คูม่ ือวธิ ีการใชง้ าน
เวอร์เนียคาลิปเปอร์และมลั ติมิเตอร์แบบแอนะลอ็ ก
เลขท่ี 4,5,6,15, 21,23,28,30
เวอร์เนียคาลปิ เปอร์
เวอรเ์ นียคาลปิ เปอร์ (VernierCalipers)เวอรเ์ นยี คาลปิ เปอร์ เป็นเครื่องวดั
ความยาวอย่างละเอียดทใ่ี ชห้ ลกั ของเวอรเ์ นียรส์ เกล โดยการแบ่งสเกลตามแนว
ยาวคลา้ ยไมบ้ รรทดั แต่มีการแบง่ สเกลรองโดยการใช้สเกลเลื่อนเพื่อใหส้ ามารถ
วดั ได้ละเอียดมากขึน้ ซ่ึงเคร่ืองมือวดั นีค้ ิดขึ้นโดย ปิแอร์ เวอร์เนียร์ (Pierre
Vernier) ชาวฝรง่ั เศส
ประวตั ิเวอร์เนยี คาลปิ เปอร์
เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2174 หรือ ค.ศ. 1637 ซ่ึงเดมิ ที่ทาํ การคิดเกย่ี วกบั การใชง้ านสเกลเลอ่ื น 2 ชิ้นมาทาํ
ใหเ้ กดิ ระยะการเล่อื นขยาย เรียกวา่ เวอร์เนยี ร์สเกล หลกั จากน้นั นายโจเซฟอาร์บราวน์ ไดม้ าทาํ การ
ประยุกตเ์ พม่ิ ปากวดั งาน (Caliper) เพือ่ ให้สามารถใชง้ านไดด้ ีข้ึน จึงไดเ้ ปลี่ยนช่ือเรียกเป็ น เวอร์
เนียร์คาลปิ เปอร์ (VernierCaliper) ตามชอื่ ของนายเวอร์เนยี ร์ และชอื่ เรียกปากวดั งาน สําหรับ
เวอร์เนยี ร์คาลิปเปอร์ท่ีมีใชก้ นั ในปัจจุบนั มีหลายแบบหลายชนิด ซ่ึงกแ็ ลว้ แต่ผผู้ ลติ จะทาํ ออกจาํ หน่าย
โดยบางชนดิ อาจใชก้ บั งานวดั เฉพาะดา้ น แต่ในเบ้ืองตน้ ชนดิ ท่เี ราจะศึกษากนั เป็นแบบที่ใชง้ านทวั่ ไป
(Universal Vernier Caliper)
ประเภทของเวอร์เนียคาลิปเปอร์
เวอรเ์ นียคาลปิ เปอรม์ ี 4 ประเภท
1. เวอรเ์ นยี รค์ าลิปเปอร์ (Vernier Calipers) เวอรเ์ นยี รค์ าลเิ ปอร์ (Vernier caliper)
มีลกั ษณะเป็นกา้ มปทู ีข่ า้ งหน่ึงตดิ ไมบ้ รรทดั ยาว อกี ขา้ งติดไมบ้ รรทดั อนั เล็กทีเ่ ลื่อนได้ ไมบ้ รรทดั ทงั้
สองมีขีดวดั ท่เี ยือ้ งกนั ตามทก่ี าํ หนด การวดั ใชว้ ิธีถ่างเวอรเ์ นยี รอ์ อกแลว้ ปรบั ใหต้ รงกบั ขนาดส่ิงที่
ตอ้ งการวดั ลงสลกั ยดึ แลว้ จงึ ยกออกมาอ่านค่า โดยดวู ่า เสน้ บนไมบ้ รรทดั รองเสน้ ใดตรงกบั เสน้ ที่
อย่บู นไมบ้ รรทดั หลกั ใหถ้ อื เสน้ นน้ั เป็นทศนยิ มตวั ทา้ ยสดุ ที่จะนาํ มาตอ่ กบั ค่าทวี่ ดั ไดจ้ ากไมบ้ รรทดั
หลกั เวอรเ์ นยี รท์ มี่ ีจาํ หน่ายตามทอ้ งตลาดมกั จะมีทง้ั มาตราเมตรกิ และมาตราองั กฤษไวด้ ว้ ยกนั เพ่ือ
ความสะดวก ในทางอตุ สาหกรรมเวอรเ์ นยี รม์ กั กาํ หนดความละเอยี ดไวท้ ่ี 0.01 mm หรือหนึง่ ใน
พนั นิว้
2. เวอรเ์ นยี รไ์ ฮเกจ (Vernier Height Gauge
3. เวอรเ์ นียรว์ ดั ลกึ (Venier Depth Gauge)
4.เวอรเ์ นียคาลปิ เปอรแ์ บบดจิ ติ อล(digital vernier caliper)
ส่วนประกอบและหนา้ ที่ของเวอร์เนียคาลิปเปอร์
สว่ นประกอบของเวอรเ์ นียรค์ าลิปเปอรม์ ี 4 สว่ น
1. ปากสาํ หรบั วัด (JAW) ประกอบดว้ ย ปากวดั ใน และปากวดั นอก
2. สเกลหลกั (MAINSCALE) เป็นตวั บรรทดั ใหญจ่ ะมีขีดแบง่ ไวเ้ ป็นระบบอังกฤษและ
ระบบเมตริก
3. สเกลเวอรเ์ นยี (VERNIRE SCALE) จะยดึ ติดกบั ปากสาํ หรบั วดั ความโตนอก
และความโตใน สามารถวดั ความละเอียดไดถ้ ึง 0.001 นิว้ และ 0.02 มิลลิเมตร
4. กา้ นสาํ หรบั วดั ความลกึ (DEPTH BAR) ลกั ษณะเป็นเหลก็ เสน้ แบนเลก็ จะอยู่
สว่ นทา้ ยของเมนสเกล
ส่วนประกอบของเวอร์เนียคาลปิ เปอร์
ตาํ แหน่งของการวดั เวอร์เนียคาลิปเปอร์
1. ปากวดั นอก (Outside Caliper Jaws) ทาํ หนา้ ท่ี วดั ขนาดภายนอกของ
ชิน้ งาน
2. เขยี้ ววดั ใน (Inside Caliper Jaws) ทาํ หนา้ ท่ี วดั ขนาดภายในของชิน้ งาน
3. กา้ นวดั ลกึ (Depth Probe) ทาํ หนา้ ท่ี วดั ขนาดความลกึ ของชิน้ งาน
4. สเกลหลกั (Main Scale) ทาํ หนา้ ท่ี เป็นคา่ สเกลหยาบท่ีอย่บู นล าตวั เวอรเ์ นียรค์ า
ลปิ เปอร์
5. สเกลเล่ือน (Vernier Scale) ทาํ หนา้ ท่ี เป็นค่าสเกลขยายคา่ ความละเอียดอยู่บน
ปากวดั เล่ือน 6. สกรลู ็อค หรอื ป่มุ ลอ็ ค (Locking Screw) ทาํ หนา้ ท่ี ลอ็ คตาํ แหน่ง
ของปากวดั ใหค้ งท่ี
วธิ ีอ่านค่าเวอร์เนียคาลปิ เปอร์
1. หาความละเอียดของเวอรเ์ นียรอ์ นั นนั้ เป็นอันดับแรก (ปกติจะเขยี นติดไวท้ ีต่ วั เวอรเ์ นียร)์
โดยหาว่าแตล่ ะชอ่ งบนสเกลหลกั หา่ งกันเทา่ ใด ในหนว่ ยใด
2. นาํ เวอรเ์ นียรไ์ ปวดั วัตถทุ ต่ี อ้ งการเลือ่ นจนสเกลเวอรเ์ นยี รช์ ิดวตั ถอุ า่ น ความยาวของ
วตั ถจุ ากสเกลหลกั โดยสงั เกตวา่ ขีดศูนยข์ องสเกลเวอรเ์ นยี รเ์ ลยขดี ศูนยส์ เกลหลกั มาก่ีชอ่ ง
จากนน้ั หาเศษความยาวทเ่ี กินไปอีกเลก็ นอ้ ย โดยสงั เกตว่าขีดเทา่ ไรของสเกลเวอรเ์ นยี รต์ รง
กับขีดบน สเกลหลกั นาจานวนขีดคูณกับกบั ความละเอียดของเวอรเ์ นียรท์ ่หี ามาแลว้ ตาม
ขอ้ 1 นาความยาวท่ี หาทง้ั สองครง้ั บวกกันจะไดเ้ ป็นความยาวของวัตถุตัวอยา่ ง เมื่อนาํ
เวอรเ์ นียรไ์ ปวดั วตั ถชุ นิ้ หน่งี
เวอร์เนียคาลปิ เปอร์ ความละเอียด 0.02 MM
เมือ่ พจิ ารณารูป จะพบว่าเวอรเ์ นยี รอ์ นั นี้ สเกลหลกั มหี นว่ ยเป็นเซนติเมตรและ มลิ ลิเมตร แต่สเกลเวอรเ์ นยี รม์ ีหนว่ ยเป็น
มิลลเิ มตร ดงั นน้ั ความละเอียดของเวอรเ์ นียรจ์ ึงตอ้ งใชร้ ะยะหา่ งระหว่างขดี ในหนว่ ยมลิ ลเิ มตรคาํ นวณ ซง่ึ จะไดว้ า่ เวอร์
เนยี รม์ ีความละเอียด 0.02 mm ขณะท่ีวดั วตั ถตุ ามรูป นนั้ ขดี ศูนยข์ องสเกลเวอรเ์ นียรอ์ ย่รู ะหวา่ ง 1.7 ถงึ 1.8 ใน
หน่วยเซนติเมตร หรอื 17 ถึง 18 ในหนว่ ยมิลลิเมตร คา่ ทอ่ี า่ นไดค้ ่าแรก คอื 1.7 เซนตเิ มตร หรอื 17 มิลลิเมตร ตามล
าดบั ตอ่ ไปสงั เกตขดี บนสเกลเวอรเ์ นียร์จะเห็นวา่ ขีดที่ 19 บนสเกลเวอรเ์ นียร์ ( ตอ้ งนบั ขีดทงั้ หมด โดยไม่ตอ้ งสนใจ
ตวั เลขบนสเกลเวอรเ์ นียร)์ ตรงพอดกี บั ขีดบนสเกลหลกั ดงั นน้ั เศษความยาวจะเท่ากบั 19 x 0.02 = 0.38 mm
หรอื 0.038 เซนติเมตร ดงั นน้ั วตั ถชุ นิ้ นยี้ าว 1.7 + 0.038 =1.738 เซนติเมตร หรือยาว 17+0.38 = 17.38 มลิ ลเิ มตร
เวอร์เนียคาลปิ เปอร์ ความละเอียด 0.05 MM
อา่ นคา่ ผลการวดั ทสี่ เกลหลกั (Main scale) โดยสงั เกตที่ตาํ แหนง่ ขดี ศนู ยด์ า้ นลา่ ง “0” ของสเกลเวอรเ์ นยี ร์
(Vernier scale) ตรงกบั ชว่ งไหนของขดี สเกลหลกั ทางดา้ นบน จากรูปจะเห็นไดว้ า่ ขีดสเกลทศี่ นู ยด์ า้ นล่าง
จะตรงกบั ขีดสเกลหลกั ทางดา้ นบนในชว่ งขดี ที่ 16 mm ถงึ 17 mm ดงั นน้ั เราจะอา่ นคา่ ท่ีสเกลหลกั ได้
16.00 mm อ่านคา่ ผลการวดั ทีส่ เกลเวอรเ์ นียร์ (Vernier scale) โดยสงั เกตทีต่ าํ แหนง่ ขีดสเกลดา้ นลา่ ง
ของสเกลเวอรเ์ นียรท์ ง้ั หมดวา่ มขี ดี สเกลใดทีต่ รงกบั ขีดสเกลหลกั ทางดา้ นบนมากท่ีสุด จากรูปจะเห็นไดว้ า่ ขีด
สเกลดา้ นลา่ งของสเกลเวอรเ์ นียรข์ ดี ท่ี 3 ตรงกบั ขดี สเกลหลกั ทางดา้ นบนมากทีส่ ุด ดงั นนั้ เราจะอ่านคา่ ท่สี เกล
เวอรเ์ นียรไ์ ด้ โดยการนาํ ค่าความละเอียดของเครอ่ื งมอื คณู เสน้ ขีดสเกลดา้ นลา่ งของสเกลเวอรเ์ นียรท์ ่อี ่านไดค้ ือ
สเกลขดี ท่ี 3 x ความละเอยี ด 0.05 mm เทา่ กบั 0.15 mm นาํ ผลการวดั ท่ีอ่านไดจ้ ากสเกลหลกั บวกผลการ
วดั ทอี่ ่านไดจ้ ากสเกลเวอรเ์ นียรค์ อื 16.00 mm + 0.15 mm เทา่ กบั 16.15 mm
การอ่านคา่ เวอร์เนียคาลปิ เปอร์แบบหน่วยน้ิว
• การอ่านเวอรเ์ นียคารล์ ปิ เปอรใ์ นหนว่ ยนวิ้ นัน้ คา่ ท่ีอา่ นไดท้ ่ีไม่ใช่
คา่ เต็มน้นั จะอา่ นเป็นเศษสว่ น ซงึ่ ในแตล่ ะนิว้ ที่บนสเกลหลกั จะ
แบง่ ออกเป็น 16 ชอ่ ง ดงั นั้น 1 ชอ่ งจงึ มีคา่ เทา่ กับ 1/16 นิว้ คา่
ความละเอียดที่ 1/128 นิว้ ใน 1 ชอ่ งก็มีคา่ เทา่ กบั 1/128 นิว้
ในการอา่ นค่าเราสามารถอ่านไดด้ งั นี้
1.ดู 0 บนสเกลเลอื่ นวา่ ชคี้ ่ามากกวา่ จาํ นวนเต็ม เชน่ 1 นิว้ โดย
ค่าท่ีไดค้ ือ 1 นิว้
2.ดู 0 บนสเกลเลื่อนวา่ ชีค้ ่าที่มากกวา่ ในชอ่ งนวิ้ (1 นิว้ = 16 ชอ่ ง)
เชน่ ชีท้ ี่มากกวา่ 3 แต่นอ้ ยกวา่ 4 โดยคา่ ท่ีไดค้ ือ 3/16 นิว้
3.ดูขดี บนสเกลเล่อื นวา่ ขดี ไหนตรงกับขีดบนสเกลหลกั แลว้ อ่านคา่
น้นั เชน่ 5 โดยคา่ ที่ไดค้ ือ 5 /128 นิว้
4.นาํ ค่าท้งั 3 มารวมกนั จะไดค้ ่าทง้ั หมด
**จะเหน็ ว่า ค่าทอ่ี ่านได้ในข้อ 2 และ 3 ค่าทอ่ี ่านได้จะเป็ น
เศษส่วนและมสี ่วนไมเ่ ทา่ กนั
เราตัองทาํ สว่ นให้เท่ากนั ก่อนถงึ จะบวกกันได้**
ตวั อยา่ งการอ่านคา่ เวอร์เนียฯในหน่วยนิ้ว
จากรูป
1.เลขดู 0 บนสเกลเลอ่ื นว่าชีน้ อ้ ยกว่า 1 ดงั นนั้ จาํ นวนเตม็ จึงไมม่ ี
120.เ/ล16ขดนู ิว0้ บนสเกลเลอื่ นว่าชใี้ นช่องนิว้ คือ 10 ชอ่ ง คา่ ที่อา่ นไดค้ อื
73/.1ข2ดี 8ทน่ี 7ิว้ บนสเกลเล่อื นตรงกบั ขีดบนสเกลหลกั คา่ ทอ่ี า่ นไดค้ ือ
4.นาํ คา่ ทง้ั 3 มารวมกนั คือ (10/16)+(7/128) ทาํ สว่ นใหเ้ ทา่ กนั คือ
อ((า่1น0ไxด8ค้ )ือ/8(71/162x88น)ิว้ )+(7/128) จะได้ (80/128)+7/128) ค่าที่
ตวั อยา่ ง
วิธีทาํ
1.เมนสเกล=3.800
2.เวอรเ์ นียรส์ เกล=0.012
3.นาํ ผลมารวมกนั =3.812
ตอบ 3.812
มลั ติมิเตอร์
มลั ติมเิ ตอร(์ Multimeters) คือ เครอื่ งมือวดั ทางไฟฟา้ ทีส่ ามารถวดั ปรมิ าณ
ไฟฟา้ ไดห้ ลายปรมิ าณ แต่ วดั ไดท้ ีละปรมิ าณ โดยสามารถตงั้ เป็นโวลทม์ ิเตอร์
แอมป์ มิเตอร์ หรือ โอหม์ มิเตอรแ์ ละเลอื กไฟฟา้ กระแสตรง (DC) หรอื ไฟฟา้
กระแสสลบั (AC) ไดม้ ลั ติมิเตอรบ์ างชนดิ มีคุณสมบตั ิการวดั เพม่ิ เติม
เชน่ วดั คา่ ความจุ วดั ความถี่และทดสอบทรานซสิ เตอร์
ประวตั มิ ลั ติมเิ ตอร์
มลั ติถกู คิดคน้ ขึน้ ในตน้ ปี ค.ศ. 1920 เป็นเครอ่ื งรบั วทิ ยแุ ละหลอดสญุ ญากาศอปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์
อื่น ๆ กลายเป็นเรือ่ งธรรมดามากขึน้ การประดษิ ฐข์ องมลั ติมิเตอรต์ วั แรกกบั วิศวกรชาวองั กฤษ โดนลั ด์
Macadie ท่ไี ม่พอใจกบั การตอ้ งพกอปุ กรณท์ แี่ ยกจากกนั จาํ นวนมากท่จี าํ เป็นสาํ หรบั การบาํ รุงรกั ษา
ของวงจรการสื่อสารโทรคมนาคม Macadie จงึ คดิ คน้ เครอ่ื งมือทส่ี ามารถวดั แอมแปร์ (แอมป์ ) , โวลต์
และโอหม์ ดงั นนั้ เมตรมลั ตฟิ ังกช์ ่แั ลว้ เป็นช่ือ Avometer เครอ่ื งวดั ที่ประกอบดว้ ยเคร่อื งวดั
แรงดนั ไฟฟา้ ขดลวดยา้ ยและตา้ นทานความแม่นยาํ และสวิทชแ์ ละซ็อกเก็ตเพื่อเลอื กชว่ ง
ประเภทมลั ตมิ ิเตอร์
มัลติมิเตอรม์ ี 2 ประเภท
1.Digital Multimeter แบบดจิ ิตอล
เป็นมัลตมิ ิเตอรท์ ่ีแสดงผลแบบตวั เลข มีดว้ ยกัน 2 แบบ คือ
-มัลติมเิ ตอรแ์ บบมือถือ (Hand Held Digital
Multimeter) ถกู ออกแบบใหม้ ีขนาดกะทัดรดั เหมาะแก่การ
พกพาสามารถพกไปทาํ งานในท่ีตา่ งๆ ได้
-มลั ตมิ ิเตอรแ์ บบตงั้ โต๊ะ (Bench Type Digital
Multimeter) ซงึ่ หนา้ จอแสดงผลสามารถแสดงไดห้ ลายหลกั
และมีความแม่นยาํ สงู
2.Analog Multimeter (AMM) แบบ
เขม็
เป็นเคร่อื งมอื วดั ปริมาณทางไฟฟา้ หลาย
ประเภทรวมอยู่ในเครอ่ื งเดยี วกนั โดยท่วั ไปแลว้ มลั
ติมเิ ตอรจ์ ะสามารถใช้
วดั ปรมิ าณต่อไปนี้
ความตา่ งศกั ยก์ ระแสตรง ความต่างศกั ย์
กระแสสลบั ปริมาณกระแสตรง ความตา้ นทาน
ไฟฟา้ อย่างไรก็ตามมลั ติมิเตอรบ์ างแบบสามารถใช้
วดั ปริมาณอนื่ ๆ ไดอ้ ีก เช่น กาํ ลงั ออกของสญั ญาณ
ความถี่เสียง การขยายกระแสตรงของทรานซสิ เตอร์
กระแสร่วั ของทรานซสิ เตอร์ความจุทางไฟฟา้
มลั ติมิเตอรแ์ บบดิจติ อลกบั แบบเขม็ นน้ั มีความแตกตา่ งกัน ดงั นี้
สว่ นประกอบมลั ติมิเตอรแ์ บบดิจติ อล
สว่ นประกอบมลั ติมิเตอรแ์ บบเขม็
1. คือ เขม็ มิเตอร์(Indicator Pointer) ใชช้ ีค้ า่ ตวั เลขบนสเกลท่ีหนา้ ปัดมัลติมิเตอร์
2. คือ สกรูปรบั แต่งเขม็ (Indicator Zero Corrector) ใชป้ รบั แต่งใหเ้ ขม็ ชีใ้ นตาํ แหน่งเลข 0 เพื่อความถูกตอ้ งก่อนเรมิ่ วดั
3. คือ ขว้ั ต่อ OUTPUT (Output Terminal) ใชว้ ดั สญั ญาณ Output ของไฟฟา้ ท่ีมีทง้ั ไฟฟ้ากระแสสลบั และ
กระแสตรงอยรู่ วมกัน โดยใชส้ ายบวกเสียบท่ีจดุ Output แทน และอา่ นสเกลเหมือนการวดั AC.V
4. คือ ขว้ั ต่อ – หรือ COM (Measuring Terminai -COM) ใชต้ อ่ กบั สายวดั สีดาํ
5. คือ ขวั้ ตอ่ + หรือ ขว้ั P (Measuring Terminai +) ใชต้ อ่ กบั สายวดั สีแดง
6. คือ ป่ มุ เลือกยา่ นวดั (Range Selector Switch Knob) เป็นสวติ สท์ ่ีผใู้ ชจ้ ะตอ้ งบดิ เลอื กวา่ จะใชว้ ดั ปรมิ าณใด ซง่ึ มี
ทั้งหมด 4 ปรมิ าณ แต่ละปรมิ าณมีย่านการวดั ใหเ้ ลือก
7. 7. คือ ป่มุ ปรบั 0Ω ADJ (0 Ω Adjust Knob) ใชป้ รบั แต่งเขม็ มเิ ตอรใ์ หอ้ ย่ใู นตาํ แหน่งศูนยโ์ อหม์ พอดี เมื่อทาํ การ
ปรบั ศนู ยโ์ อหม์ ขณะใชย้ ่านวดั ความตา้ นทาน
8. 8. คือ กระจก (Panel)
การอา่ นคา่ สเกลของมัลติมเิ ตอร์
รายละเอียดบนสเกลของมัลตมิ เิ ตอร์ มีดังนี้
A คือ สเกล Ω (โอหม์ ) ใชส้ าํ หรบั อ่านค่าที่ไดจ้ ากการวดั ค่าความตา้ นทานในย่านวดั Ω ดา้ นลา่ งของสเกลนี้มีกระจกเงาเพื่อชว่ ยแก้
ความคลาดเคลื่อนในการอา่ น
B คือ สเกล DC V.A และ AC .V ใชส้ าํ หรบั อ่านคา่ ที่ไดจ้ ากการวดั คา่ แรงดันไฟฟ้ากระแสตรงในยา่ นวดั DC.V ปรมิ าณ
กระแสไฟฟ้ากระแสตรง ในยา่ นวดั DC.mA และแรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั ในยา่ นวดั AC.V ใชย้ ่านวดั AC, 50 V ขนึ้ ไป สเกลนี้
แบง่ เป็นสเกลยอ่ ยไว้ 3 สเกล คือ สเกลบน มีตวั เลขตัง้ แต่ 0-250 สเกลกลาง มีตวั เลขตั้งแต่ 0-50 สเกลลา่ ง มีตัวเลขต้ังแต่ 0-10
C คือ สเกล AC, 10 V ใชส้ าํ หรบั อา่ นคา่ ท่ีไดจ้ ากการวดั ค่าแรงดันไฟฟา้ กระแสสลบั ท่ีมีค่าไม่เกิน 10 โวลต์ ในยา่ นวดั AC, 10 V
D คือ สเกล LI (µA, mA) ใชส้ าํ หรบั อ่านค่าท่ีไดจ้ ากการวดั ค่า กระรว่ั ยอ้ นของทรานซสิ เตอร์ ระหวา่ งคอลเลก็ เตอรก์ บั เบส และ
ผา่ นอิมเิ ตอรข์ องทรานซสิ เตอร์ ขณะวงจรเบสเปิด ในยา่ นวดั Ω × 1 (150 mA) หรือ Ω × (15 mA)
E คือ สเกล LV (V) ใชส้ าํ หรบั อา่ นค่าท่ีไดจ้ ากการวดั คา่ แรงดันตกครอ่ มจดุ วดั ขณะใชย้ า่ นวดั ความตา้ นทาน ในย่านวดั Ω × 1
หรอื Ω × 10
F คือ สเกล dB ใชส้ าํ หรบั อ่านค่าท่ีไดจ้ ากการวดั ค่ากาํ ลงั ออกของสญั ญาณความถ่ีเสียง ในย่านวดั AC, V
G คือ สเกล hFE ใชส้ าํ หรบั อ่านคา่ ท่ีไดจ้ ากการวดั คา่ อัตราการขยายกระแสตรงของทรานซสิ เตอร์ ในย่านวดั Ω × 10
การวดั คาปรมิ าณตาง ๆ ทางไฟฟา ดวยมัลตมิ เิ ตอร การวดั คาปรมิ าณไฟฟาตาง ๆ ทางไฟฟา ในเอกสารน้ี อธิบายการวัดคา ทางไฟฟา ทีใ่ ช
งานหลกั ๆ 4 ปรมิ าณ คือ การวัดคาแรงดันไฟฟา กระแสสลับ (AC.V) แรงดันไฟฟา กระแสตรง (DC.V) กระแสไฟฟากระแสตรง (DC.MA)
และความตา นทาน (Ω)
1. การวดั คา แรงดันไฟฟา กระแสสลับ (AC.V) ดว ยมัลตมิ ิเตอร มกี ารวดั ตามหลักการของ AC. V ดังนี้
(1) นําสายวัดสีแดงเสยี บทขี่ ัว้ ตอ + หรือข้วั P และสายสดี ําเสยี บที่ขั้วตอ – หรือ COM
(2) ตั้งยานวดั ใหถ ูกตอง คือ ถา วัดแรงดันไฟฟากระแสสลบั ตอ งใชย านวดั AC.V
(3) ตั้งยานวัดท่ีมีคาเหมาะสม ถา ไมป ระเมินคา ท่ีจะวดั ได ใหต งั้ ยานวดั สูง ๆ ไวกอน แลว คอยลดยา นวดั ลงตามลําดบั จนถงึ ยานวดั ที่มคี า
ใกลเคียงกับแรงดันของจดุ วดั ทีส่ ุด เพอ่ื มัลติมเิ ตอรจะไดไ มเสียหาย เนอ่ื งจากเข็มมัลตมิ เิ ตอรจ ะช้ไี ปดานมือเกินสเกล
(4) การวัดแรงดันไฟฟา กระแสสลับที่มคี า สงู ตัง้ แต 200 V ตอ งใชค วามระมัดระวงั โดยนําปลายสายวัดทัง้ สองวดั ครอ มขนานกับอุปกรณ
หรือตําแหนงท่ีจะวัด แตไ มจําเปนตอ งคาํ นึงถึงข้ัวของสายวดั และจะตอ งต้งั ยานวดั ท่ีAC.V ที่ 250 หรอื 1,000
(5) ใหปด สวิตซแ หลง จา ยของวงจรท่จี ะวดั กอ นท่จี ะเอาสายวัดตอ ทจ่ี ดุ อยาแตะตอ งสายวดั ทีเ่ ปน โลหะ และจดุ วัด เมือ่ วัดเรยี บรอ ยและ
ใหป ด สวติ ซข องแหลง จายกอ นที่จะถอดสายวดั ออกจากจุดวดั
(6) การอานคา แรงดนั ไฟฟา กระแสสลับทีท่ ําการวดั ตามขน้ั ตอน 1-5 ทีเ่ ขม็ ชี้แสดงบนสเกลในยา นวัด AC.V
2. การวัดแรงดนั ไฟฟากระแสตรงดว ยมลั ติมิเตอร มกี ารวดั ตามหลักการดังนี้
(1) นาํ สายวดั สีแดงเสีบยทีข่ ั้วตอ + หรอื ขั้ว P และสายสีดาํ เสยี บที่ข้ัวตอ – หรอื ขัว้ COM
(2) ต้ังยานวัดใหถูกตอง คอื ถา วัดแรงดันไฟฟากระแสตรงตองใชยา นวัด DC.V
(3) ตัง้ ยา นวดั ท่ีมคี า เหมาะสม คอื ถาไมส ามารถประเมินคา ท่ีจะวดั ได ใหต ้งั ยา นวดั สูง ๆ ไวกอ น แลวคอ ยลดยา นวดั ลงตามลําดบั จนถงึ
ยานวัดทีม่ ีคา ใกลเคยี งกบั แรงดนั ของจุดวัด เพอ่ื มัลติมเิ ตอรจ ะไดไ มเสียหาย เนอ่ื งจากเขม็ จะช้ีไปดา นมือ หรอื ซา ยมอื (กรณีวัดผดิ ข้วั ) เกนิ
สเกล
(4) ตอ งตอสายวัดใหถกู ตอ ง คอื ถาวดั แรงดันจะตอ ขนานกบั ตาํ่ แหนงทจี่ ะวัด ตอ งตอ ข้ัวสายวัดใหถกู ตอ ง มิฉะนัน้ เขม็ จะตกี ลบั ทําใหม ลั ติ
มิเตอรเ สยี หายได
(5) อานคา จากสเกลใหถ กู ตอง โดยในกรณียานวัดคา แรงดันไฟฟากระแสตรงสว นใหญจ ะมี 7 ยา นวัด โดยสเกลทีใ่ ชอาน และตวั คูณคา
3. การวดั คา กระแสไฟฟา กระแสตรง (DC.MA) ดว ยมลั ตมิ เิ ตอร มีการวัดตามหลกั การดังนี้
(1) สายวัดสีแดงเสียบเขาท่ขี ้ัวตอบวก (+) และสายวัดสดี าํ เสยี บเขา ทีข่ ว้ั ตอลบ (- COM) ของมเิ ตอร
(2) ปรับสวิตชเ ลอื กยานวดั ไปยา นที่เหมาะสม หากไมทราบคา กระแสไฟตรงใหใชย านวัดสูงสดุ ไวกอน วัดแลวเข็มไมขึ้นหรอื ขึ้นนอ ยจงึ จะ
เปลีย่ นไปใชยา นวดั ที่ตํ่าลงมาตามลําดบั
(3) การวัดกระแสไฟตรงใหต ดั วงจรและใชสายวัดทัง้ สองวัดปลายสายของวงจรทถี่ กู ตัด คือการตออนุกรมกบั วงจร และตองตอ สายวดั ให
ตรงกบั ขั้วการไหลของกระแส ยา นวดั DCMA แสดงดงั รปู
4. การวดั คาความตานทานดวยมัลตมิ เิ ตอร มวี ิธกี ารดังน้ี (1) สายวดั สแี ดงเสยี บเขาท่ขี ั้วตอบวก (+) และสายวดั สดี ําเสยี บเขา ท่ขี ว้ั ตอลบ (-
COM) (2) กอนการวดั ความตานทานทกุ ครัง้ หรือเปล่ยี นยา นวดั โอหม มิเตอรต อ งปรับแตงเขม็ ชโ้ี อหม มเิ ตอรช ้ี 0Ω โดยการช็อตสายวดั สดี าํ
และสแี ดงเขาดวยกัน และปรับทีป่ ุม 0Ω ADJ (3) หากไมทราบคา ความตานทานทจี่ ะวัดใหต ้งั ยา นวดั ×1 กอ นวัดแลวเข็มไมขนึ้ หรือขน้ึ นอย
จึงจะเปล่ยี นไปใชยา นวัดที่สงู ข้ึนตามลาํ ดบั การวัดคาความตานทานดว ยมลั ติมิเตอรแสดง
ตัวอยา่ งการอา่ นค่าการวดั ของมลั ติมิเตอร์
1. คนหาสเกลท่ถี ูกตองบนมัลตมิ เิ ตอรแ บบเขม็ . มลั ติมเิ ตอร
แบบเขม็ จะมีเขม็ อยดู านหลังกรอบกระจก โดยเจา เข็มนจี้ ะ
เคล่อื นทไี่ ปมาเพอื่ แสดงคาผลลพั ธ และมักมเี สน โคง 3 เสน
พิมพอ ยดู า นหลงั เขม็ เสนโคง เหลานก้ี ็คอื สเกล 3 รปู แบบท่ใี ช
สาํ หรบั วตั ถุประสงคทแ่ี ตกตา งกนั ไป[8]
สเกล Ω ใชส าํ หรับอานคา ความตา นทาน มักเปน สเกลทใี่ หญ
ท่สี ดุ และอยูดานบนสุด โดยมีคา 0 (ศนู ย) อยทู างดานขวา
ไมใชด านซา ยเหมอื นอยางสเกลอ่ืนๆ
สเกล "DC" ใชสําหรับอา นคา แรงเคลอื่ นไฟฟา กระแสตรง
สเกล "AC" ใชสําหรับอานคาแรงเคลอื่ นไฟฟา กระแสสลบั
สเกล "dB" เปน ตวั เลือกทีม่ ีการใชง านนอ ยท่สี ดุ สามารถดู
คําอธบิ ายสน้ั ๆ ไดจ ากสว นทายของหัวขอน้ี
2. อานคา จากสเกลวัดแรงเคล่อื นไฟฟา ตามชว งการวัด
ของคณุ . อยา ลมื ตรวจดสู เกลวดั แรงเคลือ่ นไฟฟา ใหดี
ดวยวา เปนกระแสตรงหรือกระแสสลบั โดยใตส เกล
มกั จะมตี วั เลขหลายๆ แถวเรยี งอยู ใหดวู าคุณไดเลอื ก
ชว งการวดั ใดไวบ นสวิตช (เชน 10 โวลต) จากนน้ั จึงมอง
หาสญั ลักษณท ่เี กย่ี วของซงึ่ จะอยบู รเิ วณดานขา งของ
แถวเหลาน้ี โดยคณุ จะตอ งอา นผลลพั ธจ ากแถวนั้นๆ
นนั่ เอง
3. ประเมินคา ระหวา งตัวเลข
สเกลวดั แรงเคลื่อนไฟฟาบนมลั ตมิ ิเตอรแ บบเข็มจะ
ทํางานเหมือนกับไมบ รรทดั ท่ัวไป แตสเกลวัดความตานทานจะ
แสดงคา ในรปู แบบลอการทิ ึม นั่นคอื ระยะหางทเ่ี ทากนั หมายถึง
คาจะเปลี่ยนแปลงไปตามจดุ ท่ีคณุ อยบู นสเกล ในขณะทเ่ี สน
ระหวางตัวเลข 2 ตวั ยังคงหมายถึงการแบง สว นเทาๆ กนั เชน
ถามเี สน 3 เสน อยรู ะหวางตัวเลข “50” และ “70” แสดงวา
คาทไ่ี ดคือ 55, 60 และ 65 แมวาชองวางระหวางตวั เลขจะดไู ม
เทากันกต็ าม
4. นาํ คาความตานทานทอี่ านไดจ าก
มลั ติมิเตอรแ บบเข็มมาคณู .
ดชู ว งการวดั ทต่ี ้งั คา ไวบนสวติ ชมัลติ
มิเตอร เพราะเปนตัวเลขทเ่ี ราตองนาํ มาคณู
กับคาทีอ่ า นได ตวั อยางเชน หากต้ังคามลั ติ
มเิ ตอรไ วที่ R x 100 และเขม็ ช้ีไปท่ี 50
โอหม แสดงวาคาความตา นทานทแี่ ทจ ริงของ
วงจรคอื 100 x 50 = 5,000
5. ศึกษาเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกบั สเกล dB.
สเกล "dB" (เดซเิ บล) มักเปนสเกลทีอ่ ยูดา นลา งสดุ และ
เลก็ ท่สี ุดบนมิเตอรแบบเขม็ อกี ทัง้ ตอ งอาศัยการฝก ฝน
เพิม่ เตมิ เลก็ นอยเพอื่ ใหใ ชงานได สเกล dB เปนสเกล
แบบลอการิทมึ สาํ หรบั วัดอัตราแรงเคลือ่ นไฟฟา (หรอื ท่ี
เรยี กอกี อยา งวาการขยายหรอื การสูญเสยี )[9] สเกล dBv
ตามมาตรฐานของสหรฐั กําหนดไววา 0 dbv เทา กับ
0.775 โวลต ซึ่งวัดไดทค่ี วามตานทานมากกวา 600
โอหม แตกม็ ีสเกลอนื่ ๆ อยา ง dBu, dBm และ dBV (ตวั
V พิมพใหญ) ทีใ่ ชแพรห ลายไมแพก นั [10]