รายงานโครงงานภาษาไทย
เร่อื ง ไตรภมู พิ ระรว่ ง
จดั ทาโดย
๑.นายจกั ภทั ร มพี รม เลขที่ ๑
๒.นายกิตติพิชญ์ จารตั น์ เลขที่ ๑๔
๓.นายอภิสร พนั ธะนาม เลขท่ี ๒๒
ทปี่ รกึ ษาโครงงาน
คณุ ครูสธุ ินรตั น์ พานออ่ น
รายงานเลม่ นเี้ ป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย
ระดบั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑/๒๕๖๕ โรงเรยี นเบญ็ จะมะมหาราช
ก
ช่ือ : นายจกั ภทั ร มีพรม
นายกติ ติพชิ ญ์ จารตั น์
นายอภสิ ร พนั ธะนาม
ชอ่ื เรื่อง : ไตรภมู พิ ระรว่ ง
รายวิชา : ภาษาไทยชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔/๑๕
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ : ภาษาไทย
ครูท่ปี รกึ ษา : คณุ ครูสธุ ินรตั น์ พานอ่อน
ปีการศึกษา : ๑/๒๕๖๕
บทคดั ย่อ
โคงงานเรอ่ื ง ไตรภมู พิ ระรว่ ง มีจดุ มงุ่ หมายเพ่อื เพื่อใหน้ กั ศึกษาไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากแหลง่
ความรูต้ ่างๆ ดว้ ยตนเอง เพื่อใหน้ กั ศึกษาไดแ้ สดงความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ เพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษามีแนวทางใน
การแกป้ ัญหาและไดค้ วามรู้
ข
กติ ติกรรมประกาศ
โครงงานนีส้ าเร็จขนึ้ ไดด้ ว้ ย
สมาชิกในกล่มุ โครงงานซง่ึ เป็นเพ่อื นนกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔/๑๕ ทช่ี ว่ ยคดิ วางแผน และแกไ้ ข
ปัญหาในการทาโครงงานใหด้ าเนินไปตาขน้ั ตอนและสาเร็จอย่างสมบูรณ์
ขอบคณุ ไปถงึ คณุ ครูสธุ ินรตั น์ พานอ่อน ทปี่ รกึ ษาประจาโครงงาน ท่ีใหค้ าปรกึ ษาและการตดั สินใจใน
การทาโครงงานในครง้ั นีด้ ว้ ย
ทา้ ยสดุ นผี้ จู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งย่ิงว่า โครงงานนจี้ ะเป็นประโยชนต์ อ่ การศกึ ษาของผสู้ นใจตอ่ ไป
คณะผจู้ ดั ทา
สารบญั หนา้
ก
เรื่อง ข
บทคดั ยอ่ ค
กิตติกรรมประกาศ ๑
สารบญั ตาราง
บทท่ี ๑ บทนา ๒
๑.๑ แนวคดิ ทีม่ าของโครงงาน
๑.๒ วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงาน ๓
๑.๓ ขอบเขตของโครงงาน
๑.๔ วิธีการดาเนนิ การ ๔
๑.๕ ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั
๑.๖ นิยามศพั ท์ ๖
บทท่ี ๒ เอกสารท่เี ก่ยี วขอ้ ง
๒.๑ แนวคดิ ภพภมู ใิ นพระไตรปิฎก ๑ ๗
๒.๒ แนวคดิ ภพภมู ใิ นพระไตรปิฎก ๒ ๘
บทที่ ๓ วิธีการดาเนนิ โครงงาน
๓.๑ วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมอื โปรแกมทีใ่ ชใ้ นการพฒั นา
๓.๒ ขน้ั ตอนในการดาเนนิ โครงงาน
บทท่ี ๔ ผลการดาเนนิ งาน
๔.๑ ผลการดาเนินงาน
๔.๒ การนาไปใช้
บทที่ ๕ สรุป อภิปรายและขอ้ เสนอแนะ
๕.๑ สรุปผลการดาเนนิ โครงงาน
๕.๒ ปัญหาและอปุ สรรค
๕.๓ ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการพฒั นา
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
ค
สารบัญตาราง
เรื่อง หน้า
บทที่ ๑ บทนา......................................................................................................๑
บทท่ี ๒ เอกสารที่เก่ยี วขอ้ ง....................................................................................๒
บทที่ ๓ วธิ ีการดาเนนิ โครงงาน..............................................................................๓
บทที่ ๔ ผลการดาเนนิ งาน....................................................................................๔
บทที่ ๕ สรุป อภิปรายและขอ้ เสนอแนะ..................................................................๕
บรรณานกุ รม.......................................................................................................๖
ภาคผนวก...........................................................................................................๗
๑
บทท่ี ๑
บทนา
๑.๑ แนวคิดท่ีมาของโครงงาน
เป็นสิ่งทกี่ ล่มุ เราสนใจพอดี แลว้ คณุ ครูใหศ้ ึกษา
๑.๒ วตั ถุประสงคข์ องโครงงาน
1. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนไดไ้ ดท้ าการทดลองและพิสจู นส์ ่ิงต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
2. เพอื่ รูจ้ กั การวางแผนทางานอยา่ งเป็นระบบ ขนั้ ตอน ทาใหร้ ูจ้ กั วิธีการแกป้ ัญหาหลายวิธี
3. เพ่อื ฝึกการเป็นผนู้ าและผตู้ ามทดี่ ี ฝึกทกั ษะกระบวนการทางานดว้ ยตนเอง หรอื รว่ มกนั
๑.๓ ขอบเขตของโครงงาน
ผทู้ าโครงงาน ตอ้ งใหค้ วามสาคญั ต่อการกาหนดขอบเขตการทาโครงงาน เพือ่ ใหไ้ ดผ้ ลการศกึ ษาท่ี
นา่ เชือ่ ถือ ซ่งึ ไดแ้ ก่ การกาหนดประชากร กลมุ่ ตวั อย่าง ตลอดจนตวั แปรที่ศกึ ษา
๑.๔ วธิ ีการดาเนินการ
๑. คณุ คา่ ดา้ นวรรณคดี เป็นความเรยี งที่มีสมั ผสั คลอ้ งจอง มคี วามเปรียบเทียบท่ใี หอ้ ารมณแ์ ละเกิด
จินตภาพชดั เจน เป็นภาพพจนเ์ ชงิ อปุ มาและภาษาจินภาพ เห็นความงดงามของภาษา
๒. คณุ ค่าดา้ นศาสนา เป็นปรชั ญาทางพระพทุ ธศาสนา ชใี้ หเ้ หน็ แก่นแทข้ องชวี ิตอาจนามนษุ ยชาติให้
หลดุ พน้ จากวฏั สงสาร
๓. คณุ ค่าดา้ นจริยธรรม ไตรภมู ิพระรว่ งกาหนดกรอบแห่งความประพฤตเิ พ่อื ใหส้ งั คมมีความสงบสขุ
ผปู้ กครองแผ่นดินตอ้ งมีคณุ ธรรม
๔. คณุ คา่ ดา้ นประเพณแี ละวฒั นธรรม ความเชอื่ ท่ปี รากฏในเร่อื งไตรภมู พิ ระรว่ งยงั สบื ทอดมาจนถึง
ปัจจบุ นั เช่น ประเพณีงานศพ ภาพนรกและสวรรคก์ อ่ ใหเ้ กิดผลงานดา้ นจิตรกรรม ประติมากรรม และ
สถาปัตยกรรมจนถงึ ปัจจบุ นั ๑.๕ ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั
๑.๖ นิยามศพั ท์
ไตรภมู พิ ระรว่ ง ในทีน่ จี้ งึ หมายถงึ ไตรภมู กิ ถาทพ่ี ระมหาธรรมราชาลไิ ทยทรงพระราชนพิ นธข์ นึ้
๒
บทที่ ๒
เอกสารทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
ในการศกึ ษาโครงงานเรือ่ ง ไตรภมู ิพระรว่ ง ผจู้ ดั ไดร้ วบรวมแนวคิดต่างๆ จากเอกสารทเี่ ก่ยี วขอ้ งดงั ตอ่ ไปนี้
๒.๑ ๑. แนวคิดภพภมู ใิ นพระไตรปิฎก พบวา่ ภพภมู ิในพระไตรปิฎกเป็นดนิ แดนอนั เป็นที่เกิด
ของสตั วม์ อี ยู่ ๓ ดินแดน เรียกวา่ ไตรภมู ิ ไดแ้ ก่ กามภมู ิ คอื ดินแดนอนั เป็นทเ่ี กิดของสตั วท์ ย่ี งั
วนเวยี นอยใู่ นกามประกอบดว้ ย อบายภมู ิ มนษุ ยภ์ มู ิ และสวรรคภ์ มู ิ รูปภมู ิ คอื ดนิ แดนทเ่ี ป็น
ดินแดนทีอ่ ยเู่ หนอื สวรรคช์ นั้ ปรมนิ มิตวสวตั ดีขึน้ ไปเรียกวา่ พรหมโลก ไดแ้ ก่ รูปพรหม และ
อรูปภมู ิ คอื ดนิ แดนอนั เป็นทีเ่ กดิ ของสตั วท์ ไ่ี มม่ รี ูป ไม่มตี วั ตน มีแตเ่ พยี งจิต ไดแ้ ก่ อรูปพรหม
๒.๒ ๒. แนวคิดภพภมู ิในไตรภมู ิพระรว่ ง พบวา่ ไตรภมู ิพระรว่ งเป็นวรรณคดีท่สี าคญั เลม่ หน่ึง
ของพทุ ธศาสนาที่มีอทิ ธิพลต่อคนไทย พระราชนพิ นธข์ นึ้ ในสมยั สโุ ขทยั โดยพระมหาธรรมราชาท่ี ๑
(พญาลไิ ท) มีสารตั ถะทพ่ี รรณนาถึงคติความเชื่อเก่ยี วกบั นรก สวรรค์ การเวียนวา่ ยตายเกดิ และ
สณั ฐานของโลก ทีแ่ บง่ เป็น 3 สว่ น ไดแ้ ก่ กามภมู ิ รูปภมู ิ และอรูปภมู ิ
๓
บทที่ ๓
วิธกี ารดาเนินโครงงาน
๓.๑ วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ โปรแกมท่ีใชใ้ นการพัฒนา
หนงั สือเรียน คณุ ครูและอนิ เทอรเ์ นต็
๓.๒ ขัน้ ตอนในการดาเนนิ โครงงาน
1. คดั เลอื กหวั ขอ้ โครงงานที่สนใจจะทา
2. ศึกษาคน้ ควา้ จากเอกสารและแหล่งขอ้ มลู
3. จดั ทาเคา้ โครงของโครงงานทจี่ ะทา
4. การลงมือทาโครงงาน
5. การเขยี นรายงานและจดั ทาค่มู อื การใช้
๔
บทท่ี ๔
ผลการดาเนินงาน
๔.๑ ผลการดาเนนิ งาน
๑. คณุ ค่าดา้ นวรรณคดี เป็นความเรยี งท่มี ีสมั ผสั คลอ้ งจอง มีความเปรียบเทยี บทใี่ หอ้ ารมณแ์ ละเกิด
จนิ ตภาพชดั เจน เป็นภาพพจนเ์ ชงิ อปุ มาและภาษาจนิ ภาพ เห็นความงดงามของภาษา
๒. คณุ ค่าดา้ นศาสนา เป็นปรชั ญาทางพระพทุ ธศาสนา ชใี้ หเ้ ห็นแก่นแทข้ องชีวติ อาจนามนษุ ยชาตใิ ห้
หลดุ พน้ จากวฏั สงสาร
๓. คณุ ค่าดา้ นจริยธรรม ไตรภมู ิพระรว่ งกาหนดกรอบแห่งความประพฤติเพอื่ ใหส้ งั คมมคี วามสงบสขุ
ผปู้ กครองแผ่นดินตอ้ งมคี ณุ ธรรม
๔. คณุ ค่าดา้ นประเพณแี ละวฒั นธรรม ความเช่ือท่ีปรากฏในเรื่องไตรภมู พิ ระรว่ งยงั สบื ทอดมาจนถงึ
ปัจจบุ นั เชน่ ประเพณงี านศพ ภาพนรกและสวรรคก์ ่อใหเ้ กิดผลงานดา้ นจิตรกรรม ประตมิ ากรรม และ
สถาปัตยกรรมจนถงึ ปัจจบุ นั
๕. ไตรภมู ิพระรว่ ง ตอน มนสุ สภมู ิ ทาใหเ้ ห็นไดว้ ่าแนวคดิ ของวรรณกรรมเล่มนเี้ ป็นไปตามหลกั
ทางดา้ นวิทยาศาสตรเ์ ก่ยี วกบั การเกิดเป็นมนษุ ย์
๔.๒ การนาไปใช้
เป็นการส่งั สอนผทู้ ีจ่ ะทาบญุ จะไดข้ นึ้ สวรรคแ์ ละผทู้ ท่ี าบาปจะตกนรก โดยใหภ้ าพนรกท่นี ่ากลวั หวาดเสยี ว
คนจะไดแ้ กรงกลวั ต่อบาปไม่อยากตกนรก วาดภาพสวรรคใ์ หเ้ ป็นแดนสขุ ารมณ์ คนจะไดท้ าบุญเพ่อื ไปสู่
สวรรค์ ทาใหร้ ูจ้ กั ผิดชอบช่วั ดี
๕
บทที่ ๕
สรุป อภปิ รายและข้อเสนอแนะ
๕.๑ สรุปผลการดาเนินโครงงาน
ไตรภมู ิรว่ งเป็นวรรณกรรมที่โดดเดน่ ท่ีสดุ เรื่องหนึ่งของสโุ ขทยั และยงั ส่งอิทธิพลในแงค่ วามคิด การ
ดารงชีวิต ศลิ ปะ ฯลฯ ตอ่ คนไทยทกุ ยคุ ทกุ สมยั หวั ใจของเร่ืองก็คือ การละช่วั ทาดี และทาจิตใจใหบ้ รสิ ทุ ธิ์
ซึง่ เป็นคาสอนท่สี าคญั ทสี่ ุดของพระพทุ ธศาสนา
๕.๒ ปัญหาและอปุ สรรค
1. เวลาว่างของสมาชิกแตล่ ะคนในกล่มุ ไม่คอ่ ยตรงกนั
2. การบา้ นจากวชิ าตา่ งๆ ทีต่ อ้ งใชเ้ วลานานในการทา และบางครง้ั ตอ้ งออกไปทาในสถานทีต่ า่ งๆ ทาใหม้ ี
เวลาในการปฏบิ ตั โิ ครงงานนอ้ ยลง
3. เนื่องจากการปฏิบตั ิโครงงานมีการลงพนื้ ทบี่ อ่ ยครงั้ และสภาพอากาศก็คอ่ นขา้ งรอ้ นบวกกบั มแี ดดแรง
จดั จึงทาใหส้ มาชิกบางคนไม่สบาย
๕.๓ ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการพฒั นา
๖
บรรณานุกรม
ภาษาไทย
หนงั สือ
นายอดลุ ย์ บุสสา หนงั สือวรรณคดีวจิ กั ษ.์ พิมพค์ รงั้ ท่ี ๑๖.กรุงเทพ ; พ.ศ.๒๕๖๔
ศิลปากร.กรม(ผรู้ วบรวม).นิทานเรอ่ื งพระรว่ ง.พมิ พค์ รงั้ ท่ี๒ กรุงเทพ:โรงพมิ พม์ หากฎุ ราชวทิ ยาลยั .๒๕๔๖.
๑๑๗ หนา้ (พมิ พเ์ ป็นอนสุ รณใ์ นงานปนกิจศพ นางเจียรนยั บุญศริ ิ ณ เมรุวดั ธาตทุ อง)
เว็บไซต์
https://www.gotoknow.org/posts/258640
http://www.sukhothai.go.th/history/hist_09.htm
http://www.digitalschool.club/digitalschool/social1_1_1/social1_4/
more/page29.php
๗
ภาคผนวก