The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือโรคหลอดเลือดสมอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by inuseinuse89, 2022-11-30 23:20:46

คู่มือโรคหลอดเลือดสมอง

คู่มือโรคหลอดเลือดสมอง

¡ÒôѴá»Å§ÊÀÒ¾ºÒŒ ¹áÅÐÊèÔ§áÇ´ÅŒÍÁ

1. พนี้ ภายในตวั อาคาร ควรมรี ะดบั เดยี วกันตลอดทง้ั ช้นั และไมล นื่
2. ในกรณีท่ีมีขั้นบันได หรือพ้ืนตางระดับ ควรทำทางลาดเอียงเขา

ตวั อาคาร โดยมคี วามชัน
ไมเกิน 5 องศา หรือ
สัดสวนความสูงตอ
ความยาวไมน อยกวา
1 ตอ 12 และความกวา ง
ไมนอยกวา 90 เซนติเมตร
3. ประตูกวางประมาณ 1 เมตรข้ึนไป เพ่ือใหรถเข็นเขาออกงาย ไมควร
ใหม ีธรณปี ระตู ประตคู วรเปนแบบบานเล่อื นและทีจ่ ับเปน แบบดามจบั
ทจ่ี บั ไดถนัดมอื
4. บันได ตองไมชันมากเกินไป ควรมีราวเกาะท้ัง 2 ขาง ความสูงของ
ราวเกาะท่เี หมาะสม คอื ประมาณ 90 เซนติเมตร และมผี ิวไมล ืน้
5. อปุ กรณและเครือ่ งใชภายในบา น

เตียงควรมีความสูงเทากับระดับที่นั่งเกาอี้รถเข็น หรือประมาณ
48-52 เซนตเิ มตร

โตะหรือเคานเตอร ควรสูงกวาที่พักแขน
ของเกาอ้ีรถเข็นเล็กนอย หรือประมาณ
76-85 เซนตเิ มตร
ช้ันวางของ สวิทซไฟ โทรศัพท ควรมี
ความสูงพอเหมาะที่ผูใช เกาอ้ี รถเข็น
เออื้ มถงึ หรอื ประมาณ 38-120 เซนตเิ มตร

ที่มา “บานวิถีอิสระ” ศูนยส ริ ินธรเพือ่ การฟน ฟสู มรรถภาพทางการแพทยแหง ชาติ

¤ÙÁ‹ Í× âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 45

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


¡ÒôѴá»Å§ËŒÍ§¹Óé ËÍŒ §ÊÇŒ Á

1. ประตูหอ งนำ้ ควรกวางประมาณ 1 เมตร
(รถเขน็ เขา–ออกได) และไมมธี รณปี ระตู

2. โถสวม สูงประมาณ 16–19 น้ิว ขึ้นกับความสูงของผูปวย ถาเต้ีย
เกนิ ไปจะทำใหลุกลำบาก

3. ถาเปนโถสวมชนิดน่ังยอง ควรดัดแปลงโดยใชเกาอี้พลาสติกมีพนักพิง
เจาะรูตรงกลางใหมีขนาดกวางพอประมาณ หรือใชเกาอ้ีนั่งถาย
สำเรจ็ รูป เพ่อื วางครอบโถสว ม

4. ควรมรี าวรอบ ๆ โดยราวควรสงู จากพืน้ ประมาณ 85 เซนติเมตร
5. ควรมแี สงสวา งท่เี พยี งพอ
6. พน้ื หอ งน้ำควรแหง อยูเสมอ หรือ มีแผนรองกันล่ืน

46 ¤‹ÙÁÍ× âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 46

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


ÍÒËÒÃÊÓËÃºÑ ¼ÙŒ»†ÇÂâäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ

ผูปวยโรคหลอดเลือดสมอง มักมีปจจัยเสี่ยง เชน ความดันโลหิตสูง
ภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน รวมดวยเสมอ การจัดเตรียมอาหารสำหรับ
ผปู ว ยโรคหลอดเลือดสมอง จึงควรคำนงึ ถงึ ปจจยั เสย่ี งท่ีเกดิ รว มดว ยดังกลาว

¤Ù‹ÁÍ× âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 47

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


ÍÒËÒúӺ´Ñ âä¤ÇÒÁ´Ñ¹âÅËμÔ Ê§Ù

1. หลีกเล่ยี งอาหารรสเค็ม
โดยการหลกี เลี่ยงหรืองดอาหารท่ีมโี ซเดียมมาก เชน เครอื่ งปรุงรส

ชนดิ ตา ง ๆ (เกลอื น้ำปลา ซอสหอยนางรม นำ้ บดู ู) เปนตน
หลีกเล่ียงอาหารดองเค็ม เชน ไขเค็ม กะป กุงแหง ปลารา

ผักดองเค็ม ผลไมเค็ม
หลีกเลี่ยงอาหารดองเปร้ียว เชน หนอไมดอง ผักกาดเขียวดอง

เปรี้ยว ผักดองสามรส กระเทียมดอง หัวหอมดอง แหนม ไสกรอกอีสาน
เปนตน

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานและเค็มจัด เชน ปลาหวาน
กงุ หวาน หมูหยอง หมแู ผน กุนเชียง ผลไมแ ชอ่ิม เปนตน

หลีกเลี่ยงอาหารบรรจุกระปองชนิดตาง ๆ เชน ผลไมกระปอง
ปลากระปอ ง ซุปกระปอ ง เปน ตน

หลกี เล่ยี งอาหารกง่ึ สำเรจ็ รูป เชน บะหม่ีพรอมปรงุ สำเรจ็ รูป โจก
ซปุ ชนดิ ตา ง ๆ ทงั้ ชนิดกอนและชนิดซอง เปน ตน

2. กินผักสด และผลไมสดใหมาก งดผกั และผลไมด อง
3. ลดความมนั ของอาหาร
4. เลอื กใชไขมันใหเ หมาะสม
5. ลดความหวานของอาหาร

48 ¤‹ÙÁ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 48

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


¢ŒÍá¹Ð¹Ó

ÊÓËÃѺ¼»ŒÙ dž ·èÁÕ Õä¢Áѹâ¤àÅÊàμÍÃÍÅã¹àÅ×Í´ÊÙ§

1. หลีกเล่ียงอาหารที่มีไขมันโคเลสเตอรอลสูง เชน สมองสัตว ไขแดง เคร่ืองในสัตว
อาหารทะเลบางชนิด เชน ปลาหมกึ กุง หอยนางรม (ดังรายละเอยี ดในตารางถัดไป)

2. หลีกเลี่ยงอาหารท่ีปรุงจากน้ำมันท่ีมีกรดไขมันอ่ิมตัวสูง เชน กะทิ น้ำมันมะพราว
น้ำมนั หมู เนย ครีม

3. เลือกวิธีการปรุงอาหารที่ไมใช หรือใชน้ำมันนอย เชน ตม ยำ ยาง อบ น่ึง ตุน
แทนการทอด เจียว ผัด พิจารณาเลือกใชน้ำมันพืช เชน น้ำมันรำขาว น้ำมันมะกอก
น้ำมนั ถ่ัวเหลอื ง นำ้ มนั ขาวโพด น้ำมนั จากเมล็ดทานตะวนั ที่มีสดั สวนไขมนั ที่เหมาะสม

4. รับประทานโคเลสเตอรอลไมเกินวันละ 300 มก. โดยเฉล่ียควรรับประทานไขมัน
ทง้ั หมดไมเ กินรอ ยละ 30 ของพลงั งานท่ีไดรับ

5. รับประทานโปรตีนรอยละ 15–20 ของพลังงานที่ไดรับ โดยเลือกรับประทาน
เน้ือสัตวท่ไี มติดมันและหนัง ไดแ ก เน้ือปลา เน้ืออกไก เตา หู นมไขมนั ต่ำ

6. รับประทานคารโบไฮเดรตรอยละ 55–60 ของพลังงานที่ไดรับ ควรเลือก
คารโบไฮเดรตเชิงซอน เชน ขาวกลองแทนขาวขัดสีหรือขาวขาว กินขนมปงโฮลวีทแทน
ขนมปง ขาว

7. รับประทานผักและผลไมท ่ไี มหวานเพม่ิ เพื่อชวยใหรา งกายดดู ซึมไขมนั ลดลง
8. ควบคุมนำ้ หนักตัวใหอยใู นเกณฑปกติ โดยพจิ ารณาจาก

เสนรอบเอว ในผชู าย นอยกวาหรอื เทากบั 90 เซนติเมตร
ในผหู ญิง นอ ยกวา หรอื เทา กับ 80 เซนตเิ มตร

¤Á‹Ù ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 49

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


ÍÒËÒ÷¤Õè ÇÃËÅ¡Õ àÅÕÂè §
ÊÓËÃѺ¼ÙŒ»Ç† ·èÕÁâÕ ¤àÅÊàμÍÃÍÅ (ä¢Áѹ) ã¹àÅÍ× ´ÊÙ§

ควรหลกี เล่ยี งอาหารที่มโี คเลสเตอรอลสงู
ดงั ตารางแสดงปรมิ าณโคเลสเตอรอลในอาหารตา งๆ 100 กรมั

ª¹´Ô ÍÒËÒà â¤àÅÊàμÍÃÍÅ (ÁÅÔ Å¡Ô ÃÑÁ/100 ¡ÃÑÁ)
สมองสัตว 3,160
ไขไก (เฉพาะไขแ ดง) 2,000
ปลาหมึกใหญ 1,170
ไขเ ปด (เฉพาะไขแ ดง) 1,120
685-750
ตบั ไก 400
ตบั วัว 400
ตบั หมู 400
หัวใจหมู 384
ปลาหมกึ เลก็ 350
ไตหมู 250
เนยเหลว 250-300
กงุ ใหญ 230-470
หอยนางรม 215
เบคอน 186
ปลาทนู า 150
กุนเชยี ง 126
กระเพาะหมู 126
ปลาจาระเม็ด 126
หมู (เน้อื ปนมนั ) 101-164

ปู

50 ¤‹ÁÙ Í× âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 50

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


¢ÍŒ á¹Ð¹ÓÊÓËÃºÑ ¼ŒÙ»Ç† Â
·èÁÕ Õä¢ÁѹäμáÅÕà«Íäôã¹àÅÍ× ´Ê§Ù

1. จำกัดปริมาณพลังงานท่ีรับประทานรวมกับการออกกำลังกายอยาง
สม่ำเสมอ การลดน้ำหนักตัวสัปดาหละ 0.25-0.5 กิโลกรัม ถือวาอยูในเกณฑ
ปลอดภัย

2. ลดปริมาณการบริโภคคารโบไฮเดรต โดยเฉพาะอยางยิ่งตองลด
ปรมิ าณน้ำตาลทร่ี ับประทาน

3. หยุดด่มื สุราโดยเดด็ ขาด
4. ผูที่มีระดับไขมัน HDL–C ในเลือดต่ำ ซ่ึงมักพบรวมกับระดับ
ไตรกลีเซอไรดในเลือดสูง นอกจากการควบคุมอาหารท่ีกลาวมาขางตนแลว
ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาหละ 3-4 คร้ัง คร้ังละ 20-30 นาที
ควรเลือกออกกำลังกายชนิด Dynamic หรือแอโรบิก ไดแก เดินเร็วๆ
วงิ่ เหยาะๆ วายน้ำ ถีบจกั รยาน หรือเตนแอโรบิก
หมายเหตุ : หากมปี ญหาโรคหัวใจ อาจตองปรึกษาแพทยก อน
5. ปฏิบัติตามหลักการตางๆ เหมือนท่ีกลาวมาแลวในหัวขอสำหรับผูที่
มีโคเลสเตอรอลสูง

ผปู ว ยทม่ี ไี ขมนั ในเลอื ดสงู ไมว า จะเปน โคเลสเตอรอลหรอื ไตรกลเี ซอไรด
ถือเปนขอเส่ียงตอการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ จึงควรควบคุม
ดแู ลปจจยั เส่ียงอนื่ ๆ ควบคูไปดว ย โดยหา มสบู บุหร่ี หยดุ ดม่ื สรุ า เบยี ร หากมี
โรคประจำตัวอ่ืนๆ เชน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ใหดูแลรักษาโรคนั้นๆ
โดยปฏบิ ัตติ ัวตามคำแนะนำทไี่ ดร บั และรับประทานยาตามแพทยสงั่

¤Á‹Ù ×Í âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 51

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


á¹Ç·Ò§¡ÒÃàÅ×Í¡ÃѺ»ÃзҹÍÒËÒÃ
ã¹¼Ù»Œ †ÇÂàºÒËÇÒ¹

อาหารผูป วยเบาหวานแบงออกเปน 3 ประเภท คือ

»ÃÐàÀ··èÕ 1 ÍÒËÒ÷è¤Õ ÇÃËÅÕ¡àÅÂÕè §ËÃÍ× äÁ‹¤ÇÃÃºÑ »Ãзҹ
ขนมหวานและอาหารทม่ี ีน้ำตาล เชน
ทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง เคก เปน ตน
เคร่ืองดมื่ เชน นำ้ อดั ลม นำ้ แดง น้ำเขยี ว
นมปรุงแตงรส สว นใหญจ ะมีรสหวาน
และนำ้ ตาลผสมอยูในปริมาณมาก

ประเภทท่ี 2 อาหารที่รบั ประทานไดไ มจ ำกดั จำนวน
ผักใบเขียวทกุ ชนดิ
เครือ่ งเทศตางๆ
เคร่ืองปรุง ไดแ ก มะนาว
น้ำซุปใส (ไมมนี ้ำมัน)
ชา กาแฟ ท่ีไมใ สน ้ำตาล
(ไมควรดม่ื เกิน 2 ถวยตอ วัน)

ประเภทท่ี 3 อาหารที่ควรกำหนดปรมิ าณในการบรโิ ภค หรอื จำกดั จำนวน
แปงหรือคารโบไฮเดรต มีอยูในอาหารประเภท แปง ขาว
ผลไม น้ำตาล นม ถารับประทานมากเกินไปจะทำใหระดับ
น้ำตาลในเลือดสูงอยางรวดเร็วและอวนไดงาย ควรรับประทาน
ตามความเหมาะสมตามความตองการของรางกาย (เลือกขาว
ซอมมือหรือขาวที่สีไมมากนัก เชน ขาวกลอง เพราะจะมี
ไวตามนิ และเสน ใยมาก และควรหลกี เลยี่ งการรบั ประทานนำ้ ตาล

52 ¤ÁÙ‹ Í× âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 52

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


เนอ้ื สตั วห รอื โปรตนี ถา รบั ประทานมากเกนิ ไปจะทำใหไ ดร บั ไขมนั
และโคเลสเตอรอลสงู ควรเลือกรับประทานเนื้อท่ีไมติดมันและ
หนัง เน้ือสัตวท่ีมีไขมันนอย เชน เน้ือปลา เน้ือไก ไขขาว หรือ
โปรตนี จากพชื เชน เตา หู งดหรอื ลดอาหารทมี่ โี คเลสเตอรอลสงู
เชน ไขแดง ไขนกกระทา ปลาหมกึ หอยนางรม
ไขมัน ควรบริโภคไขมันที่มาจากพืช เชน น้ำมันรำขาว
น้ำถ่ัวเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันขาวโพด หลีกเลี่ยงไขมัน
จากสัตวหรอื ไขมันอิม่ ตวั เชน นำ้ มันปาลม กะทิ เปน ตน
ผลไม เนื่องจากสวนใหญมีรสหวาน การรับประทานผลไม
ทุกชนิดจึงตองกำหนดปริมาณใหเหมาะสมคือ 1 สวนตอม้ือ
หลังอาหาร เชน สมเขยี วหวาน 1 ผล มะละกอสกุ 8 ชนิ้ คำ
นม ควรดื่มนมจืดและเปนชนิดพรองมันเนยหรือขาดมันเนย
ปริมาณทเ่ี หมาะสมวันละ 1–2 แกว

โดยเฉลย่ี ผปู ว ยเบาหวานควรรบั ประทานอาหาร โดยมีสดั สว นดังนี้

หมวดนม วนั ละ 1-2 แกว

หมวดเน้อื สัตว วนั ละ 6-12 ชอ นกนิ ขาว

หมวดขาวหรอื แปง วนั ละ 8-12 ทพั พี

หมวดผกั วันละ 4-6 ทพั พี

หมวดผลไม วนั ละ 3-5 สว น

¤‹ÙÁ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 53

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


วนั วันจันทร μÑÇÍ‹ҧÃÒ¡ÒÃÍÒËÒÃã¹ 1 Ê»Ñ ´Òˏ

เชา ขา วตม ผกั ถั่วงอกหมบู ด ไกร วนแครอท กลวยน้ำวา นมพรอ งมนั เนย
กลางวนั ขา วหมอู บแตงกวา แกงจืดกะหลำ่ ปลี สม เขยี วหวาน
เย็น ขาวสวย แกงเลียงกงุ ผกั รวม ผัดเปรีย้ วหวาน แอปเปล
วันอังคาร
ขนมปง โฮลวที อกไกน่ึง ยำทนู า กลวยหอม นมพรองมันเนย
เชา ขา วกระเพราหมสู ับถั่วฝกยาว แกงจืดหัวไชเทา ฝรั่ง
กลางวัน ขาวซอ มมอื แกงปาไกผ กั รวม เจย๋ี นปลาจาระเม็ด สาลี่
เย็น
ขาวสวย ตม เลอื ดหมตู ำลงึ ปลานิลน่ึงจ้มิ แจว แกว มงั กร
วนั พุธ ราดหนา เสนหม่คี ะนา หมู แกงจดื ฟก เขียว สับปะรด
ขาวสวย ตมจืดมะระสอดไส ผดั เผ็ดหนอ ไมไก สมโอ
เชา
กลางวัน ขา วตม ปลากะพง ขนมจบี ฝรง่ั นมพรองมันเนย
เย็น ผดั มกั กะโรนไี ก สลัดผกั เงาะ
ขาวสวย แกงสม ผักกาดขาวกุง หมูบดปน กอนน่งึ กลว ยไข
วนั พฤหสั บดี
โจก หมูบดปนกอ น ชมพู นำ้ เตาห(ู หวานนอย)
เชา กว ยเตีย๋ วลกู ชนิ้ ปลา ซาลาเปาหมูสับ แตงโม
กลางวัน ขา วซอมมอื แกงเหลืองมะละกอปลาชอน ไขตุน แคนตาลปู
เยน็
ขาวตม จบั ฉา ย ปลาอินทรีทอด นมขาดมนั เนย
วันศุกร กว ยเต๋ยี วหลอดทรงเคร่ือง แกงจืดลกู เงาะ กลว ยไข
ขา วซอ มมอื ตม ยำปลาชอนเหด็ ฟาง ผกั กวางตุงลูกช้ินกุง แอปเปล
เชา
กลางวนั ขาวตม กงุ สมเขียวหวาน นมพรอ งมันเนย
เยน็ บะหม่ีหมูแดงแหง เก๊ียวน้ำ สับปะรด
วันวันเสาร ขาวซอ มมอื ปลากะพงนึ่งมะนาว แกงจดื ผักกาดขาว แตงโม

เชา
กลางวนั
เย็น

วนั อาทิตย

เชา
กลางวนั
เย็น

54 ¤Ù‹Á×Í âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 54

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


ÊμÙ ÃÍÒËÒ÷èãÕ ËŒ·Ò§ÊÒÂãËŒÍÒËÒÃ

ÊÙμøÃÃÁ´Ò

ÊÇ‹ ¹¼ÊÁ ÊμÙ Ã 1 ÊμÙ Ã 2 ÊμÙ Ã 3
300 á¤ÅÍÃÕè 350 á¤ÅÍÃèÕ 400 á¤ÅÍÃèÕ

/««Õ Õ/Á×éÍ /««Õ Õ/Á×éÍ /«Õ«Õ/Á×éÍ

1. น้ำตาลทราย 25 กรมั 35 กรมั 40 กรมั
หรอื กลโู คส
(5 ชอนชา) (7 ชอ นชา) (8 ชอนชา)

2. อกไก (บดสุก) 45 กรัม 60 กรมั 45 กรมั

(3 ชอนโตะ) (4 ชอนโตะ ) (3 ชอ นโตะ )

3. ฟกทอง (นึ่งสุก) 50 กรมั 50 กรัม 50 กรมั
ห่นั ขนาด 1 น้ิว 1 น้ิว (4 ชิ้น) (4 ช้ิน) (4 ชน้ิ )

4. ขาวตมเปอย ¼ ถวยตวง ¼ ถว ยตวง ¼ ถวยตวง
(ใชเ ฉพาะเนือ้ ขาว) (3 ชอ นโตะ ) (3 ชอ นโตะ) (3 ชอ นโตะ )

5. ไขไ กตมสกุ 1 ฟอง 1 ฟอง 1 ฟอง
(ใชเ ฉพาะไขข าว)

6. นำ้ มันพืช 1.5 ชอนชา 1.5 ชอนชา 2 ชอ นชา

7. เกลือปน ¼ ชอนชา ¼ ชอ นชา ¼ ชอนชา
(ไอโอดนี )

8. นำ้ ตม สุก 100 ซซี ี 130 ซีซี 150 ซีซี
หรอื นำ้ ตม ผักกรอง

หมายเหตุ โรคไต, โรคหวั ใจ, โรคความดนั โลหติ สงู จำกัดเกลอื ปน

¤ÁÙ‹ Í× âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 55

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


ÍÒËÒ÷ҧÊÒÂãËŒÍÒËÒÃ
ÊÓËÃºÑ ¼ÙŒ»Ç† ÂâäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ

อาหารที่ใหทางสายใหอาหาร คือ อาหารท่ีจัดใหผูปวยที่มีปญหา
ไมสามารถกิน เค้ียว หรือ กลืนทางปากไดมีลักษณะเปนของเหลวท่ีไมมีกาก
สามารถผานทางสายยางเขาสูรางกายไดโดยไมติดขัด ซึ่งประกอบดวยอาหาร
หลัก 5 หมู ถูกตอ งตามหลักโภชนาการ และมีคณุ คาของสารอาหาร เพยี งพอกบั
ความตองการของผูปวยแตละรายโดยเฉพาะ คารโบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
ฯลฯ

ÊÙμÃÍÒËÒû›¹˜ ¼ÊÁ (Blenderized Formula)

สูตรน้ีใชวัตถุดิบจากอาหาร 5 หมู

โดยเลือกเอาอาหารแตละหมูมาทำใหสุก

แลวปนผสมเขาดวยกัน กรองเอากากออก

ซ่ึงมีทั้ง เนื้อสัตว ผัก น้ำตาล และไขมัน

มีสัดสว นของสารอาหาร :

โปรตนี 20%

ไขมัน 30%

คารโ บไฮเดรต 50%

ÍØ»¡Ã³áÅÐÀÒª¹Ð·ãèÕ ªãŒ ¹¡ÒÃàμÃÂÕ Á

1. ตาชง่ั
2. เคร่ืองปนอาหาร
3. ถว ยตวง, ชอ นตวง
4. ขวดแกวสำหรับใสอ าหาร
5. กระชอนกรองอาหาร
6. กรวยกรองอาหาร
7. หมอและทัพพี

56 ¤‹ÁÙ ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 56

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


¡Òôá٠żٻŒ †ÇÂãÊÊ‹ ÒÂãËÍŒ ÒËÒ÷ҧÊÒÂÂÒ§

การใหอาหารทางสายยางใหอาหาร เปนวิธีใหอาหารเม่ือผูปวยรับ
ประทานอาหารทางปากไมได แตระบบทางเดินอาหารทำหนาที่ยอยและดูดซึม
อาหารไดดี

การใหอาหารทางสายยางในระยะแรก ญาติหรือผูดูแลจะรูสึกวาเปนสิ่ง
ยุงยากเสียเวลามาก ไมม่ันใจ กลัววาจะเกิดอันตรายแกผูปวย แตเมื่อปฏิบัติ
เปนประจำจะมีความชำนาญ และลดความวิตกกังวล ผูปวยจะไดรับอาหารท่ี
ครบถวนทั้งปริมาณและคุณคา สงผลใหผูปวยมีรางกายแข็งแรง สามารถฟนฟู
สขุ ภาพไดร วดเร็วข้นึ ซึง่ ผดู แู ลจะตองมีความรแู ละทักษะในการปฏบิ ัติดังนี้

ชนดิ ของอาหารทีใ่ หท างสายยาง
ข้ันตอนการใหอ าหารทางสายยาง
ระยะเวลาทเี่ หมาะสมในการใหอ าหาร
ขอ ควรระวังเพือ่ ไมใหเกิดภาวะแทรกซอน

ª¹Ô´¢Í§ÍÒËÒ÷ãÕè Ë·Œ Ò§ÊÒÂÂÒ§ ÁÕ 3 ª¹Ô´ ¤Í×

1. น้ำนม หรอื นมผง 2. อาหารทางการแพทย (อาหารสำเร็จรปู )

¤ÙÁ‹ ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 57

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


ʋǹ¼ÊÁ ÊÙμÃàºÒËÇÒ¹ ÊμÙ Ã 3
400 á¤ÅÍÃÕè
1. ขนมปง ขาว ÊÙμà 1 ÊμÙ Ã 2
300 á¤ÅÍÃèÕ 350 á¤ÅÍÃÕè /«Õ«Õ/ÁÍ×é
2. อกไก (บดสกุ )
/«Õ«/Õ Á×éÍ /««Õ Õ/Á×éÍ
3. ฟก ทอง (นึ่งสกุ )
หน่ั ขนาด 1 น้ิว 1 น้วิ 2 แผน 2 ¼ แผน 2 ½ แผน ฃ

4. ไขไ กตมสุก 30 กรมั 30 กรัม 30 กรมั
(ใชเฉพาะไขขาว)
(2 ชอนโตะ) (2 ชอนโตะ) (2 ชอ นโตะ )
5. น้ำมนั พืช
6. เกลอื ปน 65 กรัม 80 กรมั 80 กรมั
(5 ชนิ้ ) (6 ชน้ิ ) (6 ช้นิ )
(ไอโอดีน)
1 ฟอง 1 ฟอง 2 ฟอง
7. น้ำตม สุก
หรอื น้ำตม ผกั กรอง 1.5 ชอ นชา 2 ชอนชา 2.5 ชอนชา
¼ ชอนชา ¼ ชอนชา ¼ ชอ นชา

150 ซซี ี 180 ซซี ี 200 ซซี ี

หมายเหตุ โรคไต, โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสงู จำกัดเกลอื ปน

58 ¤‹ÁÙ ×Í âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 58

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


ÇÔ¸Õ·Ó

1. นำสวนผสม 1-7 ใสเครอื่ งปน เตมิ นำ้ สุกหรือนำ้ ตมผักพอทวมอาหาร
2. ปน ใหล ะเอยี ดเทออก ผสมน้ำอีกเล็กนอย คนใหเ ขา กัน แลวกรองเอากากออก
3. กรอกใสข วดทสี่ ะอาดแลว เตมิ นำ้ สกุ หรอื นำ้ ตม ผกั ใหไ ดป รมิ าณ 300 หรอื 350 หรือ 400 ซซี ี
4. ปด ฝาใหส นิทแลวเกบ็ ในตูเยน็ หรือกระตกิ นำ้ แข็ง
5. กอนท่ีจะใหอาหารกับผูปวยแตละมื้อจะตองนำอาหารออกจากตูเย็นทีละขวดเขยาขวดเพ่ือ

ใหอาหารผสมเขากันดี แลวอุนโดยการแชขวดลงในภาชนะท่ีมีน้ำรอนใหน้ำรอนสูงกวา
อาหารในขวด 1 น้ิว อนุ ประมาณ 5-10 นาที ยกลงสักครู จึงใหผูป ว ยได

¢ŒÍ¤Çû¯ºÔ ÑμÔ㹡ÒÃàμÃÕÂÁÍÒËÒ÷ҧÊÒÂãËŒÍÒËÒÃ

1. ความสะอาด
เปนส่ิงสำคัญที่สุดในการเตรียมอาหารประเภทน้ี ภาชนะเคร่ืองใชทุกชนิด
ตองตมหรือลวกดวยน้ำรอนกอนและหลังใชทุกครั้ง เพ่ือปองกันมิใหอาหาร
มีเช้อื โรค ซง่ึ อาจจะทำใหผูปวยเกิดอาการทอ งรว งหรือทองเดนิ ได

2. การชัง่ ตวงอาหาร
ตองมีการช่ังตวงอาหารและสวนผสมใหถูกตองตามสัดสวนท่ีกำหนดให
เพอ่ื ใหผปู วยไดค ุณคา ทางโภชนาการอยางครบถวน

3. การเกบ็ รักษา
อาหารทเ่ี ตรยี มใหผูปว ยจะตองเตรยี มไวภายใน 24 ชว่ั โมงเทานน้ั
(หามเกนิ 1 วนั )

4. การใหอาหาร
ญาติผูปวยควรฝกและเรียนรู การใหอาหารผูปวยจากพยาบาลเพื่อนำกลับ
ไปปฏบิ ตั ทิ ี่บา นไดอ ยา งถกู ตอ ง

¢ÍŒ á¹Ð¹Ó㹡ÒÃãËÍŒ ÒËÒ÷ҧÊÒÂÂÒ§

1. ปริมาณอาหารแตละมอื้ ประมาณ 300-400 ซซี ี (ไมเ กนิ 500 ซีซี)
2. แตละมอ้ื ใหห า งกนั 3-4 ชวั่ โมง
3. ควรอนุ อาหารใหมอี ุณหภูมพิ อเหมาะกอนใหอาหารผูป ว ยทุกครงั้

หมายเหตุ 1. เนอ้ื สตั วท ค่ี วรใช เชน เนอื้ อกไก เนื้อหมู เนือ้ ปลา เลอื กใชเ พยี ง 1 อยา ง
2. ผกั ทค่ี วรใช เชน ใบผกั กวางตงุ ใบผกั ตำลงึ ใบผกั โขม ฟก ทอง หรอื แครอท ฯลฯ

¤Á‹Ù ×Í âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 59

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


¢Ñé¹μ͹¡ÒÃãËŒÍÒËÒ÷ҧÊÒÂÂÒ§

1. ลา งมือ ฟอกสบูกอ นทกุ ครง้ั ใหสะอาด
2. เตรยี มอปุ กรณใหอ าหาร

กระบอกใหอ าหาร
สำลีชบุ น้ำตม สุก
อาหารเหลวที่อุนแลว
(จะเปนอาหารผสมท่ีอุนแลว อาหารสำเร็จรูป หรือ นม ใสขวดหรือ
บรรจุ ในถุง) ตอ งใชใหห มดภายใน 1 วนั
ยา (ถาม)ี อุปกรณสำหรับบดยา
นำ้ ดืม่ 1 แกว
3. จัดทานอน บอกผูปวยใหทราบทุกครั้ง ผูปวยสามารถนั่งเองไดใหนั่ง
บนเกาอ้ี/เตียง ไมสามารถนั่งเองไดใหผูปวยนั่งศีรษะสูง โดยไขหัวเตียง
ขึ้นหรอื ใชหมอนรองใหอยูใ นทากึ่งนง่ั
4. ทำความสะอาดบริเวณหัวตอ สายยางโดยใชสำลีชบุ นำ้ ตม สุกเชด็
5. ตรวจสอบตำแหนงสาย และอาหารทค่ี างในกระเพาะ

60 ¤‹ÙÁÍ× âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 60

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


กอนใหอาหารทุกครั้ง ตองสังเกตวา สายอยูในตำแหนงเดิมหรือไม
(โดยสังเกตจากเครื่องหมายขีดท่ีสายใหอาหาร) หากอยูในตำแหนงเดิมใหทดลอง
ใชกระบอกดูดอาหาร ดูดของเหลวในกระเพาะออกมา หากปริมาตรของเหลว
ไมเกิน 50 ซีซี ใหอาหารเหลวได

หากสังเกตเห็นวาสายอาหารเล่ือนจากตำแหนงเดิมไมเกิน 2 น้ิว
ใหดันสายอาหารกลับเขาตำแหนงเดิม และลองดูดดวยกระบอกดูดอาหาร
หากของเหลวในกระเพาะไมเ กิน 50 ซีซี ใหอ าหารเหลวได

หากสายอาหารเล่ือนจากเดิมมากกวา 2 น้ิว ใหนำผูปวยปรึกษาแพทย
ที่คลนิ กิ หรอื โรงพยาบาลใกลบ า น เพอ่ื พิจารณาใสส ายใหม

ทุกคร้ังที่ดูดของเหลวในกระเพาะอาหารแลวพบวา มีของเหลวมาก
เกิน 50 ซีซี ใหดันของเหลวกลับคืนอยางชาๆ และเลื่อนเวลาใหอาหารออกไป
ครงึ่ ถึงหนึง่ ช่วั โมงแลวมาทดสอบดูใหม ถา มีนอยกวา 50 ซซี ี ใหอาหารได

ถาผูปวยมีเสมหะในลำคอหรือปอด ใหดูดเสมหะใหหมดกอนทุกคร้ัง
ท่จี ะใหอาหาร เพอื่ ปองกันการไอและสำลกั อาหาร

¤Á‹Ù ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 61

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


6. ใหอาหาร ยา และนำ้

โดยปกติอาหารที่ปรุงและปนจากอาหารหลัก 5 หมู ใหคุณคาทาง
โภชนาการและพลังงานท่ีเพียงพอแกผูปวย แตมีผูปวยบางกลุม เชน ผูปวยท่ีมี
โรคประจำตัวบางชนิดหรือผูปวยท่ีไมสามารถดูดซึมอาหารเหลวสูตรปกติได
อาจตอ งพจิ ารณาใชสูตรอาหารเหลวทางการแพทยพิเศษ

หลงั ใหอ าหารทกุ มอื้ ใหก รอกนำ้ ตามประมาณ 100 ซซี ี หากมยี าทต่ี อ งให
ใหนำเม็ดยามาบดใหละเอียดผสมน้ำสะอาดประมาณ 15 ซีซี กรอกทางสายยาง
หลงั จากใหยาใหกรอกนำ้ สะอาดตามประมาณ 50 ซีซี

กรณี ใหอาหารทีบ่ รรจุ
ในถงุ พลาสตกิ ควรมอี ปุ กรณป รับการไหล
ของอาหาร เพ่อื ปลอยใหอาหารผานสายยาง
ลงสกู ระเพาะอาหารตามเวลาทีก่ ำหนด
เมอ่ื อาหารหมด ใหใชกระบอกกรอกยา

และน้ำตาม

62 ¤ÙÁ‹ ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 62

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


7. ปด จกุ และใหผ ปู ว ยนอนพกั ศรี ษะสูง
หลังใหอ าหารไปแลวคร่ึงชวั่ โมง
ถึง 1 ชวั่ โมง

ÃÐÂÐàÇÅÒ·àèÕ ËÁÒÐÊÁ㹡ÒÃãËÍŒ ÒËÒÃ
✪ เวลา 06.00 น.

✪ เวลา 10.00 น.

✪ เวลา 14.00 น.

✪ เวลา 18.00 น.

✪ เวลา 22.00 น.

✪ สามารถใหน ำ้ ในระหวา งมอ้ื ได

¢ŒÍ¤ÇÃÃÐÇѧà¾èÍ× äÁ‹ãËŒà¡Ô´ÀÒÇÐá·Ã¡ªÍŒ ¹

1. การทดสอบตำแหนงสายอาหารดังวิธีท่กี ลาวไปแลว
เพื่อปองกนั การสำลกั ลงปอด

2. ความสะอาด ปอ งกนั ไมใหผ ูปว ยทอ งเดนิ
3. สวนผสมของอาหารท่เี หมาะสมกบั

ผปู วย เพือ่ ปองกนั ภาวะ
ทองผกู และขาดสารอาหาร
4. ความหนืดของอาหาร
5. ในขณะใหอาหาร ถาผูป วยมอี าการไอหรือสำลกั ใหห ยดุ ทนั ที ถา หยดุ ไอ
ใหลองใหอาหารใหมอีกคร้ัง ถายังมีอาการไอ ใหสงสัยวาสายอาหาร
อาจเล่ือนหลุดจากตำแหนงเดิม ใหพิจารณาปรึกษาบุคคลากรทาง
การแพทยใ กลบานทส่ี ะดวกเพ่อื ตรวจสอบอีกคร้งั

¤‹ÙÁÍ× âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 63

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


á¹Ç·Ò§¡Òôá٠ż»ŒÙ †ÇÂ
âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ·èÕºÒŒ ¹

ÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤

1. เพ่ือใหผ ูปวยสามารถปฏบิ ตั ิภารกจิ
ประจำวนั โดยพึ่งพาญาติและผูดูแล
นอยทส่ี ุด

2. เพือ่ ใหเ กิดความภาคภมู ิใจทีผ่ ูป ว ย
สามารถดูแลตนเองและดำเนนิ ชีวติ
ไดอยางมคี วามสุข

á¹Ç·Ò§»¯ÔºÑμÔ

1. กระตุนใหผูป วยทำกจิ วัตรประจำวันไดเ อง เชน การแปรงฟน การใส
เสอ้ื ผา หวผี ม การรบั ประทานอาหารดว ยตวั เอง การลกุ นง่ั การขบั ถา ย
โดยอาจตองใหญาติชวยตามแตกรณี สวนใหญญาติมีความวิตกกังวล
ในการท่ีจะใหผูปวยทำกิจวัตรประจำวันไดเองและมักจะทำกิจวัตร
ประจำใหผูปวยเองทั้งหมด ซึ่งเปนการขัดขวางการพัฒนาศักยภาพ
ของผูปวยและลดโอกาสท่ีจะทำใหผูปวยฟนไดเร็วข้ึน ญาติควรให
กำลงั ใจ และสงเสริมในผูป ว ยเกิดความม่นั ใจในตวั เอง

64 ¤ÁÙ‹ ×Í âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 64

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


2. ควรมสี ่ิงเรา กระตุนสมอง
และการรับรขู องผปู ว ย
เชน โทรทศั น วิทยุ
ปฎทิ นิ การพูดคุยกบั
ลูกหลาน ญาติ หรอื
ผูท่ีคุนเคยอยางสม่ำเสมอ

3. จดั อาหารใหเ หมาะสมกบั
โรคประจำตัว ของผปู วย
แตล ะราย เชน เบาหวาน
ไขมันในเลอื ดสงู
ความดันโลหติ สงู

4. ปญหาเรื่องการกลืนลำบาก การสำลัก ในผูปวยโรคน้ี ควรใหอาหาร
ออน เชน โจก ขาวตม ถาอาหารมีลักษณะเปนเสน ช้ินยาวใหญ
ควรตัดหรือห่ันใหเปนช้ินเล็กๆ หลังรับประทานอาหารทุกคร้ัง
ควรดูแลรักษาความสะอาดของชองปาก ลางเศษอาหารท่ีติดขาง
กระพงุ แกม ออกใหหมด

¤‹ÁÙ Í× âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 65

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


5. ปญ หาการบวมของแขน-ขา มือและเทา
ซ่งึ พบบอยในขา งท่ีเปน อัมพาต
สามารถแกไ ขเบอ้ื งตน ไดด ว ย
การใชวสั ดอุ อนนุม เชน
ผา หม หมอนขาง
หนุนรองขางทบี่ วมใหส งู
กระตุนใหเ ปลย่ี นอิริยาบทบอ ยๆ ลดอาหารรสเค็ม
โดยการงดเตมิ เกลือ นำ้ ปลาและของหมักดองลงในอาหาร

6. ปญหาการปองกันการเกิดแผลกดทับ
ในกรณีผูปวยเคล่ือนไหวดวยตัวเอง
ไมได สามารถปองกันได โดยพลิก
ตะแคงผปู ว ยบอ ยๆ หรอื ทุก 2 ชว่ั โมง
เพ่ิมความระมัดระวังบริเวณผิวหนัง
ที่เปนรอยแดงบริเวณปุมกระดูกตางๆ
เชน สะโพก กนกบ สนเทาไมใหเกิด
การกดทบั

7. ปญ หาการนอนหลบั ของผปู วย
สวนใหญว งจรการนอนหลบั ทีเ่ ปลี่ยนไปจาก
คนปกติ เชน มกั นอนกลางวนั แตห ลบั ยาก
เวลากลางคนื หรือนอนหลับเปนชวงๆ ญาติ
ควรจัดสิ่งแวดลอ มใหส งบเงยี บในตอนกลางคนื
และควรจดั กิจกรรมในเวลากลางวัน เชน
เชา ฝกเดินออกกำลังกายหรอื ออกกำลังกาย
ดวยวธิ ีอนื่ ๆ อา นหนังสือ ติดตามขา วสาร
ดโู ทรทศั น ฟง วิทยุ พดู คยุ สันทนาการตา งๆ

66 ¤Á‹Ù ×Í âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 66

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


8. ปญหาการขับถาย มักพบเรื่องทองผูก
สามารถแกไขไดดวยการรับประทานอาหาร
ที่มีกากใย ควรดม่ื น้ำ วนั ละ 6–8 แกว หรือ
ตามแผนการรักษาของแพทย กระตุนใหมี
การเคลื่อนไหวรางกาย กรณีผูปวยคาสาย
สวนปสสาวะไว ควรดูแลสายสวนลงระบบ
ปด ที่ปลอดเชือ้ โดยทำความสะอาด ดวยน้ำ
ตมสุกและน้ำสบู อยางนอยวันละ 2 คร้ัง
และทุกครั้งท่ีปนเปอน อุจจาระ และตรึง
สายสวนปสสาวะไมใหดึงร้ัง ถุงปสสาวะ
ควรอยูระดับต่ำกวากระเพาะปสสาวะ
เปลี่ยนสายสวนทุก 14 วัน จะชวยปองกัน
การติดเชอื้ ทางเดนิ ปสสาวะ

9. ปญหาเรื่องการส่ือสาร ผูปวยอาจมี ปญหา เชน พูดไมชัด ฟงคำพูด
ไมคอยเขาใจ พูดไมได ทำใหผูปวยเกิดความทุกขทรมานใจและอาจ
เกดิ ภาวะซึมเศรา ทอ แทห รอื หงุดหงดิ
ญาตติ องมคี วามอดทนใจเยน็
ที่จะชวยเหลอื และทำความเขาใจ
ผปู วยอาจใชว ธิ กี ารส่ือสารอื่นๆ
ทดแทน เชน การเขยี น การอา น
(ถา สามารถทำได) หรือการสอื่ สาร
ดว ยการช้ีรูปสญั ลักษณ ซง่ึ สอ่ื ความ
ตอ งการ หรอื ความหมายแทนคำพดู

10. ผูปว ยอาจมีความตองการทางเพศสมั พันธ
เปลยี่ นแปลงไป ซ่ึงผดู ูแลโดยเฉพาะสามี
หรอื ภรรยาควรทำความเขาใจและ
ปลอบโยนใหก ำลงั ใจผูปวย

¤‹ÙÁ×Í âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 67

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


¡ÒÃཇÒÃÐÇѧáÅСÒû¯ºÔ μÑ ÔμÇÑ ¢Í§¼ŒÙ»†ÇÂ
ËÅ§Ñ ãËŒÂÒÅÐÅÒÂÅèÔÁàÅÍ× ´ ÂÒμŒÒ¹à¡Åç´àÅÍ× ´

áÅÐÂÒμŒÒ¹¡ÒÃá¢ç§μÇÑ ¢Í§àÅÍ× ´

ควรเฝาระวังและสังเกตอาการเลือดออก
จากอวัยวะตางๆซ่ึงเปนอาการแทรกซอนของยา
ละลายลิม่ เลอื ด เชน มีจำ้ เลือดเพม่ิ มากขนึ้ ท่รี อย
แทงน้ำเกลือ หรือรอยเจาะเลือด พรอมสังเกต
สีของปสสาวะ สีของอุจจาระ หรือ ลักษณะ
อาเจียนทอ่ี อกมา

ผูปวย/ผูดูแลควรเฝาระวังอาการขางเคียงท่ีจะเกิดข้ึน
จากการรบั ประทานยาตานเกลด็ เลอื ด ดังนี้..

แอสไพรนิ (Aspirin) จะมอี าการปวดทอ ง คลนื่ ไสอ าเจยี น
จากการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
โคลพโิ ดเกรล (Clopidogrel) จะมอี าการผน่ื ปวดหนา อก
ปวดศีรษะ ตาพรา อดึ อัดทอง ผูป ว ยโรคตบั หรือมปี ญ หา
ตกเลอื ด ตอ งใชด วยความระมัดระวงั
ทิโคลพิดีน (Ticlopidine) มักมีอาการทองเดิน คลื่นไส
จำนวนเกล็ดเลือดลดลง ทำใหเ กิดแผลฟกช้ำ
ไดไพริดาโมล (Dipyridamole) จะมอี าการปวดศรี ษะ
ซลิ อสตาซอล (Cilostazol) มักมอี าการปวดศรีษะ ใจสัน่
หวั ใจเตน เรว็

68 ¤ÙÁ‹ ×Í âäËÅÍ´àÅ×Í´ÊÁͧ 68

(ÍÑÁ¾Òμ ÍÑÁ¾Ä¡É) ÊÓËÃºÑ »ÃЪҪ¹


การปฏบิ ตั ติ วั เมอ่ื ไดร บั ยาตา นการแขง็ ตวั ของเลอื ด หรอื วอรฟ ารนิ (Warfarin)
1. ควรรบั ประทานยาอยา งตอ เนอื่ ง
และมาพบแพทยตามนัดเพื่อเจาะเลือด
เพือ่ ดูฤทธิ์ของยา

2. กรณีที่ตองไดรับการผาตัดหรือ
ถอนฟนตองแจงแพทยทันทีและพบ
แพทยท่สี ัง่ ใชย าเพอื่ พจิ ารณา

3. ถาเกิดอุบัติเหตุหรือมีเลือดออกมากผิดปกติใหหยุดยาทันทีและมา
พบแพทย

4. กรณีท่ีมีอาการบวมท่ีแขนขาโดยไมทราบสาเหตุหรือมีเลือดออกเอง
ควรแจง แพทยท ันที

5. งดการด่ืมเหลา สูบบุหรี่เพราะ
อาจมีผลทำใหระดับยาเปลี่ยนแปลงได

6. ยานี้ขับผานน้ำนมได ดังน้ันสตรีท่ีใหนม
บุตรและไดรับยาวอรฟาริน หากต้ังครรภควรแจง
แพทยทันทีเพ่ือปรับเปลี่ยนยา

7. หากลืมรับประทานยามานาน
กวา 12 ช่วั โมง ใหข ามยาม้ือนน้ั ไปเลย
และรบั ประทานยามอื้ ตอ ไปในขนาดเดมิ

8. การเก็บรักษายา ควรเก็บยา
ใหพนแสงและความช้ืน เก็บยาใหพน
มือเด็ก และเก็บยาในภาชนะท่ีไดรับ
จากโรงพยาบาล

¤‹ÙÁÍ× âäËÅÍ´àÅÍ× ´ÊÁͧ 69

(ÍÁÑ ¾Òμ ÍÁÑ ¾Ä¡É) ÊÓËÃѺ»ÃЪҪ¹


º¹Ñ ·¡Ö


º¹Ñ ·¡Ö


º¹Ñ ·¡Ö


º¹Ñ ·¡Ö


º¹Ñ ·¡Ö


º¹Ñ ·¡Ö


º¹Ñ ·¡Ö


Click to View FlipBook Version