วัดบางช้างเหนือ ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ ศกร.ต าบล ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 034 325 520 - เพจวัดบางช้างเหนือ อ.สามพราน จ.นครปฐม เลขที่ 97/1 หมู่ที่ 3 ต าบลคลองใหม่ อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สนาสนะในวดัได้แก่อุโบสถหลงัเก่ามีขนาดค่อนขา้งเล็กต้งัอยู่ ด้านหน้าติดริมแม่น้ านครชัยศรีภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่ 3 องค์ก่อดว้ยอิฐมอญแลว้ป้ันปูนพอกทบัอีกช้นัหน่ึง ศิลปะรัตนโกสินทร์ต่อมาทางวดัได้สร้างอุโบสถหลงัใหม่ข้ึนและ ท าพิธี เททองพระประธานเ มื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จฯมาเททอง พระพุทธชินราชจ าลองซึ่ งประดิษฐานอยู่ใน อุโบสถและทรงปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ ไว้ทางซ้ายของอุโบสถวัดบาง ช้างเหนือ วัดบางช้างเหนือ สร้างข้ึนเมื่อ พ.ศ. 2370 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยู่หัว เดิมชื่อ “วัดใหม่” ต่อมา พ.ศ. 2459 สมพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณว โรรส ได้เสด็จตรวจเยี่ยมวัดต่างๆในเขต อ าเภอสามพราน และตรัสให้เรียกใหม่ว่า วดับางช้างเหนือได้ประกาศต้งัวดัเมื่อ พ.ศ. 2470
วัดคงคารามดอนหวาย ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 08-9675-8018 - - วัดคงคารามดอนหวาย หมู่ที่ 5 ต าบลบางกระทึก อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 0-2810-9981 - วัดสิรินธรเทพรัตนาราม วัดสิรินธรเทพรัตนาราม หมู่ที่ 7 ต าบลอ้อมใหญ่ อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็ นวัดส าคัญวัดหนึ่งที่ให้บริการทางด้านวิชาการแก่พระภิกษุ สามเณร และคฤหัสถ์เป็นสถานทใี่ห้ความรู้แก่ชุมชน พระภกิษุสงฆ์ เป็นวิทยากรในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโรงเรียนต่างๆ เป็ น ที่ตั้ง “ศูนย์เด็กเลก็วทิยาเขตสิรินธรราชวทิยาลยั ในพระราชูปถัมภ์” ซึ่งเป็นสถานที่รับเลีย้งเด็กอ่อนก่อนวัยเรียน อายุ2 ขวบครึ่ง ถึง 6 ขวบ ในโครงการพระราชด าริ ปี 2558 มีเด็กก่อนวัยเรียน จ านวน 982 คน ครูพี่เลยี้ง 84 คน ห้อง 36 ห้องถือเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก ก่อนวัยเรียนที่ใหญ่ที่สุดในปริมณฑลกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ วดัสิรินธรเทพรัตนารามฯ ยงัเป็นแหล่งชุมทางแห่งความรู้ทุกๆด้าน รวมท้งัเป็นสถานทพี่ักผ่อนหย่อนใจของชุมชนด้วย
สาขา ศิลปะและวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน วด ั นครช ื ่ นช ่ ุ ม เฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 104 หมู่ 7 ต ำบลกระทุ่มล้ม อ ำเภอ สำมพรำน จังหวัดนครปฐม 089-550-6940 (เจ้ำอำวำส) 089-550-6940 เพจวัดนครชื่นชุ่ม วัดนครชื่นชุ่มประกำศต้งัวดัเมื่อวนัที่5 มีนำคม พ.ศ. 2475 ในแผ่นดินพระบำทสมเด็จพระปกเกล้ำ เจ้ำอยู่หัว สร้ำงโดยตระกูลกรรณสูตร ซึ่งได้กล่ำวไว้ ว่ำภำยหลังที่นำยอำกร ฮะหยง ซึ่งเป็ นน้องชำยของ พระยำสุนทรศรีพิไชยสงครำม (อ้ีกรรณสูตร)ได้ ถึงแก่อนิจกรรม ต่อมำอีกไม่นำน นำงชุ่มภรรยำ ของท่ำนก็ถึงแก่กรรม แลหลำนจึงได้น ำเงินที่ได้รับ บริจำคที่ไดค้ร้ังน้ีมำสร้ำงวดัเพื่อเป็นอนุสรณ์สถำน แห่งบรรพบุรุษท้งัสอง ต้งันำมวดัว่ำวัดชื่นชุ่ม ต่อมำวัดได้รับกำรบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยขุนนคร รัฐเขตต์ จึงผนวกนำมของท่ำนเข้ำไปด้วย และได้ ชื่อใหม่ว่ำ “วัดนครชื่นชุ่ม”วัดได้รับพระรำชทำน วิสุงคำมสีมำ เมื่อวันที่ 17 มีนำคม พ.ศ. 2479 ที่มำ: https://www.sangha14.org/ เป็ นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และประเพณี ท ำให้เกิดกำรเรียนรู้ด้วยตนเองและสร้ำงองค์ ควำมรู้ด้วยตนเอง เป็ นแหล่งส่งเสริมกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็ นแหล่งข้อมูลที่ท ำให้เกิดกำรเรียนรู้ ท ำให้ได้รับกำรปลูกฝังให้รู้และรักทอ้งถิ่นของตนเอง เป็ นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนำกำร เป็ นแหล ่ งศ ึ กษำพระธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของสกร. ส่งเสริมกำรสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็ นแหล่งเชื่อมโยงให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในกำร จัดกำรศึกษำ
ผ้าสไบมอญ-รามัญ นางสาวเดือนเพ็ญ แจ้งเวหา ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. แ ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 087-8307598 เพจวัฒนธรรมชาวมอญรามัญ บ้านเลขที่1 หมู่11 ต าบลตลาดจินดา อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม - นางสาวเดือนเพ็ญ แจ้งเวหาเป็ นภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้รับเชิญเป็ น วิทยากรในกับทางศกร.ต าบลอย่างต่อเนื่อง ชาวมอญรามัญในหมู่11และหมู่7 จึงได้มีการส่งเสริ ม ด้านวัฒนธรรมการแต่งกายคือการปักผ้าสไบ มอญ-รามญัมีการจัดต้ังกลุ่มสตรีในการทา ผ้า สไบมอญ-รามัญโดยการให้ผู้ที่มีความรู้ความ ช านาญคือภูมิปัญญารุ่นเก่ามาถ่ายทอดการปัก ผ้าสไบมอญ-รามัญให้กับสตรี ของหมู่11ที่ สนใจเรียนเมื่อทางกลุ่มเกิดความช านาญแล้ว ทางประธานกลุ่มคือนางสาวเดือนเพ็ญ แจ้ง เวลา กลัวว่าวัฒนธรรมต่างๆของชาวมอญรามัญโดยเฉพาะด้านการแต่งกายของชาวมอญรามัญจะสูบหายไปไม่มีใครสืบสานต่อยอด ของวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวมอญ
หลวงพ ่ อโป๋ หล ุ ย ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโป๋ หลุยนั้นในสมัยรัชกาลที่ 3 มีชาวจีนอพยพ เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในบริเวณนี้เป็นจำนวน มาก และมีความเชื่อในเรื่องเทพเจ้า ที่จะมา เข้าทรงเพื่อช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ส่วนเจ้าที่มาเข้าทรงทั้งหมดมี 6 องค์ หลวง พ่อโป๋หลุย เป็นหนึ่งองค์ที่มาประทับทรง บ่อยที่สุด หลวงพ่อโป๋หลุยท่านลงประทับ ทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จนเป็นที่เลื่องลือ หลวงพ่อโป๋หลุยเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางสมาธิ พระ พักตร์ลักษณะออกแป้นๆไม่ถึงกับสี่เหลี่ยม จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 034-393280 034-393280 วัดทรงคนอง วัดทรงคนอง หมู่ที่ 5 ต าบลทรงคนอง อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หลวงพ่อโป๋ หลุย เป็ นหนึ่งองค์ที่มาประทับทรงบ่อยที่สุด พร้อมกับหลวงพ่อซือหู ส่วนที่เหลือก็จะมี หลวงพ่อศิลามณี หลวง พ่อยโสธร หลวงพ่อรัตนมณี และหลวงพ่อมาณพ ซึ่งแต่ละองค์จะมี อิทธิฤทธิ์ แตกต่างกันไป ส่วนหลวงพ่อโป๋ หลุยท่านลงประทับทรง รักษาโรคภัยไข้เจ็บ จนเป็ นที่เลื่องลือ หลวงพ่อโป๋ หลุย มีชื่อเสียงความศักดิ์ สิทธิ์ ในเรื่องโรคภัย ไขเ้จ็บ และตอนน้ีก็มีโรคระบาดเป็นภยัคุกคามใหญ่ถา้จนปัญญาหา หนทางไม่ได้จริงๆ ก็ลองแวะไปกราบท่านได้ เพื่ออะไรๆ มันอาจจะ ดีข้ึนก็ได้
วัดท่าข้าม อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ ศกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 098-609-2396 - www.Facebook.com/WATTHKH AMSAMPHAN/ เลขที่ 52 วัดท่าข้าม หมู่ที่ 3 ต าบลท่าข้าม อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม คณะทํางานเข้าสํารวจเอกสารโบราณ ณ วัดท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม ทราบจากพระลูกวัดว่า พระมงคล สิทธาจารย์ เจ้าอาวาสอาพาธและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงได้ แนะนําให้เข้าพบกับพระมหาองอาจ ญาณวีโร รักษาการเจ้าอาวาส เพื่อสอบถามถึงเอกสารโบราณของทางวัด ท่านพระมหาองอาจให้ ข้อมูลว่า เอกสารโบราณบางส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ไปพร้อมศาลา บางส่วนที่เหลือรอดมาก็ถูกน้ําท่วม เมื่อคร้ังน้ําท่วมใหญ่เอกสาร โบราณเหล่าน้ีแช่อยู่ในน้าํท่านพระมหาองอาจไดเ้ก็บรวมรวมมาไว้ ได้เพียงบางส่วน วัดท่าข้าม เดิมชื่อ “วัดปากลัดท่าคา” มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า มีนายพราน 3 คน ไล่ตามคล้อง ช้างหัวเสือ(บริเวณตําบลบาง ชา้งในปัจจุบนั ) นายพรานท้งั 3 ได้เดินมาถึง วดัท่าขา้ม และขา้มแม่น้าํนครชยัศรีไป เพื่อ ไปคล้องช้าง ชาวบ้านเรียกสืบต่อกันมาว่า “ท่าข้าม” และเรียกชื่อวัดว่า “วัดท่าข้าม” ต า ม เ ห ตุ ก า ร ณ์ ดั ง ก ล่ า ว โ ด ย ตํา บ ล ที่นายพรานท้งั 3 ขา้มแม่น้าํไปจึงถูกเรียกว่า “ตําบลสามพราน” (ข้อมูลจาก หนังสือ “วัด ท่าข้าม ทางดี”, ที่ระลึกในงานฉลองสมณ ศักด์ิพระครูสัญญาบัตรช้ันโท ที่พระครู เกษมธรรมรักษ์ (หลวงพ่อยะ เขมปาโล) วัน อาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2530) สหายการพิมพ์ : กาญจนบุรี, 2530.)
ส้มโอมณฑลนครชัยศรี (นายประวท ิ ย ์ บ ุญม ี) ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 081 340 2867 081 340 2867 สวนส้ มโอมณฑลนครชัยศรี สวนส้ มโอมณฑลนครชัยศรี (นายประวิทย์ บุญมี) หมู่ที่ 8 ต าบลท่าตลาด อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตน้แบบของเกษตรกรหลายๆคน รวมท้งัเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เผยแพร่ความรู้การท าเกษตรอินทรีย์ เป็ นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่เปิ ด ให้เป็ นห้องเรียนธรรมชาติเพื่อคนรุ่นหลังเข้ามาเรียนรู้และเที่ยวชม อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นครปฐม และกระทรวงพานิชย์ด้วยการติดแบรนด์ GI เพื่อเพิ่มราคา ส้มโอไดร้าคามากข้ึนดว้ย
ฝรั่งอินทรีย์ ค ุ ณประหยด ั ปานเจริญ ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 081 303 8556 081 303 8556 สวนฝรั่งอินทรีย์ประหยัด ปานเจริญ สวนฝรั่งอินทรีย์ประหยัด ปานเจริญ 37/1 หมู่ที่ 5 ต าบลบางช้าง อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
สาขา ศาสนสถาน วัดสระสี่เหลี่ยม จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู ประวัติความเป็ นมา หมู่ที่ 3 ต ำบลดอนรวก 081-901-1301 เป็นแหล่งเรียนรู้ทำงด้ำนศำสนำและวัฒนธรรม - วัดสระสี่เหลี่ยม ศูนย์กลำงกิจกรรมต่ำง ๆ ทำงสังคม สถำนที่มีควำมสะอำด ร่มรื่น กว้ำงขวำง เอื้อเฟื้อสถำนที่ในกำรจัดฝึกอบรมของ สกร. นักศึกษำเข้ำร่วมพิธีกรรมทำงศำสนำร่วมกับวัดอย่ำงต่อเนื่อง แหล่งรวมจิตใจของคนในชุมชน นักศึกษำจัดกิจกรรมจิตอำสำบ ำเพ็ญประโยชน์ จัดกิจกรรมตำมเทศกำลและวันส ำคัญ วัดสระสี่เหลี่ยมประกำศตั้งวัดเมื่อวันที่ 10 กันยำยน พ.ศ. 2379 ได้รับพระรำชทำน วิสุงคำมสีมำ เมื่อวันที่ 27 กรกฎำคม พ.ศ. 2526[1] เริ่มสร้ำงขึ้นเมื่อประมำณ พ.ศ. 2370 โดยพระตำและประชำชนร่วมกันสร้ำงขึ้น วัด สระสี่เหลี่ยมเอำนำมของสระใหญ่ที่ขุดขึ้นมำช้ำ นำนเป็นชื่อวัด เชื่อว่ำขุดมำตั้งแต่สมัยพระเจ้ำ อู่ทอง โดยขุดสระเป็นรูปสี่เหลี่ยม อำคำรเสนำสนะที่ส ำคัญ ได้แก่ อุโบสถทรงไทย ประเพณี สร้ำงเมื่อ พ.ศ. 2523 ภำยใน ประดิษฐำน พระพุทธมหำปุณณะ มีภำพ จิตรกรรมฝำผนัง มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่สร้ำง โดยบรรหำร ศิลปอำชำ ปูชนียวัตถุอื่น ได้แก่ หลวงพ่อแดง สร้ำงด้วยทองค ำแต่สีออกสีแดง มีลักษณะศิลปะอู่ทอง วิหำรหลังใหม่ตกแต่ง ด้วยไม้มะค่ำท่อนเดียว ฐำนแกะสลักด้วยหิน อ่อน
สาขา ศาสนสถาน วด ั ส ุ ขวราราม จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู ประวัติความเป็ นมา หมู่ที่ 1 ต ำบลดอนรวก 084-8804900 เป็นแหล่งเรียนรู้ทำงด้ำนศำสนำและวัฒนธรรม - วัดสุขวรำรำม ศูนย์กลำงกิจกรรมต่ำง ๆ ทำงสังคม สถำนที่มีควำมสะอำด ร่มรื่น กว้ำงขวำง เอื้อเฟื้อสถำนที่ในกำรจัดฝึกอบรมของ สกร. นักศึกษำเข้ำร่วมพิธีกรรมทำงศำสนำร่วมกับวัดอย่ำงต่อเนื่อง แหล่งรวมจิตใจของคนในชุมชน นักศึกษำจัดกิจกรรมจิตอำสำบ ำเพ็ญประโยชน์ จัดกิจกรรมตำมเทศกำลและวันส ำคัญ วัดสุขวรำรำม เป็นวัดรำษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ ฝ่ำยมหำนิกำย ตั้งอยู่เลขที่ ๙๗ หมู่ที่ ๑ ต ำบล ดอนรวก อ ำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เป็น วัดเก่ำแก่ และได้ท ำกำรบูรณะขึ้นมำใหม่ พระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงของวัดสุขวรำรำมคือ หลวงพ่อองค์ปฐมพุทธมหำมงคล ได้ท ำกำร เปลี่ยนเครื่องทรงจำกลำยปูนปั้นองค์พระสีขำว เครื่องทรงสีทองเป็นสีเหลืองทองทั้งองค์ที่มี ควำมสง่ำงำมและเป็นเอกลักษณ์อย่ำงงดงำม และ ที่วัดสุขวรำรำมยังมีพระอุโบสถที่งดงำม บริเวณโดยรอบจะปูกระเบื้องสีขำวรอบๆ ทำงเดินพระอุโบสถ ในช่วงวันวิสำขบูชำก็จะมี กิจกรรมเวียนเทียน ชำวบ้ำนและนักเรียนจำก โรงเรียนวัดสุขวรำรำม ก็จะมำใช้สถำนที่แห่งนี้ ในกำรประกอบพิธีทำงศำสนำเพื่อร ำลึกถึงวัน ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพำนของพระพุทธเจ้ำ
สาขา ศาสนสถาน พิธีกรรมไหว้ผี ชาวลาวครั่ง เซ่นไหว้ บรรพบ ุ ร ุ ษ จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู ประวัติความเป็ นมา หมู่ที่ 3 ต ำบลดอนรวก หมู่ที่ 2 ต ำบลดอนรวก หมู่ที่ 1 ต ำบลดอนรวก - เป็นแหล่งเรียนรู้ทำงด้ำนศำสนำและวัฒนธรรม - - ศูนย์กลำงกิจกรรมต่ำง ๆ ทำงสังคม สถำนที่มีควำมสะอำด ร่มรื่น กว้ำงขวำง เอื้อเฟื้อสถำนที่ในกำรจัดฝึกอบรมของ สกร. นักศึกษำเข้ำร่วมพิธีกรรมทำงศำสนำร่วมกับวัดอย่ำงต่อเนื่อง แหล่งรวมจิตใจของคนในชุมชน นักศึกษำจัดกิจกรรมจิตอำสำบ ำเพ็ญประโยชน์ จัดกิจกรรมตำมเทศกำลและวันส ำคัญ ลาวครั่ง มีความเชื่อในเรื่องผบีรรพบุรุษเป็นอยา่งมาก การนบัถือผีของชาวลาวครั่งเป็นการถือผีตามบรรพ บุรุษ คือผเีจา้นายและผเีทวดาการนับถือมีอิทธิพลต่อ ชาวลาวครั่งมากแมแ้ต่ในแง่ของการดา เนินชีวติไม่วา่ จะเป็ นการประกอบพิธีกรรมหรือการด ารงชีวติ ประจา วนัก็จะตอ้งไปขอ้งเกี่ยวกบผีของบรรพบุรุษ ั เนื่องจากอาชีพหลกัของชาวลาวครั่งคือการทา นาจึงมี ประเพณีความเชื่อที่ถือปฏิบตัิกนัมา เพื่อความอุดม สมบูรณ์คือ พิธีบูชาเซ่นสรวงแม่ธรณีและแม่โพสพ ก่อนหวา่นขา้วเป็นการบอกกล่าวแม่ธรณีโดยจดัวาง เครื่องเซ่นไวบ้นพ้ืนดินบริเวณหัวคนันาและกล่าวแก่ แม่ธรณีวา่จะทา นาแลว้ขอให้คนและควายอยดู่ ีมีสุข สบายคราดไถอยา่ ให้หักบ่ไดม้าแยง่ดิน ขอเพียงแค่ทา กิน พิธีน้ีภาษาถิ่นเรียกวา่พิธีแฮกนา พิธีที่เกี่ยวกบั ความเชื่ออีกวธิีหน่ึงคือ พิธีศพ เมื่อนา ศพผตู้ายใส่ลงหีบ ถา้เป็นชายก็จะใช้ผา้ขาวมา้ของผตู้ายคลุมทบัผา้ขาวบน ฝาหีบ ถ้าเป็นหญิงก็จะคลุมหีบดว้ยสไบของผูต้ายและ จะเผาเครื่องนุ่งห่มต่าง ๆ ของผูต้ายเช่น ผา้ขาวมา้ไหม โสร่งไหม ผา้พุ่งไหม ผา้ม่วงโรง หรือผา้ซิ่นมดัหมี่ผา้ สไบ เส้ือฯลฯ เผาไปดว้ย
สวนส้มโออินทรีย์ ล ุ งอ ุ บลการะเวก ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 095 489 6823 095 489 6823 สวนส้มโออนิทรีย์ลุงอุบลการะเวก สวนส้มโออนิทรีย์นายอุบลการะเวก หมู่ที่6 ต าบลบางเตย อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ต ำบลบำงเตย เดียวในพ้ืนที่ตำ บลบำงเตยที่ประสบควำมส ำเร็จและเป็นต้นแบบ ของเกษตรกรหลำยๆคน รวมท้งัเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เผยแพร่ ควำมรู้กำรท ำเกษตรอินทรีย์ เป็ นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่เปิ ดให้เป็ น เกษตรปลอดสำรเคมีเช่นทุกวนัน้ีถำ้ใครสนใจอยำกเรียนรู้เคล็ดลบั ควำมส ำเร็จกำรท ำสวนส้มโออินทรีย์ ลุงอุบลฝำกว่ำ ติดต่อมำได้ที่ สวนส้มโออินทรีย์หน่ึงเดียวในพ้ืนที่ตำ บลบำงเตยอำ เภอสำมพรำน จังหวัดนครปฐม ในแปลง แต่ใช้ปุ๋ ยเคมีในกำรบ ำรุงส้มโอ ซึ่ง ก็ถือเป็ นเคมีเหมือนกันแต่เมื่อปี 2552 ลุงอุบลก็กลับมำสำนต่ออำชีพท ำสวนส้มโอ จำกพ่อ ด้วยเหตุที่ไม่ชอบสำรเคมีเป็ น ทุนเดิมอยู่แล้ว จึงค่อยๆ ปรับลดปริ มำณ ปุ๋ยเคมีหันมำศึกษำเรื่องกำรท ำน้ ำหมัก ชีวภำพ ปุ๋ ยหมักชนิดต่ำงๆ เพื่อทดแทนกำร ใช้ปุ๋ ยเคมี
วด ั เดชาน ุ สรณ ์ ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ประวัติความเป็ นมา เพจศูนย์ข้อมลูกลางทางวฒันธรรม วัดเดชานุสรณ์ - เป็ นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมของ ศกร. ต าบล - เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัตศิาสตร์ พระประธานภายในอุโบสถสร้างด้วยศิลา สันนิษฐานว่าเป็น พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง นอกจากนี้วัดยังมีเรือนราชฤดีซึ่งแต่เดิม เป็ นพระต าหนักราชฤดี ในสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวร ราชชายา ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลักฐาน พราน ในอดีตวัดเดชานุสรณ์มีพระเถระที่มีชื่อเสียงได้แก่พระครู สาครคุณาธาร (หมุด ติสฺสวงฺโส)อดีตเจ้าอาวาสรูปที่5 ปัจจุบันมี พระครูอดุลพฒันาภรณ์(ประเทืองจารุมโย) เป็นเจ้าอาวาส[2] พ.ศ.๒๓๔๙ ในแผ่นดินรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ โดยชาวจีนเจา้ของโรงหีบออ้ยเก่าชื่อ หลงจู๊เน่า แต่บางท่านก็เล่าว่าสร้างข้ึนในระยะใกล้เคียง กับวัดสรรเพชญหรือวัดตาเพชร วัดเดชานุสรณ์ ชา”ต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาว ชิรญาณวโรรส ไดเ้ปลี่ยนชื่อของวดัน้ีเป็น “วดั ประธานภายในอุโบสถสร้างด้วยศิลา จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ท ี่อย ่ ู บ้านเลขที่46 หมู่6 ต าบลยายชา อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม แ เพจวัดเดชานุสรณ์
วัดหอมเกร็ด ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 0-3432-1771,089-0217477 วัดหอมเกร็ด วัดหอมเกร็ด วัดหอมเกร็ด 70 ม.4 ต าบล.หอมเกร็ด อ าเภอ.สามพราน จังหวัด.นครปฐม -เป็ นศูนย์รวมด้านวัฒนธรรม ประเพณีในชุมชน -สถานที่ให้ความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรมและศิลปกรรม ประติมากรรม -เป็ นสถานที่ร่มรื่น ร่มเย็นให้กับประชาชนในต าบล -เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ วัดหอมเกร็ดเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้้านครชัยศรีหรือแม่น้้าท่าจีน บ้านหัว ไทร ตั้งอยู่เลขที่ 70 หมู่ 4 ต้าบลหอมเกร็ด อ้าเภอ สามพราน จังหวัดนครปฐม วัดหอมเกร็ดประกาศตั้ง วัดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2425 ได้รับพระราชทาน วิสุคามสีมา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514 วัด หอมเกร็ดเป็นวัดเก่าในสมัยรัชกาลที่5 จากหลักฐาน เอกสารเก่าของวัดได้แก่ โฉนดที่ดินของวัดได้จด ทะเบียนเมื่อปีรัตนโกสินทร์ศก 125 ตรงกับปีพ.ศ. 2449 ในรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันวัดหอมเกร็ดมีพระครู จารุวัฒนคุณ (เพ้ง จารุวณฺโณ) เป็นเจ้าอาวาสวัดและ เป็นพระเกจิดัง
วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 0-2810-9981 - วัดสิรินธรเทพรัตนาราม วัดสิรินธรเทพรัตนาราม หมู่ที่ 7 ต าบลอ้อมใหญ่ อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็ นวัดส าคัญวัดหนึ่งที่ให้บริการทางด้านวิชาการแก่พระภิกษุ สามเณร และคฤหัสถ์เป็นสถานทใี่ห้ความรู้แก่ชุมชน พระภกิษุสงฆ์ เป็นวิทยากรในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโรงเรียนต่างๆ เป็ น ที่ตั้ง “ศูนย์เด็กเลก็วทิยาเขตสิรินธรราชวทิยาลยั ในพระราชูปถัมภ์” ซึ่งเป็นสถานที่รับเลีย้งเด็กอ่อนก่อนวัยเรียน อายุ2 ขวบครึ่ง ถึง 6 ขวบ ในโครงการพระราชด าริ ปี 2558 มีเด็กก่อนวัยเรียน จ านวน 982 คน ครูพี่เลยี้ง 84 คน ห้อง 36 ห้องถือเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก ก่อนวัยเรียนที่ใหญ่ที่สุดในปริมณฑลกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ วดัสิรินธรเทพรัตนารามฯ ยงัเป็นแหล่งชุมทางแห่งความรู้ทุกๆด้าน รวมท้งัเป็นสถานทพี่ักผ่อนหย่อนใจของชุมชนด้วย
วัดปรีดาราม ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 0-3430-7722, 0-3428-3173 @watpreedaram.n pt https://www.facebook.com/ watpreedaram.npt/ 1 หมู่3 ต าบลคลองจินดาอ าเภอ สามพราน จังหวัดนครปฐม 73110 กิจกรรมการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน และการศึกษาตามอัธยาศัย เป็ นแหล่งเรียนรู้ของศกร.ต าบลคลองจินดา เป็ นภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์งาน ศกร.ต าบลคลองจินดา ในเดือนมกราคมวัดปรีดารามได้มีการจัดงานประจ าปี เพื่อให้ประชาชนมากราบนมัสการปิ ดทองหลวงพ่อนิล พระประธานในพระอุโบสถ เพื่อความเป็ นสิริมงคล และเป็ นเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนต าบลคลองจินดา ในงานยังมีการแสดงมหรสพ การประกวดธิดาชาวสาว และการประกวดผลไม้ของชาวสวนในต าคลองจินดา หลากหลายชนิด ส่วนในวันปกติก็สามารถมากราบ สรีระร่างของหลวงพ่อไสว หรือเช่าวัตถุมงคลบูชา นอกจากน้ีบริเวณหลังวิหารหลวงพ่อไสว มีหลวงพ่อ เกิดลาภพระองค์ใหญ่สีทองอร่ามให้ประชาชนได้กราบ นมัสการเพื่อขอโชคลาภและความเป็ นสิริมงคลกับ ชีวิต วัดปรีดาราม (ยายส้ม) ต้งัอยทู่ ี่1 หมู่ 3 ต าบลคลองจินดา อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีอดีตเจ้าอาวาส “พระครูสถิตโชติคุณ หรือ “หลวงพ่อไสว ฐิตวณฺ โณ” เป็ นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ด้านวัตถุมงคลมีมากมายหลายชนิด และ เรื่องการลงนะหน้าทอง เครื่องรางที่โด่งดัง คือ เครื่องรางชูชก ปลัดขิกและตะกรุดเสือ และเป็ นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาใหแ้ก่ เด็ก และเยาวชน เป็ นสถานปฏิบัติธรรม ชองประชาชนในต าบลคลองจินดา
วด ั สามพราน (พท ุ โธภาวนา) ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู อยตู่ ิดถนน การเดินทางไปมาสะดวก มีรูปป้ันสถาปัตยกรรมต่างๆที่สวยงาม เป็ นสถานที่ส าคัญทางศาสนาของอ าเภอสามพราน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สา คญัของอา เภอสามพราน เป็นแหล่งเรียนรู้ ของ ศกร.ต ำบลสำมพรำน เป็นสถำนที่ตั้งของศูนย์กำรเรียนรู้ชุมชน ต ำบลสำมพรำน เป็นสถำนที่จัดกิจกรรมต่ำงๆ ให้ สกร.อ ำเภอสำมพรำน https://goo.gl/maps/1U GH9RcHuXuqoQye9 081 901 8389 - https://www.facebook. com/watsamphran/ วัดสามพราน (พุทโธภาวนา) ต้งัอยู่บน เน้ือที่๓๙ ไร่๓ งาน ๕๒ ตารางวา ปัจจุบันมี พระครปฐมวรวัฒน์ (ดร.พระมหา ทองศรี เอกวังโส) ดา รงตา แหน่งเจ้าอาวาส ต้ังอยู่ในเขต ต าบลสามพราน อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มูลเหตุที่ท าให้มีการ สร้างวดัน้ีข้ึนน้ัน มาจากแนวความคิด ของ นางสาวสุดาภรณ์ ชุ้นสามพราน ซึ่ งเป็ นผู้มีจิตอันประกอบด้วยความ ศรัทธามั่นคงในบวรพระพุทธศาสนา และมีความสนใจในการปฏิบัติธรรม และกิจกรรมต่างๆ จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู ประวัติความเป็ นมา
สวนเกษตรอินทรีย์ นางนารี ป้อมงาม ช ื ่ อแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู ประวัติความเป็ นมา 090-9242262 นางนารี ป้อมงาม 4/2 หมู่ที่3 ต าบลบ้านใหม่ อ าเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
สาขา ศิลปวัฒนธรรม เครื่องตั้ง เถรอดเพลวัดไทร เฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ที่ต้งั: วัดไทร หมู่ 2 บ้านตลาดบน ต.ท่ากระชับ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 089 255 8742 - ประวัติความเป็ นมา เถรอดเพลเป็ นเครื่องเล่นโบราณที่ท าด้วยไม้ ไผ่สีสุก หรือไม้สักในสมัยโบราณ ท าขึ้นเพื่อ แสดงอวดฝี ไม้ลายมือของช่าง ด้วยกันเอง มี หลายรูปแบบ เช่น ท ากลุ่มไม้สลกักล(เถรอด เพล) บรรจุลงในขวดแก้วหรือท ากรอบ รูปภาพกม็ ีเสาธงชาติกม็ ีซึ่งเครื่องเล่นชนิดนี้ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ประวัติยังไม่ทราบ ชัดเจนว่าได้กา เนิดขึน้ในสมัยใด ใครเป็นผู้ท า ของเล่นชนิดนี้ขึ้นมา ตามต านานเล่าต่อกัน มาว่า มีพระสงฆ์รูปหนึ่งชื่อ พระหลวงตาโจ้ย เป็นพระลูกวัดจ าพรรษาอยู่ที่วัดไทรอ.นคร ชัยศรี จ.นครปฐม โดยได้น ารูปแบบการท า ไม้สลกักล(เถรอดเพล) มาประยุกต์ท าเป็น ของใช้ และท าเครื่องตั้งศพ ด้วยการใช้ รูปแบบสลกักล เครื่องต้ังวัดไทร หรือ เครื่องต้ังเถรอดเพล งานแห่งภูมิ ปัญญาที่เกดิจากความศรัทธาต่อผู้วายชนม์หนึ่งเดียวในโลก เถรอดเพลเป็ นของเล่นไทยโบราณ และไม่ใช่ของเล่นแบบเล่น เพลนิๆ สนุกๆเท่าน้ัน แต่เป็นการเล่นลบัสมอง เพราะต้องใช้ สมาธิและความจ า เถรอดเพลมีหลายแบบด้วยกนัเช่น ใช้ตะปู 2-3 ตัวมาขัดไขว้กนัไปมาให้อยู่ในชุดเดียวกนั ให้คนเล่นถอด แยกแต่ละตัวออกจากกันให้ได้ และให้สอดไขว้กลับไปเป็น แบบเดิม คนที่เคนเล่นเถรอดเพล แก้กลสลักได้ บางคนก็เอาไป คิดดัดแปลงเป็นเถรอดเพลในรูปแบบต่างๆเช่น ท าเป็นเครื่อง เล่นจ าหน่ายเรียกว่า “สลักกลบางกอก” (Bangkok Puzzle) ส่วน “หลวงตาโจ้ย” พระสงฆ์รูปหนึ่งของวัดไทรอ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ใช้หลักของเถรอดเพลมาท าเป็ น “เครื่องตั้งศพ” เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ของ ศกร. เป็ นแหล่งเรียนรู้ที่ ศกร.ต าบลท่ากระชับ น านักศึกษาเข้า ไปศึกษาหาความรู้ -
สาขา ศาสนาสถาน วัดบางแก้ว เฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ที่ตั้ง: 32 หมู่ 4 ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 086-2364986 086-2364986 วัดบางแก้ว ประวัติความเป็ นมา วัดบางแก้วเป็นวัดราษฎร์ สังกัด คณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๓๒ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๒๐ ปัจจุบันพระครูพิจิตรสรคุณ (พร ปภากโร) ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้า อาวาสวัดบางแก้วอยู่ในบริเวณเดียวกัน กับวัดไทร โดยอยู่กันคนละฝั่งคลองบาง แก้วมีสะพานเชื่อมถึงกัน วัดได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ อุโบสถมีลักษณะรูปทรงเป็นแบบทรงไทย โครงสร้าง ส่วนใหญ่ก่ออิฐถือปูน ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) พระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ อุโบสถ หลังนี้มีขนาดกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. เป็นสถานที่ที่ให้นักศึกษาทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้เรียน
สาขาจิตรกรรม วัดลานตากฟ้า เฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ที่ต้งั: 41 หมู่ 4 บ้านท้ายวัด ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 034 299 367 - ประวัติความเป็ นมา วัดลานตากฟ้า เป็ นวัดราษฎร์สังกัด คณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ต้ังอยู่ในต าบล ลานตากฟ้า อ าเภอนครชัยศรี จังหวัด นครปฐม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2300 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2497 เรียกขานกันว่า วัดลานตากผ้า แต่ เนื่องจากเวลาล่วงเลยมานาน จึงเรียก เพี้ยนไปเป็ น "วัดลานตากฟ้า" ชื่อของวัด ได้ปรากฏในนิราศสุพรรณของสุนทรภู่ ที่แต่งเมื่อ พ.ศ. 2374 มีกล่าวว่าชุมชนใน บริเวณนี้มีการตากปลา ก็อาจเป็ นไปได้ว่า มาจากค าว่า "ตากปลา" วัดลานตากฟ้า เป็ นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบประวัติความเป็ นมาอย่าง แน่ชัดว่าสร้างในยุคสมัยใด แต่เมื่อพจิารณาตามหลกัฐานภายใน วัดลานตากฟ้าที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบันคือพระประธานใน อุโบสถเป็นพระพุทธรูปแกะสลกัจากหินทรายแดงจากการ พจิารณาตามพุทธลกัษณะแล้วพบว่าน่าจะเป็นพระพุทธรูป แบบอู่ทอง3 ได้รับอิทธิพลของศิลปะสมัยทวารวดี และอิทธิพล ของศิลปะสมัยสุโขทัยปะปนกนัอยู่หากประมาณตามอายุและ ศิลปะแล้วน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่20 (ประมาณปี พ.ศ. 200 เป็นต้นมา) หรือเทียบได้กบัสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนต้น เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ของ ศกร. เป็ นแหล่งเรียนรู้ที่ ศกร.ต าบลลานตากฟ้า น านักศึกษา เข้าไปศึกษาหาความรู้ วัดลานตากฟ้า อ าเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
สาขา ศิลปะหัตถกรรม วัดสว่างอา รมณ์ จุดเด่นของแหล่งเรี ยนรู ้ ความร่วมมือกับ สกร. ท ี อ่ย ู ่ หมู่ที4่ ต ำบลขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ประวัติความเป็ น มา ที่ตั้งในปัจจุบันวัดสว่างอารม ณ์เป็ นวัดร้างจนต่อมาหลวงพ่อเพี้ย นที่ขณะนั้นเป็ นสามเณรอยู่ที่วัดได้ ออกมาธุดงค์ศึกษาเล่าเรียนวิชาจา กเจ้าอาวาส ชื่อดังหลายรูป และกลับไปบวชเป็ นพระที่วัดตุ๊กตา อีกครั้ง หลวงพ่อเพี้ยนขณะด ารงต าแหน่งเ จ้าคณะต าบลขุนแก้ว เห็นว่าวัดร้างแห่งนี้น่าจะมีพระสง ฆ์เข้าไปอยู่ถาวร จึงมอบหมายให้ หลวงพ่อแป๊ ะ ไปรักษาการเจ้าอาวาสวัด และเริ่มบูรณะให้เป็ นวัด หลวงพ่อแป๊ ะถือจอบถือเสียมขุดดิ นท าถนนเข้าวัดด้วยตนเอง 1. พระพุทธเรอืงฤทธิ์ เป็ นพระพุทธรูปหล่อส าริดสมัยสุโขทัย 2.เดิมประดิษฐานอยู่ที่อุโบสถวัดพระศรีรัตน มหาธาตุเชลียง (วัดพระปรางค์) เมืองสวรรคโลกเก่า (อ าเภอศรีสัชนาลัยในปัจจุบัน) ต่อมาเมื่อพระยาวิชิตภักดี (นาค) สร้างวัดสว่างอารมณ์เสร็จแล้วได้อัญเชิญมา ประดิษฐาน เป็ นพระประธานภายในพระอุโบสถ ตั้งแต่นั้นเป็ นต้นมา [6] 3.พระอุโบสถ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2330 ทรงไทย เป็นทปี่ระดิษฐานพระพุทธเรอืงฤทธิ์ 4.พระวิหาร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2330 เป็ นที่เก็บรักษาพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ของวัด 5.พระมณฑป สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2424 โดยตระกูลคันธนาค มีก าแพงล้อมรอบ พร้อมซุ้มประตูทั้งสี่มุขเป็ นที่ประดิษฐานรอย พระพุทธบาทจ าลอง เป็ นแหล่งเรียนรู ้ให้กับ ศกร.ต าบลขุนแก้ว เป็นศูนยก์ลำงของชมุชนทีม่ีส่วนรว่มใน กำรจัดกิจกรรมต่ำงๆ ของ ศกร.
สาขา ศิลปะหัตถกรรม วัดตุ๊กตา จุดเด่นของแหล่งเรียนรู้ ความร่วมมือกับ สกร. ที่อยู่ 58 หมู่ 2 ต ำบลบำงกระเบำ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ประวัติความเป็ นมา ที่ตั้งในปัจจุบันวัดตุ๊กตำ เป็นวัดรำษฎร์ สังกัด คณะสงฆ์มหำนิกำย วัดตุ๊กตำเดิมชื่อวัดภิทัย ธ ำรำม ป ระ สิ ท ธิ์ จ ำก ก ำรส ำรว จ ข อง นั ก โบรำณคดี สันนิษฐำนว่ำสร้ำงเมื่อรำว พ.ศ. 2120 ในสมัยอยุธยำ อีกค ำเล่ำหนึ่งบอกว่ำเดิมวัดนี้ ชื่อ ว่ำ วัดใน เนื่องจำกตั้งอยู่ถัดจำกเข้ำมำด้ำนใน (หำกถือริ มฝั่งเป็ นหลัก) จำกค ำบอกเล่ำและ สันนิษฐำนของพระพุทธวิถินำยก (หลวงปู่ เพิ่ม) อดีตเจ้ำอำวำส วัดกลำงบำงแก้ว ผู้ริเริ่มสร้ำงวัด น่ำจะชื่อ "ทัย" เพรำะปรำกฏอยู่ในนำมเก่ำของวัด ได้มีกำรเปลี่ยนนำมวัดไม่นำนมำนี้ สำเหตุที่ชื่อว่ำ "วัดตุ๊กตำ" เพรำะวัดนี้มีคนสร้ำงตุ๊กตำคู่หนึ่ง แกะ ด้วยไม้สักคล้ำยพระลอชนไก่ ตัวที่ 1 มือขวำอุ้ม ไก่ มือซ้ำยถือถุงเงินไว้ผมจุกนุ่งโจงกระเบน ชวน บ้ำนในสมัยนั้นเลยขนำนนำมว่ำ “วัดตุ๊กตำ” 1. เสมำหินชนวน เป็นเสมำของอุโบสถหลังเก่ำปัจจุบันบูรณะ ใหม่เหลือเพียงภำพภ่ำยที่ทำงวัดถ่ำยไว้ จำกลักษณะเสมำและ สภำพอุโบสถเชื่อได้ว่ำเป็นอุโบสถที่สร้ำงขึ้นสมัยอยุธยำ 2. วิหำรหลวงพิออู่ทอง ตัววิหำรปฏิสังขำรณ์ขึ้นใหม่ ภำยใน ประดิษฐำนพระประธำนเรียกว่ำ “หลวงพ่ออู่ทอง” เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษำ ศกร. เป็นศูนย์กลำงของชุมชนที่มีส่วนร่วมในกำรจัดกิจกรรม ต่ำงๆ ของ ศกร.
สาขาศิลปกรรม วัดละม ุ ด เ จ ุ ดเด่นของแหล่งเรียนร้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ที่อย่ ู ที่ตั้ ง: เลขที่ 62 หมู่ที่5 วัดละมุด ตําบลวัดละมุด อําเภอนครชัยศรี จังหวัด นครปฐม 0855275703 0855275703 วัดละมุด ประวัติความเป็ นมา โดยหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา เพดาน โบสถ์ประดับดาว ทําด้วยกระจกเกรียบ อุโบสถ กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร สูง 14 เมตร โดย หลังคาไม้มีช่อฟ้า ใบระกา นาคสะด้ง หางหงส์ ุ บริเวณโดยรอบโบสถ์พระพักตร์ มีเค้าอิทธิพล ศิลปะแบบอ่ทอง ส่วนใบเสมาทํามาจากหินครกู สีเทา และด้วยการที่โบสถ์หลังนี้มีทางเข้าออก โดยประตูด้านหน้าเพียงด้านเดียว (ไม่มีทางออก ด้านหลัง) จึงเรียกโบสถ์นี้ว่า “โบสถ์มหาอุตม์” (มหาอุด ความหมายตามราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง โบสถ์หรือวิหารที่ใผนังทึบตันรอบ ด้าน มีทางเข้าออกเฉพาะประตูด้านหน้าแห่ง เดียว เพื่อประโยชน์ในการทําพิธีที่เชื่อว่าจะทํา ให้ขลังยิ่งขึ้น) สําหรับวัดละมุดนั้น เป็ นวัดเก่าแก่ตั้งอย่ริมฝั่งตะวันตกของคลองู บางพระ ในหม่ที่ 5 บ้านสวนถั่ว ตําบลวัดละมู ุด อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยวัดละมุดก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2374 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ วันที่ 9 สิงหาคม 2553 โดยชื่อ “วัด ละมุด”อาจมีต้นละมุดใหญ่ขึ้นอย่ในบริเวณ หรือ บริเวณวัดอาจเป็ นู สวนละมุดมาแต่เดิม ทั้งนี้มีหม่บ้านบริเวณใกูล้เคียงมีชื่อว่า บ้านสวน ถั่ว บ้านสวนส้ ม การเรียกชื่อวัดก็น่าจะเป็ นในทํานองเดียวกัน ซึ่ง ปัจจุบันภายในวัดก็ยังมีต้นละมุดใหญ่ขึ้นอยู่บริเวณอุโบสถถ์เก่าสมัย อยุธยาตอนปลายในวัดละมุด ซึ่งโบสถ์เก่าหลังนี้ เป็ นสถาปัตยกรรม เก่าอายุกว่า 200 ปี นอกจาดนี้ยังมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองอีก 10 องค์อย่ในกําูพงแก้ว กั้นเป็ นเขตของอุโบสถ ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสานจากกรม ศิลปากร เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของ ศกร.
สาขา ศิลปะหัตถกรรม วด ั ห ้ วยพล ู จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู หมู่ที่ 1 ต.ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 034-389331 ประวัติความเป็ นมา กรมศาสนาได้ตรวจสอบหลักฐานทาง ทะเบียนแลว้ปรากฎว่า วดัห้วยพลูไดม้ีการต้งัวดั เมื่อ พ . ศ . ๒๓ ๒๙ แ ล ะ ไ ด้รั บ พ ระ รา ช ท า น วิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.๒๓๓๔ ปรากฎว่าเป็ นวัด เก่าที่สร้างข้ึนก่อนพระราชบัญญัติลักษณะการ ปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ กรมการศาสนาไม่ สามารถคน้หาหลกัฐานการต้งัวดัและพระราชทาน วิสุงคามสีมาให้ได้จึงได้ออกหนังสือรับรองสภาพ วัดให้ วัดห้วยพลูเป็นวดัสร้างข้ึนในสมยัอยธุยา อยตู่ ิดริมแม่น้า นครชยัศรี(ท่าจีน)ยังคงปรากฏ หลักฐานที่ส าคัญอยู่หลายอย่าง ไดแ้ก่อุโบสถ วิหาร และมณฑป ซึ่งเป็ น ๑ ใน ๒ ของมณฑป สมัยอยุธยาในลุ่มแม่น้า นครชยัศรีที่มีผูค้นกล่าว ขานความงดงามอยู่เสมอ วัดห้วยพลู อุโบสถ มีหลังคาทรงโรง หลังโบสถ์ไม่มีประตู หน้าบัน ประดับด้วยถ้วยชามกระเบ้ืองเคลือบ ก าแพงเต้ีย ประมาณ ๑ เมตร มีซุ้มประตูท้ัง ๔ ด้าน ภายในประดิษฐาน พระพุทธรู ปปูนป้ันสมัยอยุธยา จ านวน ๑๔ องค์มณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท มีลักษณะเป็ น ๔มุข เครื่องยอด เป็นแบบปราสาททรงมงกุฎ บุแผ่นทองแดงมีบนัไดช่องทางข้ึน ไปยังมณฑปท้ัง ๔ ด้าน ฐานมณฑปเป็นอุโมงค์มีช่องทางเขา้ วิหาร ไม่ปรากฏหลักฐาน หอไตร เป็ นอาคาร ๒ ช้ัน ศาลาการ เปรียญ มีรูปทรงที่พบได้โดยทั่วไป ภายในวัดยังมีเรือส าเภา โบราณที่คาดว่าน่าจะสร้างข้ึนในสมยัอยธุยาตอนปลาย เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ของ ศกร.
สาขา เกษตรกรรม ศ ู นย ์ การเร ี ยนร ้ ู ปร ั ชญาของเศรษฐกจ ิ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจ าต าบล ดอนแฝก จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ที่ต้งั:85 หมู่ 1 บ้านบางไกรซ้อน ต.ดอนแฝก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 081-489-6829 081-489-6829 https://www.facebook.com/ chamnan.seetongkam?locale= th_TH ประวัติความเป็ นมา ในปี พ.ศ. 2559 สำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย (กศน.) ร่วมกับกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) จัดตั้งศูนย์เรียนรู้สึกเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงโดยมีวัตถุประสงค์ด้านการรักษา ความมั่นคงสถาบันหลักของชาติในการขยายผล โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ประชาชนเพื่อให้ สามารถสร้างความร่วมมือในการจัดตั้งหมู่บ้าน การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท สนับสนุน แนวทางในการเผยแพร่องค์ความรู้หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ และ เผยแพร่ความรู้ให้เกิดการจัดการเรียนรู้ของ ชุมชนในรูปแบบชุมชนศึกษา เป็นแหลงเรียนรู้เกี่ยวกับ เศรษฐกิจพอเพียงมีโครงการโคก หนองนาโมเดลระดับอำเภอเป็น สถานที่ศึกษาดูงาน เป็นแหล่งเรียนรู้ ศกร. ตำบลดอนแฝก นำนักศึกษเข้า ไปเรียนรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ พอเพียง
สาขา ศิลปะหัตถกรรม วัดสว่างอาร มณ์ จุดเด่นของแหล่งเรี ยนรู ้ ความร่วมมือกับ สกร. ท ี อ่ย ู ่ หมู่ที4่ ต ำบลขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ประวัติความเป็ นมา ทีต่ ั ้งในปัจจบุนัวดั สว่ำงอำรมณเ์ป็นวดัรำ้ง จนต่อมำหลวงพ่อเพีย้นทีข่ณะนั ้นเป็นสำม เณรอยู่ที ่วดั ไดอ้อกมำธดุงค์ศึกษำเล่ำเรีย นวชิำจำกเจำ้อำวำส ชือ่ดงัหลำยรปู และกลบัไปบวชเป็นพระที ่วดัตุก๊ตำอกีครั ้ง หลวงพ่อเพีย้นขณะด ำรงต ำแหน่งเจำ้คณะ ต ำบลขุนแก้ว เห็นว่ำวดัรำ้งแหง่นีน้ ่ำจะมพีระสงฆเ์ขำ้ไปอ ยู่ถำวร จึงมอบหมำยให้ หลวงพ่อแป๊ ะ ไปรักษำกำรเจ้ำอำวำสวัด และเริม่บูรณะใหเ้ป็นวดั หลวงพ่อแป๊ ะถือจอบถือเสียมขุดดินท ำถน นเข้ำวัดด้วยตนเอง ชำวบ้ำนเห็นจึงพำกันมำช่วยกัน ในช่วงแรกยังไม่มีถำวรวัตถุอะไร มีเพียงกฏิเก่ำๆก่อด้วยอิฐ1. พระพุทธเรอืงฤทธิ ์ เป็ นพระพุทธรูปหล่อส ำริดสมัยสุโขทั ย 2.เดมิ ประดษิฐำนอยู่ทีอ่ โุบสถวดัพระศ รีรัตนมหำธำตุเชลียง (วัดพระปรำงค ์) เมืองสวรรคโลกเก่ำ (อ ำเภอศรีสัชนำลัยในปัจจุบัน) ต่อมำเมือ่พระยำวชิติภกัดี(นำค) สร ้ำงวัดสว่ำงอำรมณ์เสร็จแล้วได้อัญเ ชิญมำประดิษฐำน เป็ นพระประธำนภำยในพระอุโบสถ ตั ้งแตน่ ั ้นเป็นตน้มำ [6] 3.พระอุโบสถ สรำ้งเมือ่ปีพ.ศ. 2330 ทรงไทย เป็นทีป่ระดษิฐำนพระพุทธเรอืงฤทธิ ์ 4.พระวหิำร สรำ้งเมือ่ปีพ.ศ. 2330 เป็นที ่ เก็บรกัษำพระพุทธรูปปำงต่ำง ๆ ของวัด 5.พระมณฑป สรำ้งเมือ่ปีพ.ศ. 2424 โดยตระกูลคันธนำค มีก ำแพงล้อมรอบ พรอ้มซมุ้ประตูทั ้งสีม่ ุขเป็นทีป่ระดษิฐำ นรอยพระพุทธบำทจ ำลอง เป็ นแหล่งเรียนรู ้ให้กับ ศกร.ต ำบลขุนแก ้ว เป็นศนูยก์ลำงของชมุชนทีม่สี่วนรว่มใน กำรจัดกิจกรรมต่ำงๆ ของ ศกร.
สาขา ศาสนสถาน ท ี่อย ่ ู ที่ต้งั: 85 หมู่ 1 บ้านบางไกรซ้อน ต.ดอนแฝก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 081-489-6829 081-489-6829 https://www.facebook.com/ chamnan.seetongkam?locale= th_TH ประวัติความเป็ นมา วัดท้องไทรตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2423 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2496 อุโบสถเป็นการสร้างเลียนแบบ ศิลปะในสมัยรัตนโกสินทร์ มีการตกแต่ง ประตูและหน้าบันด้วยงานปูนปั้นด้วยมือ ทาสีสัน หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ วัดท้องไทรมีเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพ นับถือ คือ พระอธิการเกษม เขมจาโร (หลวงปู่อั๊บ) วัดท้องไทร มีเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพ นับถือคือพระอธิการเกษม เขมจาโร (หลวงปู่อั๊บ) เป็นแหล่งเรียนรู้ ศกร. ตำบลแหลม นำนักศึกษเข้าไป ศึกษาหาความรู้ จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร.
สาขาศิลปกรรม วัดไทยาวาส เ ฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ที่ต้งั:1 หมู่4 วัดไทยาวาส ต.ไทยาวาส อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 0855275703 0855275703 วัดไทยาวาส ประวัติความเป็ นมา ดไทยาวาส เดิมชื่อวา่วดัท่ามอญ เพราะที่ต้งั วดัคร้ังน้นัมีพวกมอญจา นวนหน่ึงไดม้า อาศยัอยู่ชาวมอญเหลา่น้ีไดช้่วยกนัสร้างวดั ข้ึนมากรมการศาสนาระบุวา่ต้งัวดัเมื่อ พ.ศ. 1725เมื่อ พ.ศ.2484 มีหลกัฐานปรากฏอยู่ เช่น อุโบสถหลงัเก่า ฃ่ึงชา รุดทรุดโทรมมาก วัดไทยาวาสได้เจริญข้ึนตามลา ดบัเพราะ ชาวบา้นแถบน้ีมีจิตศรัทธาเสื่อมใสเป็นอยา่ง มากและไดเ้ปลี่ยนชื่อจาก"วดัท่ามอญ" มา เป็ น "วัดไทยาวาส" เมื่อ พ.ศ. 2486 เป็ นต้น มา วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531[1]ให้ ประชาชนทวั่ ไปไดม้าศึกษาเรียนรู้ ปัจจุบันมีปูชนียวตัถุที่ส าคัญ ได้แก่หลวงพ่อโต อายุกว่า 800 ปี และรูปป้ันหลวงพ่อย้อยอดีตเจ้าอาวาสวัดไทยาวาสและมีของ เก่าเหลืออยู่คือ ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กับศาลาพักร้อนหลัง เล็กๆอีกหนึ่งหลัง วดัไทยาวาสไดเ้จริญข้ึนตามลา ดบัเพราะ ชาวบา้นแถบน้ีมีจิตศรัทธาเสื่อมใสเป็นอยา่งมากและไดเ้ปลี่ยน ชื่อจาก"วดัท่ามอญ" มาเป็น "วดัไทยาวาส" เมื่อ พ.ศ. 2486เป็น ต้นมา วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531[1]และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ดา้น ประวัติศาสตร์ชุมชนที่ส าคัญของต าบลไทยาวาส โดยมี หน่วยงาน สถานศึกษาต่างๆใหค้วามสนใจพาเดก็เยาวชนเขา้ มาเรียนรู้ณ ชุมชนแห่งน้ีอยเู่สมอ เป็นแหล่งเรียนรู้ใหก้บันกัศึกษาศกร. เป็นศูนยก์ลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจดักิจกรรม ต่างๆ ของศกร.
แหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ศกร.ต ำบลท่ำต ำหนัก วัดท่ำต ำหนัก โบรำณสถำน จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ควำมร่วมมือกับ สกร. 32 หมู่ 3 ต ำบลท่ำต ำหนัก อ ำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ประเภท วัดรำษฎร์ -0893449270 -วัดท่าต าหนัก นครชัยศรี นครปฐม ประวัติควำมเป็ นมำ วัดท่าต าหนัเป็ นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ าย ธรรมยุติกนิกาย ต้งัเมื่อ พ.ศ. 2340 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2499 โดยเมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกทรงมีรับสั่งให้สมเด็จพระบวรราชเจา้ มหาสุรสิงหนาท ยกกองทัพไปปราบทัพพม่าที่ ยกกองทัพมา พระองค์ทรงยกกองทัพผ่านคลอง บางแก้ว เมื่อถึงบริเวณที่สร้างวัดท่าต าหนักเป็ น เวลามืด ได้จัดให้กองทัพที่ยกมาพักแรมเป็ นเวลา หนึ่งคืน ประชาชนจึงขนานนามตรงที่ทรง ประทบัพกัแรมน้นัว่า ท่าตา หนกัต่อมาเมื่อมีการ สร้างวดัจึงไดเ้รียกวดัน้นัว่า "วดัท่าตา หนกั"วดัมี พระอยู่จา พรรษาสืบมาจนกระทงั่พ.ศ. 2470 ปรากฏว่าวดัท่าตา หนกัน้ีเป็นวดัร้างไม่มี พระภิกษุอยู่จ าพรรษา คร้ัน พ.ศ. 2474 พระเจา้วรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวฒัน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงทราบจากพระครูสุทธิสุนทร เจ้า คณะมณฑลนครชัยศรี ว่า วัดท่าต าหนักเป็ นวัดร้าง ไม่มี พระภิกษุอยู่จ าพรรษาและมีประชาชนอยู่มาก จึงมีพระบัญชา ให้พระครูสุทธิสุนทรจัดส่งพระที่วัดสัมปทวนไปเป็ นเจ้าอาวาส เพื่อให้ประชาชนได้บ าเพ็ญกุศลในโอกาสเทศกาลต่าง ๆ และ ไดพ้ฒันาวดัให้เจริญโดยลา ดบัเมื่อคร้ังเป็นพระครูสมุห์นาค อิสินาโค จากวัดสัมปทวนมาเป็ นเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ. 2482 และ ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่าง ๆ เช่น สร้างกุฏิ โบสถ์ ศาลา การเปรียญ โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนประชาบาล และ อื่น ๆ อีกจนเจริญรุ่งเรืองข้ึนโดยลา ดบั ปัจจุบันได้ปฏิสังขรณ์เป็ นวัดที่สวยงาม น่าอยู่ ร่มรื่น -เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. -ปัจจุบันอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม(ช้นั2) เป็ นสถานที่ศึกษาของ ศกร.ต าบลท่าต าหนัก เป็ นศูนย์รวมจิตใจให้กับประชาชน เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ของ ศกร./บ้าน /วัด /โรงเรียน
สาขา ศิลปะหัตถกรรม เฉพาะรูปภาพ ช ุ มชนบ้านโรงหวด แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ที่ต้งั: 76/3 หมู่ 2 บ้านโรงหวด ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 0897684746 0897684746 banronghuad ประวัติความเป็ นมา เดิมทีบ้านโรงหวดก็มีเพียงคนท้องที่ ซึ่งท านาท าไร่พอเลี้ยงครอบครัว และมีชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่งิ้วราย ระยะแรกได้น าความรู้การปั้นเครื่องปั้น ดินเผาเข้ามาเผยแพร่ซึ่งเครื่องป้ันดินเผา ที่ท าส่วนมากเป็นภาชนะเพื่อการหุงต้ม และหวดสา หรับใส่น้า ตาล ซึ่งบ้านโรงหวดเป็ นชุมชนที่ทา เครื่องป้ัน ดินเผาที่เก่าแก่ในปัจจุบันน้ีหาคนทา ได้ น้อยมากจึงได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นแหล่ง เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการท าเครื่องป้ันดินเผา ให้ประชาชนทวั่ ไปได้มาศึกษาเรียนรู้ ชุมชนบ้านโรงหวดเป็ นที่รู้จักแพร่หลายเพราะเคยเป็ นแหล่ง ผลิตเครื่องป้ันดินเผาที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์เฉพาะมาตัว ต้งัแต่อดีต เดิมที่อาชีพการป้ันก็ทา อยา่งแพร่หลายพอ ๆ กบัการ ท าเกษตรกรรม จนพบว่าในชุมชนมีการผลิตกระถางดินเผา เพื่อจ าหน่ายเกือบทุกครัวเรือน นอกจากน้ีในปัจจุบันชุมชน บ้านโรงหวด ยังเป็ นแหล่งปลูกกลว้ยน้า วา้ ที่ให้ผลผลิตสูง จึงท าให้ชาวบ้านนิยมนา กลว้ยน้า วา้มาแปรรูป สินคา้นานาชนิด เพื่อสร้างอาชีพและรายไดใ้ห้แก่ครัวเรือน ซ่ึง “ขนมกล้วย” ได้กลายเป็ นสัญลักษณ์หลักของชุมชน และเป็ น แหล่งศึกษาหาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ชุมชนที่ส าคัญของ ตา บลงิ้วรายโดยมีหน่วยงาน สถานศึกษาต่างๆให้ความสนใจ พาเด็กเยาวชนเขา้มาเรียนรู้ณ ชุมชนแห่งน้ีอยู่เสมอ เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ของ ศกร.
สาขา ด้านศาสนา วัดบางพระ ภาพจิตกรรมฝาผนัง พระปฏิมากรหินทรายแดงปางมารวิชัย “หลวงพ่อสิทธิมงคล” อุโบสถหลงัเก่าหลังคาลด 2 ช้น ั ช่อฟ้าใบระกาหลังคามุง ด้วยกระเบ้ืองดินเผาสมัยอยุธยาตอนกลาง ภาพจิตรกรรมฝาผนงัภายในอุโบสถ เป็นภาพเก่าแก่ “ภาพมารผจญ” เป็นศิลปะแบบเก่าในสมัยอยุธยาตอนกลาง พระพุทธบาทจ าลองมีขนาดกว้าง 1.10เมตรยาว4.20 เมตร สร้างด้วยโลหะ วิหารจตุรมุข หลวงพ่อเปิ่นองคใ์หญ่ป้ันปูนตา โบราณ ประดบัดว้ยเบญจรงคล์ายน้า ทอง เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา สกร.อ าเภอนครชัยศรี และ เป็ นแหล่งเรียนรู้ในรายวิชาเลือกของสถานศึกษาวิชาแหล่ง เรียนรู้คู่นครชัยศรี (สค23050) 1 หมู่ 3 ต าบลบางแก้วฟ้า อ าเภอนครชัยศรี นครปฐม 034-389 333 วัดบางพระ วัดบางพระสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2220 จัดอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลาย ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็น ผู้สร้างที่แน่ชัดหลักฐานอ้างอิงได้ใน ปัจจุบัน สังกัดมหานิกายอยู่ในการ ปกครองคณะสงฆ์ ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่วัด31ไร่ 1งาน 60ตารางวา และธรณีสงฆ์22 ไร่2 งาน 19ตารางวา หลวงพ่อเปิ่นท่านเป็นพระแท้ที่สร้าง สมบารมีด้วยการพัฒนาจนลือเลื่อง ยอมรับกันไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา
สาขา จิตรกรรม จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู 132 หมู่ที่4 บ้านศรีมหาโพธิ์ ต.ศรีมหาโพธิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 034 389 008 - ประวัติความเป็ นมา วัดศรีมหาโพธิ์ สันนิษฐานสร้าง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระเจ้า เอกาทศรถ ชาวบ้านได้เล่าขานสืบกัน มาว่า ครั้งนั้นมีต้นโพธิ์ลอยทวน กระแสน้ำในคลองบางพระซึ่งแยก จากแม่น้ำท่าจีน ได้ถูกนำขึ้นมาปลูก ในบริเวณนี้และที่ใต้ต้นโพธิ์นั้น มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ติดอยู่ด้วย จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมา ประดิษฐาน จากนั้นจึงก่อตั้งขึ้น เป็นวัด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น มีต้นโพธิ์ ลอยทวนกระแสน้ำ ในลำคลองบางพระ ต้นโพธิ์ได้ถูก นำมาปลูกไว้ในบริเวณนี้ และที่ใต้ต้นโพธิ์มีพระพุทธรูป ปางไสยาสน์ติดอยู่ จึงได้อาราธนาพระพุทธรูปขึ้น ประดิษฐาน และก่อตั้งเป็นวัดขึ้น "พระโพธิสัตว์กวนอิมปางหลั่งน้ำทิพย์มนต์" ทำด้วยโลหะสูง 11.9 เมตร เป็นพระกวนอิมมหาโพธิสัตว์ โลหะที่สูงที่สุดในโลก ประทับยืนบนศาลาปฏิบัติธรรม พระหัตถ์ขวาทรงถือแก้วมณี พระหัตถ์ซ้ายทรงถือคนโท หลั่งน้ำทิพย์มนต์ ส่วนที่เป็นพระพักตร์มีลักษณะอยู่ในวัย ดรุณี ต่างจากพระพักตร์ที่พบเห็นทั่วไป เป็นแหล่งเรียนรู้แก่นักศึกษา ศกร.ตำบลศรีมหาโพธิ์ ได้เข้าไปศึกษาความรู้ด้านสถาปัตยกรรม สักการะบูชา และแนะนำให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไป สักการะบูชาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน วัดศรีมหาโพธิ์อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม แหล่งเรียนรู้ ศกร.ตำบลศรีมหาโพธิ์ สกร.อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
ด้านสถาปัตยกรรม วัดแค เฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ูที่ตั้ง 37 หมู่ที่ 3 ตำบลวัดแค อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เบอร์โทรติดต่อ 034332397 วัดแค ค ำภูคำรำม ประวัติความเป็ นมา วัดแคตั้งอยู่บริเวณ ตำบลวัดแค อำเภอนครชัยศรี จังหวัด นครปฐม “วัดแค" มีชื่อเดิมว่า “วัดกัมพูชาราม” ซึ่งเป็นชื่อที่ ตั้งขึ้นตามเชื้อชาติของผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้ ซึ่งเป็นชาว กัมพูชาซึ่งถูกกวาดต้อนมาภายหลังแพ้สงคราม โดยไม่ปรากฏ หลักฐานที่แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในยุคสมัยใด และใครเป็นผู้สร้าง แต่ตามประวัติแล้วเชื่อว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นกรุง รัตนโกสินทร์ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางศิลปะ และ ลักษณะความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมของแต่ละยุค สมัย สิ่งที่วัดแค มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากวัดอื่น โดยทั่วไป ก็คือ เครื่องยอดของหลังคาโบสถ์เป็นรูปมังกร แทนที่เครื่องยอดทั่วไปตามสถาปัตยกรรมแบบพุทธศาสนาซึ่ง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงษ์ มังกรแบบจีนนี้เลื้อยขดอยู่ที่ปลาย สุดของสันหลังคาทั้งสองด้าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการใช้ ศิลปกรรมแบบจีน นอกจากนั้นบริเวณหน้าบันของวิหาร ยังมี เครื่องถ้วยชามทั้งที่เป็นชามลายครามและชาม ซึ่งการใช้ถ้วย ชามประดับสถาปัตยกรรม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ลักษณะทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และข้อสังเกตต่างๆ จึง สันนิษฐานได้ว่า วัดแค น่าจะสร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 3 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมกันในสมัยนั้น ซึ่งมัก เรียกว่าแบบจีนนี้นิยม เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ด้านประวัติศาสตร์ทางด้าน สถาปัตยกรรมของแต่ละยุคสมัย สิ่งที่วัดแค มีลักษณะพิเศษที่ แตกต่างจากวัดอื่นโดยทั่วไป ก็คือ เครื่องยอดของหลังคาโบสถ์ เป็นรูปมังกรแทนที่เครื่องยอดทั่วไปตามสถาปัตยกรรมแบบพุทธ ศาสนาซึ่งมีช่อฟ้า ใบระกา หางหงษ์ มังกรแบบจีนนี้เลื้อยขดอยู่ที่ ปลายสุดของสันหลังคาทั้งสองด้าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการใช้ ศิลปกรรมแบบจีน นอกจากนั้นบริเวณหน้าบันของวิหาร ยังมี เครื่องถ้วยชามทั้งที่เป็นชามลายครามและชาม ซึ่งการใช้ถ้วยชาม ประดับสถาปัตยกรรม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ลักษณะ ทางศิลปะ สถาปัตยกรรม เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร.
แหล่งเรียนรู้ ศกร.ต ำบลศีรษะทอง สกร.อ ำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม วัดศีรษะทอง จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู ที่ต้งั:วัดศีรษะทอง หมู่1 บ้านศีรษะทอง ต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม https://goo.gl/maps/WNqSG4pPK urceNap6 https://www.facebook.com/wa tsrisathong ประวัติความเป็ นมา ต ำนำน พระรำหู ส่วนของ ต ำนำนพระรำหูนั้น มี เรื่องเล่ำกันว่ำ พระรำหูนั้นคล้ำยยักษ์ดุ ร้ำย มีฤทธิ์มำก ผิวด ำเหมือนิล สถิตอยู่ ในอำกำศล้อมด้วยม่ำนสีด ำ มีร่ำงกำย แค่ครึ่งเดียวเพรำะจักรของพระ นำรำยณ์ เหตุก็เพรำะว่ำ ในระหว่ำงที่ ก ำลังขโมยดื่มน้ ำอมฤตอยู่นั้น พระ อำทิตย์และพระจันทร์ได้มำเห็นเข้ำเลย ไปบอกพระนำรำยณ์ เป็นเหตุให้พระ นำรำยณ์โกรธและขว้ำงจักรไปบั่นกำย พระรำหูท ำให้ขำดครึ่ง แต่พระรำหูนั้น ไม่เป็นไร เพรำะได้ดื่มน้ ำอมฤตเข้ำไป ครึ่งตัวเลยเป็นอมตะ วดัเก่าแก่ของ อา เภอนครชัยศรีจังหวดันครปฐม อยา่งวัดศีรษะทองแห่งน้ีถ ื อไดว ้่าเป็ นศูนยร ์ วมของ ชาวลาวเวียงจันทน์และชุมชนใกล้เคียง และมี ประวตัิศาสตร ์ มาอยา่งยาวนานต้งัแต่สมยัรัชกาลที่1 ท าให้ที่นี่เต็มไปด้วย โบราณวัตถุ โบราณสถาน ส าคัญๆ นอกจากน้นัยงัมีการศ ึ กษาเกี่ยวกบัเร ื่องราว ของดาราศาสตร ์โหราศาสตร ์ และสมุนไพรมาต้งัแต่ ในอดีตอีกด้ว ในยุครุ่งเร ื องของ วดัศีรษะทอง น้ัน จะเป็ นช่วง สมยัของ หลวงพ่อน ้ อย นาวารัตน ์ อดีตเจ ้ าอาวาส เพราะท่านเป็ นคนริเริ่มสร ้ าง พระราหูอมจนัทร ์ จาก กะลาตาเดียวเป็ นเคร ื่องรางที่ไดร ้ับความนิยมอย่าง มากนั่นเองค่ะ ซ่ึ งก ็ สร ้ างช ื่อเสียงให ้ วดัศีรษะทอง เป็ นที่รู้ จกัมาจนถ ึ งทุกวนัน้ี เป็ นแหล่งเรียนรู้ใหก ้ บันกัศ ึ กษาศกร. เป็ นศูนยก ์ ลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการ จดักิจกรรมต่างๆ ของศกร.
สาขาศิลปะวัฒนธรรม หัตถกรรม วด ั กลางค ู เวย ี ง เฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ที่ต้งั: 30 หมู่ 1 บ้านใต้ ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 0931062662 0931062662 วัดกลางคูเวียง ประวัติความเป็ นมา วัดกลางคูเวียง เดิมชื่อว่า วัดกลางลาว เป็นวัด เก่าแก่ มีการบูรณะวัดในสร้างขึ้นในสมัยรัชกาล ที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพระองค์ได้ทำ สงครามปราบปรามเมืองเวียงจันทร์ จนได้ชัย ชนะ พระองค์จึงได้กวาดต้อนเอาชาวเมืองเวียง จันทร์ล่องมาตามลำน้ำท่าจีน จนเข้าสู่มณฑล นครชัยศรี จึงให้ขบวนราษฎรชาวเวียงจันทร์ตั้ง ถิ่นฐานอยู่ที่บ้านสัมปทวน ได้มีเจ้านายฝ่าย เวียงจันทร์มาด้วยคือพระเจ้าเมืองซ้ายและพระ ชายาหม่อมเจ้าโสภี ได้ทำการบูรณะวัดซึ่งเป็น วัดที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม ชาวบ้านเรียกว่า วัดกลาง -รูปเคารพหลวงพ่อครูบุญชูโต เป็ นที่เคารพนับถือของคนใน พ้ืนที่และละแวกใกลเ้คียง -โบสถ์ หรือพระอุโบสถ เป็ นอาคารสถานที่ส าคัญในวัด โบสถ์ ของวัดกลางคูเวียงเป็ นแบบสถาปัตยกรรมไทย -การปิ ดทองลูกนิมิต 9 วัด และลูกนิมิตที่ใหญ่ที่สุด การปิ ดทอง เบ้ียแก้ใหญ่ที่สุด การสักการบูชารูปหล่อพระบูรพาจารย์ชื่อดัง -องคค์วามรู้ดา้นภูมิปัญญาสมนุไพรของวดักลางคูเวียงที่ข้ึนชื่อ ไดแ้ก่ยาหมอ้ซ่ึงเป็นการปรุงยาสมุนไพรที่สืบทอดกัน - ตลาดน้า วดักลางคูเวียง เกิดจากการดา ริของพระครูโสภณ สาธุการ(หลวงพ่อเชิญ โกสโล) ให้จดัสร้างตลาดน้า ข้ึนเพื่อ เป็ นแหล่งท่องเที่ยว เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร. เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ของ ศกร.
วัดส ำโรง สร้ำงเมื่อ พุทธศักรำช 2343 ตั้งอยู่ริมแม่น้ ำนครชัยศรีเดิมที่ชื่อ “วัดสำมโรง” มีผู้บอกเล่ำต่อกันว่ำ บริเวณนี้ มีต้นส ำโรงกอปรกับวัดอยู่ใกล้โรงสำม หลัง โดยบริเวณนี้มีพระภิกษุมำปักกลด อำศัยปฏิบัติธรรมอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นที่ดิน ของ “ปู่ด ำ” ท่ำนจึงได้ถวำยที่ดินที่เป็นที่ตั้ง วัด ต่อมำชำวบ้ำนนิมนต์พระภิกษุนุช ซึ่งเป็นพระวัดลำนตำกฟ้ำ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ำมมำ เป็นเจ้ำอำวำส เมื่อกำลเวลำผ่ำนมำวัดมี ควำมเจริญขึ้นตำมล ำดับ โดยชำวบ้ำน ช่วยกันสร้ำงกุฏิสงฆ์ ศำลำดิน และโบสถ์หลัง เล็กและเปลี่ยนจำกชื่อวัดสำมโรง กลำยมำ เป็น “วัดส ำโรง” จนปัจจุบันวันนี้ วัดส ำโรง โดยกำรพัฒนำของท่ำนพระครูสิริปุญำภิวัฒน์ เจ้ำอำวำสวัดส ำโรง ให้เป็นแหล่งพัฒนำชุมชนรักษำศีล ๕ ด ำเนิน ชีวิตตำมแนววิถีไทยที่ประพฤติปฏิบัติตำมจำรีตประเพณีอันดีงำม ทำงพระพุทธศำสนำ ซึ่งมีกำรท ำบุญตักบำตร ฟังธรรม เจริญจิต ภำวนำ ถืออุโบสถศีลเป็นประจ ำทุกวันธรรมสวนะ ได้ท ำโครงกำร ปลูกพืชผักสวนครัว โครงกำรเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ต่อมำได้รับมอบ โล่เชิดชูเกียรติ ๑๐๐ สุดยอด ชุมชนคุณธรรมน้อมน ำหลักปรัชญำ ของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วยพลังบวรต้นแบบ ในโครงกำร ขับเคลื่อนกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งของ "บวร" ในกำรสืบสำน รักษำ ต่อยอดศำสตร์พระรำชำ เพื่อกำรพัฒนำอย่ำงยั่งยืน แหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมวัดส ำโรง มีจุดท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้ำนวัดส ำโรง ชมรมว่ำวไทย กลุ่มดินประดิษฐ์ชุมชุนคุณธรรม กลุ่มงำนสำน กระดำษรีไซเคิล(ReDeco) โรงเจเปำเก็งเต๊ง สวนอินทผำลัมคุณจูน งำนสลักดุน สวนแดงโกสน และได้รับมอบเกียรติบัตรให้ไว้เพื่อ แสดงว่ำ "ชุมชนวัดส ำโรง" วัดส ำโรง เลขที่ ๒๑ หมู่ที่ ๓ ต ำบลวัดส ำโรง อ ำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๒๐ https://www.facebook.com/ WatSamrong • เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษำ สกร. ด้ำนวัฒนธรรมและประเพณี • เป็นศูนย์กลำงในกำรจัดกิจกรรมต่ำง ๆ ภำยในชุมชน วัดส ำโรง สำขำ แหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ ศกร.ต ำบลวัดส ำโรง สกร.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม - 089-9236265
สาขา ศาสนาสถาน วัดกลางบางพระ จ ุ ดเด่นของแหล่งเรียนร้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ที่อย่ ู ประวัติความเป็ นมา วัดกลางบางพระสันนิ ษฐานว่าสร้ าง ประมาณ พ.ศ. 2326 สร้างขึ้นบริ เวณ พระพุทธปฏิมากรจมนํ้า อยู่ตรงกลาง ระหว่างวัดบางพระกับวัดศรีมหาโพธิ์ จึงมี ชื่อว่า "วัดกลางบางพระ" มีเรื่องเล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2300 พม่าได้เข้าตีกรุงศรีอยุธยาทั้งข้า ราชบริ พารและชาวบ้าน พระพุ ทธ ปฏิมากร และต้น ศรีมหาโพธิ์ ได้ถูกอพยพ ไปทางเรือจากแม่นํ้าเจ้าพระยาจนถึงคลอง บางพระ ระหว่างทางเกิดพายุทําให้เรือล่ม พระพุทธปฏิมากรนั้น จมนํ้า แต่ต้นศรี มหาโพธิ์ ลอยไปตามนํ้าจากคลองบางพระ ไปจนถึงตําบลศรีมหาโพธิ์ ที่เป็ นบริ เวณ พื้นที่ดอนต้นศรี มหาโพธิ์ ได้เติบโตที่ บริ เวณนั้น วัดกลางบางพระได้ รั บ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2338 ปูชนียวัตถุที่สําคัญ คือ หลวงพ่อสมหวัง เป็ นพระพุทธรูป ปาง มารวิชัย หรือสะดุ้งมาร ก่ออิฐถือปูนด้วยกระเบื้องโมเสก จัดสร้างโดย พระครูสุนทรวุฒิคุณ (หลวงพ่อพุฒ สุนทโร) เมื่อ พ.ศ. 2524 เมื่อสร้างเสร็จได้บรรจุมวลสาร แผ่นชนวน ต่ า ง ๆ แ ล ะ ป ร ะ ก อ บ พิ ธี พุ ท ธา ภิ เ ษ ก พ ร้ อ ม กับ อัญ เ ชิ ญ พระพุทธรูป 9 นิ้ ว จํานวน 99 องค์ บรรจุไวัใน องค์หลวงพ่อ สมหวัง ประชาชนมักมากราบไหว้ขอพรแก้บนมาก ซึ่งส่วน ใหญ่จะประสบผลในเรื่ องของการซื้อขายที่ดิน ประสบผล ในการค้า ตําแหน่งหน้าที่การงาน เป็ นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ศกร.ตําบลบางพระ เป็ นศูนย์กลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่างๆ ของ ศกร.ตําบลบางพระ วัดกลางบางพระ เป็ นวัดราษฎร์สังกัด คณะสงฆ์ฝ่ ายมหานิกาย ตั้ งอยู่ใน ตําบลบางพระ อําเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีพื้นที่กว่า 24 ไร่
สาขา ศาสนสถาน วัดโคกพระเจดีย์ เฉพาะรูปภาพ แหล่งเรียนรู้ ไม่น้อยกว่า 500 MB จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ต้ังอยู่หมู่ที่2 ต าบลโคกพระเจดีย์ อ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม วัดโคกพระเจดีย์ ประวัติความเป็ นมา เดิมเป็ นพื้นที่ดอนมีลักษณะเป็ นโคกเก่า ๆ น่าจะมีวัดร้าง ต้ังอยู่ต่อมามีประชาชนมาอยู่อาศัยบริเวณนีม้ากขึน้จึงใช้ สถานที่แห่งนี้สร้างวัดขึ้น ชื่อ"วัดโคกพระเจดีย์" ซึ่งตั้ง เป็ นวัดเมื่อ พ.ศ. 2447 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2465 อุโบสถถือเป็นอาคารที่ส าคัญภายในวัด เนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระภกิษสุงฆ์ใช้ท า สังฆกรรม อีกทั้งภายใน พระอุโบสถมักประดิษฐานพระประธานที่ เป็นพระพุทธรูปองค์ส าคัญ ๆ ท าให้มีผู้มาสักการบูชาและ ร่วมท าบุญเป็นจ านวนมาก พระอโุบสถจึงถูกสร้าง ขึน้เป็น อาคารถาวรและมักมี การประดับตกแต่งอย่างสวยงาม อีกทั้งบริเวณภายในวัดยังมีซากเจดีย์โบราณ สันนิษฐานว่า น่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็ นเจดีย์ทรง ระฆังเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง ต้ังอยู่บนชุดฐานสิงห์ซ้อน ลดหลั่นกันขึ้นมา 3 ช้ัน องค์ระฆังประดับปนูป้ันลายใบไม้ ส่วนยอดเป็นชุดมาลัยเถา ภายในอุโบสถวัดโคกพระเจดีย ์ประดิษฐาน หลวงพ่อด า มีรูปลกัษณ ์ เป็นองค ์ สีด าแต่ในปีพ.ศ.2563 ค้นพบว่า ภายใต้เน ื้อทองเปลวที่ชาวบ้านมาปิดไว้น้ัน มีเน ื้อที่ถูก หล่อด้วยทองค า เงิน และนาค เป็ นเนื้อสามกษัตริย์ถือ เป็ นพระปรานเนื้อสามกษัตริย์องค์แรกและหนึ่งเดียวใน จังหวัดนครปฐม เป็นแหล่งเรียนรู้ประจ าต าบลโคกพระเจดีย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในต าบล เป็นสถานที่ที่นักศึกษาท ากจิกรรมต่างๆและหาความรู้
พพ ิ ธ ิ ภ ั ณฑ ์ พระพ ุ ทธวถ ิี นายก พอยต์ แหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ศกร.ต าบลนครชัยศรี สกร.อ าเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม หมู่ที่ 2 113 ตำบล นครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี นครปฐม 73120 เบอร์ติดต่อ 0-3433-1462 พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายกก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2526 เพื่อระลึกถึงหลวงปู่บุญ หรือ ท่านเจ้าคุณพระพุทธวิถีนายก โดยมีการจัดแสดงสิ่งของทั้งหมด 3 ชั้น พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก จัดแสดงเรื่องราวโบราณวัตถุและ ศิลปวัตถุ ดังนี้ ชั้นล่างส่วนพระพุทธวิถี นายกจัดแสดงประวัติพระเครื่อง และ ข้าวของเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญ (พระพุทธวิถีนายก บุญ ขันธโชติ) และ หลวงปู่เพิ่ม (พระพุทธวิถีนายก เพิ่ม ปุญญวสโน ) โดยทางซีกตะวันออก (ซ้ายมือ) จัดแสดงพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา จัดแสดงเรื่องราวโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ดังนี้ ชั้นล่างส่วนพระ พุทธวิถีนายกจัดแสดงประวัติพระ เครื่อง และข้าวของเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญ (พระพุทธวิถีนายก บุญ ขันธโชติ) และหลวงปู่เพิ่ม (พระพุทธวิถีนายก เพิ่ม ปุญญวสโน ) โดยทางซีก ตะวันออก (ซ้ายมือ) จัดแสดงพระเครื่อง เครื่องราง ของขลัง วัตถุมงคลและพระบูชาของหลวงปู่ ซึ่งมี อายุการสร้างเกือบร้อยปีแล้ว อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่อง ของตัวยาไทย สมุนไพร ยารักษาโรค ต่าง ๆ ปฏิทิน โหราศาสตร์ต่าง ๆ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ ศกร.ตำบลนครชัยศรี นำ นักศึกษาเข้าไปศึกษาหาความรู้ และแนะนำให้ ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม
ประวัติความเป็นมา ที่อยู่ จุดเด่นของแหล่งเรียนรู้ วัดวับ่อบ่ตะกั่วกั่พุทพุธารามตั้งวัดวัเมื่อมื่พ.ศ. 2335 ได้รัด้บรัพระราชทานวิสุวิสุงคามสีมาเมื่อมื่พ.ศ. 2515เดิมดิทีบทีริเริวณนี้เนี้ป็นป็ที่รที่กร้าร้ง ต่อมามีพมีระ ธุดธุงค์มาปักปักลด เริ่มริ่พัฒพันาเป็นป็สำ นักนัสงฆ์ ต่อ มาชาวบ้าบ้นได้ช่ด้วช่ยเหลือพระโดยการขุดขุบ่อบ่น้ำ ใช้สช้อยอุปอุโภคบริโริภคและได้พด้บแร่ตร่ะกั่วกั่จำ นวน มากในบริเริวณบ่อบ่ที่ขุที่ดขุจึงจึ ได้ใด้ช้ชื่ช้อชื่สำ นักนัสงฆ์ บ่อบ่ตะกั่วกั่วัดวั ได้รัด้บรัการพัฒพันาเรื่อรื่ยมา จนได้ตั้ด้ ตั้ง เป็นป็วัดวัพระบาทสมเด็จด็พระมหาภูมิภูพมิลอดุลย เดชมหาราช บรมนาถบพิตพิร เสด็จด็มาตัดหวาย ลูกนิมินิตมิอุโอุบสถและได้ปด้ลูกต้นโพธิ์ไธิ์ว้หว้น้าน้ อุโอุบสถแห่งห่นี้เนี้มื่อมื่วันวัที่ 30 มีนมีาคม พ.ศ. 2517 อาคารเสนาสนะในวัดวั ได้แด้ก่ อุโอุบสถหลังเก่าก่ บริเริวณหน้าน้บันบัซุ้มซุ้ประตูหน้าน้ต่างตกแต่งด้วด้ย เครื่อรื่งลายคราม ภายในประดิษดิฐานพระ ประธาน หลวงพ่อพ่ โต ศิลปะเชียชีงแสน วิหวิาร พระพุทพุธรูปรูปางป่าป่เลไลย์ เจดีย์ดี ย์ 28 ถนน หมู่ 1 ตำ บล บางระกำ อำ เภอนครชัยศรี นครปฐม 73120 0852951145 แหล่งเรียนรู้ ศกร.ตำ บลบางระกำ สกร.อำ เภอนครชัยศรี 0852951145 วัดบ่อตะกั่วพุทธาราม วัดบ่อตะกั่วพุทธาราม เจดีย์ดีสย์ามหลัง ชื่อชื่ว่าว่เจดีย์ดีสย์ามแก้วก้ สถาปััตยกรรม ของเจดีย์ดี ย์และ โบ สด้าด้นหลัง ที่มีที่ศิมี ศิลปะจีนจีผสมผสาน ความร่วมมือกับ สกร. เป็นป็แหล่งเรียรีนรุู้ที่รุู้ ใที่ห้ศห้กร.นักนัศึกษา ไปหาความรู้เรู้กี่ยกี่วกับกัความเป็นป็มา และศิลปะ หลวงพ่อพ่ โต ศิลปะเชียชีงแสน วิหวิารพระพุทพุธรูปรูปางป่าป่เลไลย์
แหล่งเรียนรู้ ศกร.ตำ บลพะเนียด สกร.อำ เภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พิพิพิธพิภัณฑ์พื้น พื้ บ้า บ้ นวัด วั ห้วยตะโก พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดห้วยตะโก เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมประวัติ ความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันของชุมชนตำ บล พะเนียด ซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิต ของคนสมัยก่อน เป็นแหล่งเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ น่าสนใจและ เป็นแหล่งเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ให้ประชาชน ทั่วไปเข้าไปศึกษาหาความรู้ ป็นแหล่งเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ให้นักศึกษา สกร.เข้าไปศึกษาหาความรู้เรู้กี่ยว กับความเป็นของวิถีชีวิตชาว บ้านในอดีต วัดห้วยตะโก หมู่ 4 ตำ บลพะเนียด อำ เภอ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดห้วยตะโกได้เริ่มริ่ ดำ เนินการสร้าร้งทีละจุดทีละมุม ตามแต่งบประมาณที่จะอำ นวย โดยใน ปีพ.ศ. 2542 เป็นปีที่ วัดห้วยตะโกอายุครบ 200 ปี ท่านได้เปิด พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ขึ้น เป็นอาคารไม้ชั้นชั้เดียว จัด ห้องเป็นมุมต่าง ๆ ที่แสดงถึง วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น แบ่ง เป็นเรื่อรื่ง การทำ นา การทำ ตาล เครื่อรื่งจักสาน เครื่อรื่งมือวัดตวง ชั่งชั่เครื่อรื่งมือช่างไม้ ยาท้องถิ่น
แหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ศกร.ต าบลท่าพระยา สกร.อ าเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม วัดท่าใน จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู หมู่1 ตา บลท่าพระยา วดัท่าใน ตา บลท่าพระยา 034-332623 วัดท่าใน ประวัติความเป็ นมา วัดท่าใน เดิมชื่อว่า วัดท่า ประกาศตั้งเมื่อ พ.ศ.2223 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้สร้างวัด สาเหตุที่ชื่อวัดท่าเพราะในสมัยน้นวัด แห่งนี้เป็นท่าเรือ เป็นศูนย์กลางของการ คมนาคมทางน ้าระหว่างกาจจนบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร สุนทรภู่ที่ได้มามนัสการองค์พระฐมเจดีย์ และได้บันทึกในนิราศพระประธม ในนิราศได้กล่าวถึงการเดินทางโดยเรือ และมาสิ้นสุดระยะทางที่วัดท่าแห่งนี้ ต่อจากนั้นได้นั่งเกวียนต่อไปยังองค์พระ ปฐมเจดีย์ ในสมยัหลวงพอ่ห่วงเป็นเจา้อาวาส ท่าไดท้า การบูรณะ ซ่อมแซมถาวรวตัถุใหเ้ป็นระเบียบเรียบร้อยและ ได้เปลี่ยนชื่อจากวดัท่ามาเป็น วดัท่าใน เพราะที่ต้งัวดั อยตู่รงกลางในวงลอ้มของวดัต่าง ๆ อีก7วดัมีการสร้าง ศาลาการเปรียญ โรงเรียนปริยัติธรรม กุฎีสงฆ์ทรงไทย อุโบสถ การขุดสระน้า สา หรับเก็บกกัน้า ไวใ้นฤดูแลง้2 สระใหญ่ซ่ึงปัจจุบนัถมไปแลว้ สร้างถนนสา หรับการสัญจร ไปมาของชาวบ้าน วดัมีวตัถุมงคลที่สร้างโดยหลวงพอ่ห่วง เช่น ตะกรุดโทน ดา้ยมงคล พระพิมพผ์งเกสรและ เหรียญรูปเหมือน ฯ,ฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ใหก้บันกัศึกษาศกร. เป็นศูนยก์ลางของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจดักิจกรรม ต่างๆ ของศกร.
สาขา พระพ ุ ทธศาสนาและจิตกรรม วัดบางแขม จ ุ ดเด่นของแหล่งเรียนร้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ที่อย่ ู ประวัติความเป็ นมา วัดบางแขม ตั้ งเมื่อ พ.ศ.2324 เดิมใช้ชื่อ ว่า วัดคงคาราม ต่อมาได้กลายสภาพเป็ นวัด ร้างอยู่ระยะห นึ่ ง จน ต่อมาชาวบ้านได้ ช่วยกันบูรณะขึ้นใหม่และใช้ชื่อว่า วัดบาง แขม เนื่องจากสถานที่สร้างวัดนั้นมีต้นแขม ขึ้นอยู่มากมาย วัดบางแขมตั้งอยู่เลขที่ 148 หมู่ที่ 6 ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม สังกัด คณะสงฆ์ มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีจํานวน 26 ไร่ 2 งาน 15 ตารางวา มีเสนาสนะที่เป็ น หลักฐานเก่าแก่ คือ วิหารพระพุทธมงคล นิมิตสิทธิชัย(หลวงพ่อใหญ่) พระประธานใน วิหารเป็ นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อหิน ทรายแดง วัดบางแขมได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2550 - เป็นศูนย์การเรียนรู้ ด้านศาสนา - สอนธรรมศึกษาแก่นักเรียน และนักศึกษา - เป็นศูนย์กลาง หน่วยอบรมประชาชนในตําบลและ ศกร.ตําบล - เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และประเพณีท้องถิ่น ในตําบลร่วมกับ ศกร.ตําบล - ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ และการจัดกิจกรรมทางการศึกษา ต่าง ๆ แก่ โรงเรียน และ ศกร.ตําบลบางแขม - เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม - เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ - เป็นศูนย์การเรียนรู้ ด้านศาสนา - สอนธรรมศึกษาแก่นักเรียน รร.วัดบางแขม - สอนธรรมศึกษาแก่นักศึกษา ศกร.ตําบลบางแขม - เป็นหน่วยอบรมประชาชนประจําตําบล (อปต.) 148 หมู่ที่ 6 ตําบลบางแขม 034983398 - วัดบางแขม ตําบลบางแขม
สาขาเกษตรกรรม ศ ู นยก ์ ารเร ี ยนร ู ้ปรัชญาของเศรษฐก ิ จ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจํา ตําบลห้วยจรเข้ จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจํา ตําบลห้วยจรเข้ได้ความสนับสนุน นาง เกสร ขวัญเล็ก ให้การสนับสนุนสถานที่ให้ เป็นศูนย์กลางการจัดการเรียนรู้รวบรวม ขยายผล เชื่อมโยง สร้างเครือข่ายและ เผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับ หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎี ใหม่และการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท ตามแนวพระราชดําริและหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศกร.ตําบลห้วยจรเข้ได้มีการจัดกิจกรรมร่วมกับศูนย์การเรียนรู้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจําตําบล ห้วยจรเข้โดยนํานักศึกษามาศึกษาเรียนรู้ในเรื่องของการทํา เกษตรและเป็นที่ในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรต่างๆ เป็นศูนย์กลางในการจัดการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็น แหล่งขยายผลการดําเนินงานและสร้างเครือข่ายในชุมชน กิจกรรมการดําเนินงานขยายผลการเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 21หมู่5 ตําบลห้วยจรเข้ นครปฐม 0837818019 083781809
สาขา เกษตรกรรม โคก หนอง นา โมเดลเอ ื ้ อส ุ ข จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา น า ยส ะ อ าด มี ค ว าม สนใ จ เกี่ ย ว กับเ รื่อง ข อง เศ รษ ฐกิ จ พอเพียง เนื่องจากมีที่ดินว่างเปล่า ไม่ได้ท าอะไร จึงได้มาสมัครเข้า ร่วมโครงการ โคก หนอง น า โ ม เ ด ล เ พื่ อ พั ฒ น า พื้ น ที่ ท า เกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิ จพอเพี ยงแ ละไ ม่ใช้ ส า ร เ ค มี ใ น พื้ น ที่ ท า ใ ห้ ดิ น มีความอุดมสมบูรณ์จนสามารถ พัฒนาเป็นดินปลูกเอื้อสุขได้ เปิดให้นักศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าศึกษาเรียนรู้ประวัติ ความเป็นมา และเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงและไม่ใช้สารเคมีในพื้นที่ เปิดให้นักศึกษา ศกร.ต าบลถนนขาด เข้าศึกษา เรียนรู้การท าเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจ การท าเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ การท าน้ าหมักชีวาาพ และแปลงเกษตรสาธิต การ เพาะพันธ์ข้าว บ้านบางเตย ม.5 ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม
สาขา ศิลปวัฒนธรรม วด ั ท ่ ุ งน ้ อยสามค ั คธ ี รรม จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. ทอ ี่ย ่ ู ประวัติความเป็ นมา วัดทุ่งน้อยสามัคคีธรรม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ที่ 106 หมู่ 6 ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ตั้งจัดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2550 1.เป็นสถานที่จัดตั้ง ศกร.ตำบลทุ่งน้อย 2. เป็นสถานที่จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตตำบลทุ่งน้อย 1. มีบรรยากาศร่มรื่น 2. มีความร่วมมือรูปแบบบวรเพื่อความมั่นคงในชุมชน 3. เป็นศูนย์รวมทางจิตใจ 4. เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม 106 หมู่ 6 ตำบลทุ่งน้อย 0861701876 0861701876 วัดทุ่งน้อยสามัคคีธรรม
โคก หนอง นา โมเดล บ้านห ุ บร ั กต าบลโพรงมะเด ื ่ อ สาขา เกษตรกรรม 94หมู่4 อ.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง 0819812080 จ ุ ดเด ่ นของแหล ่ งเร ี ยนร ้ ู ความร่วมมือกับ สกร. 0819812080 FC;โคกหนองนาโดเดลบ้าน หุบรัก ท ี่อย ่ ู ประวัติความเป็ นมา นางนงนุช บุญมาเลิศ ได้ไปศึกษาดู งานในเรื่องของเเกษตรทฤษฏีใหม่ ในจังหวัดต่างๆและเกิดความสนใจ จึงได้น าความรู้ที่ได้ไปศึกษาดูงาน มาทดลองท าที่บ้านตนเองจนท าให้ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีหน่วยงานและ คนมาสนใจดูงานโคกหนองนาโดเด ลบ้านหุบรัก ศกร.ต าบลโพรงมะเดื่อได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆโคกหนองนาโด เดลบ้านหุบรัก เช่น การจัดวิชาชีพระยะสั้น,ใช้สถานที่เป็นที่อ่าน บ้านหนังสือชุมชนและน านักศึกษาไปเรียนรู้ ในแหล่งเรียนรู้ ดังกล่าว เป็นการพัฒนาจัดการพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งเป็นการผสมผสาน ของเกษตรทฤษฏีใหม่ร่วมกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยที่มีความ เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งต้องบอกว่าชื่อเรียกนี้ เป็นการจัดการสภาพแวดล้อมที่มีอยู่แล้ว ตามธรรมชาติ โดยมนุษย์น าสิ่งที่มีอยู่นั้นมาส่งเสริมท าให้เกิด ความส าเร็จในการท าเกษตรกรรมโดยเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ แต่ละค าของชื่อเรียกยังหมายถึงแนวทางการท าเกษตรแบบ อินทรีย์ และการสร้างชีวิตที่มีความยั่งยืนอย่างที่สุด