The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by gensci_nur, 2021-12-25 22:41:19

ชุดกิจกรรม เล่มที่ 1

เล่มที่-1



คำนำ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องการดำรงชีวิตของพืช สำหรับ ช้ัน
มธั ยมศึกษาปีที่ 1 จดั ทำขึ้นสำหรับใชเ้ ปน็ ส่ือในการจัดกิจกรรมการเรยี นรคู้ วบคู่กบั แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีเนื้อหากิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย
สอดคล้องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช
2560) ท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

ชดุ กิจกรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรู้ เรื่องการดำรงชีวิตของพชื ช้ันมัธยมศกึ ษาปี
ท่ี 1 ประกอบดว้ ยชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ จำนวน 6 เล่มดังน้ี

เลม่ ที่ 1 เรื่อง การสืบพันธ์ุพืชดอก
เลม่ ที่ 2 เรอ่ื ง การเจรญิ เติบโตของพชื
เล่มที่ 3 เร่ือง การขยายพนั ธพุ์ ืชดอก
เลม่ ที่ 4 เรื่อง การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
เล่มท่ี 5 เรือ่ ง ธาตุอาหารของพชื
เล่มที่ 6 เรื่อง การลำเลียงในพชื

ผู้จัดทำขอขอบพระคณุ ผู้ที่มีสว่ นเก่ยี วข้องทุกทา่ นทีใ่ ห้การสนบั สนุน ใหค้ ำแนะนำและเป็นท่ีปรึกษา
ที่ดีในการพัฒนาปรับปรุง การตรวจสอบแก้ไข จนชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เล่มนี้มีประสิทธิภาพ
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เล่มนี้จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย
และชัดเจนขึ้น มีพัฒนาการด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์สูงขึ้น เป็นผู้ที่มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ตามมาตรฐานของหลักสตู รสามารถนำความรทู้ ่ีได้รบั ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้ และมี
ประสิทธิภาพต่อไป

นางสาวนรู ซลี า มะดาโอะ๊
ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ

สารบัญ ข

เร่อื ง หน้า

คำนำ ก
สารบัญ ข
สารบญั ภาพ ง
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั /สาระสำคัญ/จดุ ประสงค์ ฉ
คำแนะนำสำหรับการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้สำหรับครู ช
คำแนะนำสำหรบั การใชช้ ดุ กิจกรรมการเรยี นรู้สำหรับนักเรียน ซ
ขั้นตอนการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ฌ
แบบทดสอบก่อนเรียน 1
กระดาษคำตอบ 3
ผงั มโนทัศน์ เล่มที่ 1 เรื่อง การสืบพันธุ์พชื ดอก 4
กจิ กรรมท่ี 1.1 เร่ือง โครงสร้างของดอก 5
ใบความรูท้ ่ี 1.1 เร่ือง การสืบพนั ธพุ์ ืชดอก 8
แบบฝึกหดั ที่ 1.1 เรือ่ ง กระบวนการสบื พนั ธุข์ องพชื 15
กิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง การถ่ายเรณูเกดิ ข้นึ ได้อยา่ งไร 17
ใบความร้ทู ่ี 1.2 เรื่อง การถ่ายเรณูและการปฏสิ นธิ 21
แบบฝกึ หดั ที่ 1.2 เร่ือง การปฏสิ นธิของพชื ดอก 27
ใบความรูท้ ่ี 1.3 เร่ือง การกระจายผลและเมล็ด 28
แบบฝกึ หดั ที่ 1.3 เรอ่ื ง เกดิ ผลและเมลด็ การกระจายเมลด็ 31
แบบทดสอบหลงั เรยี น 33
กระดาษคำตอบ 35
บรรณานุกรม 36
ประวตั ผิ ้จู ัดทำ 37

สารบัญ (ตอ่ ) ค

เรือ่ ง หน้า
38
ภาคผนวก 39
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 40
เฉลยกจิ กรรมท่ี 1.1 เรอ่ื ง โครงสรา้ งของดอก 42
เฉลยแบบฝกึ หัดที่ 1.1 เรือ่ ง กระบวนการสืบพันธ์ุของพืช 44
เฉลยกิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง การถ่ายเรณูเกดิ ขนึ้ ได้อย่างไร 47
เฉลยแบบฝึกหดั ท่ี 1.2 เรือ่ ง การปฏิสนธิของพืชดอก 48
เฉลยแบบฝึกหดั ที่ 1.3 เร่อื ง เกิดผลและเมล็ด การกระจายเมลด็ 50
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

สารบญั ภาพ ง

ภาพ หน้า

ภาพท่ี 1.1 สว่ นประกอบของดอกชบา 9
ภาพท่ี 1.2 เกสรตัวผู้ 9
ภาพที่ 1.3 เกสรตวั เมยี 10
ภาพท่ี 1.4 การแตกหน่อไผ่ 13
ภาพที่ 1.5 ลำต้นที่ทอดนอนไปเหนือพ้นื ดนิ 13
ภาพที่ 1.6 ลำต้นใต้ดินท่ที ำหนา้ ท่ีสะสมอาหาร 13
ภาพท่ี 1.7 ลำต้นใตด้ นิ ท่ที อดขนานไปใตผ้ ิวดิน 14
ภาพท่ี 1.8 ลำต้นเจรญิ เปน็ กอ 14
ภาพท่ี 1.9 รากทที่ ำหนา้ ท่ีขยายพนั ธุ์ 14
ภาพท่ี 1.10 ใบที่ทำหนา้ ทีข่ ยายพนั ธ์ุ 14
ภาพท่ี 1.11 การถ่ายละอองเรณู 21
ภาพท่ี 1.12 การถ่ายละอองเรณใู นดอกเดียวกนั 21
ภาพที่ 1.13 การถา่ ยละอองเรณูในต้นเดยี วกัน 22
ภาพท่ี 1.14 การถา่ ยละอองเรณขู ้ามตน้ 22
ภาพที่ 1.15 ลมชว่ ยในการถ่ายละอองเรณู 22
ภาพที่ 1.16 สตั ว์ช่วยในการถ่ายละอองเรณู 23
ภาพที่ 1.17 น้ำช่วยในการถ่ายละอองเรณู 23
ภาพท่ี 1.18 คนชว่ ยในการถ่ายละอองเรณู 23
ภาพท่ี 1.19 การสร้างเซลลส์ ืบพันธุเ์ พศผู้ 24
ภาพท่ี 1.20 การสร้างเซลลส์ ืบพันธุ์เพศเมีย 25
ภาพที่ 1.21 ข้ันตอนการปฏิสนธิของพืชดอก 26
ภาพที่ 1.22 เมล็ดของพชื ท่ีปนไปกับมลู สตั ว์ 28
ภาพที่ 1.23 เมล็ดพืชทต่ี ิดไปกบั ขนสตั ว์ 28
ภาพท่ี 1.24 เมล็ดของพืชทม่ี ีปีก 29

สารบญั ภาพ (ตอ่ ) จ

ภาพ หน้า
ภาพท่ี 1.25 ผลของพืชท่ตี กจากต้นจะลอยตามนำ้ 29
ภาพที่ 1.26 เมล็ดของพชื เมื่อฝกั แตกออกจะกระเดน็ ไป 29
ภาพท่ี 1.27 ตน้ ถว่ั ลสิ งและการกระจายเมลด็ ของตน้ ถ่วั 30



มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด/สาระสำคัญ/จุดประสงค์

มาตรฐานการเรียนรู้
ว1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสมั พนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชท่ีทำงานสัมพันธ์กนั รวมท้งั นำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตัวชี้วัด
ม.1/11 อธบิ ายการสบื พนั ธ์แุ บบอาศัยเพศ และไม่อาศยั เพศของพืชดอก
ม.1/12 อธิบายลักษณะโครงสร้างของดอกที่มีส่วนทำให้เกิดการถ่ายเรณูรวมทั้งบรรยาย

การปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดผลและเมล็ดการกระจายเมลด็ และการงอกของเมลด็
ม.1/13 ตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ที่ชว่ ยในการถ่ายเรณูของพืชดอก โดยการไม่ทำลายชีวิต

ของสตั ว์ทชี่ ว่ ยในการถ่ายเรณู

สาระสำคญั

พชื ดอกทกุ ชนิดสามารถสืบพันธ์แุ บบอาศัยเพศ และบางชนดิ สามารถสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศได้
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นการสืบพันธุ์ที่มีการผสมกันของสเปิร์มกับเซลล์ไข่การสืบพันธ์ุ
แบบอาศัยเพศของพชื ดอกเกิดข้ึนทด่ี อกโดยภายในอับเรณูของส่วนเกสรเพศผู้มเี รณูซึง่ ทำหนา้ ท่ีสร้างสเปิร์ม
ภายในออวุลของส่วนเกสรเพศเมียมีถุงเอ็มบริโอ ทำหน้าที่สร้างเซลล์ไข่การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
เป็นการสืบพันธ์ุทีพ่ ืชต้นใหม่ไม่ได้เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างสเปิร์มกบั เซลล์ไข่แตเ่ กิดจากส่วนตา่ ง ๆ ของ
พชื เช่น ราก ลำตน้ ใบ ฯลฯ มีการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาข้นึ มาเปน็ ต้นใหม่ได้

จุดประสงค์
1. อธบิ ายการสืบพนั ธุแ์ บบอาศัยเพศ และการสบื พนั ธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศของพืชดอก
2. สังเกต และอธิบายลกั ษณะโครงสรา้ งของพชื ดอกท่มี ีส่วนทำให้เกดิ การถ่ายเรณู
3. สงั เกต รวบรวมขอ้ มูล และอธบิ ายวธิ กี ารถ่ายเรณใู นพชื ดอก
4. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของสัตวท์ ีช่ ่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอกโดยไมท่ ำลาย
5. บรรยายขั้นตอนการปฏสิ นธิในพืชดอก
6. อธิบายการเกดิ ผล และเมลด็ การกระจายเมลด็



คำแนะนำสำหรบั การใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
สำหรับครู

เพ่ือให้การใช้ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้เลม่ นมี้ ีประสทิ ธภิ าพสูงสดุ
ครูผูส้ อนควรปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำ ดังนี้

คำแนะนำการใชช้ ดุ กิจกรรม สำหรบั ครู เด็ก ๆ ตง้ั ใจทำกิจกรรมนะคะ
1. ครูควรศึกษาวิธีการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ถา้ ใครไมเ่ ข้าใจสอบถามครูไดเ้ ลยจ้ะ
วทิ ยาศาสตร์ และวิธีการประเมินผลใหเ้ ข้าใจ
2. ครูควรชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจบทบาทของ
ตนเอง แนะนำขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรม
การเรียนรู้ แนวปฏิบัติ ในระหว่างดำเนินกิจกรรม
การเรยี นรู้

3. ครูใหน้ กั เรียนทกุ คนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นดว้ ยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้
4. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5-6 คน โดยมีนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน
ในกล่มุ เดียวกัน แลว้ ใหแ้ บ่งหนา้ ท่รี ับผิดชอบ
5. กระต้นุ ใหน้ กั เรยี นทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการทำกิจกรรม เพอื่ เปน็ การฝกึ การทำงานรว่ มกนั
ช่วยเหลอื ซงึ่ กันและกัน รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ และเน้นใหน้ กั เรยี นตั้งใจเรยี นและระมดั ระวงั ในเรื่อง
ความปลอดภยั จากการใช้อปุ กรณใ์ นการทดลอง
6. ขณะนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมครูเดินตรวจกิจกรรมของนักเรียนแต่ละคนในกลุ่ม คอยตอบ
ข้อซักถาม หากพบว่านักเรียนคนใดคนหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นครูต้องคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อให้
ปัญหานัน้ หมดไป
7. ครูผู้สอนควรดูแลนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมอย่างใกล้ชิด มีการกระตุ้นเสริมแรง ให้กำลังใจ
พร้อมกับประเมินทกั ษะกระบวนการและ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
8. หลังจากนกั เรียนทำกจิ กรรมครบตามขน้ั ตอนแล้วครูเฉลยกิจกรรมรว่ มกบั นักเรยี น
9. ครูให้นักเรียนทุกคนทำแบบทดสอบหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้และบันทึกผล
การประเมินทุกด้าน



คำแนะนำสำหรับการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรู้
สำหรับนกั เรียน

เพอื่ ให้การใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรียนรู้เลม่ นมี้ ีประสิทธภิ าพสูงสดุ นกั เรยี นจะไดร้ ับความรู้
อย่างครบถว้ นนน้ั ควรปฏิบตั ติ ามคำแนะนำดังนี้

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

เล่มท่ี 1 ใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ติ าม
ขั้นตอนดงั ต่อไปนน้ี ะคะ

คำแนะนำการใช้ชดุ กิจกรรม สำหรับนกั เรยี น
1. ฟังคำแนะนำในการปฏิบัติการเรียนรู้ของ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
2. ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และ
จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้รู้ว่าเมื่อเรียนจบ
แล้วนกั เรยี นเรียนร้อู ะไรบ้าง

3. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเล่มที่ 1 เรื่องการสืบพันธุ์พืชดอก จำนวน 10 ข้อ
เพื่อวัดความรู้พื้นฐานเก่ียวกับเรื่องที่ศกึ ษา เสร็จแล้วจึงแลกเปล่ียนกันตรวจคำตอบ จากนั้นส่งให้
ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง และบันทกึ คะแนน
4. นักเรียนตั้งใจศึกษาข้อมูลความรู้และปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในชุดกิจกรรม
เพ่อื ฝึกทักษะ เพม่ิ พนู ความรู้ ความเขา้ ใจในเน้ือหาให้มากยิ่งข้ึน
5. เมื่อศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมในชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เล่มที่ 1 เรียบร้อยแล้ว
ครเู ฉลยกจิ กรรมรว่ มกบั นักเรียน หากนกั เรียนมขี อ้ สงสัยให้ถามครูผสู้ อนทนั ที
6. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดความรู้ ความเข้าใจอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบ
ความก้าวหน้าในการเรยี น



ขั้นตอนการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

ศึกษาคำชี้แจงเกย่ี วกบั ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ศกึ ษาคำแนะนำสำหรบั การใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรียนรู้
ศกึ ษามาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั และสาระสำคญั
ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
ปฏิบตั ติ ามข้ันตอนในกจิ กรรม
ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
เฉลย และ ตรวจความถกู ต้อง
แจ้งคะแนนสอบ ก่อนเรียนและหลังเรยี น

ไมผ่ ่าน ประเมินผลการเรยี นรู้ ผ่าน

จบการเรียนรชู้ ุดกจิ กรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

1

แบบทดสอบก่อนเรยี น
ชุดกจิ กรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดำรงชีวติ ของพืช

เล่มท่ี 1 เร่ือง การสบื พนั ธพ์ุ ชื ดอก ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

คำสง่ั : 1. ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย X ลงบนตวั เลือก ก-ง เพียงข้อเดยี วเทา่ นั้นในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมีทงั้ หมด 10 ข้อ ใหน้ ักเรียนทำทุกข้อ ใช้เวลา 10 นาที คะแนนเต็ม 10 คะแนน

1. การสบื พนั ธ์ขุ องพชื หมายถงึ ข้อใด

ก. การปฏิสนธิของพืช

ข. การงอกใหม่ของพืช

ค. การสร้างหนว่ ยชีวิตใหม่

ง. ถกู ทกุ ข้อ

2. พชื ชนดิ ใดท่ขี ยายพันธุ์ดว้ ยการแตกหน่อ

ก. กลว้ ย ข. ไผ่

ค. เฟิร์น ง. ก และ ข

3. ส่วนใดของพืชที่ใช้ในการสืบพนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศ

ก. ใบ ข. ดอก

ค. ราก ง. ลำต้น

4. สว่ นประกอบของดอกไม้ถ้าเรียงจากชั้นนอกสดุ ไปยงั ช้ันในสุดไดแ้ ก่ข้อใด

ก. กลีบเลี้ยง กลีบดอก อบั ละอองเรณู รงั ไข่

ข. กลีบเลย้ี ง กลบี ดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย

ค. เกสรตัวเมยี เกสรตวั ผู้ กลีบดอก กลีบเลี้ยง

ง. เกสรตัวเมยี เกสรตัวผู้ ก้านชูอบั ละอองเรณู รงั ไข่

5. สว่ นของดอกทส่ี ำคญั ที่สุดต่อการสบื พันธ์แบบอาศัยเพศ คือข้อใด

ก. กลบี เลี้ยง และ กลบี ดอก

ข. ยอดเกสรตวั เมีย และ ฐานรองดอก

ค. เกสรตัวผู้ และ เกสรตัวเมีย

ง. ละอองเรณู และ ผนงั รงั ไข่

2

6. เม่ือเซลล์สบื พันธเุ์ พศผ้ผู สมกับเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศเมยี เรียกปรากฏการณ์น้ีวา่
ก. การปฏิสนธิ
ข. การถา่ ยละอองเกสร
ค. การสบื พันธแุ์ บบอาศยั เพศ
ง. ถกู ทุกข้อ

7. ขอ้ ใดเรียงลำดบั ขัน้ ตอนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
A การเกดิ เมลด็ และผล
B การปฏิสนธิ
C การสรา้ งเซลลส์ บื พันธ์ุ
D การถ่ายละอองเรณู

ก. C -> D -> B -> A
ข. C -> A -> D -> B
ค. D -> A -> C -> B
ง. D -> C -> A -> B
8. สว่ นใดของดอกจะเจรญิ เป็นผล
ก. รังไข่
ข. ออวลุ
ค. กลบี ดอก
ง. ไข่
9. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกต้อง
ก. รังไขท่ ำหน้าทีส่ ร้างเซลลไ์ ข่
ข. เซลล์ไข่เจริญเปน็ ต้นอ่อน
ค. รังไข่เจรญิ เป็นใบเล้ยี ง
ง. ออวุลเจรญิ เป็นเมล็ด
10. ลกั ษณะใดต่อไปนี้ท่ีมีผลในการชว่ ยกระจายพนั ธ์ุของพืช
ก. เมลด็ แข็งและงอกยาก
ข. ดอกมีสีสวยและมีกลิน่ หอม
ค. ใบมสี ีเขยี วและมจี ำนวนมาก
ง. ผลมหี นามและเกาะติดไปกบั สัตว์ได้ดี

3

กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดำรงชีวติ ของพืช

เล่มท่ี 1 เรอื่ ง การสืบพันธุพ์ ืชดอก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ว 21101 เวลา 10 นาที

ชือ่ -สกุล..........................................................................เลขท่ี......................ชน้ั ............................

ข้อ กขคง
1
2 คะแนนเต็ม ได้ ผลการประเมิน
3 10
4
5 เกณฑ์การประเมิน
6 0 – 7 คะแนน ไม่ผา่ น
7 8 - 10 คะแนน ผา่ น
8
9
10

ผลสอบเป็น
อย่างไรบ้าง

4

ผังมโนทศั น์ เลม่ ที่ 1 เรื่อง การสบื พันธุ์พชื ดอก

การสืบพนั ธพุ์ ชื ดอก

การสืบพันธขุ์ องพืชแบบอาศัยเพศ การสืบพันธ์ขุ องพืชแบบไม่อาศัยเพศ

การถ่ายเรณู การขยายพันธุ์ด้วย ลำต้น กง่ิ ราก ใบ
การปฏสิ นธิ
การเกิดผลและเมล็ด ปัจจัยทีม่ สี ่วนชว่ ยในการถา่ ยละอองเรณู
การกระจายเมลด็
ความสำคัญของสตั วท์ ่ีชว่ ย
ในการถ่ายเรณู

5

กิจกรรมที่ 1.1
เรื่อง โครงสรา้ งของดอก

คำช้ีแจง ให้นักเรียนศกึ ษาลักษณะโครงสรา้ งของพชื ดอก ตอบคำถามตอ่ ไปน้ีลงใน
แบบบนั ทึกกิจกรรมท่ี 1.1 เรื่อง โครงสรา้ งของดอก

จุดประสงค์ สังเกต และอธิบายลกั ษณะโครงสร้างของพืชดอกท่มี ีสว่ นทำใหเ้ กดิ การถ่ายเรณู

วสั ดอุ ปุ กรณ์ แบบบันทึกกจิ กรรมที่ 1.1 เรอ่ื ง โครงสร้างของดอก

ขัน้ ตอนการทำกจิ กรรม
1. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละคนนำดอกไม้มาคนละ 2 ชนิด บรเิ วณบา้ นของตนเอง
2. ครูให้นกั เรยี นจัดกลุ่ม ๆ ละ 5 - 6 คน
3. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาดอกไม้กลมุ่ ละไม่ต่ำกวา่ 5 ชนิด ซ่ึงดอกไม้ท่นี ำมาศึกษา

ควรมีทั้งดอกที่ดอกสมบูรณแ์ ละดอกไม่สมบรู ณ์
4. ครูให้นกั เรียนอธิบายลักษณะของส่วนประกอบแตล่ ะส่วนของพืชแล้วบนั ทึกลงตาราง

นักเรยี นคิดว่า ดอกมโี ครงสร้างอะไรบา้ ง
ลองไปค้นหาดูสิ

6

แบบบันทกึ กจิ กรรมที่ 1.1
เรื่อง โครงสรา้ งของดอก

ตารางบนั ทกึ ผล ส่วนประกอบของดอก
ชนดิ ดอกไม้
กลีบเล้ียง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี

1.....................

2.....................

3.....................

4.....................

5.....................

สรุปผล

............................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... ..................................................... .............................
............................................................................................................................. ............................................
................................................................................................................................. ........................................

7

คำถามท้ายกิจกรรม

1. ดอกทนี่ ำมาศกึ ษามีดอกชนดิ ใดบา้ งเปน็ ดอกครบสว่ น และดอกชนดิ ใดบ้างเป็นดอกไมค่ รบสว่ น
ตอบ.......................................................................................................................... ................

2. ให้นกั เรยี นสงั เกตและพจิ ารณารูปภาพพร้อมตอบคำถามให้ถูกต้อง

9 1
8 2

76 3
4

5

1.1 หมายเลขใดทเี่ ป็นส่วนของเกสรเพศผแู้ ละเกสรเพศเมยี
ตอบ................................................................................................................................. ...

1.2 หมายเลข 7 คอื อะไร และทำหนา้ ที่อะไร
ตอบ....................................................................................................................................

1.3 ส่วนของออวลุ และเซลล์ไขจ่ ะอยู่ในหมายเลขใด
ตอบ................................................................................................................................. ...

1.4 หมายเลข 9 คอื อะไร มีความสำคัญอย่างไร
ตอบ................................................................................................................................. ...

1.5 หมายเลข 8 คืออะไร มีทำหนา้ ที่อะไร
ตอบ....................................................................................................................................

8

ใบความรู้ที่ 1.1
เรอื่ ง การสืบพันธ์พุ ืชดอก

สงิ่ มชี ีวิตทุกชนดิ ตอ้ งมกี ารสบื พันธ์ุเพอ่ื แพรพ่ นั ธ์แุ ละขยายพนั ธ์ุ เพ่อื ใหด้ ำรงเผา่ พนั ธ์ไุ ด้
โดยไมส่ ญู พันธไุ์ ป พชื ก็เชน่ เดียวกัน มีการสบื พันธุ์ทงั้ แบบอาศยั เพศและไม่อาศัยเพศ โดยใชส้ ว่ น
ตา่ ง ๆ ในการขยายพันธุ์

การสืบพนั ธข์ุ องพืช

การสืบพันธุ์ หมายถึง เป็นกระบวนการที่สิ่งมีชีวิตใช้ในการดำรงเผ่าพันธุ์ไม่ให้สูญหายไปจากโลก
พืชมีมากมายหลายชนิด ดังนั้นการสืบพันธุ์ของพืชจึงมีวิธีการแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปสามารถแบ่ง
ประเภทของการสบื พนั ธ์ขุ องพืชไดเ้ ปน็ 2 ประเภท คอื

1.1 การสืบพนั ธแุ์ บบอาศัยเพศ 1.2 การสบื พันธ์ุแบบไม่อาศัยเพศ

การสบื พันธ์ุแบบอาศัยเพศ

การสืบพันธ์ุแบบอาศยั เพศ
เป็นการสืบพันธุ์ที่เกิดจากการผสมระหว่างเซลล์

สืบพันธ์ุเพศผู้ (สเปิร์ม) และเซลล์สบื พันธุ์ เพศเมีย (ไข่)
ซึ่งจะเจริญไปเป็นต้นอ่อน ที่มีลักษณะเหมือนต้นพ่อ
และต้นแม่ ซึ่งอาจจะกลายพันธุ์ได้ โครงสร้างของพืชที่
เกยี่ วกับการขยายพนั ธุ์ คอื ดอก

9

โครงสรา้ งและสว่ นประกอบของดอก

ภาพท่ี 1.1 สว่ นประกอบของดอกชบา ท่มี า : https://bit.ly/2VqDYgr สืบค้นเม่ือ 1 กรกฎาคม 2562

1) กลีบเลยี้ ง (Sepal)
เปน็ สว่ นทอี่ ยู่นอกสุด มีสเี ขียว ทำหน้าท่ี หอ่ หมุ้ กลบี ดอกปอ้ งกันอนั ตรายใหก้ ับดอกที่ยังตมู อยู่ตูมอยู่

2) กลีบดอก (Petal)
เป็นสว่ นทตี่ ดิ อยู่กบั กลีบเลี้ยงเข้าไป มสี สี วย กลิน่ หอมหรอื มตี ่อมน้าหวานบรเิ วณโคนกลีบดอก
ทำหน้าท่ี ล่อแมลงใหม้ าช่วยในการผสมเกสร

3) เกสรตัวผู้(Stamen)
เปน็ อวยั วะสบื พนั ธ์ุเพศผู้ ทำหนา้ ที่ สร้างเซลลส์ ืบพนั ธเ์ุ พศผู้ มสี ว่ นประกอบท่ีสำคัญ ประกอบดว้ ย

อบั เรณู 3.1) อับเรณู ภายในอับเรณมู ีถงุ อยู่ 2 - 4 ถงุ ภายใน
ละอองเรณู บรรจลุ ะอองเรณูไวจ้ ำนวนมาก
กา้ นเกสรเพศผู้ 3.2) ก้านชูอับเรณู ทำหนา้ ที่ ชอู บั เรณเู พ่ือประโยชน์
ในการผสมเกสร

ภาพที่ 1.2 เกสรตัวผู้ ทม่ี า : https://bit.ly/3yygAMk สบื คน้ เมอื่ 1 กรกฎาคม 2562

10

4) เกสรตัวเมยี (Pistil)
เปน็ อวัยวะสืบพันธุ์เพศเมีย เป็นสว่ นทอ่ี ยูใ่ นสดุ ทำหน้าที่ สรา้ งเซลลส์ ืบพันธเุ์ พศเมีย

ประกอบดว้ ย

ยอดเกสรเพศเมีย 4.1) ยอดเกสรตัวเมีย
มีน้ำหวานเหนียว ๆ และขน เล็ก ๆ คอยดักจับ

ก้านเกสรเพศเมีย ละอองเรณู และน้ำหวานยังใช้เป็นอาหารในการงอก
. ของละอองเรณูอกี ดว้ ย
4.2) กา้ นชเู กสรตวั เมีย
รงั ไข่ ทำหนา้ ที่ ชยู อดเกสรตัวเมยี ให้สูงเพ่ือประโยชน์

ออวุล ในการผสมพนั ธ์ุ
4.3) รังไข่

เซลล์ไข่ ภายในมี ไข่ออ่ น (Ovule) มไี ข่ (Egg) ทำหนา้ ท่ี

เป็นเซลล์สืบพันธ์ุเพศเมีย

ภาพที่ 1.3 เกสรตัวเมยี ทีม่ า : https://bit.ly/37j3I0E สืบค้นเมอ่ื 2 กรกฎาคม 2562

โครงสรา้ งของพชื ที่เกี่ยวกบั การ
ขยายพนั ธ์ุแบบอาศัยเพศ คอื ดอก

11

การจำแนกประเภทของดอก

การจำแนกโดยใชส้ ว่ นประกอบของดอกเป็นเกณฑ์
1. ดอกครบส่วน เปน็ ดอกทม่ี ีสว่ นประกอบครบ 4 ส่วน
1.กลีบเล้ียง 2.กลีบดอก 3.เกสรตัวผู้ 4.เกสรตัวเมีย
เช่น ตอ้ ยติง่ ชงโค อัญชัน มะแวง้ มะเขือ พรู่ ะหง ผักบุ้ง แค แพงพวย การเวก ฯลฯ

ดอกกหุ ลาบ ดอกมะลิ ดอกชบา ดอกบัวหลวง ดอกบานบุรี

2. ดอกไม่ครบส่วน เปน็ ดอกท่ีมีสว่ นประกอบ ไม่ครบ 4 ส่วน
ขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนง่ึ เช่น

1.ขาดกลบี เลี้ยง 2.ขาดเกสรตัวผู้ 3.ขาดเกสรตัวเมีย

เชน่ ข้าว ข้าวโพด เฟ่อื งฟา้ อตุ พิด มะละกอ เงาะ แตงกวา มะยม มะเดื่อ มะพร้าว บวบ ละห่งุ
หญา้

ดอกตำลงึ ดอกกล้วยไม้ ดอกฟกั ทอง ดอกบานเยน็ ดอกหนา้ วัว

12

การจำแนกโดยใช้อวยั วะสบื พันธ์ขุ องพืชเป็นเกณฑ์
1. ดอกสมบรู ณ์เพศ เป็นดอกท่ีมเี กสรตวั ผูแ้ ละเกสร ตัวเมียอยใู่ นดอกเดยี วกัน
เช่น บวั กหุ ลาบ พูร่ ะหง ชงโค ถว่ั มะเขือ กล้วยไม้ ชบา ข้าว หญา้ ตอ้ ยติง่ มะลิ แค ผกั บงุ้ ฯลฯ

แพงพวย

ดอกเฟ่ืองฟ้า ดอกมะม่วง ดอกพริก ดอกจำปา ดอกอัญชัน

2. ดอกไม่สมบูรณเ์ พศ เป็นดอกที่มเี กสรตวั ผแู้ ละเกสรตวั เมียอยคู่ นละดอก
เช่น ตำลึง มะพรา้ ว ตาล ฟักทอง บวบ ละหุง่ หนา้ วัว มะเดอ่ื ขนนุ อตุ พดิ เงาะ ฯลฯ

ดอกมะละกอ ดอกแตงกวา ดอกมะระ ดอกมะยม ดอกข้าวโพด

ดอกครบส่วนทกุ ดอก เปน็ ดอกสมบรู ณเ์ พศ
แตด่ อกสมบูรณเ์ พศ อาจไม่เปน็ ดอกครบสว่ น

นะคะ

13

การสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศยั เพศ
การสบื พนั ธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เปน็ การสบื พันธ์ทุ ่ไี มอ่ าศยั ดอก
และไม่มกี ารผสมระหวา่ งเซลล์สบื พันธเุ์ พศผูก้ ับเซลลส์ บื พนั ธ์เุ พศเมยี
การขยายพันธข์ุ องพชื ดอกจะใชเ้ มลด็ ในการปลูก แตม่ พี ืชดอกหลาย
ชนดิ สบื พันธแุ์ บบไม่อาศยั เพศก็ไดแ้ มว้ ่าจะมดี อกก็ตาม อาจเกดิ ไดเ้ อง
ตามธรรมชาตหิ รือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ก็ได้ พืชตน้ ใหม่ท่เี กิด
ขน้ึ โดยวิธนี จี้ ะไมก่ ลายพนั ธุ์ แตอ่ าจเปน็ ตน้ ใหม่ที่ไม่ทนทานหรือแข็ง
แรงเทา่ เดิม

ภาพที่ 1.4 การแตกหน่อไผ่ ท่ีมา : https://bit.ly/3frRhEq สืบค้นเมอ่ื 4 กรกฎาคม 2562

การสืบพนั ธ์แุ บบไมอ่ าศัยเพศที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นพืชต้นใหมท่ ่ีเจริญมาจากส่วนทเ่ี ปน็
ต้นพอ่ ตน้ แม่ เรียกวา่ การแพรพ่ นั ธุ์โดยใช้ สว่ นที่เปน็ ต้นพอ่ ตน้ แม่ ได้แก่

การแตกต้นใหมจ่ ากส่วนต่าง ๆ ของพชื

1. ส่วนของลำต้นท่ีทำหนา้ ทข่ี ยายพันธุ์ พืชบางชนิดสามารถเกิดตน้ ใหม่จากลำต้นเดิมไดด้ งั นี้

1.1 ลำตน้ ทท่ี อดนอนไปเหนอื พื้นดิน
เรียกวา่ “ไหล” ซ่ึงมตี าที่จะเกิดเปน็ ตน้
เลก็ ๆ ได้ เช่น สตรอเบอรี่ บวั บก เป็นต้น

ภาพที่ 1.5 ลำต้นท่ที อดนอนไปเหนือพืน้ ดิน ทม่ี า : https://rb.gy/h6p0am สืบค้นเม่อื 5 กรกฎาคม 2562

1.2 ลำต้นใต้ดนิ ทีท่ ำหน้าท่ีสะสมอาหาร
เรียกวา่ “หวั ” ซง่ึ มใี บทำหน้าทีส่ ะสมอาหาร
เชน่ หัวหอม เป็นตน้ หรือมลี ักษณะกลมยาว
หรือกลมแบน เชน่ เผอื ก แห้วจนี มันฝร่ัง
เป็นตน้

ภาพที่ 1.6 ลำต้นใต้ดนิ ท่ที ำหน้าทส่ี ะสมอาหาร ทม่ี า : https://bit.ly/3fqlhka สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2562

14

1.3 ลำตน้ ใตด้ นิ ทีท่ อดขนานไปใต้ผิวดิน
เรยี กวา่ “เหง้า” เช่น ขงิ ข่า ขมน้ิ เปน็ ต้น

ภาพท่ี 1.7 ลำตน้ ใตด้ นิ ทีท่ อดขนานไปใต้ผวิ ดิน ที่มา : https://bit.ly/3pKwD6V สบื ค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2562

1.4 ลำตน้ เจริญเปน็ กอ แลว้ มกี ารแตกออก
เป็นต้นใหม่ใกลๆ้ กบั ตน้ เดมิ เรียกวา่ “หน่อ”
ซง่ึ มที ้ังหนอ่ ใตด้ ิน เช่นกล้วย เปน็ ต้น และหนอ่
ทีอ่ ย่บู นดิน เช่น ไผ่ กล้วย ดาหลา เปน็ ต้น

ภาพท่ี 1.8 ลำต้นเจรญิ เป็นกอ ท่ีมา : https://bit.ly/3Dz7qRv สบื ค้นเมือ่ 6 กรกฎาคม 2562

2. ส่วนของรากที่ทำหนา้ ท่ขี ยายพันธุ์ รากพชื หลายชนดิ มีตาท่สี ามารถงอกเป็น พืชตน้ ใหม่ได้
ซง่ึ ถา้ นำสว่ นของตาทงี่ อกเป็นตน้ เล็ก ๆ ไปปลูกจะสามารถ เจริญ เป็นต้นใหม่ได้ เช่น มนั เทศ
สาเก เปน็ ต้น

ภาพท่ี 1.9 รากทท่ี ำหนา้ ทีข่ ยายพันธุ์
ทีม่ า : https://bit.ly/33ewnW6
สืบค้นเมื่อ 6 กรกฎาคม 2562

3. สว่ นของใบที่ทำหน้าท่ขี ยายพันธ์ุใบพชื บางชนดิ มขี อบใบทีส่ ามารถงอกเปน็ พืชต้นใหมไ่ ด้
เชน่ ตน้ ตายใบเป็น โคมญ่ีปุ่น กุหลาบหิน เป็นต้น

ภาพที่ 1.10 ใบท่ีทำหน้าทขี่ ยายพันธ์ุ
ที่มา : https://bit.ly/3y81huu
สืบค้นเม่อื 6 กรกฎาคม 2562

15

แบบฝกึ หัดท่ี 1.1
เรื่อง กระบวนการสบื พนั ธขุ์ องพชื

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนตอบคำถาม เร่ือง กระบวนการสืบพนั ธุ์ของพชื จำนวน 3 ข้อ (15 คะแนน)
จุดประสงค์ อธิบายการสืบพันธุแ์ บบอาศยั เพศและการสืบพันธแุ์ บบไม่อาศยั เพศของพืชดอก

1. ให้นักเรยี นอธบิ ายการสบื พนั ธ์ุแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศของพชื ดอก (4 คะแนน)

1.1 การสบื พนั ธ์ุแบบอาศยั เพศ (2 คะแนน)
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
...................................................................................................
พชื ท่ีมกี ารสืบพนั ธ์ุแบบอาศัยเพศ ยกตัวอย่าง
เช่น.............................................................................................
...................................................................................................

1.2 การสืบพนั ธุแ์ บบไม่อาศัยเพศ (2 คะแนน)
...................................................................................................

...................................................................................................

...................................................................................................

...................................................................................................

...................................................................................................

พชื ท่ีมกี ารสืบพนั ธุแ์ บบไม่อาศัยเพศ ยกตวั อยา่ ง

เช่น.............................................................................................

........................................................................................... ........

16

2. ให้นกั เรยี นนำคำท่ีกำหนดให้มาเติมลงหน้าข้อความที่สัมพนั ธ์กัน (5 คะแนน)
ดอกครบสว่ น ดอกสมบรู ณ์เพศ ดอกเฟอื่ งฟ้า
ตำลงึ ฟกั ทอง รงั ไข่ ออวลุ

2.1 ...................................เป็นดอกไม้ท่ีมีเกสรเพศผแู้ ละเพศเมยี แยกกันคนละดอก
2.2 ...................................พวกเราคือ ดอกผกั บุ้ง ดอกตะขบ ดอกเฟอ่ื งฟ้า และดอกพู่ระหง
2.3 ...................................ฉันมคี รบทั้ง 4 ส่วน คอื กลบี เลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย
2.4 ...................................ฉันมใี บประดบั ที่มสี สี วยงาม ดอกมขี นาดเล็ก แต่ฉนั เป็นดอกไมส่ มบรู ณ์
2.5 ...................................เป็นแหล่งสร้างเซลล์ไข่เพ่อื ทำหนา้ ท่ใี นการปฏสิ นธิ

3. ใหน้ กั เรียนเติมข้อความใตภ้ าพ เรื่องการสบื พันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศให้ถูกต้อง (6 คะแนน)

ลำตน้ ท่ที ำหน้าท่ีขยายพันธ์ุ ใบทที่ ำหน้าท่ีขยายพนั ธุ์

รากทท่ี ำหน้าทขี่ ยายพันธุ์

..................................... ..................................... ....................................
.

ตอบคำถามกันได้ใชไ่ หมล่ะ
เหน็ ไหมไม่ยากเลย

17

กจิ กรรมที่ 1.2
เรือ่ ง การถ่ายละอองเรณูเกิดข้นึ อย่างไร

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นศึกษาลักษณะของพชื ดอกทีช่ ว่ ยในการถา่ ยเรณู แล้วตอบคำถามลงในแบบบนั ทึก
กจิ กรรมที่ 1.2 เรอ่ื ง การถา่ ยละอองเรณเู กิดขึ้นอย่างไร

จุดประสงค์

1. สังเกต รวบรวมข้อมูล และอธิบายวธิ ีการถ่ายเรณูในพชื ดอกได้
2. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของสัตวท์ ีช่ ว่ ยในการถ่ายเรณูของพชื ดอกโดยไม่ทำลายชวี ิตของสตั ว์
ชว่ ยในการถ่ายเรณู

วัสดุอปุ กรณ์

1. ดอกบวั หลวง ดอกกลว้ ยไม้ ดอกชบา ดอกแก้ว ดอกมะละกอ (ดอกที่สามารถหาได้)
2. แวน่ ขยาย
3. ใบมีดโกน

ข้นั ตอนการทำกิจกรรม

1. ครูให้นกั เรียนจัดกลุม่ ๆ ละ 5 - 6 คน ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นำดอกไม้ ได้แก่ ดอกบวั หลวง
ดอกกลว้ ยไม้ ดอกชบา ดอกแกว้ ดอกมะละกอ (ดอกทสี่ ามารถหาได้)

2. ครูเตรยี มอุปกรณ์ ได้แก่ แวน่ ขยาย ใบมดี โกน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เรยี บร้อยแล้ว
3. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม สังเกต รูปร่างลักษณะ สี กลิน่ และเปรียบเทยี บตำแหน่งของเกสร
เพศผู้และเกสรเพศเมียของดอกพชื แต่ละชนิด บรรยายส่ิงทีส่ ังเกตไดล้ งในตารางบันทึกผล
4. ในการสังเกตดอก นกั เรียนสามารถใช้ใบมีดโกนผา่ ส่วนต่าง ๆ ของดอกและใชแ้ ว่นขยาย
สังเกตุสว่ นต่าง ๆ ของพืชได้
5. ร่วมกนั อภปิ รายเกีย่ วกับลักษณะของดอกท่ีช่วยใหเ้ กิดการถ่ายเรณู และคาดคะเนเกี่ยวกับ
ปัจจยั ภายนอกทชี่ ่วยใหเ้ กิดการถา่ ยเรณขู องดอกที่ศกึ ษา พรอ้ มบอกเหตผุ ล
6. นำขอ้ มลู การถา่ ยละอองเรณขู องพชื ดอกท่ีไดจ้ ากการรวบรวมเปรียบเทียบกบั ข้อมูลที่ไดจ้ าก
การอภิปราย บนั ทึกผล

18

แบบบนั ทึกกจิ กรรมท่ี 1.2
เรื่อง การถ่ายละอองเรณูเกิดขึน้ อยา่ งไร

ตารางที่ 1 บนั ทกึ ผล
การสงั เกตรูปรา่ งลกั ษณะ สี กลิน่ และตำแหนง่ ของเกสรเพศผแู้ ละเกสรเพศเมยี ของดอก

ชอ่ื ดอก รูปร่างลกั ษณะ สี กลนิ่ ตำแหน่งของเกสรเพศผู้ ตำแหนง่ ของเกสรเพศเมยี

19

ตารางท่ี 2 บันทึกผล

การอภิปรายเก่ยี วกับส่ิงท่ชี ่วยในการถา่ ยเรณขู องพืชดอกแต่ละชนดิ

ลกั ษณะของดอกที่ช่วย ปัจจยั ภายนอกทีช่ ่วยใหเ้ กิด
ดอกไม้ ให้เกิดการถ่ายเรณู การถ่ายเรณขู องดอก

สรุปผล

............................................................................................................................. .........................
...................................................................................................... ................................................
............................................................................................................................. .........................
......................................................................................................................................................

20

คำถามท้ายกจิ กรรม

1. ลกั ษณะต่าง ๆ ของดอกมีสว่ นช่วยในการถ่ายเรณหู รือไม่ อย่างไร
................................................................................................................ ...............................................
............................................................................................ ...................................................................
............................................................................................................ ...................................................

2. ปัจจยั ภายนอกท่ีช่วยในการถ่ายเรณูของพืชดอกมีอะไรบ้าง
.................. ............................................................................................................................. ................
............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ..................................

3. วธิ ีการถ่ายเรณจู ากการอภิปรายเหมอื นหรือแตกต่างจากขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสืบค้นอยา่ งไร
................................................................................................................................ ...............................
............................................................................................... ................................................................
............................................................................................................................. ..................................

ตอบกันได้ไหมคะเด็ก ๆ
เรามาเรียนรเู้ ร่ืองต่อไปกันเลยนะคะ

21

ใบความรูท้ ่ี 1.2
เรอ่ื ง การถา่ ยเรณูและการปฏสิ นธิ

ภาพท่ี 1.11 การถา่ ยละอองเรณู ทมี่ า : https://bit.ly/3pASMnY สืบค้นเมือ่ 7 กรกฎาคม 2562

การถา่ ยละอองเรณู (pollination)
หมายถึง ปรากฏการณ์ที่ละอองเรณูปลิวมาตกบนยอดเกสรตัวเมียของดอกชนิดเดียวกัน
การถ่ายละอองเรณูเกิดขึ้นเมื่อละอองเรณูเจริญเต็มที่ อับเรณูจะแตกออกทำให้ละอองเรณูกระจายออกไป
โดยอาศัยลม น้ำ โดยเฉพาะแมลงมีความสำคัญมาก ในการถ่ายละอองเรณูของพืชดอก และบนยอดเกสร
ตวั เมีย (Stigma) ของพืชดอกจะมนี ้ำเหนยี วๆ ที่มีนำ้ ตาลเป็นส่วนประกอบ ซึ่งชว่ ยในการดกั ละอองเรณู

รปู แบบการถา่ ยละอองเรณู

การถา่ ยละอองเรณมู ี 3 รปู แบบ

1. การถ่ายละอองเรณูในดอกเดียวกนั
พืชท่ีมีดอกเปน็ ดอกสมบูรณเ์ พศ คอื มีเกสรตวั ผู้

และตวั เมียอยู่ในดอกเดยี วกนั ละอองเกสรตัวผู้สามารถ
ร่วงหรอื ปลวิ มาตกบนยอดเกสรตัวเมียได้ พชื ท่ี
ละอองเกสรในดอกเดยี วกัน ได้แก่ ถว่ั มะเขือ ฝ้าย
และพชื ที่มีดอกสมบูรณเ์ พศอืน่ ๆ

ภาพท่ี 1.12 การถ่ายละอองเรณใู นดอกเดยี วกัน ทีม่ า https://bit.ly/3IzOoy3 สืบคน้ เมือ่ 7 กรกฎาคม 2562

22

2. การถ่ายละอองเกสรข้ามดอกในตน้ เดียวกัน
เกดิ กับพืชท่ีมดี อกไมส่ มบูรณ์ ละอองเกสรตวั ผู้

จะตอ้ งเคลอ่ื นท่ไี ปตกบนยอดเกสรตัวเมียของดอก
หนึ่งในต้นเดียวกัน พืชทต่ี อ้ งถา่ ยละอองเกสรแบบนี้
ไดแ้ ก่ ฟกั ทอง แตงกวาและพชื ท่ีมดี อกไมส่ มบูรณ์
เพศอนื่ ๆ

ภาพที่ 1.13 การถ่ายละอองเรณใู นต้นเดยี วกัน ท่มี า : https://bit.ly/3dASgki สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2562

3. การถ่ายละอองเกสรขา้ มต้น
เกดิ กับพชื ท่ีมีดอกตวั ผู้หรือดอกตวั เมียอยู่คนละ

ตน้ จงึ ตอ้ งใชใ้ นการถา่ ยละอองเกสรข้ามต้น พชื ทมี่ ี
ดอกสมบรู ณ์เพศหรอื พืชท่ีมีดอกตัวผู้และดอกตัว
เมียอยู่ในต้นเดยี วกนั กอ็ าจจะถา่ ยละอองเกสรข้าม
ตน้ ได้โดยอาศัยลมหรอื สัตว์พาไป

ภาพท่ี 1.14 การถ่ายละองเรณูขา้ มตน้ ทม่ี า : https://bit.ly/31IysZZ สืบคน้ เมอื่ 7 กรกฎาคม 2562

ปจั จยั ท่ีมีส่วนช่วยในการถ่ายละอองเรณู
เพอ่ื ให้พชื มีดอกเกิดการปฏสิ นธสิ ร้างผลและเมลด็ ในการสืบพนั ธมุ์ ี 4 ปจั จยั

1. ลม เป็นตัวช่วยพัดพาละอองเรณใู ห้ไปตกลงบนยอด
เกสรตัวเมีย มักเกิดกับดอกท่ีมขี นาดเล็ก มีน้ำหนกั เบา
ไม่มีกล่นิ และเปน็ ดอกจำนวนมาก เช่น ดอกของพืช
ตระกูลหญ้าชนิดตา่ ง ๆ

ภาพที่ 1.15 ลมชว่ ยในการถา่ ยละอองเรณู ทมี่ า : https://bit.ly/3ynz1EB สบื ค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2562

23

2. สตั ว์ เปน็ ตัวชว่ ยให้เกดิ การถา่ ยละอองเรณจู าก
ดอกหนึ่งไปยังอกี ดอกหนึ่งได้ มักเกิดกบั ดอกท่ีมีสี
สวยมกี ลิน่ หอม หรือ มตี อ่ มน้ำหวาน ซึ่งเป็นตัวลอ่
ให้สัตว์เหลา่ น้ีเขา้ หา ไดแ้ ก่ แมลง ผ้ึง ผีเส้ือ นกบาง
ชนิด ค้างคาวบางชนิด เปน็ ต้น

ภาพท่ี 1.16 สัตว์ช่วยในการถ่ายละอองเรณู ทีม่ า : https://bit.ly/31JT8Ay สืบค้นเมือ่ 7 กรกฎาคม 2562

3. น้ำ อาจเป็นน้ำทเ่ี รารดให้แกพ่ ืชหรือน้ำฝนท่ีตก
ลงมาจะเปน็ ตวั พาละอองเกสรตัวผูจ้ ากดอกที่อยู่
ด้านบนให้ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมยี ของดอกท่ี
อยู่ดา้ นล่างได้

ภาพที่ 1.17 น้ำชว่ ยในการถ่ายละอองเรณู ทม่ี า : https://bit.ly/3dCnTd7 สืบคน้ เมอ่ื 7 กรกฎาคม 2562

4. คน ทำการถ่ายละอองเรณูเพื่อให้พชื เกิด
การผสมพันธ์ุ และได้พชื ท่มี ีลักษณะพันธุด์ ี
ตามทตี่ ้องการ

ภาพที่ 1.18 คนช่วยในการถา่ ยละอองเรณู ท่มี า : https://bit.ly/3pZfab1 สืบคน้ เม่ือ 7 กรกฎาคม 2562

การถา่ ยเรณเู กดิ ข้ึนขา้ มดอกได้
หรือไม่ อย่างไร

24

การปฏสิ นธิ (fertilization)

การปฏสิ นธิ (fertilization)
หมายถงึ การผสมกนั ของเซลลส์ ืบพนั ธ์ุ ดอกประเภทเดียวกันจะมขี น้ั ตอนของการปฏิสนธิใน

รูปแบบเดียวกัน และดอกจะเปล่ียนแปลงเป็นผลหลังปฏสิ นธิ
การสร้างเซลล์สืบพันธ์ขุ องพืชดอก
การสรา้ งเซลล์สบื พนั ธเ์ุ พศผู้

การสรา้ งเซลลส์ ืบพนั ธ์ุเพศผขู้ องพชื ดอกจะเกดิ ขึน้ ภายในอับเรณู ซงึ่ ประกอบด้วยอบั ละอองเรณู
อยู่ 4 อนั ภายในอบั ละออกเรณูจะมีเซลล์อย่เู ป็นกลุ่ม ๆ แต่ละเซลล์เรียกว่า ไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์
ตอ่ มาภายในไมโครสปอรแ์ ต่ละเซลล์จะมีการแบง่ นิวเคลียสแบบไมโทซิสทำใหไ้ ดน้ วิ เคลียส 2 อัน คือ เจ
เนอเรทีฟนิวเคลยี ส และ ทิวบ์นวิ เคลยี ส

ภาพท่ี 1.19 การสร้างเซลล์สืบพนั ธเุ์ พศผู้ ทมี่ า : https://bit.ly/3EIjQrH สบื ค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2562

การสรา้ งเซลลส์ บื พันธ์ุเพศเมีย
การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียของพืชดอกจะเกิดขึ้นภายในรังไข่มีโอวูล ซึ่งอาจมีโอวูลเดียวหรือ

หลายโอวูล ภายในโอวูลมีเซลล์ขนาดใหญ่เซลล์หนึ่งเรียกว่า เมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์ จะแบ่งตัวแบบ
ไมโอซิสทำให้ได้ 4 เมกะสปอร์และมีโครโมโซมเป็น n ต่อมา 3 เมกะสปอร์จะสลายไปเหลือเพียง 1 เมกะ
สปอร์ ซ่ึงนวิ เคลยี สของเมกะสปอร์จะแบง่ ตัวแบบไมโทซสิ 3 ครงั้ ได้ 8 นวิ เคลยี ส แต่เป็น 7 เซลล์

25

ภาพท่ี 1.20 การสรา้ งเซลล์สืบพนั ธเุ์ พศเมีย ทม่ี า : https://bit.ly/3EIjQrH สบื ค้นเม่อื 8 กรกฎาคม
2561

ข้ันตอนการปฏสิ นธิของพืชดอก

1) เกิดการถ่ายละอองเรณู การที่ละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย โดยนิวเคลียสใน
ละอองเรณูทแี่ กแ่ ล้วจะแบ่งเปน็ 2 นิวเคลียส คือเจเนอเรทีฟนิวเคลียส และทวิ บน์ วิ เคลยี ส

ละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย นวิ เคลยี สในละอองเรณทู แ่ี ก่

2) ทิวบ์นิวเคลยี ส ในละอองเรณจู ะสรา้ งหลอดละอองเรณู แทงลงไปในกา้ นชูเกสรเพศเมียผ่าน
รูไมโครไพลข์ องออวลุ เข้าไป ในระยะน้ีทิวบ์นิวเคลยี สอาจจะสลายไป สว่ นเจเนอเรทีฟนิวเคลียสจะแบง่ ตัวให้
สเปิร์มนวิ เคลยี ส 2 อนั

ทวิ บน์ ิวเคลยี สในละอองเรณู แทงลงไปผ่านรไู มโครไพล์ ทวิ บน์ วิ เคลียส อาจจะสลายไป

26

3) สเปิร์มนิวเคลียสอันหน่ึงจะเข้าไปผสมกับนิวเคลยี สของเซลล์ไข่ไดเ้ ปน็ ไซโกต ซ่งึ ไซโกตจะเจริญ
ต่อไปเป็นต้นอ่อน ส่วนสเปิรม์ นิวเคลยี สอีกอันหน่ึงจะเขา้ ผสมกับเซลล์โพลาร์นิวคลไี อไดเ้ ปน็ เอนโดสเปิร์ม
เน่ืองจากในกระบวนนี้มีการปฏิสนธิ 2 ท่ีจงึ เรียกว่า “การปฏิสนธซิ ้อน ”ซ่งึ เปน็ ปรากฏการณท์ ไ่ี ม่พบใน
ส่งิ มชี วี ิตอนื่ ๆ

สเปริ ม์ นวิ เคลยี สตวั ทหี่ น่ึง สเปริ ์มนวิ เคลียสตวั ท่สี อง

ภาพท่ี 1.21 ขัน้ ตอนการปฏสิ นธขิ องพชื ดอกทมี่ า : https://bit.ly/30dfLNk สืบค้นเมือ่ 8 กรกฎาคม 2562

หลงั การปฏิสนธิ ยอดเกสรตวั เมียและก้านเกสรตวั เมยี จะเหีย่ วลง กลีบเล้ยี ง กลีบดอก เกสรตวั ผู้ และ
เกสรตัวเมีย ก็จะแห้งแล้วร่วงหลุดไป ส่วนรังไข่ และออวุล จะมีการเจริญเติบโตต่อไป โดยรังไข่จะเจริญ
กลายไปเป็นผล ส่วนออวุลจะเจริญไปเป็นเมล็ด ซึ่งภายในเมล็ดจะเก็บต้นอ่อน และอาหารสะสมไว้ภายใน
เพื่อเกิดเป็นต้นใหม่เมื่อเมล็ดพืชแพร่กระจายไปในที่ต่าง ๆ และไปตกในที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับ
การงอกของเมลด็ เมลด็ ก็จะงอกเป็นต้นใหมต่ ่อไป วิธีนท้ี ำใหพ้ ืชดอกท่ีอย่ตู ามธรรมชาติสามารถแพร่พันธ์ุได้
โดยไมส่ ูญพันธ์ุ

การเกิดผลและเมลด็

หลงั จากปฏิสนธแิ ลว้ นิวเคลียสทไี่ ดร้ บั ผสมจะเกิดส่วนประกอบต่าง ๆ ของพืชดังน้ี

โพลารน์ วิ เคลียส เจรญิ เปน็ เอนโดสเปิรม์

ผนังรงั ไข่ เจรญิ เปน็ เปลอื กและเน้อื ของผลไม้

เยอ่ื หุ้มออวุล เจรญิ เปน็ เปลอื กหุ้มเมล็ด

ไข่ เจริญเปน็ ตน้ ออ่ นอยู่ภายในเมล็ด

ออวลุ เจริญเป็น เมล็ด

รงั ไข่ เจริญเป็น ผล

27

แบบฝึกหัด 1.2
เรอ่ื ง การปฏิสนธิของพืชดอก

คำช้แี จง ให้นักเรยี นตอบคำถาม เร่ือง การปฏิสนธิ การเกิดผล และเมลด็ ต่อไปนใี้ หถ้ ูกต้อง (10 คะแนน)
จุดประสงค์ บรรยายขน้ั ตอนการปฏิสนธใิ นพชื ดอก
1. ให้นกั เรียนนำข้อความเก่ยี วกบั การปฏสิ นธิของพชื ดอกมาใสใ่ นข้อความให้ถูกต้อง พร้อมบรรยายขนั้ ตอน
การปฏสิ นธิของพืชดอก พอสังเขป

หลอดเรณูเคลื่อนท่ีไปยังรงั ไข่ การถ่ายละอองเรณู เกดิ การปฏสิ นธิซ้อน
สเปิรม์ 1 เซลล์ปฏิสนธิกบั เซลล์ไข่ สเปิร์มอีก 1 เซลล์ปฏิสนธกิ บั โพลาร์นิวคลโี อ

1.1 1.2

1.3
1.4

บรรยายขั้นตอนการปฏิสนธิของพชื ดอก พอสังเขป
............................................................................................................................. .....................................
.............................................................................................. ....................................................................
............................................................................................................................. .....................................
....................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ..........................................
............................................................................................................................. .....................................
..................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................

28

ใบความรู้ 1.3
เรอื่ ง การกระจายเมล็ด

ในการสบื พันธ์ุของพืชดอก เมอ่ื เกิดการถ่ายเรณูจนนำไปสกู่ ารปฏิสนธไิ ด้สมบูรณ์ รงั ไข่
จะพัฒนาไปเปน็ ผล ออวลุ พัฒนาไปเปน็ เมลด็ และภายในเมลด็ มีเอม็ บรโิ อ ขั้นตอนต่อไปคอื การ
กระจายเมล็ดออกจากผล เพื่อให้เมลด็ มกี ารงอกตอ่ ไป เอ็มบรโิ อท่อี ยภู่ ายในจะเจริญขน้ึ มาเป็นต้น
โตเตม็ วยั ได้ในท่สี ุด พชื แต่ละชนดิ จะมวี ิธีการกระจายผลและเมลด็ ทแี่ ตกตา่ งกันโดยอาศัยสิ่งมีชีวติ
และไมม่ ีชวี ติ ช่วยในการกระจาย เช่น สัตว์ มนษุ ย์ ลม นำ้ เป็นต้น

1. พืชทต่ี ้องอาศยั สัตว์เปน็ ตัวชว่ ยใหเ้ กิดการกระจายของเมล็ดผลของพืช
1.1 ปนไปกับมูลสัตว์
มักจะมีสิ่งดงึ ดูดความสนใจ เช่น สี เน้ือ กลน่ิ ของผล
ท่ีดงึ ดูดให้สัตว์เข้ามา เมื่อสัตว์กนิ ผล เมลด็ อาจถกู กระจาย
ผ่านไปทางมูลของสัตวท์ ีข่ บั ถ่ายออกมา หรือการท่สี ัตว์กิน
ผลไปบางสว่ น ทำให้ผลเปดิ ออก เป็นชอ่ งทางใหเ้ มล็ดหลุด
ออกมาจากผลได้ เช่น ขนนุ ไทร ตะขบ เปน็ ต้น

ภาพท่ี 1.22 เมล็ดของพืชทปี่ นไปกับมลู สตั ว์ ท่ีมา : https://bit.ly/3096kOO สบื ค้นเมอ่ื 10 กรกฎาคม 2562

1.2 ตดิ ไปกับขนสตั ว์หรอื เสื้อผา้
นอกจากนนั้ ผลหรอื เมลด็ ของพืชบางชนิดอาจติดไปกบั

ขนของสัตว์ หรือรา่ งกายของสตั ว์ท่ีเข้ามาสัมผัส ผลหรือ
เมล็ดพวกนีจ้ งึ มักมีขน เงี่ยง หรอื เมือกเหนยี วปกคลุม
เชน่ หญา้ เจา้ ชู้ ลูกอีเหนียว ข้ีครอก กระจบั ผกั โขมหิน
เปน็ ตน้

ภาพท่ี 1.23 เมล็ดพชื ทตี่ ดิ ไปกับขนสตั ว์ ทมี่ า : https://bit.ly/3rQSdJE สบื ค้นเม่อื 10 กรกฎาคม 2562

29

2. พืชบางชนิดอาศยั ลมหรือนำ้ เป็นตวั ชว่ ยให้เกิดการกระจายของเมลด็ ผลของพืช

2.1 ลมพาไป
ลักษณะเมล็ดหรือผลเหล่าน้ี มักมีโครงสร้าง

ลกั ษณะคลา้ ยปีกหรอื ขนพู่ ท่ีชว่ ยพยงุ ให้เมล็ด
ลอยอยใู่ นอากาศไดน้ านขึน้ เมอื่ ถูกกระแสลมพดั
เมล็ดหรอื ผลพวกนี้มกั มนี ำ้ หนักเบา เช่น เมลด็ นนุ่
ผลเมเปิล้ ผลประดู่ ผลยางนา เมลด็ ฝิ่น เป็นตน้

ภาพที่ 1.24 เมล็ดของพชื ที่มีปกี ทม่ี า : https://bit.ly/31MWQsR สบื คน้ เมอ่ื 10 กรกฎาคม 2562

2.2 น้ำพดั พาไป
ส่วนผลของพืชบางชนิดเมอื่ สกุ จะแหง้

และมีนำ้ หนักเบาสามารถลอยไปกับนำ้
ไดซ้ ่ึงพืชพวกน้จี ะขึ้นอยูร่ ิมนำ้ เช่น มะพร้าว
จิกทะเล ลกู จาก มะกอกนำ้ ลกู บัว เป็นตน้

ภาพที่ 1.25 ผลของพืชที่ตกจากต้นจะลอยตามนำ้ ที่มา : https://bit.ly/3IC5j3l สืบคน้ เมอื่ 10 กรกฎาคม 2562

3. พชื บางชนิดอาศัยโครงสร้างของผลหรือเมล็ดเป็นตัวช่วยใหเ้ กดิ การกระจายของเมลด็ ผลของพืช

3.1 ดีดตัวไป
เมล็ดและผลเองสามารถทำให้เกิดแรงดนั

ทำใหเ้ มล็ดดดี หรอื แตกเปน็ ตัวชว่ ย ใหเ้ กดิ
การกระจายของเมล็ดผลของพชื เชน่ ตอ้ ยตงิ่
เทยี น ยางพารา ถ่ัวลนั เตา เป็นต้น

ภาพท่ี 1.26 เมลด็ ของพืชเมอื่ ฝักแตกออกจะกระเดน็ ไป ท่มี า : https://bit.ly/3DFH5l1
สืบคน้ เมอ่ื 10 กรกฎาคม 2562

30

การกระจายเมลด็ หรือผลนี้โดยท่วั ไปเรามกั จะมภี าพว่าการกระจายของเมลด็ หรอื ผลควรจะ
กระจายออกไปใหไ้ กลจากต้นพ่อแม่ เพ่ือไม่ให้เกิดการแกง่ แยง่ กับต้นพ่อแม่ หรอื เพอ่ื เพ่ิมขอบเขตในการ
ครอบครองพื้นท่ีของประชากรของพืชชนดิ น้นั ๆ

แต่สำหรับพืชบางชนิด การกระจายของเมลด็ หรือผลอาจจะเกิดอยู่
ภายใตต้ น้ พ่อแม่ หรอื ไม่ไกลจากตำแหน่งทีต่ น้ พ่อแม่เจรญิ อยู่ พชื พวกนี้
มักจะมพี ฒั นาการพิเศษ เช่นดอกท่สี รา้ งขน้ึ มาจะเจริญลงไปอยู่ภายใต้
ระดบั ผิวดิน เม่อื ติดผลและเมล็ด ผลและเมล็ดจะอยตู่ รงตำแหนง่ ทตี่ ้น
พอ่ แมเ่ จริญอยู่ หรอื การเจริญลงไปอยใู่ ต้ดินอาจเกิดข้ึนภายหลังการ
ปฏสิ นธิ ตอนท่ีมีพฒั นาการของผลเกิดขึน้ ตัวอย่างทเี่ หน็ ชัดเจนทส่ี ุดคอื
ถวั่ ดนิ หรือถ่ัวลิสง ซ่ึงก้านดอกจะยดื ยาวผลกั ให้รังไขแ่ ทรกลงไปอยู่ใต้
ระดับผิวดนิ หลังการปฏิสนธิ ซึ่งกลวธิ ีน้เี ปน็ การประกันวา่ เอ็มบริโอที่อยู่
ภายในเมลด็ เมอ่ื เจริญขึ้นมาจะอยใู่ นส่ิงแวดล้อมทม่ี คี วามเหมาะสม
แน่นอน

ภาพที่ 1.27 ตน้ ถ่วั ลสิ งและการกระจายเมล็ดของตน้ ถ่วั
ทม่ี า : https://bit.ly/3lLulmv สืบคน้ เม่อื 10 กรกฎาคม 2562

31

แบบฝึกหัดท่ี 1.3
เรอ่ื ง เกิดผลและเมล็ด การกระจายเมลด็

คำชแ้ี จง ให้นักเรียนตอบคำถาม เร่อื ง เกิดผล และเมลด็ การกระจายเมล็ด (15 คะแนน)
จุดประสงค์ อธบิ ายการเกดิ ผล และเมล็ด การกระจายเมล็ด

1. จงระบุว่าหลังจากการเกิดปฏสิ นธิ สว่ นต่าง ๆ ของดอกไมจ้ ะมีการเปลยี่ นแปลงได้อยา่ งไรโดยเลอื ก
คำตอบจากข้อความท่กี ำหนดให้ (6 คะแนน)

เปลือกและเน้อื ของผลไม้ เมล็ด ผล เอนโดสเปริ ม์
ต้นอ่อนอยภู่ ายในเมล็ด เปลอื กหุ้มเมลด็

3.1 โพลาร์นิวเคลยี ส เจรญิ ไปเป็น .....................................................................................
3.2 รังไข่ เจริญไปเปน็ ........................................................................................................
3.3 ไข่ เจริญไปเป็น ............................................................................................................
3.4 ผนังรงั ไข่ เจรญิ ไปเปน็ ..................................................................................................
3.5 เย่อื หมุ้ ออวลุ เจรญิ ไปเป็น ............................................................................................
3.6 ออวุล เจริญไปเปน็ .......................................................................................................

2. ให้นกั เรียนจับคู่ข้อความที่สัมพนั ธก์ นั (4 คะแนน) ก. ปนกับมูลสัตว์
......... 1. เมลด็ เบามปี ีก ลอยอย่ใู นอากาศ ข. ลอยไปกับน้ำ
......... 2. ฝักแกแ่ ล้วแตกออก เมล็ดกระเด็นไปไกลตน้ ค. การดีดตวั
......... 3. เมล็ดมีตะขอหรือสารเหนียว เช่น หญา้ เจ้าชู้ ง. ลมพาไป
......... 4. เมลด็ ดงึ ดูดความสนใจ เช่น กลิน่ สี เพือ่ ให้สัตว์กิน จ. ติดไปกบั ขนสตั ว์

32

3. ให้นักเรยี นสรุปเร่ือง การกระจายผลและเมลด็ โดยเขียนเปน็ แผนทค่ี วามคิด พอสงั เขป(5 คะแนน)

33

แบบทดสอบหลังเรียน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดำรงชวี ิตของพืช

เล่มที่ 1 เร่ือง การสืบพันธุพ์ ชื ดอก ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1

คำสัง่ : 1. ใหน้ กั เรียนทำเครื่องหมาย X ลงบนตัวเลอื ก ก-ง เพยี งข้อเดยี วเท่านน้ั ในกระดาษคำตอบ
2. ข้อสอบมีทงั้ หมด 10 ข้อ ให้นกั เรยี นทำทุกข้อ ใช้เวลา 10 นาที คะแนนเต็ม 10 คะแนน

1. เม่อื เซลลส์ ืบพันธเ์ุ พศผ้ผู สมกับเซลล์สืบพนั ธ์ุเพศเมยี เรียกปรากฏการ์ณนว้ี ่า

ก. การปฏิสนธิ

ข. การถ่ายละอองเกสร

ค. การสืบพันธแุ์ บบอาศัยเพศ

ง. ถกู ทกุ ข้อ

2. ขอ้ ใดเรยี งลำดบั ขั้นตอนการสบื พนั ธุ์แบบอาศยั เพศของพืชดอกได้อย่างถกู ต้อง

A การเกดิ เมล็ดและผล

B การปฏสิ นธิ

C การสรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุ

D การถ่ายละอองเรณู

ก. C -> D -> B -> A

ข. C -> A -> D -> B

ค. D -> A -> C -> B

ง. D -> C -> A -> B

3. ส่วนใดของดอกจะเจรญิ เป็นผล

ก. รงั ไข่ ข. ออวุล

ค. กลบี ดอก ง. ไข่

4. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกต้อง

ก. รังไข่ทำหนา้ ท่สี รา้ งเซลลไ์ ข่

ข. เซลล์ไข่เจรญิ เป็นต้นอ่อน

ค. รังไข่เจริญเปน็ ใบเลีย้ ง

ง. ออวลุ เจรญิ เป็นเมลด็

34

5. ลกั ษณะใดต่อไปนี้ที่มผี ลในการชว่ ยกระจายพันธุ์ของพชื

ก. เมล็ดแขง็ และงอกยาก

ข. ดอกมีสีสวยและมีกล่ินหอม

ค. ใบมีสเี ขยี วและมจี ำนวนมาก

ง. ผลมีหนามและเกาะติดไปกบั สัตว์ไดด้ ี

6. การสืบพนั ธข์ุ องพชื หมายถึงข้อใด

ก. การปฏิสนธิของพชื

ข. การงอกใหมข่ องพืช

ค. การสร้างหน่วยชีวติ ใหม่

ง. ถกู ทกุ ข้อ

7. พชื ชนดิ ใดทขี่ ยายพันธ์ดุ ้วยการแตกหน่อ

ก. กลว้ ย ข. ไผ่

ค. เฟริ ์น ง. ก และ ข

8. สว่ นใดของพชื ท่ีใชใ้ นการสืบพนั ธแุ์ บบอาศยั เพศ

ก. ใบ ข. ดอก

ค. ราก ง. ลำตน้

9. สว่ นประกอบของดอกไม้ถ้าเรยี งจากชน้ั นอกสุดไปยังช้ันในสุดไดแ้ ก่ข้อใด

ก. กลบี เลยี้ ง กลบี ดอก อบั ละอองเรณู รังไข่

ข. กลีบเลยี้ ง กลบี ดอก เกสรตวั ผู้ เกสรตัวเมีย

ค. เกสรตัวเมยี เกสรตวั ผู้ กลบี ดอก กลบี เลี้ยง

ง. เกสรตัวเมีย เกสรตวั ผู้ กา้ นชูอบั ละอองเรณู รงั ไข่

10. สว่ นของดอกทีส่ ำคัญทสี่ ุดตอ่ การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือข้อใด

ก. กลบี เลยี้ ง และ กลีบดอก

ข. ยอดเกสรตัวเมีย และ ฐานรองดอก

ค. เกสรตัวผู้ และ เกสรตวั เมีย

ง. ละอองเรณู และ ผนังรังไข่

35

กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
ชดุ กจิ กรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดำรงชวี ติ ของพืช

เล่มท่ี 1 เรื่อง การสืบพันธ์ุพืชดอก ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ว 21101 เวลา 10 นาที

ชื่อ-สกุล..........................................................................เลขท.ี่ .....................ชนั้ ............................

ขอ้ กขคง
1
2 คะแนนเตม็ ได้ ผลการประเมนิ
3 10
4
5 เกณฑก์ ารประเมิน
6 0 – 7 คะแนน ไม่ผา่ น
7 8 - 10 คะแนน ผ่าน
8
9
10

ผลสอบเป็น
อยา่ งไรบา้ ง

36

บรรณานุกรม

ประดับ นาคแกว้ และดาวลั ย์ เสรมิ บญุ สขุ . (2551). วทิ ยาศาสตร์ ม.1. กรงุ เทพฯ: สำนกั พิมพแ์ ม็ค.
ศรีลกั ษณ์ ผลวัฒนะ และเจียมจติ กลุ มาลา. (2561). หนงั สอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์

ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 1. กรงุ เทพฯ: บรษิ ัท แม็คเอ็ดดูเคช่นั จำกัด.
เอกรฐั วงศ์สวสั ด์. (2561). สื่อการเรียนรู้ รายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.1. กรุงเทพฯ :

บรษิ ทั อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกดั .
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (2558). หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน

วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 2 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เลม่ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตร์ (พิมพ์คร้ังที่ 7). กรงุ เทพฯ : สกสค. ลาดพรา้ ว.
กติ ติ วงส์พเิ ชษฐ. (2561). โครงสร้างของดอก. สบื คน้ เมอื่ 1 กรกฎาคม 2562,
จาก https://www.graphothai.fr/fleur.html
National Geographic ฉบบั ภาษาไทย. (2561). การสบื พันธุ์ของพชื ดอก. สบื ค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2562,
จาก https://ngthai.com/science/15525/flowersfertilization/
ปิตพุ ร พมิ พาเพชร. (2561). การเปลีย่ นแปลงหลงั การปฏิสนธิ. สบื คน้ เมื่อ 7 กรกฎาคม 2562,
จาก https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/33302

37

ประวัติผ้จู ดั ทำ

ชอื่ นางสาวนูรซีลา มะดาโอ๊ะ
ประวัติการศึกษา ปรญิ ญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ วชิ าเอกวิทยาศาสตรท์ วั่ ไป
มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี
สถานทที่ ำงาน ปรญิ ญาโท คณะศึกษาศาสตร์ วิชาการบริหารการศึกษา
ตำแหนง่ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปัตตานี
โรงเรียนสุไหงโก-ลก
สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษานราธวิ าส
ครชู ำนาญการ โรงเรยี นสไุ หงโก-ลก

38

ภาคผนวก

39

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดำรงชีวติ ของพืช

เล่มที่ 1 เร่ือง การสืบพันธุพ์ ืชดอก ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1

เฉลยข้อสอบก่อนเรียน
1 ค. การสร้างหนว่ ยชวี ิตใหม่
2 ง. ก และ ข
3 ข. ดอก
4 ข. กลีบเล้ียง กลบี ดอก เกสรตัวผู้ เกสรตวั เมีย
5 ค. เกสรตัวผู้ และ เกสรตัวเมีย
6 ก. การปฏิสนธิ
7 ก. C -> D -> B -> A
8 ก. รังไข่
9 ค. รังไขเ่ จริญเปน็ ใบเลีย้ ง
10 ง. ผลมีนามและเกาะติดไปกบั สตั ว์ไดด้ ี

40

เฉลยกจิ กรรมที่ 1.1
เรื่อง โครงสรา้ งของดอก

ตารางบันทกึ ส่วนประกอบของดอก
ชนดิ ดอกไม้
กลีบเลย้ี ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี
1 ดอกชบา

2 ดอกตำลงึ

3 ดอกฟักทอง

4 ดอกมะเขือ

5 ดอกกหุ ลาบ

สรปุ ผล
สว่ นประกอบของดอกทมี่ าศึกษามที ้ัง ดอกครบทัง้ 4 ส่วน เชน่ ดอกชบา ฯลฯ และดอกท่ีไม่ครบทงั้ 4

ส่วน เช่น ดอกตำลงึ ฯลฯ


Click to View FlipBook Version