The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by namfah201146, 2020-10-28 10:16:29

Chemistry

Chemistry

Chemistry

แ ก๊ ส แ ล ะ
ส ม บั ติ ข อ ง แ ก๊ ส





คํานํา

หนงั สือเรองแกส๊ และสมบัติของแก๊สรายวชาเพมิ เตมิ วทยศาสตร์และ
เทคโนโลยี เคมี ชนั มธั ยมศึกษาปที ๕ จัดทาํ ขนึ ตามผลการเรยนรู้ กลมุ่
สาระการเรยนรู้วทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป พ.ศ.2563 ตามหลักสตู รทีได้
เรยนรู้ภายในหอ้ งเรยนและนอกหอ้ งเรยนเพอื ใหส้ ถานศึกษาหรอรุ่นน้องให้
ปถัดไปไดศ้ กึ ษาเทยี บเคียงกบั หลักสตู รในหนังสอื เรยนของสถาบันส่งเสรม
การสอนวทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท) และพิจารณาเลอื กใชห้ นังสอื นี
ประการเรยนการสอนเพือให้สอดคล้องกบั หลกั สตู รของสถาบนั ศกึ ษาของ
ตนได้ตามความเหมาะสม

ทางเราหวงั เปนอยา่ งยงิ วา่ หนังสือเล่มนจี ะเปนประโยชน์ตอ่ การ
จัดการเรยนรู้ในรายวชาวทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมขี อผดิ พลาด
ประการใด ทางเราของอภยั มา ณ ทีนี

นางสาววรรณพร ฤทธกิ ิง

(ตัวแทนกลุม )





สารบัญ

เร่ืิอง หน า

คํานํ า (ก)
สารบัญ (ข)
1
กา ซ 2
ทฤษฎีจลนของแกส
3
-การใชท ฤษฎจี ลนของแกส อธบิ าย
สมบตั ขิ องแกส 4
แกสจรงิ และแกสสมบูรณ 5-7
กฎของบอยล 8-9
กฎของชารล 10 - 11
กฎอโวกาโด 12 - 13
กฎเกยล ูสแซก 14 - 15
กฎรวามแกส 16 - 17
แกสในอุดมคติ 18 - 19
กฎความดนั ยอยของดอลตนั 20 - 21
กฎการแพรของเกรแฮม
22
ภาคผนวก

บรรณานุกรรม



1

ก๊าซ

แก๊สหรือทีเรียกอีกอย่างหนึงว่า
ก๊าซ(อังกฤษ:Gas)ประกอบไปด้วยอนุภาคที
เคลือนไหวอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลาและไม่
เปนระเบียบแต่อนุภาคอยู่ห่างกันมาก ซึงแก
ฟสทุกชนิดจะมีคุณสมบัติบางประการคล้าย
กันทาํ ให้นาํ มาซึงการศึกษาทิศทางของการ
เคลือนทีของโมเลกุลแก๊สและลักษณะโมเลกุล
แก๊ส เรียกว่า ทษฎีจลน์ของแก๊ส

2

ทษฎีจลนข์ องแก๊ส

ทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส (องั กฤษ: Kinetic Theory of Gases)
-แกส๊ ประกอบด้วยอนุภาคจาํ นวนมากทีมขี นาดเล็กมาก จนถอื ได้
วา่ อนุภาคของแกส๊ ไมม่ ปี รมาตรเมอื เทยี บกบั ขนาดภาชนะทบี รรจุ

-โมเลกลุ ของแก๊สอยูห่ ่างกนั มาก ทาํ ใหแ้ รงดึงดูดและแรงผลกั
ระหวา่ งโมเลกุลน้อยมาก จนถือได้วา่ ไม่มีแรงกระทําต่อกนั

-โมเลกลุ ของแกส๊ เคลอื นทีอย่างรวดเร็วในแนวเสน้ ตรง เปนอสิ ระ
ด้วยอตั ราเร็วคงที และไม่เปนระเบยี บ จนกระทังชนกับโมเลกุลอืน
ๆ หรอชนกับผนงั ภาชนะจึงจะเปลียนทิศทางและอัตราเร็ว

-โมเลกุลของแก๊สทีชนกนั เองหรอชนกบั ผนังภาชนะจะเกดิ การ
ถา่ ยโอนพลงั งานใหแ้ ก่กันได้ แตพ่ ลงั งานรวมของระบบคงที

-ณ อุณหภมู ิเดียวกัน โมเลกลุ ของแกส๊ แต่ละโมเลกลุ เคลือนทีด้วย
อตั ราเร็วไมเ่ ท่ากัน แตจ่ ะมีพลังงานจลน์เฉลยี เทา่ กัน โดยที
พลงั งานจลน์เฉลยี ของแกส๊ จะแปรผนั ตรงกบั อุณหภูมเิ คลวน

การใชท้ ฤษฎีจลนข์ องแก๊สอธบิ าย 3
สมบัตขิ องแก๊ส

ทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ สามารถอธิบายสมบัติของแกส๊ ในเรองทเี กยี วกบั อณุ หภมู ิ
ความดนั ปรมาตร และจาํ นวนโมเลกลุ (หรอโมล) ของแก๊สได้

1. ใชอธิบายวา ทําไมแกสจึงมรี ปู รางและปรมิ าตรไมแนน อนขนึ้ อยูกบั ภาชนะทบี่ รรจุ ตามทฤษฤีจลนข องแกส
ทราบวาโมเลกุลของแกสมขี นาดเลก็ มากและไมม แี รงยดึ เหนี่ยวระหวา งกนั ทาํ ใหโ มเลกุลของแกส เคลอ่ื นที่
กระจายเต็มภาชนะท่บี รรจุ จงึ ทําใหมีรปู รา งเหมือนภาชนะทบ่ี รรจุและมีปริมาตรเทา กบั ภาชนะทบี่ รรจุ

2. ใชอธบิ ายวาทําไมแกสมีความดัน ตามทฤษฤจี ลนข องแกสกลา ววา โมเลกุลของแกส แตล ะโมเลกลุ เคล่ือนท่ี
เปน เสน ตรงตลอดเวลา ดวยอัตราเร็วคงท่ี เกดิ การชนกันเอง และชนผนังภาชนะตลอดเวลา การท่โี มเลกุลของ
แกส เคล่อื นท่ีชนผนังภาชนะตลอดเวลา ทําใหเกิดแรงดนั และผลรวมของแรงดนั ท้ังหมดท่ีมตี อ หนึ่งหนวยพืน้ ที่
เรยี กวา ความดันของแกส

3. ใชอธบิ ายวา ทาํ ไมปริมาตรของแกสจึงแปรผกผนั กับความดัน เมอ่ื อุณหภมู แิ ละจาํ นวนโมลคงท่ี จาก
ทฤษฎจี ลนที่กลา ววา ทอ่ี ณุ หภูมคิ งที่ อัตราเรว็ เฉลย่ี ของแกสชนิดเดียวกันจะมคี าคงท่ี และที่อณุ หภูมิคงท่ีแกส
ทุกชนดิ มีพลงั งานจลนเฉลีย่ นเทากนั และจากความสมั พันธท ี่วา เม่ืออณุ หภมู ิคงท่ีปรมิ าตรของแกสจะแปร
ผกผันกับความดัน คอื เมือ่ ปริมาตรของแกสลดลงความดันของแกส จะเพ่ิมขึ้น และเมื่อปรมิ าตรของแกสเพ่มิ
ขึ้น ความดนั ของแกส จะลดลง ซงึ่ การลดปริมตรของแกสแลว ความดนั เพมิ่ ขน้ึ เพราะเม่ืออุณหภมู ิคงท่ีโมเลกลุ จะ
มีความเร็วเฉล่ยี คงทีแ่ ตเ ม่อื ปรมิ าตรลดลงการชนผนงั ภาชนะจะเกดิ บอ ยครงั้ ขึน้ ทําใหเกิดแรงดันมากขึน้ ทาํ ให
ความดนั ของแกสเพม่ิ ขน้ึ

4. ใชอธิบายวาทําไมความดนั ของแกส จึงแปรผนั ตรงกับจํานวนโมลหรอื จํานวนโมเลกุลของแกสเมื่ออุณหภมู ิ
และปริมาตรคงที่ จากทฤษฎีจลนข องแกส เมือ่ โมเลกลุ ของแกสแตละโมเลกุลมกี ารเคล่อื นทีเ่ ปน เสน ตรงตลอด
เวลาในอัตราเรว็ เฉลย่ี คงท่เี มื่ออุณหภูมิคงท่ี ดงั นน้ั เมือ่ เพม่ิ จาํ นวนโมเลกุล จะทําใหโ มเลกลุ ชนกันเองและชน
ผนงั บอยคร้งั ขนึ้ ทําใหเ กิดแรงดันมากข้นึ

5. ใชอธิบายวาทาํ ไมปริมาตรของแกสจงึ แปรผนั ตรงกบั อุณหภูมเิ มอ่ื ความดนั และจํานวนโมเลกุลของแกส คงท่ี
(กฏของชารล ) จากทฤษฎีจลน พลงั งานจลนเ ฉลี่ยของแกส เปนสัดสว นโดยตรงกบั อณุ หภูมเิ คลวิน น่ันคือ
เมอื่ อุณหภมู สิ ูงแกส จะมพี ลังงานจลนเฉลียสงู เม่ืออุณหภูมติ ํ่าจะมีพลงั งานจลนเ ฉลีย่ ตํา่ และเม่อื อณุ หภูมิเพม่ิ
ขน้ึ โมเลกุลของแกสจะมพี ลงั งานจลนเฉลีย่ เพ่ิมขึน้ จึงเคลอ่ื นทีช่ นผนงั แรงและบอยครัง้ ยิง่ ข้นึ ทําใหม ีแรงดันมาก
ข้นึ จนไปดนั ใหกานกระบอกฉีดยาเคลอื่ นท่ีขึ้นทาํ ใหป รมิ าตรในกระบอกฉดี ยาเพ่มิ ขึ้น

4

การทดลองศึกษาความ
สมั พันธร์ ะหว่างความดัน
และปริมาตรของอากาศ

แกส๊ จรงิ ( Real gas )

หมายถงึ กา๊ ซทีมอี ย่ใู นธรรมชาติทัว ๆ ไป ซึงจะไมเ่ ปนไปตามกฎตา่ ง ๆ
ตามก๊าซสมมติทุกประการ โดยเฉพาะทีอณุ หภูมติ าํ และความดนั สูงมาก
ๆ อย่างไรก็ตามกา๊ ซจรงจะมีสมบัตใิ กล้เคยี งกับก๊าซสมบรู ณ์ได้เมือ
อณุ หภมู ิสงู และความดันตาํ

แก๊สสมบรู ณ์ ( Ideal gas )

หรอก๊าซอุดมคติ หมายถงึ ก๊าซทีมีสมบัติเปนไปตามกฎต่าง ๆ ของ
กา๊ ซ ไมว่ า่ ทภี าวะใด ๆ ก็ตาม ซงึ ตามความเปนจรงแล้ว ก๊าซใน
ธรรมชาตินันไมม่ ที จี ะเปนไปตามกฎตา่ ง ๆ ไดท้ กุ ประการ แตเ่ ปนเรอง
ทนี กั วทยาศาสตร์ไดค้ ดิ สมมตขิ ึนเพือจะใช้อธิบายพฤติกรรมของก๊าซ
ตา่ ง ๆ ในธรรมชาตเิ ทา่ นัน

5

กฎของบอยล์

โรเบริ ต์ บอยล์ (Robert Boyle) ค.ศ. 1627 - 1691มนี ักวทิ ยาศาสตรห์ ลายกล่มุ พยายามศึกษาเรอื งแก๊ส โร
เบริ ต์ บอยล์ นักวทิ ยาศาสตร์ ชาวอังกฤษ ก็เปนคนหนึงทีสนใจศึกษาสมบตั ิของแก๊สด้วย ในการศึกษา
เรอื งแก๊สจะมตี ัวแปรทีสาํ คัญอยู่ 4 ตัวแปร คือความดัน ปรมิ าตร อุณหภมู ิ และปรมิ าณของแก๊ส เพราะ
ฉะนันเมอื เราต้องการสงั เกตผลของตัวแปรหนึงซงึ เกิดจากการเปลียนแปลงของอีกตัวแปรหนงึ จงึ ต้อง
ควบคมุ ตัวแปรอีกสองตัวใหค้ งที โรเบริ ต์ บอยล์ก็เชน่ เดยี วกัน เมอื เขาศึกษาเรอื งแก๊ส เขาจะศึกษาวา่ เมอื
ความดันเปลียนไป ปรมิ าตรของแก๊สจะเปลียนไปอยา่ งไร โดยการทําการทดลองทีอุณหภมู เิ ท่ากัน และ
ปรมิ าณของแก๊สก็กําหนดใหค้ งที เขาทําการทดลองอยา่ งไรกัน

เครองมือนี สร้างโดย โรเบริ ์ต ฮุค (Robert Hooke) ผ้ชู ว่ ยของเขา เครองมอื ประกอบดว้ ย 2 สว่ น คือถงั
อากาศและปม ถังอากาศเอาไว้บรรจอุ ากาศ ส่วนปมประกอบไปด้วย ท่อทรงกระบอก ฝาสูบ ทจี ับ ซึงส่วนนี
จะตดิ แน่นกบั ขาสามขาทีตงั อยู่ ระหว่างสว่ นถังอากาศมีวาล์วเปด-ปดให้อากาศเข้าออกได้ เครองมอื นี บอยล์
ใชห้ าความสัมพนั ธร์ ะหว่างความดันและปรมาตรของอากาศทีอยู่ในท่อทรงกระบอกโดยการเลอื นฝาสบู ขนึ ลง
ปรมาตรและความดันของอากาศภายในกจ็ ะเปลยี นไปด้วยอีกวธีการหนึงทีใช้หาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความ
ดันและปรมาตรของแกส๊ คือการใชห้ ลอดแกว้ รูปตวั ยูกับปรอทหลอดแกว้ รูปตวั ยู (U) มีปลายสองดา้ น ดา้ น
หนงึ เปด ปลายอีกด้านหนงึ ปดสนทิ กกั อากาศปรมาณหนึงไวภ้ ายในหลอดโดยการเติมปรอทเขา้ ไปในหลอด
ทางด้านปลายเปดเมอื ปรับระดับผวิ ปรอทในปลายสองด้านเท่ากันดังรูป ก. (เขาปรับระดบั ปรอทให้เท่ากนั ได้
อย่างไรลองคิดดูซิ) แสดงว่าความดนั ทกี ระทําต่อผวิ ปรอททงั ดา้ นปลายปดและผวิ ปรอทด้านปลายเปดเท่ากนั
และทาํ การทดลองทคี วามดันบรรยากาศนันคือแก๊สมคี วามดันเท่ากบั ความดนั บรรยากาศ (1 atm)หลังจาก
นนั เติมปรอทเขา้ ไปดา้ นปลายเปดปรมาณหนงึ ทําใหล้ ําปรอทในหลอดด้านปลายเปดสงู กวา่ ด้านปลายปด ได้
ความแตกต่างของลําปรอทเปน h ดังรูป ข. พบวา่ ปรมาตรแก๊สในหลอดลดลงจากเดิม และเมือเพิม
ปรมาณปรอทเข้าไปอกี มีความแตกต่างลําปรอทสงู h1 ปรมาตรแก๊สกล็ ดลงไปอีก ดงั รูป ค. การเพมิ
ปรมาณปรอทเขา้ ไปในหลอดก็คอื การเพิมความดันให้กบั แกส๊ เพราะความสงู ของปรอทดา้ นปลายเปดทสี ูง h
หรอ h1 ยอ่ มมีความดันสง่ ผลกระทําต่อแกส๊ ทาํ ให้ปรมาตรแกส๊ ในหลอดลดลงเปนสดั สว่ นโดยตรงตามความ
ดนั ภายนอกทกี ระทาํ กับแก๊ส

6

หนว่ ยปรมาตรเปนลูกบาศก์
เซนติเมตร(cm3) ความดันเปน
มลิ ลิเมตรของปรอท(mmHg) ซงึ ก็
คือความแตกตา่ งของความสูงลํา
ปรอท ส่วนความดนั อากาศของการ
ทดลองของบอยลใ์ นเวลานันเทา่ กับ
727.5 มิลลิเมตรปรอท

โรเบิร์ต บอยล์ (Robert Bolye) นักเคมชี าวองั กฤษ ไดศ้ ึกษาเกยี วกับการเปลียนปรมาตรของ
แกส๊ ในป ค.ศ. 1662 (พ.ศ. 2205) และสรุปเปนกฎเรยกวา่ “กฎของบอยล์” ซงึ มสี าระสาํ คัญ
ดังนี “เมืออุณหภูมิและมวลของแกส๊ คงที ปรมาตรของแกส๊ จะแปรผกผนั กบั ความดนั ”ถ้าให้ P
แทนความดนั ของแก๊ส V แทนปรมาตรของแกส๊ ความสมั พนั ธต์ ามกฎของบอยล์เขยี นแสดง

ความสมั พันธ์ได้ดังนี

V(ปรมาตร) แปรผกผันกับ P(ความดนั )

เม่ือTคงท่ีจะได PV = k (คา คงที่)

∝v 1/

P₁V₁ = P₂V₂

ตวั อยา่ ง 7

8

กฎของชารล์ (Charle’s
Law)

เมอื มวลและความดนั ของแก๊สคงที ปรมิ าตรของ
แก๊สจะแปรผนั ตรงกับอุณหภมู เิ คลวนิ

เมื่อ P คงท่ี V/T = คา คงท(่ี K)

∝V

9

ตวั อยา่ ง

10

กฎของอโวกาโดร
(Avogado's Low)

กล่าวว่า "ทอี ณุ หภมู แิ ละความดันเดียวกัน แก๊สทที ปี ริ
มาตรเทา่ กันจะมจี าํ นวนโมเลกลุ เทา่ กัน" ดังนนั ปรมิ าตรของ
แก๊สสามารถสอื ไปถึงจาํ นวนโมเลกลุ และจาํ นวนโมลของ
แก๊สในปฏิกิรยิ าเคมี ถ้าทราบอัตราสว่ นอยา่ งตาของแก๊ส
ต่างๆ ในปฏิกิรยิ าเคมี ก็จะสามารถบอกสตู รในปฏิกิรยิ าเคมี
ได้

กฎของอาโวกาโดรกล่าววา่ "ทอี ุณหภมู แิ ละความดันเดียวกนั แก๊สทีมี
ปรมาตรเทา่ กันจะมจี าํ นวนอนุภาคเทากนั

n คือจํานวนโมล

nv---11---= -vn---22--

11

ตวั อย่าง

กฎของเกย์-ลสู เเสค 12
(Gay - Lussac )

ตัง้ ช่อื ตาม โจเซฟ หลุยส เก-ลซู กั มใี จความสําคัญคลายกฎของ
ชารล คอื ถา ปริมาตรคงตวั ความดันของแกส จะแปรผนั ตรงกบั อุณหภมู ิ
อุณหพลวัตของแกสนัน้ ๆ

เน่ืองจากกฎของบอยล ชารลเเละเกย-ลสู เเซกกลาวถงึ เฉพาะความ
สัมพันธระหวางปริมาตรกบั ความดนั ปริมาตรดบั อณุ หภูมิ เเละความดนั
อุณหภมู ิ ซ่ึงการเปลี่ยนเเปลงในธรรมชาตอิ าจเกดิ ข้นึ
พรอมๆกนั ดังนัน้ จงึ มีการศกึ ษาความสัมพันธร ะหวา งปรมิ าตร ความดัน
เเละอณุ หภมู ขิ องเเกส ในขณะที่จํานวนโมลคงที่ เม่อื รวมกฎของบอยล
กฎของชารล เเละกฎเกย-ลสู เเซก จะไดค วามสมั พันธดังนี้

หรอื เขยี นไดอ กี แบบหน่ึงดังนี้

โดยท่ี
P เป็นความดนั ของแกส
T เป็นอุณหภูมอิ ณุ หพลวตั หนวยเป็นเคลวิน

13

หมายเหตุ
1. อุณหภูมิใชหนวยเคลวนิ หมด
2. หนวยความดนั P1และ P2
3. ทีอ่ ุณหภูมิ -273 0C หรอื 0 K แกส มคี วามดนั เป็นศนู ย
หมายความวา แกสจะเปล่ียนสถานะเป็นของเหลวหมด จงึ ไมม ี
ความดนั ทจี่ ะเกิดจากแกส

ตวั อย่าง

14

กฎรวมแกส๊ (Gas law)

กฎรวมแก๊ส (Gas law)

เนืองจากกฎของบอยลแ์ ละชาลล์กล่าวถึงเฉพาระความสัมพันธร์ ะหวา่ งปรมาตร
กับความดนั และปรมาตรกับอณุ หภมู ิ แต่การเปลียนแปลงในธรรมชาติอาจเกดิ
ขนึ พร้อมๆกัน ดังนนั จงึ มีการศกึ ษาความสมั พันธ์ระหวา่ งปรมาตร ความดนั
และอณุ หภมู ิของแกส๊
ในขณะทมี วลคงที

บอยล-์ เมือ n และ T คงที V แปรผกผันกับ P
ชาลล-์ เมือ n และ P คงที V แปรผนั ตรงกับ T

ดงั นัน กฎรวมแแก๊ส

P = ความดันของแกส
V = ปรมิ าตร
T = อุณหภมู ิ (หนวยเป็นเคลวินเสมอ)

จากการทดลองทําใหท้ ราบวา่ เมือใหจ้ ํานวนโมล (n) ของแก๊สคงที จากนันทําให้ P และ T
เปลียนแปลงไปพร้อม ๆ กัน ปรมาตรของแก๊สกจ็ ะเปลียนแปลงไปค่าหนึง แตพ่ บวา่ อตั ราส่วน

ระหวา่ ง PV : T
หรอ

เปนคา่ คงที เมอื ทดลองหลาย ๆ ครัง
เขียนแสดงไดด้ งั นี

15

ตวั อย่าง

16

กฏของแกส๊ อุดมคติ

ในกฎแก๊สรวมเปนการศกึ ษาการเปลียนแปลงสมบัตขิ องแกส๊ เกยี วกับ ความดนั
ปรมาตร และอุณหภูมิ แตย่ งั มสี มบตั ทิ คี วรคํานงึ ถึงอกี อยา่ งหนงึ คอื ปรมาตรหรอ
จาํ นวนโมล(n)ของแก๊สในระบบ จากกฎของอาโวกาโดรซึงกล่าวไวว้ า่ “ทีอณุ หภมู ิ
และความดนั เดียวกัน แก๊สทมี ปี รมาตรเทา่ กันจะมีจาํ นวนอนุภาคเท่ากนั ”นอกจากนี
จาํ นวนโมลของแก๊ส ยงั มีความสมั พนั ธ์โดนตรงกบั จาํ นวนอนุภาคและปรมาตร
ของแก๊สอีกด้วย กล่าวคอื แกส๊ 1 โมลจะมีจาํ นวน 6.02 x 1023 อนภุ าคและ
ปรมาตร 22.4 ลติ รหรอลกู บาศกเ์ ดซิเมตรที STP จึงสามารถเขียนนยิ ามของกฎ
อาโวกาโดรไดว้ า่ ทอี ณุ หภมู ิและความดันคงที ปรมาตรของแกส๊ ใด ๆ จะเปน
สดั ส่วนโดยตรงกบั จาํ นวนโมลของแกส๊ นัน ๆ

PV=nRT

โดยที
V เปนปรมาตรของแก๊ส หน่วยเปนลกู บาศก์เมตร
P เปนความดนั ของแก๊ส หน่วยเปนปาสกาล (หรอพาสคลั )
T เปนอณุ หภมู ิอุณหพลวัต หนว่ ยเปนเคลวน
n เปนจาํ นวนโมลของแกส๊
R เปนค่าคงตวั แก๊สอดุ มคติ (ประมาณ 8.3145 จูลต่อ(โมล
เคลวน)

17

ตัวอย่าง

กฎความดนั ยอ่ ยของดอลตนั 18
(Dalton’s Law of partial pressure)

ความดนั ยอ ยของแกส = เศษสว นโมลของแกสนัน้ X ความดันรวม

เมื่อผสมแกส อดุ มคตสิ องชนิด A และ B ซ่งึ ไมทําปฏกิ ริ ยิ าเคมตี อ กนั ไว
ในภาชนะปริมาตร V ทอี่ ณุ หภูมคิ งตัวอันหนึ่ง แกสท้ังสองผสมเขา กนั
ดเี ปนสารผสมเอกพนั ธุ ทงั้ แกส A และแกส B ตางมีความดนั ภายใน
ภาชนะนัน้ เหมือนวามันอยูตามลําพังโดยไมมีอกี แกสหนงึ่ อยดู วย
ความดันของแตล ะแกส ในแกส ผสมเชน นีเ้ รยี กวา ความดนั ยอย กฎ
ความดันยอ ยของดอลตัน กลา ววา “ความดนั รวมของแกส ผสมมีคา
เทากบั ผลบวกของความดันยอ ยของแกส ท่เี ปน สว นประกอบ

19

ตัวอย่าง

20

กฎการแพร่ของเกรแฮม

การแพร่ (Diffusion) คือ กระบวนการซงึ แกส๊ ชนดิ หนงึ
กระจายไปทวั ระหว่างโมเลกุลของแก๊สอกี ชนิดหนงึ

การแพร่ผ่าน (Effusion) คือ กระบวนการซงึ โมเลกลุ
ของแกส๊ ภายใต้ความดนั ในภาชนะใบหนงึ หลุดผ่านรูเล็ก ๆ ไป
ยังอีกภาชนะหนึงทเี ปนสุญญากาศ

กฎการแพร่ของแกรแฮม (Graham’s Law) กลา่ วว่า เมือ
เปรยบเทยี บอัตราการแพร่ผ่านของแกส๊ สองชนดิ ภายใตค้ วาม
ดันและอณุ หภมู เิ ดียวกัน อตั ราการแพร่ของแกส๊ หนึงผกผันกับ
รากทสี องของความหนาแน่นของแกส๊ นัน

21

ตัวอย่าง



บรรณานุกรม 22

กนกกาญจน กองจนั ทร, ปฐมพร รวมสุข,ปฐมพร รวมสขุ และ พิธิวตั ศรมี านพ.
(2556). กฎของชารล . สืบคน เม่อื 4 ตลุ าคม 2563, จากhttps://sites.google.com/site/
kdkaes/kaes-xudmkhti/kd-khxng-charl

_____. ไมป รากฏปีทพ่ี ิมพ. กฎการแพรของเกรแฮม. ไมปรากฏปีทีพ่ ิมพ.
[ออนไลน]. จาก http://119.46.166.126/
self_all/selfaccess11/m5/ chemistry5_1/lesson4/more/item7.php

_____. ไมป รากฏปีท่พี มิ พ. กฎของเกยลสู -แสค. ไมป รากฏปีทีพ่ มิ พ. [ออนไลน].
จาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81

อนสุ ษิ ฐ เก้อื กูล. (2560). กฎของบอยล. สบื คน เม่อื 4 ตลุ าคม 2563, จาก
https://www.scimath.org/lesson-chemistry/item/7199-2017-06-09-12-53-25

ฐนิชา สใี ส นักเรียนมธั ยมปีท6่ี โรงเรียนพรเจริญวทิ ยา. (2559). ทฤษฎีจลนของ
แกส. สบื คน เม่อื 4 ตลุ าคม 2563, จาก
https://sites.google.com/site/thanichaseesai/thvsti-cln-khxng-kaes

นักศกึ ษา วศิ วกรรมคอมพิวเตอรคณะวศิ วกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี
ราชมงคลพระนคร.ไมปรากฏปีทพ่ี มิ พ. กา ซ แกส จรงิ และแกสสมบูรณ.สืบคนเม่อื 4
ตุลาคม 2563, จาก https://enchemcom2g.wordpress.com/gas/

พรปฐม รวามสุข,วโิ รจน ศรีเผือก,วาสินี ลัดดากลุ และสวุ ภทั ร รมสายหยดุ .
(2556). กฎของแกส ในอดุ มคติและโจทยต ัวอยา ง. สืบคน เม่อื 4 ตลุ าคม 2563, จาก
https://sites.google.com/site/khwamrxnlaeathvsticlnkhxngkaes/neuxha/kt-khxng-
kaes-xudmkhti

สถาบันบณั ฑิตวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยไี ทย. ไมปรากฏปีที่พมิ พ. ความดนั ยอ ย
ของดอลตันและโจทยตวั อยา ง. สบื คน เม่อื 4 ตลุ าคม 2563, จาก
https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap- chemistry2/gases/web/link /idealgaslaw.htm

สรัญญา ปุริมาเต นักศึกษาคณะครุศาสตร สาขาวชิ าเคมี มหาวิทยาลัยราชภฏั
มหาสารคาม. (2560). กฎของอโวกาโดร.สืบคน เม่ือ 4 ตลุ าคม 2563, จาก
https://sites.google.com/site/primansarn/1-primatr-khxng-kas-ni-ptikiriya-khemi/1-
2

โรงเรียนนวมนิ ทราชนิ ูทศิ สตรีวทิ ยา พทุ ธมณฑล. (2557). กฎรวมแกส. สืบคน
เม่ือวนั ท่ี 4 ตุลาคม 2563, จาก http://www.satriwit3.ac.th/external_newsblog.php?
links=1727(

BotKung. (2558). กาซ.สืบคน เม่ือ22กนั ยายน2563, จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/แกส

CHEM-KRUMING2 โรงเรยี นมัธยมสิรวิ ณั วรี 1 อดุ รธานี. ไมป รากฏปีทีพ่ มิ พ.
การใชท ฤษฎีจลนของแกส อธบิ ายสมบตั ิของแกส. สบื คนเมอื 4ตลุ าคม2563, จาก
https://sites.google.com/site/chemkruming2/

รูปที 1 โจทยต์ วั อย่างของบอยล์
ทีมา ครูเบญจวรรณ จากhttps://benssk.wordpress.com/2012/09/06/

รูปที 2 โจทยต์ วั อย่างของบอยล์
ทีมา https://np.thai.ac/client-upload/np/uploads/files/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%
B8%84%E0%B8%AA.pdf

รูปที 1 โจทยก์ ฎของชาร์ล
ทมี า http://elife-news.blogspot.com/2019/08/blog-post.html

รูปที 2 โจทยก์ ฎของชาร์ล
ทมี า https://www.slideshare.net/thunna/ss-50329415

รูปที 1 โจทย์ชองอโวกาโดร
ทมี าhttps://kruwee.files.wordpress.com/2012/05/e0b983e0b89ae0b884e0b8a7e0b8b2e0b8a1
e0b8a3e0b8b9e0b989e0b980e0b8a3e0b8b7e0b988e0b8ade0b887e0b981e0b881e0b98ae0b
8aa1.pdf5

รูปที2 โจทยข์ องอาโวกาโดร
ทมี า http://www.thaigoodview.com/library/exam/chem/2543/march/chem1/ans1.htm

รูปที 1 โจทยข์ องเกย-์ ลูสแสค
ทมี า https://sites.google.com/a/srru.ac.th/reiyn-ru-reuxng-kaes-by-chembb/kd-tang-
thi-keiywkhxng-kab-kaes

รูปที 1 โจทย์ของกฎรวมแก๊ส
ที่มา http://119.46.166.126/resource_center10/Admin/acrobat/v_4_sc_ch_845.pdf

รูปที 2 โจทยข์ องกฎรวมแก๊ส
ทมี า https://www.slideshare.net/oraneehussem/5-40157169

รูปที 1 โจทยข์ องแกส๊ ในอุดมคติ
ทีมา https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-
chemistry2/gases/web/link/idealgaslaw.htm

รูปที 2 โจทยข์ องแกส๊ ในอดุ มคติ
ทีมา https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-
chemistry2/gases/web/link/idealgaslaw.htm

รูปที 1 โจทยต์ วั อย่างของดอลตัน
ที่มา https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-chemistry2/gases/web/link/doltonlaw.htm

รูปที 2 โจทยต์ วั อยา่ งของดอลตัน
ท่มี า https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-chemistry2/gases/web/link/doltonlaw.htm

รูปที 1 โจทยต์ ัวอย่างของแกรแฮม
ที่มา https://www.slideshare.net/PlaniNzPiyanart/ss-64443321

รูปที 2 โจทย์ตัวอยา่ งของแกรแฮม
ที่มา https://school.dek-d.com/blog/chemical/chemical-highschool-chem-grahams-law-of-diffusion/

รูปที 1 ลกั ษณะของแขง็ ของเหลว แกส๊

ทมี าhttps://www.imagineering.co.th/stema%E0%B8%9B4%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B
8%A7%E0%B8%A23/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B227-2/

รูปที 2 รูปของบอยล์
ทมี า https://sites.google.com/site/xoongfong/kd-khxng-
bx-yl

รูปที 3 รูปของชาร์ล
ทีมา https://sites.google.com/site/kdkaes/kaes-
xudmkhti/kd-khxng-charl

รูปที 4 รูปของอาโวกาโดร
ทมี า https://il.mahidol.ac.th/e-media/ap-
chemistry2/gases/web/link/avogadrolaw.htm

รูปที 5 รูปของดอลตัน
ทีมาhttps://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%AD
%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%99_%E0%B8%94%E0%B
8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99



สมาชกิ

นายพงษศ์ ธร เนระคร ม.5/9 เลขท5ี
หนา้ ที หาขอ้ มลู ของหากฎของของชาร์ลและช่วยเลอื กสี
พนื หลัง ตกแต่งในสว่ นของตัวเอง เปลยี นฟอนตแ์ ละ
แสดงความคิดเห็น

นายไทพนม พงษ์พันธ์นุ ทีธร ม.5/9 เลขที 8
หน้าที หาข้อมูลกฎของเกย์-ลสู แสคและกฎของดอลตนั
ตกแตง่ ในสว่ นของตัวเอง ช่วยหาทมี าของขอ้ มูล แสดง
ความคิดเห็น

นางสาววรรณพร ฤทธกิ ิง ม.5/9 เลขท1ี 7
หนา้ ที หาข้อมูลของกฎของบอยล์ กฎของแก๊สใน
อดุ มคตแิ ละกฎของอโวกาโดร ตกแตง่ ในสว่ นของตัว
เองและคนอนื หาโจทยท์ ัง 8สูตร ทําหนา้ ปก สารบัญ
บรรณานุกรมและคาํ นาํ แกไ้ ขโจทยใ์ น powerpoint
รับความคิดเหน็

นางสาวทิพปภา เผอื กผ่อง ม.5/9 เลขท2ี 3
หน้าที หาข้อมลู ของกฎรวมแกส๊ และกฎการแพร่ของ
แกรแฮม ตกแต่งในสว่ นของตัวเอง ชว่ ยแก้ไขโจทย์ใน
powerpoint






Click to View FlipBook Version