The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสังคายนาพระไตรปิฎก (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by คูมสีไม้ ฯ., 2022-07-15 11:20:13

การสังคายนาพระไตรปิฎก (1)

การสังคายนาพระไตรปิฎก (1)

ก า ร สั ง ค า ย น า
พ ร ะ ไ ต ร ปิ ฎ ก

การจัดระเบียบหลักคำสอนไว้เป็นหมวดหมู่ สะดวกแก่การจดจำนำไปอ้างอิงนั้น.

มี ม า ตั้ ง แ ต่ ส มั ย ที่ พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า ยั ง ท ร ง พ ร ะ ช น ม์ อ ยู่ แ ล้ ว

ปรากฏหลักฐานในปาสาทิกสูตรและสังคีติสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค

สาเหตุ: เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานได้ 7 วัน พระมหากัสสปเถระอยู่ที่เมืองปาวายังไม่ทราบว่าพระพุทธองค์จำนวน 500 รูปเดินทางออกจาก
เมืองปาวาด้วยประสงค์จะไปเฝ้าพระพุทธองค์ที่เมืองกุสินาราในระหว่างเดินทางนั้นเองก็ได้ทราบข่าวการเสด็จปรินิพพานของพระพุทธองค์จากอาชีวก
(นักบวชนิกายหนึ่ง) คนหนึ่งซึ่งเดินทางมาจากเมืองกุสินาราพระสงฆ์ทั้งมวลซึ่งมีพระมหากัสสปเถระเป็นทราบข่าวนั้นแล้วผู้ที่เป็นพระอรหันต์ต่างก็มี
ความสลดใจผู้ที่เป็นปุถุชนอยู่ก็เศร้าโศกเสียใจร้องไห้คร่ำครวญรำพึงรำพันกันไปต่างนานาแต่พระภิกษุสุภัททะมิได้เป็นเช่นนั้นและได้ห้ามพระภิกษุเหล่า
นั้นมิให้เสียใจมิให้ร้องไห้โดยกล่าวว่าที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จปรินิพพานนั้นเป็นการดีแล้วต่อไปจะทำอะไรได้ตามใจไม่มีใครคอยมาชี้ว่าผิดนี่ถูกควรนี้ไม่
ควรนี้ต่อไปอีกพระมหากัสสปเถระได้ฟังคำกล่าวจ้วงจาบเช่นนั้นแล้วเกิดความสลดใจจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเสร็จสิ้นแล้วได้มีการประชุม
สงฆ์พระมหากัสสป เถระซึ่งเป็นผู้มีอายุพรรษามากกว่าพระสงฆ์ทุกรูปได้รับเลือกให้เป็นประธานสงฆ์มีฐานะเป็นสังฆปริณายก (ผู้นำคณะสงฆ์) บริหาร
การคณะสงฆ์ตามพระธรรมวินัยท่านจึงได้นำเรื่องที่ภิกษุสุภัททะกล่าวจ้วงจาบพระธรรมวินัยนั้นเสนอต่อที่ประชุมสงฆ์ชวนให้ทำการสังคายนาพระ
ธรรมวินัยและได้รับความเห็นชอบจากที่ ประชุมต่อจากนั้นมา 3 เดือนก็ได้มีการประชุมทำสังคายนาครั้งที่ 1
สถานที่: สัตบรรณคูหา ข้างเขาเวภารบรรพต ใกล้กรุงราชคฤห์ชมพูทวีป ประเทศอินเดีย
องค์อุปถัมภ์: พระเจ้าอชาตศัตรู
การจัดการ: พระมหากัสสปเถระได้รับเลือกเป็นประธานและเป็นผู้ซักถามพระธรรมวินัยพระอุบาลีเถระเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระวินัยพระอานนท์
เถระเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระธรรมมีพระอรหันต์เข้าประชุมเป็นสังคีติการกสงฆ์ (สงฆ์ผู้เป็นคณะกรรมการทำสังคายนา) จำนวน 500 รูป
ระยะเวลา: 7 เดือน

การสังคายนา ** พวกอลัชชี = พระผิดศี ล / ผิดพุ ทธปัญญา
ครั้งที่ 1


การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ: พระยสะกากัณฑกบุตร (ประธานสงฆ์ และศิษย์สายตรงของพระอานนท์) ได้ปรารภ (ต้องการแก้) ถึงข้อปฏิบัติย่อหย่อน 10 ประการ ของพวก
ภิกษุวัชชีบุตร เช่นถือว่า อาหารที่ขาดการประเคนถือว่าอาบัติ เก็บเกลือไว้ในเขนง (เขาสัตว์) เพื่อเอาไว้ฉันได้ ตะวันชายเกินเที่ยงไปแล้ว 2 นิ้วฉันอาหาร
ได้ รับเงินทองไว้ใช้ได้ เป็นต้น พระยสกากัณฑกบุตรเห็นว่า ข้อปฏิบัติย่อหย่อนดังกล่าวนี้ขัดกับพระวินัยพุทธบัญญัติ จึงได้ชักชวนพระเถระผู้ใหญ่
ประชุมพิจารณาวินิจฉัย ทำการสังคายนาพระธรรมวินัยเพื่อความมั่นคงพระพุทธศาสนาสืบไป
การจัดการ : พระมหาเถระชื่อ ยสะกากัณฑกบุตรเป็นประธาน พระเรวตเถระเป็นผู้ซักถามพระธรรมวินัย พระสัพพกามีเถระเป็นผู้ตอบข้อซักถาม
จำนวนพระสงฆ์ที่เข้าร่วม : มีพระอรหันต์เข้าประชุมเป็นสังคีติการกสงฆ์จำนวน 700 รูป
สถานที่ : วาลิการาม เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ชมพูทวีป (อินเดีย)
เวลาที่กระทำ : พ.ศ. 100
ระยะเวลา : 8 เดือน จึงสำเร็จ
องค์อุปถัมภ์ : พระเจ้ากาลาโศกราช

การสังคายนา เ ก ร็ ด ค ว า ม รู้
ครั้งที่ 2 ปรารภ แปลว่า กล่าวถึง, ตั้งต้น, ดำริ
เขนง แปลว่า เขาสัตว์, เขาวัวเขาควายที่ ใช้เป่าบอกอาณัติสัญญาณ

ผล : การสังคายนาครั้งที่ 2 ทำให้สงฆ์แตกออกเป็น 2 นิกายใหญ่ ๆ (มี 18 นิกายย่อย)
นิกายเถรวาท (หินยาน) - ปฏิบัติตามคำสอนของพระอรหันต์ 500 องค์ (ครั้งที่ 1) (มี 11 นิกายย่อย)
นิกายมหาสังฆิกะ (มหายาน) - ปฏิบัติย่อหย่อนในพระธรรมวินัย มีสงฆ์กลุ่มวัชชีบุตรเป็นผู้นำ
(มี 7 นิกายย่อย)
หลักฐานการแตกแยกมีปรากฎในคัมภีร์ของอินเดีย และในหมายเหตุของพระถังซัมจั๋ง

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ: พวกเดียรถีย์หรือพวกนักบวชในศาสนาอื่นมาปลอมบวชในพระพุทธศาสนาด้วยเห็นแก่ลาภสักการะและเพื่อบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาได้
แสดงลัทธิและความเห็นของตนว่า"เป็นพระพุทธศาสนาเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าพระโมคคัลลบุตรติสสเถระได้ขอความอุปถัมภ์จากพระเจ้าอโศก
มหาราชให้มีการสอบสวนสะสางกำจัดพวกเดียรถีย์ปลอมบวชประมาณ 60,000 รูปแล้วให้สละสมณเพศออกจากพระพุทธศาสนา
สถานที่: อโศการาม กรุงปาตลีบุตร ชมพูทวีป ประเทศอินเดีย
องค์อุปถัมภ์: พระเจ้าอโศกมหาราช
การจัดการ: พระโมคคัลลบุตรติสสเถระเป็นประธานพระอรหันต์เข้าประชุมเป็นสังคีติการกสงฆ์จำนวน 1,000 รูป
ระยะเวลา: 9 เดือนจึงสำเร็จ

การสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งนี้คงมีการซักถามพระธรรมวินัยและตอบข้อซักถามเช่นเดียวกับการสังคายนาครั้งก่อน แต่ไม่ปรากฏรายละเอียดว่าพระเถระรูป
ใดทำหน้าที่ซักถามรูปใดทำหน้าที่ตอบข้อซักถาม แต่ปรากฏว่าพระโมคคัลลบุตรติสสเถระได้เสนอคำถาม 500 ข้อเพิ่มเข้าในคัมภีร์กถาวัตถุซึ่งเป็นคัมภีร์ในพระ
อภิธรรมปิฎกเป็นการขยายความคัมภีร์นั้นให้พิสดารออกไปอีกที่ประชุมสงฆ์ได้รับรองเป็นคำอธิบายที่ ถูกต้องตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา

ผลการสังคายนาครั้งนี้
นอกจากจะได้กำจัดพวกเดียรถีย์ปลอมบวชให้ออกจากพระพุทธศาสนาแล้วยังได้สอบทานพระธรรมวินัยให้ถูกต้องและได้ตอบคำถาม 500 ข้อคำตอบ 500 ข้อ
เพิ่มเข้า ในคัมภีร์กถาวัตถุด้วยเมื่อเสร็จการสังคายนาแล้วได้มีการส่งสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศรวม 9 สายด้วย
กันและส่งไปสายละ 5 รูปเพื่อจะได้ให้การอุปสมบทแก่ผู้ เลื่อมใสได้ถูกต้องตามพระวินัย

การสังคายนา ** *เดี ยรถีย์ = พระปลอม
ครั้งที่ 3


การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ : พระมหินเถระประสงค์พระพุทธศาสนาได้หยั่งรากมั่นคงในลังกาทวีป ทำให้พระสงฆ์ชาวลังกาท่องจำพระพุทธวจนะ
ผู้เป็นประธานและคณะ : พระมหินเถระ พระอริฏฐเถระเป็นผู้สวดบททวนหรือตอบข้อซักถามด้านพระวินัย
จำนวนพระสงฆ์ที่เข้าร่วม : 68,000 รูป
สถานที่ : ถูปาราม เมืองอนุราชปุระ ในลังกาทวีป
เวลาที่กระทำ : พ.ศ. 238
ผู้อุปถัมภ์ : พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ

การสังคายนา
ครั้งที่ 4

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ : ทางการคณะสงฆ์ชาวลังกาและทางราชการบ้านเมืองเห็นว่า พระธรรมวินัยพระพุทธวจนะที่ได้สังคายนาไว้นั้น มีความสำคัญมากนับเป็นราก
แก้วของพระพุทธศาสนา หากจะพิทักษ์รักษาธรรมวินัยให้ดำรงอยู่สืบไปด้วยวิธีการท่องจำดังที่เคยถือปฏิบัติกันมา ก็อาจมีข้อวิปริตผิดพลาดได้ง่าย
เพราะความจำของผู้บวชเรียนเสื่อมถอยลง ในการสังคายนาครั้งนี้ จึงได้ตกลงจารึกพระธรรมวินัยหรือพระพุทธวจนะ เป็นภาษามคธอักษรบาลีลงใน
ใบลาน พร้อมทั้งคำอธิบายพระไตรปิฎกที่เรียกว่า "อรรถกถา" มีตั้งแต่ครั้งที่ 3 แล้วช่วยหลังสูญหายไปจากอินเดีย ซึ่งได้มีการจดบันทึกเป็นภาษา
สิงหลเพื่อให้คนลังกาเข้าใจง่ายขึ้นในการศึกษา นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการการวินัยเป็นภาษามคธอักษรบาลีเป็นหลักฐาน ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร พระ
ไตรปิฎกลายลักษณ์อักษร จึงมีขึ้นเป็นฉบับแรกในพระพุทธศาสนานับเป็นการสังคายนาครั้งที่ 2 ในลังกาทวีป
ผู้เป็นประธานและคณะ : พระรักขิตมหาเถระ (ประธาน) และเป็นผู้ซักถาม และ พระติสสเถระเป็นผู้ตอบ
จำนวนพระสงฆ์ที่เข้าร่วม : 1,000รูป
สถานที่ : อาโลกเลนสถาน ณ มตเลชนบท ในลังกาทวีป
เวลาที่กระทำ : พ.ศ. 433
ระยะเวลา : 1 ปี
ผู้อุปถัมภ์ : พระเจ้าวัฏฏคามณี

การสังคายนา ค ว ร รู้
ครั้งที่ 5 ภาษามคธหรือภาษาบาลีเป็นภาษาของชาวชมพู ทวีป (อินเดี ย) เป็นภาษาของ

ชาวอินเดี ยโบราณเมื่ อ 2,000ปีก่อนยุ คนี้เลิกพู ดแล้วแต่ ยังปนอยู่




จารึกลงใบลาน พร้อมสร้าง "วัดอภัยคีรีวิหาร"ทำให้ฝ่ายมหาวิหารไม่พอใจ จึงทำให้สงฆ์แตกออกเป็น 2 คณะ
1.มหาวิหาร - อนุรักษ์นิยมไม่เปลี่ยนแปลงธรรมวินัย (ตำหนิภิกษุต่างนิกาย)
2.อภัยคีรีวิหาร - ยอมรับความเห็นต่างนิกาย (ไม่ตำหนิภิกษุต่างนิกาย)

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ : พระพุทธโฆสเถระ (หรือที่ไทยเรานิยมเรียกว่า พระพุทธโฆษาจารย์) ซึ่งเป็นพระมหาเถระชาวชมพูทวีป ผู้เปรื่องปราดมีความรู้แตกฉานในพระ
ไตรปิฎก และนับเป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาและภาษาบาลี เห็นว่าคัมภีร์อรรถกถาแห่งพระไตรปิฎกนั้นมีสมบูรณ์ บริบูรณ์ เป็นภาษาสิงหล อยู่ใน
ลังกาทวีป ท่านจึงเดินทางไปลังกาทวีป ขอความอุปถัมภ์จากพระเจ้ามหานามเพื่อแปลและเรียบเรียงคัมภีร์อรรถกถาจากภาษาสิงหลเป็นภาษามคธ
เพื่อจะได้เป็นตันติภาษา (ภาษาที่มีแบบแผน) สอดคล้องกับคัมภีร์พระไตรปิฎก และจะได้เป็นประโยชน์กว้างขวางต่อไป นับเป็นการสังคายนาครั้งที่ 3
ในลังกาทวีป
ผู้เป็นประฐานและคณะ : พระรักขิตมหาเถระ
จำนวนพระสงฆ์ที่เข้าร่วม : ไม่ระบุ
สถานที่ : โลหปราสาท เมืองอนุราธปุระ ในลังกาทวีป
เวลาที่กระทำ : พ.ศ.956
ระยะเวลา : 1 ปี
ผู้อุปถัมภ์ : พระเจ้ามหานาม

การสังคายนา * * ห นั ง สื อ บ า ง เ ล่ ม จ ะ ไ ม่ นั บ ค รั้ ง นี้ ว่ า เ ป็ น ก า ร สั ง ค า ย น า พ ร ะ
ครั้งที่ 6 ไตรปิฎกเนื่ องจากเป็นการชำระอรรถกถา




การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ : ทางการคณะสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน และทางราชการบ้านเมืองอันมีพระเจ้าปรักกมพาหุเป็นประมุข เห็นว่าคัมภีร์อธิบาย
อรรถกถาซึ่งเรียกว่า ฎีกา และคัมภีร์อธิบายฎีกาซึ่งเรียกว่า อนุฎีกา ยังมิได้แปลและเรียบเรียงให้เป็นภาษามคธ ยังคงเป็นภาษาสิงหลบ้าง จึงควรจะได้
แปลและเรียบเรียงให้เป็นภาษามคธให้หมดสิ้น จึงได้ดำเนินการแปลและเรียบเรียงคัมภีร์ดังกล่าวเป็นภาษามคธ เป็นตันติภาษา (ภาษาที่มีแบบแผน)
เช่นเดียวกับคัมภีร์พระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา นับเป็นการสังคายนาครั้งที่ 4 ในลังกาทวีป
การจัดการ : พระมหากัสสปเถระเป็นประธาน พร้อมด้วยการกสงฆ์ (กรรมการเฉพาะกิจสงฆ์)
จำนวนพระสงฆ์ที่เข้าร่วม : จำนวนกว่า 1,000 รูป
สถานที่ : ลังกาทวีป (เข้าใจว่าที่โลหปราสาท เมืองอนุราธปุระ)
เวลาที่กระทำ : พ.ศ. 1587
ระยะเวลา : 1 ปี จึงสำเร็จ
องค์อุปถัมภ์ : พระเจ้าปรักกมพาหุ
กล่าวกันว่า หลังจากได้มีการสังคายนาครั้งนี้แล้วไม่นาน พระเจ้าอนุรุทมหาราช กษัตริย์กรุงอริมัททนปรุระ (พุกาม) แห่งประเทศพม่า ได้เสด็จไปยัง
ลังกาทวีป และทรงจำลองพระไตรปิฎก พร้อมทั้งคัมภีร์อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา นำมาประดิษฐานไว้ศึกษาเล่าเรียนในประเทศพม่า ต่อแต่นั้นมา
และเช่นเดียวกับการสังคายนาครั้งที่ 6 ในบางมติไม่ถือว่าเป็นการสังคายนาด้วยเหตุผลเดียวกัน

** ภาษาสิงหล (สิง-หะ-ละ) เป็นภาษาของชาวสิงหลซึ่งเป็นกลุ่มชนพื้ น
เมืองที่ ใหญ่ที่ สุดในประเทศศรีลังกา เป็นภาษาในสาขาอินโด-อารยันของ

ตระกูลอินโด-ยู โรเปียน ถูกประกาศเป็นภาษาราชการเมื่ อปีพ.ศ. 2499

การสังคายนา
ครั้งที่ 7

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ: ในพ.ศ. 2020 พระธรรมทินมหาเถระผู้เปรื่องปราดแตกฉานในพระไตรปิฎกได้พิจารณาเวลานั้นมีข้อวิปลาสคลาดเคลื่อนอยู่มากด้วยการ
จำลองหรือคัดลอกกันต่อ ๆ มาเป็นเวลาช้านานจึงเข้าเฝ้าถวายพระพรขอความอุปถัมภ์จาก พระเจ้าติโลกราชเมื่อได้รับการอุปถัมภ์แล้วพระธรรมทิน
มหาเถระก็ได้เลือกพระสงฆ์ผู้เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกประชุมกันทำสังคายนาโดยการตรวจชำระพระไตรปิฎกพร้อมทั้งอรรถกถาฎีกาอนุฎีกาจารึกไว้ใน
ใบลานด้วยอักษรธรรมของล้าน นานับเป็นการสังคายนาครั้งที่ 1 ในอาณาจักรล้านนาหรือประเทศไทยในปัจจุบันกลางกรม
สถานที่: วัดโพธาราม ณ เมืองนพิสิกรคือเมืองเชียงใหม่ประเทศไทย
องค์อุปถัมภ์: พระเจ้าติโลกราชหรือพระเจ้าศิริธรรมจักรวรรดิดิลกราช
การจัดการ: พระธรรม ทินมหาเถระเป็นประธานพร้อมด้วยการกสงฆ์
ระยะเวลา: 1 ปีจึงสำเร็จ

การสังคายนา ผล พระพุ ทธศาสนาในล้านนาเข้มแข็งและเจริญรุ่งเรือง เรื่ องรือ
ครั้งที่ 8 ไปยังประเทศเพื่ อนบ้าน ศาสนาเข้มแข็งบ้านเมืองเป็นปึกแผ่น

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ : ในพ.ศ. 2331 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ทรงมี
พระราชศรัทธาปรารถนาจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงสืบไปได้ทรงทราบจากพระสงฆ์อันมีสมเด็จพระสังฆราชฯเป็นประธานว่าเวลานั้น
พระไตรปิฎกมีข้อวิปลาสคลาดเคลื่อนมากแม้พระสงฆ์จะมีความประสงค์จะทำนุบำรุงให้สมบูรณ์ก็ไม่มีกำลังพอจะทำได้ พระองค์จึงได้ทรงอาราธนา
สมเด็จพระสังฆราชพร้อมด้วยพระสงฆ์ทั้งปวงให้รับภาระในเรื่องนี้ดังนั้น พระสงฆ์อันมีสมเด็จพระสังฆราชฯเป็นประธาน จึงได้เริ่มทำการสังคายนาพระ
ธรรมวินัย ตรวจชำระพระไตรปิฎกพร้อมทั้งคัมภีร์ลัททาวิเสส (คัมภีร์ไวยากรณ์บาสี) และได้จารึกไว้ในใบลานด้วยอักษรขอม ซึ่งนับเป็นการสังคายนา
ครั้งที่ 2 ในประเทศไทย
ผู้เป็นประธานและคณะ : สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน
จำนวนพระสงฆ์ที่เข้าร่วม : จำนวน 218 รูป และมีราชบัณฑิตเป็นผู้ช่วยเหลือจำนวน 32 คน
สถานที่ : วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งปัจจุบันคือวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
เวลาที่กระทำ : 5 เดือน จึงสำเร็จ
ผู้อุปถัมภ์ : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

การสังคายนา
ครั้งที่ 9

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ : ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสวยราชย์ได้ 25 ปี ทรงปรารภจะบำเพ็ญพระมหากุศล ทรงเห็นว่าพระไตรปิฎกที่เขียน
ไว้ในใบลานไม่มั่นคง ทั้งจำนวนก็มากยากที่จะรักษา และเป็นตัวขอม ผู้ไม่รู้อ่านไม่เข้าใจ จึงมีพระราชศรัทธาให้พิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่มแบบฝรั่งขึ้น
ใหม่ โปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และพระเถรานุเถระทั้งหลายช่วยกันชำระ โดยคัดลอกตัวขอมในคัมภีร์ใบลาน เป็นตัวอักษร
ไทย แล้วชำระแก้ไขและพิมพ์เป็นเล่มหนังสือ รวม 39 เล่ม เริ่มชำระและพิมพ์ตั้งแต่พ.ศ.2431 สำเร็จเมื่อพ.ศ.2436 จำนวน 1,000 ชุด นับเป็นครั้ง
แรกในประเทศไทยที่มีการพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่มด้วยอักษรไทย นับเป็นการสังคายนาครั้งที่ 3 ที่ทำในประเทศไทย
สถานที่ : พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
องค์อุปถัมภ์: พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
การจัดการ: พระมหากัสสปเถระได้รับเลือกเป็นประธานและเป็นผู้ซักถามพระธรรมวินัยพระอุบาลีเถระเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระวินัยพระอานนท์
เถระเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางพระธรรมมีพระอรหันต์เข้าประชุมเป็นสังคีติการกสงฆ์
ระยะเวลา: 6 ปี พ.ศ. 2431

การสังคายนา
ครั้งที่ 10

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง

สาเหตุ : ในปีพ.ศ.2530 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระชนมายุครบ 60 พรรษา สมเด็จพระสังฆราชทรงเห็นว่าพระไตรปิฎกนั้น
มีข้อที่คลาดเคลื่อนอยู่ จึงเห็นควรว่าจะทำการสังคายนาพระธรรมวินัยตรวจสอบชำระให้บริสุทธิ์บริบูรณ์และตีพิมพ์ขึ้น จึงได้เจริญพรขอความอุปถัมภ์
ไปยังรัฐบาลและถวายพระพรให้การสังคายนาครั้งนี้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อได้รับงบประมาณและพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว จึงได้ดำเนินการ
สังคายนา เริ่มแต่ปีพ.ศ.2528 และเสร็จสิ้นลงเมื่อปีพ.ศ.2530 นับเป็นการสังคายนาครั้งที่ 4 ที่ทำในประเทศไทย
ผู้เป็นประธานและคณะ : สมเด็จพระสังฆราช
จำนวนพระสงฆ์ที่เข้าร่วม : ไม่ระบุ
สถานที่ : วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
เวลาที่กระทำ : พ.ศ. 2528
ผู้อุปถัมภ์ : รัฐบาลไทย

การสังคายนา
ครั้งที่ 11

การสังคายนาประไตรปิฎก 11 ครั้ง


Click to View FlipBook Version