การเรยี นวชิ าภาษาไทย(วรรณคดี)
สารบญั
เรือ่ ง หนา
ความหมายของวรรณคดี 1
โคลงภาพพระราชพงศาวดาร 2
บทเสภาสามัคคีเสวก 6
คาํ ศัพท 9
ความหมายของ วรรณคดี
วรรณคดี คอื ความรูสกึ ของกวี ซง่ึ ถอดมาจากจติ ใจใหเปารกฎในรปู หนังสอื และ
มีถอยคาํ เหมาะเจาะ
เพราะพริง้ เรา ใจใหผ อู า นหรือผูฟง เกดิ ความรสู ึก วรรณคดเี ปนวรรณกรรมท่ีถกู
ยกยองวาเขียนดี มคี ุณคา
สามารถทาํ ใหผ ูอา นเกิดอารมณสะเทอื นใจ มีความคิดเปน แบบแผน ใชภ าษาที่
ไพเราะ เหมาแกการให
ประชาชนไดรับรู เพราะสามรถ ยกระดับจติ ใจใหสงู ข้นึ รูวาอะไรควรหรือไมค วร
ผแู ตง โคลงพระสุรโิ ยทยั ขาดคอชาง พระราชนิพนธ
ในพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยูหวั
โคลงพันทา ยนรสิงหถวายชีวิต พระนิพนธ
พระเ้จา นองยาเธอ พระองคเ จา วรวรรณากร (พระเจา
บรมวงศเ ธอ กรมพระนราธิปประพันธพ งศ)
ลกั ษณะคาํ ประพันธ โคลงพระสรุ ิโยทยั ขาดคอชาง
แตง เปนโคลงสีส่ ุภาพ ๖ บท
โคลงพันทา ยนรสิงหถ วายชีวิตแตง เปนโคลงสี่สภุ าพ
๔ บท
ท่มี าของเรือ่ ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจา อยูหัว
(รัชกาลท่ี ๕) ทรงใหช างเขียนท่มี ีฝมอื เขยี นรปู ภาพ และ
ใหม โี คลงบอกเรอ่ื งพระราชพงศาวดารท่เี ขียนรปู ภาพติด
ประจาํ ทกุ กรอบ รูปใหญ ๖ บท รปู เล็ก ๔ บท มที ั้งหมด
๙๒ ภาพ โคลงทีแ่ ตง มจี าํ นวนทงั้ หมด ๓๗๖ บท สราง
เสรจ็ สน้ิ เมือ่ ป พ.ศ. ๒๔๓๐ และไปประดบั ท่ีพระท่นี ัง่ วโร
ภาษพมิ าน พระราชวงั บางปะอนิ จังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา
เน้อื เรือ่ ง
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระเจาแผนดินสยาม จึงนํากําลงั พลออกตั้งคายเตรยี มรบั ศึกและดกู าํ ลังฝา ย
ตรงขา ม แลวนาํ กําลงั พลออกมากลางสนามรบ สมเด็จพระสุรโิ ยทัย พระมเหสขี องสมเด็จพระมหา
จักรพรรดิ ไดแ ตงองคทรงเครือ่ งเยี่ยงชาย เปนชุดออกศกึ เฉกเชนมหาอปุ ราช แลว ทรงชางเขารวมรบ
กองทพั หนาของทง้ั สองฝายตอสกู นั ชา งทรงของพระเจาแปรไดชนชา งกับพระมหาจักรพรรดิ พระมหา
จกั รพรรดเิ สียทีเพลี่ยงพลาํ้ พระเจาแปร สมเดจ็ พระสุริโยทัยเกรงวาพระสวามีจะส้นิ พระชนม จงึ ไดไสชาง
เขา ขวางพระเจาแปรและสูกับพระเจา แปรแทน พระเจา แปรไดเอางา วฟนสมเดจ็ พระสุริโยทยั ขาด
สะพายแลง สิน้ พระชนมบนคอชาง สองพระโอรสคอื พระราเมศวรและพระมหนิ ทราไดก ันพระศพแลว นาํ
เขาสูพระนคร สมเด็จพระสุริโยทัยสน้ิ พระชนมไ ปแลว จงึ เหลอื แตค ําสรรเสรญิ ไว
พระเจา สรรเพชรที่ 8 ของกรุงศรีอยุธยา ไดเ สดจ็ ออกประพาส เพ่ือออกไปทรงปลา(ตกปลา) โดยประทับเรอื พระทน่ี ่งั
ช่อื เรอื เอกไชย ถงึ ทโ่ี ขกขาม ดวยความท่ีคลอง โขกขาม น้นั มคี วามคดเค้ียวมาก จึงทําใหห ัวเรอื พระที่นั่งแลน ไปชน
กับไมจ นหวั เรอื พระทีน่ ัง่ หกั พนั ทา ยนรสิงหต กใจเปน อยางมาก จึงกระโดดลงจากเรอื พระทน่ี ั้ง และขอใหพระเจา สรร
เพรช ประหารชวี ติ ตน และทลู ขอให นําศีรษะของตนกบั หวั เรอื ทหี่ กั ไปฝง ไวดว ยกัน พระเจา สรรเพรชร เหน็ วา ไมใช
ความผิดของพนั ทา ยนรสงิ ห จึงไมย อมลงโทษ แตพ นั ทา ยไมย อม จะให พระเจา สรรเพรชประหารชีวติ ตนใหได
พระเจา สรรเพรช จงึ ยนื่ ขอ เสนอให วา จะสรางรปู เหมอื น ของพันทายนรสงิ ห และฟน หัวรุปปน นนั่ แทนศรี ษะของพัน
ทา ยนรสิงห พนั ทา ยนรสิงหไมยอม พรอมท้ังยงั ทลู กบั พระเจา สรรเพรช ทไ่ี มท ําตามกฏมนเฑียรบาล ทกี่ ลาวไววา ผใู ด
ทาํ ทรัพยสินของพระมหากษัตเิ สยี หาย จะตอ งไดรบั โทษดดยการประหารชวี ิต พระเจาสรรเพรชจึงตองทาํ ตาม
คํารองของพนั ทายนรสงิ ห และเม่อื พนั ทา นนรสงิ หเื สยี ชวิ ิต พระเจาสรรเพรช จึงไดทรงโปรดเกลา ฯใหนาํ ศรษี ะของ
พนั ทายนรสิงห และหัวเรื่อพระทน่ี ่งั ไปฝง และสรา งศาล ขน้ึ เพื่อ แสดงถงึ คุณงามความดี ที่พนั ทายนรสิงหไ ดท ําไว
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วศิ วกรรมาและสามคั คเี สวก
ผแู ตง พระบามสมเดจ็ พระมงกุฏเกลา เจา อยูหวั
ลักษณะคาํ ประพนั ธ กลอนเสภา (กลอนสุภาพ)
ตอน วศิ วกรรมา เปนกลอนท้ังหมด ๑๓ บท
ตอน สามคั คีเสวก เปน กลอนท้ังหมด ๙ บท
ท่ีมาของเรือ่ ง เปน บทพระราชนิพนธใ นพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกลาเจา อยูหัว (รชั กาลท๖ี่ ) ซ่ึงทรงพระราชนพิ นธ
ขน้ึ เม่ือป พ.ศ. ๒๔๕๗
จุดประสงคในการแตง เพื่อใชเ ปน บทสาํ หรับอธิบายนําเรื่องในการฟอนราํ ตอนตางๆ
เนือ้ เร่ือง
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา
ชาติใดทมี่ ศี กึ สงครามไมม ีความสงบสขุ ในแผนดิน ประชาชนยอ มไมมีจืตใจสนใจความงดงามของศลิ ปะ
แตห ากประเทศใด(ชาตใิ ด)บา นเมอื งสงบสขุ ปราศจากสงคราม ประชาชนกจ็ ะทํานุบาํ รงุ การศลิ ปกรรมทงั้ ปวงใหเจรญิ รุง เรือง
ชาติใดที่ปราศจากชางศิลป ก็เปรียบเสมอื นหญิงสาวทีไ่ มม ีความงามไมเ ปน ทีต่ อ งตาตองใจของใคร มีแตจะถูกเยาะเยยใหไ ดอาย อันศลิ ปกรรม
นนั้ ชว ยทาํ ใหจ ติ ใจคลายเศรา ชว ยทาํ ใหความทกุ ขห มด ทาํ ใหจติ ใจของเรามีความสขุ ซ่งึ จะสง ผลใหรา งกายแขง็ แรงไปดว ย(ทําใหส ุขภาพ ใจ
และกายดี) ตรงกันขา ม หากใครไมเ หน็ คุณคา ความงามของศิลปะ เม่อื เผชญิ ความทกุ ขก็ไมมีสง่ิ ใดมาเปน ยาชว ยรสมานบาดแผลของจิตใจ
เขาเหลา นนั้ จึงเปนคนท่นี า สงสารยง่ิ นกั เพราะความรทู างชางศิลปส าํ คัญเชนนี้ นานาประเทศจึงนยิ มยกยอ งคณุ คา ของศลิ ปะและความสามารถ
เชิงชางของชา งศิลป วา เปนเกียรติยศ ความรุงเรืองของแผนดนิ คนท่ไี มเ ห็นคุณคา ของศิลปะกเ็ หมอื นคนปา คนดง ปวยการอธิบาย พดู ดวยก็
เปลืองนาํ้ ลายเปลา
แตประเทศไทยของเรานน้ั เหน็ คณุ คา ของงานชา งศิลป เชน ชางปน ชา งเขียน ชา งสถาปตย ชา งทองรปู พรรณ ชางเงนิ ชา งถมและชาง
อญั มณี ซง่ึ เราควรสนับสนุนงานชา งศิลปไ ทยใหกาวหนา รงุ เรืองอยา ใหด อ ยนอ ย หนากวานานาประเทศ ชาวตา งชาติเม่อื มาเยอื นเมอื งไทยจะ
ไดซ อ หางานศิลปะเหลา นกี้ ลบั ไปเพราะเหน ในคณุ คา การชว ยสนบั สนนุ งานศิลปกรรม และสง เสรมิ ชา งศิลปไฺ ทยใหสรางสรรงานศิลปะขน้ึ จึง
เทา กัยไดช วยพฒั นา ชาติ ใหเ จริญพัฒนาอยาถาวร
บทเสภาสามคั คีเสวก ตอน สามัคคีเสวก
สง่ิ หนึ่งทเี่ ราควรมีไวใ นจติ ใจคอื พระเจา แผนดินเปรยี บเสมอื นพอ บังเกดิ เกลา ที่เราควรเกรงใจและเคารพนับถอื
เราตอ งไมเ หน็ แกป ระโยชนส ว นตวั มากเกินไป ควรนึกวาพวกเราก็เปนขา รบั ใชข องพระเจา แผน ดนิ คนหน่ึงเหมือน
ลูกเรือท่ี อยใู นเรือกลางทะเลจาํ เปนทจ่ี ะตอ งมคี วามสามคั คีตอ กนั และกัน ถาลกู เรอื เช่ือฟง กัปตนั กจ็ ะตองชว ยกปั ตนั
อยา งแขง็ ขนั ตอ งตงั้ ใจฟงคําส่ังของกัปตันเรอื กจ็ ะรอดไปถงึ จดุ หมาย แตถาลกู เรือไมเชอื่ ฟงกัปตนั และเรมิ่ แตกคอกนั
เวลาคล่นื ลมแรงเรือก็จะโคลงเคลง ตอมาเรือก็จะจม ถาลูกเรือมัวแตทะเลาะกัน กปั ตนั ก็จะไมมีกําลังมาตอสู ถาไม
เครง ครดั ตอกฏระเบยี บเวลาท่ีเกิดภัยอะไรขน้ึ จะเดอื ดรอนกปั ตันสง่ั อะไรกไ็ มฟงพอถึงเวลากม็ ีขอขัดแยงตอมากจ็ ะเกดิ
เหตุการณว ุนวายข้นึ ในท่สี ุดเรอื กจ็ ะลม กลางทะเล ถึงจะเปนขารบั ใชของพระเจาแผน ดินกไ็ มควรขาดความสามัคคี
ปรองดองกัน เหตุการณในพระราชสํานักกเ็ ปรยี บเสมือนเรือทแี่ ลนอยูตามทะเลมหาสมทุ ร เหลาขา ราชการในราช
สาํ นักก็เหมอื นเปน กะลาสคี วรใหความสาํ คัญกบั หนา ทท่ี ่ี ตอ งทําเปนหลกั ปฏิบัตติ นตามกฏตามระเบยี บวินยั อยา ง
เครง ครดั และสามคั คีจงรักภักดีตอ พระ เจาแผน ดนิ ไมค วรแยกฝายเลือกทจ่ี ะเคารพเช่ือฟง ใคร ควรทจี่ ะสามัคคี
ปรองดองกันในหมขู าราชการเพ่ือเปนพลงั ในการทําความดีใหส ม กับที่มีพระเจา แผน ดินพระองคเดียวกนั
คาํ ศัพท มาจาก captain ปจ จุบนั เขียน กัปตัน
มงุ ประสงค
กปั ปต นั ฉลาดแกมโกง ไมต รงไปตรงมา
จํานง จติ รกร
เฉโก ชา งเงิน
ชางเขยี น ชา งทอง
ชางประดษิ ฐรชั ดา ชา งกอสราง สถาปนิก
ชางรูปพรรสุวรรณกจิ พระเจาแผน ดิน
ชางสถาปนา คน
ทรงธรรม ผหู ญิง นาง นารี
นรชน ทําใหพ ึงพอใจ ประโลม
นาริน โยโส หย่ิงจองหอง
บรรโลม ชา งเจยี ระไนเพ็ชรพลอย ประกร และวาทาํ ขึ้น ประดิษฐข ้นึ
โยเส งามอยางภาพวาด
รัตนประกร
ละวาด งามมเี สนห
วลิ าส งามยิ่ง
วิเลขา civilized ศิลไิ ลซ เจรญิ มีอารยธรรม
ศรวี ไิ ล สนั ติ สงบ
ศานติ งามสะอาด หมดจด
สําอาง เส-วก หมายถึงขาราชการในราชสํานกั บางครง้ั ใช เส-วี
เสวก
ขอจบการเสนอคะ ^_^
จัดทาํ โดย
1.ด.ญ.อนิ ทิรา ปาทาน ม.2/1
2.ด.ช.อาทติ ย แสงพวง ม.2/1
3.ด.ญ.ร็อซซา จําปาดะ ม.2/1