The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pattanapong Tantaworrasilp, 2023-05-31 13:51:43

เล่มกิจกรรมย่อยชุมนุมนักกีฏวิทยารุ่นเยาว์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

ตารางกิจกรรมชุมนุมนักกีฏวิทยารุ่นเยาว์ฉบับละเอียด

Keywords: entomology,กีฏวิทยา

ใบกจิกรรมชุมนุม ชุมนุมนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์“ ชุมนุมนักกฏีวิทยารุ่นเยาว์” (ต้องมีจ านวนดาวอย่างน้อย 20 ดาว) ตารางกิจกรรมย่อยชุมนุมนักกีฏวิทยารุ่นเยาว์ เรียงตามวันและเวลาที่ส าเร็จกิจกรรม วนัที่เริ่ม 12 ตุลาคม 2565 วนัสิ้นสุด 30 พฤษภาคม 2566 ล าดับที่ ชื่อกิจกรรม จ านวนดาว ลายเซ็นอาจารย์ที่ปรึกษา 1 การส ารวจแมลงในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ 2 เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แมลง 3 แมลงน้า 4 การระบุชื่อแมลง 5 เขียนเรียงความ 6 อุปกรณ์ในการส ารวจและศึกษาแมลง 7 การศึกษาส่วนต่าง ๆ ของแมลง 8 แมลงตวัห้า 9 ค้นคว้าเกี่ยวกับแมลงที่มีความส าคัญ 10 การศึกษาแมลงที่มีโทษบางชนิด 11 แมลงกลางคืน รวม 22


กิจกรรมที่ 2 การส ารวจแมลงในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ เป้าหมายของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนรู้จักแหล่งอาศัยของแมลงแบบต่างๆ ค าอธิบายกิจกรรม ให้นักเรียนออกส ารวจแมลงในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติบริเวณโรงเรียน หรือที่บ้าน ค้นหาแมลงที่ มีลักษณะแตกต่างกัน 10 ตัว ตาม แหล่งอาศัยแบบต่างๆ เช่น บนล าต้น ใต้ใบไม้บนใบไม้ในดิน และในน้า เป็ นต้น เมื่อได้มา 1 ตัวให้จับใส่ขวดโหลปากกว้างขนาด ใหญ่พอสมควร ปิ ดด้วยผ้าโปร่งหรือกระดาษใส เจาะรูภายในขวดโหลมีอาหารธรรมชาติหรือให้ความช้ืนเลก็นอ้ยเพื่อให้แมลงอาศัย อยู่ได้ในขณะที่บันทึกข้อมูลโดยบันทึกแหล่งที่พบอย่างละเอียด วาดหรือถ่ายรูป สังเกตรูปร่าง พฤติกรรมต่างๆ ซึ่งจะท าให้นักเรียน ทา นายบทบาทของแมลงที่พบในสภาพแวดลอ้มน้นัๆ ได้ควรสา รวจซ้า 2-3 คร้ังแล้วท ารายงาน ส าหรับแมลงแต่ละตัว วิธีการด าเนินกิจกรรม - ออกส ารวจแมลงในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติบริเวณโรงเรียน หรือที่บ้าน - ค้นหาแมลงที่มีลักษณะแตกต่างกัน 10 ตัว ตามแหล่งอาศัยแบบต่างๆ - บันทึกข้อมูลโดยบันทึกแหล่งที่พบอย่างละเอียด - วาดหรือถ่ายรูปสังเกตรูปร่างพฤติกรรมต่างๆ - ท านายบทบาทของแมลงที่พบ ประโยชน์ 1.ได้ส ารวจแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงตามธรรมชาติ 2.ได้สังเกตลักษณะของแมลงที่แตกต่างกัน 3.ได้รู้ว่าแมลงแต่ละตัวมีบทบาทอย่างไร


ตารางบันทึกการส ารวจแมลงในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติ ตัวที่ ชื่อภาษาไทย ชื่อ ภาษาอังกฤษ ชื่อวิทยาศาสตร์ ภาพแมลงที่ส ารวจ บริเวณที่พบและ บทบาทใน สิ่งแวดลอ้ม 1 ผีเส้ือ กลางคืน Moth Chiasmia emersaria พบที่แสงไฟบ้าน ของสมาชิกใน ชุมนุมในเวลา กลางคืน คาดว่า อาจจะมาหาคู่เพศ ตรงข้าม 2 แมงมุม Spider Araneus cavaticus พบที่ช่องว่าง ระหว่างใบไม้ ก าลังสร้างใยแมง มุมใหม่เพื่อเป็ นที่ อยู่อาศัย 3 ยุง Mosquito Aedes aegypti พบที่หน้าห้องเรียน ของสมาชิกใน ชุมนุม ซึ่งยุงเพศ เมียก าลังหาอาหาร เพื่อเป็นพลังงาน 4 มดแดง Ant Oecophylla smaragdina พบที่บ้านของ สมาชิกในชุมนุม คาดว่าเป็ นมดงาน ที่ก าลังตามหา อาหารเพื่อน ากลับ รัง 5 ด้วงกว่าง Beetle Xylotrupes gideon พบในสวนหย่อม ของสมาชิกใน ชุมนุม คาดว่าด้วย กว่างเพศเมียก าลัง หาคู่ในฤดูผสม พันธุ์


6 หนอนผีเส้ือ Caterpillar pachliopta aristolochiae พบที่สวนสัตว์ แมลงสยาม ถูก เล้ียงไวเ้พื่อ การศึกษา 7 จิ้งโกร่ง Cricket Brachytrupes portentosus พบใต้ดินบริเวณ สวนหย่อมของ สมาชิกในชุมนุม ก าลังขุดดินเพื่อ สร้างที่อยู่ 8 ด้วงหนวด ยาวพิกุล Mimusop Stem borer Pachyteria dimidiata พบที่ต้นไม้ในสวน ของสมาชิกใน ชุมนุม คาดว่าก าลัง หาที่อย่อาศัยและ หาอาหาร 9 จิงโจน้ ้า Water striders Gerris lacustris พบที่น้า ขงับริเวณ ถนนในโรงเรียน คาดว่าในเวลาที่พบ ก าลังหาอาหารบน ผิวน้า 10 ผีเส้ือ Butterfly Cethosia bibilis พบที่สวนสัตว์ แมลงสยาม คาดว่า ก าลังหาเกสร ดอกไม้เพื่อใช้เป็น แหล่งอาหาร 11 แมลงหนอน ปลอกผนัง Household Casebearer Phereoeca uterella พบที่บ้านของ สมาชิกในชุมนุม คาดว่าก าลังอยู่ใน ดักแดที่ท าจาก ปลอกบนก าแพง


กิจกรรมที่3การระบุชื่อแมลง เป้าหมายของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนฝึ กทักษาในการระบุชื่อมาแล้วและเห็นความส าคัญในการใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ของแมลง ค าอธิบายกิจกรรม ให้นักเรียนเก็บตัวอย่างแมลงและระบุชื่อแมลงน้นัมาจา นวน 10 ชนิด (อาจเป็ นชื่อวิทยาศาสตร์ชื่อ สามัญไทย หรือชื่อที่ชาวบ้าน เรียก) การระบุชื่อแมลง หมายถึงการหาว่าตัวอย่างแมลงในมือ หรือที่ก าลังศึกษาน้นัมีชื่อว่าอยา่งไรควรเป็ นชื่อวิทยาศาสตร์(ซึ่งไม่ ง่ายเสมอไป อาจต้องสอบถามผู้รู้) แต่ในระดบัน้ีอนุโลมให้หาชื่อสามญัภาษาไทยก่อนได้แต่ให้ทราบในหลักการว่าจริงๆ แล้วมีชื่อ วิทยาศาสตร์ที่เป็ นสากลกว่าและเป็นสิ่งที่สา คญัมากในงานทางวิทยาศาสตร์ที่ตอ้งรู้ว่าทา การทดลองกบัสิ่งมีชีวิตสปีชีส์หรือชนิดใด เพื่อจะได้น าข้อมูลไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเข้าใจตรงกัน อาจารยท์ ี่ปรึกษาควรให้คา อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรื่องน้ีเนน้ย้า นกัเรียนมิ ให้ละเลยในการหาชื่อที่ถูกต้องและเน้นเรื่องการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ให้ถูกต้องด้วย เมื่อนักเรียนเห็นชื่อแล้วต้องสามารถบอกได้ว่า เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิต ชื่อน้ีนิยมเขียนกนั 2 แบบ คือท าเป็ นตัวเอนหรือขีดเส้นใต้ส่วนชื่อสามญัน้นัแมลงชนิดเดียวกนัอาจ มีชื่อเรียกได้มากกว่า 1 ชื่อข้ึนกบัการเรียกของประชาชนในแต่ละทอ้งถิ่น วิธีการด าเนินกิจกรรม - เก็บตัวอย่างแมลง และระบุชื่อแมลงน้นัมาจา นวน 10 ชนิด อาจเป็นวิทยาศาสตร์ชื่อสามัญไทย หรือชื่อที่ชาวบ้านเรียก ประโยชน์ 1.ได้รู้จัก ชื่อวิทยาศาสตร์ชื่อสามัญไทย และชื่อที่ชาวบ้านเรียก ของแมลงต่างๆ 2.ได้เก็บตัวอย่างแมลงเพื่อศึกษา 3.ได้ฝึ กทักษะการหาข้อมูล


ตารางการระบุชื่อแมลง ตัว ที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อภาษาไทย ชื่อพ้ืนบา้นภาคเหนือ ภาพแมลง 1 Chiasmia emersaria ผีเส้ือกลางคืน กะเบ้อ 2 Araneus cavaticus แมงมุม ก ๋าปุ๊ ง 3 Aedes aegypti ยุง ยุง 4 Oecophylla smaragdina มดแดง มดส้ม 5 Xylotrupes gideon ด้วงกว่าง กว่าง


6 Pachliopta aristolochiae หนอนผีเส้ือ แมงโบ้ง 7 Brachytrupes portentosus จิ้งโกร่ง จิ๊กุ่ง 8 Pachyteria dimidiata ด้วงหนวดยาวพิกุล - 9 Gerris lacustris จิงโจน้ ้า แมงแม่น้า 10 Cethosia bibilis ผีเส้ือกลางวนั ก ่าเบ้อ 11 Phereoeca uterella แมลงหนอนปลอกผนัง -


กิจกรรมที่ 20 เขียนเรียงความ เป้าหมายของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนฝึ กค้นคว้าข้อมูล และเขียนแสดงความคิดเห็น ค าอธิบายกิจกรรม “นักเรียนเห็นว่าแมลงมีประโยชน์และโทษอย่างไร สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้หรือไม่" ให้นักเรียน เขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับหัวข้อข้างต้นพร้อมบอกเหตุผลประกอบ และอาจน าไปเผยแพร่ในรูปแบบ ต่างๆ เช่น ในวารสารของโรงเรียน ในเวปไซต์เป็ นต้น วิธีการด าเนินกิจกรรม - ค้นคว้าหาข้อมูล - เขียนเรียงความแสดงความคิดเห็นในหัวข้อที่ก าหนด - น าไปเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ ประโยชน์ 1.ฝึ กทักษะการเขียนเรียงความและการแสดงความคิดเห็น 2.ฝึ กทักษะการค้นคว้าหาข้อมูล


แมลงเป็ นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง จ าแนกออกเป็ นไฟลัมต่าง ๆ มีลักษณะล าตัวเป็ นปล้อง สามารถเห็นได้อย่าง ชัดเจน หายใจแบบใช้เหงือกหรือใช้รูหายใจ มีวฏัจักรวงจรชีวิตในการเจริญเติบโตแบบไข่โดยมีท้ังเพศผูล้ะเพศเมีย โดยทวั่ ไป แมลงจะมีล าตัวแบ่งออกเป็ น 3 ส่วนคือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนล าตัว ณ ปัจจุบัน มีแมลงหลายชนิดอยู่ตาม ธรรมชาติและบา้นเมืองอยู่มากมายหลายชนิด ไดแ้ก่ตกั๊แตน ยุง หนอน แมงป่อง ตะขาบ เป็นตน้ซ่ึงแมลงแต่ละชนิดน้ ัน บางชนิดสร้าง ประโยชน์ต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดลอ้ม บางชนิดสร้างประโยชน์กบัระบบเศรษฐกิจและการบริโภคแต่ แมลงบางชนิดก็มีโทษ ต่อสิ่งแวดดล้อมและมนุษย์เช่นกัน ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีแมลงไม่น้อยกว่า 10,000 ชนิดที่ถูกจา แนกและต้งัชื่อไวซ้่ึงมีแมลงอีกมากมายที่ยงัไม่ได้ มีการคน้พบและจา แนกชนิดพนัธุ์ไว้ซ่ึงจากที่แมลงแต่ละชนิดน้นั ให้ประโยชน์และโทษแตกต่างกนั ประโยชน์ของแมลงแบ่งออกเป็ น 7 ประเภทใหญ่ๆ ดงัน้ี1. แมลงให้ผลผลิตที่เป็นประโยชน์เช่น ผ้ึงที่ให้ผลผลิต ใน รูปแบบน้า ผ้ึงที่ช่วยเสริมสุขภาพทางกายเช่น ลดความเครียด ช่วยให้นอนหลบัไดด้ีข้ึน และเพิ่มความชุ่มช้ืนให้แก่ผิวเป็น ตน้หรือจะเป็นในรูปแบบของไขผ้ึงหรือข้ีผ้ึงซ่ึงทา ไปให้ในการหล่อเทียน การทาเครื่องส าอาง เป็นสารกนัน้า สารขดัเงา และสารหล่อลื่น 2. แมลงผสมเกสร ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยพืชที่มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่คนละดอกหรือคนละต้นกัน ทา ให้ตอ้งอาศยัแมลงที่มาผสมเกสรช่วยพดัเกสรตวัผไู้ปยงัเกสรตวัเมียเพื่อผสมพนัธุ์เช่น ผ้ึง ต่อ แตน ต่อเบียน แตนเบียน มด แมลงวนัผ้ึง แมลงวนัหัวเขียวแมลงวันบ้าน แมลงนูน ด้วงผลไม้ด้วงถวั่ ด้วงงวง มวน เพล้ียผีเส้ือกลางวนัและผีเส้ือ กลางคืน เป็ นต้น 3.แมลงตวัห้า และแมลงตวัเบียน โดยท้งัสองชนิดเป็นศตัรูธรรมชาติที่ช่วยรักษาความสมดุลของธรรมชาติ ตวัห้า คือแมลงที่กินแมลงชนิดเดียวกนัเป็นอาหารเช่น ตกั๊แตนตา ขา้วแมลงปอ ดว้งเต่าลายกินเพล้ียอ่อน มวนเพชฌฆาต ด้วง ดิน แมลงวันดอกไม้แมลงวันหัวบุบ เป็ นต้น และแมลงตัวเบียนคือแมลงที่อาศัยอยู่ในหรือนอกร่างกายของแมลงตัวอื่นโดย จะเบียดเบียนหรือดูดกินแมลงที่ตวัเบียนอาศยัอยู่เช่น หมดั ไรไก่เหาแตนเบียน ต่อเบียน แมลงวันหลังลาย แมลงวันก้นขน เป็ นต้น 4.แมลงที่ใช้เป็นอาหารของมนุษยแ์ละสัตว์ซ่ึงในปัจจุบนัเริ่มมีความนิยมในการรับประทานอาหารที่ทา มาจาก แมลงมากข้ึน โดยแมลงบางชนิดให้สารอาหารที่มีประโยชน์มากและแมลงบางชนิดก็ให้โปรตีนสูงกว่าเน้ือสัตวเ์ช่นกนั แมลงที่ใช้ในการปรุงอาหารให้มนุษยไ์ดร้ับประทานไดแ้ก่แมลงกระชอน แมลงกินนูน แมลงกุดจี่จิ้งโกร่ง จิ้งหรีด แมลงดา นา ตั๊กแตนใหญ่ไข่มดแดงและดักแด้ไหม เป็นต้น และยงัมีแมลงที่เป็นอาหารให้สัตว์เล้ียงชนิดต่าง ๆ ที่ให้คุณค่าทาง โภชนาการสูงเช่น หนอนนกแมลงสาบดูเบีย ตัวอ่อนหนอนแมลงวนัลาย หนอนดว้งควายและจิ้งหรีด เป็นตน้ 5.แมลงช่วย สร้างเสริมความอุดมสมบูรณ์ของ ดิน เหล่าแมลงที่กินซากพืชซากสัตวเ์ป็นอาหาร มีบทบาทในการย่อยสลายซากเหล่าน้นั และปลดปล่อยแร่ธาตุออกมาอยู่ในสภาพ ที่พืชน าไปใช้ประโยชน์เพื่อการเจริญเติบโต แมลงที่เก็บเศษใบไม้หรือผงต่าง ๆ มาสร้างรังใตด้ิน โดยการเจาะทา รังหรือชลงไปชอนไชในดิน มีส่วนช่วยให้โครงสร้างดินดีข้ึน ทา ให้ดินโปร่งและสามารถ ระบายอากาศไดด้ีและยงัสามารถเพิ่มแร่ธาตุในดินได้อีกดว้ยแมลงที่ช่วยสร้างเสริมความอุดมสมบูร์ของดินไดแ้ก่ไส้เดือน และด้วงมูลเป็ นต้น 6. แมลงที่เป็ นประโยชน์ทางการศึกษาแมลงหลายชนิดมีประโยชน์ส าหรับใช้ในการศึกษา ในรายวิชา กีฏวิทยาที่ต้องผ่าแมลงเพื่อการศึกษาระบบอวัยวะภายในและอวัยวะภายนอกต่าง ๆ ด้วยเช่น แมลงสาบ ตกั๊แตน หนอนไหม เป็ นต้น หรือแมลงที่ใช้ในการศึกษาด้านพันธุกรรมคือแมลงหวี่ เพราะเป็นแมลงที่มีขนาดของโครโมโซมของต่อมน้า ลายที่มี ขนาดใหญ่และสามารถขยายพนัธุ์ไดใ้นเวลาอนัส้ัน และยงัมีการศึกษาถึงพฤติกรรมและการอยู่ร่วมกนั ในสังคมของแมลง ต่าง ๆ เช่น มด ผ้ึงและปลวกเป็นต้น ในทางการแพทย์ แมลงบางชนิดมีประโยชน์ในการเป็ นส่วนหนึ่งของยารักษาโรคเช่น สาร cantharidin จากดว้งน้า มนัสาร allantion จากตัวหนอนซึ่งมีประโยชน์ในการรักษาโรคและปัญหาสุขภาพร่างกายต่าง ๆ 7. แมลงที่เป็ นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว โดยอาจเป็ นการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ทัศนศึกษา หรือกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ เช่น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีแมลงหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ พิพิธภัณฑ์แมลงต่าง ๆ กิจกรรมชนด้วงกว่างที่ใช้ด้วงกว่าง ตวัผมู้าชนกนัการนา จิ้งหรีดมากดักนัเพื่อความสนุกสนาน เป็นตน้


ในทางกลบักนัแมลงน้นัก็ไม่ไดส้ร้างประโยชน์อย่างเดียว แต่ยังมีโทษที่ท าให้เกิดความเสียหายกับพืช คน และ สัตว์ 1. ความเสียหายที่เกิดข้ึนกบัพืชผลแมลงส่วนใหญ่สามารถทา ลายพืชทุกชนิดและทา ให้ผลผลิตลดลงจนทา ให้พืชตาย ได้เช่น การกดักินใบ กิ่งกา้น ตาดอด ยอด ลา ตน้รากและผลของพืชไดแ้ก่ตกั๊แตน ดว้งปีกแขง็หนอนของต่อ แตน เป็ นต้น การดูดกินน้า เล้ียงจากใบ ยอด ลา ตน้รากและผลไดแ้ก่มวนและเพล้ียชนิดต่าง ๆ การเจาะเข้าไปกินภายในล าต้น ก้าน ราก ใบ ผลและเมล็ดไดแ้ก่หนอนชอนใบส้ม หนอนชอนใบถวั่หนอนชอนใบชมพูหนอนกอขา้ว หนอนเจาะลา ตน้ขา้วโพด หนอนเจาะล าต้นกาแฟ หนอนเจาะล าต้นทุกเรียน หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนเจาะฝักข้าวโพด หนอนเจาะพริกหยวก และ หนอนเจาะผลไม้ต่าง ๆ ทา ให้เกิดปุ่มปมตามตน้ยอด และใบพืชไดแ้ก่เพล้ียไก่ฟ้ายอดชะอม บวั่ขา้วเป็นตน้ การวางไข่เข้า ไปในส่วนใดส่วนหน่ึงของพืช ซ่ึงจะก่อให้เกิดความเสียหายไดไ้ดแ้ก่เพล้ียจกัจนั่จิ้งหรีด แมลงวันทองเป็ นต้น การเอาส่วน ใดส่วนหน่ึงของพืชไปสร้างรังไดแ้ก่มดแดงที่นา ใบไปสร้างรังผ้ึงกดัใบ เน้ือไมแ้ละกลีบดอกไปสร้างรังการเอาแมลงอื่น มาปล่อยในตน้พืชให้ทา ลายพืชน้นั ไดแ้ก่มดที่อาศยัอยกู่นัเพล้ียอ่อน เป็นตน้การนา เช้ือราแบคทีเรียโปรโตซัว และไวรัสมา สู่พืช ซ่ึงทา ให้เกิดโรค เช่น การนา เช้ือเขา้สู่พืชทางรอยวางไข่รูเจาะกิน และรูที่แมลงเจาะเขา้ ไปในพืช การนา เช้ือโรคที่ ติดตามตวัแมลงจากตน้ สู่อีกตน้การเจริญเติบโตของเช้ือในตวัแมลงและถูกถ่ายทอดมาสู่พืช แมลงที่นา โรคมาสู่พืชไดแ้ก่ เพล้ียชนิดต่าง ๆ และมอดเป็นตน้ , การทา ให้เกิดเช้ือโรคชนิดใหม่ไดแ้ก่โรคราสนิมที่จะนา เช้ือราจากแต่จะตน้ ไปผสมกบัอีก ที่หนึ่งได้ 2. ความเสียหายที่เกิดกับคนและ สัตว์เช่น เป็นพาหะนา โรคมาสู่คนและสัตวไ์ดแ้ก่ยุงกน้ ปล่องเป็นพาหะโรคไข้ มาลาเรีย ยุงลายเป็ นพาหะของโรคไข้เลือดออก ยุงร าคาญเป็ นพาหะของโรคไข้สมองอักเสบและโรคเท้าช้าง เป็ นตัวเบียน ของคนและสัตวไ์ดแ้ก่เหลือบ เหา หมดัและไรไก่เป็น ต้น เป็นแมลงที่สร้างกลิ่นเหมน็ที่ถูกปล่อยออกมาไดแ้ก่แมลงกระแท้ มวนเขียวแมลงสาบ และเรือด เป็ นต้น แมลงที่ขบัถ่ายทา ให้เกิดความสกปรกตามอาหารผลไม้และภาชนะต่าง ๆ ไดแ้ก่ เพล้ียหนอน เพล้ียแป้งและแมลงสาบเป็นตน้ทา ให้รู้สึกขยะแขยงเมื่อแมลงไต่ตอมตามผิวหนงัไดแ้ก่หนอนผีเส้ือที่อยู่ตาม กิ่งไม้ตน้ ไม้และ หมดัที่ดูดกินเลือดคนและสัตวเ์ป็นตน้แมลงที่กดแัทะตามผิวหนงัไดแ้ก่ไรนกและไรไก่ที่ทา ให้เกิดความ ร าคาญต่อสัตว์แมลงที่เข้าตาหรือเข้าหูหรือเข้าคอโดยเหตุบงัเอิญไดแ้ก่แมลงวนัตอมตาและแมลงต่าง ๆ ที่บินเขา้หาแสง ไฟในยามค ่าคืน อาจเป็ นต้นเหตุของการเกิดโรค มายเอียซีส การวางไข่ตามผิวหนงัผมหรือขนไดแ้ก่เหาแมลงวนัหนอน ต่าง ๆ มีพิษเป็ นอันตรายต่อคนและสัตว์ เมื่อโดนกัด ต่อย หรือแทงไดแ้ก่ต่อแตน มดตะนอยยงุริ้น เหลือบ แมลงดานาขน ของผีเส้ือเป็นตน้การปล่อยสารพิษลงบนผิวหนงัไดแ้ก่แมลงกน้กระดกที่ปล่อยกรดไนตริกมีผลโดยตรงต่อผิวหนงั แมลงที่ ไม่ควรนา มาบริโภคไดแ้ก่ดว้งน้า มนัที่ในตวัมีสารในตวัซ่ึงอาจทา ให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ในปัจจุบันมีแมลงบางชนิดที่ใกล้สูญพนัธุ์และมีความตอ้งการในการอนุรักษ์แมลงมากข้ึน ซ่ึงมีการป้องกนัการ ลักลอบจับแมลงในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ า มีการควบคุมการส่งแมลงออกไปต่างประเทศ มีการ ส่งเสริม การเพราะเล้ียงขยายพนัธุ์แมลงที่อนุรักษแ์ละมีการสร้างจิตสา นึกในดา้นการอนุรักษแ์มลง โดยสรุปแล้ว แมลงเป็ นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีล าตัวแบ่งออกเป็ นสามส่วน ซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศไทย และทวั่โลกแมลงน้นัสร้างประโยชน์ต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นดา้นสิ่งแวดลอ้มธรรมชาติการจดัความสมดุลในธรรมชาติ การบริโภค การศึกษาและการท่องเที่ยวโดยแมลงแต่ละชนิดก็จะให้ประโยชน์ที่ต่างกัน แต่ในทางกลับกัน แมลงบางชนิดก็ ส่งผลไม่ดีหรือให้โทษกบัสิ่งแวดลอ้มธรรมชาติคน และสัตวเ์ช่นกนั ไม่ว่าจะเป็นการทา ลายโครงสร้างของพืช การทา ให้เสีย รูปลักษณ์ลักษณะภายนอก การท าให้เกิดโรคในพืช คนและสัตว์ การรบกวนทางเสียงต่าง ๆ ของแมลง และความอันตราย ต่อการบริโภคแต่มนุษยก์ ็ควรหนัมาอนุรักษแ์มลงที่สร้างประโยชน์ให้กบัสิ่งแวดลอ้มต่าง ๆ เพื่อที่จะทา ให้โลกน้นัมีสมดุล ทรัพยากรธรรมชาติที่สมดุลและยังสามารถเป็ นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่าง ๆ ให้ผู้คนรุ่นหลังหรือรุ่นต่อ ๆ ไปได้ศึกษามีความรู้ ไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป


กิจกรรมที่ 13 แมลงน ้ำ เป้ำหมำยของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนรู้จักแมลงที่ด ำรงชีวิตจ ำเพำะกับแหล่งอำศัยบำงประเภท ค ำอธิบำยกิจกรรม นกัเรียนสำมำรถพบแมลงไดทุ้กหนทุกแห่งรวมท้งัในน้ำ จึงให้สำ รวจสระน้ำ ในบริเวณโรงเรียน บ้ำน สวนสำธำรณะ หรือตำมแหล่ง น้ำ อื่นที่สำมำรถหำได้แล้วบันทึกชนิดแมลงที่พบ วำดภำพ หรือถ่ำยรูป แมลงที่อำจพบได้บ่อยเช่น ดว้งดิ่ง มวนจิงโจ้ำ ตัวอ่อนของ แมลงปอบ้ำน แมลงปอเข็ม เป็ นต้น พยำยำมสังเกตลกัษณะกำรอยอู่ำศยัดว้ยว่ำอยบู่นผิวน้ำ ว่ำยน้ำ อยใู่นน้ำ มุดตัวแทรกอยู่ในทรำยบน พ้ืนลำ ธำรเกำะอยกู่บัพืชน้ำ หรือเดินบนพืชที่ขอบแหล่งน้ำ เป็ นต้น และสังเกตกำรปรับตัวด้ำนรูปร่ำงที่ให้เหมำะสมกับ กำรำรงชีวิต ในน้ำด้วย วิธีกำรด ำเนินกิจกรรม - บนัทึกชนิดแมลงน้ำ ที่พบวำดภำพหรือถ่ำยรูปแมลงที่อำจพบไดบ้ ่อย - สังเกตลักษณะกำรอยู่อำศัยของแมลง และสังเกตกำรปรับตัวด้ำนรูปร่ำงที่ให้เหมำะสมกับกำรด ำรงชีวิตในน้ำ ประโยชน์ 1.ฝึ กทักษะกำรสังเกตลกัษณะต่ำงๆของแมลงน้ำ 2.ได้รู้จักแมลงน้ำ และสภำพแวดลอ้มที่แมลงน้ำ อำศยัอยู่


ตำรำงข้อมูลจำกกำรส ำรวจแมลงน ้ำและสืบค้นเพมิ่เติม ล ำดับที่ ชื่อ สถำนที่ ลักษณะกำรอยู่ อำศัย รูปร่ำงและกำรท ำงำน ภำพตวัอยำ่งแมลงน้ำ 1 จิงโจน้ ้ำ Gerris Remigis แหล่งน้ำ สะอำด เช่น แม่น้ำ ลำ คลอง น้ำ ขงั จิงโจน้ ้ำ จะอำศยั อยู่กันเป็ นกลุ่ม และเคลื่อนที่หำ อำหำรไปมำด้วย ควำมเร็ว ล ำตัวประมำณ 5 มิลลิเมตร มีสี น้ำ ตำลเขม้ขำคู่หนำ้สุดใชใ้น กำรล่ำและจับเหยื่อ ขำคู่กลำงท ำหน้ำที่ในกำรผลัก เพื่อใช้ในกำรเคลื่อนที่ และขำคู่ หลังใช้ในกำรปรับทิศทำงใน ระหว่ำงเคลื่อนที่ 2 ลูกน้ำ Culicidae แหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ ลำ คลอง น้ำ ขงั ลูกน้ำ จะอำศยัตำม แหล่งน้ำ ต่ำงๆ เช่น แม่น้ำ หรือ น้ำ ขงัตำมที่ต่ำงๆ มีท่อส ำหรับหำยใจ มีขน ลักษณะคล้ำยใบพัดช่วยให้ ลอยตัวและหำยใจทำงรูหำยใจ ซึ่งอยู่ด้ำนข้ำงอกและล ำตัว 3 ตัวอ่อน แมลงปอน้ำ Anisotepra แหล่งน้ำ จืด ทวั่ ไป เช่น คลองแม่น้ำ ตัวอ่อนแมลงปอ จะอำศัยในแหล่ง น้ำ จืดท้วัไปโดย จำ นวนข้นึอยกู่บั จ ำนวนไข่ที่ แมลงปอวำงไว้ มีขนำดเล็ก มีขำกรรไกรยื่นมำ ข้ำงหน้ำส ำหรับจับและฉีก เหยื่อ มีอวัยวะคล้่ำยปอดใช้ใน หำรหำยใจ


กิจกรรมที่6การศึกษาส่วนต่างๆของแมลง เป้าหมายของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนฝึ กสังเกต และเปรียบเทียบลักษณะรูปร่างของอวัยวะต่างๆของแมลง และเรียนรู้การใช้คีย์(key)จ าแนก แมลง ค าอธิบายกิจกรรม จากการส ารวจแมลงหรือจัดเก็บแมลงถาวรไว้จากกิจกรรมที่2 ให้นกัเรียนนา แมลงน้นัมาศึกษาเปรียบเทียบอวยัวะที่สา คญั ของแมลงได้แก่หนวด ขา ปี ก ปากและตา โดยใช้กล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอหรือแว่นขยายส่องดูรายละเอียด ให้วาดรูป จะได้เห็นลักษณะที่หลากหลายของแมลง นอกจากน้ีให้นา มาวิเคราะห์ร่วมกบัแหล่งอาศยัว่าลกัษณะน้นัๆ มีความสัมพันธ์ กับการด ารงชีวิตอยู่ของแมลงหรือไม่อย่างไร และใช้เป็ นลักษณะในการจัดจ าแนกแมลงซึ่งอาจให้นักเรียนจัดท าคีย์แยก แมลงท้งั10 ชนิดด้วยตนเองโดยใช้ลักษณะที่มองเห็นได้ชัดเจน วิธีการด าเนินกิจกรรม - น าแมลงมาศึกษาเปรียบเทียบอวัยวะส าคัญของแมลงโดยใช้กล้องจุลทรรศน์หรือแว่นขยาย - วาดรูปลักษณะที่หลากหลายของแมลงและน ามาวิเคราะห์ถึงลักษณะกับแหล่งที่อยู่อาศัย - จัดจ าแนกแมลงโดยใช้คีย์ ประโยชน์ 1.ใช้ทักษะการใช้กล้องจุลทรรศน์ในการส่องดูส่วนประกอบของแมลง 2.ได้ทักษะการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของลักษณะแมลงและการด ารงชีวิต 3.ได้ฝึ กการจัดจ าแนกแมลงโดยจัดท าคีย์


ลกัษณะทั่วไปของแมลงคือมีลา ตัวยาวหรือค่อนข้างยาว ลา ตัวท้ังสองด้านซ้ายขวามีลกัษณะเหมือนกันและเท่ากัน แบ่ง ออกเป็ น 3 ส่วนคือ ส่วนหัว (head), ส่วนอก(thorax)และ ส่วนล าตัว (abdomen) 1.หัว ประกอบไปด้วนส่วนประกอบต่าง ๆ ดังนี้ 1.1.1 ส่วนหัว ประกอบไปด้วยสันกะโหลก (Vertex) คือบริเวณพื้นที่ต้ังแต่ส่วนหัวของแมลง นบัต้งัแต่พื้นที่ ส่วนที่อยู่ระหว่างตาท้งัสองขา้งไปจนถึงดา้นหลงัของตา 1.1.2 ส่วนหน้า (Frons) คือบริเวณพื้นที่ที่อยู่ทางดา้นหน้าของกะโหลกศีรษะของแมลง อยู่ระหว่างเส้นรูปตัว Y ที่มีลักษณะเป็นตัว Y กลับหัว ในบริเวณพื้นที่ส่วนน้ีเรียกว่า "เส้นทับกะโหลกศีรษะ" 1.1.3 ส่วนริมฝี ปากบน (Clypeus) คือบริเวณพื้นที่ระหว่างส่วนหน้ากับริมฝีปากส่วนบน ในส่วนน้ีจะมีเส้น frontoclypeal suture เป็ นตัวแบ่งออกจากส่วนหน้า 1.1.4 ส่วนแก้ม (Gena) คือพื้นที่ทางดา้นขา้งของกะโหลกใต้ตารวม 1.1.5 ส่วนฐานกะโหลก (Occiput) คือบริเวณพื้นที่ทางดา้นหลงัของกะโหลกศีรษะของแมลง ซ่ึงพื้นที่ตรงจุด น้ีจะแยกออกจากสันกะโหลกและแกม้อย่างชดัเจน ในส่วนน้ีจะมีเส้น occipital suture เป็ นเส้นแบ่ง 1.1.6 ส่วนฐานกะโหลกทางส่วนหลัง (Post Occiput) คือบริเวณพื้นที่ส่วนที่เชื่อมติดกบัลา คอ และแยกออกมา จากฐานกะโหลกโดยมีเส้น post occipital suture เป็ นเส้นแบ่ง 1.2 ตา ตาของแมลงมีอยู่ 2 ชนิดคือตาแบบรวมและตาเดี่ยว ตาแบบรวมของแมลงจะมี2 ตา แต่ตาเดี่ยวจะมีจ านวน ตาที่แตกต่างกันออกไปตามแมลงแต่ละชนิด และมกัจะปรากฏอยู่ในแมลงท้ังในช่วงระยะฝักตวัเป็นตวัหนอน เป็ นตัวอ่อน และตัวเต็มวัย แมลงแต่ละชนิดจะมีตาที่ไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่มักจะมีตาเดี่ยว 3 ตาเรียงติดต่อกันเป็ นรูปสามเหลี่ยมเหนือ ศีรษะอยู่ระหว่างตารวมท้งัสองขา้งแต่ในแมลงบางชนิดก็อาจจะไม่พบว่ามีตาเดี่ยวรวมอยู่ด้วย 1.3 หนวด หนวดของแมลงจะมีอยู่ 2 เส้น ใชส้ าหรับสัมผสัและดมกลิ่ม ส่วนมากหนวดของแมลงมักจะอยู่ระหว่าง ตารวมหรืออยู่ต ่ากว่าตารวมเพียงเล็กน้อย สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ เพราะหนวดท้งั 2 เส้นจะติดอยู่กับศีรษะ ของแมลงตรงช่องหนวด โดยมีแผ่นเน้ือเยื่อบาง ๆ เป็ นตัวเชื่อมติดกันเอาไว้ 1.4 ปาก ปากของแมลงมีหลายรูปแบบตามแต่ชนิดของแมลง แต่ปากแบบพื้นฐานคือปากแบบกัดกินเช่น ปากของ ตั๊กแตน ลักษณะปากแบบกัดกินจะมีริ มฝี ปากบนปิ ดส่วนประกอบอื่น ๆ ของปากเอาไว้มีกรามเป็ นอวัยวะที่มีลักษณะ แข็งแรงส าหรับบดเค้ียวอาหาร มีเส้นที่คล้ายกับหนวดยื่นออกมาจากปากข้างละ2 เส้น คู่แรกคือ maxillary palps ซึ่งจะยึด ติดแน่นอยู่กับฟัน และคู่ที่สองคือ labial palps ซึ่งจะยึดติดแน่นอยู่ที่ริมฝี ปากล่าง และมีส่วนที่เหนือริมฝีปากบนข้ึนไป ซึ่งจะ มีแผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า clypeus ส าหรับเป็ นฐานยึดติดริมฝี ปากส่วนบนเอาไว้ 1.5 คอคอของแมลงจะเป็ นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างหัวกับอก มีลักษณะอ่อนไม่แข็งเหมือนกับอวัยวะอื่น ๆ ของ ร่างกาย ประกอบไปดว้ยเน้ือเยื่อแบบบาง ๆ และกลา้มเน้ือ ซึ่งจะท าหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนหัวและส่วนอกของแมลง


2. อกอกของแมลงอยู่ระหว่างส่วนหัวและส่วนท้อง สามารถมองเห็นได้จากขาและปี กของแมลง เนื่องจากอกเป็ น ตา แหน่งที่ต้ังของอวยัวะที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของขาและปีก ประกอบไปด้วยปล้องจ านวน 3 ปล้องคืออกปล้องแรก, อก ปล้องกลางและอกปล้องหลังโดยปกติแล้วอกของแมลงส่วนใหญ่ในแต่ละปล้องจะมีขา 1 คู่ ตามธรรมชาติแล้วแมลงบาง ชนิดจะไม่มีขา เพราะขาน้นั ไดเ้สื่อมหายไป ตามปกติแล้วขาที่ยึดติดกับอกปล้องแรกคือขาคู่หน้า ส่วนขาที่ติดกับอกปล้อง กลางคือขาคู่กลาง และขาที่ติดกับอกปล้องหลังคือขาคู่หลัง ในแมลงที่เจริญเติบโตเต็มที่ ส่วนใหญ่จะมีปี กติดอยู่ที่บริเวณอก ปล้องกลางกับอกปล้องหลังอย่างละคู่ปี กในส่วนอกปล้องแรกของแมลงทุกชนิดจะเรียกว่าปี กคู่หน้าและเรียกปี กของอก ปล้องหลังว่าปี กคู่หลัง 3. ท้อง ทอ้งของแมลงตามปกติแลว้จะมีท้ังหมด 11 ปล้อง แต่ปล้องที่ 11 จะมีลักษณะที่เล็กมากจนมองเห็นได้ยากหรือมอง แทบไม่เห็น ท าให้มองเห็นท้องของแมลงเพียงแค่ 10 ปล้องหรือไม่เกิน 10 ปลอ้งเท่าน้นั แต่ก็ยังมีแมลงบางชนิดที่มีจ านวน ปล้องท้องน้อยกว่าน้ีแมลงส่วนใหญ่เมื่อเจริญเติบโตกลายเป็ นตัวโตเต็มวัย จะไม่มีส่วนขาที่บริเวณท้องยกเว้นแต่ในตัว อ่อนของแมลงบางชนิดเช่น หนอนผีเส้ือขาเทียม ที่มีปล้องท้องลักษณะเป็ นปล้องคู่จ านวนปล้องท้องจะแตกต่างกันออก จากตามแต่ประเภทของตัวหนอน ปลายสุดของหางจะมีแพนหาง1 คู่ลักษณะคล้ายด้ายเส้นยาวหรือเป็ นแผ่นบาง ๆ ใส ๆ พบได้ในตัวเต็มวัย ในเพศเมียจะมีอวัยวะส าหรับวางไข่ที่บริเวณปลายสุดของท้อง ลักษณะเป็ นแผ่นหรือแท่งยาวปลาย แหลม สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีรูหายใจอยู่ที่ทางด้านข้างท้องของแมลง ภาพตัวอย่างการ label ส่วนต่าง ๆ ของแมลง ตัวอย่างการ label ส่วนต่าง ๆ ของ ด้วงกว่างเพศเมีย (dynastinae) ตัวอย่างการ label ส่วนต่าง ๆ ของจิ้งโกร่ง (Brachytrupes portentosus) ส่วนหัวของแมลง ส่วนท้องของแมลง ส่วนอกของแมลง ส่วนหัวของแมลง ส่วนท้องของแมลง ส่วนอกของแมลง


กิจกรรมที่ 11 ค้นคว้าเกี่ยวกับแมลงที่มีความส าคัญ เป้าหมายของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนฝึ กค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับแมลงในแง่มุมต่าง ๆ ค าอธิบายกิจกรรม ให้นักเรียนคน้ควา้เรื่องของแมลงที่เห็นว่ามีความส าคญัทางดา้นการเกษตร สิ่งแวดลอ้ม เศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น แมลงศัตรูป่าไม้ แมลงศัตรูข้าว แมลงศตัรูผลไม้หรือแมลงที่มีพฤติกรรมความเป็นอยทู่ ี่สนใจมา5 ชนิด แลว้เขียนเน้ือหาโดย ย่อเพื่ออาจารย์และเพื่อน ๆ ได้อ่าน ซึ่งอาจมอบให้เป็ นเอกสารประจ าห้องหรือห้องสมุดโรงเรียนได้ นักเรียนจะได้ฝึ กการ ค้นคว้าและได้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์บทบาทที่ส าคัญของแมลงต่อสภาพแวดล้อม การเกษตร เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม วิธีการด าเนินกรรม -ค้นคว้าหาข้อมูล - เขียนข้อมูลเรื่องของแมลงในหัวข้อที่ก าหนด - น าไปเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ ประโยชน์ 1. ฝึ กทักษะการเขียนย่อข้อมูลความ 2. ฝึ กทักษะการค้นคว้าหาข้อมูล 3. ได้เห็นประโยชน์ของแมลงด้านต่าง ๆ


ตารางการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับแมลงที่มีความส าคัญ ล าดับที่ ชื่อแมลง ลักษณะทวั่ ไป ความส าคัญ รูปภาพแมลง 1 ผ้ึง ร่างกายแบ่งออกเป็ น 3 ส่วน คือ 1. ส่วนหัว มีตา 2 ตาใหญ่และมี ดวงตาเล็ก ๆ ตาเดี่ยว อยู่ด้านบน ส่วนหัว หนวประกอบด้วยข้อต่อ และปล้องหนวด 2. ส่วนอก มี 4 ปล้องขาคู่ที่ 3 ส าหรับผ้ึงงานมีตะกร้อเกบ็น้า ผ้ึง 3. ส่วนท้อง มี 6 ปล้อง มีส่วนช่วยในการผสม พันธุ์ของดอกไม้บาง ชนิด สามารถผลิต น้า ผ้ึงและข้ผี้ึงและท า ให้ประชาชนประกอบ อาชีพเล้ียงผ้ึงได้ 2 หนอนผีเส้ือ หนอนผีเส้ือเป็นตวัอ่อนของ ผีเส้ือ กินแต่ใบไม้สด เคลื่อนที่ได้ ช้า มีหลากหลายชนิดและ สามารถเจริญเติบโตเป็นผเีส้ือได้ แมลงที่เป็ นประโยชน์ ทางการศึกษาส่วนต่าง ๆ และวงจรชีวิตของ แมลง 3 ต่อ ล าตัวมีสีเหลืองและด า มีความ ยาวต้งัแต่10ถึง 30 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่เมื่อเกาะอยู่กับที่จะพับ ปี กตามความยาวของล าตัว มีบทบาทในการ ควบคุมแมลงศัตรูพืช ให้อยู่ในปริมาณที่ เหมาะสม 4 ตกั๊แตน มีปากแบบกดักิน พบต้งัแต่ใน ระยะตัวอ่อนจนถึงตัวเต็มวัย มีตา รวมขนาดใหญ่ มีหนวดเป็น เส้นด้าย ปี กคู่หน้าคล้ายหนัง ปี กคู่ หลังบางใสซึ่งพับอยู่หน้าขา 2 คู่ แรกเป็ นขาเดิน ขาคู่หลังเป็ นขา กระโดด มีอวัยวะในการฟังเสียง เป็ นพิเศษ ควบคุมแมลงที่เป็ น ศัตรูพืชและเป็นอาหาร ของมนุษย์ 5 มดแดง ตัวยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ล าตัว หนวด ขา มีสีส้มหรือ น้า ตาลปนแดง มีขนหัวและอก ส้ัน ๆ สีขาว ทา รังบนต้นไม้โดย ใช้วัสดุจากธรรมชาติต่าง ๆ สร้างผลผลิตที่เป็ น ประโยชน์ทางเกษตร และเศรษฐกิจ สร้าง อาชีพให้ประชาชน


กิจกรรมที่ 12 การศึกษาแมลงที่มีโทษบางชนิด เป้าหมายกิจกรรม เพื่อให้นกัเรียนรู้จกัแมลงที่มีโทษ และปัจจยับางประการที่ทา ให้แมลงเหล่าน้ีก่อให้เกิดปัญหาได้ ค าอธิบายกิจกรรม ให้นักเรียนสังเกตสภาพแวดล้อมที่บ้านหรือโรงเรียนว่ามีแมลงอะไรบ้างที่ให้โทษแก่มนุษยแ์ละสัตว์เล้ียงเช่น แมลงสาบ ยุงแมลงวนัแมลงสามง่าม มอด ฯลฯ โดยสังเกต และบนัทึกชนิด และจา นวนของแมลงในแต่ละช่วงเวลา ท้งัใน เวลากลางวัน และเวลากลางคืน อาจแบ่งเวลาสังเกตเป็ นช่วงๆเช่นทุกๆสองชั่วโมงเป็นต้น เพื่อติดตาม และเปรียบเทียบ ความแตกต่างของจา นวน และชนิดของแมลงเหล่าน้ีที่อาจสัมพนัธ์กับปัจจัยทางกายภาพบางประการเช่น แสงอุณหภูมิ ความช้ืน เป็นตน้ วิธีการด าเนินกิจกรรม 1. สังเกตแมลงที่มีอยู่ในบ้าน 2. เลือกแมลงตามความสนใจ 3. สังเกตแมลงในแต่ละสถานที่ตรมช่วงเวลาต่างๆที่ก าหนดไว้ 4. บันทึกผลที่ได้และน ามาสรุปเป็ นภาพรวม ประโยชน์ 1.ได้รู้ถึงปัจจัยที่ท าให้แมลงมีปริมาณมากหรือน้อย 2.ได้รู้ถึงลักษณะทางกายภาพที่แมลงแต่ละชนิดอาศัยอยู่ 3.ได้รู้ถึงประโยชน์และโทษของแมลงแต่ละชนิด


ตารางบันทึกผลของแมลงแต่ละชนิดในช่วงเวลาต่างๆ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 ตารางจ านวนตัวของแมลงวันในแต่ละช่วงเวลา เวลา จ านวนตัว 9.00 น. 5 12.00 น. 9 15.00 น. 7 18.00 น. 5 20.00 น. 0 จากการส ารวจและทดลองสรุปได้ว่า โทษของแมลงวันได้แก่สร้างความร าคาญและสร้างพาหะน าโรคให้แก่มนุษย์โดยการตอมอาหารเมื่อมนุษย์ รับประทานอาหารเข้าไปก็อาจก่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร ท้องร่วงรุนแรง ไทฟอยด์ พาราไทฟอยด์ บิด อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ นอกจากน้ีแมลงวนับางชนิดอาจไชเขา้ทางผิวหนังของคนหรือสัตว์ ก่อให้เกิดการอักเสบของ ผิวหนังและแผลเน่าได้ ตารางจ านวนตัวของยุงในแต่ละช่วงเวลา เวลา จ านวนตัว 9.00 น. 0 12.00 น. 0 15.00 น. 2 18.00 น. 7 20.00 น. 10 จากกิจกรรมสรุปได้ว่า ยุงจะมีปริมาณมากในช่วงเวลาเย็นถึงตอนกลางคืนโทษของยุงได้แก่เมื่อยุงบางสายพันธุ์มากัดเราแล้วอาจจะท าให้ เป็ นโรคต่างๆเช่น โรคไข้เลือดออก โรคชิกุนกุนยา โรคไข้มาลาเรีย โรคไข้ซิกา โรคเท้าช้าง เป็ นต้น


ตารางจ านวนตัวของแมลงสาบในแต่ละช่วงเวลา เวลา จ านวนตัว 9.00 น. 0 12.00 น. 1 15.00 น. 0 18.00 น. 0 20.00 น. 2 จากกิจกรรมสรุปได้ว่า ในช่วงเวลากลางวันและในช่วงเวลากลางคืนแมลงสาบเจอแมลงสาบภายในบ้าน โทษของแมลงสาบได้แก่อาจท า ให้เป็ นโรคอุจจาระร่วง บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็ นพิษ พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือนตัวกลม พยาธิตืดแคระ พยาธิตืดวัว โรค เร้ือน กาฬโรค ตบัอกัเสบ หอบหืด ภูมิแพ้ถ้ารับประทาน


กิจกรรมที่ 1อุปกรณ์ในการส ารวจและศึกษาแมลง เป้าหมายของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนรู้จักอุปกรณ์ในการส ารวจและศึกษาแมลงและประดิษฐ์อุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยตนเองโดยดัดแปลงจากวัสดุ ที่มีอยู่แล้ว ค าอธิบายกิจกรรม ให้นักเรียนประดิษฐ์อุปกรณ์ในการส ารวจและศึกษาแมลง เช่น สวิงจับแมลงขวดดูดแมลงตัวเล็ก ๆ และกล่องเก็บแมลง อย่างง่ายโดยอาจารย์ที่ปรึกษาและนักเรียนสามารถศึกษาวิธีการประดิษฐ์และภาพ ตัวอย่างของอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่าน้ีได้ จากภาคผนวกหรือจากหนังสือที่แนะน าไว้ให้ตัวอย่างเช่น น าขวดโหล ปากกว้างมาดัดแปลงเป็ นกรงขังแมลงเพื่อศึกษา ชวั่คราวในขณะที่แมลงชีวิตอยู่หรือท ากล่องเก็บแมลงจากกล่องพลาสติกเก่าที่มีฝาปิดสนิทเพื่อกนัมดหรือแมลงอนื่มา ท าลายตัวอย่างแมลงที่เก็บรักษาแบบแห้งเสียหายโดยพ้ืนกล่องบุดว้ยแผน่คอร์กหรือแผน่ โฟมชนิดละเอียดเพื่อใชป้ ักเขม็ หมุดตัวอย่างแมลงอย่างถาวรและ ต้องบันทึกข้อมูลที่ส าคัญติดไว้ที่เข็มหมุดประจ าตัวแมลงด้วยข้อมูลที่ต้องมีคือ สถานที่ เก็บ วัน เดือน ปีแหล่งอาศัยและชื่อผู้เก็บ ควรน าผงการบูรใส่ถุงผ้าบาง ๆ วางไว้ในกล่องเพื่อป้องกันแมลงอื่นมาท าลาย ตัวอย่างแมลงของเรา ส าหรับสารเคมีที่ใช้หยดในขวดฆ่าแมลงคือเอทิลอะซิเทต (ethyl acetate) แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ให้ใช้ในปริมาณน้อยและต้องอยู่ในความดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษา หากไม่มีอาจใชน้ ้า ยาล้างเล็บแทนได้โดยใช้ประมาณ 3-5 หยด เพื่อให้แมลงตายก่อนที่จะนา มาเก็บรักษาตามข้นัตอนต่อไป ดูรายละเอียดในภาคผนวกเกี่ยวกับการเก็บรักษา ตัวอย่างแมลง) วิธีการด าเนินกิจกรรม - ประดิษฐ์อุปกรณ์ในการส ารวจและศึกษาแมลง โดยสามารถศึกษาวิธีการประดิษฐ์และภาพตัวอย่างของอุปกรณ์ ได้จาก ภาคผนวกหรือหนังสือที่แนะน าไว้ให้ ประโยชน์ 1.ได้รู้จักเครื่องมือในการศึกษาและส ารวจแมลง 2.ไดท้กัษะในการประดิษฐ์ชิ้นงาน 3. ได้รับอุปกรณ์ในการส ารวจและศึกษาแมลงเพื่อน าไปใช้ในกิจกรรมต่อ ๆ ไป


ตารางข้อมูลอุปกรณ์ที่ใช้ในการส ารวจและศึกษาแมลง ล าดับที่ ภาพตัวอย่าง ชื่อ ค าอธิบาย ประโยชน์ 1 สวิงจับ แมลง Sweep Net เป็ นถุงผ้าและมีด้ามถือยาวประมาณ 1 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ส่วนปากสวิงมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต ถุงผ้าที่ใช้ควรเป็ นถุงผ้าโปร่ง ใชส้า หรับแมลงทิ่บิน ได้ว่องไว เช่น ผีเส้ือ แมลงวัน แมลงปอ ฯลฯ 2 ฟอร์เซป Forceps เป็ นอุปกรณ์ที่ส าคัญอีกชนิดหนึ่งที่จะท าให้เก็บ แมลงได้ง่ายและไม่ท าให้แมลงเสียหายมากกว่า การใช้มือจับ อีกท้งัสามารถเก็บแมลงที่มีขนาด เล็กได้ดี น าไปใช้ในการจับ แมลงและช่วยในการ ใช้ศึกษาแมลง 3 กล่องใส่ แมลง Insect Box เป็ นอุปกรณ์ที่สร้างไว้ให้แมลงสามารถมาอยู่ อาศยัในอากาศที่ถ่ายเทไดช้วั่คราว ใช้ส าหรับเก็บแมลง มาอยอู่าศยัชวั่คราว 4 ซอง สามเหลี่ยม Triangular Envelopes เพื่อเก็บแมลงไว้ในซองจะท าให้แมลงที่มีขนาด เล็กเช่น ผีเส้ือให้ไม่ถูกกระทบกระเทือนหรือ ช ารุดเสียหายได้ง่ายก่อนที่จะนา มาจดัรูปร่าง และเก็บไว้ในกล่องต่อไป ใช้ในการเก็บแมลง ที่มีขนาดเล็กและลด การกระทบกระเทือน 5 กับดักหลุม Trapping Pit ลักษณะจะเป็ นขวดแก้วหรือขวดพลาสติกฝังอยู่ ในดินภายในบรรจุยาฆ่าแมลง ใช้จับแมลงที่อาศัยอยู่ บนพ้ืนดิน หรือแมลง ที่หากินบนพ้ืนดิน เช่น มด ด้วง กว้าง


กิจกรรมที่19 แมลงตัวห ้ำ เป้ำหมำยของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนฝึ กส ำรวจแมลงเฉพำะกลุ่ม สำมำรถแยกแยะและเห็นควำมส ำคัญของแมลงที่เป็ นประโยชน์ใน สิ่งแวดลอ้ม ค ำอธิบำยกิจกรรม ให้นักเรียนค้นคว้ำเรื่องกำรควบคุมโดยชีววิธี หรือขอค ำแนะน ำจำกอำจำรย์ที่ปรึกษำ เพื่อให้ทรำบกลไกในกำรควบคุม ศัตรูพืชตำมธรรมชำติโดยแมลงที่เป็ นตัวห้ำ หรือผู้ล่ำ และส ำรวจแมลงตำมสวนพฤกษศำสตร์ สวนหย่อม สวนดอกไม้หรือ แปลงปลูกพืชในบริเวณบ้ำน หรือโรงเรียนว่ำมีแมลงได้เป็ นตัวห้ำ แมลงใดเป็ นศัตรูพืช และสัตว์แมลงตัวห้ำ ไดแ้ก่ เต่ำทอง แมลงปอเป็นต้น แมลงศัตรูพืชไดแ้ก่เพล้ียอ่อน เพล้ียหอยเพล้ียไฟ หนอนผเีส้ือ หนอนดว้งและตกั๊แตน เป็นตน้แลว้เขียน รำยงำนแมลงตัว ห้ำ ที่พบพร้อมประโยชน์ของแมลงเหล่ำน้ีและเสนอแนวทำงในกำรอนุรักษ์ วิธีด ำเนินกิจกรรม - ส ำรวจแมลงบริเวณสวนหย่อม - เริ่มเก็บขอ้มูลจำกสวนหย่อมบริเวณบ้ำน - บันทึกข้อมูลแมลงแต่ละชนิดที่ได้ลงในตำรำงบันทึกผลพร้อมประโยชน์และวิธีกำรอนุรักษ์ ประโยชน์ 1.ไดรู้้วิธีกำรนำ แมลงในทอ้งถิ่นมำใชป้ระโยชน์ในรูปแบบต่ำงๆ 2.ฝึ กทักษะกำรหำข้อมูลจำกกำรถำม 3.ได้รู้ถึงกำรอนุรักษ์แมลงชนิดต่ำงๆได้อย่ำงถูกต้อง


ผลงำน แมลงที่พบ ประโยชน์ ตกั๊แตนตำ ขำ้ว เป็ นแมลงที่ช่วยควบคุมปริมำณแมลงชนิดเดียวกันเพื่อที่จะไม่ให้ แพร่พันธุ์เยอะเกินไปจนเกิดควำมเสียหำยต่อพืช ต่อ ควบคุมประชำกรชนิดอื่นๆเช่นแตนเบียน ซึ่งแตนเบียนเป็ นแมลง ทีเป็นศัตรูพืช แมลงปอ เป็นแมลงที่กำ จดัเพล้ียกระโดด เพล้ียจกั๊จนั่และแมลงขนำดเลก็ที่ บินตำมท้องฟ้ำหรือเหนือยอดหญ้ำ แมลงวันดอกไม้ เป็ นแมลงที่ช่วยผสมเกสรดอกไม้ให้กับพืชชนิดต่ำงๆ มวลจิงโจน้ ้ำ เป็นแมลงที่กำ จดัเพล้ียจกัจนั่เพล้ียกระโดด ผีเส้ือหนอนกอขำ้ว หนอน ห่อใบข้ำว หนอนแมลงวันข้ำว ฯลฯ มดคันไฟ เป็ นแมลงที่ก ำจัดแมลงขนำดเล็ก และไข่แมลงอีกด้วย วิธีกำรอนุรักษ์ 1.หลีกเลี่ยงกำรใช้สำรเคมี หรือถ้ำจ ำเป็ นต้องใช้ให้ใช้เฉพำะที่และ ใช้ชนิดที่มีควำมเฉพำะเจำะจงต่อศัตรูพืช และควรใช้ให้ ถูกตอ้งเท่ำน้นั 2. ใช้สำรสกัดจำกธรรมชำติ เช่น สำรสกัดจำกพืช จุลินทรีย์ หรือ ไส้เดือนฝอย 3.เพิ่มอำหำรเสริมให้ตวัห้ำ โดยเฉพำะในฤดูแลง้เช่น วชัพืชที่มีดอก หรือละอองน้ำ ในอำกำศ 4.เก็บวัชพืชที่ไม่ท ำควำมเสียหำยต่อพืชหลกัและไม่ขยำยพนัธุ์รวดเร็วเพื่อเป็นที่หลบอำศยัของตวัห้ำ 5.ไม่เผำตอซังหรือเศษซำกพืช เพื่อให้จุลินทรีย์หรือแมลงที่เป็นอำหำรส ำรองของตวัห้ำ ใช้ชีวิตเพื่อรอศัตรูพืชรุ่นใหม่ที่จะ อพยพเข้ำมำ แหล่งอ้ำงอิง ไม่ปรำกฏผู้แต่ง. (2559). แมลงตัวห้ำ ชนิดต่ำง ๆ.https://puechkaset.com/แมลงตวัห้ำ ชนิดต่ำง ๆ


กิจกรรมที่ 10 แมลงกลางคืน เป้าหมายของกิจกรรม - เพื่อให้นักเรียนรู้จักแมลงที่มีกิจกรรมในตอนกลางคืน ค าอธิบายกิจกรรม แสงไฟจากหลอดไฟเป็นสิ่งเร้าที่กระตุน้ ให้แมลงบินเขา้หา ท าให้แมลงที่มีกิจกรรมในตอนกลางคืนบินมาเล่นไฟ ให้นักเรียนสังเกตแมลงที่มีกิจกรรมในตอนกลางคืน และเปรียบเทียบในช่วงเวลาการปรากฎตัวของแมลงแต่ละชนิด หรือ กลุ่ม โดยเลือกหาต าแหน่งของหลอดไฟในบริเวณบ้านที่สะดวกส าหรับการสังเกตแมลงที่บินมาเล่นไฟ บันทึกชนิดหรือ กลุ่มและจ านวนของแมลงที่ระยะเวลาต่าง ๆ ต้งัแต่หัวค่า เป็นตน้ ไป ควรทา การสังเกตซ้า 3คืน ลองสังเกตดูว่าที่เวลาแต่ละ ช่วงน้นัมีแมลงที่บินมาเล่นไฟเหมือน หรือแตกต่างกนัอยา่งไร มีแมลงใดปรากฏตวัมาก่อน แมลงใดมาหลวัวาดหรือถ่ายรูป แมลงที่พบเพื่อเก็บไวท้า รายงาน และนา เสนอในช้นัเรียน และอาจนา ไปเปรียบเทียบกบัเพื่อนที่ทา กิจกรรมเดียวกนัน้ีแต่อยู่ คนละสถานที่เพื่อเปรียบเทียบแมลงที่พบระหว่างสองสถานที่ท้งัน้ีตอ้งบนัทึกลกัษณะสิ่งแวดลอ้มทวั่ ไป (แม่น้า สวน ทุ่งนา อาคาร) รอบแหล่งที่ศึกษาไว้ด้วยเพื่อเป็ นข้อมูลช่วยในการอภิปรายผล วิธีการด าเนินกิจกรรม - เลือกสถานที่ในการกิจกรรม 2 สถานที่ - ติดต้งักบัดกัแสงไฟไวใ้นบริเวณที่คาดว่าจะมีแมลงบินเขา้มา - บันทึกข้อมูลแมลงที่พบและระบุช่วงเวลาที่พบ - บันทึกภาพถ่ายขณะที่พบแมลงในช่วงเวลาที่บันทึก - เปรียบเทียบแมลงกลางคืนที่พบในท้งัสองสถานที่ ประโยชน์ 1.ไดรู้้จกัแมลงกลางคืนชนิดต่าง ๆ ที่พบในสถานที่น้นัๆ 2. ได้ทักษะการสร้างกับดักแสงไฟ 3. ได้รู้ว่าแมลงกลางคืนแต่ละชนิดสามารถพบบ่อยได้ในช่วงเวลาไหน


ตารางบันทึกผลการสังเกตแมลงที่พบบริเวณบ้านสวนของสมาชิกชุมนุมเป็ นเวลา 1 คืน แมลงที่พบ เวลาที่พบ ภาพตัวอย่าง 1. แมงมุม Nephila Maculata *ไม่ได้พบที่แสงไฟ 18.00 น. 2.ผ้ึงมิ้ม Apis florea 20.00 น. 3. ด้วงไฟสีแดง Lilioceris merdiger 21.00 น.


ตารางบันทึกผลการสังเกตแมลงกลางคืนที่พบที่บ้านของสมาชิกชุมนุม 1 คืน แมลงที่พบ เวลา ภาพตัวอย่าง ผีเส้ือกลางคืน Oenochrominae 23.00 น. จากตารางการสังเกตแมลงกลางคืนพบว่า สิ่งแวดล้อมและเวลาของสถานที่ที่ต่างกัน จะท าให้เราพบแมลงกลางคืนต่าง จา นวนและต่างชนิดกนัข้ึนอยู่กบัสภาพแวดลอ้มเช่น อุณหภูมิ ทรัพยากรธรรมชาติท้งัพืชและแหล่งน้า ความช้ืน และชนิด ของดิน เป็ นต้น สังเกตได้จากบ้านสวนที่จะสามารถพบแมลงในช่วงกลางคืนได้มาก เนื่องอยู่ใกล้กับแหล่งอาศัยตาม ธรรมชาติ และบ้านของสมาชิกชุมนุมที่อยู่กลางเมืองที่ทรัพยากรธรรมชาติน้อย ท าให้แมลงที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติน้อย จึง พบเพียงผีเส้ือกลางคืน


Click to View FlipBook Version