The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มการใช้เทคโโนโลยีเพื่อการพัฒนางานวิจัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yanaphat4761, 2021-08-10 04:23:11

เล่มการใช้เทคโโนโลยีเพื่อการพัฒนางานวิจัย

เล่มการใช้เทคโโนโลยีเพื่อการพัฒนางานวิจัย

ห น า | 50

รูปแบบการเขียนเชิงอรรถหนังสือทั่วไป

เชือ่ -ชื่อสกุล.(ปท ่พี มิ พ. ชื่อหนังสอื /หนา ท่อี า งองิ .

หนังสอื แปล

ชอื่ ช่ือสกลุ ./(ปท พ่ี ิมพ. / ชื่อหนงั สอื .//แปลโดย ช่ือผูแปล/หนา ท่อี างอิง.

สงิ่ พิมพร วมบทความ

เชือ่ ช่อื สกลุ .(ปท พ่ี ิมพ, ชอ่ื บทความหรือชื่อตอน./ใน ช่อื หนังสือ/หนาทอี่ างอิง.

รูปแบบการเขียนเชิงอรรถจากวารสาร
ภาษาไทย

ช่ือ ชอื่ สกุลผูเ ขยี นบทความ./(ป วนั /เดอื น //ช่อื บทความ. / ชื่อวารสาร/ปท่ี (ฉบบั ที่ - หนาทอ่ี า งอิง.

ภาษาองั กฤษ

เช่ือตน ชื่อกลาง-ช่ือสกลุ ผเู ขยี นบทความ./(ป, วันเดอื น ชือ่ บทความ./ ชื่อวารสาร. ปที(่ ฉบบั ที่/หนา ท่ีอา งอิง
ช่ือบทความ (ป วัน/เดอื น ชอื่ วารสาร,เปท ี(่ ฉบบั ที่ หนาทอ่ี า งองิ .

ไมปรากฏช่อื ผเู ขียน ใหพ ิมพช่ือบทความเปนรายการแรก
รปู แบบการเขียนเชงิ อรรถจากหนังสอื พิมพ

ชอ่ื ชื่อสกุลผูเขียนบทความ. (ป วนั /เดอื น, ชอื่ บทความหรือชือ่ หวั ขอ ในคอลมั น ชอื่ หนงั สอื พมิ พ หนา ที่อา งอิง

รปู แบบการเขียนเชงิ อรรถจากการสมั ภาษณ

1ก เปนผูใหส ัมภาษณ, /ข เปน ผูสมั ภาษณ/ ท.ี่ ..(ระบสุ ถานท่ที สี่ มั ภาษณ/เมือ่ …....(ระบวุ นั เดอื นปท ส่ี ัมภาษณ.

รปู แบบการเขียนเชงิ อรรถจากแหลง ขอมูลอเิ ลก็ ทรอนิกส

1เชอื่ /ช่อื สกลุ ./(ปทผี่ ลติ หรอื ปท่สี บื คน,/ ช่อื เรอ่ื ง.//(ออนไลน หรือ online

เอกสารการเรียนรู “การใชเ ทคโนโลยีเพอื่ การพฒั นางานวจิ ยั ”

ห น า | 51

2. การเขยี นบรรณานุกรม
การเขยี นบรรณานุกรม

บรรณานุกรม คือ รายการวัสดุอางอิงทั้งหมด ไดแก หนังสือ วารสาร สิ่งพิมพตางๆ สื่อโสตทัศน
รวมทั้งแหลงขอมูลอิเล็กทรอนกิ สท ี่นํามาอางอิงในการเขียนรายงาน ภาคนิพนธ ปริญญานิพนธ และบทนิพนธ
ทุกชนิด บรรณานุกรมจะเปนหลักฐานแสดงใหเห็นวาไดมีการคนควาจากตําราที่เชื่อถือได และหากผูอาน
ตอ งการคน ควา เพ่ิมเตมิ กจ็ ะทราบแหลง ท่จี ะหาความรเู หลานนั้ เพิ่มเตมิ ไดท ันที โดยมรี ูปแบบการเขียนดังน้ี
รูปแบบการเขยี นบรรณานุกรมหนงั สือภาษาไทย

ช่ือ/ชอ่ื สกลุ .//(ปท พ่ี ิมพ.// ชือ่ เร่อื ง.//คร้งั ทพี่ มิ พ.//เมืองทพ่ี มิ พ: /สาํ นักพมิ พ.

รูปแบบการเขียนบรรณานุกรมหนงั สือภาษาองั กฤษ

ชื่อสกุล,ชื่อตน ช่ือกลาง.//(ปท พ่ี ิมพ ช่อื เรื่อง.//ครง้ั ท่ีพมิ พ //เมอื งท่ีพิมพ สาํ นกั พิมพ

รปู แบบการเขียนบรรณานกุ รมจากหนงั สือท่แี ปลมาจากหนังสอื ตา งประเทศ

ผูเ ขยี นเดิม.//(ปท พ่ี ิมพ.// ชอ่ื เร่ืองภาษาไทย.//แปลโดย/ช่ือผูแปล.//คร้งั ที่พมิ พ //สถานทีพ่ มิ พ./สาํ นกั พมิ พ,

รูปแบบการเขียนบรรณานุกรมส่งิ พิมพท่มี ีลักษณะเปน การรวมบทความ

ช่ือผเู ขยี น.//(ปทีพ่ ิมพ,//ชอ่ื บทความหรือชื่อตอน.//ใน// ช่ือหนังสอื ./ช่ือบรรณาธกิ ารหรือชอ่ื ผูร วบรวม(ถา มี //
หนา ทพ่ี ิมพบ ทความหรอื ตอนนั้น./เมืองท่พี มิ พ,/ชื่อสํานักพิมพ

รปู แบบการเขียนบรรณานุกรมจากวารสารภาษาไทย

ชื่อ/ชอ่ื สกลุ ผเู ขยี นบทความ //(ป วันเดอื น./ /ช่อื บทความ: ช่ือวารสาร.// ปท(่ี ฉบบั ท/ี่ :/หนาที่อา งอิง

รูปแบบการเขียนบรรณานกุ รมวารสารภาษาตา งประเทศ

ชื่อสกุล,/ชอื่ ตน/ชือ่ กลางผูเขียนบทความ.//(ป วนั /เดือน //ชื่อบทความ.// ชื่อวารสาร.//ปท (่ี ฉบับท่/ี : /หนาท่อี างอิง.

รูปแบบการเขยี นบรรณานุกรมจากวารสารกรณไี มม ีช่ือผูแตง

ชอื่ บทความ.//(ป,/วนั /เดือน.// ชอื่ วารสาร.//ปที่(ฉบบั ท/ี่ :/ หนา ทอี่ า งอิง.

รปู แบบการเขยี นบรรณานุกรมจากหนงั สือพิมพ

ช่ือผูเขียน.//(ปที่พมิ พ. //ชอื่ บทความหรอื ช่อื ตอนในคอลมั น. // ชอ่ื หนงั สือพมิ พ /หนาทพ่ี ิมพบ ทความ.

รปู แบบการเขียนบรรณานุกรมจากแหลงอิเลก็ ทรอนิกส

ผแู ตง .//ปท พี่ ิมพหรอื ปท ส่ี บื คน./ ชื่อเรอื่ ง.//(คาํ บอกลกั ษณะแหลงขอ มูลอิเล็กทรอนกิ ส.//แหลง ทีม่ า:/ชื่อของแหลง ทมี่ า;/
แหลงทม่ี า:/ช่อื แหลงยอย//,วนั ทีส่ บื คน

เอกสารการเรยี นรู “การใชเทคโนโลยีเพอื่ การพัฒนางานวจิ ยั ”

ห น า | 52

โปรแกรม Endnote
เมื่อกลาวถึงการจัดการบรรณานุกรม (Bibliography หรือเอกสารอางอิง (Reference ไมวาจะเปน

ในแงของการสืบคน การรวบรวม การจัดเรียง การนํามาใช การนําเอกสารมาอางอิง และการเขียนการอางอิง
ตามแบบแผนแลว ยอมเปนที่ทราบกันดีวาเปนเรื่องละเอียด ปลีกยอย ยุงยาก เต็มไปดวยระเบียบกฎเกณฑ
มากมาย โดยเฉพาะอยางยิ่ง การเขียนการอางอิง ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยูกับ สาขาวิชา หรือหนวยงาน
ที่เกี่ยวของ เปนผูกําหนดขึ้นมา ทั้งนี้ดวยจุดประสงคใหการอางอิงนั้นครบถวนสมบูรณ สามารถติดตามไปดู
ตนฉบบั ไดไมผดิ พลาด รวมท้งั เพ่ือความเปนระเบียบเปนแบบแผนเดียวกันท้งั ฉบับ

ปจ จุบนั ความยุงยากละเอียดออ นซับซอน ดังกลาวไมเปน ปญหาอกี ตอ ไป เน่อื งจากมีผูคิดคน โปรแกรม
คอมพิวเตอรขึ้นมาจัดการขอมูลทั้งหมด และใชไดอยางมีประสิทธิภาพเปนที่นิยมแพรหลาย ตัวอยางเชน
โปรแกรม Procite โปรแกรมReference Manager โปรแกรม Refwrite โปรแกรม Endnote เปนตน
โปรแกรมชวยจัดการบรรณานุกรมเหลานี้ ไมเพียงแตชวยบริหารจัดการขอมูลบรรณานุกรมหรือเอกสาร
อางอิงดังที่กลาวมา เทานั้น ยังสามารถสรางรายการบรรณานุกรม ทั้งการอางอิงเอกสารไปพรอม ๆ กับ
การเขียนเอกสารอางอิง โดยทํางานรวมกับโปรแกรมจัดการเอกสาร(Microsoft Word หมายความวา
ในขณะที่เขียนบทความโดยใช Microsoft Word และตองการอางอิงเอกสารในเนื้อหาที่เขียน สามารถใช
โปรแกรม Endnote ชวยใหมีการอางอิงตรงจุดที่กําหนด ในขณะเดียวกันจะมีรายชื่อเอกสารอางอิงปรากฏ
ทา ยเนือ้ หาโดยอัตโนมตั ใิ นรูปแบบท่ี ผูเขียนกําหนดได

โปรแกรม Endnote เปนโปรแกรมที่จัดทําโดยบริษัท Thompson Research Soft ซึ่งปจจุบันได
พัฒนาโปรแกรมจนถึงฉบับที่ 10 ( Endnote X แลว นั่นคือมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหใชงานไดอยางมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น เชน สามารถรองรับภาษาอื่นที่ไมใชภาษาอังกฤษได เชน ภาษาไทย ภาษาญี่ปุนลาสุด
ยังพัฒนาโปรแกรม ใหสามารถใชงานไดบนอินเทอรเน็ต เรียกวา Endnote Web ซึ่งเขาใชไดทุกเวลา
และสถานที่บนเครือขาย อินเทอรเน็ต ทั้งยังสามารถถายโอนขอมูลจาก Endnote ไปสู Endnote Web
และจาก Endnote Web ไปสู Endnote

โปรแกรม Endnote ชวยในการรวบรวมบรรณานุกรม โดยจัดเก็บขอมูลลงใน file (หรือ ท่ีEndnote
เรียกวา Library อยางไมจํากัดจํานวนรายการ การรวบรวมบรรณานุกรมดังกลาวทําไดโดยการพิมพลงใน
Library หรือ ดาวนโหลดขอมูลจากฐานขอมูลตาง ๆ กอนพิมพขอมูลบรรณานุกรมหรือ เอกสารอางอิงลงใน
Library จะตองเลือกประเภทของเอกสารกอ น เชน หนังสือ บทความในวารสาร บทหนง่ึ ในหนงั สือ วิทยานิพนธ
หนังสือพิมพ ฐานขอมูล เว็บไซต หนังสืออิเล็กทรอนิกส วารสารอิเล็กทรอนิกส เปนตน ซึ่งโปรแกรมจะทําการ
เปลีย่ น field หรือรายการยอยในบรรณานกุ รมใหตามลักษณะประเภทของเอกสารโดยอัตโนมัติ

ในรายารบรรณานุกรมหรือเอกสารอางอิงแตละรายการสามารถเก็บรูปภาพ ตาราง กราฟ ไฟล PDF,
URL รวมถึงขอมูลตาง ๆ ที่ตองการแตโปรแกรมจะไมแสดงรายการอื่นในรายการบรรณานุกรมนอกเหนือจาก
ขอมูลที่จําเปนตองแสดงเมื่อรวบรวมขอมูลบรรณานุกรมไดแลว ยังสามารถใหโปรแกรมจัดเรียงลําดับ คนหา
เลือกใชเฉพาะรายการที่ตองการลบรายการหรือสั่งพิมพบรรณานุกรม โดยมีรูปแบบการเขียนบรรณานุกรม
หรือเอกสารอางอิงใหเลือกมากกวา 400 รูปแบบในทุกสาขาวิขาเชน แบบ Vancouver แบบ APA แบบ
Turabian แบบ Author-Date เปนตน รวมถึงรูปแบบเฉพาะของวารสารวิชาการตาง ๆ ทั้งยังสามารถแกไข
เปลยี่ นแปลงหรอื สรางรูปแบบการเขยี นเปนของตนเองข้ึนใหมไดอกี ดว ย

โปรแกรมจัดการบรรณานุกรมทั้งหลายลวนมีการใชงานที่คลายคลึงกันและมีจุดประสงคเดียวกัน
คอื ชว ยในการจดั การดูแลดา นบรรณานกุ รมหรือเอกสารอา งอิง เพ่อื ชว ยลดภาระและความยุงยากในการอางอิง
เอกสารและเอกสารอางอิงหรือบรรณานุกรม ผูใชค วรศึกษาวิธกี ารใชแ ตล ะโปรแกรมและเลอื กใชต ามชอบ

เอกสารการเรยี นรู “การใชเ ทคโนโลยีเพอื่ การพัฒนางานวจิ ยั ”





บรรณานุกรม

พรอ้ มภคั บึงบัว. 2564. การใชเ้ ทคโนโลยเี พ่ือพัฒนางานวิจยั . https://lms.thaimooc.org/courses/course-
v1:SWU+SWU010+2018/about ,วันท่ีสืบคน้ 11 พฤษภาคม 2564


Click to View FlipBook Version