่าง ๆ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (2547 : 3-4)
2. แหล่งการเรียนร้ทู ีเ่ ปน็ สถานท่ี เชน่ โรงเรยี น ห้องสมดุ สถาน
ประกอบการตา่ ง ๆ ศาสนสถาน แปลงเกษตร สถานที่ทางธรรมชาติต่าง
เปน็ ต้น
3. แหล่งการเรียนรู้ท่ีเป็นสื่อสารสนเทศ และสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ
เช่น ส่ือส่ิงพิมพ์ต่าง ๆ สื่อทางคอมพิวเตอร์ ผลงานประดิษฐ์คิดค้น
นวัตกรรมต่าง ๆ เปน็ ต้น
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
4
11/07/64
แหแหลลง่ ง่ เเรรยี ียนนรู้รู้ Learning resources
5 ประโยชน์ของแหล่งเรียนรู้
การจัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้จาก ประโยชน์ของแหล่งเรียนรู้ นอกเหนือจากการใช้
แหล่งความรู้ต่าง ๆ จะก่อให้ เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็น สาหรับการจัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้
อยา่ งยิง่ เพราะเป็นการสร้างเสริมประสบการณต์ รงให้แกผ่ ู้เรียน จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เพราะเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์
ตรงให้แก่ผเู้ รยี นแล้ว ถอื เป็นส่วนสาคัญในการตอบสนองต่อการ
1. ทาใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ หน็ คุณค่าของการเรียนมากยิง่ ขึ้น เรียนรูต้ ลอดชีวิต ทาให้ประชาชนเกิดการตื่นตัวในด้านต่าง ๆ ทั้ง
2. ทาให้สะดวกในการใช้ เน่ืองจากมีอยู่ในชุมชนแล้ว เพียงแต่ครู ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพ
สารวจและเลือกใช้ ใหเ้ หมาะสม ชีวิตของประชาชน ทาให้ประชาชนได้รับข่าวสารข้อมูลและ
3. ประหยดั งบประมาณและเวลา เพ่ิมพูนความรู้ต่าง ๆ และอาจใช้เป็นสถานท่ีจัดกิจกรรมในการ
4. ทาให้เกิดการตื่นตัวในด้านต่าง ๆ ท้ังทางด้านเศรษฐกิจ สังคม พบปะหารือ เป็นท่ีพักผ่อนและจัดกิจกรรมนันทนาการด้าน
วฒั นธรรม หรอื เรื่อง อน่ื เพ่อื ท่จี ะทาใหเ้ กิดการเรยี นรู้ ความรู้ กีฬาและบนั เทิง
5. ทาให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับชุมชน 6. ปลูกฝัง
และส่งเสรมิ สภาพการเรียนรูต้ ลอดชวี ติ ให้แก่ผเู้ รยี นและชุมชน
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
Learning resources แหล่งเรียนรู้
6.การบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา
ตามหลักการบรหิ าร 4 M’s
1. บคุ ลากร (Man) ผ้มู ีส่วนรว่ มในการบริหารจดั การทีส่ าคญั ไดแ้ ก่ ผู้อานวยการโรงเรียน รอง มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
ผอู้ านวยการโรงเรยี น ครผู ้สู อนทุกคน นักเรียนทุกคน ผู้ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการ สถานศึกษา
และหน่วยงาน/องคก์ ารตา่ ง ๆ 5
2. งบประมาณ (Money) คอื การบรหิ ารจดั การงบประมาณใหบ้ ังเกิด ประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า
มากท่ีสดุ โดยแหล่งท่มี าของงบประมาณคอื เงนิ นอกงบประมาณและเงินงบประมาณ โดยใช้จ่ายตาม
ระเบียบของทางราชการ
3. ทรัพยากร (Materials)คือ การบริหารจัดการทรัพยากรหรือแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและ
ภายนอกสถานศึกษา โดยมีการจดั ทาทะเบียน เพอื่ สะดวกในการบริหารจดั การได้ครอบคลุมครบถ้วน
และเกิดประโยชน์สูงสุดจัดได้ดังน้ี แหล่งเรียนรู้ของราชการ เอกชน แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน
แหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน โดยการพัฒนาของเดิมหรือสร้างใหม่ และจัดเก็บเป็นระบบโดยแยก
เป็นสอ่ื ธรรมชาติและสอ่ื เทคโนโลยี
4. การบริหารจัดการ (Management) คือการจดั ทาแผนยุทธศาสตร์ แผนพัฒนา แผนปฏิบัติ
การ/โครงการของสถานศึกษา โดยการตั้งทีมบริหารเพื่ออานวยการและสนับสนุน การจัดตั้งทีมครู-
นักเรยี น เพือ่ ดาเนนิ การสง่ เสรมิ ให้มีการวจิ ยั และพัฒนาให้เกดิ ผลคมุ้ คา่ ยงั ยืน โดยมุ่งผลสัมฤทธ์ิที่เกิด
ประโยชนก์ บผ้เู รยี นเปน็ สาคญั ส่งเสริมให้มี การประชาสัมพนั ธ์ใหเ้ ปน็ ที่รู้จกั และใชแ้ หล่งเรยี นรู้
11/07/64
Learning resources แหแหลลง่ ง่ เเรรยีียนนรรู้ ู้
7. บทบาทของผูบ้ ริหารในการบริหารจดั การแหลง่ เรียนรู้ CLICK เอกสารทเี่ กย่ี วขอ้ ง
บทบาทของผบู้ รหิ ารในการบริหารจดั การแหล่งเรียนรู้ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ (2544)
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ (2544)
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ สมุ น อมรวิวัฒน์ (2544)
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 หมวด 4 มาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดาเนินงานและการจัดต้ัง วรภัทร์ ภู่เจรญิ (2544)
แหล่ง การเรียนรตู้ ลอดชวี ิตทุกรปู แบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวน สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน (2547)
สตั ว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬา เบญจวรรณ ระตา (2551)
และนันทนาการ แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียง และมีประสิทธิภาพ สรุ เกียรติ งามเลิศ (2557)
ซงึ่ บริหารแหลง่ เรยี นรู้ให้ได้ คุณภาพนับเป็นภารกิจสาคัญของผู้บริหารที่ผู้บริหารจะนาเอา
เทคนิค วธิ ี และกระบวนการบริหารท่ีเหมาะสมมาใชใ้ หเ้ กิดประสทิ ธภิ าพและเกิดประโยชน์
สูงสุดต่อผู้เรียน ซ่ึงนักวิชาการ นักการศึกษาและ หน่วยงานทางการศึกษาได้เสนอแนว
ทางการบริหารแหลง่ เรยี นรูใ้ นสถานศึกษา
มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่
แหแหลลง่ ่งเเรรียยี นนรรู้ ู้ Learning resources
7. บทบาทของผบู้ ริหารในการบริหารจดั การแหล่งเรยี นรู้ (ตอ่ )
บทบาทของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาในการบริหารแหลง่ เรยี นรู้ ในดา้ นตา่ ง ๆ ดงั รายละเอยี ดดังนี้
1.บทบาทด้านการกาหนดนโยบายและวางแผนการใช้แหล่งเรียนรู้การพัฒนาแหล่งเรียนรู้โดยทาความเข้าใจนโยบายตามแผน หลักสูตร
รวมทงั้ แนวดาเนินการของโรงเรียน เพ่ือกาหนดนโยบายการพัฒนาและใช้แหล่งการเรียนรู้ โดยให้คณะครูนักเรียนและชุมชนมีส่วนร่วมในการกาหน ด จัดตั้ง
คณะกรรมการสารวจแหล่งการเรียนรู้เพ่ือวิเคราะห์สภาพความพร้อมในการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียน จัดทาแผนงานพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ โดยมี
การแตง่ ต้ังคณะกรรมการพฒั นาแหล่งการเรียนร้มู บี ทบาทหน้าทส่ี าคัญที่จะเป็นผู้สารวจ วิเคราะห์ความพร้อม รวบรวมข้อมูลแล้วจัดทาแผนพัฒนาแหล่งการ
เรียนรใู้ หส้ ามารถดาเนินการไดอ้ ยา่ งเหมาะสมสรา้ งความเข้าใจแกบ่ คุ ลากรของโรงเรียน
2. บทบาทดา้ นการสง่ เสริมและพฒั นาบคุ ลากรให้มีความรู้ในการใช้แหล่งเรียนรู้ การส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ประสบการณ์ใน
การจัดการใช้แหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา การพัฒนาบุคลากรให้สามารถจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพในรูปแบบที่หลากหลาย และพัฒนาระบบ การ
บริหารงานบุคลากรให้มีประสทิ ธภิ าพ ดว้ ยการเชอื่ มโยงกับหนว่ ยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
3. บทบาทด้านการสนบั สนนุ ใหบ้ คุ ลากรทุกฝ่ายมสี ่วนร่วมในการน าเสนอผลงานที่เกิดจากการใช้แหล่งเรียนรู้ การสนับสนุนให้บุคลากรทุก
ฝา่ ยมีส่วนร่วมในการนาเสนอผลงาน โครงงาน หรือนวัตกรรม ที่เกิดจากการศึกษาหรือใช้แหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา แหล่งเรียนรู้ภายในโร งเรียนต้องมี
การบรหิ ารจัดการเพอ่ื ให้บังเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อการใช้ในการจัดการเรียนการสอนตอ้ งคานงึ ถึงหลักการบรหิ ารจัดการ
4. บทบาทด้านการนิเทศ กากับ ติดตาม ดูแล และประเมินการกาหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการนิเทศ กากับ ติดตาม ดูแลและประเมินการ
พฒั นาและใช้แหลง่ การเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองและมีประสิทธิภาพแก้ไข ปัญหาอุปสรรคในระหว่างการดาเนินการ มีการประเมินทบทวนปรับปรุงกระ บวนการ
ดาเนินการให้เกดิ การพัฒนาและใชแ้ หลง่ การเรยี นร้ตู ามแผนหลักและแนวดาเนินการของโรงเรียนทโี่ รงเรยี นกาหนดไว้ตามบริบทของโรงเรียนเอง มีการกาหนด
วิธกี าร และเคร่ืองมอื ประเมินผลการดาเนินการ การสรา้ ง การพัฒนาและใชแ้ หล่งการเรยี นร้วู เิ คราะหผ์ ลการประเมินและสรุปผลการประเมนิ
6
11/07/64
แหแหลลง่ ่งเเรรยีียนนรรู้ ู้ Learning resources
8 การนาแหล่งเรยี นรู้ภายในโรงเรียนมาใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน
การนาแหลง่ เรยี นรภู้ ายในโรงเรยี นมาใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน มีเป้าหมายที่สาคญั คอื เพ่ือให้โรงเรียนมีแหล่งเรียนร็
ทีใ่ ชป้ ระโยชนไ์ ด้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างคุณลักษณะนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเน่ือง ตามความต้องการ ตามความ
สนใจ และความถนดั และนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้ โดยผู้สอนและผูเ้ รยี นควรไดม้ โี อกาสชว่ ยกันออกแบบและพฒั นากิจกรรม
ท่ีจะได้ใช้การเรยี นรู้จากแหลง่ เรยี นรรู้ ว่ มกัน
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
แหแหลล่ง่งเเรรยียี นนรรู้ ู้ Learning resources
9. การนาแหล่งเรียนรใู้ นชมุ ชนหรือท้องถ่นิ มาใช้ในสถานศึกษา
สรปุ การนาแหล่งเรยี นรู้ในชมุ ชนหรอื ทอ้ งถน่ิ มาใช้ในสถานศกึ ษาได้วา่ ครูควรออกแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณา
การ โดยคานึงถงึ หลักสตู รในแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรทู้ ่ีตนเองรบั ผดิ ชอบ และศกึ ษาทะเบียนแหล่งเรียนรู้ในชุมชนหรือท้องถิ่น
เพ่อื เลือกให้ใชแ้ หล่งเรียนรตู้ ามความสอดคล้องกบั เนือ้ หาสาระ/ตวั ชวี้ ัด เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนไดม้ ีโอกาสเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริง ซึ่ง
ยอมส่งผลต่อการเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงเป็นส่วนหน่ึงของการช่วยให้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นได้คงอยู่คู่กับ
ชุมชนและทอ้ งถิน่ ต่อไป
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
7
11/07/64
สิ่งสแิง่ แววดดลลอ้อ้ มม Environment
มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่ 01 ความหมายของสิง่ แวดลอ้ ม
02 แนวคดิ และหลกั การเกี่ยวกบั ส่งิ แวดลอ้ ม
03 ความสาคญั ของส่งิ แวดล้อม
04 ประเภทของสง่ิ แวดลอ้ ม
05 ประโยชน์ของสง่ิ แวดล้อม
06 การบรหิ ารจัดการและแนวทางการพัฒนาสงิ่ แวดล้อมแบบ 4 M’s
07 บทบาทของผบู้ รหิ ารในการพัฒนาสิง่ แวดล้อม
08 อทิ ธิพลของส่ิงแวดล้อมภายนอกท่มี ตี ่อการจัดการศึกษา
แหล่งเรยี นรู้
สง่ิสแงิ่ แววดดลลอ้้อมม Environment
1.ความหมายส่งิ แวดล้อม ความหมายของส่งิ แวดล้อมในสถานศึกษา
ความหมายของสิง่ แวดลอ้ ม หมายถึง สภาพการณ์ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ท่ีอยู่หรอื เกิดขึน้ ใน
ส่ิงแวดล้อม หมายถึง ลักษณะ ทุกสิ่งทุก สถานศกึ ษา ทัง้ ที่เปน็ วตั ถุ สง่ิ ของ ตัวบคุ คล วิธกี าร หรอื
อย่างที่อยรู่ อบตัวทั้งท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและส่ิงท่ี กระบวนการตา่ ง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อบุคคลในสถานศึกษา
มนษุ ย์สร้างข้ึนอาจจะอย่ใู นรูปลกั ษณะของรูปธรรม และ และ สง่ ผลตอ่ พัฒนาการของนักเรยี นทงั้ ในด้านบวกและ
นามธรรม ทั้งเป็นรูปแบบการจัดการทรัพยากรและสิ่ง ดา้ นลบ
อ า น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก ท า ง ก า ร เ รี ย น ที่ มี อิ ท ธิ พ ล ต่ อ
พัฒนาการ ของนักศึกษาท้ังด้านสติปัญญา สังคม CLICK เอกสารท่เี กย่ี วข้อง
อารมณ์ ร่างกายและจิตใจ ซ่ึงส่ิงแวดล้อมเหล่านี้จะมี
อิทธิพลโดยตรงตอ่ ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนการสอน วสนั ต์ ปัญญา (2544, น. 13)
นรา สมประสงค์ และ เสรี ลาชโรจน์ (2546, น. 58)
CLICK เอกสารท่เี กยี่ วข้อง ประสาน อุฬารธรรม (2535, น.11-12) ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ (อา้ งถงึ ใน มยรุ ี สิงห์โทราช, 2540, น. 20)
ทิพเนตร ปาสาน (2544, น. 7)
นยิ ม กริม่ ใจ (2541, น. 61) มยรุ ี สิงห์โทราช (2540, น. 20)
8
11/07/64
สงิ่สแ่ิงแววดดลลอ้อ้ มม Environment
2.แนวคิด และหลกั การเกยี่ วกับสิ่งแวดล้อม
ปรัชญาและความเช่ือพน้ื ฐานเกยี่ วกบั มนุษย์และสิ่งแวดลอ้ ม
มนุษย์เป็นส่วนหน่ึงของธรรมชาติ การที่มนุษย์จะดารงชีวิตอยู่ได้จะต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐานจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการ
กระทาของมนษุ ยย์ ังมีผลโดยตรงตอ่ การเปล่ยี นแปลงสง่ิ แวดล้อม ในทานองเดียวกันสิง่ แวดล้อมทั้งหลาย ก็จะมผี ลโดยตรงตอ่ ความเปน็ อย่ขู องชีวติ
มนุษย์
ทิศทางการจดั การศกึ ษาเรยี นร้เู ก่ียวกับบรรยากาศและส่งิ แวดล้อมในโรงเรยี น
โรงเรียนท่ีจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมควรคานึงถึงการจัดการศกึ ษาท่ีมุง่ เนน้ คณุ ลกั ษณะดงั น้ี
1. มุ่งเน้นคุณธรรมของนักเรียน ด้านความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ กตัญญู ความรับผิดชอบ การพึ่งตนเอง และความมีวินัย โดยให้มี การจัดบรรยากาศและ
สง่ิ แวดลอ้ มในการดารงชวี ิต โดยเฉพาะความเปน็ อยู่ภายในโรงเรยี นใหเ้ อ้ือต่อการเสรมิ สร้างคณุ ธรรมดงั กล่าว
2. มุ่งเนน้ ใหน้ กั เรียนสามารถประกอบอาชีพได้ มีรายได้ระหว่างเรียนตามสภาพ เวลา กาลังและความสามารถ โดยผ่านกิจกรรมการรวมกลุ่มประกอบอาชีพอิสระ
ตามความเหมาะสม
3. มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามความเหมาะสมกับ การดารงชีวิตในสังคมปัจจุบันและเป็นพื้นฐานสาหรับนักเรียนในก ารพัฒนาเพ่ือ
รองรับการศึกษา ระดบั สงู และเป็นกาลงั สาคญั ของบา้ นเมืองในด้านที่ต้องใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยรี ะดับสูงต่อไป
4. มงุ่ ส่งเสรมิ การดนตรี กฬี า ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรมแนวความคิด กิจกรรมและการส่งเสริม บรรยากาศและส่ิงแวดล้อมเพื่อให้ประสานกลมกลืนเป็นส่วนหน่ึงของ
วถิ ีชวี ิต มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
มีตอ่ หน้า 2
Environment สิ่งสแิง่ แววดดลล้อ้อมม CLICK เอกสารทเี่ กย่ี วข้อง
2.แนวคดิ และหลกั การเกี่ยวกบั สง่ิ แวดลอ้ ม (ต่อ) มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช (2533, น. 175)
ศริ ิ เจริญวยั (2541, น.20)
ความสาคญั ของการบริหารงานอาคารสถานท่ีและสงิ่ แวดลอ้ ม
สานกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ (2541, น.28)
การบรหิ ารงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดลอ้ ม มคี วามสาคัญตอ่ การเรียนรูเ้ ป็นอย่างมาก เน่อื งจากเปน็ งานท่ี
สนับสนนุ ส่งเสรมิ งานดา้ นวิชาการและการดาเนนิ งานด้านตา่ ง ๆ ให้บรรลุวตั ถุประสงคอ์ ยา่ งรวดเรว็ ชว่ ยใหผ้ เู้ รียนมี
ความรสู้ ึกทดี่ ตี อ่ การเรยี นรทู้ ั้งดา้ นร่างกาย จิตใจ สติปญั ญา และสงั คม ในกจิ กรรมนอกหอ้ งเรียนของนักเรียนและ
กจิ กรรมอ่นื ๆ นอกเหนือจากการเรียนการสอน และเป็นการเสริมสร้างขวัญและกาลังใจใหบ้ คุ ลากรในสถานศกึ ษาพงึ
พอใจในการปฏิบตั งิ าน เพ่มิ ประสิทธิภาพในการปฏิบตั งิ าน และการการบริหารงานอาคารสถานท่ีและส่งิ แวดล้อม มี
ส่วนเสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธก์ ับชุมชน
มีตอ่ หน้า 3
มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่
9
11/07/64
ส่ิงสแง่ิ แววดดลลอ้้อมม Environment
2.แนวคิด และหลักการเก่ียวกับสง่ิ แวดลอ้ ม (ตอ่ ) CLICK เอกสารท่เี กยี่ วข้อง
มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช (2541, น. 19)
กระบวนการบริหารงานอาคารสถานทแ่ี ละส่งิ แวดลอ้ ม สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ (2541, น. 29-33)
กระบวนการบริหารงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม ต้องมีการดาเนินงาน
ตามขั้นตอนของกระบวนการบริหารอาคารสถานที่เพ่ือให้การบริหารมีประสิทธิภาพ
และบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ ดงั น้ี
1. การศกึ ษาสภาพปัจจุบนั ปญั หาและความต้องการ
2. การวางแผน และเขียนโครงการในการเพื่อแกป้ ญั หาหรือพฒั นา
3. การดาเนนิ การตามแผนหรือโครงการทีก่ าหนดไว้
4. การติดตามผลการดาเนนิ งาน
5. การประเมินผล
มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่
ส่งิ สแิ่งแววดดลลอ้ ้อมม Environment
3. ความสาคัญของส่งิ แวดลอ้ ม
ความสาคญั ของส่งิ แวดล้อม ความสาคญั ของส่งิ แวดล้อมในสถานศกึ ษา
สรุปได้ว่า สิ่งแวดล้อมสาคัญอย่างย่ิงต่อมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม สรุปไดว้ ่า สภาพแวดล้อมในสถานศึกษาถือว่ามีความสาคัญอย่างมาก เน่ืองจาก
เนอื่ งสง่ิ แวดล้อมมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดาเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จะดารงชีวิต สถานศึกษาเป็นเสมือนบ้านแห่งท่ีสองของผุ้เรียน ซึ่งผู้เรียนจะต้องใช้ชีวิตใน
อยู่ได้จะต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมในการดารงชีวิต เช่น เป็นแหล่งอาหารเป็นท่ีกาเนิด สถานศึกษา สถานศึกษาจึงต้องจัดสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาที่เอื้อต่อการ
เครื่องนงุ่ ห่ม เป็นวสั ดอุ ุปกรณ์ในการสรา้ งทอ่ี ย่อู าศยั เป็นแหล่งกาเนิดยารักษาโรคและ เรียนรู้เพ่ือช่วยพัฒนาผู้เรียนให้ครบทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์สังคม จิตใจ
เป็นปัจจัยในการกาหนดพฤติกรรมของส่ิงมีชีวิตเป็นปัจจัยในการกาหนดระบบของ และสติปัญญา ตลอดจนบุคลากรจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ
สังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ อาชีพ วิถีชีวิตของมนุษย์ ดังน้ันมนุษย์จะต้องรู้จักใช้ สิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาที่ดีจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้ชุมชนในการพัฒนา
สง่ิ แวดลอ้ มใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคม ส่ิงแวดลอ้ มในชุมชนดว้ ย
CLICK เอกสารทเี่ กยี่ วข้อง
CLICK เอกสารที่เกยี่ วขอ้ ง สานกั งานคณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาติ (2536, น. 235)
ประภาพรรณ เสงวงศ์ และคณะ (2538, น. 7) สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541, น. 2-3)
สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ (2535, น. 10)
พันธนภัทร วานิช (2549 น.19) สปุ รชี า หิรัญโร (241, น. 175) กรมวชิ าการ (2545, น. 2-3)
ชชั พล ทรงสนุ ทรวงศ์ (2546)
ธเนศ ขาเกดิ (254, น. 53) กระทรวงศึกษาธกิ าร (2545, น. 12)
กรมวชิ าการ (2540, น. 26) กรมอนามัย (2546, น. 3)
มยรุ ี สงิ หโ์ ทราช (2540, น. 21) นรา สมประสงค์ และเสรี ลาชโรจน์ (2546, น. 60)
10
11/07/64
สิง่สแง่ิ แววดดลล้อ้อมม Environment
4 ประเภทของสง่ิ แวดล้อม CLICK เอกสารท่ีเกย่ี วขอ้ ง
วินัย วรี ะวฒั นานนท์ (2539 : 86)
ประเภทของส่ิงแวดลอ้ ม เชาว์ เพ็ชรราช ( 2538 : 2) ประเภทของส่ิงแวดล้อมในสถานศึกษา
มูลนธิ ิสืบ นาคะเสถียร (2542)
สิ่งแวดลอ้ มแบ่งได้เปน็ 2 ประเภท ได้แก่ สรุปไดว้ า่ ประเภทของสงิ่ แวดล้อมในสถานศกึ ษาสามารถแบ่งเปน็ 3 ประเภทคือ
1. สิ่งแวดล้อมท่ีมีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ (Natural environment) หมายถึง ส่ิงท่ีเกิดข้ึน 1. ส่งิ แวดล้อมทางกายภาพ เปน็ บรรยากาศสภาพแวดลอ้ มท่ีมองเห็นเป็นรูปแบบ เช่น
เองตามธรรมชาติ ประกอบด้วยสงิ่ แวดลอ้ มท่มี ีชีวติ และสิ่งทีไ่ ม่มีชวี ิต อาคารเรียน อาคารประกอบ หอ้ งเรียน ห้องปฏบิ ัตกิ าร และบรเิ วณสถานศกึ ษา
1.1 สิ่งที่มีชีวิต หรือเรียกว่า สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ซึ่งมีรูปทรงแตกต่างกันออกไป 2. สงิ่ แวดล้อมดา้ นการจดั การบรหิ าร หมายถึง บรรยากาศสภาพแวดล้อม ระบบการ
ข้ึนอยกู่ ับพันธุกรรม เชน่ มนุษย์ สตั ว์ พชื เปน็ ต้น บรหิ าร การจดั การภายในสถานศึกษา ที่สร้างเสริมให้สมาชิกทุกคนร่วมกันทางาน
1.2 ส่ิงที่ไม่มีชีวิต หรือสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพท่ีเกิดเองตามธรรมชาติ สามารถ อยา่ งมีความสขุ ในการกาหนดนโยบาย การประเมินผล
มองเห็นจับต้องได้และไม่สามารถเห็น เช่น ดิน น้า อากาศ แสงสว่าง เสียง รังสี 3. ส่ิงแวดล้อมด้านวิชาการ ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนท้ังในและนอกห้องเรียน
ความรอ้ น เปน็ ตน้ ตลอดจนการจัดบรกิ ารเพอื่ ส่งเสริมสนับสนุนทางวชิ าการตา่ ง ๆ กิจกรรมการพฒั นา
2. สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Environment) หมายถึง ส่ิงท่ีมนุษย์สร้างขึ้น และการรายงานผลการดาเนินงาน เพื่อสนับสนุนการที่จะทาให้นักเรียนได้รับ
สามารถท่ีไดจ้ ากทรพั ยากรดงั้ เดมิ ความรู้ ประสบการณ์ให้มากที่สุด ภายใต้บรรยากาศท่ีมีชีวิตชีวา เรียนสนุก สอน
2.1 สง่ิ แวดล้อมทางกายภาพหรือเป็นส่ิงแวดล้อมท่ีเป็นรูปธรรม สามารถมองเห็นจับ สนุก ไม่มีบรรยากาศแห่งความน่ากลัว หวาดผวา วิตกกังวล ทุกคนอยากมา
ตอ้ งได้ เชน่ โตะ๊ เก้าอ้ี รถยนต์ สง่ิ ก่อสรา้ ง ฯลฯ สถานศกึ ษา กรมสามัญศึกษา (อ้างถึงใน เรณู ครฑุ ไทย, 2542, น. 26)
2.2 ส่ิงแวดล้อมทางสังคมหรือส่ิงแวดล้อมที่เป็นนามธรรม ไม่มีตัวตน ไม่มี รูปร่าง CLICK เอกสารทีเ่ กย่ี วขอ้ ง อาภา บญุ ชว่ ย (2542, น. 144)
ธเนศ ขาเกิด (2544, น. 47-51)
สาเหตทุ ่มี นุษย์สร้างสิ่งแวดลอ้ มทางสังคมข้ึนมาก็เพอ่ื ความเป็นระเบียบทางสังคม
นรา สมประสงค์ และ เสรี ลาชโรจน์ (2546, น. 61-62)
เชน่ กฎหมาย ระเบยี บข้อบังคับ ศาสนา ประเพณี วฒั นธรรม เปน็ ต้น
มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่ พันธนภทั ร วานิช (2549, น.18 )
สิง่สแงิ่ แววดดลล้อ้อมม Environment
5. ประโยชน์ของสิง่ แวดลอ้ ม/สภาพแวดลอ้ ม
1) ประโยชน์ในเชงิ รูปธรรม เน่อื งจากการหากเราสามารถดแู ลสภาพแวดล้อมใหอ้ ยู่ในสภาพท่ีดี จะ
ส่งผลให้โรงเรียน หรือ สถานศึกษามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดและปลอดภัย ในส่วน
ของผเู้ รียนมพี ฒั นาการทางด้านร่างกายท่แี ขง็ แรง
2) ประโยชน์ในเชิงนามธรรม เน่ืองจากสภาพแวดล้อมจะมีอิทธิพลต่อ ครู นักเรียน ดังน้ันหากเป็น
สภาพแวดล้อมทางบวก ย่อมทาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ พัฒนาทั้งด้านจิตใจ
สังคม และสติปัญญา โดยมีส่วนสาคัญที่ทาให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข มี
ความรสู้ กึ ทด่ี ีตอ่ มหาวิทยาลยั และโรงเรยี น มีความอยากไปโรงเรยี น มีแรงจงู ใจในการเรียนรู้ ชว่ ย
หลอ่ หลอมพฤติกรรมของนกั เรียนให้กลายเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จนสามารถปรับตัวให้
เข้าต่อการเปลี่ยนแปลง และส่งผลต่อดารงชีวิตท่ีประสบความสาเร็จได้ใน ส่วนครูย่อมส่งผลให้
เกดิ การทางานมปี ระสทิ ธภิ าพมากขึน้ มีความอยากไปโรงเรียน มแี รงจูงใจในการทางานอนาคต
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
11
11/07/64
สส่งิ ่ิงแแววดดลลอ้ ้อมม Environment
6.การบรหิ ารจัดการและแนวทางการพฒั นาสิ่งแวดล้อมในสถานศกึ ษาตามหลักการบรหิ าร 4 M’s
ด้าน ประเด็นในการพจิ ารณา
ดา้ นบุคลากร (Man: M1) - ความพอเพยี งของอตั รากาลงั ของบุคลากรท่จี ะทาหน้าที่ในการพัฒนาสภาพแวดลอ้ ม
ด้านการเงนิ (Money:M2) - ความรคู้ วามสามารถของบุคลากรในการพัฒนา/ดูแลสภาพแวดล้อม
ด้านวสั ดุอปุ กรณ์(Material : M3) - ฐานะทางการเงนิ ของสถานศึกษา
การบริหารจดั การ (Management : M4) - งบประมาณหรอื รายได้ รายรับรายจา่ ย
- ความคลอ่ งตัวในการเบิกจ่าย
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ - ความสามารถในการระดมทนุ จากภายนอก การหารายไดข้ องสถานศึกษา
- การได้รับความร่วมมอื ช่วยเหลือจากแหล่งต่างๆ การใชเ้ งนิ ให้เกิดประโยชน์สูงสดุ
- การเงนิ ทจี่ ะถูกนามาใช้ในสว่ นของการพัฒนาสิ่งแวดลอ้ มจะมาจากทิศทางใดบา้ ง
- ความเพยี งพอของสอื่ วสั ดุ ครภุ ัณฑ์ อาคารสถานท่ี
- ความสามารถในการใชง้ านให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสุด
- การจัดหา การจดั ซื้อจดั จา้ ง การใชง้ าน ของอปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการพัฒนาสภาพแวดล้อม
- การดูแลรกั ษา การซ่อมบารงุ การจัดจาหนา่ ย
- ความสามารถในการวางแผน การปฏิบัตติ ามแผน การกากับติดตามประเมนิ ผล
- การบรหิ ารจัดการเพอื่ ใหเ้ กดิ ส่วนร่วม
- การสรา้ งทมี งาน
- การมีภาวะผ้นู าของผู้บริหาร การสร้างความสัมพันธอ์ ันดกี ับชุมชน
- การเผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์สถานศึกษา
สิ่งสแง่ิ แววดดลล้อ้อมม Environment
7.บทบาทของผบู้ รหิ ารในการจัดการส่ิงแวดลอ้ ม
บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารส่ิงแวดล้อม มีนักศึกษา หน่วยงานทางการ
ศึกษา เสนอแนวทางดาเนนิ การ บนโดยแยกเปน็ 3 ดา้ น คือ
1) ดา้ นการบรหิ ารจัดการ
2) ด้านการจดั การส่ิงแวดล้อมทางด้านกายภาพ
3) ด้านการจดั การเรียนการสอน โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี
การบริหารการจัดการสงิ่ แวดลอ้ มในสถานศกึ ษาเปน็ กระบวนการจดั ส่งิ แวดลอ้ มของสถานศึกษา ด้านการ มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่
บริหารจัดการด้านกายภาพ และด้านการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา ให้ถูกลักษณะ
และเอ้อื ประโยชนต์ อ่ การจดั การศกึ ษาของสถานศึกษา โดยมเี ปา้ หมายเพอ่ื พัฒนานกั เรียนให้มีศักยภาพตามท่ีกาหนด
และได้เรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ซ่ึงบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษา
คอื บทบาทในการคดิ วางแผน ดาเนนิ งาน ประเมินผล ปรบั ปรุง แก้ไข การดาเนินงานของสถานศึกษาทุกด้าน โดยให้
ทกุ ฝา่ ยมสี ่วนร่วมในการดาเนนิ งานตามขน้ั ตอนดงั กล่าว เพ่อื ให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ เกิด
ประสทิ ธภิ าพ เกดิ ประสิทธผิ ลสูงสุด โดยมเี ป้าหมายสูงสุดที่ตัวผเู้ รยี น
12
11/07/64
สง่ิสแ่งิ แววดดลล้ออ้ มม Environment
8.อิทธพิ ลของสง่ิ แวดล้อมภายนอกที่มีตอ่ การจดั การศกึ ษาของสถานศึกษา สภาพแวดล้อมจะมีอิทธิพลต่อการดาเนินงานการ
บริหารจัดการของสถานศึกษา มากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ
อิทธิพลของสงิ่ แวดล้อมภายนอกที่มีตอ่ การจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา สภาพแวดล้อมและสถานภาพของสถานศึกษาแต่ละแห่ง อย่างไรก็
สภาพแวดล้อมภายนอก หมายถึง ปัจจัยจากภายนอกโรงเรียนที่มีผลกระทบ ตามสภา พแวดล้ อมด้านต่ าง ๆ ของสถา นศึกษา น้ัน อา ทิ
สภาพแวดล้อมด้านสังคมและวัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมจาก
กับการบริหารจดั การของโรงเรียน โดยท่สี ถานศึกษาไม่สามารถควบคุมได้หรือควบคุมได้ใน การเมืองและกฎหมาย จะเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความสาคัญต่อ
ระยะสั้นๆ ส่งผลกระทบทั้งในด้านการเป็นโอกาส(Opportunities) หรือการเป็นอุปสรรค สถานศึกษามากกว่าด้านอื่น ๆ เพราะสถานศึกษาส่วนมากเป็น
(Threats) ของโรงเรยี นในการดาเนินงานของโรงเรียน โดยมีรายละเอยี ดดังนี้ หน่วยงานภาครัฐ ต้องยึด กฎหมาย ระเบียบแบบแผน ตลอดจน
1) โอกาส(Opportunities) หมายถงึ ปจั จัยและสถานการณ์ภายนอกท่ีเอื้ออานวยให้การ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการพัฒนาด้านการศึกษารัฐบาล และ
ต้นสงั กดั เป็นแนวทางหลักๆ ในการปฏิบตั ิงาน
ทางานของสถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ หรือ หมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกท่ี
เป็นประโยชนต์ อ่ การดาเนินการของสถานศึกษา
2) อุปสรรค (Threats) หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางการทางาน
ของสถานศึกษาไมใ่ ห้บรรลุวัตถุประสงค์หรือ หมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็น
ปญั หาตอ่ สถานศกึ ษา
มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
13
11/07/64
เอกสารอ้างองิ
ความหมายของแหลง่ เรียนรู้ : นกั วชิ าการ เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ (2545, น.45) ไดน้ ยิ ามความหมายของแหล่งเรียนรู้ว่า หมายถึง แหล่งข้อมูล สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2544, น.2) ได้กาหนดความหมายของ
ขา่ วสาร สารสนเทศและประสบการณท์ ส่ี นับสนนุ ใหผ้ เู้ รียนใฝ่เรยี นใฝร่ ู้ แสวงหาความรู้ และเรยี นรู้ แหล่งการเรียนรู้ ว่าหมายถึง “แหล่ง” หรือ “ท่ีรวม” ซ่ึงอาจเป็นสถานที่ หรือศูนย์รวมที่ประกอย
ดว้ ยตนเองตามอธั ยาศยั อยา่ งกว้างขวางและตอ่ เนือ่ ง เพอ่ื เสรมิ สรา้ งใหผ้ ู้เรียนเกิดกระบวนการเรยี นรู้ ด้วย ขอ้ มลู ขา่ วสาร ความรู้ และกิจกรรมทมี่ ีกระบวนการเรียนรู้ หรอื กระบวนการเรยี นการสอนที่
และเป็นบุคคลแห่งการเรยี นรู้ แหล่งเรยี นรู้ ช่วยขยายแนวความคดิ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ มรี ปู แบบแตกต่างไปจากกระบวนการเรียนการสอนท่ีมีครูเป็นผู้สอนหรือศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็น
กวา้ งขวางขึน้ แหลง่ เรียนรู้กระตุ้นใหเ้ กิดการพัฒนากระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ การเรียนรทู้ ่มี ีกาหนดเวลายดื หยุน่ สอดคล้องกบั ความตอ้ งการและความพร้องของผูเ้ รียน
จันทรา อ่อนระหง (2550, น.10) ได้ให้ความหมายของแหล่งเรียนรู้ Good (1959, น.114) ให้ความหมายของคาว่า แหล่งความรู้ในชุมชน หมายถึง ทุกสิ่ง
ว่า หมายถึง แหล่ง หรือท่ีรวม ซึ่งอาจเป็นสภาพหรือสถานท่ีหรือศูนย์รวมที่ประกอบด้วย ทุกอยา่ งที่มีอยู่ในชุมชน เป็นส่ิงที่มีคุณค่าทางการศึกษาที่สามารถนาเอามาใช้ประโยชน์ในการเรียน
ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และกิจกรรมท่ีมีกระบวนการเรียนรู้หรือกระบวนการเรียนการสอนที่มี การสอนได้ เช่น พิพิธภัณฑ์ โรงมหรสพ ห้องสมุด สวนสาธารณะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมไป
รูปแบบแตกตา่ งจากกระบวนการเรยี นการสอนทม่ี ีครูเป็นผู้สอนหรือเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เป็น ถึงบุคคลหรอื กล่มุ คนทีอ่ ยใู่ นชมุ ชนด้วย
การเรยี นทมี่ กี าหนดเวลายดื หยนุ่ สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการและความพร้อมของผเู้ รียน
Wittich และ Schuller (1962, น.229) ให้ความหมายคาว่า แหล่งการเรียนรู้ใน
จิรศักด์ิ ประทุมรัตน์ (2550, น.11) ให้ความหมายของคาว่า แหล่งการ ชุมชน หมายถึง ประชาชน สถานที่ และส่ิงท่ีอยู่ในชุมชน ซึ่งสามารถนาเอามาใช้ประโยชน์เพื่อให้
เรยี นรู้ หมายถึง แหลง่ วิชาการที่เปน็ ตัวบคุ คลหรือหนว่ ยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง ผู้เรียนมปี ระสบการณต์ รง
ภูมิปญั ญาท้องถิ่นทีส่ ามารถใหค้ ุณค่าตอ่ การเรียนรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ และ
สามารถนามาใช้เพื่อกอ่ ให้เกิดประโยชนไ์ ด้ Nichols (1971, น.341) ใหค้ วามหมายคาว่า แหล่งความรู้ในชุมชน หมายถึง แหล่งท่ี
เปน็ วิชาการสาหรบั โรงเรยี น ประกอบด้วย ประชาชน สถานท่ี สิ่งต่าง ๆ และกิจกรรมท้ังหลายที่
เนาวรตั น์ ลขิ ติ วฒั นเศรษฐ (2544, น.28) แหล่งเรียนรู้ คอื ถน่ิ ที่อยู่ บรเิ วณ นามาใชใ้ นการศกึ ษาของนักเรียน เพ่ือใหเ้ ป็นพลเมืองดี
บอ่ เกดิ แหง่ ท่ี หรอื ศูนยร์ วมความรทู้ ี่ใหเ้ ข้าไปศกึ ษาหาความรู้ ความเข้าใจ และความชานาญ ซ่ึง
อาจเป็นไดท้ ง้ั สิง่ ที่เปน็ ธรรมชาตหิ รอื สิ่งทม่ี นุษย์สร้างขึ้น เป็นไดท้ ง้ั บคุ คล สิง่ มชี ีวติ และไม่มีชวี ติ
ลัดดา ศิลาน้อย (2545, น.34) ได้ให้ความหมายของ แหล่งการ
เรียนรู้ หมายถงึ แหล่งวิชาการหรอื แหล่งทรัพยากรแหล่งข้อมูลในท้องถ่ินแต่ละแห่ง ประกอบไป
ด้วยบุคคลในชมุ ชน สถานท่ีสาคัญในชมุ ชน รวมท้ังกจิ กรรมต่าง ๆ
14
11/07/64
ความสาคญั ของแหลง่ เรยี นรู้ : นักวชิ าการ เอกสารอ้างอิง
นฤมล ตันธสุรเศรษฐ์ (2533,น.6-7) กล่าวไว้ว่า แหล่งความรู้ หรือแหล่งวิทยาการใน ชุมชน มี
ความสาคัญ คือ
กรมวิชาการ (2545, น.150) กล่าวถงึ ความสาคญั ของแหล่งการเรยี นรไู้ ว้ดังน้ี 1. เป็นแหล่งการศึกษาตลอดชีวิตที่ประชาชนจะมีปฏิสัมพันธ์เพื่อหาความรู้ต่าง ๆ ได้ ด้วยตนเอง
1. เป็นแหล่งการศึกษาตามอธั ยาศยั ตลอดเวลา โดยไม่จากดั เพศและวยั
2. เป็นแหล่งการเรียนรตู้ ลอดชีวิต
2. เปน็ แหลง่ ท่ีช่วยเสริมการเรยี นการสอนการศึกษาในระบบ
3. เป็นแหล่งท่ีประชาชนจะเข้าไปปฏิสัมพันธ์ เพ่ือหาความรู้จากแหล่งกาเนิดได้ เช่น การเข้าไป
3. เป็นแหลง่ ปลกู ฝงั นิสยั รักการอา่ นการศึกษาคน้ ควา้ แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง ศกึ ษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ หรือศาสนสถาน การศึกษาพันธ์ไุ ม้ หรือการศึกษา พันธุส์ ตั วส์ ภาพชีวติ ความ
4. เปน็ แหลง่ สร้างเสรมิ ประสบการณ์ภาคปฏิบตั ิ เป็นอยตู่ ามธรรมชาติของสตั วช์ นิดตา่ ง ๆ ถึงแหล่งท่ีอยอู่ าศัยในป่า
5. เปน็ แหล่งสรา้ งเสรมิ ความรู้ ความคดิ วิทยาการและประสบการณ์
4. เปน็ แหล่งท่ปี ระชาชนจะเขา้ ไปปฏิสัมพันธเ์ พ่อื ให้เกิดประสบการณ์ตรงหรือลงมือ ปฏิบัติจริงได้
เช่น การแก้เครื่องยนต์ การประดิษฐ์เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น โต๊ะ เก้าอ้ี การทาอาหาร ขนม หรือดอกไม้
ประดิษฐ์ เปน็ ต้น
นิวัติ อรรถยลยุคล (2536, น.15-16) กล่าวไวว้ ่า แหล่งความรูม้ ีความสาคัญ คือ เป็น 5. เปน็ แหล่งทป่ี ระชาชนจะเข้าไปปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้ได้ความรู้เก่ียวกับวิทยาการ ใหม่ ๆ ท่ีมีการ
สถานทที่ ี่ประชาชนในหมู่บ้านได้ร่วมแรง ร่วมคิด ร่วมทา โดยได้มีการบริจาคทรัพย์ส่ิงของ คดิ คน้ ข้ึน และยังไม่มีของจริงใหเ้ ห็น เช่น การศกึ ษาถึงประดษิ ฐกรรมข้ึนใหม่โดย ดูจากวิดีทัศน์ ภาพยนตร์
ร่วมมือ เสียสละกาลังกายในการจัดสร้างอาคารสถานท่ีขึ้นมา สาหรับเป็นสถานที่ให้ความรู้ นิทรรศการ หรือส่ือสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งวิทยาการ ประเภทน้ีจะเป็นส่ือต่าง ๆ ซึ่งมี
ความสาคัญเฉพาะในหลายๆ ดา้ น คือ
ข่าวสารข้อมูล ตา่ ง ๆ แก่ประชาชน โดยมสี ื่อประเภทสง่ิ พิมพ์ และอาจมีส่ือเทคโนโลยี วิทยุ
5.1เป็นแหลง่ ให้ขา่ วสาร เปิดโลกทัศนข์ องผศู้ กึ ษาให้กว้างไกลกว่าเรื่องราวท่ี เกิดข้ึนในท้องถิ่น
โทรทศั น์ ของจริง ของจาลอง การแสดง การสาธิตต่าง ๆ ไว้บริการ ส่ือบางส่วนได้รับความ ของตน ช่วยใหเ้ กดิ ความสนใจในเรื่องท่ีสาคัญ ช่วยยกระดับความมุ่งม่ันโดยการ เสนอภาพในอุดมคติหรือ
ร่วมมือจากหน่วยงานของ ราชการและเอกชนต่าง ๆ และส่ืออีกบางส่วนได้รับการบริจาค เสนอผลสาเร็จ และความก้าวหนา้ ของงานและบุคคลต่าง ๆ ซึ่งจะช่วย สรา้ งบรรยากาศของการพัฒนาดว้ ย
จากประชาชนทว่ั ไป ทั้งน้ีเพ่อื ให้ ประชาชนในหมูบ่ ้านมโี อกาสฝึกอ่าน เขียน ได้ปรึกษาและ
เปล่ียนความคดิ เพ่ือนาไปสู่การพัฒนา คณุ ภาพชีวิตใหด้ ขี ึ้น 5.2เปน็ สิ่งชว่ ยเปลย่ี นทัศนคติและค่านิยมเพอ่ื ใหเ้ กิดการยอมรับส่ิงใหม่ ๆ แนว ความคิดใหม่ ๆ
เกิดมุมมองใหม่ๆ ขนึ้
5.3เปน็ สอื่ การสอน สมัยใหม่ ท่ใี ห้ทงั้ ความรู้ กอ่ ใหเ้ กดิ ทักษะ ช่วยใหก้ ารเรยี นรู้ เรว็ ขน้ึ
ประเภทของแหลง่ เรียนรู้ : นักวิชาการ เอกสารอ้างอิง
เกษม คาบุตดา (2550, น.10) ไดจ้ าแนกแหล่งการเรียนรู้ออกเปน็ 4 ประเภท ดงั น้ี Ramirez (1954 : 386) จาแนกแหล่งความรู้ในชุมชนออกเปน็ 4 ประเภท ดังน้ี
1. แหล่งการเรียนรู้ท่ีเป็นบุคคล เช่น ครู เพ่ือในห้องเรียน เพื่อนต่างห้องเรียน เพ่ือต่างระดับ บุคลากรใน 1. แหลง่ ความรูท้ เ่ี ปน็ ธรรมชาติ อาทิ แสงแดด อากาศ ดิน นา้ เป็นต้น
โรงเรยี น ผูป้ กครอง คนในชมุ ชน เป็นตน้ 2. แหลง่ ความรทู้ ่เี ป็นบคุ คล ได้แก่ บคุ คลท่ีมคี วามรูค้ วามสามารถในชมุ ชน
2. แหล่งการเรียนรู้ท่ีเป็นแหล่งวิชาการ ได้แก่ สถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียนและชุมชน เช่น ห้องสมุด วัด 3. แหลง่ ความรูท้ างด้านเทคโนโลยี ได้แก่ แหล่งความรู้ทเ่ี กิดจากความเจรญิ ก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์
ตลาด ร้านค้า สถานีตารวจ สถานีอนามัย โบราณสถาน สวนสัตว์ เปน็ ตน้
3. แหล่งการเรียนรู้ท่ีเป็นแหล่งธรรมชาติ ได้แก่ ห้วย หนอง คลอง สวนสาธารณะ ป่า ต้นไม้ ใบไม้ การคิดประดษิ ฐส์ งิ่ ตา่ ง ๆ เช่น เครือ่ งยนต์
อทุ ยานธรรมชาติ รวมท้งั สตั ว์ต่าง ๆ เช่น สตั วเ์ ลย้ี ง สตั ว์ป่า เป็นต้น 4. แหล่งความรูท้ ี่เป็นสถานบัน ได้แก่ สถานบันต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขน้ึ เชน่ โรงเรยี น โบสถ์ เปน็ ตน้
4. แหล่งการเรียนรู้ท่ีเป็นส่ือ นวัตกรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น หนังสือ ตารา นิตยสาร วารสาร
สิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ แผ่นปลิว ป้ายโฆษณาต่าง ๆ รายการวิทยุ รายการโทรทัศน์ เสียงตามสาย เกม Jarolimek (1969, น.189) จาแนกแหล่งความร้อู อกเปน็ 2 ประเภท คือ
คอมพิวเตอร์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เป็นต้น 1. ประเภทที่เปน็ วสั ดใุ นการอา่ น (Reading Materials) ได้แก่ หนังสือ จุลสาร วารสาร หนังสือพิมพ์
สานักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม (2545, น.6) ได้จาแนกแหล่งการเรียนรู้ไว้ 3 ประเภท
ได้แก่ และส่งิ พมิ พ์ตา่ งๆ
1. แหล่งการเรียนรทู้ ี่เกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ เปน็ ประสบการณ์ทีผ่ ูเ้ รียนสามารถสร้างองคค์ วามรูไ้ ดจ้ ากสภาพ 2. ประเภททีไ่ มใ่ ชว่ สั ดใุ นการอ่าน (Non-Reading Materials) ได้แก่ ภาพยนตร์ รูปภาพ ฟิล์มสตริป
จรงิ เชน่ อุทยานแห่งชาติ สวนพฤกษศาสตร์ ภูเขา ทะเล แม่น้า ลาคลอง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
เช่น ฝนตก แดดออก น้าท่วม ความแห้งแล้ง ฯลฯ เครื่องบนั ทึกเสยี ง แผนท่ี ลูกโลก และแหล่งวทิ ยาการอ่ืน ๆ
2. แหลง่ การเรียนรู้ที่จัดหรือสร้างข้ึน ซึ่งมีในสถานศึกษา และนอกสถานศึกษา เพ่ือใช้เป็นแหล่งศึกษาหา Nichols (1971, น.342) แบ่งประเภทของแหล่งความรู้ทีม่ ีอย่ใู นชุมชน ดงั น้ี
ความรู้ไดส้ ะดวกและรวดเร็ว 1. ผู้ชานาญพิเศษ เช่น นักดนตรี จิตรกร ผู้ชานาญงานพิเศษ นักกีฬา พนักงานซื้อขายและบริการ
2.1 แหลง่ การเรียนรใู้ นสถานศกึ ษา ไดแ้ ก่ ห้องเรยี น ห้องสมดุ สวนสมุนไพร สวนสุขภาพ สนามกีฬา พอ่ คา้ นกั ธุรกจิ นายธนาคาร นักอุตสาหกรรม ชาวนา
2.2 แหลง่ การเรยี นรู้นอกสถานศกึ ษา ไดแ้ ก่ ศาสนสถาน พิพิธภัณฑ์ สถาบันค้นคว้าวิจัย แหล่งวิชาการ 2. พ่อแม่ หรอื ผปู้ กครอง
แหลง่ บริการ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ ห้องสมดุ ประชาชน ศนู ย์กีฬา ศนู ยก์ ารคา้ ฯลฯ 3. ตัวแทนองค์กรต่าง ๆ ได้แก่ ตัวแทนของสังคม เทศบาล ศูนย์วัฒนธรรมหรือหน่วยงาน
3. แหล่งการเรียนรู้ท่ีเป็นทรัพยากรบุคคล ได้แก่ ครู ผู้ปกครอง ตลอดจนบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ 4. ผู้แทนทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม ได้แก่ บุคคลท่ีทางานทางด้านธุรกิจการค้าขายหรือ
และเชีย่ วชาญในดา้ นต่าง ๆ ซงึ่ เปน็ ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น เช่น บคุ คลที่เปน็ ภมู ิปญั ญาในสาขาอาชีพ
โรงงานอุตสาหกรรม เชน่ บริษทั ขนสง่ เหมืองแร่ บริษทั หา้ งรา้ นตา่ ง ๆ
5. ผแู้ ทนรัฐบาล เชน่ ตารวจ เทศมนตรี เจ้าหนา้ ท่อี นามยั เปน็ ต้น
6. คณะกรรมการท่ีทาหน้าที่ให้คาปรึกษาแนะนาแก่ประชาชน เช่น กรรมการศึกษาโรงเรียน คณะท่ี
ปรึกษาใหโ้ รงเรยี น คณะครูภายในโรงเรียน เปน็ ตน้
7. ทรพั ยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย พชื สตั วป์ า่ นา้ ดิน แร่ และวัสดชุ นิดต่าง ๆ
ทางธรรมชาติ
8. สง่ิ ทีม่ นษุ ยส์ ร้างขึน้ เชน่ อาคารสถานท่ี เครอ่ื งบิน ถนน รถไฟ ห้องสมดุ พิพธิ ภัณฑ์
ปชู นียสถาน เปน็ ตน้
15
11/07/64
บทบาทของผู้บริหารในการบรหิ ารจัดการแหลง่ เรยี นรู้ : นักวิชาการ เอกสารอา้ งอิงสมุ น อมรวิวฒั น์ (2544) ได้เสนอบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 5 ด้าน ดังน้ี
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2544) ได้กล่าวถึง บทบาทของ ผู้บริหารเก่ียวกับ การบริหาร 1. กาหนดนโยบายการพัฒนาแหลง่ เรียนรู้
แหลง่ เรียนรู้ในสถานศึกษา ดังน้ี 2. จัดตงั้ คณะกรรมการสารวจแหล่งเรยี นรู้
3. จดั ทาแผนงานพฒั นาแหลง่ เรียนรู้
1. กาหนดนโยบายสง่ เสริม สนบั สนุนการจัดหา จดั สรา้ งหรือพัฒนาแหล่งเรยี นรใู้ นโรงเรยี น 4. สร้างความเขา้ ใจแกบ่ ุคลากรของสถานศกึ ษาและชุมชน
2. สง่ เสริมการพฒั นาบุคลากรใหม้ ีความร้แู ละประสบการณ์การจดั การและการใชแ้ หลง่ เรยี นร้ใู นโรงเรียน 5. ประชาสมั พนั ธโ์ ครงการ
3. สนับสนนุ ใหบ้ ุคลากรทกุ ฝ่ายมีส่วนร่วมในการนาเสนอผลงานที่เกิดจากการใช้แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน วรภทั ร์ ภเู่ จรญิ (2544) กล่าวว่า ผบู้ ริหารสถานศึกษาควรมบี ทบาทในการบริหาร แหลง่ เรียนรู้ 4ดา้ น
กากบั ตดิ ตาม ดูแล และประเมินผลการจดั ระบบการจดั การเรียนการ สอนโดยใช้แหล่งเรียนรใู้ นโรงเรียน 1. การวางแผนการบรหิ ารแหลง่ เรยี นรู้
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ (2544) ได้กลา่ วถงึ บทบาทของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ดงั น้ี 2. การดาเนนิ การใชแ้ หล่งเรยี นรู้
1. การวางแผนการบริหารการใช้แหล่งเรียนรู้ ผู้บริหารจะต้องวางแผนการบริหาร การศึกษาของโรงเรียน 3. การตรวจสอบตดิ ตามการใชแ้ หล่งเรียนรู้
ขนั้ ตอนการวางแผนจึงตอ้ งมกี ารวเิ คราะหข์ อ้ มูลโดยละเอียดรอบคอบ เพอ่ื ให้ไดแ้ ผนการท่ีสมบูรณ์และดีท่ีสุด ข้ันตอนการวางแผน 4. การสรุปผลและปรบั ปรุงแก้ไข
ประกอบด้วย สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน (2547) ได้กาหนดบทบาทจานวน 4 ดา้ น ดงั นี้
1.1 ศกึ ษาหลกั สูตรและความต้องการของครูและนักเรียน กาหนดยุทธศาสตร์และเป้าหมาย วางแผนร่วมกัน 1. แนวทางการวางแผน
ระหว่างผ้ใู ช้และผใู้ หบ้ ริการ 2. แนวทางการพฒั นาการใช้แหล่งเรียนรู้
1.2 กาหนดโครงการ กิจกรรม การจัดหรือหาแหล่งเรียนรู้ จัดทาแผนปฏิบัติงานและการวางแผนการใช้ 3. ตรวจสอบ ทบทวน กากับติดตาม
นบั เปน็ จดุ เริม่ ต้นสาคัญในการส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นและครูผสู้ อนใช้แหลง่ เรียนรู้ในโรงเรียนและในท้องถิ่น ร่วมมือการจัดกิจกรรมการ 4. สรปุ และรายงานผล
เรียนการสอน เบญจวรรณ ระตา (2551) กลา่ วถงึ บทบาทของผบู้ ริหารดงั น้ี
2. การดาเนนิ การบรหิ ารการใชแ้ หลง่ เรียนรู้ การปฏิบัตกิ ารใช้แหลง่ เรียนร้ใู นทอ้ งถ่ินเพอื่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1. การจัดการแหล่งเรยี นรู้
ต่อผู้เรยี น โรงเรยี นควรมกี ารดาเนินการดา้ นการเตรยี มการ มีการประชุมชี้แจงทาความเข้าใจในรายละเอียดของแผนการจัดและ 2. การกาหนดนโยบาย ส่งเสรมิ สนับสนุน
การใช้แหล่งเรียนรู้ กาหนดรายละเอียด ในการดาเนินการ จัดหางบประมาณ จัดเตรียมเอกสาร พาหนะและสถานท่ี การ 3. การส่งเสริมพัฒนาบุคลากร
ประสานงานติดต่อ กบั หน่วยงาน องค์กรหรือผู้รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ก่อนนาไปใช้ การปฏิบัติ มีการปฐมนิเทศผู้เรียน เกี่ยวกับ 4. การสนับสนนุ ให้บุคลากรทกุ ฝ่ายมีส่วนร่วม
วธิ กี ารใช้ ระเบียบมารยาท และขอ้ ควรปฏิบัติในการใช้แหล่งเรยี นรู้ และ การประเมินผล 5. กากบั ตดิ ตาม ดูแลและประเมินผลระบบการจดั การเรยี นการสอนโดยใช้แหลง่ เรียนรู้
3. การประเมินผลการบริหารการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนจะต้องมีการตรวจสอบ ตามสาระการเรียนรู้ ให้ สุรเกียรติ งามเลศิ (2557) ได้เสนอบทบาทในการบริหารแหล่งเรยี นรไู้ ว้ 5 ดา้ น ดังนี้
ผู้บริหารสถานศกึ ษาพิจารณาเพือ่ ประกอบการวางแผนและจัดทาโครงการใน ปีต่อไป การประเมินผลการใช้แหล่งเรียนรู้อาจทาได้ 1.ด้านการวางแผนการบรหิ ารแหลง่ เรียนรู้
3 ลกั ษณะ คอื ประเมนิ กอ่ นการใชแ้ หล่งเรยี นรู้ ประเมินระหว่างการใชแ้ หล่งเรยี นรู้ และประเมินหลังการใชแ้ หลง่ เรียนรู้เพื่อให้เกิด 2.ด้านการสนับสนุนทรพั ยากรในการบริหารแหลง่ เรยี นรู้
มาตรฐานในการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น โดยโรงเรียนไดก้ าหนดมาตรฐานการเรียนรู้ของผเู้ รยี นในการใชแ้ หลง่ เรยี นรู้เพ่ือให้เกิดประโยชน์ 3.ด้านการสง่ เสริมการใช้แหลง่ เรยี นรู้
ตอ่ คุณภาพการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี น 4.ด้านการนเิ ทศกากบั ติดตามการใช้แหล่งเรียนรู้
4. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารการใช้แหล่งเรียนรู้ เป็นการปฏิบัติเพ่ือให้เกิดมาตรฐานในการเรียนรู้ของ 5.ดา้ นการประเมินผลการใช้แหล่งเรียนรู้
ผ้เู รยี นโดยใชแ้ หลง่ เรยี นรขู้ องผูเ้ รียนทาให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นา คณุ ภาพด้านการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรยี น
ความหมายสิง่ แวดล้อม: นกั วิชาการ เอกสารอ้างอิง
ความหมายของสง่ิ แวดลอ้ ม ความหมายของสง่ิ แวดล้อมในสถานศกึ ษา
คณะกรรมการส่ิงแวดลอ้ มแหง่ ชาติไดใ้ หค้ วามหมายของสภาพแวดล้อมไว้ว่า สภาพ มยรุ ี สิงห์โทราช (2540, น. 20) กล่าวว่า สภาพแวดล้อมในสถานศึกษา หมายถึง บรรยากาศ
แวดล้อมคือ ทุกส่ิงทุกอย่างท่ีอยู่รอบตัวมนุษย์ท้ังที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ท้ังที่เป็นรูปธรรมและ หรือสภาพการณ์ต่าง ๆ ในสถานศึกษาท่ีเป็นวัตถุ สิ่งของ หรือตัวบุคคล ตลอดจน กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อ
นามธรรมซง่ึ มอี ิทธพิ ลเกยี่ วโยงกนั เป็นปัจจยั ในการเกอื้ หนุนซ่งึ กนั และกนั ผลกระทบจาก ปจั จยั หน่งึ พัฒนาการของนกั เรียนทุก ๆ ดา้ น
จะมีส่วนเสริมสร้างหรือทาลายอีกส่วนหน่ึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นวงจรท่ีเก่ียว ข้องกันไปทั้ง
ระบบ ดังนัน้ สภาพแวดล้อมจึงหมายถงึ ทุกสง่ิ ทกุ อยา่ งท่อี ย่รู อบตัวมนษุ ยท์ ่เี กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (อ้างถึงใน มยุรี สิงห์โทราช, 2540, น. 20) ได้ให้ความหมายของ
และมนษุ ยไ์ ด้สร้างขนึ้ อาจอยู่ในรูปลักษณะของรูปธรรมและนามธรรม ซ่ึง สามารถสัมผัสได้ และมี สภาพแวดลอ้ มในสถานศึกษา คือ การจดั อาณาบริเวณสถานศึกษา อาคารเรียน ห้องเรียน ตลอดจนการตกแต่ง
อิทธิพลตอ่ ความเป็นอยขู่ องมนุษย์ การใชพ้ นื้ ท่ีการวางติดตั้งทง้ั มวล ท่ีมีอทิ ธิพลต่อพฤติกรรมของนักเรียน การสร้างสมความรู้สึกนึกคิด ความชอบ
การเห็นคณุ ค่า ระบบค่านยิ ม ตลอดจนสรา้ งพฤติกรรม และบุคลิกภาพของผู้เรียนและการโน้มเอียงตามลักษณะ
ประสาน อุฬารธรรม (2535, น.11-12) กล่าวว่า ส่ิงแวดล้อม ของสภาพแวดลอ้ มในสถานศกึ ษา
หมายถึง ทกุ สงิ่ ทกุ อย่างที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ทีเ่ กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาตแิ ละสิง่ ท่มี นษุ ย์สร้างขึ้นอาจจะ
อย่ใู นรูป ลกั ษณะของรปู ธรรม และนามธรรม ซึง่ สามารถสัมผัสไดแ้ ละมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของ นยิ ม กริ่มใจ (2541, น. 61) ไดใ้ ห้คานิยามศัพทข์ องสภาพแวดลอ้ มในสถานศึกษาไว้ว่า หมายถึง
มนุษย์ทง้ั หลาย การจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การเรยี นรขู้ องผูเ้ รยี นทง้ั ในดา้ นความ สะอาด ความเป็นระเบียบ
ของสถานท่ี ความรนื่ รมย์ ความสวยงาม และมีความปลอดภัยใน
ทิพเนตร ปาสาน (2544, น. 7) กล่าวว่า สิ่งแวดล้อม หมายถึง ลักษณะรูปแบบ สถานที่
และวธิ ีการปฏิบัติในการจัดทรพั ยากรหรอื ส่งิ อานวยความสะดวกทางการเรียน ซึ่งมีอิทธิพลโดย ตรง
ต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนการสอน หรือเอ้ืออานวยให้การเรียนการสอนบรรลุเป้าหมาย ตามท่ี วสนั ต์ ปัญญา (2544, น. 13) กลา่ วว่า สง่ิ แวดลอ้ มในสถานศึกษา หมายถงึ สภาพ ของส่ิงต่าง ๆ
กาหนดไว้ ทอ่ี ย่หู รอื เกดิ ข้นึ ในสถานศกึ ษา เปน็ ส่ิงเร้าท่ีมศี ักยภาพและมอี ิทธิพลตอ่ การแสดง พฤตกิ รรมของผูเ้ รยี น สภาพของ
สิ่งต่าง ๆ ในสถานศึกษา ได้แก่ สภาพแวดลอ้ มทเี่ กิดขน้ึ จากบุคคล ชุมชน สังคมและธรรมชาติ ซึ่งมีความสัมพันธ์
กัน และมีอิทธพิ ลกบั บคุ ลากรในสถานศึกษา โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ผ้เู รียน ในการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้ง
ในดา้ นบวกและลบ
นรา สมประสงค์ และ เสรี ลาชโรจน์ (2546, น. 58) กลา่ วว่า สภาพแวดล้อมในสถานศกึ ษา เป็น
สภาพท่เี กิดจากผลกระทบของสิง่ แวดลอ้ ม ซงึ่ หมายถงึ ทกุ ส่ิงทุกอย่างที่ปรากฏ อยู่ในสถานศึกษา อาจเป็นสิ่งท่ีมี
ชีวิตหรือไม่มชี วี ิตกไ็ ด้ อาจเปน็ รปู ธรรมมองเห็นและจบั ต้องได้ หรือเปน็ นามธรรมมองไมเ่ ห็นจับตอ้ งไมไ่ ด้
16
11/07/64
ความสาคญั ของการบรหิ ารงานอาคารสถานทแ่ี ละสง่ิ แวดลอ้ ม : นกั วชิ าการ เอกสารอ้างอิง
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2533, น. 175) กล่าวว่า ครูไม่ใช่ตัวจักรสาคัญท่ีจะสร้างความเติบโตทุกด้าน ให้แก่ ศริ ิ เจริญวยั (2541, น.20) ไดส้ รปุ ความสาคญั ของการบริหารงานอาคารสถานทีไ่ ว้ ดังนี้
นักเรียนแตเ่ พยี งฝา่ ยเดียว อาคารสถานทีแ่ ละส่ิงแวดลอ้ ม ของโรงเรยี น นอกจากจะเป็นท่ีพักอาศัยที่ม่ันคงแข็งแรง คุ้มแดด คุ้มฝน 1. เป็นการดาเนินการท่ีเอื้ออานวยความสะดวกแก่งานด้านวิชาการอันเป็นงานหลัก หรือหัวใจของ
และเอื้ออานวยต่อการ เรียนรู้แล้ว ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเจริญงอกงามทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม ของ สถานศึกษา เช่น จดั สถานท่เี รียน จัดทาห้องสอ่ื การศกึ ษาและการจัดซ่อมแซม อาคารเรียน
นักเรยี น อาคารสถานที่เปน็ ท่ีพบปะสงั สรรคร์ ะหว่างครู นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียนและ ประชาชนท่ัวไป เป็นขวัญและกาลังใจใน 2. เป็นการจัดและบริหารด้านการดาเนินงานตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษาให้เปน็ ไปดว้ ย ความราบรื่น สะดวกและ
การทางานของครู และทุกคนในโรงเรียน และยังเป็นแหล่งเก็บอุปกรณ์การศึกษา ครุภัณฑ์ เพ่ือการเรียนการสอน เป็นศูนย์กลาง ปลอดภยั เชน่ จัดทาท่ีเกบ็ รกั ษาวัสดคุ รภุ ัณฑ์ จัดสร้างหอประชมุ และการจัดทาทางระบายน้า
การจัดกิจกรรมการ ศกึ ษาแกค่ นทัว่ ไปความสาคญั ของการบริหารงานอาคารสถานท่ี มดี งั น้ี 3. เป็นการเตรยี มพร้อมท่ีจะรองรับความคิดและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทางการ จัดการศึกษา เช่น การ
เพิ่มหรือลดจานวนนักเรียน การเปลย่ี นแปลงขนาดของชุมชน และความ ต้องการอาชีพของประชาชน
1. เปน็ การเตรียมอาคารสถานทไ่ี วร้ องรับความคดิ ทางการศึกษา การออกแบบจึงต้องเหมาะสม และยืดหยุ่น เพื่อรับการ 4. เป็นการสร้างสภาพแวดลอ้ มที่ดีมีประโยชน์ต่อการกล่อมเกลานิสัยและเสริมสร้าง ความรู้สึกนึกคิดอันดี
เปล่ียนแปลงใหม่ ๆ อยเู่ สมอ บรเิ วณพื้นทีข่ องโรงเรยี น จะต้องยดื หยุ่น เพ่อื เตรียมการขยายตัว และจัดบริเวณให้เหมาะสม งามใหเ้ กดิ ขน้ึ ในตัวเด็กนักเรยี น เพราะไดร้ บั ประสบการณอ์ นั ถือเปน็ แบบอย่างทด่ี ีได้ เชน่ การรกั ษาความสะอาด การ
ปลูกและบารุงรักษาไม้ดอกไมป้ ระดับและการ จัดสรา้ งอาคารใหถ้ กู ทิศทางลม
2. เปน็ การช่วยในการดาเนินการด้านต่าง ๆ ของโรงเรียนให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างรวดเร็ว แน่นอน เนื่องจากมีการ 5. เป็นการเสริมสร้างขวัญและกาลังใจให้บุคลากรในสถานศึกษาพึงพอใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเกิด
กาหนดจดุ มงุ่ หมาย ขั้นตอนการทางาน และระบบควบคมุ งานชดั เจน ความรกั ความหวงแหนสถานศึกษา เพราะทกุ คนได้รับความสะดวก สบายทุกอยา่ งเหมือนอยบู่ ้านของตนเอง
สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541, น.28) ได้ให้ความสาคัญของการบริหารงาน
3. เป็นการเตรยี มพร้อมที่จะรบั งบประมาณเพื่อการปรับปรงุ และก่อสรา้ ง อาคารสถานที่ไว้ ดงั น้ี
4. เปน็ ขอ้ มลู วา่ ปัจจุบันโรงเรียนมีอาคารเรียน อาคารประกอบกหลัง มีเนื้อที่ที่จะใช้ก่อสร้างอาคารเพ่ิมเติมอีกจานวน 1. เปน็ ทป่ี ระกอบกิจกรรมการเรยี นการสอนโดยตรง
เท่าใด ในเน้ือท่ดี ังกล่าวจะขยายก่อสรา้ งอาคารต่าง ๆ ให้เต็ม รูปแบบและโครงการ รวมทั้งจะตอ้ งใชจ้ ่ายงบประมาณเท่าใด 2. เป็นที่เกบ็ วัสดอุ ปุ กรณใ์ นการดาเนนิ งานต่าง ๆ ของโรงเรยี น
5. เปน็ ขอ้ มลู ใหท้ ราบวา่ ในแตล่ ะทอ้ งถิ่นต้องการอาคารสถานที่ทางการศึกษา ในลักษณะท่ีไม่จาเป็นจะต้องเหมือนกันก็ 3. เป็นทป่ี ระกอบกจิ กรรมนอกห้องเรียนของนกั เรียนและกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนอื จากการเรียนการสอน
ได้ ทง้ั นข้ี ึ้นอยกู่ ับสภาพของทอ้ งถิน่ อาชีพ ทรพั ยากร และความสามารถทจี่ ะตอบสนองได้ 4. เป็นที่ประกอบกจิ กรรมดาเนินงานบรหิ ารโรงเรียนทกุ งาน
6. เป็นการช่วยให้โรงเรียนสวยงาม สะอาด มีสภาพแวดล้อมที่ดี เน่ืองจากมีหลัก การบริหารท่ีดี และมีครู อาจารย์ 5. มีส่วนในการกลอ่ มเกลาลักษณะนิสยั ของนักเรียน
คนงานภารโรง นักเรียนเปน็ ผ้รู บั ผดิ ชอบรว่ มกนั 6. มสี ่วนเสรมิ สร้างความสัมพันธก์ ับชุมชน
7. เปน็ การช่วยให้การใช้อาคารสถานท่ขี องโรงเรียน มีประสิทธิภาพ ทันต่อการเปล่ียนแปลงของหลักสูตร และรูปแบบ
จัดการศึกษาซ่งึ เกดิ ข้ึนเสมอ และสามารถใช้ไดด้ ีท่ีสุดในระยะยาว
8. เปน็ การอานวยความสะดวกต่อการเรียนการสอนหรือใหก้ ารศกึ ษา คือ สร้างความเจริญงอกงามทางร่างกาย อารมณ์
สังคม และสติปัญญาของนักเรียน ทั้งยังมีอิทธิพลต่อ การหล่อหลอมพฤติกรรม เจตคติ ค่านิยมของครู และนักเรียนตลอดจน
บคุ ลากรฝา่ ยตา่ ง ๆ ในโรงเรยี น
9. เป็นการช่วยทาให้นักเรียนเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการเรียนรู้ อันจะเป็นหนทางในการสร้างช่ือเสียง เกียรติยศ ให้กับ
ตนเอง และสถานศึกษาของตน
10. ให้นักเรยี นเกิดความจงรกั ภกั ดตี ่อสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
กระบวนการบรหิ ารงานอาคารสถานท่ีและสงิ่ แวดลอ้ ม : นักวชิ าการ เอกสารอ้างองิ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2541, น. 19) ได้กาหนดกระบวนการบริหารอาคารสถานท่ี สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ (2541, น. 29-33) กล่าววา่ การ บรหิ ารงาน
โดยมขี ้นั ตอนใหญ่ ๆ ดังนี้ อาคารสถานทจี่ ะมีประสิทธภิ าพได้โดยการดาเนนิ งานตามข้ันตอนทง้ั 4 ของกระบวน การบริหาร คอื
การศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา การวางแผน การดาเนินการตามแผน และ การประเมนิ ผล
1. การวางแผนเกย่ี วกับอาคารสถานที่สว่ นใหญ่เป็นการวางแผนกาหนด สถานที่ตั้ง ของอาคาร เชน่ เดยี วกบั การบริหารงานอ่ืน ๆ ทกุ งาน กระบวนการบรหิ ารงานอาคารสถานท่ี มีรายละเอยี ดในแต่
ภายในพื้นที่ท่ีเรียกว่าการวางผังแม่บท การกาหนดความต้องการอาคารให้สอดคล้อง กับความ ละขนั้ ตอน
เจรญิ เตบิ โตของหนว่ ยงาน และการเพม่ิ ข้นึ ของจานวนนกั เรยี นและบคุ ลากรท่จี ะมาปฏิบัติงานในสถานที่
น้ัน
2. การกาหนดความต้องการอาคาร ได้แก่ การกาหนดจานวน ประเภท รูปแบบ และพื้นท่ีของ
อาคารใหส้ อดคล้องกับภารกจิ ของสถาบันการศกึ ษาทเี่ จริญข้ึน
3. การก่อสรา้ งอาคาร เป็นขนั้ ตอนทีผ่ ู้รับผดิ ชอบจะต้องรับผิดชอบในการดูแล การควบคุมการ
กอ่ สร้างในฐานะเจ้าของสถานทที่ จ่ี ะตอ้ งใช้อาคารทไ่ี ดม้ า ให้เปน็ ไปตามรูปแบบ และข้อมูลรายละเอียดท่ี
กาหนด
4. การวางแผนการใช้อาคาร เป็นขั้นตอนท่ีจะต้องมีกาหนดการใช้อาคารให้คุ้มค่า ให้ได้
ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ ซงึ่ จะเก่ียวขอ้ งกบั การจัดตารางการใช้ การประเมินการใช้อาคาร
5. การใช้การบารงุ รักษา การซ่อมแซมอาคาร เป็นการดาเนินการใช้อาคารสถานท่ี ให้ตรงตาม
แผนและวัตถปุ ระสงค์บารุงรักษาและซอ่ มแซมเมอื่ ถึงวาระ
6. การรื้อถอน ในกรณีท่ีอาคารชารุดเพราะสร้างมานาน ผู้บริหารจะต้องดาเนินการ ร้ือถอน
อย่างถูกตอ้ งตามระเบยี บแบบแผนของราชการ ผ้บู ริหารควรจะมีขั้นตอนการดาเนนิ การอย่างไร
17
11/07/64
ความสาคัญของส่ิงแวดล้อม: นกั วชิ าการ เอกสารอ้างองิ
ประภาพรรณ เสงวงศ์ และคณะ (2538, น. 7) ได้กล่าวถึงความสาคัญของส่ิงแวดล้อม ว่ามีความสาคัญ ชัชพล ทรงสุนทรวงศ์ (2546) ได้กล่าวถึงความสาคัญของสิ่งแวดล้อม ซ่ึงเป็นปัจจัยพ้ืนฐานในการ
อยา่ งยิ่งตอ่ ชวี ติ มนษุ ย์ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม เพราะสิ่งแวดลอ้ มใหป้ จั จยั ในการดารงชีวติ มนุษย์ทกุ อย่างแก่มนษุ ย์ ดารงชวี ติ ของมนษุ ยแ์ ละสิ่งมีชวี ิตทงั้ หลาย มีอทิ ธิพลตอ่ พฤติกรรมการดาเนินชีวิตของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาค
ไมว่ า่ จะเปน็ อากาศ อาหาร ทอ่ี ยูอ่ าศยั เครอื่ งนงุ่ หม่ ยารักษาโรค เม่ือมนุษย์มีพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจ ต่าง ๆ ความสาคญั ของสงิ่ แวดลอ้ มแบง่ ออกเป็น ไดด้ ังนี้
สูงขนึ้ มนษุ ย์ กไ็ ด้นาเอาส่ิงแวดล้อมมาใชด้ ดั แปลงเป็นปจั จัยในการอานวยความสขุ สบาย เช่น น้าแร่ธาตุตา่ ง ๆ มา
สร้างเปน็ ยานพาหนะ หนิ ดิน ทราย แร่ คัดแปลงเป็นวัสดุในการก่อสร้าง ท่ีอยู่อาศัย นอกจาก น้ีมนุษย์ยังได้ใช้ 1. สงิ่ แวดล้อมทางกายภาพ มคี วามสาคญั ต่อสง่ิ มชี ีวติ ทอี่ าศัยอยู่ในส่ิงแวดล้อมน้ัน เช่น น้าใช้เพื่อการ
ทรพั ยากรธรรมชาติมาเปน็ วัตถดุ บิ ในการผลติ สนิ คา้ ต่าง ๆ ในระบบอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ บรโิ ภคและเป็นที่อยูอ่ าศยั ของสัตว์น้า อากาศใช้เพ่ือการหายใจของมนุษย์และสัตว์ ดินเป็นแหล่งท่ีอยู่อาศัยของ
ด้วย ส่งิ มชี ีวิตบนบกแสงแดดให้ความรอ้ นและช่วยในการสงั เคราะหแ์ สงของพชื
สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ (2535, น. 10) ได้สรุปถงึ ความสาคญั ของสิ่งแวดล้อม 2. ส่ิงแวดล้อมทางชีวภาพ จะช่วยปรับให้ส่ิงมีชีวติ มีการเปลยี่ นแปลงไปตามสภาพแวดล้อม เช่น มีการ
ว่ามนุษย์สามารถดารงชีวิตอยู่บนโลกน้ีได้เน่ืองจากมีสิ่งแวดล้อม ถ้าสิ่งแวดล้อมมีสภาพทรุดโทรมหรือมีสภาพ ปรบั ตวั ให้เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มใหม่
เสียหายยอ่ มส่งผลกระทบโดยตรงต่อมนุษย์และสิง่ ท่ีมชี วี ิตอ่ืน ๆ
3. สง่ิ แวดลอ้ มจะเปลีย่ นแปลงไปตามการกระทาของสิ่งมีชีวิตทอ่ี ยู่ในสง่ิ แวดล้อมนน้ั เช่นเม่ือสัตว์กินพืช
พันธนภัทร วานิช (2549 น.19) ได้สรุปถึงความสาคัญของสิ่งแวดล้อม ว่าส่ิงแวดล้อมมีความสาคัญต่อ มีจานวนมากเกนิ ไปพืชจะลดจานวนลง อาหารและที่อยู่อาศัยจะขาดแคลนเกิดการแก่งแย่งกันสูงข้ึนทาให้สัตว์
มนษุ ย์และสง่ิ ทม่ี ี ชวี ติ อน่ื ๆ 3 ประการ คอื บางสว่ นตายหรือลดจานวนลงระบบนเิ วศกจ็ ะกลบั เขา้ สู่ภาวะสมดุลอีกคร้งั หน่ึง
1. มนุษยส์ ามารถดารงชวี ิตอยบู่ นโลกนีไ้ ดเ้ น่อื งจากส่ิงแวดลอ้ ม 4. ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมในแง่ของการถ่ายทอดพลังงานระหว่าง
2. ส่ิงแวดล้อมมีสภาพท่ีทรุดโทรมหรือเกิดการเสียหายย่อมส่งผลกระทบโดย ตรงต่อมนุษย์และ ผู้ผลติ ผู้บรโิ ภค ผูย้ อ่ ยสลาย ในแงข่ องการอยรู่ ่วมกนั เก้อื กลู กนั หรอื เบียดเบยี นกนั
สิ่งแวดล้อม อ่ืน ๆ
3. มปี ระโยชนต์ อ่ การดารงชวี ติ ในสงั คมอย่างหนึง่ ถ้ามนษุ ย์ไม่ร้จู ักใช้ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้ถูกวิธี 5. เป็นปัจจยั 4 ในการดารงชีวติ ได้แก่ เปน็ แหลง่ อาหาร เป็นท่กี าเนิดเครื่องนุ่งห่ม เป็นวัสดุอุปกรณ์
แล้วจะทาให้เกดิ ความเสียหายตามมา ได้แก่ ส่งิ แวดลอ้ มเปน็ พษิ ซงึ่ เปน็ การบอ่ นทาลายชีวิตของมนุษย์ พืช สัตว์ ในการสรา้ งทอ่ี ยู่อาศัย เปน็ แหลง่ กาเนิดยารักษาโรค
และการขาดแคลนทรพั ยากรธรรมชาติ เชน่ ดนิ นา้ ป่าไม้แรธ่ าตุ สตั วป์ ่า และแหลง่ เสรมิ สร้างนนั ทนาการ
6. เป็นปัจจัยในการกาหนดพฤติกรรมของส่ิงมีชีวิตเป็นปัจจัยในการกาหนดระบบของสังคม
วัฒนธรรม เศรษฐกิจ อาชีพ วิถีชีวิตของมนุษย์ ซึ่งก็ส่งผลมาจากสิ่งแวดล้อมท่ีแตกต่างกัน การแสดงออกใน
รูปแบบท่ตี ่างกันด้วย
ความสาคญั ของสิ่งแวดลอ้ มในสถานศึกษา : นกั วชิ าการ เอกสารอา้ งอิง
สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ (2536, น. 235) ได้กล่าวถึง ความสาคัญของสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ธเนศ ขาเกิด (254, น. 53) ไดก้ ลา่ วถึง ความสาคัญของการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาว่า บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีของ
ว่า สถานศึกษาเปน็ เสมอื นบา้ นแหง่ ทส่ี องของนักเรียน ซึ่งนกั เรียนจะตอ้ งใชช้ ีวติ ในสถานศกึ ษาเปน็ เวลาหลายชัว่ โมงในแต่ละวัน โดยเฉพาะ สถานศึกษา จะมีส่วนในการเสริมสรา้ งความคิดและคุณธรรมต่าง ๆ อนั พงึ ประสงค์ หากสภาพแวดลอ้ มของสถานศกึ ษาเป็นไปดว้ ยดีแลว้ สถานศึกษาจะไม่ใช่สถานที่
โรงเรียนประถมศึกษาซ่งึ นกั เรยี นยงั อยรู่ ะหวา่ งประถมวัยควรได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ สถานศึกษาจึงควรจัดสภาพแวดล้อมใน ลบเลอื นความเบกิ บานหรรษาจากตวั นักเรยี น แตจ่ ะเป็นสถานทีส่ ร้างความหรรษาใหม่ ๆ ท่รี ม่ รนื่ สมดงั ความต้องการตามวัยของนักเรียน นักเรียนจะศึกษาเล่าเรียน
สถานศึกษาให้คล้ายคลงึ หรอื ดกี ว่าทบ่ี า้ น โดยสนองความตอ้ งการของนักเรยี น เพ่ือช่วยพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์สังคม จิตใจ และ เต็ม ความรู้ ความสามารถ มีความรกั และเขา้ ใจตนเอง รสู้ กึ ช่นื ชมกบั ความงามของโลกรอบ ๆ ตวั และ สรา้ งความงามให้แก่คนอ่ืน
สตปิ ญั ญา การจัดสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษามีวตั ถปุ ระสงคด์ งั น้ี
กรมวิชาการ (2545, น. 2-3) กล่าววา่ บรรยากาศและสงิ่ แวดลอ้ มตา่ ง ๆ ท่ีสถานศึกษาจัด ไม่ว่าจะจัดในห้องเรียน หน้าห้องเรียน บริเวณสถานศึกษา
1. เพ่ือจัดและปรับสภาพแวดล้อม เสรมิ สร้างบรรยากาศในสถานศึกษาใหเ้ หมาะสม รวมถึงรอบ ๆ สถานศึกษา ล้วนมีผลต่อ การปลกู ฝังคณุ ลักษณะนสิ ัยทีด่ งี ามให้เกดิ ภายใต้ผู้เรยี นท้งั ส้ิน อาทิ
2. การเรยี นการสอน ความเป็นอยู่ของนักเรยี น ตลอดจนครูอาจารยใ์ นสถานศึกษา
3. เพื่อให้นกั เรียนรกั และภมู ิใจในสถานศึกษาของตน 1. การทนี่ กั เรยี นไดเ้ รียนในหอ้ งเรยี นท่ีสะอาด ทาสอี อ่ นโยน แสงนมุ่ นวล มีต้นไม้ กระถาง มีรูปภาพที่ดูแล้วสบายใจ มีซุ้มหรือมุมสงบได้ห าความรู้ด้วย
4. เพอ่ื ให้นักเรยี นมพี ฒั นาการทง้ั 4 ดา้ น คอื ร่างกายอารมณ์สังคม สตปิ ัญญา ตนเอง นักเรยี นมีความคนุ้ เคยกบั ความสะอาดความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยตลอดเวลา ซง่ึ จะชว่ ยให้นกั เรยี นมีความกระตือรือรน้ มากยิ่งข้นึ เกดิ ความเชื่อมั่น มีความรัก
5. เพื่อใหน้ ักเรยี นมีความเป็นระเบียบ รักสวย รักงาม และมรี สนิยมทดี่ ี และไม่อยากให้ห้องเรยี นและสถานศกึ ษาสกปรก เกิดความเคยชนิ กบั ความสะอาด ความสวยงาม ความเป็นระเบียบน่าอยทู่ ่ีสถานศึกษา จนซมึ ซับสิ่งดี ๆ ที่ ได้รับเกิด
6. เพอ่ื ใหส้ ถานศกึ ษาเป็นสถานท่ที ่เี ปน็ ตวั อย่างแก่ชมุ ชน ความรับผิดชอบและมวี ินัยในตนเอง จนสามารถถ่ายโอนประสบการณ์เหลา่ นี้เช่ือมโยงสู่ การปฏบิ ตั ิในชีวติ ประจาวันได้
กรมวชิ าการ (2540, น. 26) ได้กลา่ วถงึ ความสาคัญของการจดั ส่งิ แวดล้อมในสถานศึกษา วา่ สถานศึกษาควรมีการส่งเสริมให้
นกั เรยี นไดฝ้ กึ ปฏบิ ัตจิ ริงในเร่อื งสิ่งแวดล้อมจากการลงมอื กระทากิจกรรม โครงการต่าง ๆ ท้ังในสถานศึกษาและชุมชน เพ่ือให้เด็กเกิด 2. สง่ิ แวดล้อมที่มีอทิ ธพิ ลตอ่ การพัฒนาของผู้เรยี นทุกด้านได้มากทีส่ ดุ คอื ครู เพราะครู สามารถประสานเช่ือมโยงการอบรมเลี้ยงดูให้มีกา รพัฒนาไป
ความซาบซ้ึง มีจิตสานึกทีด่ ี และนาความรทู้ ไ่ี ดร้ ับไปใช้ประโยชน์ นอกจากการจัดการเรียนการสอนในห้องเรยี น ในทางทดี่ ีอยา่ งต่อเนอ่ื ง ครจู ึงนับเป็นสิ่งแวดลอ้ มทีม่ อี ทิ ธพิ ลมากทีส่ ดุ ต่อการปลกู ฝงั เจตคติ คา่ นยิ ม และการเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมของนักเรยี น
มยุรี สิงหโ์ ทราช (2540, น. 21) ได้กลา่ วถงึ ความสาคญั ของสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาท่มี ีผลทางการศกึ ษาวา่ สถานศึกษา
เป็นสถานทท่ี ่เี ดก็ ไดพ้ บสง่ิ แวดลอ้ มหลายอยา่ ง เช่น ไดม้ กี ารสมาคมตดิ ต่อกับครูและเพอื่ นนักเรียนในวยั ต่าง ๆ ได้อ่านหนังสือในห้องสมุด 3. เพ่ือน เป็นส่ิงแวดลอ้ มทีส่ าคญั มากในการสรา้ งเจตคติ คา่ นยิ ม และพฤตกิ รรมของ นกั เรียนรองจากครู โดยเฉพาะวัยรุน่ วยั ที่กาลงั เปลยี่ นแปลงทัง้ ทาง
ได้ดูภาพยนตร์และโทรทัศน์ และได้ฟังวิทยุที่ครูจัดขึ้น เพื่อประกอบการสอน ซ่ึงล้วนแต่เป็นประโยชน์ ต่อ การจัดการศึกษาทั้งส้ิน รา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์และสงั คม นักเรียนท่มี สี ุขภาพจติ ดี เขา้ กบั เพื่อนและครไู ดด้ ี มีความรกั และเขา้ ใจเพ่อื น ชอบสถานศึกษา มักจะเรียนรู้อยา่ งมคี วามสุข มคี วามคิด
นอกจากน้ยี ังช่วยใหเ้ ด็กมีประสบการณ์ มีความเจริญงอกงามในด้านต่าง ๆ อย่างมีประสทิ ธิภาพ สร้างสรรค์ และพรอ้ มท่ีจะเรียนรูเ้ พอื่ พฒั นาตนเองตามศักยภาพ
สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541, น. 2-3) ได้กล่าวถึง ความสาคัญของการจัดบรรยากาศ
สภาพแวดล้อมในสถานศึกษาว่าการสรา้ งบรรยากาศสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา มีความสาคัญเพราะจะพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ 4. การจดั ศูนย์วิชาการในหอ้ งเรยี น เป็นอกี แนวหน่งึ ที่จะสนบั สนนุ ใหผ้ เู้ รยี นมี ประสบการณท์ างการเรยี นได้มากท่ีสุด ตามความสนใจ ความต้องการและ
สงั คม และสติปญั ญาของนักเรยี น ส่งเสริมด้านการเรียนการสอน สง่ เสริมใหผ้ อู้ ยู่ในห้องเรียนมีมนุษยสัมพันธ์ท่ีดี เป็นผู้นาและผู้ตาม ที่ดี ความถนัด อีกท้งั ยังมผี ล ต่อการเสรมิ สรา้ งเจตคตใิ นการเรยี นรู้ ตลอดจนการสรา้ งลกั ษณะนสิ ัยใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน รกั การค้นคว้า และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและสามารถ
เป็นการเสริมสร้างครู ใหบ้ รรลุถึงวตั ถปุ ระสงค์ สร้างความเปน็ กนั เองระหวา่ งครกู ับนักเรียน หรือนักเรียนกบั นกั เรยี น เรยี นรว่ มกบั เพ่อื นในกลุ่มยอ่ ยและกลุ่มใหญ่ และยัง เสรมิ สร้างคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงคข์ องผเู้ รียนอีกหลายรูปแบบ อาทิ ความรบั ผดิ ชอบในการศึกษา หาความรู้ได้
สปุ รีชา หิรัญโร (241, น. 175) ไดก้ ล่าวถึง ความสาคัญของอาคารและสภาพแวดล้อมท่ดี ใี นสถานศึกษา ว่าจะช่วยเสริมสร้าง เองจากส่อื และกจิ กรรมต่าง ๆ ในศูนย์ นอกจากนย้ี ังมอี ทิ ธพิ ลต่อความสมั พันธอ์ ันดี ระหว่างครกู ับนกั เรียน และนักเรียนต่อนักเรยี น ทาใหก้ ระบวนการเรียนการสอน
ความเจริญงอกงามทางรา่ งกาย จติ ใจ สติปญั ญา และสังคมของนักเรยี น ช่วยทาให้นักเรียนเกิดความรู้สึกต่อการเรียนรู้ ก่อให้เกิดความ สมบูรณย์ ง่ิ ข้นึ
จงรกั ภักดี และความภาคภมู ใิ จต่อสถาบนั ซง่ึ จะ มีผลไปถึงความพยายามที่จะสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ การสร้างชื่อเสียงเกียรติยศ
ให้กับตนเอง และสถาบันได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้วสภาพแวดล้อมในสถานศึกษายังมีอิทธิพลต่อการหล่อหลอม พฤติกรรม ทัศนคติ 5. บรรยากาศในช้ันเรยี น เป็นอีกปจั จัยหนงึ่ ท่มี ีอทิ ธพิ ลต่อการเรยี นร้ขู องนักเรยี น โดยตรง บรรยากาศการเรยี นทีด่ ีจะช่วยสนบั สนนุ ใหน้ ักเรยี นไดเ้ รยี นเต็ม
คา่ นยิ ม สตปิ ญั ญาและสังคมของนักเรยี นและครูอกี ด้วย ความสามารถ และสง่ เสรมิ ความรว่ มมอื ระหว่างครแู ละนักเรียน และระหว่างนกั เรียนดว้ ยกัน จะช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูง มีความสามารถในการ
แกป้ ญั หา มคี วามคดิ ริเรมิ่ สร้างสรรค์ มเี จตคตทิ ีด่ ตี ่อตนเองและผ้อู ่ืน
กระทรวงศกึ ษาธิการ (2545, น. 12) ไดใ้ ห้ความสาคญั ของการจดั สภาพแวดล้อมใน สถานศกึ ษาว่า การทส่ี ถานศึกษามีสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบ
อื่น ๆ ครบถว้ น เป็นสถานศึกษาทม่ี คี วามพรอ้ มในการจัดการศึกษาเปน็ อย่างดี ส่งผลใหผ้ เู้ รยี นได้รบั การพัฒนาครบถ้วนเป็นตัวอย่าง แก่ชุมชน และสังคมได้รับการ
พฒั นาดว้ ย
กรมอนามัย (2546, น. 3) ได้กล่าวถึง ความสาคัญของการจัดส่ิงแวดล้อมในสถานศึกษา ตามโครงการสถานศึกษาส่งเสริมสุขภาพ ท่ีสอดคล้องกับ
นโยบายขององคก์ ารอนามัยโลก (WHO) ว่าสถานศกึ ษาตอ้ งจัดส่ิงแวดล้อมในสถานศกึ ษาท่เี ออ้ื ตอ่ สุขภาพ เพ่ือใหเ้ ดก็ ได้อยู่ในสง่ิ แวดลอ้ มที่ สะอาด ปลอดภัย เอ้ือต่อ
การเรยี นรู้ โดยเนน้ การดาเนนิ การตามศักยภาพท้ังหมดทส่ี ถานศึกษาและชุมชนมีอยู่
นรา สมประสงค์ และเสรี ลาชโรจน์ (2546, น. 60) ได้สรุปความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ มในสถานศึกษา ดังน้ี
1. สภาพแวดล้อมทีด่ ีในสถานศกึ ษาชว่ ยยกระดบั คณุ ภาพการดารงชีวิตประจาวันใน สถานศกึ ษาได้
2. สภาพแวดลอ้ มท่ีได้รบั การพัฒนาอย่างเหมาะสม จะช่วยพัฒนาคนในสถานศกึ ษา ไดอ้ ย่างรอบด้าน
3. สถานศกึ ษาท่ีมสี ภาพแวดลอ้ มท่ีดีจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาสภาพแวดล้อมในชมุ ชน
18
11/07/64
ประเภทของสิง่ แวดล้อม : นกั วชิ าการ เอกสารอ้างอิง
วินยั วรี ะวัฒนานนท์ (2539 : 86) กล่าวว่าส่ิงแวดล้อมได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เชาว์ เพ็ชรราช ( 2538 : 2) กล่าววา่ คุณสมบตั เิ ฉพาะของส่ิงแวดล้อมมีลกั ษณะ โดดเด่นเป็นของตนเองพอสรุปไดด้ ังน้ี
1. สิ่งแวดล้อมท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หมายถึงทุกส่ิงทุกอย่างที่เกิดขึ้นตาม ธรรมชาติเช่น ดิน น้า 1. สง่ิ แวดลอ้ มที่มคี ณุ สมบัตเิ ฉพาะตัว มคี วามเดน่ ชดั แตกต่างจากส่ิงแวดล้อมอ่ืนเช่น นา้ อากาศ สตั ว์ปา่ แรธ่ าตเุ ป็นตน้
อากาศ แสงแดด ปา่ ไม้ สตั ว์ ฯลฯ สิ่งแวดล้อมท่เี กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาตินี้ บางชนิดอาจต้องใช้เวลานานนับร้อยนับ 2. สงิ่ แวดลอ้ มตา่ ง ๆ ทีม่ สี ิง่ แวดล้อมอ่นื รว่ มอยู่ดว้ ยเสมอจะไม่โดดเดี่ยวในธรรมชาติ เช่น ต้นไม้กับดิน ป่าไม้กับสัตว์ แร่
พันปี จึงจะเกิดข้ึนมาได้ แต่บางชนิดก็อาจใช้เวลาในการ เกิดสั้นเพียงแค่ช่ัวโมงหรือเพียงวันเดียวก็สามารถเกิด ธาตเุ ปน็ ต้น
ข้ึนมาได้ เช่นการยุบตวั ของเปลอื กโลกจากแผ่น ดินไหว สิ่งแวดล้อมที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาตินี้สามารถแบ่งย่อย 3 สิง่ แวดลอ้ มทง้ั หลายมกั อยู่รวมกันเป็นกลุ่มมีระบบแน่นอนในความสัมพันธ์ท่ีพึ่งพา อาศัย ซึ่งกันและกัน หมายถึงกลุ่ม
ออกไปได้อกี 2 ประเภท คือ ของสิ่งมชี วี ิตท่จี ดั ระบบอย่างแน่นอนในสง่ิ แวดล้อมแหง่ ใด แหง่ หนง่ึ ทเ่ี รียกว่า ระบบนเิ วศ (Ecosystem)
4. สงิ่ แวดล้อมทั้งหลายมกั มีความสัมพันธก์ นั เปน็ ลกู โซแ่ ละเมื่อทาลายส่งิ แวดล้อม ชนิดหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อเน่ืองไป
1.1 ส่งิ มชี ีวติ ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ได้แก่ มนุษย์ สัตว์ พืช ฯลฯ ส่ิงมี ชีวิตเหล่านี้อาจมีรูปทรง ยังส่งิ แวดลอ้ มอน่ื ๆ เสมอ
แปลกแตกตา่ งกนั ไป ทั้งน้ขี น้ึ อย่กู บั ชนดิ และพนั ธกุ รรมของสงิ่ ต่าง ๆ เหล่าน้ัน 5. ส่ิงแวดล้อมแต่ละประเภทมีความเปราะและความคงทนต่อสิ่งกระทบแตกต่างกัน เช่น สัตว์น้า พืชน้าแต่ละชนิดมี
ความแตกต่างกันในความอยูร่ อดของชีวิตและมีคุณสมบตั ิเปลี่ยนแปลง ไปจึงมีชีวิตอยู่ได้เช่น ปะการังในทะเล สัตว์น้าต้ืน สัตว์น้า
1.2 สงิ่ ไมม่ ชี ีวิตทเี่ กดิ ข้นึ เองตามธรรมชาติสามารถมองเหน็ ได้ จบั ต้องได้ และไม่สามารถมองเห็น เช่น ลกึ เปน็ ตน้
ดนิ น้า อากาศ แสงสว่าง เสียง รังสคี วามร้อน เปน็ ต้น 6. ส่งิ แวดล้อมทม่ี ีการเปลี่ยนแปลงเสมอตามกาลเวลาท่แี ปรเปล่ียนไป เช่น การผลัดใบ 1 ของป่าไม้เขตมรสุม หรือพื้นท่ี
บางแห่งของเขตป่ามรสุมถูกนามาใช้เป็นสถานท่ีก่อสร้างศูนย์กลาง ธุรกิจอุตสาหกรรมไปแล้วจะให้กลับมาเป็นป่าไม้ดังเดิมคง
2. ส่ิงแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างท่ีมนุษย์สร้างขึ้นมา โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เป็นไปได้ยาก ลกั ษณะเชน่ นี้นับได้วา่ เปน็ การเปล่ียนแปลงอยา่ งถาวร
ส่ิงแวดล้อมประเภทนแ้ี บ่งย่อยออกได้อกี 2 ประเภท คือ มูลนิธสิ บื นาคะเสถยี ร (2542) ไดแ้ บ่งประเภทของสง่ิ แวดลอ้ มสามารถแบง่ 2 ประเภท ดงั นี้
1. สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ (Natural environment) หมายถึง ส่ิงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่า
2.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ หรือสิ่งแวดล้อมท่ีเป็นรูปธรรม หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้าง อากาศ ดิน น้า มนษุ ย์ สิง่ เหล่านี้ต้องอาศัยสงิ่ แวดลอ้ มอ่ืนประกอบ ซ่งึ สามารถแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดังน้ี
ข้นึ มา และสามารถมองเห็นไดเ้ ชน่ โต๊ะ เกา้ อ้ี รถยนต์ ฯลฯ รวมทงั้ สงิ่ ที่จาเป็นและฟุ่มเฟือย ท่ี
มนษุ ย์เลือกสรา้ งขึ้นในทตี่ ่าง ๆ ตามแต่ต้องการ 1.1. ส่ิงทม่ี ชี วี ิต (Biotic Environment) หรือเรยี กว่า ส่งิ แวดล้อมทางชีวภาพ (Biological Environment) ซึ่ง
เกิดข้ึนเองตามธรรมชาตมิ คี ุณสมบัตเิ ฉพาะตัวของสิ่งท่ีมชี ีวติ เชน่ พืช สัตว์ มนษุ ยเ์ ปน็ ต้น
2.1 สงิ่ แวดลอ้ มทางสังคมที่เป็นนามธรรม หมายถึง สิ่งแวดล้อมท่ีมนุษย์ สร้างขึ้นโดยตั้งใจและไม่ได้
ต้งั ใจ ไม่มีตัวตน ไมม่ ีรูปร่าง สาเหตุท่ีสรา้ งขนึ้ มาก็เพ่ือความเป็น ระเบียบของการอยู่ร่วมกันใน 1.2. ส่ิงที่ไม่มีชีวิต (Abiotic Environment) หรือ ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพท่ีอาจจะ มองเห็นหรือมองไม่เห็น
สังคมเช่น วฒั นธรรม ประเพณี ศาสนา กฎระเบยี บ เปน็ ต้น เชน่ แรธ่ าตุ อากาศ เสยี ง เปน็ ต้น
2. ส่งิ แวดลอ้ มท่มี นุษย์สรา้ งขน้ึ (Man-Made Environment) ทไ่ี ด้จากทรัพยากรดั้งเดิม แล้วมนุษย์เป็นผู้ดัดแปลง เช่น
ถนน บ้านเมือง เป็นต้น ซึ่งเป็นส่ิงแวดล้อมเป็นนามธรรม (Abstract or Social Environment) เช่น วัฒนธรรม ประเพณี
การเมือง ศาสนา กฎหมายเป็นต้น
ประเภทของสิ่งแวดลอ้ มในสถานศกึ ษา : นกั วิชาการ เอกสารอ้างองิ
กรมสามัญศึกษา (อา้ งถงึ ใน เรณู ครฑุ ไทย, 2542, น. 26) ไดแ้ บง่ ประเภทของการสรา้ ง บรรยากาศสภาพแวดล้อมในสถานศกึ ษาไว้ 3 ประเภท คอื นรา สมประสงค์ และ เสรี ลาชโรจน์ (2546, น. 61-62) ได้แบ่งประเภทของส่ิงแวดล้อม ในสถานศึกษาเป็น 2
1. บรรยากาศสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ เป็นบรรยากาศสภาพแวดล้อมที่มองเห็นเป็น รูปแบบ เช่น อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ลกั ษณะ คอื
หอ้ งปฏิบตั ิการ สาธารณปู โภค สนามกีฬา สวนหยอ่ ม
2. บรรยากาศสภาพแวดล้อมด้านการจัดการบรหิ าร หมายถงึ บรรยากาศ สภาพแวดล้อม ทสี่ รา้ งเสรมิ ให้สมาชกิ ทกุ คนรว่ มกันทางานอย่างมีความสุข มี 1. สภาพแวดลอ้ มท่ีเกิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ แยกออกเปน็ สองประเภทคือ
การสร้างขวัญและกาลังใจในการทางาน ย้ิมแย้มแจ่มใสเข้าหากัน การให้สวสั ดิการ 1.1 สภาพแวดล้อมทมี่ ีชีวติ คอื คนทกุ คน พชื และสัตว์ทุกชนิดทมี่ ใี นสถานศกึ ษา
3. บรรยากาศสภาพแวดลอ้ มทางวชิ าการ ไดแ้ ก่ การจัดการเรียนการสอนท้ังในและนอกห้องเรียน ตลอดจนการจัดบริการเพ่ือส่งเสริมสนับสนุนทาง 1.2 สภาพแวดล้อมทีไ่ มม่ ีชีวติ ซง่ึ เกดิ ขึ้นองตามธรรมชาติ เชน่ สภาพอากาศแสงแดด อุณหภมู ิ ทศั นยี ภาพ
วิชาการต่าง ๆ ท่ีจะทาใหน้ กั เรยี น เกดิ การเรยี นรูภ้ ายใต้บรรยากาศทมี่ ีชวี ติ ชีวา สดชน่ื แจ่มใส มคี วามรูส้ กึ รกั สถานศกึ ษา รักครู รัก เพอ่ื น ของลักษณะภูมปิ ระเทศ ลักษณะทตี่ ้ัง รวมทั้งปรากฏการณธ์ รรมชาตติ า่ ง ๆ
อาภา บญุ ช่วย (2542, น. 144) ได้แบง่ ประเภทของบรรยากาศสภาพแวดลอ้ มใน สถานศกึ ษาไว้ 2 ประเภท คอื 2. สภาพแวดลอ้ มท่ีมนุษยส์ รา้ งขน้ึ ได้แก่
1. การจัดบรรยากาศสภาพแวดลอ้ มในหอ้ งเรียน 2.1 สภาพแวดล้อมทางกายภาพ หมายถึง สิ่งที่สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้ ซึ่งปรากฏอยู่ใน
2. การจัดบรรยากาศสภาพแวดลอ้ มนอกหอ้ งเรยี น สถานศึกษาในหลายๆลักษณะ เช่น สถานท่ี สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ห้องต่าง ๆ และ ส่วนประกอบ
การจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมในหอ้ งเรยี น ทาใหน้ กั เรียนได้เรียนรสู้ ิ่งตา่ ง ๆ ดังนั้น หอ้ งเรยี นควรมบี รรยากาศสภาพแวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื อานวยให้นักเรียน สาธารณปู โภค ลักษณะบริการดา้ นสขุ ภาพอนามัยและความปลอดภยั เครื่องมอื สื่อ การเรียนการ
ได้ประสบการณใ์ นทางบวกเพอ่ื พฒั นาตนเอง ใหม้ ีทศั นะอนั กวา้ งตอ่ สงั คมทน่ี ักเรยี นปฏสิ มั พันธ์ดว้ ย สอน และวสั ดอุ ุปกรณท์ ม่ี อี ย่ใู นสถานศกึ ษา
การจดั บรรยากาศสภาพแวดลอ้ มนอกห้องเรียน เปน็ การเสรมิ สร้างการเรยี นรทู้ ีด่ ีแก่ นกั เรยี น บรรยากาศสภาพแวดล้อมนอกห้องเรียนเป็นส่วนหน่ึงท่ี 2.2 สภาพแวดล้อมทางสังคม ซึ่งหมายถึงสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นความรู้สึกท่ีเกิดจาก การอยู่และ
นกั เรียนไดส้ ัมผสั อยทู่ ุกวัน อาคาร เรยี น อาคารประกอบ ตลอดจนบริเวณสถานศึกษาควรได้รับการปรับปรงุ ตกแตง่ ใหส้ วยงาม เพราะส่ิงเหล่านี้เอ้ือต่อการเรียนการ ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ของคนในสถานศึกษา ซ่ึงแบ่งออกเป็น สภาพแวดล้อมด้าน ปฏิสัมพันธ์ของ
สอน ถ้าหากบริเวณสถานศกึ ษาร่มเย็น สดชื่น มีสีสัน ก็เป็น ส่ิงจูงใจให้นักเรียนอยากมาสถานศึกษา มีความรัก หวงแหน ภาคภูมิใจในสถานศึ กษาของตน และ บุคคล
เสริมสรา้ งการเรยี นรู้แกน่ ักเรยี น
ธเนศ ขาเกิด (2544, น. 47-51) ได้แบ่งประเภทของการจดั สภาพแวดลอ้ มของ สถานศึกษาเป็น 3 กลุม่ ใหญ่ๆ ดงั น้ี พันธนภัทร วานิช (2549, น.18 ) ไดแ้ บ่งประเภทของสง่ิ แวดล้อมในสถานศึกษา 3 ประเภท ดงั นี้
1. สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ สภาพแวดลอ้ มทเี่ ป็นวัตถุ เชน่ บรเิ วณสถานศกึ ษา อาคารเรยี น อาคารประกอบ ห้องเรยี น หอ้ งประกอบ ครุภัณฑ์ 1. สิ่งแวดล้อมด้านการบริหารจัดการ หมายถึง การกาหนดนโยบาย การวางแผนการนิเทศ การประเมินผล เก่ียวกับ
และวัสดอุ ุปกรณต์ ่าง ๆ
2. สภาพแวดล้อมทางวชิ าการ ไดแ้ ก่ การจดั บรรยากาศการเรียนการสอนทั้งในและ นอกหอ้ งเรียน ตลอดจนการจดั บรกิ ารเพื่อส่งเสรมิ สนับสนนุ วิชาการ สิ่งแวดลอ้ มในสถานศกึ ษา
ตา่ ง ๆ ที่จะทาใหน้ ักเรยี นไดร้ บั ความรู้ ประสบการณใ์ หม้ ากทสี่ ดุ ภายใต้บรรยากาศทม่ี ีชีวติ ชีวา เรียนสนกุ สอนสนุก ครรู กั เดก็ เดก็ รักครู รักเพ่อื น ไมม่ บี รรยากาศแห่ง 2. ส่ิงแวดลอ้ มทาง กายภาพ หมายถึง ส่งิ แวดล้อมทเ่ี ป็นวตั ถุ อาคารสถานที่ และบริเวณสถานศกึ ษา
ความน่ากลวั หวาดผวา วิตกกงั วล ทุกคนอยากมา สถานศกึ ษา 3. สงิ่ แวดล้อมดา้ นการจดั การเรยี นการสอน หมายถงึ การจดั การเรยี นการสอน ความคิดสรา้ งสรรค์ กิจกรรมการพัฒนาและ
3. สภาพแวดลอ้ มทางการบรหิ ารจดั การไดแ้ ก่ ระบบการบริหาร การจัดการภายในสถานศึกษา ท่ีส่งเสรมิ ให้บุคลากรปฏิบตั ิงานสาเรจ็ ลงดว้ ยความรว่ มมอื
รว่ มใจกนั การรายงานผลการดาเนนิ งาน เพอ่ื สนบั สนุนการดาเนนิ งานด้านส่ิงแวดล้อม
19