The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนวิชา องค์การและการจัดการสมัยใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krookan8639, 2021-03-20 23:46:12

แผนวิชา องค์การและการจัดการสมัยใหม่

แผนวิชา องค์การและการจัดการสมัยใหม่

สอ่ื การเรยี นการสอน

1. หนังสือเรยี น วิชาหลักการจัดการ
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรยี น
3. PowerPoint (เรื่อง ผนู้ าและภาวะผู้นา)
4. กิจกรรมการเรยี นรู้
5. กิจกรรมท้ายบท

การวัดผลและการประเมนิ ผล

วธิ วี ัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น/หลังเรียน
2. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
3. สังเกตกระบวนการทางานเปน็ กลุ่ม
4. ตรวจผลงานตามกจิ กรรมทา้ ยบท

เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบทอสอบก่อนเรยี น/หลงั เรียน
2. แบบประเมินผลการเรียนรู้

เกณฑ์วัดผลและประเมินผล

1. การใหค้ วามรว่ มมือในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตามเกณฑ์ 70 %
2.ตรวจผลงานจากการทดสอบให้ผ่านได้ 70 % ขึ้นไป
3.ตรวจประเมินผลกิจกรรม ต้องทาถูกต้อง 70%

กจิ กรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมที่ 1

ชอ่ื กิจกรรม ภาวะผู้นา

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. เพอื่ ให้ผู้เรยี นสามารถประเมนิ ตนเองดานภาวะผู้นา

กิจกรรมปฏบิ ตั ิ

1. ใหผ้ ้เู รยี นแต่ละคนประเมนิ แรงจูงใจดา้ นความสาเรจ็ ทมี่ ีความแข็งแกรง่ ของตนเองว่าเป็นอยา่ งไร

ตามแบบประเมินท่ใี หม้ า

2. ให้ผู้เรยี นจบั คู่กัน โดยนาผลการประเมนิ ตนเองมาเปรียบเทียบกับคู่ของตน วา่ มีคุณลักษณะ

เกย่ี วกับแรงจูงใจด้านความสาเรจ็ ระหวา่ งของตนเองกบั คขู่ องตน เปน็ อย่างไร

3. ผู้สอนอธิบายการเฉลย และแปลความหมายจองคะแนนในการใหค้ ะแนนของตนเองและใหผ้ ู้เรียน

ให้คะแนนตนเอง

4. ผสู้ อนสมุ่ เลอื กผู้เรยี น 5 คู่ เพือ่ นาเสนอผลการประเมินและการเปรยี บเทียบผลการประเมินตเอง

กบั คขู่ องตน

5. ผสู้ อนและผเู้ รยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็

6. ผู้สอนให้ผู้เรยี นแตล่ ะคู่ สรุปผลการประเมนิ และเปรียบเทียบ สง่ ผสู้ อนเพอ่ื ประเมินผล

การประเมินผล

ท่ี รายการประเมนิ 4 3 21

1 ความรว่ มมือในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

2 สอ่ื ประกอบในการนาเสนอ

3 รูปแบบการนาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน

4 ความถูกตอ้ งของเน้อื หาทน่ี าเสนอ

5 ผลสาเรจ็ ของงาน

เกณฑก์ ารประเมนิ 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรบั ปรุง

ผปู้ ระเมิน.............................................
............./............................./...............

แบบทดสอบ การประเมินตนเองดา้ นภาวะผู้นา : แรงจงู ใจด้านความสาเร็จของตนเองว่ามีความแข็งแกรง่
อยา่ งไร (รังสรรค์ ประเสรฐิ ศรี,2551)

คาแนะแนะ : โปรดประเมินแรงจงู ใจด้านความสาเรจ็ ของทาน โดยตอบคาถามต่อไปนี้ แล้วนาผล
การประเมินตนเองไปเปรยี บเทียบคุณลักษณะเกยี่ วกับแรงจูงใจดา้ นความสาเรจ็ ของท่านกับเพ่อื น
................1. ฉนั จะไม่คิดถึงเรื่องงานหลังจากเลิกงานแล้ว
................2. ฉนั ชอบการเล่นต่างๆ เช่น ฟตุ บอล บิลเลยี ด ล็อตเตอร่ี วิง่ แขง่ ฯลฯ
................3. ฉนั ไมช่ อบการสูญเสยี น้ามนั เชอื้ เพลงิ และนา้ ประปา
................4. ฉนั ใหค้ วามเคารพคนที่อยู่ในตาแหน่งหวั หน้า
................5. ฉนั จะพอใจทางานกับคนที่ชอบพอกันแม้ว่าคนนั้นจะไม่มีความสามารถก็ตาม

มากกวา่ คนทีไ่ ม่ชอบพอกนั (แม้ว่าคนนั้นจะมคี วามสามารถกต็ าม
.................6. ฉนั มักจะบังคับตนเองใหท้ าสิ่งต่าง ๆ ในวันนี้มากกว่าที่จะรอจนถึงพรงุ่ นี้
.................7. ฉนั มีความสนใจอย่างมากในชีวิตคนที่ประสบความสาเร็จ
.................8. ฉนั รู้สกึ เชอ่ื ม่นั และพอใจท่จี ะใช้เงนิ โดยไม่ตอ้ งมีการวางแผนสาหรับอนาคตมากนัก

กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรมที่ 2

ชื่อกิจกรรม การตัดสินใจของผู้นา

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. เพือ่ ให้ผู้เรียนสมารถวเิ คราะห์การตดั สินใจในสถานการณท์ ่เี กิดข้นึ ได้

2. เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นสามารถทางานเปน็ กลมุ่ ได้

กิจกรรมปฏบิ ตั ิ

1. ใหผ้ เู้ รยี นแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 5-6 คน เพ่ือรว่ มกนั วเิ คราะห์สถานการณ์การตัดสนิ ใจของผู้นา ใน

กรณศี ึกษาท่ใี หม้ า

2. ใหผ้ ู้เรยี นแต่ละกลมุ่ ดาเนนิ กิจกรรมกลุม่ ดังนี้

2.1 เลือกประธานกลุม่

2.2 เลขานุการกลมุ่

2.3 สมาชกิ กลุม่

2.4 วางแผนการปฏบิ ัติกิจกรรม

2.5 ดาเนนิ กิจกรรมกลมุ่ ตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

3. ผู้สอนให้แต่ละกลุ่มนาเสนอผลการวิเคราะห์การตัดสินใจของผ้นู าในสถานการณท์ ่ีเกดิ ขน้ึ

4. ผสู้ อนผแู้ ละผเู้ รียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น

5. ผู้เรยี นนาผลงานส่งผู้สอนเพ่ือประเมินผล

การประเมินผล

ที่ รายการประเมิน 4 3 21

1 ความร่วมมือในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

2 สอ่ื ประกอบในการนาเสนอ

3 รปู แบบการนาเสนอหน้าชนั้ เรียน

4 ความถกู ต้องของเนอื้ หาทีน่ าเสนอ

5 ผลสาเรจ็ ของงาน

เกณฑก์ ารประเมนิ 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรบั ปรุง

ผู้ประเมนิ .............................................
............./............................./...............

กรณศี กึ ษา การตัดสนิ ใจของผ้นู า

คุณผดงุ ศกั ดิ์ จบปรญิ ญาตรวี ิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวทิ ยาลัยแหง่ หน่งึ ในประเทศไทย เมอ่ื ศึกษาจบ
แลว้ ได้เข้าทางานกบั บริษัทผลิตเครือ่ งกลแห่งหนึ่ง ซึง่ มาต้งั ฐานการผลิตในประเทศไทย คุณผดุงศักด์ิ ทางาน
กบั บริษัทมาเปน็ เวลา 5 ปี เงนิ เดอื นท่ีไดร้ ับ 25,000 บาท คุณผดงุ ศักดิ์ คดิ วา่ ประสบการณแ์ ละความสามารถ
ทมี่ จี ากการทางานเป็นเวลา 5 ปี เขาคิดว่าสามารถหารายได้ ไดม้ ากวา่ เปน็ ลกู จ้างของบริษัทท่ที าอยู่ ดงั นั้นเขา
จึงไดร้ วบรวมเงนิ ทนุ จานวนหนง่ึ เขาจึงตดั สินใจลาออกจากบรษิ ทั ผลิตเคร่อื งกลทท่ี าอยู่ แล้วมาตงั้ โรงงานผลติ
เครอื่ งเตมิ น้ามันหยอดเหรยี ญภายใต้ยหี่ ้อ ZEBA โดยชักชวนนอ้ งชายท่ที างานกบั บรษิ ัทผลติ เคมภี ัณฑ์ของ
ญ่ีป่นุ แห่งหนงึ่ ชื่อ นายยทุ ธนา (เดมิ ยุทธนา อยู่ในตาแหน่งผจู้ ดั การฝา่ ยขายของบรษิ ทั ผลติ เคมภี ณั ฑ์) เพอื่ ให้
มาช่วยงานด้านการขายให้แก่บริษัท โดยใหค้ ่าตอบแทนจากเงนิ เดือนและคา่ ตาแหนง่ ทสี่ งู กวา่ บริษัทเดิม
ผลิตภัณฑ์เครือ่ งเตมิ นา้ มนั หลอดเหรยี ญของ คุณผดุงศกั ดิ์ มีคุณภาพดีมากเพราะ คุณผดุงศักด์ิ เปน็ ผู้
ควบคุมดแู ลการผลิตอยา่ งใกล้ชิดเข้มงวดเอาจรงิ เอาจัง เมือ่ นาออกจาหน่าย ผลงานจงึ คอ่ นข้างประณตี ดงั น้ัน
จงึ ตัง้ ราคาขายค่อนข้างสงู กว่าผลิตภัณฑข์ องบริษทั อื่นทม่ี อี ยู่ในตลาด หลังจากนาผลติ ภณั ฑภ์ ายใต้ย่หี อ้ ZEBA
ออกจาหนา่ ย ได้ 2 ปี คณุ ผดุงศกั ดิ์ ไดร้ ับการติดต่อจากบรษิ ัทผลิตเครอื่ งเติมนา้ มนั ท่สี ง่ ขายให้กบั ป้ัมนา้ มันท่วั
ประเทศ แห่งหน่งึ ที่มชี ่อื เสียง เพือ่ ขอให้ คณุ ผดุงศกั ดิ์ ผลติ เครอ่ื งเติมน้ามนั หยอดเหรียญภายใตเ้ คร่ืองหมาย
การคา้ ของบริษทั สง่ ให้ จงึ เปน็ สาเหตใุ ห้ คณุ ผดงุ ศักด์ิ มคี วามมน่ั ใจในคุณภาพสินค้าของตนมากยง่ิ ข้นึ เพราะ
บริษัทแห่งน้ีมสี ่วนครองตลาดมากท่ีสุดในประเทศไทย บริษทั แห่งนยี้ ังขอเซน็ สญั ญาให้ คุณผดุงศักดิ์ ผลิต
เครอ่ื งเตมิ นา้ มนั เหรียญให้ แต่คุณผดุงศักด์ิ ก็ไม่ไดต้ กลง เนอื่ งจาก คุณผดุงศักด์ิ ตง้ั เป้าหมาไวว้ ่าตอ้ งการจัด
จาหนา่ ยผลติ ภณั ฑ์ของตนเองอย่างเตม็ ศกั ยภาพ อย่างไรก็ตามสนิ ค้าเคร่อื งเติมน้ามนั หยอดเหรียญของ คุณ
ผดงุ ศักดิ์ กย็ งั มียอดขายค่อนข้างต่าและไม่ไดร้ ับความนิยมเท่าท่คี วร และด้วยความสามารถด้านวิศวกรรม คุณ
ผดงุ ศักด์ิ กส็ ามารถผลิตเครอ่ื งเติมเงนิ โทรศพั ท์ออนไลนอ์ อกจาหน่ายไดอ้ กี 1 ผลติ ภณั ฑ์ และปรบั กลยุทธด์ า้ น
ราคาให้ใกลเ้ คียงกับค่แู ข่ง แตย่ อดขายกย็ งั ไมไ่ ดม้ ากนกั

จากกรณีศึกษา จงวเิ คราะห์การตดั สินใจของ คุณผดงุ ศักด์ิ วา่ เปน็ ผนู้ าเชิงกลยทุ ธใ์ นสถานการณ์ท่ี
เกิดขึน้ หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

แผนการเรยี นรู้แบบบูรณาการปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสวิชา 30001-1002 ชอ่ื วิชา หลักการจัดการ หนว่ ยกิต (ชม.) 2-2-3

หลักสตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้ันสูง แผนกวชิ า การบัญชี สาขางาน การบัญชี

ชือ่ หน่วย การตดิ ต่อส่อื สาร สอนครั้งที่ 13-14 จานวน 6 ชม.

สาระสาคัญ

การติดต่อสอ่ื สารเป็นเครือ่ งมอื สาคัญในการดาเนินกิจกรรมขององคก์ ารใหบ้ รรลุเป้าหมายโดยอาศัย

การพูด การเขียน หรอื การจดั ทาสญั ลกั ษณ์ เพอ่ื ใหส้ มาชกิ ในองคก์ ารเขา้ ใจไปในทศิ ทางที่ถูกต้องอยา่ งเปน็

อันหน่งึ อนั เดยี วกนั การสอ่ื สารท่ีดีจะชว่ ยในการปฏิบัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ให้เปน็ ไปอยา่ งถกู ต้องตามแบบแผน

องคป์ ระกอบในการสื่อสารทสี่ าคญั คือ ผู้สง่ ข่าวสาร และกระบวนการในการสื่อสาร และผู้รับขา่ วสาร

กระบวนการในการสื่อสารและผูร้ บั สารโดยประเภทของการสื่อสาร แบ่งเป็น การส่อื สาราอยา่ งเป็นทางการ

และการสือ่ สารโดยไม่ใชว้ าจา ส่วนรปู แบบการส่อื สาร แบ่งเป็น การสอื่ สารอยา่ งเปน็ ทางการ และการส่อื สาน

อย่างไม่เป็นทางการ อุปสรรคสาคญั ในการสื่อสาร คอื คน สือ่ ที่ใชแ้ ละกระบวนการจัดการภายในองค์การ

สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้

1. ความหมายของการติดตอ่ สื่อสาร

2. ความสาคัญของการติดตอ่ ส่อื สาร

3. องค์ประกอบของการตดิ ต่อสือ่ สาร

4. กระบวนการติดต่อสื่อสาร

5. ประเภทการตดิ ตอ่ สอื่ สาร

6. รปู แบบของการติดตอ่ ส่ือสาร

7. อปุ สรรคของการตดิ ตอ่ ส่ือสาร

8. การเพม่ิ ประสิทธิภาพการส่ือสาร

ดา้ นทกั ษะ

1. นาเทคโนโลยสี มัยใหม่มาใชใ้ นการสอื่ สาร

2. สอ่ื สารด้วยการใชว้ าจาและสัญลักษณ์

คุณธรรม จรยิ ธรรม

1. ความรับผดิ ชอบ ความประหยดั ความอดทน ความขยนั สนใจใฝร่ ู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง และมี

ความยุตธิ รรม ไมน่ าเทคโนโลยมี าใช้ในทางทผ่ี ิดศีลธรรม ไม่ระเมดิ สทิ ธขิ องผ้อู ่ืน

สมรรถนะอาชพี ประจาหน่วย

1. กาหนดขน้ั ตอนและกระบวนการในการสือ่ สารตามนโยบายองค์การ

2. นาเทคโนโลยมี าใชใ้ นการสือ่ สารไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ

3. เลือกวิธกี ารสอื่ สารไดเ้ หมาะสมกับลกั ษณะของงาน

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายความหมายและความสาคัญของการตดิ ต่อสือ่ สารได้
2. อธบิ ายองคป์ ระกอบและกระบวนการในการตดิ ต่อส่ือสารได้
3. อธิบายประเภทและรูปแบบการสอ่ื สารได้
4. บอกจดุ ประสงค์และวิธีการเพม่ิ ประสิทธิภาพในการส่ือสารได้
5. บอกวิธกี ารส่ือสารสมยั ใหม่ได้
6. นาเทคโนโลยีสมยั ใหม่มาใช้ในการสื่อสาร
7. ส่ือสารด้วยการใชว้ าจาและสญั ลักษณ์
8. เลือกวธิ ีการสอ่ื สารได้เหมาะสมกับลักษณะของงาน

เนือ้ หาสาระ

1. ความหมายของการตดิ ตอ่ ส่อื สาร
2. ความสาคัญของการติดต่อสือ่ สาร

2.1 ด้านการควบคุม
2.2 ด้านการจูงใจ
2.3 ดา้ นการแสดงออกของสมาชกิ ในองคก์ าร
2.4 ด้านการให้ขอ้ มูลข่าวสาร
3. องค์ประกอบของการตดิ ต่อสื่อสาร
3.1 ผสู้ ่งสาร
3.2 การใส่รหสั
3.3 ชอ่ งทางและสื่อ
3.4 การถอดรหสั
3.5 ข่าวสาร
3.6 ผรู้ ับสาร
3.7 ขอ้ มลู สะท้อนกลบั
3.8 สิง่ รบกวน
4. กระบวนการตดิ ต่อสอ่ื สาร
4.1 ขน้ั เกดิ ความคิด
4.2 ขนั้ แปลงความคิด
4.3 ข้นั การส่งขา่ วสารผ่านส่อื
4.4 ขนั้ การรับและการแปลข่าวสาร
4.5 ข้ันการส่งขอ้ มูลยอ้ นกลบั
5. ประเภทของการตดิ ตอ่ สื่อสาร
5.1 การส่ือสารด้วยวาจา

5.2 การสื่อสารที่ไมใ่ ชค่ าพดู
6. รปู แบบของการติดตอ่ สอ่ื สาร

6.1 การส่ือสารที่เปน็ ทางการ
6.1.1 การสอ่ื สารจากบนลงล่าง
6.1.2 การสื่อสารจากลา่ งขึ้นบน
6.1.3 การสือ่ สารตามแนวนอน
6.2 การสอื่ สารทไี่ ม่เปน็ ทางการ

6.2.1 แบบเดยี่ ว
6.2.2 แบบกระจายจากศูนย์กลาง
6.2.3 แบบบอกต่อไปยังสมาชิด
6.2.4 แบบบอกตอ่ ตามความพอใจ
7. อุปสรรคของการติดต่อส่อื สาร
7.1 ปจั จัยทางชีวภาพ
7.1.1 การรบั ร้ทู แ่ี ตกต่างกัน
7.1.2 รปู แบบทแี่ ตกต่าง
7.1.3 สถานภาพแตกต่าง
7.1.4 วฒั นธรรม ภาษา มาตรฐานและพฤติกรรมแตกตา่ ง
7.1.5 ความคดิ เห็นแตกตา่ ง
7.1.6 ความรู้ความชานาญและความสามารถแตกตา่ ง
7.1.7 ปัญหาอน่ื ๆ
8. การเพิม่ ประสิทธิภาพในการติดตอ่ สือ่ สาร
8.1 พิจารณานโยบายขององค์การให้ชดั เจน
8.2 สรา้ งบรรยากาศที่ดใี นองคก์ าร
8.3 จัดระบบเครอื ข่ายการสือ่ สาร
8.4 การตดิ ต่อสอ่ื สารที่ดีตอ้ งมลี กั ษณะจูงใจ
8.5 ดาเนนิ การติดตอ่ ส่ือสารให้มีความสะดวกและรวดเร็ว
8.6 การจดั ใหม้ ีระบบการติดต่อส่ือสารแบบสองทาง
8.7 เส้นทางเดินของขา่ วสารควรเปน็ แนวตรง
8.8 สะท้อนนโยบายขององคก์ าร
8.9 การติดตอ่ ส่อื สารมีลักษณะแจ้งใหท้ ราบถึงบทบาทของหวั หน้างาน
8.10 ควรมจี ดุ มงุ่ หมายท่ีชดั เจน
8.11 การสอ่ื สารดว้ ยเทคโนโลยีสมยั ใหม่
8.11.1 เทคโนโลยีสื่อสารอิเล็กทรอนกิ ส์

8.11.2 การบริหารฐานข้อมูลและระบบการสือ่ สาร

สรุป

การติดตอ่ สอื่ สาร เป็นเครื่องมอื สาคญั ในการดาเนินกิจกรรมขององค์การใหบ้ รรลุเป้าหมาย โดยอาศัย
การพดู การเขียน หรือการจัดทาสญั ลักษณ์ เพอ่ื ให้สมาชกิ ในองค์การเขา้ ใจในแนวทางทถี่ ูกตอ้ งอยา่ งเป็น
อนั หน่ึงอนั เดยี วกัน

การตดิ ต่อส่อื สาร มีความสาคัญต่อระบบการจัดการเปน็ อย่างมาก เพราะชว่ ยให้องค์การปฏบิ ัตงิ าน
อย่างมีประสิทธิภาพมากย่งิ ขนึ้

องคป์ ระกอบสาคัญของการตดิ ตอ่ ส่ือสาร คือ ผ้สู ง่ ขา่ วสาร การใส่รหสั ผา่ นชอ่ งทางส่อื และผู้รบั
ขา่ วสาร

กระบวนการตดิ ต่อส่ือสารในองค์การ จะมปี ระสิทธิภาพหรือไม่ ขนึ้ อยกู่ บั โครงสรา้ งขององคก์ ารวา่ จะ
มสี ว่ นสง่ เสรมิ ใหก้ ารส่ือสารเป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพมากนอ้ ยเพยี งใด ดังนนั้ สือ่ จึงไม่ควรเติมความคิดเห็นท่ี
บดิ เบอื นจากความเปน็ กลางและความเป็นจริง

ประเภทของการตดิ ต่อสื่อสาร แบง่ เปน็ สองประเภท คอื การสอ่ื สารด้วยวาจา และการสอื่ สารทีไ่ มใ่ ช่
วาจา

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูผู้สอนทบทวนความรูเ้ ดิมทีไ่ ด้ศกึ ษาในหนว่ ยการเรยี นที่ผา่ นมา เรอื่ งผนู้ าและภาวะ
ผูน้ า โดยใช้วธิ ี ถาม- ตอบ ช้นั เรียน เพอ่ื เปน็ การกระตุ้นผเู้ รยี นทจี่ ะเรยี นในเน้อื หาต่อไป
2. ครผู ู้สอน แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ข้ันสอน
กจิ กรรมครู
1. ใหผ้ เู้ รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ครูผสู้ อน ให้ผเู้ รียนทากิจกรรมการเรยี นรู้ที่ 1,2 และ 3
3. ครผู ู้สอนให้ข้อเสนอแนะในการทากิจกรรมการเรียนรู้ แต่ละกิจกรรม
4. ครูผู้สอนเปิดโอกาสให้ผ้เู รยี นไดแ้ สดงความคิดเห็นเพิ่มเตมิ และร่วมกนั อภปิ รายเน้ือหา
และกจิ กรรมการเรยี นรแู้ ต่ละกิจกรรม
5. ครูบรรยายเน้อื หาเพม่ิ เตมิ
กจิ กรรมผ้เู รียน
1. ทบทวนเนื้อหาพรอ้ มกับครผู ู้สอน
2. จดบนั ทกึ จุดประสงค์การเรียนการสอน
3. ผู้เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
4. ผู้เรียนศกึ ษาเอกสารประกอบการเรียน และทากจิ กรรมการเรยี นรู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมายจาก
ครผู ู้สอน
5. ผูเ้ รยี นนาเสนองาน
6. ผู้เรียนอภปิ รายเพื่อแสดงความคิดเห็น พร้อมยกตัวอยา่ ง โดยครูผสู้ อนกระตุ้นดว้ ยการใช้
คาถาม
7. ผเู้ รยี นฟังบรรยายสรุปของครแู ล้วจดบนั ทกึ สาระสาคญั ที่ครบู รรยายเพิ่มเติมให้
8. ผเู้ รยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมทา้ ยบท

ขัน้ สรุป
1. ครแู ละผู้เรียนร่วมกันสรปุ
2. ผูเ้ รียนสอบหลังเรยี น

ส่อื การเรียนการสอน

1. หนังสือเรยี น วิชาหลักการจดั การ
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรยี น
3. PowerPoint การส่อื สาร
4. กิจกรรมการเรียนรู้
5. กิจกรรมท้ายบท

การวัดผลและการประเมนิ ผล

วธิ วี ัดผล
1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรยี น
2. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
3. สงั เกตกระบวนการทางานเปน็ กลมุ่
4. ตรวจผลงานตามกิจกรรมท้ายบท

เครื่องมอื วดั ผล
1. แบบทอสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

เกณฑว์ ดั ผลและประเมนิ ผล

1. การใหค้ วามรว่ มมือในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามเกณฑ์ 70 %
2. ตรวจผลงานจากการทดสอบให้ผา่ นได้ 70 % ขึ้นไป
3. ตรวจประเมนิ ผลกิจกรรม ต้องทาถูกต้อง 70%

กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมที่ 1

ช่ือกจิ กรรม การสื่อสารด้วยวาจาและลายลักษณ์อกั ษร

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. เพือ่ ให้ผูเ้ รยี นสามารถสื่อสารดว้ ยวาจาและลกั ษณ์อักษรได้

2. เพ่อื ให้ผ้เู รยี นสามารถทางานเป็นกล่มุ ได้

กิจกรรมปฏิบตั ิ

1. ให้ผู้เรยี นแบ่งออกเป็นกลมุ่ 5 กลมุ่ กล่มุ ละเทา่ ๆกัน ให้ดาเนินกจิ กรรมกลุ่ม ดงั นี้

1.1 เลือกประธานกลุม่ 1.2 เลขานกุ ารกลุ่ม

1.3 สมาชิกกลมุ่ 1.4 วางแผนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม

1.5 ดาเนินกิจกรรมตามแผน

2. ให้ผเู้ รียนสง่ ตัวแทนกล่มุ จบั สลากเลือกหวั ขอ้ ที่ผสู้ อนกาหนด โดยให้ศึกษาค้นควา้ ในเอกสาร

ประกอบกาเรียน ห้องสมุด และทางอินเทอร์เน็ต แลว้ นาผลการศึกษาคน้ คว้ามาเรียบเรยี ง

จัดเป็นรายงานตามหัวข้อ ตอ่ ไปน้ี

2.1 องคป์ ระกอบของการติดตอ่ สอ่ื สาร

2.2 กระบวนการตดิ ตอ่ สือ่ สาร

2.3 รูปแบบของการตดิ ตอ่ สือ่ สาร

2.4 อปุ สรรคของการติดตอ่ สือ่ สาร

2.5 การเพิม่ ประสทิ ธภิ าพในการตดิ ตอ่ สอื่ สาร

3. ให้ผเู้ รียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียนตามหวั ข้อทกี่ ลุ่มศึกษาค้นควา้ มา

4. ผสู้ อนและผเู้ รยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น

5. ผเู้ รยี นนาผลงานสง่ ผ้สู อนเพื่อประเมนิ ผล

การประเมนิ ผล

ที่ รายการประเมนิ 4 3 21

1 ความรว่ มมือในการปฏิบตั กิ จิ กรรม

2 ส่ือประกอบในการนาเสนอ

3 รูปแบบการนาเสนอหน้าชั้นเรียน

4 ความถูกตอ้ งของเน้ือหาทนี่ าเสนอ

5 ผลสาเร็จของงาน

เกณฑก์ ารประเมิน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรงุ

ผู้ประเมนิ .............................................
............./............................./...............

กจิ กรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมที่ 2

ชื่อกิจกรรม การสอื่ สารดว้ ยเทคโนโลยีสมยั ใหม่

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เพอ่ื ให้ผู้เรียนสามารถนาเทคโนโลยีสมัยใหมม่ าใช้ในการสื่อสารได้

กจิ กรรมปฏบิ ัติ

1. ให้ผ้เู รียนแต่ละคนเขียนคากล่าวอวยพร ของวันสาคญั ๆ เชน่

1.1 คากลา่ วอวยพรวนั เกิดให้ครผู ู้สอน/บุคคลสาคญั /เพื่อน

1.2 คากล่าวอวยพรวนั ปใี หม่ให้ครูผู้สอน/บคุ คลสาคัญ/เพ่ือน

2. ใหผ้ ู้เรยี นแต่ละคนส่งชิ้นงานใหผ้ ้สู อนไปทาง e-mail

3. ใหผ้ เู้ รยี น Print out ออกมาเพอื่ สง่ ผู้สอนอีกคร้งั

4. นาผลงานส่งผสู้ อนเพ่ือประเมินผล

การประเมินผล

ท่ี รายการประเมิน 43 2 1

1 ความร่วมมอื ในการปฏิบัติกิจกรรม

2 ส่ือประกอบในการนาเสนอ

3 รปู แบบการนาเสนอหน้าชั้นเรียน

4 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหาท่ีนาเสนอ

5 ผลสาเร็จของงาน

เกณฑก์ ารประเมิน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรงุ

ผปู้ ระเมิน.............................................
............./............................./...............

กจิ กรรมการเรยี นรู้

กิจกรรมที่ 3

ชอื่ กิจกรรม การสื่อสารด้วยการใช้คาพูดและสัญลักษณ์

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เพือ่ ให้ผู้เรยี นฝกึ การคิดวิเคราะห์

2. เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนฝึกการคิดวเิ คราะหแ์ ละแปรความในการสอ่ื สาร

กิจกรรมปฏบิ ตั ิ

1. ใหผ้ ู้เรียนแบง่ ออกเป็นกลุม่ ๆ ละ 4-5 คน

2. ใหต้ วั แทนกลุ่มออกมาจบั โจทย์ท่ีครูกาหนดไปปรึกษาหารอื กับเพือ่ นในกลมุ่ เพือ่ แปลงเป็น

สัญลักษณห์ รือรปู ภาพ

3. ให้ตัวแทนกลมุ่ นาสัญลักษณ์หรอื รปู ภาพที่กลุ่มช่วยกนั จัดทาขนึ้ เพอ่ื ใหก้ ลมุ่ อน่ื ได้แปร

ความหมาย (สญั ลักษณอ์ าจเป็นการเขียนรูปภาพหรอื การแสดงกิรยิ าทา่ ทางกไ็ ด้)

4. นาผลงานสง่ ครูผู้สอนเพือ่ ประเมนิ ผล

โจทย์คาสภุ าษิต

1. น้ามาปลากินมดน้าลดมดกนิ ปลา

2. น้าขน้ึ ไห้รีบตกั

3. ช้างตายทัง้ ตวั เอาใบบัวปิด

4. รกั ดีหามจัว่ รกั ช่วั หามเสา

5. ลาไมด่ โี ทษปโ่ี ทษกอง

6. ปลาหมอตายเพราะปาก

การประเมนิ ผล

ที่ รายการประเมนิ 4 3 21

1 ความรว่ มมอื ในการปฏิบตั กิ ิจกรรม

2 สอ่ื ประกอบในการนาเสนอ

3 รูปแบบการนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน

4 ความถูกต้องของเนื้อหาท่ีนาเสนอ

5 ผลสาเรจ็ ของงาน

เกณฑก์ ารประเมิน 4=ดมี าก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรบั ปรงุ

ผปู้ ระเมิน.............................................
............./............................./...............

แผนการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัสวชิ า 30001-1002 ชอื่ วิชา หลกั การจัดการ หนว่ ยกิต (ชม.) 2-2-3

หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชั้นสงู แผนกวิชา การบัญชี สาขางาน การบญั ชี

ชื่อหนว่ ย การควบคุม สอนครั้งท่ี 15-16 จานวน 6 ชม.

สาระสาคัญ

การควบคุมเป็นการดแู ลตรวจสอบ การปฏิบัตหิ นา้ ท่ที ไ่ี ด้รบั มอบหมายให้เปน็ ไปตามแผนงานทว่ี างไว้

และดาเนินการแก้ไขเมอ่ื เกดิ ข้อผิดพลาด โดยระบบการควบคุมท่ีดีจะช่วยส่งผลให้ขอ้ ผิดพลาดได้รบั การแกไ้ ข

อย่างทนั ทว่ งที หลกั การควบคุมทีส่ าคัญ คือ การดาเนินการควบคุมให้มีความเหมาะสมและสามารถตดิ ตาม

ผลไดต้ ลอดเวลา ภายใต้ขอ้ จากัดต่างๆ ขององค์การ ประเภทของการควบคุมแบง่ ได้เป็น การควบคุมดา้ น

ปริมาณ ด้านเวลา ดา้ นคุณภาพ และด้านค่าใช้จา่ ยในการดาเนินงาน โดยเทคนิคท่ีสาคัญในกานควบคุม คือ

ข้อมูลทางสถติ ิและงบประมาณในการดาเนินการ

สาระการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้

1. ความหมายของการควบคุม

2. ความสาคัญของการควบคุม

3. ประเภทของการควบคมุ

4. กระบวนการควบคุม

5. หลักการควบคุม

6. ขอบข่ายและเคร่ืองมอื ในการควบคุม

ดา้ นทักษะ

1. ฝึกวิเคราะหโ์ ครงข่ายการปฏบิ ตั งิ าน

ดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม

1. ความรับผดิ ชอบ ความประหยัด ความอดทน ความขยนั สนใจใฝ่รู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง และมี

ความยุตธิ รรม

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

1. เลือกใช้เคร่อื งมอื ในการควบคมุ การปฏบิ ัตงิ านไดเ้ หมาะสมกับลกั ษณะงาน

เนอ้ื หาสาระ

1. ความหมายของการควบคุม

2. ความสาคัญของการควบคมุ

2.1 ความสาคญั ตอ่ ระบบตรวจสอบ

2.2 ความสาคัญตอ่ การประเมนิ ผล

2.3 ความสาคัญต่อระบบการปอ้ งกนั

2.4 ความสาคัญต่อการสร้างขวัญและกาลงั ใจผปู้ ฏบิ ตั ิงาน
3. ประเภทของการควบคา
3.1 ระบบการควบคุมก่อนการดาเนนิ งาน
3.2 ระบบการควบคมุ ระหวา่ งการดาเนนิ งาน
3.3 ระบบการควบคมุ หลังการดาเนินงาน
4. กระบวนการควบคมุ

4.1 ข้นั ตอนที่ 1 การกาหนดมาตรฐาน
4.2 ข้นั ตอนที 2 การวัดผลการปฏิบัตงิ าน
4.3 ขน้ั ตอนท่ี 3 การเปรยี บเทยี บผลการปฏบิ ัติงานกบั มาตรฐาน
4.4 ข้ันตอนท่ี 4 การปรับปรงุ แกไ้ ขการปฏิบัตงิ าน

5. หลักการควบคุม
5.1 หลักการปฏบิ ัติในการควบคมุ

5.1.1 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
5.1.2 การกาหนดมาตรฐาน
5.1.3 การพิจารณาความคุ้มค่า
5.1.4 ความสามารถในการยดื หยุ่น
5.1.5 ความสามารถในการวดั และตรวจสอบ

5.2 ขอ้ จากดั ในการควบคุม
5.2.1 เวลาและค่าใช้จ่าย
5.2.2 บุคลากร
5.2.3 ระบบการควบคุม
5.2.4 การกระจายอานาจ
5.2.5 การสร้างขวญั และกาลังใจ

5.3 อปุ สรรคของการควบคมุ
5.3.1 ผบู้ รหิ าร
5.3.2 ความรว่ มมือในองคก์ าร
5.3.3 แผนการปฏบิ ตั งิ าน
5.3.4 อุปกรณแ์ ละเคร่อื งมือที่ทนั สมยั

6. ขอบขา่ ยและเคร่ืองมอื ในการควบคม
6.1 หนา้ ท่ขี องผู้บริหารในการควบคมุ

6.1.1 หนา้ ทีใ่ นการจดั หา
6.1.2 หน้าที่ในการควบคุม
6.1.3 หน้าท่ีในการประสานงาน

6.1.4 หน้าทใ่ี นการเปน็ แบบอยา่ งท่ีดี
6.2 ขอบเขตในการควบคุม
6.2.1 การควบคมุ การผลิต
6.2.2 การควบคมุ กระบวนการ
6.2.3 การควบคมุ เกย่ี วกับหน้าท่ี
6.2.4 การควบคุมเกี่ยวกบั พฤตกิ รรมของคน
6.3 เคร่อื งมอื ของการควบคุม

6.3.1 การควบคุมดา้ นปริมาณ
6.3.2 การควบคุมดา้ นคุณภาพ
6.3.3 การควบคมุ เวลาในการทางาน
6.3.4 การควบคมุ ค่าใช้จา่ ยในการดาเนนิ งาน
6.3.5 การควบคมุ โดยอาศยั ใบรายงาน
สรปุ

การควบคุมเป็นการดแู ลตรวจสอบการปฏิบตั ิหน้าทีท่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมายให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้และ
ดาเนนิ การแกไ้ ขเม่ือมีข้อผดิ พลาด

การควบคุมเปน็ หน้าท่ีสาคญั ในการดาเนนิ การให้เปน็ ไปตามเวลาที่กาหนด ในการตรวจสอบการ
ประเมนิ ผล ระบบการปอ้ งกนั และการสรา้ งขวญั และกาลังใจของผู้ปฏบิ ตั ิ

ประเภทของการควบคุม คอื การควบคุมมาก่อนการดาเนินงาน ระหว่างการดาเนินงาน และควบคมุ
หลังการดาเนินงาน

กระบวนการควบคมุ ท่สี าคัญ คอื การกาหนดหลกั ปฏบิ ัตใิ นการควบคมุ การศกึ ษาข้อจากัด และ
อุปสรรคในการควบคมุ ทั้งนเ้ี พ่ือช่วยให้การควบคุมเปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

ขอบข่ายและเครอ่ื งมือในการควบคมุ การควบคมุ ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลสงู สุดจะต้อง
วางระเบยี บแบบแผนทช่ี ัดเจนและตอ้ งเลือกเครือ่ งมือในการใช้ควบคุมให้เหมาะสมและผบู้ ริหารจะต้องหา
เคร่อื งมือเพ่อื ช่วยใหก้ ารดาเนนิ งานเป็นไปตามวตั ถปุ ระสงค์ท่ีตง้ั ไว้

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครผู ูส้ อนทบทวนความรู้เกี่ยวกบั การสอ่ื สารท่ไี ด้ศึกษามาในบทเรยี นท่ีผ่านมา โดยใช้วธิ ี
ถาม- ตอบ ในชน้ั เรียนเพื่อเปน็ การกระต้นุ ผ้เู รยี นเพื่อท่จี ะเรยี นในเรอื่ งการควบคมุ
2. ครผู สู้ อน แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

กิจกรรมครู
1. ให้ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ครผู ูส้ อนแบ่งกลุม่ ผู้เรียนให้ทากิจกรรมท่ี 1 และ 2 ในการทากจิ กรรม ให้ผเู้ รียนศกึ ษา
เอกสารประกอบการเรียน
4. ขณะที่ผเู้ รียนทากิจกรรมครผู ้สู อนให้ข้อเสนอแนะและใหค้ าปรึกษา
5. ใหผ้ ูเ้ รยี นนาเสนอผลงาน
6. ครูผู้สอนเปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเตมิ และรวมกันอภปิ ราย
7. ครูบรรยายเน้อื หาเพิม่ เตมิ

กิจกรรมผเู้ รยี น
1. ผเู้ รยี นโต้ตอบพูดคุยกบั ผสู้ อนเรือ่ งการสื่อสารที่เรียนผา่ นมา
2. ผู้เรยี นทาแบบประเมนิ ผลก่อนเรียน
3. ผูเ้ รียนแบ่งกลุ่มทากจิ กรรมการเรียนร้ทู ผี่ ้สู อนมอบหมาย
4. ผู้เรยี นศึกษาเอกสารประกอบการเรยี นและค้นควา้ เพือ่ ทากจิ กรรมการเรียนรูท้ ่ี 1 และ 2
5. ผเู้ รยี นนาเสนอผลงาน
6. ผเู้ รียนอภิปรายเพอื่ แสดงความคิดเหน็ พร้อมยกตัวอยา่ ง โดยครูผสู้ อนกระตุ้นดว้ ยการใช้
คาถาม
7. ผเู้ รียนฟงั บรรยายสรปุ ของครแู ลว้ จดบันทกึ สาระสาคญั ที่ครบู รรยายเพิ่มเตมิ ให้
8. ผเู้ รยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมท้ายบท

ขน้ั สรปุ
1. ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั สรุป
2. ผู้เรยี นสอบหลงั เรียน

สอื่ การเรยี นการสอน

1. หนังสือเรยี น วิชาหลกั การจดั การ
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรยี น
3. PowerPoint เรอ่ื งการควบคมุ
4. กจิ กรรมการเรียนรู้
5. กิจกรรมท้ายบท

การวดั ผลและการประเมินผล

วธิ วี ดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรียน
2. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
3. สังเกตกระบวนการทางานเป็นกลุม่
4. ตรวจผลงานตามกจิ กรรมทา้ ยบท

เครื่องมือวดั ผล
1. แบบทอสอบก่อนเรยี น/หลังเรยี น
2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

เกณฑว์ ดั ผลและประเมินผล

1. การให้ความร่วมมือในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามเกณฑ์ 70 %
2.ตรวจผลงานจากการทดสอบให้ผ่านได้ 70 % ข้ึนไป
3.ตรวจประเมินผลกิจกรรม ต้องทาถกู ตอ้ ง 70%

กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมที่ 1

ชื่อกิจกรรม การควบคมุ

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เพอ่ื ให้ผ้เู รียนมีความรู้เกย่ี วกับความหมายและความสาคญั ของการควบคมุ

2. เพ่ือให้ผเู้ รยี นระบปุ ระเภทและกระบวนการควบคมุ และหลกั การควบคุม

3. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นสามารถกาหนดขอบข่ายและเครอื่ งมอื ในการควบคมุ

กจิ กรรมปฏบิ ตั ิ

1. ใหผ้ ้เู รียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 5-6 คน ใหแ้ ต่ละกลุม่ ดาเนินกิจกรรมกลุ่ม ดังน้ี

1.1 เลือกประธานกลุ่ม 1.2 เลขานุการกลมุ่

1.3 สมาชกิ กล่มุ 1.4 วางแผนการปฏบิ ัติกิจกรรม

1.5 ดาเนินกิจกรรมกลุ่มตามทีไ่ ด้รับมอบหมาย

2. ให้จัดกลมุ่ อภิปราย เร่ืองการควบคมุ ตามหัวขอ้ ทีก่ าหนดให้ โดยให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มจับสลากหัวข้อ

ท่ีจะศกึ ษา ประกอบด้วย

2.1 ความหมายของการควบคมุ 2.2 ความสาคัญของการควบคมุ

2.3 ประเภทของการควบคุม 2.4 กระบวนการควบคมุ

2.5 หลักการควบคุม 2.6 ขอบข่ายและเคร่อื งมอื ในการควบคมุ

3. ใหผ้ ู้เรียนสง่ ตวั แทนเพ่ือนาเสนอการอภิปรายของกลุ่มหนา้ ชัน้

4. นาผลงานส่งครผู ู้สอนเพอ่ื ประเมนิ

การประเมนิ ผล

ที่ รายการประเมนิ 4 3 21

1 ความร่วมมอื ในการปฏิบตั กิ จิ กรรม

2 สื่อประกอบในการนาเสนอ

3 รูปแบบการนาเสนอหนา้ ชั้นเรียน

4 ความถูกต้องของเนือ้ หาทนี่ าเสนอ

5 ผลสาเรจ็ ของงาน

เกณฑก์ ารประเมนิ 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรุง

ผ้ปู ระเมิน.............................................
............./............................./...............

กจิ กรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรมที่ 2

ชอ่ื กจิ กรรม เทคนิคการควบคุมด้วยโครงข่ายการปฏบิ ัติงาน

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. เพอื่ ให้ผูเ้ รียนสามารถจดั ทาโปรแกรมโครงขา่ ยปฏิบตั งิ านไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

กจิ กรรมปฏิบัติ

1. ให้ผู้เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ 3-5 คน ให้แต่ละกลุม่ ดาเนนิ กิจกรรม ดงั น1ี้ .1 เลือกประธานกล่มุ

1.2 เลขานุการกลุม่

1.3 สมาชิกกลุ่ม

1.4 วางแผนการปฏบิ ตั ิกิจกรรม

1.5 ดาเนนิ กิจกรรมกลมุ่ ตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย

2. ใหผ้ ้เู รียนแต่ละกลุ่มระดมสมอง เพื่อวางแผนการจดั ตงั้ ธรุ กิจ เชน่ ธุรกจิ คา้ ปลีก (เปดิ รา้ ค้าปลีก),

บรหิ ารธุรกิจ (เปิดธรุ กิจรา้ นซ้อม/ขายเครอื่ งคอมพิวเตอร)์ ฯลฯ

3. ให้ผเู้ รียนวิเคราะหก์ ารจัดทากิจกรรมและเวลาในการดาเนินการเปิดธุรกจิ โดยใช้โครงขา่ ยการ

ปฏิบตั งิ าน และจัดทาแผนภูมกิ ารควบคุมโดยการใช้ PERT

4. ใหผ้ ู้เรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงาน

5. ผ้สู อนและผ้เู รียนร่วมกันอภิปรายใหข้ ้อเสนอแนะ

6. นาผลงานส่งผสู้ อนเพอื่ ประเมินผล

การประเมนิ ผล

ที่ รายการประเมนิ 4 3 21

1 ความร่วมมอื ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม

2 ส่อื ประกอบในการนาเสนอ

3 รูปแบบการนาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น

4 ความถกู ตอ้ งของเนอื้ หาทีน่ าเสนอ

5 ผลสาเร็จของงาน

เกณฑ์การประเมิน 4=ดีมาก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรบั ปรุง

ผูป้ ระเมนิ .............................................
............./............................./...............

ตารงการวเิ คราะหก์ ิจกรรมการปฏิบตั ิงานของ PERT

กิจกรรม กจิ กรรม การคาดคะเน การคาดคะเน การคาดคะเน การคานวณ
กอ่ นหลัง เวลาทีส่ ้ันท่ีสุด เวลาที่มแี นวโนม้ เวลาทย่ี าวท่สี ุด เวลาท่ี
1.การเลือกทาเลที่ตง้ั คาดคะเน
2.การขออนุญาตก่อสรา้ ง (สปั ดาห)์ เหมาะสม (สปั ดาห)์ (สัปดาห)์
3.การจ้างบรษิ ัทก่อสรา้ ง (สปั ดาห์)
4.การก่อสร้าง
5.การจ้างพนักงาน
6.การฝึกอบรมพนกั งาน
7.วัสด/ุ อุปกรณ์
8.การเกบ็ สนิ คา้
9.การจดั แสดงสนิ คา้
10.การโฆษณา/
ประชาสัมพันธ์

ฯลฯ

แผนการเรยี นรแู้ บบบูรณาการปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั วิชา 30001-1002 ชื่อวิชา หลกั การจดั การ หนว่ ยกติ (ชม.) 2-2-3

หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้นั สูง แผนกวิชา การบัญชี สาขางาน การบัญชี

ชือ่ หนว่ ย การจดั การสมัยใหม่ สอนครัง้ ท่ี 17-18 จานวน 6 ชม.

สาระสาคญั

การจดั การสมัยใหม่เปน็ การบรหิ ารจดั การผ่านระบบความร่วมมอื เพือ่ ใหอ้ งค์การตอบสนองต่อ

วตั ถุประสงค์ได้พร้อม ๆ กนั ปญั หาที่องค์การประสบมากที่สดุ การใชร้ ะบบการบรหิ ารจัดการสมยั ใหม่ คือ

ขอ้ จากดั ด้านความรู้ความเข้าใจในเทคนิคการจัดการสมัยใหม่ โดยเทคนิคที่สาคัญส่วนใหญ่เป็นเทคนิคทีใชใ้ น

การควบคมุ การแบะตดิ ตามผลการปฏบิ ัติ ตลอดจนเอ้ืออานวยให้การปฏบิ ตั งิ านมีความสะดวกราบรื่นมาก

ยง่ิ ขึ้น ภายใตต้ น้ ทนุ ท่ลี ดตา่ ลง อันไดแ้ ก่ ระบบ 5ส (5s) TQM ISO JIT SWOT

สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของการจัดการสมยั ใหม่

2. ความสาคญั ของการจัดการสมัยใหม่

3. ลกั ษณะขององคก์ ารสมัยใหม่

4. บทบาทและหน้าท่ขี องผู้บรหิ ารองค์การสมัยใหม่

5. เทคนคิ การจัดการสมัยใหม่

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ดา้ นความรู้

1. อธิบายความหมายและความสาคัญของการจัดการสมยั ใหม่

2. อธบิ ายลักษณะขององคก์ ารสมัยใหมไ่ ด้

3. อธิบายบทบาทและหนา้ ท่ีของผบู้ รหิ ารองค์การสมัยใหม่ได้

4. อธิบายเทคนคิ การจัดการสมยั ใหม่ได้

5. สามารถนาเทคนิคการจัดการสมยั ใหมไ่ ปใช้ไดอ้ ย่างเหมาะสม

ดา้ นทกั ษะ

1. ฝกึ ทักษะการวิเคราะห์ SWOT ของวิยาลยั ฯ

2. ออกแบบ แบบฟอรม์ การประเมนิ กิจกรรม 5ส

คุณธรรม จริยธรรม

1. ความรับผดิ ชอบ ความประหยัด ความอดทน ความขยันสนใจใฝร่ ู้ รอบคอบ ระมัดระวัง และมี

ความยตุ ธิ รรม

สมรรถนะอาชพี ประจาหน่วย

1. สามารถดาเนินการวเิ คราะห์ SWOT องค์การท่กี าหนด

2. สามารถออกแบบ แบบฟอรม์ การประเมนิ 5ส

เนอ้ื หาสาระ

1. ความหมายของการจดั การสมัยใหม่
2. ความสาคัญของการจดั การสมยั ใหม่
2.1 ดา้ นการบรหิ าร
2.2 ดา้ นการควบคุม
2.3 ด้านผบู้ ริโภค
2.4 ดา้ นเวลา
2.5 ด้านทรพั ยากรมนษุ ย์
3. ลักษณะขององคก์ ารสมัยใหม่

3.1 ปจั จัยนาเข้าทีไ่ ดม้ าตรฐาน
3.2 กระบวนการจดั การทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
3.3 ผลผลิตท่ีไดร้ บั การยอมรับ
3.4 ปรบั เปล่ียนได้รวดเร็ว
3.5 สอดคลอ้ งต่อปจั จัยแวดล้อม
4. บทบาทและหนา้ ท่ขี องผู้บรกิ ารองคก์ ารสมยั ใหม่
4.1 ฐานะ

4.1.1 ผูบ้ รหิ ารระดับตน้
4.1.2 ผูบ้ ริหารระดบั กลาง
4.1.3 ผบู้ ริหารระดบั สงู
4.2 บทบาท
4.2.1 บทบาทในด้านปฏิสัมพันธ์
4.2.2 บทบาทในดา้ นข้อมลู ข่าวสาร
4.2.3 บทบาทในดา้ นการตดั สินใจ
4.3 หน้าท่ี
4.3.1 การวางแผน
4.3.2 การจดั องคก์ าร
4.3.3 การนา
4.3.4 การควบคมุ
5. เทคนคิ การจัดการสมยั ใหม่
5.1 การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมดว้ ย SWOT Analysis
5.1.1 ลกั ษณะของ SWOT
5.1.2 จุดมงุ่ หมายของ SWOT
5.1.3 วธิ ีการทา SWOT

5.2 การเพิ่มประสทิ ธภิ าพโดยยดึ หลกั วัตถุประสงค์ Management by Objectives (MBO)
5.2.1 ลักษณะของ MBO
5.2.2 จดุ มงุ่ หมายของ MBO
5.2.3 วิธีการบริหารแบบ MBO

5.3 กิจกรรม 5ส
5.3.1 ลกั ษณะของกิจกรรม 5ส
5.3.2 จดุ มุง่ หมายของกิจกรรม 5ส
5.3.3 วิธกี ารดาเนนิ กิจกรรม 5ส

5.4 การจัดการคุณภาพทัง้ ระบบ Total Quality Management (TQM)
5.4.1 ลักษณะของ TQM
5.4.2 จุดมุ่งหมายของ TQM
5.4.3 กระบวนการของ TQM

5.5 ระบบการผลติ แบทันเวลาพอดี Just in time (JIt)
5.5.1 ลักษณะของการผลิตแบบ JIT
5.5.2 จุดมุ่งหมายของระบบ JIT
5.5.3 ระบบการจดั การผลิตแบบทนั เวลาพอดี JIT

5.6 การรอื้ ปรบั ระบบ (Reengineering)
5.6.1 ลักษณะการร้ือปรับระบบ
5.6.2 จดุ มุ่งหมายของการรอ้ื ปรบั ระบบ
5.6.3 ขนั้ ตอนการร้ือปรบั ระบบ

5.7 กระบวนการจัดเปรยี บเทียบ (Benchmarking)
5.7.1 ลกั ษณะของการ Benchmarking
5.7.2 จดุ ม่งุ หมายของการ Benchmarking
5.7.3 ขั้นตอนการทา Benchmarking

5.8 การประเมนิ ผลงานและประสิทธิภาพขององค์การด้วยระบบ Balanced Score Card (BSC)
5.8.1 ลักษณะของการทา BSC
5.8.2 จุดมุ่งหมายของการทา BSC
5.8.3 มุมมองในด้านต่าง ๆ ของการทา BSC
5.8.4 มมุ มองด้านการเรียนรู้และการพฒั นา (Learning and Growth Perspective)

สรุป

การจดั การสมัยใหม่ เป็นการบริหารจัดการผ่านระบบความร่วมมอื ของหลาย ๆ ฝ่าย โดยใช้เทคนคิ
การจัดการสมยั ใหม่ เพ่อื ตอบสนองต่อวตั ถุประสงค์

การจดั การสมัยใหม่ ช่วยให้เกดิ ความสะดวกราบรนื่ ในการทางานและชว่ ยใหอ้ งค์การสามารถปรับตัว
และดารงอย่ไู ด้อย่างยั่งยนื

ลักษณะขององคก์ ารสมัยใหม่ คอื การมปี ัจจัยนาเข้าท่ไี ด้มาตรฐาน มกี ระบวนการจัดการที่มี
ประสิทธิภาพ มผี ลผลิตที่ดีเป็นที่ยอมรบั และสมารถปรับเปลย่ี นไดร้ วดเร็วสอดคลอ้ งกับสภาพแวดล้อม

บทบาทหนา้ ท่ขี องผบู้ ริหารองค์การสมัยใหม่ ผู้บริหารจะต้องมีความคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์ สร้างวิสัยทัศน์
และกุลยุทธท์ ่เี หมาะสมให้กับองค์การ

เทคนิคการจัดการสมยั ใหม่ การแขง่ ขันในยุคโลกาภวิ ัตน์ ผู้บริหารองคก์ ารตอ้ งพยายามปรบั
กระบวนการให้มีความทันสมัยเพื่อความไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขัน โดยอาศัยเทคนคิ และเครือ่ งมือทีส่ าคญั ของ
การจดั การสมยั ใหม่ได้อย่างเหมาะสม

กิจกรรมการเรยี นการสอน

ขั้นนาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูผู้สอนทบทวนความร้เู ดิมเก่ยี วการควบคุมท่ีได้ศึกษามาในหนว่ ยทผี่ ่านมา โดยใชว้ ิธี
ถาม – ตอบ ในชั้นเรยี นเพอื่ เป็นการกระตนุ้ ผ้เู รียนท่จี ะเรยี นเน้อื หาต่อไป
2. ครูผสู้ อน แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

ข้นั สอน
กจิ กรรมครู
1. ครูผสู้ อนให้ผูเ้ รียนทาแบบทดสอนกอ่ นเรยี น
2. ครูผู้สอนอธิบายเน้อื หาเรอ่ื งการจดั การสมยั ใหม่
3. ครูผสู้ อนให้ผูเ้ รยี นแบ่งกลุม่ แลว้ ปฏิบัติงานตามกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 1 และ 2 ขณะท่ี
ผ้เู รียนทากิจกรรมการเรยี นรู้ ผูส้ อนคอยให้คาปรึกษา ให้ขอ้ เสนอแนะในการทากิจกรรม
และให้ความรู้เพ่มิ เติมเมอื่ ผู้เรยี นสงสยั
4. ครูผูส้ อนเปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นได้แสดงความคิดเห็นเพิม่ เตมิ และรวมกนั อภปิ ราย
5. ครบู รรยายเนื้อหาเพ่มิ เตมิ
กจิ กรรมผ้เู รียน
1. ผเู้ รยี นโต้ตอบพดู คุยกบั ผู้สอนในเน้อื หาของบททผ่ี ่านมา เรือ่ งการควบคมุ และจดบนั ทกึ
เพม่ิ เติมเมอ่ื ไดค้ าตอบ
2. ผ้เู รยี นทาแบบประเมินผลกอ่ นเรียน
3. แบ่งกลุม่ เพือ่ ทากิจกรรมการเรยี น ที่ 1 และ 2 โดยผ้เู รียนศกึ ษาเอกสารประกอบการ
เรียนเรือ่ งการจัดการสมัยใหม่
4. ผเู้ รยี นอภปิ รายเพือ่ แสดงความคดิ เห็น พร้อมยกตัวอยา่ ง โดยครผู สู้ อนกระตุ้นด้วยการใช้
คาถาม
5. ผูเ้ รียนฟงั บรรยายสรุปของครูแลว้ จดบนั ทึกสาระสาคัญท่ีครบู รรยายเพม่ิ เตมิ ให้
6. ผู้เรยี นปฏบิ ัติกจิ กรรมทา้ ยบท

ขัน้ สรุป
1. ครูและผเู้ รยี นรว่ มกันสรปุ
2. ผเู้ รยี นสอบหลังเรียน

ส่ือการเรียนการสอน

1. หนังสือเรียน วชิ าหลักการจดั การ
2. แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรียน
3. PowerPoint การจัดการสมัยใหม่
4. กจิ กรรมการเรียนรู้
5. กจิ กรรมทา้ ยบท

การวดั ผลและการประเมินผล

วธิ วี ดั ผล
1. ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรียน
2. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
3. สังเกตกระบวนการทางานเปน็ กลุ่ม
4. ตรวจผลงานตามกิจกรรมท้ายบท

เครื่องมือวดั ผล
1. แบบทอสอบก่อนเรยี น/หลงั เรียน
2. แบบประเมินผลการเรยี นรู้

เกณฑว์ ดั ผลและประเมินผล

1. การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามเกณฑ์ 70 %
2.ตรวจผลงานจากการทดสอบใหผ้ ่านได้ 70 % ข้ึนไป
3.ตรวจประเมินผลกิจกรรม ต้องทาถกู ตอ้ ง 70%

กจิ กรรมการเรียนรู้

กิจกรรมท่ี 1

ช่อื กจิ กรรม การวิเคราะห์ SWOT

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมองค์การดว้ ย SWOT ไดอย่างเหมาะสม

กิจกรรมปฏิบตั ิ

1. ให้ผูเ้ รียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 3-5 คน ให้แตล่ ะกลมุ่ ดาเนนิ กจิ กรรม ดังน้ี

1.1 เลอื กประธานกลุม่

1.2 เลขานุการกลุ่ม

1.3 สมาชกิ กล่มุ

1.4 วางแผนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม

1.5 ดาเนินกิจกรรมกล่มุ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

2. ให้ผเู้ รยี นแต่ละกลมุ่ ระดมสมอง เพือ่ วิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมของวิทยาลัยฯ โดยใชห้ ลกั การ

วเิ คราะห์ SWOT

3. ให้ผู้เรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนองานหนา้ ชน้ั

4. ผ้สู อนและผเู้ รียนร่วมกันอภิปรายผลงาน และเสนอแนวคดิ

5. ผู้เรยี นนาผลงานสง่ ผู้สอนเพือ่ ประเมนิ ผล

การประเมินผล

ท่ี รายการประเมนิ 4 3 21

1 ความร่วมมือในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

2 สื่อประกอบในการนาเสนอ

3 รปู แบบการนาเสนอหน้าชัน้ เรียน

4 ความถกู ต้องของเนื้อหาทนี่ าเสนอ

5 ผลสาเรจ็ ของงาน

เกณฑก์ ารประเมนิ 4=ดมี าก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรบั ปรงุ

ผู้ประเมิน.............................................
............./............................./...............

กิจกรรมกราเรยี นรู้

กจิ กรรมท่ี 2

ชื่อกิจกรรม กจิ กรรม 5ส

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เพ่อื ให้ผเู้ รียนสามารถดาเนินการ จัดกิจกรรม 5ส ได้

กจิ กรรมปฏบิ ตั ิ

1. ใหผ้ ู้เรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม กลมุ่ ละเท่าๆ กนั ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ดาเนินกิจกรรม ดงั นี้

1.1 เลือกประธานกลุม่

1.2 เลขานกุ ารกลุ่ม

1.3 สมาชกิ กลมุ่

1.4 วางแผนการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

1.5 ดาเนนิ กิจกรรมกลุ่มตามท่ไี ด้รับมอบหมาย

2. ให้ผู้เรียนแต่ละกลมุ่ วางแผนกาหนดวนั ทาความสะอาดใหญ่หอ้ งเรยี นทผ่ี สู้ อนมอบหมาย

ตามลาดบั ขัน้ ตอนของการทา 5ส

3. ให้แต่ละกลมุ่ ออกแบบ แบบฟอร์มการประเมนิ ผลการดาเนนิ กจิ กรรม 5ส เพ่ือนามาใช้ในการ

ประเมนิ กิจกรรม 5ส ที่จัดทาดว้ ย

4. ให้ผเู้ รยี นแต่ละกล่มุ นาเสนองานหนา้ ชน้ั

5. ผู้สอนและผู้เรยี นรว่ มกันอภิปรายและเสนอข้อคิดเหน็

6. ผู้เรยี นนาผลงานสง่ ผสู้ อนเพ่ือประเมนิ ผล

การประเมินผล

ที่ รายการประเมิน 4 3 21

1 ความรว่ มมอื ในการปฏบิ ัติกิจกรรม

2 สือ่ ประกอบในการนาเสนอ

3 รปู แบบการนาเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น

4 ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หาท่นี าเสนอ

5 ผลสาเรจ็ ของงาน

เกณฑก์ ารประเมิน 4=ดมี าก 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรบั ปรุง

ผ้ปู ระเมนิ .............................................
............./............................./...............


Click to View FlipBook Version