The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารการประกวดโอเบคอวอร์ด ด้านนวัตกรรม 62

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wishita.kes, 2022-08-15 23:34:14

เอกสารการประกวดโอเบคอวอร์ด ด้านนวัตกรรม 62

เอกสารการประกวดโอเบคอวอร์ด ด้านนวัตกรรม 62

แบบรายงานการประเมินด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
เพือ่ รบั รางวลั ทรงคุณค่า สพฐ.(OBEC AWARDS)
ประจาปีการศกึ ษา 2562



โดย
นางสาววชิ ิตา เกศะรักษ์

ประเภท บุคคลยอดเย่ียม

ด้าน นวตั กรรมและเทคโนโลยเี พือ่ การศกึ ษายอดเยย่ี ม
สังกัด สานักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ
ประเภท ความบกพรอ่ งทางการเหน็
โรงเรียนสอนคนตาบอดในพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์ อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่

สานักพัฒนาระบบบรหิ ารงานบคุ คลและนิติการ
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ



คำนำ

แบบรายงานผลการปฏิบัติงานฉบับน้ีจัดทาข้ึนเพ่ือเป็นเอกสารประกอบสาหรับใช้ในการประเมิน
เพื่อขอรับรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการเรียนการสอน สังกัด
สานักบริหารการศึกษาพิเศษ ประเภทความบกพร่องทางการเห็น ของนางสาววิชิตา เกศะรักษ์ ตาแหน่งครู
โรงเรยี นสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชนิ ูปถมั ภ์ จงั หวดั เชียงใหม่

(นางสาววชิ ิตา เกศะรกั ษ์)
ผ้เู สนอขอรบั รางวัล

ค หน้ำ

สำรบญั ข

เรอ่ื ง 1

คานา 2
สารบญั 3
แบบประเมนิ ผลงานดา้ นนวตั กรรม 4
5
1. กำรประเมนิ ตวั ชี้วดั เฉพำะ
องค์ประกอบท่ี 1 คุณภาพ 8
1. คุณลักษณะของนวตั กรรม 9
2. คณุ ภาพขององคป์ ระกอบในนวตั กรรม 10
3. การออกแบบนวตั กรรม
4. ประสิทธภิ าพของนวตั กรรม 11
องค์ประกอบที่ 2 คณุ ประโยชน์ 12
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหาหรือพัฒนา
2. ประโยชนต์ ่อบคุ คล 12
3. ประโยชนต์ อ่ หนว่ ยงาน 13
องคป์ ระกอบท่ี 3 ความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ 13
1. ความแปลกใหม่ของนวตั กรรม 14
2. จดุ เด่นของนวัตกรรม
17
2. กำรประเมนิ ตัวช้วี ัดร่วม 21
องคป์ ระกอบที่ 1 ผลท่เี กดิ กับผเู้ รยี น
1.1 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 24
1.2. ผลงาน/ชนิ้ งานภาระงาน/ผลการปฏบิ ตั งิ าน
1.3. การเผยแพรผ่ ลงานนกั เรียน 25
1.4. การได้รับรางวลั /ยกย่องเชิดชู 29
องคป์ ระกอบที่ 2 ผลการพัฒนาตนเอง
1. เป็นแบบอย่าง และเป็นทย่ี อมรับจากบุคคลอน่ื ๆ 31
2. การพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนื่อง 35
องค์ประกอบท่ี 3 การดาเนินงาน/ผลงานที่เป็นเลศิ
1. การนาองค์ความรูจ้ ากการไดร้ ับการพฒั นา/การพฒั นาตนเอง
ไปใชป้ ระโยชน์
2. การแกป้ ัญหาการพัฒนาผู้เรียน

คารับรองเอกสาร
ภาคผนวก

เกียรติบัตรการอบรมพัฒนาตนเอง
เกียรตบิ ัตรผลงานนักเรียน

แบบประเมินดำ้ นนวตั กรรมและเทคโนโลยีเพ่อื กำรเรียนกำรสอนยอดเยี่ยม

1.ช่ือรำงวลั ทเี่ สนอขอ ครผู สู้ อนยอดเย่ียม

ชือ่ นางสาววชิ ติ า นามสกุล เกศะรกั ษ์
ตาแหนง่ ขา้ ราชการครู อนั ดบั คศ.3
ประเภท √ บคุ คลยอดเย่ียม
สงั กดั สานักบรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ

√ โรงเรียนการศึกษาพเิ ศษ/ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษ/โรงเรียนเรยี นรว่ ม

ประเภทความพกิ าร √ ตา  หู  รา่ งกาย  สตปิ ัญญา

ชื่องำนวิจัย ผลการใช้ชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนา
การใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระดับปฐมวัย

ผลงำนนวตั กรรม ชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคล่ือนไหว

ปีที่พัฒนำนวัตกรรม ระหวา่ งปกี ารศกึ ษา 2559-2561

บทคัดย่อ
ผลการใช้ชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อ
มัดใหญ่ในบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นระดับปฐมวัย (ปีการศึกษา 2560) กลุ่มเป้าหมาย คือ
นักเรียนบกพร่องทางการเห็น ระดับปฐมวัย โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์
จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของบุคคลที่มีความ
บกพร่องทางการเห็นโดยใช้ชุดกจิ กรรมการรับความร้สู ึกทรงตัวและการเคลอื่ นไหว ผู้เข้าร่วมศึกษาจานวน 3
คน ดาเนินการฝึกรายบุคคลเป็นเวลา 7 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ คือ ชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัว
และการเคลื่อนไหว จานวน 12 กิจกรรม และแบบทดสอบทักษะกล้ามเน้ือมัดใหญ่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้
สถิติเชิงบรรยาย ค่าร้อยละ และสถติ ิ

จากการศึกษา พบว่า ผลการการใช้ชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคล่ือนไหวเพ่ือ
พัฒนาการใช้กล้ามเน้ือมัดใหญ่ในบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระดับปฐมวัย โรงเรียนสอนคนตาบอด
ภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2560 พบว่านักเรียนมีผลการ
พัฒนาทักษะกล้ามเน้ือมัดใหญ่ดีข้ึน โดยมีทักษะกล้ามเน้ือมัดใหญ่ก่อนการพัฒนาอยู่ในระดับปรับปรุง 3 คน
หลังการพัฒนา นักเรียนมีทักษะกล้ามเน้ือมัดใหญ่อยู่ในระดับดีท้ัง 3 คน โดยมีพัฒนาการเพิ่มข้ึน 0.77 คิด
เปน็ ร้อยละ 77 โดยมีคา่ ร้อยละความก้าวหน้าเฉล่ยี 56.47

2

2.เกณฑ์กำรประเมิน

องค์ประกอบท่ี 1 ควำมมีคณุ ภำพ

ตัวช้วี ดั 1. คุณลักษณะของนวัตกรรม

รำยกำรประเมนิ 1. มีรูปแบบนวัตกรรมถกู ตอ้ ง ครบถ้วนตามประเภทของนวัตกรรมท่รี ะบุ

2. นวัตกรรมมคี วามสอดคล้องกับความรคู้ วามสามารถและการปฏิบัติหนา้ ทใ่ี นด้าน

ท่ขี อรับการประเมนิ คดั เลือก

3. รปู แบบการจดั พิมพ์ จัดรปู เลม่ นวตั กรรมการนาเสนอน่าสนใจ มีการจัดเรียงลาดับ

อยา่ งเปน็ ข้ันตอน

นวัตกรรมที่นามาประเมินน้ี เป็นชุดฝึกกิจกรรมพร้อมด้วยแผนการจัดประสบการณ์ เพ่ือนามาใช้แก้ไข
ปัญหาความบกพร่องในการเคลือ่ นไหวของเดก็ ทีม่ ีความบกพรอ่ งทางการเห็น ซึ่งมีทม่ี าในการพฒั นานวัตกรรม
จากการท่ีข้าพเจ้าได้รับมอบหมายเป็นครูผู้สอนกระบวนการจัดการการเรียนรู้ กิจกรรมเพิ่มเติมเฉพาะความ
พิการ กิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ ด้านกิจกรรมบาบัด โดยดาเนินการจัดการเรียนการสอนเป็นรายบุคคลและ
กจิ กรรมกลมุ่ เลก็ สาหรบั ผู้เรียนที่มีความบกพรอ่ งทางการเหน็ โรงเรียนสอนคนตาบอดในพระบรมราชินปู ถัมภ์
ภายใต้หลักสูตรสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูประสาทรับรู้ส่วนที่เหลืออยู่ของเด็กบกพร่อง
ทางการเห็น มีกลุ่มนักเรยี นผรู้ บั บริการ แบง่ ออกเปน็ 2 กลุ่ม ดังนี้

1.กลมุ่ เดก็ ที่มคี วามบกพรอ่ งทางการเห็น
2.กลมุ่ เดก็ ท่ีมคี วามบกพร่องทางการเหน็ และมคี วามพิการอื่นร่วม
ในฐานะครูผู้สอนกิจกรรมเพ่ิมเติมเฉพาะความพิการ กิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ ด้านกิจกรรมบาบัด
ข้าพเจ้าได้คัดกรองปัญหาที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียน จากการประเมินความสามารถพื้นฐาน
ของเด็กตามหลักสูตรปฐมวัย 2551 ของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัด
เชียงใหม่ (ฉบับแก้ไขปรับปรุง 2554) และการประเมินด้วยแบบคัดกรองการบูรณาการประสาทความรู้สึก
ฉบับย่อ (Short sensory profile) ซ่ึงเป็นแบบคัดกรองมาตรฐานในการระบุความบกพร่องของการ
ประมวลผลการรับความรู้สึก (Dunn, 1999) พบว่า เด็กมีความบกพร่องในระบบกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ
(proprioceptive sense) และระบบการทรงตัวและการเคลื่อนไหว (vestibular sense) ซึ่งส่งผลต่อ
พัฒนาการด้านกล้ามเน้ือมัดใหญ่และการเคล่ือนไหวร่างกาย เน่ืองจากเด็กบกพร่องทางการเห็นมักจะนั่งอยู่
กับที่ ปฏิบัติกิจกรรมเคล่ือนไหวต่างๆ ไม่คล่องแคล่วตามวัย นอกจากน้ียังมีความไม่มั่นใจ ไม่กล้าเล่นเครื่อง
เลน่ สนาม กงั วลเร่ืองความปลอดภัยมาก จงึ หลีกเล่ียงท่จี ะเคล่ือนไหว ส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกายของเด็ก
ปฐมวัยและความสามารถในการเคลือ่ นไหวไปยังทตี่ า่ งๆในสิ่งแวดล้อม
ข้าพเจ้าจึงได้ใช้แนวคิดการบูรณาการประสาทความรู้สึก (SENSORY INTEGRATION THEORY) เป็น
แนวทางพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่สาหรับบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเห็น
ระดับปฐมวัย ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรม 12 กิจกรรม เรียงลาดับตามพัฒนาการกล้ามเน้ือมัดใหญ่ โดยได้จัด
กิจกรรมนี้เพื่อพัฒนาการด้านร่างกายและเคลื่อนไหวระดับปฐมวัยในมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมาย
การจัดการศึกษาของบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเห็นระดับปฐมวัย ซึ่งจะต้องมีความพร้อมด้านร่างกาย
สตปิ ญั ญา อารมณ์ และวิชาการ

3

ตัวช้วี ดั 2. คุณภำพขององค์ประกอบในนวัตกรรม
รำยกำรประเมิน 1. วัตถปุ ระสงค์ เปา้ หมายของนวัตกรรมสอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการพัฒนา

2. ความสมบูรณใ์ นเนือ้ หาสาระของนวัตกรรม
3. ความถกู ต้องตามหลกั วชิ า

นวัตกรรมที่จัดทาคร้ังนี้ คือ ชดุ กิจกรรมการรบั ความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหว จานวน 12 กิจกรรม
มวี ัตถปุ ระสงค์ เพ่ือนาไปใช้เปน็ เครือ่ งมือพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของบุคคลท่ีมคี วาม
บกพร่องทางการเหน็ ระดบั ปฐมวยั โดยกาหนดนยิ ามและขอบเขตการศึกษา ดงั น้ี

วัตถุประสงคข์ องกำรศึกษำ

1. เพ่ือหาประสิทธภิ าพของชุดกจิ กรรมการรบั ความรู้สกึ ทรงตัวและการเคล่ือนไหว จานวน 12 กจิ กรรม
โดยใชเ้ กณฑ์ประสิทธภิ าพ 80/80 โดยจดั ทาเปน็ แผนการจัดการเรยี นรจู้ านวน 12 แผน

2. เพอื่ ศึกษาความสามารถในการใช้กลา้ มเนอื้ มัดใหญ่ของบุคคลทมี่ คี วามบกพรอ่ งทางการเห็น
ระดับปฐมวยั กลุม่ เป้าหมายโดยใช้กจิ กรรมการรบั ความร้สู ึกทรงตวั และการเคลื่อนไหว
จานวน 12 กิจกรรม

นิยำมศัพทเ์ ฉพำะ
1. บคุ คลทีม่ ีความบกพรอ่ งทางการเหน็ หมายถึง นักเรียนที่มองเหน็ เลือนรางจนถึงตาบอดสนทิ ซง่ึ

ศกึ ษาในชน้ั ระดบั ปฐมวยั ในปีการศกึ ษา 2560
2. การใชก้ ลา้ มเน้ือมดั ใหญ่ หมายถงึ ความสามารถในการทรงตวั และการเคล่ือนไหวในกิจกรรม

การยืน การเดิน การวง่ิ และการกระโดด
3. ชุดกิจกรรมการรบั ความรู้สึกทรงตวั และการเคล่ือนไหว หมายถึง กิจกรรมส่งเสริมการใช้

กล้ามเนื้อมัดใหญ่แก่เด็กท่ีมีความบกพร่องทางการเห็น ซึ่งสร้างขึ้นโดยอาศัยแนวคิดการบูรณาการ
ประสาทรบั ความรสู้ กึ ของ ดร.แอร์ (Ayre’s sensory integration approach) จานวน 12 กิจกรรม

ขอบเขตของกำรศกึ ษำ
1.ขอบเขตดำ้ นประชำกรและกล่มุ เป้ำหมำย คอื นักเรยี นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเหน็ ระดบั

ปฐมวัย ปีการศกึ ษา 2560 ณ โรงเรยี นสอนคนตาบอดภาคเหนอื ในพระบรมราชินูปถมั ภ์ จงั หวัดเชียงใหม่ ซ่งึ มี
คณุ สมบตั ิ ดังน้ี

1.1. ได้รบั การวนิ ิจฉัยว่าเปน็ บุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเหน็
1.2. มอี ายุปฏิทิน (Chronological age) ระหวา่ ง 4-12 ปี
1.3. มีทักษะกลา้ มเนื้อมัดใหญอ่ ยูใ่ นระดับปรับปรงุ หรือพอใช้จากการทดสอบด้วยแบบทดสอบทักษะ
กลา้ มเน้อื มดั ใหญ่ที่ผูศ้ ึกษาพัฒนาขนึ้
1.4. ไดร้ บั การคดั กรองการบูรณาการประสาทความรู้สึกดว้ ยแบบคัดกรองการบรู ณาการ
ประสาทความรู้สึกฉบบั ย่อของ นันทณี เสถยี รศักดิพ์ งศ์ (2549) แล้วพบวา่ มีความบกพรอ่ งด้านการตอบสนอง
ตอ่ การเคลอื่ นไหว (Movement sensitivity) และด้านมีพลังงานนอ้ ย ไมแ่ ข็งแรง (Low energy/Weak)
1.5. ผู้ปกครองอนญุ าตใหเ้ ข้าร่วมศกึ ษา

4

2. ขอบเขตด้านเน้ือหา
2.1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรตู้ ามแนวคิดการบูรณาการประสาทความรู้สึก
2.2. การพัฒนากลา้ มเนื้อมัดใหญ่ของบุคคลท่มี คี วามบกพรอ่ งทางการเห็น ระดบั ปฐมวัย

3. ขอบเขตด้านตวั แปร
ตัวแปรต้น คือ ชุดกิจกรรมการรบั ความรู้สึกทรงตวั และการเคล่ือนไหว จานวน 12 กิจกรรม
ตวั แปรตาม คือ ความสามารถในการใช้กลา้ มเน้อื มดั ใหญ่ในการยืน การเดิน การวิ่ง การกระโดด

4. ขอบเขตด้านเวลา
การศกึ ษาครั้งน้ี ได้ดาเนินการทดลองฝกึ เป็นรายบุคคล ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2560

ใชเ้ วลาคนละ 30 นาที ฝึกทกุ วันจนั ทร์ถงึ วันศุกร์ ต้งั แต่วันท่ี 15 มกราคม 2561 – 2 มนี าคม 2561
เป็นเวลา 7 สัปดาห์ รวมทงั้ สน้ิ จานวน 35 ครงั้

ตวั ชี้วัด 3. กำรออกแบบนวัตกรรม
รำยกำรประเมิน 1. มแี นวคิด ทฤษฎีรองรบั อย่างสมเหตุสมผล สามารถอ้างองิ ได้

2. แนวคดิ ทฤษฎที ี่ระบุมีความเป็นไปไดใ้ นการพฒั นานวัตกรรมใหส้ มั ฤทธิ์ผล
3. นวตั กรรมมีความสอดคล้องตามแนวคดิ ทฤษฎที ร่ี ะบุ

นวัตกรรมชุดกิจกรรมการรับความรสู้ ึกทรงตัวและการเคลอื่ นไหว ได้ออกแบบตามแนวคิดการบูรณาการ
ประสาทความรสู้ กึ ของ ดร.แอร์ (Ayre’s sensory integration theory) ซง่ึ เป็นแนวคิดท่ีอธบิ ายกระบวนการ
ใช้ประสาทการรับความรูส้ ึกเพ่ือรับรู้ข้อมูลจากระบบการรับสัมผัสต่าง ๆ ท้ัง 7 ชนิด ได้แก่ ระบบการมองเห็น
(visual system) ระบบการได้ยิน (auditory system) ระบบการดมกลิ่น (Smell system) ระบบการล้ิมรส
(gustatory system) ระบบการรับสัมผัสทางกาย (tactile system) ระบบการรับรู้เอ็นและข้อต่อ
(proprioceptive system) และระบบเวสติบูล่าร์ (vestibular system) (Aryes, 2005; DeGangi, 1998)
ในแต่ละช่องทางการรับความรู้สึกจะมีการทางานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน รวบรวมเป็นข้อมูลเบื้องต้นมา
ประมวลผลในสมองและตอบสนองอย่างมีความหมาย (Linda & Stephens, 2001; Smith & Levack, 2007)
นอกจากนี้แนวคิดบูรณาการประสาทความรู้สึกของ ดร.แอร์ ยังได้อธิบายกระบวนการรับรู้ทางประสาทรับ
ความรู้สึกท่ีเก่ียวข้องกับทักษะการใช้กล้ามเน้ือมัดใหญ่ในการเคล่ือนไหวของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการ
เห็น คือ ระบบการรับรู้เอ็นและข้อต่อ (Proprioceptive system) และระบบเวสติบูล่าร์ (vestibular
system) ซ่ึงเป็นประสาทการรับรู้การทรงตัว การทรงท่า และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ
ซึ่งกิจกรรมพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย เช่น การเดิน ว่ิง กระโดด ต่างต้องอาศัยความสามารถใน
การทรงตัว การรับรู้ท่าทางของร่างกายผ่านการรับความรู้สึกท้ังสองดังกล่าวในการใช้ทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่
(Aryes, 2005; Strickling, 1998)

กระบวนการบูรณาการประสาทความรู้สึกมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามลาดับขั้นตอน
เช่น ความสามารถในการทรงท่าต้านแรงดึงดูดของโลกในท่านอนคว่า นอนหงาย การพลิกตะแคง ไปสู่การ
นั่ง การยืน การเดิน การกระโดด ปัญหาการใช้ทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กอาจเกิดข้ึนในข้ันตอนใด
ขั้นตอนหน่ึงของการประมวลผลการรับความรู้สึกเมื่อมีปัญหาในลาดับขั้นตอนใด ก็จะส่งผลต่อขั้นตอน
พฒั นาการต่อไปได้ (สร้อยสุดา วิทยากร, 2550: 14) การรับความรู้สึกท่ีเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการ
ทรงท่าของร่างกายเป็นการรับความรู้สึกของเอ็น ข้อต่อ และกล้ามเน้ือ (Proprioception system)
และทางานรว่ มกับระบบเวสติบลู าร์ (vestibular system) (Aryes, 2005) การให้เดก็ ได้รับการกระตนุ้ อย่าง
เพียงพอ จะมผี ลต่อพัฒนาการที่เกีย่ วข้อง การขาดการกระตนุ้ แม้เพยี งเล็กน้อยสามารถส่งผลใหพ้ ัฒนาการช้า

5

ลงกว่าปกติ ทั้งในด้านการเคล่ือนไหว การรับความรู้สึก ทักษะทางสังคมและสติปัญญา ดังน้ันการจัด
สภาพแวดล้อมให้มีสิ่งเร้าท่ีเหมาะสมในช่วงสาคัญของพัฒนาการเด็กมีผลกระทบอ ย่างมากต่อความสามารถ
ของเด็ก (พศิ กั ด์ิ ชนิ ชัย, 2560)

เด็กท่ีมีความบกพร่องทางการเห็นน้ัน หากมีความบกพร่องทางด้านพัฒนาการด้านร่างกายแล้ว
น้ัน จะทาให้เด็กขาดโอกาสเรียนรู้และมีพัฒนาการล่าช้าย่ิงข้ึน เนื่องจากการเคล่ือนไหว การใช้ร่างกายใน
การสารวจสง่ิ แวดล้อม เป็นพฒั นาการเบอื้ งต้นท่จี ะนาไปสู่การเรียนรู้ด้านอืน่ ๆ (พรพไิ ล เลิศวิชา, 2550, สิริ
มา ภิญโญ อนนั ตพงษ,์ 2553)

เม่ือข้าพเจ้าได้ประเมินเด็กด้วยด้วยแบบคัดกรองการบูรณาการประสาทความรู้สึกฉบับย่อ (Short
sensory profile) ฉบับภาษาไทยของนันทณี เสถียรศักด์ิพงศ์ (2549) ซึ่งเป็นแบบคัดกรองมาตรฐานในการ
ระบุความบกพร่องของการบูรณาการประสาทรับความรู้สึก พบว่า บุคคลท่ีมีบกพร่องทางการเห็น ระดับ
ปฐมวัย ซ่ึงเป็นกลุ่มเป้าหมาย มีความบกพร่องด้านการตอบสนองต่อการเคล่ือนไหวผิดปกติ และมีพลังงาน
นอ้ ย ไม่แข็งแรง ซ่ึงเป็นข้อบ่งชี้ว่ามีความบกพร่องในระบบกล้ามเน้ือ เอ็นและข้อต่อ และระบบการทรงตัว ซ่ึง
ส่งผลต่อพัฒนาการด้านกลา้ มเนอ้ื มัดใหญ่ (Dunn, 1999) อีกทั้งเม่ือประเมินความสามารถพ้ืนฐานของเดก็ ตาม
หลักสูตรปฐมวัย 2551 ของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนอื ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ (ฉบับ
แกไ้ ขปรับปรุง 2554) ร่วมกบั ครปู ระจาช้ันพบวา่ เด็กขาดทักษะทรงตวั เคลอ่ื นไหวไม่คล่องแคล่วตามวัย กังวล
เร่อื งความปลอดภัย และขาดการสารวจส่งิ แวดล้อม

ข้าพเจ้าจึงได้ใช้แนวคิดการบูรณาการประสาทความรู้สึกของ ดร.แอร์ ด้านการพัฒนา ระบบการรับรู้
เอ็นและข้อต่อ (Proprioceptive system) และระบบการทรงตัว (vestibular system) ซ่ึงเป็นระบบที่ช่วย
ในการรับรู้ การทรงท่าและการเคลื่อนไหวร่างกายมาพัฒนาเป็นชุดกิจกรรมเพื่อนามาใช้พัฒนาทักษะ
ความสามารถในการใช้กล้ามเน้ือมัดใหญ่แก่เดก็ บกพร่องทางการเห็น เพอื่ แก้ปัญหาด้านทักษะการใช้กล้ามเน้ือ
มดั ใหญ่ การเคล่อื นไหว ใหต้ รงตามปัญหาทีไ่ ด้จากการวเิ คราะหผ์ เู้ รยี น

ตวั ชว้ี ัด 4.ประสทิ ธภิ ำพของนวตั กรรม

รำยกำรประเมนิ 1. กระบวนการหาประสทิ ธิภาพของนวตั กรรมถูกตอ้ งตามหลกั วชิ า
2. นวตั กรรมมีประสทิ ธิภาพตามเกณฑท์ ี่กาหนดวิธีการหาประสิทธภิ าพของนวตั กรรม
3. ครอบคลุมในดา้ นเนื้อหาวชิ า (Content validity) และโครงสรา้ ง (Construct validity)

กำรสร้ำงและหำประสิทธิภำพของชดุ กิจกรรมกำรรบั ควำมร้สู ึกและกำรเคล่ือนไหว

1. ศึกษาหลักสตู รสาหรบั ผู้เรียนปฐมวยั ปี พ.ศ 2546
2. ศึกษาแนวคิดแนวคิด วิธกี าร การบรู ณาการประสาทความรูส้ กึ ของแอร์ (Ayre’s Sensory Integration
approach)
3. ศึกษาวธิ ีการพฒั นาชดุ กจิ กรรม ชดุ สือ่ การสอน ชดุ การเรียน
4. ออกแบบชดุ กจิ กรรมการรบั ความรู้สกึ และการเคล่ือนไหวโดยอา้ งอิงแนวคิดในข้อ 3.2.2 และจัดทาแผนการจัด
ประสบการณ์ควบคู่กนั
5. นาชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคล่ือนไหวเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 ท่าน ซึ่งมีความรู้
ความเช่ียวชาญ ในทฤษฎี แนวคิด การรับความรู้สึกและการเคลื่อนไหว และผู้เช่ียวชาญที่มีประสบการณ์การ
สอนในเด็กบกพร่องทางการเห็น และมีความรู้ด้านปฐมวัย เพ่ือตรวจสอบความเที่ยงตรงด้านเน้ือหาว่าชุด
กิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคล่ือนไหวที่พัฒนาข้ึน สามารถนาไปใช้พัฒนาการใช้กล้ามเน้ือมัด

6

ใหญ่ได้ โดยหาความสอดคล้องระหว่างชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคล่ือนไหวกับทักษะ
ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ด้วยวิธีหาค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC (Item Objective
Congruency INDEX) กาหนดเกณฑ์การพจิ ารณา คือ

- เหน็ ว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1

- ไมแ่ น่ใจ ให้คะแนน 0

- เหน็ ว่าไมส่ อดคลอ้ ง ใหค้ ะแนน -1

ซึ่งกาหนดเกณฑ์การยอมรับคุณภาพในแต่ละข้อ ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 0.50 ในระหว่างขั้นตอนน้ี

ผู้เช่ียวชาญได้เสนอแนะกิจกรรมเพ่ิมจากจานวน 10 กิจกรรมเป็นจานวน 12 กิจกรรมให้เหมาะสมกับจานวน

รายการการประเมินและทักษะที่ต้องการทดสอบโดยใช้แบบทดสอบกล้ามเน้ือมัดใหญ่ และปรับช่ือกิจกรรม

นาขอ้ มลู มาหาคา่ ดัชนคี วามสอดคล้องได้เทา่ กับ 0.95

6. นาชุดกิจกรรมท่ีผ่านการหาค่าความเท่ียงตรงด้านเนื้อหามาจัดทาแผนการจัดประสบการณ์ จานวน 12 แผน
แล้วเสนอต่อผู้เช่ียวชาญจานวน 5 ท่านซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในการจัดกิจกรรมตามทฤษฎี แนวคิด
บรู ณาการประสาทความรู้สึกและเคลื่อนไหว และมปี ระสบการณ์การสอนในเด็กบกพร่องทางการเห็น ประเมิน
คณุ ภาพของแผนโดยใช้มาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดับ มกี ารให้คะแนน ดงั นี้

- เหมาะสมทส่ี ดุ ให้ ให้ 5 คะแนน
- เหมาะสมมากให้ ให้ 4 คะแนน
- เหมาะสมปานกลาง ให้ 3 คะแนน
- เหมาะสมนอ้ ย ให้ 2 คะแนน
- เหมาะสมนอ้ ยท่ีสุด ให้ 1 คะแนน
นาคะแนนที่ได้ไปคานวณหาค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน โดยยอมรับคุณภาพแต่ละข้อมีค่าเฉลี่ย
ไม่น้อยกว่า 3.50 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่เกิน 1.00 ไดค้ ่าเฉล่ียรวม 4.36 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
รวมเฉลี่ยเท่ากับ 5.54 โดยมีคาแนะนาให้ปรับจุดประสงค์ให้ชัดเจนข้ึน และจัดกิจกรรมตามลาดับขั้น
พฒั นาการของร่างกาย

7. นาแผนการจัดประสบการณ์ของชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหว มาทดลองใช้เป็น
รายบุคคล โดยทดลองกับนักเรียนมีอายุระหว่าง 4-12 ปี ซ่ึงศึกษาในระดับชั้นอนุบาล 2 ในภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2560 จานวน 3 คน โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ ฯ ผู้ศึกษาทาการทดลองด้วยตนเอง จาก
การทดลองใชแ้ ละสอบถามความเขา้ ใจของนักเรียนในข้นั น้ี พบว่า นักเรยี นปฏบิ ัตติ ามขนั้ สอนการสอนได้ โดย
เพิ่มคาบอก คาส่ังให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้นและควรพิจารณาเลือกความเหมาะสมของอุปกรณ์ให้เหมาะกับ
ขนาดของตัวเด็ก และข้ันตอนน้ียังทาให้ทราบว่า ควรจัดกิจกรรมไม่เกินเวลา 30 นาที เนื่องจากนักเรียนจะ
หมดความสนใจและร้สู กึ ลา้ นาขอ้ มลู มาหาคา่ ประสิทธิภาพของชดุ กจิ กรรมได้ E1/E2เทา่ กับ 73.60/74.99

8. นาแผนการจัดประสบการณ์ของชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหว มาทดลองใช้กับ
กลุ่มเล็ก ซึ่งเปน็ นักเรียนระดับชั้นปฐมวัย ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดลาปาง ปีการศึกษา
2560 จานวน 6 คน อายุระหว่าง 4- 12 ปี โดยประสานขอความร่วมมือกับโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด
ลาปาง ซึ่งมีนักเรียน สถานที่ และอุปกรณ์การฝึกใกล้เคียงกับโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ ฯ ทดลองใช้
กับนักเรียนจานวน 6 คน โดยผู้ศึกษาทาการทดลองร่วมกับครูผู้สอนระดับปฐมวัยในโรงเรียน ผลการทดลอง
ใช้ในขั้นนี้ ทาให้ทราบว่าสามารถปรับเปล่ียนกิจกรรมข้นั เตรียมความพร้อมนักเรียนได้ตามบริบทของโรงเรียน
นาข้อมลู มาหาค่าประสิทธภิ าพของชดุ กจิ กรรมได้ E1/E2 เท่ากับ 81.25/82.63

7

9. นาแผนการจัดประสบการณ์ของชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหว มาทดลองใช้กับ
กลุ่มใหญ่ ซง่ึ เป็นนักเรียนระดับชนั้ ปฐมวัย โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดแม่สาย จงั หวดั เชียงราย จานวน 9 คน
อายุระหว่าง 4- 12 ปี โดยประสานขอความร่วมมือกับโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดแม่สาย ซึ่งมีนักเรียน
สถานท่ี และอุปกรณ์การฝึกใกล้เคียงกับโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ ฯ นาชุดกิจกรรมไปทดลองใช้กับ
นักเรยี นจานวน 9 คนโดยผศู้ ึกษาทาการทดลองรว่ มกบั ครผู ู้สอนระดับปฐมวัยใน ในขั้นตอนน้ีมกี ารปรับวิธกี าร
สอนได้ตามความถนัดของครูผู้สอน โดยยังคงหลักการตามจุดประสงค์กิจกรรม นาข้อมูลมาหาคา่ ประสิทธิภาพ
ของชดุ กิจกรรมได้ E1/E2 เท่ากบั 82.40/81.94

10. นาชุดกิจกรรมท่ผี ่านการหาประสิทธภิ าพตามขั้นตอนแล้ว นามาใช้กับกลุ่มเปา้ หมายจริงกับนกั เรียนระดับ
ปฐมวัยของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือฯ ระดับช้ันอนุบาล 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560
จานวน 3 คน

สรุปคำ่ ประสทิ ธภิ ำพ ดงั ตำรำง

ตารางแสดง ผลการวิเคราะห์คา่ ประสิทธภิ าพของชุดกิจกรรมการรบั ความรู้สึกทรงตัวและการเคล่ือนไหว

รำยกำร คำ่ ประสทิ ธิภำพ E1/E2
การทดลอง 1 : 1 (3 คน) 73.60/74.99
การทดลองกลมุ่ เล็ก (6 คน) 81.25/82.63
การทดลองกลุม่ ใหญ่ (9 คน) 82.40/81.94

จากตาราง แสดงค่าประสิทธภิ าพชดุ กิจกรรมการรับความรูส้ กึ ทรงตัวและการเคลื่อนไหว สุดท้ายได้
เท่ากบั 82.40/81.94 สงู กว่าเกณฑท์ ก่ี าหนด (E1/E2: 80/80)

8

องค์ประกอบท่ี 2 ควำมมีประโยชน์

ตวั ชี้วัด 1. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำหรอื พฒั นำ
รำยกำรประเมนิ 1. สอดคล้องตามวตั ถปุ ระสงค์และเป้าหมายที่ระบุได้ครบถว้ น

2. แกป้ ญั หาหรอื พัฒนาไดต้ รงตามกลุม่ เป้าหมาย
3. นาไปประยุกต์ใชใ้ นสภาพบริบทที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
นวัตกรรมชดุ กจิ กรรมการรับความรูส้ กึ ทรงตัวและการเคลอ่ื นไหว ออกแบบชุดฝกึ กจิ กรรมตามหลักการทาง
วชิ าการ โดยผ่านผ้เู ชยี่ วชาญ คือ นกั กจิ กรรมบาบัด นักกายภาพบาบัด ครูปฐมวัย จานวน 5 ทา่ น ตรวจสอบ
องค์ประกอบของชดุ ฝึก ทาให้ไดช้ ุดฝกึ ทมี่ ีคณุ ภาพ สามารถนาไปใช้กบั กลมุ่ เป้าหมาย คือ เดก็ บกพรอ่ งทางการ
เห็นท่ีมีลักษณะปัญหาใกลเ้ คยี งกันได้ จากการนาชุดฝึกไปทดลองใช้และเผยแพรแ่ ก่โรงเรียนทจี่ ดั สอนแกเ่ ด็ก
บกพร่องทางการเห็น
ภำพตวั อย่ำงกำรทดลองกลุ่มเลก็ โรงเรยี นกำรศึกษำคนตำบอดลำปำง จังหวดั ลำปำง

ภำพตวั อยำ่ ง กำรทดลองกลมุ่ ใหญ่
โรงเรียนกำรศึกษำคนตำบอดแม่สำย จังหวัดเชียงรำย

9

ตวั ชีว้ ัด 2. ประโยชน์ตอ่ บคุ คล
รำยกำรประเมิน 1. ผลงานสง่ ผลใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ผูเ้ รียน

2. ผลงานสง่ ผลให้เกิดประโยชน์ตอ่ เพื่อนครู
3. ผลงานส่งผลใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา

นวัตกรรมชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหว ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการ
เคล่ือนไหวและการใช้กล้ามเน้ือมัดใหญ่ของเด็กบกพร่องทางการเห็น เพื่อการแก้ไขปัญหาความบกพร่องได้
โดยตรง ผู้เรียนจึงได้รับประโยชน์จากการท่ีครูมีชุดกิจกรรมไปใช้ฝึกฝน และครูผู้สอนท่ีเก่ียวข้องมีความพึง
พอใจในชุดกิจกรรม ทาให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางพัฒนาการสูงข้ึน และมีความสะดวกต่อการจัดการของ
ผ้บู ริหารสถานศึกษาได้มากข้ึน

10

ตวั ชวี้ ดั 3.ประโยชน์ต่อหนว่ ยงำน
รำยกำรประเมนิ 1. ผลงานสง่ ผลใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อสถานศกึ ษา

2. ผลงานส่งผลใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ วงการวชิ าชพี
3. ผลงานส่งผลให้เกิดประโยชนต์ อ่ ชุมชน

นวัตกรรมนเี้ ปน็ การตอบสนองความต้องการของสถานศึกษาและชุมชนโดยตรง ซงึ่ นโยบายของโรงเรยี น
คอื เปน็ แหล่งเรียนรสู้ าหรับเด็กท่มี ีความบกพรอ่ งทางการเห็น ระดับอาเซยี น ซ่ึงงานวิจัยนวัตกรรมนีไ้ ด้ไป
นาเสนอ ณ การประชมุ วิจัยการศึกษาพเิ ศษนานาชาติอาเซียนคร้ังที่ 2 ณ เมืองคุชชงิ่ เกาะซาราวกั ประเทศ
มาเลเซียระหว่างวนั ท่ี 1-3 สงิ หาคม ยกระดับมาตรฐานการวจิ ยั ในชนั้ เรียนทส่ี ่งผลตอ่ ผเู้ รียนโดยตรง และ
สง่ เสรมิ วิชาชีพด้านการศึกษาพเิ ศษ

11

องค์ประกอบที่ 3 ควำมคิดริเรมิ่ สร้ำงสรรค์

ควำมคิดรเิ ร่มิ สร้ำงสรรค์

ตัวช้วี ดั 1. ควำมแปลกใหม่ของนวัตกรรม
รำยกำรประเมนิ 1. เกดิ จากแนวคดิ แปลกใหมไ่ ม่เคยมีปรากฏมาก่อน

2. เปน็ การพฒั นาต่อยอดจากแนวคิดเดิม
3. มีการปรบั ปรงุ จากแนวคิดเดมิ และนามาพัฒนาใหม่
นวัตกรรมน้ีเป็นรูปแบบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ทีอ่ อกแบบชุดฝึกกิจกรรมโดยเพ่ิมองคค์ วามรูเ้ พื่อการ
วิเคราะห์ศักยภาพผู้เรียน จากพื้นฐานด้านสรีรวิทยา ประสาทวิทยาท่ีส่งผลต่อพัฒนาการ โดยอาศัยทฤษฎี
กิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ (กิจกรรมบาบัด) คือ ทฤษฎีการบูรณาการประสาทความรู้สึก
ของ ดร.แอร์ (Aryes, 2005) รว่ มกบั ทฤษฎีพฒั นาการของกเี ซลและเพยี เจต์ ผสมผสานกับการเทคนิคการการ
จดั การเรียนการสอนของวิชาชีพครูในการจัดทาแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ประกอบชุดฝึก ซึ่งมีความ
เกี่ยวข้องสอดคล้องกันจึงเป็นชุดกจิ กรรมท่ีแก้ปัญหาได้ตรงตามความจาเปน็ เน่อื งจากการฝึกทักษะกล้ามเนื้อ
มัดใหญ่แบบซ้าๆตามวัตถุประสงค์ในหลักสูตรจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะปัญหาการเคล่ือนไหวหรือ
การใช้ทักษะกล้ามเน้ือมัดใหญ่ของเด็กบกพร่องทางการเห็นเกิดจากการขาดการรับรู้จากการเห็น (visual
information) ทาให้นักเรียนขาดกระบวนการรับส่งข้อมูลจากส่ิงเร้ามากระตุ้นประสาทสัมผัสให้เกิดการ
เคล่ือนไหว ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ในชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกและการเคล่ือนไหวเป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้
นักเรียนได้ใช้ประสาทรับรู้เก่ียวกับการเคลื่อนไหว เน่ืองจากพัฒนาการของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการ
เห็นจะเกิดข้ึนผ่านการบูรณาการ หรือการประสานกันระหว่างประสาทการรับรู้ (sensory) กับระบบการ
เคลื่อนไหว (motor) การรับความรู้สึกทเ่ี กี่ยวข้องกับการเคล่อื นไหวและการทรงท่าของร่างกาย เป็นการรับ
ความรู้สึกของเอ็น ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ (Proprioception system) และทางานร่วมกับระบบเวสติบูลาร์
(vestibular system) การท่ีนักเรียนได้รับการกระตุ้นอย่างเพียงพอผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาตามหลัก
การบูรณาการประสาทความรู้สึก จึงทาให้นักเรียนมีพัฒนาการทักษะกล้ามเน้ือมัดใหญ่มากขึ้น โดยชุด
กจิ กรรมการรบั ความรู้สึกและการเคลื่อนไหวทงั้ 12 กิจกรรม ได้ส่งเสริมทกั ษะพ้ืนฐานของการใช้กล้ามเนื้อมัด
ใหญ่ผ่านระบบการรับรู้การทรงตัว ระบบกล้ามเน้ือ เอ็นและข้อ ทาให้เกิดทักษะการทรงตัว ทักษะ
สหสมั พนั ธ์ของร่างกายทง้ั สองซีก และการใชร้ า่ งกายในการเคลอื่ นไหว ในการกระโดด การว่ิง ตามพฒั นาการ
และจุดมงุ่ หมายของหลักสตู ร

กรอบแนวคิดกำรศึกษำ

ชดุ กจิ กรรมกำรรบั ควำมรสู้ ึกทรงตัวและกำรเคลื่อนไหว
โดยใชแ้ นวคดิ กำรบรู ณำกำรประสำทควำมรสู้ ึกเป็นฐำน

จำนวน 12 กจิ กรรม

ควำมสำมำรถในกำรใชก้ ลำ้ มเนื้อมัดใหญ่
ในกำรยืน กำรเดนิ กำรว่ิง และกำรกระโดด

12

ตัวช้ีวดั 2. จุดเด่นของนวัตกรรม
รำยกำรประเมนิ 1. ผลงานมจี ดุ สนใจ นา่ สนใจ สะท้อนถึงการมแี นวคิดใหม่

2. ใช้ง่าย สะดวก
3. ลงทุนน้อย

นวัตกรรมชุดกิจกรรมการรับความรู้สึกทรงตัวและการเคลื่อนไหว มีแผนการจัดประสบการณ์ประกอบ

ชุดฝึก เป็นเอกสารรูปเล่มพร้อมภาพประกอบท่ีสะดวก ครูมีความคุ้นเคยในการใช้ และง่ายต่อการเผยแพร่

ลงทนุ เพยี งการจดั พิมพ์เอกสาร ใชง้ า่ ย สะดวก สามารถเผยแพร่ทางอเิ ลคโทรนิคได้ ( pdf.file)

ตัวช้ีวัดรว่ ม องค์ประกอบท่ี 1 ผลที่เกดิ กบั ผเู้ รียน

ตวั ชวี้ ดั ผลทเี่ กิดกับผูเ้ รียน 1.1 ด้ำนคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
รำยกำรประเมนิ 1. นักเรยี นผา่ นการประเมินดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ครบทงั้ 8 คดิ เป็นรอ้ ยละ 100

2. นักเรยี นประพฤติ ปฏิบัติตนตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ทเ่ี ปน็ จุดเนน้ ของสถานศึกษา
ไดค้ รบทุกข้อคิดเปน็ ร้อยละ 100

3. นกั เรยี นไดร้ ับรางวลั /การยกย่องเชดิ ชูเกยี รต/ิ ประกาศชมเชย จากหนว่ ยงาน/องค์กรระดับ
เขต/ระดบั จังหวัด

จากการท่ขี ้าพเจ้าได้ปฏิบัตหิ น้าท่ีครูพิเศษ กล่มุ ระดับปฐมวัย ข้าพเจ้าจงึ มีส่วนรว่ มในการส่งเสริม
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผเู้ รียนผ่านกจิ กรรมการเรยี นการสอน เช่น กิจกรรมด้านจรยิ ธรรม กิจกรรมด้าน
ทกั ษะทางสังคม กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ เปน็ ตน้ เด็กจึงไดร้ ับการพัฒนาคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ตามระดับ
ปฐมวัย จานวน 12 มาตรฐาน จากการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์และทักษะชีวิต
ประเมินผลการพฒั นาผู้เรยี นในรอบ 2 ปี ดงั น้ี

- ปีการศึกษา 2560 จานวนเดก็ 5 คน ผา่ นเกณฑ์ 5 คน
- ปกี ารศึกษา 2561 จานวนเด็ก 4 คน ผ่านเกณฑ์ 4 คน

มำตรฐำนคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ ระดับปฐมวัย
1. พัฒนำกำรด้ำนร่ำงกำย

มาตรฐานที่ 1 ร่างกายเจรญิ เตบิ โตตามวยั และมสี ุขนิสัยทด่ี ี
มาตรฐานท่ี 2 กลา้ มเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเลก็ แขง็ แรง ใช้ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ และประสานสัมพนั ธก์ ัน
2. พฒั นำกำรดำ้ นอำรมณ์
มาตรฐานท่ี 3 มีสขุ ภาพจิตดี และมคี วามสขุ
มาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี การเคลือ่ นไหว
มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จรยิ ธรรมและมีจติ ใจที่ดงี าม
3. พฒั นำกำรด้ำนสังคม
มาตรฐานท่ี 6 มที ักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มาตรฐานที่ 7 รกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม และความเป็นไทย
มาตรฐานท่ี 8 อยูร่ ว่ มกับผูอ้ ่ืนได้อย่างมีความสุข และปฏบิ ัติตนเปน็ สมาชกิ ที่ดีของสังคมในระบอบ
ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ
4. พัฒนำกำรด้ำนสตปิ ญั ญำ
มาตรฐานที่ 9 ใชภ้ าษาส่อื สารไดเ้ หมาะสมกับวัย
มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดทเ่ี ปน็ พ้ืนฐานในการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี 11 มจี ินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์
มาตรฐานที่ 12 มีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเรยี นรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ไดเ้ หมาะสมกบั วัย

13

ผลกำรประเมินคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ ตำมมำตรฐำนระดับปฐมวยั

- ปีการศึกษา 2560 จานวนเด็ก 5 คน ผา่ นเกณฑ์ 5 คน

ชัน้ /กลมุ่ สำระ จำนวนนักเรยี น จำนวนคุณลักษณะ คะแนนเฉลีย่ ผลกำรประเมิน รอ้ ยละ
เข้ำสอน(คน) ทพ่ี ึงประสงค์ (ข้อ) ร้อยละ (คน) ผ่ำน ไม่ผ่ำน

ผำ่ น ไมผ่ ่ำน

ปฐมวัย 5 12 ข้อ 100  - 100

- ปกี ารศึกษา 2561 จานวนเด็ก 4 คน ผา่ นเกณฑ์ 4 คน

ชัน้ /กลุม่ สำระ จำนวนนกั เรยี น จำนวนคณุ ลักษณะ คะแนนเฉล่ีย ผลกำรประเมิน รอ้ ยละ
เขำ้ สอน(คน) ท่พี ึงประสงค์ (ข้อ) ร้อยละ (คน) ผ่ำน ไมผ่ ่ำน

ผำ่ น ไมผ่ ่ำน

ปฐมวัย 4 12 ข้อ 100  - 100

ตวั ช้วี ัด ผลทีเ่ กิดกบั ผ้เู รยี น
1.2 ผลงำน/ชน้ิ งำนภำระงำน/ผลกำรปฏบิ ตั ิงำน
1.3. กำรเผยแพรผ่ ลงำนนกั เรียน
1.4 กำรได้รบั รำงวัล/ยกยอ่ งเชดิ ชู

ขา้ พเจ้าเปน็ ครผู ู้ฝกึ สอนนักเรียนร่วมกับครูประจาช้ันปฐมวัย ในกิจกรรมการแข่งขนั ป้ันดนิ นา้ มันปฐมวัย
ประเภทความบกพร่องทางการเห็น การแชง่ ขันงานศิลปหัตถกรรมครงั้ ที่ 66 และ 67 ใหน้ ักเรียนระดบั ปฐมวัย
ได้แสดงความสามารถ และได้ร่วมแข่งขันกิจกรรมการใช้ส่ือสร้างสรรค์คื BIIXPOP เพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ
ส่งผลให้ท้ังนักเรียนและครู มีผลงานเผยแพร่ และได้รบั รางวลั ดงั น้ี

รำงวัลทไ่ี ด้รบั

ปกี ำรศกึ ษำ รำยช่ือนักเรียน กจิ กรรมกำรแข่งขนั ป้นั ดินน้ำมัน ระดบั ปฐมวัย
2560 (ครั้งที่ 67)
2561 (ครง้ั ที่ 68) ด.ช.วรดร เนตรทิพย์ ระดับภำค ระดับชำติ
2561 (คร้งั ที่ 1) ด.ญ.ณัฐนิชา บุตรดา
ด.ญ.มินตรา แย้มเมล์ เหรียญทอง เหรียญเงิน
ด.ญ.ปรญิ ญา ยป่ี า๋
นร.ระดับประถมศึกษาตอนต้น เหรยี ญทอง

รางวัลชมเชยการแขง่ ขนั โอลิมปิกบลกิ ป็อพ

14
รำงวัลทำงกำรศกึ ษำที่นักเรยี นและครูได้รับ

นักเรียนไดแ้ สดงผลงานเชงิ ประจักษ์ดา้ นการใชท้ กั ษะกลา้ มเนอื้ มดั เลก็ และสตปิ ญั ญา
รับเกยี รตบิ ตั รครูผู้ฝึกสอนกจิ กรรมปั้นดนิ น้ามันระดับปฐมวยั

15

นกั เรียนได้แสดงความสามารถด้านทักษะกลา้ มเนือ้ มดั ใหญ่ สติปญั ญา และประสาทสมั ผัส
การแขง่ ขันโอลมิ ปิก บลกิ ป็อพ ครั้งท่ี 1 (บันทึกเปน็ วดิ ที ัศน์ สง่ ประกวด)

16

รบั รางวัลชมเชย การแขง่ ขนั โอลิมปิกบลกิ ป็อพ
วันอังคารท่ี 8 มกราคม 2562 ณ โรงเรยี นแพร่ปัญญานุกลู

17

องคป์ ระกอบที่ 2 ผลกำรพฒั นำตนเอง

ตวั ชวี้ ดั 1. เปน็ แบบอย่ำง และเป็นทยี่ อมรบั จำกบุคคลอ่นื ๆ
รำยกำรประเมิน 1. พฒั นาตนเองในด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม การพฒั นาจติ อยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง

2. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างดี ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในหน้าที่ราชการ
และสว่ นตน
3. น้อมนาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน จนได้รับการยอมรับหรือการยกย่องเชิดชูจากหน่วยงาน/องค์กรภาครัฐและเอกชน
ระดบั เขต/จังหวดั
ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมกิจกรรม พัฒนาตนเองในด้านคุณธรรม จริยธรรม การพัฒนาจิตใจ การปฏิญาณตน
ตอ่ การงดเหลา้ เข้าพรรษา การอบรมการเงินพอเพยี ง กิจกรรมสวดมนต์ รวมถึงการอบรมจิตอาสา 904

กจิ กรรมอาสา –ค่ายจรยิ ธรรม

การปฏญิ าณตนไม่ด่ืมสรุ า

18

กจิ กรรมสวดมนต์ถวายพระพรพระพนั ปหี ลวงและ ร.10
อบรมจิตอาสา 904 ณ พทุ ธสถาน จังหวดั เชียงใหม่

19
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างดี ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในหน้าท่ีราชการ
และส่วนตนและน้อมนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และ
การพฒั นาตนเอง

กจิ กรรมเนื่องในวันสาคัญทางศาสนา

กิจกรรมเรียนร้กู ารแยกขยะและกิจกรมจติ อาสาบาเพ็ญประโยชน์

กจิ กรรมอนรุ ักษธ์ รรมชาติ ปลกู ป่า สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

20

รว่ มถวายเทียนพรรษา หลอดไฟ ในกจิ กรรมวันเข้าพรรษา –อาสาฬหบูชา
ณ วัดเวฬวุ ัน

พธิ ีทาบญุ บ้าน สืบชะตา ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธ

21
จากการที่ข้าพเจ้าน้อมนาแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน จนได้รับการยอมรับหรือยกย่องเชิดชูจากหน่วยงาน/องค์กรระดับชาติในเร่ืองของจรรยาบรรณครู
และผลงานการสอน ในงานวันครูของกลุ่มสานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สานักกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร
1. ครผู ้สู อนดเี ดน่ กลุ่มงานสหวชิ าชพี สถานศึกษาสงั กัดสานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ กลุ่ม 6
ปกี ารศึกษา 2560

2. ครูผสู้ อนดีเดน่ ของสมาคมชาวศึกษาสงเคราะหแ์ ละการศึกษาพเิ ศษ ปกี ารศึกษา 2561

22

ตัวชว้ี ดั ท่ี 2. พฒั นำตนเองอยำ่ งต่อเนอ่ื ง
รำยกำรประเมนิ การไดร้ ับการพฒั นา/พัฒนาตนเอง ในรอบ 2 ปี

ปีพ.ศ. วนั เวลำ จำนวน หวั เรอ่ื ง/หัวขอ้ หน่วยพัฒนำ กำรนำผลไปใช้

ชวั่ โมง

2560 7-8 มิ.ย 16 หลกั สูตรการใช้โปรแกรม โรงเรยี นโสตศกึ ษาอนสุ าร นาความรมู้ าบาบัด

Speed Viewer สนุ ทรรว่ มกบั NECTEC ฟืน้ ฟูผเู้ รยี น

2560 12-23 ม.ิ ย 60 หลกั สตู ร Education of โรงเรียนสอนคนตาบอด นาความร้มู าบาบัด

children with MDVI ภาคเหนือฯ และสถาบัน ฟืน้ ฟูผเู้ รยี น

and Deaf blindness เพอร์กินส์อินเตอร์เนชั่น

แนล สหรัฐอเมริกา

2560 2-6 ต.ค 40 หลักสตู รการอบรมวถิ ี โรงเรียนสอนคนตาบอด นาความรู้มาบาบัด

ประสาทแห่งการเรียนรู้ ภาคเหนือฯและกองทุน ฟื้นฟูผเู้ รยี น

สนับสนุนคนพกิ าร

2560 11-12 พ.ย 16 หลกั สตู รการพัฒนาระบบ ศู น ย์ ก า ร ศึ ก ษ า พิ เ ศ ษ นาความรมู้ าวเิ คราะห์

ดูแลเด็กท่ีมปี ัญหาทาง เขตการศกึ ษา 8 ผ้เู รียนในระบบดแู ล

การเรยี น ช่วยเหลือนกั เรยี น

2561 4-5 ส.ค 12 การประยุกต์ทฤษฎีการ มหาวทิ ยาลยั นาความรมู้ าให้คาปรึกษา

ปรึกษาเชิงจิตวิทยาสกู่ าร สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช แก่ผ้เู รยี นในระบบดแู ล

ปฏิบตั ิ ช่วยเหลือนักเรยี น

2561 18-19 ส.ค 15 Facilitator เพื่อการจดั สถาบนั อาร์แอลจี จดั ประชุม PLC กลุม่ ยอ่ ย

กระบวนการ PLC ทีม่ ี

ประสิทธิภาพ

2561 8 ต.ค 6 การเงินพอเพียง โรงเรียนสอนคนตาบอด จัดการการเงินของตนเอง

ภาคเหนือฯ และให้คาแนะนาผู้อ่นื ได้

สรปุ รวมชวั่ โมงการพฒั นาตนเอง ปกี ารศกึ ษา 2560 จานวน 116 ชวั่ โมง
รวมชว่ั โมงการพฒั นาตนเอง ปีการศึกษา 2561 จานวน 49 ชั่วโมง

23
กำรประชุม อบรม สัมมนำ ปกี ำรศึกษำ 2560

อบรมการใช้โปรแกรม Speech การอบรม Education of children
Viewers 3 With MDVI

ณ โรงเรียนโสตศกึ ษาอนุสารสุนทร ระหว่างวันที่ 12-23 มิถนุ ายน 2560
ระหว่างวนั ท่ี 7-8 มถิ ุนายน 2560

การประชมุ โครงารพัฒนาระบบ การอบรมทกั ษะภาษาองั กฤษ
ประเมินและบ่งชี้สมรรถนะเพื่อ ระหว่างวันที่13-14 กรกฎาคม 2560
พฒั นาการศกึ ษาสาหรับผู้พิการ
วันศกุ รท์ ี่ 14 กรกฎาคม 2560

การอบรมโครงการวิถีประสาทการเรยี นรู้ การอบรม OT Intervention with
สาหรบั นักวชิ าชีพ Executive Function Deficit

ระหว่างวนั ท่ี 2-6 ตลุ าคม 2560 ระหว่างวนั ที่ 19-22 ธนั วาคม 2560

24
กำรประชุม อบรม สัมมนำ ปีกำรศึกษำ 2561

อบรมคปู อง การประยุกต์ใช้ทฤษฎีการปรึกษาสู่การปฏบิ ัติ วนั ที่ 4-5 สงิ หาคม 2561
ณ มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช

อบรมคปู อง Facilitator เพอื่ การจัดกระบวนการ PLC ทม่ี ีประสทิ ธภิ าพ วนั ที่ 18-19 สิงหาคม 2561
ณ โรงแรมธารนิ ทร์

การอบรมการเงินพอเพียง 8 ต.ค 2561

25

องคป์ ระกอบท่ี 3 กำรดำเนินงำน/ผลงำนที่เป็นเลศิ

ตัวชี้วดั 1. กำรนำองคค์ วำมร้จู ำกกำรได้รบั กำรพัฒนำหรอื กำรพัฒนำตนเองไปใช้ประโยชน์
รำยกำรประเมิน 1. นาไปพัฒนานักเรยี นแบบองค์รวมได้ ความรู้ ทักษะกระบวนการและเจตคติ

2. นาไปใชบ้ รู ณาการกับหนว่ ย/เรอ่ื งอนื่ ๆได้
3. นาไปใช้บรู ณาการกบั รายวิชาอ่ืนๆได้
4. นาไปใช้เปน็ ต้นแบบเผยแพร่ขยายผลได้
5. เชือ่ มโยง/นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน

การใชร้ ่างกายเคลื่อนไหวเปน็ พืน้ ฐานในการทากจิ กรรมต่าง ๆนวตั กรรมที่นาเสนอในครั้งน้ีจึงสามารถ
นาไปใช้บูรณาการในหน่วยการเรียนรู้ทักษะพัฒนาการด้านต่างๆ เพราะการใช้ร่างกายเคลื่อนไหวเป็นพื้นฐาน
ในการทากิจกรรมต่างๆ และบูรณาการกับทักษะความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคล่ือนไหว ซ่ึงเป็น
ทักษะจาเป็นท่ีสาคัญย่ิงของบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางการเห็น สามารถช่วยพัฒนาทักษะการเคล่ือนไหว
ร่างกายทาให้เด็กบกพร่องมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้มากข้ึน และมีความม่ันใจในการทากิจวัตร
ประจาวัน และนวัตกรรมนี้สามารถนาเป็นต้นแบบและน่าจะขยายผลให้กับผู้ท่ีสนใจได้นาไปพัฒนาให้
กวา้ งขวางมากขึ้น หากไดข้ ยายผลมากขึ้นแลว้ จะเกิดผลดกี บั วงการการศึกษา ให้พัฒนามากข้นึ ได้และเปล่ยี น
เรยี นรู้ซ่ึงกนั และกนั เกดิ เป็นเครอื ข่ายและเป็นสงั คมแหง่ การเรยี นร้ทู ่ีกวา้ งขวางมากข้นึ

26

ตัวช้ีวดั 2. กำรแกป้ ัญหำ/กำรพัฒนำผเู้ รยี น
รำยกำรประเมนิ 1. การแก้ปัญหา/พัฒนาผ้เู รียนโดยใช้กระบวนการวิจัยในช้นั เรยี น

2. การแก้ปัญหา/พฒั นาผ้เู รียนโดยใชน้ วตั กรรมทางการเรียนการสอน
3. การแก้ปญั หา/พฒั นาผู้เรียนโดยใชร้ ะบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น

ข้าพเจ้าได้จัดทาแผนการศึกษารายบุคลร่วมกับครูระดับปฐมวัย จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
โดยได้รับผิดชอบในฐานะของนักวชิ าชีพและครูพิเศษประจากลุ่มปฐมวัย มหี น้าท่ีให้บริการบาบดั แก่ผู้เรียนที่มี
ความต้องการจาเป็น และให้คาปรึกษาแก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อการระบุปัญหาของผู้เรียน และจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไข
ปัญหาของผู้เรียน โดยใช้หลักการฟื้นฟูประสาทรับรู้ส่วนท่ีเหลืออยู่ซึ่งข้าพเจ้าได้จัดทางานวิจัยในชั้นเรียนมา
อย่างตอ่ เนื่องทุกปกี ารศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาผู้เรยี นตามความจาเป็นเป็นการวิจยั กรณีศกึ ษา และมีการพัฒนา
นวตั กรรมจากการวิจัย

ขา้ พเจ้าไดจ้ ัดทางานวิจยั เพ่ือแก้ปญั หาพฒั นาการด้านทกั ษะกล้ามเน้ือมัดใหญ่กลุ่มเดก็ ปฐมวยั
ช่ืองานวิจัย เร่อื ง ผลการใช้ชุดกจิ กรรมการรับความร้สู ึกทรงตวั และการเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาการใช้กลา้ มเนื้อ
มัดใหญใ่ นเด็กทีมีความบกพร่องทางการเห็น ระดับปฐมวยั

โดยเผยแพร่บทความวจิ ัย ในวารสาร “ Sikkhana : Learning Journal ,Faculty of Education
Chiangmai university” ปที ่ี 6 ฉบบั ท่ี 7 (ม.ค –มิ.ย 2562)

27

28
กำรแก้ปัญหำ/พัฒนำผู้เรยี นโดยใชร้ ะบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน

ประชุมวางแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล ประชมุ กรณีศกึ ษาในระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน

การดูแลด้านสุขอนามัย รายงานพัฒนาการผ้เู รียนแก่ผู้ปกครอง

การเยีย่ มบา้ นนกั เรยี น เพ่ือติดตามพฤติกรรมนักเรียนท่ีบา้ นและให้คาแนะนาผู้ปกครอง

29

คำรับรองเอกสำร

ข้าพเจ้านางสาววิชิตา เกศะรักษ์ ตาแหน่ง ครูชานาญการพิเศษ ขอรับรองว่า สาเนาเอกสาร
ทุกฉบับตามเอกสารประกอบการประเมิน ตามแบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของตนเอง (Self-Report)
ตามองค์ประกอบและตัวช้ีวัด ด้าน นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษายอดเย่ียม ประเภท ความบกพร่อง
ทางการเห็น รหัส 242 ประจาปีการศึกษา 2562 เสนอเพ่ือขอรับรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS)
คร้ังที่ 9 เป็นข้อมูลประกอบ การพิจารณาของคณะกรรมการ ผู้รายงานได้สาเนาเอกสารจากต้นฉบับจริงทุก
ประการ จึงลงลายมือช่ือไว้เป็นหลักฐาน

(ลงชื่อ) .............................................
( ผู้เสนอขอรางวลั )

ตาแหน่ง.............................................
วนั ที่.......เดือน......................พ.ศ. ..........

ขอรบั รองวำ่ ข้อมลู ดังกล่ำวข้ำงตน้ ถูกต้องและเป็นควำมจริง

ลงชอ่ื ……………………………………..ผู้รำยงำน
(นางสาววชิ ติ า เกศะรักษ์)
ตาแหนง่ ครชู านาญการพิเศษ

วันที่......../............................/.............

กำรตรวจสอบและรบั รองของส่วนรำชกำรต้นสงั กดั
ไดต้ รวจสอบแล้วรบั รองวา่ ข้อมูลถูกต้อง และเป็นความจริง

ลงช่อื ผู้รับรอง
(นายประมวล พลอยกมลชณุ ห์ )

ผอู้ านวยการโรงเรยี นสอนคนตาบอดภาคเหนือ
ในพระบรมราชินปู ถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่
............../......................../..............
ผู้บังคับบัญชำ

ภำคผนวก

วฒุ ิบัตร/เกยี รตบิ ตั รกำรอบรมพฒั นำ

31

32

33

34

35

เกียรติบัตรผลงานนักเรยี น

36

การแขง่ ขน้ั ปนั้ ดนิ นา้ มนั ปกี ารศกึ ษา 2561

37

การแขง่ ข้นั ปนั้ ดินนา้ มัน ปีการศึกษา 2562


Click to View FlipBook Version