The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ningpawat, 2022-04-06 09:47:08

การเกิดเมฆ

การเกิดเมฆ

ความกดอากาศสงู อณุ หภูมติ า่

ด้านนอกความ 0⁰c 0⁰c
กดอากาศลด

ผนงั ยืดหยนุ่ ได้ เป็นฉนวน กอ้ นอากาศยกตวั ก้อนอากาศจมตวั

10⁰c 10⁰c

I’m
มวลอากาศ

ความกดอากาศภายนอก=ภายในก้อน ดา้ นนอกความ 20⁰c 20⁰c
ในระดบั ความสงู เดยี วกัน กดอากาศสงู 30⁰c 30⁰c

ไอน้่าควบแน่น
กลายเปน็ ละอองนา่้

5 กม. -12⁰c อณุ หภมู ขิ องก้อนอากาศเพ่มิ ข้ึนตามอัตราแอเดีย
แบตกิ ของอากาศอ่มิ ตวั จะจมหรอื ยก?

4 กม. -6⁰c แ อ เ ดี ย แ บ ติ ก อิ ม ตั ว
6⁰c/กม.

3 กม. - - - - - - - - 0⁰c - - - ค ว า ม ช้ื น สั ม พั ท ธ์ 1 0 0 % - - - - - - - - - - - - - - - - - -

2 กม. 10⁰c แ อ เ ดี ย แ บ ติ ก แ ห้ ง
1 กม. 20⁰c 10⁰c/กม.
พน้ื ผวิ โลก 30⁰c
อณุ หภูมิของกอ้ นอากาศลดลงตามอตั รา
แอเดยี แบตกิ ของอากาศแห้ง จะยกหรอื จม?
และควบแน่นหรือยงั ?

กอ้ นอากาศอณุ หภูมติ ่า
ความหนาแน่นสูง
กวา่ อากาศโดยรอบ

กอ้ นอากาศอณุ หภมู สิ งู
ความหนาแน่นต่า
กวา่ อากาศโดยรอบ

อุณหภมู โิ ดยรอบ กอ้ นอากาศแห้ง กอ้ นอากาศอมิ ตวั

3 กม. 24⁰c 0⁰c 12⁰c อณุ หภูมิโดยรอบลดลง
2 กม. ต่ า ง กั น 2 ⁰ c 10⁰c ตา่ กวา่ 6⁰c/กม.
1 กม. 20⁰c
พน้ื ผิวโลก 26⁰c 30⁰c 18⁰c อุณหภมู กิ อ้ นอากาศ
ต่ า ง กั น 2 ⁰ c ต่ากว่าโดยรอบ

28⁰c 24⁰c ยับยั้งการยกตวั
ต่ า ง กั น 2 ⁰ c (เกิดเมฆแผ่น)

30⁰c 30⁰c เรยี กว่า
“ภาวะทรงตวั สัมบรู ณ์”

อุณหภูมโิ ดยรอบ กอ้ นอากาศแห้ง กอ้ นอากาศอิมตวั

3 กม. -6⁰c 0⁰c 12⁰c อณุ หภมู ิโดยรอบลดลง
2 กม. ต่ า ง กั น 1 2 ⁰ c 10⁰c มากกวา่ 10⁰c/กม.
1 กม. 20⁰c
พน้ื ผวิ โลก 6⁰c 30⁰c 18⁰c อุณหภมู ิก้อนอากาศ
ต่ า ง กั น 1 2 ⁰ c สูงกว่าโดยรอบ

18⁰c 24⁰c ส่งเสรมิ การยกตวั
ต่ า ง กั น 1 2 ⁰ c (เกิดเมฆกอ้ น)

30⁰c 30⁰c เรียกวา่
“ภาวะไม่ทรงตัวสัมบรู ณ์”

อุณหภมู ิโดยรอบ กอ้ นอากาศแห้ง กอ้ นอากาศอมิ ตวั

3 กม. 6⁰c 0⁰c 12⁰c อณุ หภมู โิ ดยรอบอยู่
2 กม. ต่ า ง กั น 8 ⁰ c ระหวา่ ง 6-10⁰c/กม.
1 กม.
พ้ืนผวิ โลก 14⁰c 10⁰c 18⁰c
ต่ า ง กั น 8 ⁰ c 20⁰c
30⁰c สง่ เสรมิ /ยบั ย้งั
22⁰c การยกตัว
ต่ า ง กั น 8 ⁰ c
24⁰c (เกดิ เมฆก้อน/แผน่ )
30⁰c
30⁰c เรียกวา่
“ภาวะไมท่ รงตัว

แบบมเี งอื นไข”

อณุ หภูมิโดยรอบ กอ้ นอากาศแหง้ อุณหภูมิโดยรอบ ก้อนอากาศอิมตวั

3 กม. 0⁰c 0⁰c 12⁰c 12⁰c อณุ หภมู โิ ดยรอบ
ต่ า ง กั น 1 0 ⁰ c ต่ า ง กั น 6 ⁰ c เทา่ กบั 6และ10⁰c/กม.

2 กม. 10⁰c 10⁰c 18⁰c 18⁰c ไม่ส่งเสริม/ไมย่ บั ยง้ั

ต่ า ง กั น 1 0 ⁰ c ต่ า ง กั น 6 ⁰ c การยกตัว
(เกิดเมฆนอ้ ย อาจเกดิ
1 กม. 20⁰c 20⁰c 24⁰c 24⁰c ชว่ งพระอาทิตยข์ ้นึ -ตก)

ต่ า ง กั น 1 0 ⁰ c ต่ า ง กั น 6 ⁰ c เรยี กว่า
30⁰c “ภาวะทรงตัว
พน้ื ผิวโลก 30⁰c 30⁰c 30⁰c อยา่ งเป็นกลาง”



อุณหภมู โิ ดยรอบ ก้อนอากาศ

2 กม. 6⁰c 14⁰c

ต่ า ง กั น 1 2 ⁰ c

1 กม. 18⁰c 20⁰c

ต่ า ง กั น 1 2 ⁰ c

พื้นผวิ โลก 30⁰c 30⁰c









ชนดิ ของเมฆ ให้นักเรียนเขียนช่อื ชนิดของเมฆลงในชอ่ งวา่ ง

ให้ถกู ตอ้ งและอธบิ ายลกั ษณะเด่นของเมฆ คิวมูลัส = เมฆก้อน
นมิ บสั = เมฆฝน

By ครูนิง้ จินดารตั น์ มุกธวัตร







ลกั ษณะคล้ายฝูงแกะ











เมฆริว้ คลา้ ยขนนก
เป็นผลึกนา้ แขง็ ของเมฆกอ้ น

ท่ีถูกลมพดั เป็นทางยาว







แนวปะทะมวลอากาศอุ่น (warm front) เกิดจากการที่มวล

อากาศอุ่นเคล่ือนที่เข้าปะทะมวลอากาศเย็นด้วยมุมความชันต่า เน่ืองจาก
มวลอากาศอุ่นมีความหนาแน่นน้อยกว่ามวลอากาศเย็น มวลอากาศอุ่นจึง
ถูกดันตัวให้ลอยเหนือมวลอากาศเย็น โดยมวลอากาศเย็นจะยังคงตัว
บริเวณพนื้ ดิน ซึ่งเม่อื มวลอากาศร้อนลอยขึ้นไปเหนือมวลอากาศเย็น มวล
อากาศร้อนจะเยน็ ตัวลงตามหลกั อะเดยี เบติกจนกระทง่ั เกดิ เมฆและฝน

ลักษณะสา่ คญั ท่ีแสดงว่าแนวอากาศรอ้ นก่าลังเคล่ือนเข้ามา คือการก่อ
ตัวของเมฆตามล่าดับดังน้ี คือ เมฆเซอร์รัส เซอร์โรสเตรตัส อัลโตส
เตรตัส สเตรตัส และนมิ โบสเตรตัส พร้อมกับมีฝนปานกลางหรือฝนเบา
เปน็ เวลานานหลายช่วั โมงและเป็นบรเิ วณกวา้ ง

แนวปะทะมวลอากาศเยน็ (cold front) เกดิ จากมวลอากาศเยน็ เคลอ่ื นตัวลงมายังบริเวณละติจดู

ต่า และเน่ืองจากมวลอากาศเย็นจะหนักจึงเคลือ่ นตัวติดกับผิวดิน และช้อนยกมวลอากาศอุ่นที่มีความหนาแน่น
น้อยกว่า ลอยตัวขึ้นตามความลาดเอียง เนื่องจากอากาศเย็นมีความหนาแน่นสูง มีขอบเขตชัดเจน ดังน้ันแนว

ปะทะเย็นจะชันกว่าแนวปะทะมวลอากาศอุ่น 2 เท่า มวลอากาศร้อนถูกดันให้ลอยตัวสูงข้ึนอย่างรวดเร็ว เกิด
การก่อตัวของเมฆคิวมูโลนิมบัส ท้องฟ้าจะมืดครึม เกดิ พายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง มีลมกระโชก

และมีฝนตกหนักในระยะเวลาส้นั ๆ

แนวปะทะมวลอากาศซ้อนหรือแนวอากาศรวม (occluded front) เกดิ จากแนวอากาศหนึ่ง

เคลื่อนที่ไปทันอีกแนวอากาศหน่ึง เช่น แนวอากาศเย็นเคล่ือนที่ไปยังแนวอากาศร้อน แนวอากาศ
เยน็ จะยกแนวอากาศรอ้ นใหส้ งู ขึ้น ทา่ ให้เกิดเมฆคิวมูโลนิมบสั มฝี นตกหรือพายฝุ นได้เช่นกัน

สัญลกั ษณเ์ สน้ สมี ่วงมีสามเหล่ยี มสลับกบั คร่ึงวงกลมอย่บู นเสน้

แนวปะทะมวลอากาศคงท่ี (stationary front) คือ แนวปะทะของมวล
อากาศท่ีเกิดจากมวลอากาศอุ่นและมวลอากาศเย็นเคล่ือนที่เข้าหากัน และมี
แรงผลักดันเท่ากัน ท่าให้เกิดแนวปะทะมวลอากาศท่ีคงที่สมดุลอยู่ช่ัวขณะ
มักจะเกิดฝนเบาๆ คล้ายกับฝนในแนวอากาศร้อนซึ่งเม่ือมวลอากาศใดมีแรง
ผลกั มากขนึ้ จะเปล่ยี นไปเป็นแนวปะทะอากาศแบบอน่ื ๆ ทันที

• สารสนเทศทางอตุ นุ ยิ มวทิ ยาใด ใช้ในการระบตุ าแหนง่ ทีม่ ีโอกาสเกิดฝนฟา้
คะนองเปน็ ส่วนใหญ่

ภาพถา่ ยดาวเทียม

• สารสนเทศทางอตุ นุ ิยมวิทยาใด แสดงคา่ ความแรงของกลมุ่ ฝนได้
เรดาร์ตรวจอากาศ

• ถา้ การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่าง ๆ สง่ ผลให้การเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศมี
แนวโน้มลดลง สมดุลพลังงานของโลกเปลยี่ นแปลงอยา่ งไร

โลกดูดกลนื พลังงานความรอ้ นไว้น้อยกว่าทป่ี ลดปลอ่ ยสู่อวกาศ

ปัจจยั ผลตอ่ อุณหภูมเิ ฉลยี ของอากาศ เหตผุ ล
เพิมขึ้น ลดลง เหตกุ ารณธ์ รรมชาติ
การเพมิ ข้นึ ของปริมาณแก๊สเรอื นกระจก แนวทางการรับมอื
ค่าอัตราส่วนรังสสี ะทอ้ นสงู ขึน้
การเพมิ ขนึ้ ของละอองลอย

ปัจจยั กจิ กรรมมนุษย์
ปรมิ าณแก๊สเรอื นกระจก

ลกั ษณะพืน้ ผิวโลก
ปริมาณละอองลอย

การเปลียนแปลงอุณหภูมิอากาศ ผลกระทบตอ่ สิงมีชีวิตและสิงแวดล้อม
อณุ หภมู เิ ฉลยี ของอากาศและความช้นื สงู ขนึ้

การเปลียนแปลงเขตภูมอิ ากาศโลก
รเพมิ ระดบั นา้่ ทะเล

การลดลงของปริมาณน้า่ ฝน


Click to View FlipBook Version