The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บ้านไทย 4 ภาค

บ้านไทย 4 ภาค

Keywords: บ้านไทย

บ้านไทย 4 ภาค

บ้านไทย พื้นถิ่น คือสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะแปรไปตามสภาพแวดล้อม เกิดจากการหยิบใช้
วัสดุใกล้ตัว เเละใช้เทคนิควิธี หรือภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น เพื่อตอบสนองสภาพแวดล้อมและ
การดำเนนิ ชีวติ ของคนในทอ้ งถิ่นนน้ั ทั้งยังเป็นตวั แทนบง่ บอกวถิ ีชวี ิตสภาพแวดล้อม การแกป้ ัญหา
และการปรับตัวของผู้คนในท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นเหตุให้ทุกวันนี้ สำหรับในประเทศไทยนั้น แต่ละ
ภูมิภาคมีลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นแตกต่างกัน จึงทำให้
ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ มีลักษณะสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเฉพาะตัว ซึ่งมี
ลกั ษณะเด่นในภาพรวม ดงั นี้
เรือนภาคเหนอื

ภาคเหนือเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สดุ คือ “เรือน
กาแล” เป็นเรือนสำหรับผู้มีฐานะ หรือผู้นำชุมชน แตกต่างจากเรือนสามัญชนตรงที่จะก่อสร้าง
ด้วยความประณีต มีแบบแผนการสร้างเป็นระเบียบชัดเจน และมีการประดับ “กาแล” ซึ่งเป็นไม้
แกะสลักสวยงามบนยอดจั่ว เรือนกาแลเป็นเรือนไม้เนื้อแข็ง ยกใต้ถุนสูงไม่มาก มักเป็นเรือนแฝด
นิยมสร้างหลังหนึ่งใหญ่กว่าอีกหลังตามความเชื่อ มีหลังคาใหญ่ ชายคาคลุมเรือนเกือบทั้งหมด มี
หน้าต่างน้อย ผนังผายออก มักมี “ฝาไหล” เป็นฝาไม้กระดานที่เลื่อนเปิด – ปิดได้เพื่อช่วยรับลม

เข้าบ้าน และมีครัวไฟแยกออกไปเปน็ สดั ส่วน มี “เติ๋น” เป็นพื้นที่ก่ึงเปิดโล่งอเนกประสงค์สำหรบั
ใชน้ งั่ เลน่ ซ่ึงมตี ำเเหนง่ อยรู่ ะหวา่ งหอ้ งกับ “นอกชาน” ทีเ่ ปน็ พื้นท่เี ปดิ โลง่
เรือนภาคอีสาน
เรอื นในสำเนยี งอสี านเรยี ก “เฮอื น” เฮอื นถาวรในภาคอีสานมี 3 รปู แบบเดน่ ๆ คือ

เฮือนเกย เปน็ เฮือนเดี่ยว แตย่ นื่ ขยายชายคาหลงั คาด้านหนึ่งยาวออกไปคลมุ พื้นที่ใช้สอย ส่วนที่
ยืน่ ออกไปนเ้ี รยี กว่า “เกย”

เฮือนแฝด เป็นเฮือนหลังคาทรงจั่วสองเรอื นสรา้ งชดิ กนั และใชโ้ ครงสรา้ งร่วมกัน โดยมีเฮอื นหนึ่ง
เปน็ เฮอื นนอน มีผนังครบทุกด้าน เรียก “เฮอื นใหญ่” อีกเฮือนอาจมผี นงั 3 ดา้ น ใชเ้ ช่อื มระหว่าง
ชานภายนอกกบั เฮือนนอน

เฮือนโข่ง คล้ายเฮือนแฝด แต่แยกโครงสร้างออกจากกัน ทำให้เกิดช่องทางเดินตรงกลางเชื่อมต่อ
พนื้ ที่ โดยสามารถรื้อแยกเฮือนโขง่ ไปปลูกในทใ่ี หม่ได้ เฮอื นอีสานมกั มีเฮอื นไฟเปน็ ส่วนทำครัวแยก
ออกไปต่างหาก มหี ลังคาลาดชนั น้อยกว่าภมู ภิ าคอืน่ ๆ และมกั พบลายตะเว็น (ตะวนั ) ประดบั ตาม
ความเช่ือ

เรอื นภาคกลาง
ภาคกลางมีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ทำให้มีรูปแบบเรือนพื้นถิ่นแตกต่างไปมากมาย ที่น่าจะรู้จัก
และคุ้นตามากที่สุดเรียกว่า “เรือนไทยภาคกลาง” โดยแบ่งเป็นเรือนเครื่องผูกที่สร้างด้วยไม้ไผ่
เรือนเครื่องสับสร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง และเรือนเครื่องก่อที่สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน โดยในที่นี้จะ
ขอยกตัวอย่างเฉพาะเรือนเครื่องสับ เพื่อให้เปรียบเทียบเรือนในภูมิภาคอื่นที่ใช้วัสดุประเภท
เดียวกัน เรือนเครื่องสับของเรือนไทยภาคกลางมักรู้จักในอีกชื่อคือ “เรือนไทยเดิม” เป็นเรือน
สำหรับผทู้ มี่ ฐี านะ เจา้ นาย หรอื คหบดี มี 2 ประเภท คอื

เรอื นเด่ยี ว เปน็ เรอื นสำหรบั ครอบครวั ขนาดเล็กมีเรอื นนอนหนงึ่ หลงั แยกกับเรือนครัวและเชอ่ื ม
ด้วยชาน

เรือนหมู่ เป็นเรือนหลายหลังเชื่อมต่อกันด้วยชาน ประกอบด้วยเรือนหลักของพ่อแม่ และเรือน
นอนของลูกที่แต่งงานแล้ว ซึ่งอาจปลูกเพิ่มไว้ด้านหน้า หรือหากเป็นเรือนของผู้มีฐานะมาก นิยม
วางผังใหญ่โต เรียกว่า “เรือนคหบดี” นอกจาก เรอื นนอน ก็มี หอกลาง ตงั้ อยูก่ ลางชานสำหรับใช้
นั่งเล่น รับแขก หรือจัดพิธี ในขณะท่ี “หอนก” ใช้สำหรับเลี้ยงนก “หอพระ” ใช้สำหรับ
ประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ ลักษณะที่มีรว่ มกนั ของเรือนไทยภาคกลาง คือเป็นเรือนไม้เน้อื แข็ง
ใต้ถุนสูงเพื่อหนีน้ำหลาก ใช้งานอเนกประสงค์ หรือเลี้ยงสัตว์ มีหลังคาจั่วทรงสูงและอ่อนโค้ง
ประดับด้านจั่วด้วยปั้นลมไม้ทำเป็น “เหงา” หรือ “หางปลา” และมีชานกว้างมาก รวมถึงมี
“ระเบียง” เปน็ พืน้ ที่กง่ึ ภายนอกเชื่อมต่อระหว่างชานเขา้ ส่ใู นตวั เรอื น

เรือนภาคใต้
ดว้ ยความหลากหลายของวัฒนธรรมและความเชือ่ ของคนภาคใต้ ทำให้เราแบง่ รปู แบบเรือนไทย
พ้ืนถ่นิ ของภาคใต้ไดเ้ ปน็ 2 แบบ คือ เรือนไทยมุสลมิ และเรอื นไทยพุทธ

เป็นเรือนไม้ ใต้ถุนสงู แต่ไม่ใช้ประโยชน์ใตถ้ ุนมากนัก มีหลังคา 3 แบบ เรียกว่า “ลีมะ” (ปั้นหยา)
“บลานอ” (มนิลา) และ “แมและ” (จั่ว) รูปแบบที่พบส่วนใหญ่เป็นแบบบลานอ ที่น่าสนใจคือ
ภายในเรือนมกั จะเปดิ โล่งต่อเน่ืองถงึ กันหมด รวมถึงครัวทอ่ี ยู่หลังบ้าน กน้ั เพียงหอ้ งนอน หรือห้อง
ละหมาดขนาดไม่ใหญ่ พื้นที่เปิดโล่งนั้นแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วนตามการใช้งาน ได้แก่ ส่วนรับแขก
เปน็ พื้นทใี่ ตห้ ลงั คาปีกนกท่ยี ื่นยาวออกมา เปน็ สว่ นแรกของการเขา้ ส่ตู วั เรือน แขกจะอยู่แต่ภายใน
พนื้ ทน่ี ั้น ไม่กา้ วล้ำเข้าไปมากกว่านี้ เวน้ แต่เจา้ ของบ้านจะเชิญชวน ถดั เข้าไปเป็นสว่ นโถง ซ่ึงเป็นที่
อย่ขู องเจา้ ของบา้ น ใชน้ ง่ั เลน่ และทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ในบรเิ วณนี้จะมกี ารกั้นเปน็ ห้องนอนและห้อง
ละหมาดไว้บริเวณกลางเรือน ท้ายเรือนเป็นส่วนครัว และยังเป็นส่วนของผู้หญิงโดยเฉพาะ คน
ภายนอกหรือผชู้ ายจะไม่รกุ ลำ้ เขา้ ไป รวมถงึ ยังมบี ันไดข้นึ -ลงทางด้านหลังเฉพาะของผู้หญงิ

เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูงหลังคาใหญ่เป็นทรงปั้นหยาและจั่ว ภายในมักจะกั้นห้องอย่างมิดชิด ไม่เปิด
โล่งเท่าเรือนไทยมุสลิม โดยจะแบ่งเป็นห้องนอน มีโถงเชื่อมต่อทำหน้าที่เป็นส่วนนั่งเล่นและ
รับแขก ส่วนครวั จะอยดู่ ้านหลัง องคป์ ระกอบเหล่านเ้ี ป็นเพียงสว่ นหนึ่งของเรอื นพื้นถ่นิ ที่พบในไทย
เพราะยังมีเรือนพื้นถิ่นรูปแบบอื่นที่แตกต่างกันไปตามอิทธิพลที่ไม่เหมือนกันในแต่ละจังหวัด
อย่างไรก็ตามการอยู่ภายใต้พื้นที่มรสุมที่คล้ายกัน เรือนไทยพื้นถิ่นจึงมีจุดสังเกตได้ชัด อย่างการ
เป็นเรือนยกใต้ถุนสูง หลังคาทรงจั่ว ชายคายื่นยาว มีพื้นที่ข้างนอก หรือ “ชาน” เชื่อมแต่ละ
เรือนเข้าดว้ ยกัน รวมถึงนิยมสร้างด้วยไม้และไม้ไผ่ นั่นเพราะเรามีป่าไมเ้ ป็นวัตถดุ ิบใกลต้ วั รวมถึง
สรา้ งได้ด้วยการใชแ้ รงงานคนจำนวนไมม่ าก และใชเ้ คร่อื งมอื ท่ีไมซ่ บั ซ้อน

ข้อมูลอ้างองิ
https://www.baanlaesuan.com/178487/houses/vernacular_architecture


Click to View FlipBook Version