The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by santisuk_phikun, 2021-05-08 08:58:44

E-Book การเขียนบล็อก

การเขียนบล็อก









































บล็อก (Blog) เป็นการรวมมาจากค าว่า เว็บล็อก (Weblog) เป็น

รูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างและเผยแพร่เนื้อหาต่าง ๆ


ในโลกอินเทอร์เน็ต โดยเนื้อหาสามารถเป็นไปได้ท้ง ข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ
ื่
ซึ่งหลังจากได้เผยแพร่แล้ว ผู้ใช้งานอนสามารถแสดงความคิดเห็นกับเนื้อหา
ได้

ี่
เว็บบอร์ด (Web Board) คือ โปรแกรมทท าหน้าที่เป็นกระดานสนทนา
และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างผู้สร้างเนอหากับผู้รับเนื้อหาใน
ื้
ื้
รูปแบบการตั้งกระทู้ถาม-ตอบ ในประเด็นที่ผู้สร้างเนอหาและผู้รับเนื้อหาสนใจ





















1

เว็บบอร์ดมีความคล้ายคลึงกับบล็อก กล่าวคือสามารถสร้างเนื้อหาและ
ผู้รับเนื้อหาสามารถแสดงความคิดเห็นได้เช่นเดียวกัน แต่จะมีข้อแตกต่างกัน


ื้
ื้
คือ เว็บบอร์ดมีลักษณะเป็นพนที่สาธารณะใช้รวบรวมเนอหาที่มีวัตถุประสงค์
สอดคล้องกัน จัดแบ่งเนื้อหาออกเป็นกลุ่ม มีผู้ดูแลจัดระเบียบเนอหาให้ม ี
ื้
ี่

ื้
ความเรียบร้อย สวนบล็อกจะมีลักษณะการสร้างเนื้อหาในพนทที่ผู้สร้างเนื้อหา



สร้างขึ้น แต่สามารถเผยแพร่เนอหาไปสโลกภายนอกได้ ทาให้บล็อกได้รับความ
ื้
นิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางที่ผู้สร้างเนื้อหาสามารถสร้างตัวตนบนโลก
อินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี

























































2

1. บล็อกซอฟต์แวร์ หรือบล็อกแวร์

เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในอนเทอร์เน็ต ซึ่งม ี

ลักษณะของระบบจัดการเนื้อหาเว็บท ี่


ผู้พฒนาซอฟต์แวร์และผู้เขียนหรือผู้ดูแล

บล็อกจะแยกจากกันต่างหาก



ื้



สงผลให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใชงานได้ทันที โดยไม่ต้องมพนฐานการ
ท าเว็บไซต์แต่อย่างใด ท าให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้เวลาสวนใหญ่ในการ





บริหารจัดการ เขยนเพ่มเติมขอมลและสารสนเทศแทนได้

โดยซอฟต์แวร์สวนใหญ่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันที

ซอฟต์แวร์บางสวนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่สงวน




ลิขสทธิ์ ทาใหผูพฒนาสามารถนามาปรับแก้ไขเป็นของตนเอง เพอติดตั้งไว้ใช ้





เป็นบล็อกสวนตัวหรือเผยแพร่ใหคนอนมาใชงานได้ สวนซอฟต์แวร์ลิขสทธิ์น้น







จะมีท้งที่ให้ใช้งานแบบเสยค่าใช้จ่ายและให้ใช้งานฟรี


2. บล็อกซอฟต์แวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้พฒนาบล็อก รายชอซอฟต์แวร์ท ี่

ื่
ี่ ั
เป็นทนิยมใช้พฒนาบล็อกในปัจจุบัน
รายชื่อซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ซอฟต์แวร์ที่ใช้พัฒนาบล็อก

ดรูปัล (Drupal)


เวิร์ดเพรสส์ (WordPress)



ไลฟ์ไทป์ (Life Type)

PHP / SQL

จูมลา (Joomla)








3

ื่

3. ผู้ให้บริการบล็อก ในปัจจุบันบล็อกถูกใช้เป็นเครื่องมอสอสารรูปแบบ

ใหม่ ท้งในรูปแบบการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่
ผลงาน และก าลังเป็นทนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อก
ี่
มากมาย เช่น



บล็อกโดยกูเกิล เป็นบริการบล็อกของกูเกิล

ภายหลังจากทดลองให้บริการในช่วงระยะพฒนาและ

ลงทะเบียนได้โดยไมขึ้นอยู่กับกูเกิล คิดค้นขนโดย

ึ้

ไพราแลบส (Pyra Labs) ใน พ.ศ. 2542 ตรวจสอบ
ข้อมูลที่อยของการลงทะเบียนจะอยู่ที่ blogger.com
ู่


บล็อกเวิร์ดเพรสสคือ โปรแกรมสาเร็จรูปที่มีไว้


เพอสร้างและจัดการเนื้อหาบนอนเทอร์เน็ต เป็นระบบ

ื่

ี่
เผยแพร่ข้อมูลในรูปแบบบล็อก ซึ่งเป็นทนยมมากใน

โลกออนไลน์ โครงสร้างของเวิร์ดเพรสสพฒนามา



จากภาษาพเอชพ และต้องท างานร่วมกับระบบ


ฐานขอมูลมายเอสคิวแอล เพราะเวิร์ดเพรสสต้องม ี

การเก็บข้อมูลสวนตัว
บล็อกมายสเปซ คือ เว็บบล็อกที่ทางเอ็มเอส

เอ็น (msn) ให้ผู้ที่ใชบริการได้เข้าไปใช้กัน โดยบล็อก

จะมีความหลากหลายมากกว่า เพราะในบล็อกผู้ที่เป็น

ื้
เจ้าของเนื้อหาจะเป็นผู้ที่ดูแลเนอหาว่าจะให้เป็นแนว
ไหน ซึ่งมายสเปซก่อตั้งขึ้นเมอ พ.ศ. 2546
ื่



4

4. แนวคิดและวิธีการเขียนบทความบนบล็อก การเขียนบล็อกสามารถ



เขียนได้ง่ายเพยงแค่มีพนที่บนโลกออนไลน์ ในปัจจุบันธุรกิจสวนใหญ่จะหันมา
ื้


ื้

มองความสาคัญของการเขียนบล็อกเขียนเนอหา ท าใหมบล็อกเกิดขึ้นเป็น
ี่
จ านวนมาก ซึ่งการเขียนบล็อกใหมีความโดดเด่นและเป็นทน่าจดจ า สามารถ

เขียนได้ ดังน ี้
4.1 ก าหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการเขียนบล็อก การ

ก าหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ไว้ก่อนเพอให้ได้หลักหรือจุดมุ่งหมาย
ื่










สาหรบก าหนดทศทางและหาแนวทางปฏบัติได้ชดเจนย่งขน เชน เขยนบลอก

ื่
เพอสร้างรายได้ (Blog For Money) เผยแพร่เนื้อหาที่มีความ

น่าสนใจให้ประโยชนกับผู้อ่าน ซึ่งในการเขียนบล็อกน้นจะต้องมีการใช้ค าถาม




เพอเป็นจุดเร่มต้นของการเขยนบลอกใหประสบความสาเรจ โดยผู้ที่สนใจการ





เขยนบลอกจะตองเร่มตน ดังน ี ้





ฝึกออกแบบเนื้อเรื่องที่ชวนให้
ี่
เขียนหัวข้อเรื่องทตนเองสนใจ
เกิดบทสนทนา
ื่
ี่
เขียนชอเรื่องที่อธิบายถึง ค านึงถึงประโยชน์ทได้

เนื้อหาด้านในทชัดเจน สาหรับผู้อ่าน
ี่


5


4.2 ค้นหาข้อมูลก่อนลงมือเขียน การจะเขียนบทความขึ้นมาสก
บทความให้มีคุณภาพน้น จ าเป็นต้องอาศยเวลาในการค้นหาข้อมูลต่างๆ เพอ


ื่
น าข้อมูลจากหลากหลายแหล่งมารวมกันก่อนที่จะลงมอเขียนควรค้นคว้า


















ขอมลเรองทต้องการเขยนก่อนซงถือเป็นส่งทสาคัญอยางมาก เมอได้หวเรอง


ที่จะเขียนแล้ว ให้ค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่ง เช่น หนังสอ สอ

ื่
ออนไลน์ต่างๆ โดยใช้ค าค้นหาที่ใกล้เคียงกับข้อมูลทต้องการ ในการรวบรวม
ี่





ขอมลเพ่มเติมเพอหาไอเดียมาต่อยอดในงานเขยน จากน้นอาจดูบทความของ



ผู้อื่นจากหลายๆ แหล่งเพอเป็นการน าข้อมลมาวิเคราะห์เปรียบเทียบออกแบบ
ื่
4.3 ตั้งชื่อหวข้อใหมีความน่าสนใจ เมอได้แนวคิดทจะเขยนแลว ส่ง











ื่
ื่
สาคัญต่อมา คือ การตั้งชอบทความ ซึ่งปกติแล้วหลักสาคัญของการตั้งชอ
บทความมอยู่ด้วยกัน 2 หลัก คือ เพอให้คนที่เห็นเกิดความรู้สกน่าสนใจ อยาก


ื่
ื่
คลิกเข้ามาอ่าน และเพอให้ง่ายต่อการสบค้นของโปรแกรม (Search Engine



ื่
Optimization) ดังน้น ในการตั้งชอบทความในบล็อกต้องอาศย หลักที่ว่านี้
ควบคู่กันไป
6

4.4 ก าหนดเค้าโครงของบทความ เมื่อได้ชื่อบทความมาแล้ว ขั้นตอน


ต่อไปที่จะช่วยให้งานเขียนง่ายขึ้นและชวยลดระยะเวลาในการเขียนคือ การ

ี้
ก าหนดเค้าโครง ซึ่งในที่นหมายถึง การตัดสนใจเลือกว่าในบทความที่จะเขียน


น้นควรประกอบด้วยหัวข้ออะไรบ้าง เสมือนเป็นการแบ่งบทความเป็นหวขอ


ย่อย ซึ่งการก าหนดหัวข้อหรือหัวเรื่องให้กับบทความน้น นอกจากจะท าให้เรา
ประหยัดเวลาในการเขียนแล้ว ยังช่วยทาให้ง่ายต่อการอ่านอีกด้วย ตัวอย่าง

การก าหนดเค้าโครงของบทความ มีดังน ี้






ื่
1) ชื่อเรื่อง : เป็นจุดแรกที่ผู้อ่านเห็น จึงต้องตั้งชอเรื่องให ้
น่าสนใจ และน่าอ่านมากที่สด





2) เนื้อหาของเรื่อง : เป็นสวนทอธิบายเรื่องที่เขียนแบบ
ี่

ละเอยด มีการแบ่งเนื้อหาออกเป็นหัวข้อตามความ

เหมาะสม







ี่
3) บทสรุป : เป็นสวนทอยู่ท้ายสดของเรื่อง โดยจะสรุป

สาระสาคัญของเรื่อง




ี่
4) อ้างอิง (ถ้ามี) : เป็นสวนทอยู่ท้ายบทความ จะบอก





รายชอหนงสอ ส่งพมพหนาเวบเอกสาร รวมท้งสอ








บันทึกเสยงที่เรานนามาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการ


เขียน



7

4.5 เขียนบทน า สาหรับการเขียนบล็อกที่ดีควรมีความยาวประมาณ 2-3
บรรทัด โดยอธิบายถึงภาพรวมคร่าว ๆ ของเนื้อหาในบทความน้น โดย


สอดแทรกข้อความที่ชวนให้ผู้อ่านเกิดความรู้สกน่าสนใจ น่าค้นหา ชวนให ้
ี่

ติดตาม ซึ่งลักษณะของบทน าจะเป็นสวนทอยู่ในตอนต้นของบทความที่จะบอก
ให้ผู้อ่านทราบว่า บทความนมีเนื้อหาที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร ซึ่งสวนนี้มักจะ
ี้

เป็นการอธิบายความหมายและความสาคัญของชอเรื่องให้เข้าใจได้ง่าย มีความ

ื่

4.6 ขนาดของบทความ หากกล่าวถึงเฉพาะการเขียนบทความที่ใช ้


ื่


สาหรับบล็อกน้นเมอดูจากสถิติของที่มาหลาย ๆ แห่ง ท้งจากบล็อกที่ให้ความรู้
ด้านการสบค้นของโปรแกรมค้นหา (Search Engine Optimization) ของ

ต่างประเทศ รวมถึงจากประสบการณ์การวิเคราะห์ผลจากหน้าเว็บไซต์กูเกิลท ี่
ึ่
จะแสดงผลของการค้นหา ซงขนาดความยาวของบทความที่เหมาะสมกับ
ี่

จ านวนค าสาคัญ (Keyword) ทอยู่ในบทความมีผลกับการถูกจัดอันดับบน
โปรแกรมค้นหา แต่ไม่ได้หมายความว่า บทความที่มความยาวมากทุกบทความ



จะเป็นบทความที่ดีและมีคุณภาพ หรือบทความที่สน ๆ จะเป็นบทความทไม่ดี ซึ่ง
ี่




ส่งสาคัญทมากกวาขนาดของบทความ คือ คุณค่าของตัวเนอหาวามประโยชน ์







ต่อคนอ่าน อีกท้งมความสอดคล้องกับค าค้นหามากนอยเพยงใด


8

ื้
4.7 เรียนรู้กฎพนฐานด้านโครงสร้างของเว็บไซต์ โครงสร้างของ


เว็บไซต์เป็นเรื่องที่ละเอียดออนและซับซอน ซึ่งการเขียนบทความไม่จ าเป็นต้อง












เชยวชาญในเรองของโครงสรางของเวบไซต์ แต่ส่งจ าเป็นทต้องเรยนร คือ
แนวคิดพนฐานในการปรับแต่งบทความใหมีความเหมาะสมต่อโครงสร้างของ

ื้
ื้
เว็บไซต์ ซึ่งมีกฎพนฐาน ดังนี้



























- ท าหน้าเพจให้สามารถโหลดข้อมูลในเวลาอันรวดเร็ว

- ปรับชื่อหัวข้อให้มขนาดนอยกว่า 60 ตัวอักษร และต้องม ี


ค าหลักรวมอยู่ด้วย








ื่
- ในการตั้งชอ URL ควรจะมค าหลกอยด้วย เพอเพ่มความ
น่าสนใจในบทความ
ื่
- สร้างการเชื่อมต่อของอนเทอร์เน็ต เพอเชื่อมโยงบทความใหม ่

และเก่าในบล็อก

- ท าใหหน้าเว็บรองรับการดูบนโทรศพท์มอถือหรืออุปกรณ์ทาง


อิเล็กทรอนิกสอนได้

ื่

- เขียนค าอธิบายใหน่าอ่าน ประมาณ 150-160 ตัวอักษร และควร
มีค าหลักรวมอยู่ด้วย



9


4.8 ตกแต่งบทความให้น่าอ่าน เมื่อตั้งชื่อบทความใหน่าสนใจและ
เขียนบทความที่ดีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่จ าเป็นต้องท า คือ การจัด

วางรูปแบบของบทความให้ดูสวยงามและสะดวกต่อการอ่าน ซึ่งมีขั้นตอนการ

จัดวาง ดังน ี้
















การใช้ตัวหนา-ตัวเอียง การเลือกใช้รูปแบบ


ื่
เพอเน้นข้อความ ของตัวอักษรที่เหมาะสม




















การขึ้นบรรทัดใหม่และการจัด การเพ่มรปภาพประกอบ


วางย่อหน้าให้เหมาะสมกับเนอหา ให้ดูมีสสนที่สวยงาม
ื้





10

4.9 รู้จักโฆษณาเผยแพร่บทความให้คนเห็น ในการเขียนบล็อกต่อให ้

ื้
บทความมีเนอหาดีแต่ถ้าหากไม่มีคนเห็น ไม่มีคนรู้จัก หรือไม่มีคนอ่าน อาจไม ่

ประสบความสาเร็จ ซึ่งการเผยแพร่บทความให้เป็นที่รู้จักจะเป็นตัวเลือกหนึ่ง
ื่
ของการเขียนบล็อกหรือการท าเนื้อหา ในปัจจุบันสอสงคมออนไลน์ ท าให้เรา

สามารถเผยแพร่ได้ง่ายขึ้น เช่น






แชร์โพสต์ในหน้าเพจของเฟซบุ๊ก (Facebook Page)






ใชอีเมลสงเป็นจดหมายข่าวสาหรับผู้ที่มาติดตามบล็อก




เผยแพร่โพสต์ผ่านความคิดเห็นในเว็บไซต์หรือหน้าเพจ

ของเฟซบุ๊ก





ื้
เผยแพร่โพสต์ผ่านเว็บบอร์ดต่าง ๆ ที่เกี่ยวของกับเนอหา








11


4.10 เขียนบทความใหม่ ๆ อย่างต่อเนืองและสม ่าเสมอ ผู้ที่เข้ามาดู

บทความในบล็อกต่าง ๆ ล้วนต้องการมองหาเนื้อหาใหม่ ๆ ที่มีการปรับปรุงอย ู่

ื้
เสมอ ดังน้น ควรเขยนบทความให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เนอหาในบทความอ่าน


ี่

เข้าใจง่าย มีความนาเชื่อถือ และมแหล่งอ้างองทชัดเจน มความสอดคล้อง


เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของบทความหรือแนวคิดหลักของบล็อก จะช่วยให ้





บลอกมคุณภาพและเพ่มประสทธิภาพของบทความในบลอกมากขน













12


5. ตัวอย่างวิธีการสร้างบล็อกในเว็บไซต์ blogger.com โดยท่วไปการ

สร้างบล็อกจะไม่ยุ่งยาก เพยงแค่สมัครสมาชิกกับผู้ให้บริการผ่านบล็อกก็




สามารถเข้าสระบบ แล้วลงมอสร้างบล็อกได้ แต่จะท าออกมาได้สวยหรือดูดีน้น
ขึ้นอยู่กับการวางรูปแบบของผู้สร้างบล็อกเอง และรูปแบบจะมีความน่าสนใจ

ถ้ามีการอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ ใหทนสมย มีรูปแบบการจัดวางให้ดูเหมาะสมกับ


เนื้อหาที่ต้องการน าเสนอ และในปัจจุบันผู้ให้บริการบล็อกจะให้บริการในการ

สมัครสมาชิกและสร้างบล็อกเบื้องต้นฟรี แต่จะเสยค่าใช้จ่ายก็ต่อเมอมีความ
ื่
ต้องการในการสร้างบล็อกที่ซับซอนขึ้น เช่น ต้องการเครื่องมือที่ใช้ติดตามดู

ความเคลื่อนไหวของบล็อก ดูรายงานผลต่าง ๆ










วิดีโอสร้างบล็อกฟรีง่ายๆ ภายใน 5 นาที


































ลิงก์ Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=KTetWaYIM70














13

ี่
6. ความแตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์ จากเทคโนโลยีทใช้กันในปัจจุบัน

ท าให้จ าแนกความแตกต่างระหว่างบล็อกกับเว็บไซต์ได้ยากมากขึ้น สาหรับ
ผู้ใช้งานท่วไป (User) อาจจะบอกวาเป็นส่งเดียวกัน แต่จากการศกษาบทความ




ี่
หลายๆ บทความบนเว็บไซต์ ท าให้พบว่ามีค าอธิบายในเรื่องนี้ทแตกต่างกัน

ออกไปหลายความคิดเห็น เชน บางเว็บไซต์อธิบายความแตกต่างของบล็อก
กับเว็บไซต์ไว้ว่า รูปแบบในการน าเสนอหรือบทความ ซึ่งลักษณะความแตกต่าง

ของบทความในบล็อกกับเว็บไซต์ มีดังนี้





ด้านเนื้อหาและการใช้ภาษา





บล็อก เว็บไซต์

ื่
เนื้อหาจะเน้นให้ผู้อ่าน ในสมัยก่อนการสร้างเว็บไซต์ เพอน าเสนอ

รู้สกเป็นกันเองเสมือนเป็น ข้อมูลของธุรกิจสวน มากจะมีข้อมูลที่ใช้ภาษาที่เป็น

การพดคุยสนทนา หรือการ ทางการ ซึ่งหากเขียนบทความในเชิงการสนทนาหรือ

บอกเล่าเรื่องราวระหว่าง

เจ้าของเว็บไซต์เองกับผู้เยี่ยม แบบเป็นกันเองจะท าให้เว็บไซต์ดูไม่ค่อยมี ความ
ชมเว็บไซต์ น่าเชื่อถือ ดังนั้น จะเห็นว่าเว็บไซต์ขององค์กรหรือ

บริษทที่มีขนาดใหญ่มักจะมีเมนูที่เป็นลักษณะของ

บล็อกอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อคลิกเข้าไปอ่านแล้วรูปแบบของ

บทความจะเป็นภาษาที่เป็นกันเองหรือบอกเล่า

กิจกรรมต่าง ๆ ภายในบริษท




14

ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล






บล็อก เว็บไซต์

บล็อกมักจะมีการ เว็บไซต์ในลักษณะที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเพยง

อัปเดตข้อมูลต่าง ๆ อยู่เสมอ อย่างเดียวหรือเป็นข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนอยู่แล้ว


อาจจะมีการปรับปรุงข้อมูลไม่บ่อยนัก ซึ่งมีเว็บไซต์

หลายประเภทที่มีการปรับปรุงข้อมูลอยู่เสมอ เช่น

เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์เครือข่ายสงคมออนไลน์






ด้านหน้าที่หลัก






บล็อก เว็บไซต์

ื่
สามารถสอสารกัน มุ่งเน้นที่จะให้ข้อมูลกับผู้ที่เข้ามาศกษาข้อมูล

ระหว่างผู้เยี่ยมชมบล็อกกับ จากเว็บไซต์เพยงอย่างเดียว

เจ้าของบล็อก






ด้านเทคนิค






บล็อก เว็บไซต์


มีความยืดหยุ่นสง มีตวาม มีรูปแบบจ ากัดตาม Blog Template ที่
สามารถในการท างานได้หลากหลาย เตรียมไว้
และมีประสทธิภาพมากกว่าเว็บบอร์ด















15

เอกสารอ้างอิง






วรรณกาณจน์ บุญยก. (2560). เทคโนโลยี (วทยาค านวณ) ม.6 .
กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.



อภิวัฒน์ วงศกัณหา. (2563). สร้างบล็อกฟรีง่ายๆ ภายใน 5 นาที.
สบค้น 1 พฤษภาคม 2564, จาก https://www.youtube.com/

watch?v=KTetWaYIM70





















































16


Click to View FlipBook Version