The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่.fox

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by foxpari, 2022-01-31 01:57:32

รูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่.fox

รูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่.fox

การเรยี นรู้อยา่ งมคี วามหมาย และมคี ณุ ค่า (Purposeful and Valuable Learning)

1 การเรียนรู้การออกแบบชวี ติ 2 การเรยี นรสู้ กู่ ารเปล่ียนแปลง 3 การเรียนรแู้ นวมนุษยนิยม
(Life Design Learning)
(Transformative Learning) (Humanistic Learning)
การออหแบบการเรียนร้ทู ่ีมคี วามหมายตอ่ ชวี ติ รอบดา้ น
เรียนรชู้ ีวติ อยา่ งลึกซึ้ง เรียนรูช้ ีวิตในโลกกวา้ งเรียนรชู้ วี ิต การเรียนรูท้ ี่ผ้เู รียนเรียนร้จู ากประสบการณ์ตรง การเขา้ ถึงความตอ้ งการพื้นฐานของผเู้ รียนและ
เขา้ ใจตนเอง สิง่ แวดล้อมรอบตัวนาไปสกู่ าร ตอบสนองความตอ้ งการอยา่ งพอเพียงใหอ้ ิสรภาพ
อย่างชาญฉลาด เปลยี่ นแปลงตนเองจนเกิดลักษณะและพฤตกิ รรม
และเสรีภาพตามความเปน็ จรงิ
4 การเรยี นรกู้ ารบรกิ ารสังคม 5 การเรยี นรู้เพอื่ สร้างค่านิยม และวฒั นธรรม
(Service Learning) ใหมท่ ่ดี ี 6 การเรียนรอู้ ย่างมคี วามสุข

ตระหนักรถู้ งึ ความสาคัญของการบรกิ ารสงั คมการทางาน (New Values & Culture Creation (Happy Learning)
รว่ มกบั ผอู้ ื่น เปดิ โอกาสให้ผ้เู รยี นไดฝ้ ึกกิจกรรมทไี่ ด้ Learning)
บริการสังคมจรงิ การเรียนร้ทู ี่เนน้ ถึงความสาคญั ของบรรยากาศ
เรียนรูม้ ่งุ เนน้ ความสาคญั ของการมวี นิ ยั ความ ส่ิงแวดลอ้ มเชิงบวกทาให้ผู้เรียนมแี รงบนั ดานใจ ทา
ซ่อื สตั ย์สจุ รติ และการมจี ิตสาธารณะใหผ้ ู้เรยี นมี ตามจดุ ประสงคแ์ ละเขา้ ใจตนเอง ผลกั ดนั ใหต้ วั เอง

คุณธรรม จรยิ ธรรมมีน้าใจ มีความ เกิดการเรยี นรู้
เออื้ เฟอ้ื เผื่อแผ่ มไี มตรเี ปน็ มติ รและมีจิตอาสา

การเรียนรู้ในสิ่งท่รี กั จะเรยี น การเรยี นรู้เพือ่ สรา้ งประโยชน์ตอ่ มนุษยชาติ
(Passion Based Learning) (Mission Based Learning)

การเรียนรู้ท่ีมีการพัฒนาผู้เรียนให้มีความ 2.การเรยี นรทู้ ่ีเสริมสรา้ งศกั ยภาพเฉพาะบคุ คล คือการท่ีผเู้ รยี นสามารถคน้ พบตนเอง และ
มงุ่ ม่นั ที่จะประสบความสาเรจ็ ในสิ่งทต่ี นเอง (Personalized Learning) ขณะเดียวกนั คน้ พบการกระทาท่ีมีประโยชน์
รัก ไมว่ า่ ส่งิ น้ันจะยากหรอื ซบั ซ้อนเพยี งใด กบั มนษุ ยชาตแิ ละโลกใบนีไ้ ปพรอ้ มกนั

การเรยี นร้อู ย่างทว่ั ถึงทกุ คน (Inclusive Learning ,Universal Design for Learning)

การเรยี นรทู้ ต่ี อบสนองความตอ้ งการของผเู้ รยี น การสรา้ งบรรยากาศเปดิ โอกาสให้กับ
ผเู้ รียนทุกคนมสี ่วนร่วมเท่าเทยี มกนั จดั สรรสือ่ ตา่ งๆตามความเหมาะสมและความสนใจ
ของแตล่ ่ะคน

1.การเรยี นรู้การเป็นเจา้ ภาพในการเรยี นรู้ 2.การเรียนรใู้ นการทาสง่ิ ต่างๆไดถ้ กู ต้อง 3.การเรียนรกู้ ารทาสิง่ ทีค่ วรทา
(Ownership to Learning) (Single Loop Learning) (Double Loop Learning)

4.การเรยี นรรู้ ะบบเปิด 3.การริเร่ิมเรียนรู้ด้วยตนเอง 5.การเรียนรทู้ ีม่ เี ป้าหมายชดั แจง้
(Open System Learning) (Self-initiated Learning, Heutagogy) (Visible Learning)

6.การเรียนรู้แบบม่งุ ยกระดบั ศักยภาพ หรอื 7.การเรียนรวู้ ธิ กี ารเรยี นรู้
ไฮสโคป (Meta Learning)

(High Scope Learning)

2.การเรยี นรเู้ หตุผลทต่ี อ้ งทาสง่ิ ท่คี วรทา
(Triple Loop Learning)

1.การเรยี นรู้ส่กู ารเปลย่ี นแปลง 3.การเรียนรกู้ ารคน้ พบส่งิ ใหม่
(Transformative Learning) (Discovery Learning)

6.การเรยี นรูก้ ารเปน็ นวัตกร 4.การเรยี นรู้การสร้างสรรคน์ วตั กรรม 4.การเรยี นรู้การคิดเชิงออกแบบ
(Innovation Learning) (Innovation Creation Learning) (Design Thinking Learning)

5.การเรียนร้กู ารสรา้ งจนิ ตนาการ
(Imagination Learning)

4.การเรยี นร้กู ารสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม(Innovation Creation Learning)

4.1คอื การเรยี นร้จู ากประสบการณต์ รงสามารถเข้าใจตนเอง มีปฏสิ มั พนั ธ์กับคนรอบขา้ งและสิ่งแวดล้อมที่ดี เพ่ืออยู่ในสงั คม
4.2การสะท้อนความคดิ และการถอดจากประสบการณ์จรงิ เพื่อเปล่ยี นแปลงและนาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
4.3เนน้ ให้ผเู้ รียนค้นควา้ หาคาตอบหรือหลักการของเร่ืองสร้างการจดจาและเข้าใจในเร่อื งต่างๆ
4.4การเรียนรู้ที่ทาให้ผู้เรยี นเปน็ ผูร้ ิเริม่ มที ักษะสนบั สนนุ ให้เกิดเทคนิค วธิ กี าร รปู แบบหรอื ผลงานทเ่ี ป็นนวตั กรรมเพอื่ พัฒนาตนเอง
4.5เนน้ การเรียนรู้ทส่ี ร้างสรรค์ ยืดหยนุ่ เพอื่ ให้ผเู้ รยี นมีความสุขและเข้าใจเนอ้ื หาที่เรียนมากที่สดุ

4.6การประยุกต์แนวคดิ เชิงออกแบบมาใช้ในการเรยี นรูแ้ ละแกป้ ญั หาท่มี ่งุ เน้นความเข้าใจความต้องการของผอู้ ื่นอยา่ ง
สร้างสรรค์

ผู้เรยี นสามารถบริหารจดั การและมีความเปน็ ผนู้ า ประสานงาน การที่ผ้เู รียนสามารถจัดการอารมณต์ วั เองไดแ้ ละเข้าใจผอู้ ่ืน เคารพความ
และสามารถทางานกับบคุ คลฝา่ ยอ่นื ๆได้มีความรู้ ทักษะปฏบิ ัติ แตกต่างและความเสมอภาคเป็นอยา่ งดี ทาตามเปา้ หมายท่ตี ง้ั ไว้จนสาเรจ็

เพอ่ื ไปสูเ่ ปา้ หมาย

1.การเรียนรูก้ ารบรหิ าร 5.การเรยี นรกู้ ารนาความรู้ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง 2.การเรยี นรทู้ างอารมณ์และสงั คม
จัดการ (Real Life Application Learning) (Social Emotional Learning)

(Management Learning) 4.การเรยี นรู้การนาความรไู้ ปใช้
แก้ไขปัญหา
3.การเรียนรู้การนาความรู้ไปใช้ใน
การพฒั นาทกั ษะชวี ติ (Problem Solving Learning)
(Life Skill Learning)

การเรียนรู้ทีม่ เี ป้าหมายในการพฒั นาที่ดรี อบด้านได้แก่ การเรยี นรู้เพอ่ื ฝกึ ทักษะเช่น การมีวิจารณญาณ คดิ วิเคราะห์ คดิ
รา่ งกาย จิตใจ วินยั สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรคแ์ ละนามาแก้ไขปัญหาทเ่ี กดิ ขึน้ ใน
ชวี ติ ประจาวนั
อารมณ์สงั คมและสติปัญญา เพ่อื นาความรทู้ ไ่ี ดไ้ ป
ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน

6.การเรยี นรู้ทีส่ ร้างรายได้ระหว่างเรยี น
(Income Generating Learning)

1.การเรยี นร้กู ารทางานในสถานประกอบการ 2.การเรีนนรแู้ บบรว่ มมือ 3.การเรยี นร้โู ดยใช้งานเป็น 4.การเรยี นรู้การเปน็
หรือสหกจิ ศึกษา ฐาน ผปู้ ระกอบการ
(Collaborative
(Co-Operative/Work-Based Learning) (Work-based Learning) (Entrepreneurial
Education) Learning)

การเรียนรทู้ เ่ี นน้ การปฏบิ ตั ิงานในสถาน การมปี ฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสมาชกิ ในเชงิ การเรีนยร้ทู ่ีนาความร้ใู หมม่ าใช้ การเรยี นรู้ทผ่ี เู้ รยี นสามารถ
ประกอบการอยา่ งมรี ะบบ โดยจัดให้ บวก เพอื่ บรรลเุ ป้าหมาย การเรยี นรู้ ให้เกดิประโยชนใ์ นการทางาน ตอบสนองการเปลยี่ นแปลงของ
ผเู้ รียนได้ไปปฏิบัตงิ านจรงิ เพอ่ื ท่ีจะได้ เนน้ การแบ่งปนั การเข้าใจเปา้ หมาย และสรา้ งผลิตภณั ฑ์ผสมผสาน โลกอนาคต มคี วามพรอ้ มทีจ่ ะ
เรยี นรปู้ ระสบการณ์ เนน้ ความร่วมมอื
จากทกุ ฝา่ ยทเ่ี ก่ียวขอ้ งเผ่ือมให้เกดิ ยอมรบั ซึง่ กนั และกัน ระหวา่ งภาคทฤษฎีและ เผชิญความทา้ ทายการ
ภาคปฏิบัติ เปลีย่ นแปลง ปญั หาทางสงั คม
ประโยชนร์ ว่ มกนั เศรษฐกิจและส่งิ แวดลอ้ มพฒั นา
เข้าดว้ ยกันเป็นองคค์ วามรู้ใหม่ และนาไปสผู่ ลลพั ธท์ มี่ ีความหมาย


Click to View FlipBook Version