ประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคปี 2 5 6 8 และปี 2 5 6 9“เศรษรกิจภรภาคปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวฮย่ที่ร้อยละ 2 .2ร • o „v. J ’โดยมิปัจจัยฃับเคลอนสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกขน และภาคบริการสำหรับปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ร้อยละ 1 .9 ”ปี 256 8 ขยายตัว โดยมีปิจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐคาดว่าจะมีการขยายตัวดีในทุกภูมิภาค เนื่องจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะมีการขยายตัวดีในภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน โดยได้รับบิจจัยสนับสนุน จากรายได้ของภาคเอกซนที่เพิ่มขึ้นจากภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และภาคบริการคาดว่าจะมีการขยายตัวดีในภาคตะวันออกและภาคใต้ตอบบน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวซาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบิจจัยสนับสนุนจากโครงการส่งเสริม การท่องเที่ยว ขณะที่การค้าขายแดนคาดว่าจะมีการหดตัว สะท้อนจากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทย - กัมพูซาที่ยังคงยืดเยื้อ และการดำเน ิน มาตรการควบ คุมจุดผ่าน แดน ถาวรและจุดผ่อน ป รบ การค้า สำหรับปี 2 5 6 9 การขยายตัวของเศรษฐกิจมีบิจจัยสนับสนุนสำคัญ จากการใช้จ่ายภาครัฐ ภาคบริการ และการบริโภคภาคเอกซน ที่ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่าย งบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ตลอดจนมาตรการพักชำระหนี๋ให้กับลูกหนี้รายย่อยและโครงการบัตรสวัสดีการแห่งรัฐ รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี ยังคงมีป็จจัยอุดรั้งอันเป็นผลจากป็จจัยภายนอก ได้แก่ เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญ นโยบายกีดกันทางการค้าชองประเทศสหรัฐอเมริกา และสถานการณ์ค่าเงินบาทที่มีทิศทางแชึงค่าขึ้น รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในภูมิภาคต่าง ๆ ขณะที่ปีจจัยภายในประเทศได้รับแรงกดดันจากปิญหาหนี้ครัวเรือนสะสมและเสถียรภาพทางการเมืองที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนภ า ค ก า ร ผ ล ิต เศรษฮกิจภมิภาค 2569fภาคเกษตรกรรมจ 2568e ปี 2569f2 . 5 1 . 2พ. I j2 - 2 ร่}1 . 8 0ด ้า น เ ส ถ ีย ร ภ า พอัตราเงินเฟ้อ การจ้างงานจ 2568e ปี 2569f จ 2568' ปี 2569f0 . 2 0 . 9 34,345,459 คน 34,601,534 คนภ า ค ก า ร ใ ช ้จ ่า ยการบริโภคภาคเอกขนจ 2568® ปี 2569fการลงทุนภาคเอกซนจ 2568e ปี 2569f- 0 . 4 1 . 0การใช้จ่ายภาครัฐจ 2568e จ 2569f6 . 6 5 . 2การค้าชายแดนจ 2568e จ 2569f- 5 . 8 - 5 . 3• m j ปัจจัยเสี่ยง ไ พ ^ ? J ปัจจัย สนับสนุน ]• ภาระหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง • การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ เข่น• ข้อจำกัดทางการคลังและความล่าช้าในการจัดทำ - มาตรการรักษ าเสถียรภาพ ราคาสิน ค้าเกษ ตรงบประมาณ - มาตรการ Q uick Big W in เพื่อ SMEs ไทย• ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน - มาตรการ T h ailand FastP ass เพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนL • ปัจจัยเสียงจากภายนอกประเทศ , เ • ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับตํ่า Jหมายเหตุ ะ e = estim ate หมายถึง การประมาณการ f = forecast หมายถึง การพยากรณ์กลุ่มงานพัฒนาระบบบริหารเศรษฐกิจการคลังจังหวัด กองการเงินการคลังภาครัฐ
ประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคณ เดือนมกราคม 2569รายงานประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคปี 2568 และปี 2569“เศรษฐกิจภูมิภาคปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.2โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากการใซ้จ่ายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกขน และภาคบริการสำหรับปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ร้อยละ 1.9”ประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาค (ไม่รวม กทม.) ปี 2568 คาดว่าจะฃยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.2 โดยที่การขยายตัวมาจาก การใช้จ่ายภาครัฐคาดว่าจะมีการขยายตัวดีในทุกภูมิภาค เนื่องจากการเร่งรัดการเบิกจ่าย งบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกซนคาดว่าจะมีการขยายตัวดีในภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน โดยได้รับบิจจัยลนับสนุนจากรายไต้ของภาคเอกขนที่เพิ่มขึ้นจากภาคการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ภาคบริการคาดว่า จะมีการขยายตัวดีในภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวซาวต่างซาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบิจจัยลนับสนุนจากโครงการคนละครึ่ง พลัส และโครงการเที่ยวเมืองรอง (เที่ยวดี มีคืน) ภาคเกษตรกรรมคาดว่าจะมีการขยายตัวมากที่สุดในภาคตะวันออก ตามการเพิ่มขึ้นของผลผลิตหมวดพืขผลการเกษตรและประมง เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยและปริมาณนํ้าที่เพียงพอ และภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะมีการขยายตัวมากที่สุด ในภาคตะวันออก ตามการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อของประเทศคู่ค้าเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกซน และการค้าขายแดนมีแนวโน้มหดตัว โดยการลงทุนภาคเอกซนคาดว่าจะมีการหดตัวมากที่สุดในภาคกลาง สะท้อนถึงความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจและบิจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกประเทศ สำหรับการค้าซายแดนคาดว่าจะมีการหดตัวมากที่สุดในภาคตะวันออก เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวขายแดน ระหว่างไทย - กัมพูซาที่ยังคงยืดเยื้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.2 (ช่วงคาดการณ์ ร้อยละ -0.3 ถึง 0.7) ตามคัขนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม,มีแอลกอฮอล์ที,มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดัซนีราคากลุ่มพลังงานลดลง ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับตา สำหรับประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาค (ไม่รวม กทม.) ปี 2569 คาดว่าจะขยายดัวขะลอลงอยู่ที่ร้อยละ 1.9 โดยมีปีจจัยสนับสนุนสำคัญ จากการใช้จ่ายภาครัฐ ภาคบริการ และการบริโภคภาคเอกซน ที่ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจภูมิภาค จากการดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวผ่านมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายภาครัฐ และการเร่งดำเนินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐต่าง ๆ ตลอดจนมาตรการ พักซำระหนี๋ให้กับลูกหนี้รายย่อยตามนโยบายรัฐบาลและโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมคาดว่า จะขยายตัวในอัตราที่ซะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2568 อันเป็นผลจากปีจจัยภายนอก ได้แก่ เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจ คู,ค้าสำคัญที'ยังมีแนวโน้มซะลอตัว การดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของประเทศ ประกอบกับสถานการณ์ ค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้น รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตริไนภูมิภาคต่าง ๆ ขณะที่ปีจจัยภายในประเทศได้รับแรงกดดันจากปีญหาหนี้ครัวเรือนสะสมและเสถียรภาพทางการเมืองที่กระทบ ต่อความเขื่อมั่นของนักลงทุน สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภูมิภาค คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.9 (มีช่วงคาดการณ์ร้อยละ 0.4 ถึง 1.4) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่โนระดับตํ่า ตามดัซนีราคากลุ่มอาหารสดและพลังงานเป็นสำคัญ
- 2 -ประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคปี 2568เศรษฐกิจภูมิภาคในปี 2568 ยังคงขยายตัวในทุกภูมิภาค ซึงภูมิภาคทีมีการขยายตัวดี ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที,สำคัญ มาจากการใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกขน และภาคบริการ โดยสามารถจำแนกได้ ดังนื1. ภาคการผลิต1.1 ภาคเกษตรกรรม คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 2.0 ถึง 3.0) โดยภูมิภาคที่คาดว่าจะมีการขยายตัวดี ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนบน ตามการเพิ่มขึ้น ของผลผลิตในหมวดพืขผลทางการเกษตรและประมง เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและปริมาณนํ้าที่เพียงพอ ทำให้เกษตรกรสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกและดูแลรักษาผลผลิตได้ดีขึ้น ล่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มฃึน ประกอบกับนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตร การแก่ไขปัญหาการเกษตรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและลดต้นทุนการผลิต ผ่านมาตรการรักษาเสถียรภาพ ราคาข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง อย่างไรก็ดี ภาคใต้มีอัตราขยายตัวในระดับตํ่าจากการเกิด อุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพและการเก็บเกี่ยวพืชเศรษฐกิจยืนต้นสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยด้านภัยธรรมฃาติและภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ต้นทุน ปัจจัยการผลิตที่ยังอยูในระดับสูง ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และการแช่งขัน ทางการค้าระหว่างประเทศ ยังเป็นข้อจำกัดต่อปริมาณผลผลิต ราคา และการส่งออกสินค้าเกษตรในระยะต่อไป1 .2 ภาคอุตสาหกรรม คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.0 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 1.5 ถึง 2.5) โดยภูมิภาคที่คาดว่าจะมีการขยายตัวดี ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคเหนือตอนบน และภาคเหนือตอนล่าง ตามคำสั่งซื้อ สินค้าจากประเทศคู่ค้าที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน อัญมณี และเครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น รวมถึงการเร่งนำเข้าสินค้าของประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อบริหาร ความเสี่ยงด้านต้นทุนจากมาตรการทางภาษี เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น ขณะเดียวกันการเร่งรัดการลงทุนของภาครัฐได้มีส่วนสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี ยังมีข้อจำกัดจากหนี้ภาคธุรกิจที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงและมีโอกาสการผิดนัดขำระหนี้ โดยเฉพาะธุรกิจ ค้าส่งค้าปลีก ธุรกิจที่พักแรม ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวด ในการปล่อยสินเชื่อ ประกอบกับความไม,ซัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจทำให้การลงทุนภาคเอกขนเกิดการชะลอตัว ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ1.3 ภาคบริการ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 3.2 ถึง 4.2) โดยภูมิภาคที่คาดว่าจะมีการขยายตัวดี ได้แก่ ภาคใต้ตอนบน ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนบน ที่ได้รับ ปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศรัสเซึย และประเทศเกาหลีใต้ ประกอบกับกระแสความนิยมการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาวของนักท่องเที่ยว กลุ่มประเทศยุโรปและประเทศรัสเซึยโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดที่มีขายผิงทะเลและหมู่เกาะ ซึ่งช่วยซดเขย ผลกระทบจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียในพื้นที่ภาคใต็โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ที่ประสบอุทกภัยช่วงปลายปี ทั้งนี้ การขยายตัวดังกล่าวยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส และโครงการเที่ยวเมืองรอง (เที่ยวดี มีคืน) มาตรการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เข้าประเทศ การสนับสนุนให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง อย่าง'ไรก็ดี ภาคบริการยังคงต้องเผชิญ กับการแช่งขันที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ผลกระทบจากภาวะเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในไทย ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวซาวต่างชาติ
- 3 -2. ภาคการใช้จ่าย2.1 การบริโภคภาคเอกซน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.3 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 3.8 ถึง 4.8) โดยภูมิภาคที่คาดว่าจะมีการขยายตัวดี โด้แก, ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันตก ที่ได้รับปีจจัย สนับสนุนจากรายได้ที,เพิ่มขึ้นในภาคบริการ การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ช่วยให้มีกำลังซื้อมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการบริโภคภายในประเทศโดยรวม อย่างไรก็ดี การฟ้นตัวที่มีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ค่าครองชีพและภาระหนีครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเซื่อของสถาบันการเงินยังคงเป็นปีจจัยที่ท่าให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกขนในระยะต่อไป2.2 การลงทุนภาคเอกซน คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -0.4 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ -0.9 ถึง 0.1) โดยคาดว่าจะมีการหดตัวในเกือบทุกภูมิภาค ยกเว้น ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน จากความเข้มงวด ในการพิจารณาสินเชื่อโครงการพาณิชย์และที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากกำลังซื้อของประซาซน ลดลงจากปีญหาหนี้ครัวเรือนสะสมในระดับสูง รวมถึงมีแนวโน้มซะลอการลงทุนเนื่องจากภาคเอกซนมีความกังวล ต่อความไม่แน่นอนซองเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากมาตรการทางภาษีซองประเทศสหรัฐอเมริกา ความสามารถ ในการแข่งขันของสินค้าไทย เสถียรภาพทางการเมือง และทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาล2.3 การใช้จ่ายภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 6.6 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 6.1 ถึง 7.1) โดยคาดว่าจะมีการขยายตัวได้ดีในทุกภูมิภาค จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การกำหนดให้มีการลดระยะเวลาและลดขั้นตอนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินภายใต่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและโครงการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ทั้งโครงการทางถนนและทางพิเศษ โครงการพัฒนาระบบราง และโครงการทางอากาศ รวมถึงมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการปีกอบรม ประชุม สัมมนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคได้อย่างทั่วถึง2.4 การค้าขายแดน คาดว่าจะหดตัวร้อยละ -5.8 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ -6.3 ถึง -5.3) โดยภูมิภาคที่คาดว่าจะมีการหดตัว ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวซายแดนระหว่างไทย - กัมพูขาที่ยังคงยืดเยื้อและการดำเนินมาตรการ ควบคุมจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรนการค้า ได้ล่งผลให้เกิดการหยุดซะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่ขายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดตราด และในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดอุบลราซธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ประกอบกับไทยมีมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังประเทศเมียนมา โดยเฉพาะนํ้ามันเซื้อเพลิง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และเครื่องมือสื่อสาร เพื่อปีองกันไม่ให้สินค้าเหล่านี้ถูกนำไปใช้สนับสนุน การสู้รบหรือสร้างความไม,สงบในเมียนมา ขณะที่ภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงรักษา อัตราการขยายตัวได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมไปยังประเทศมาเลเซียและลาว แม้จะมีข้อจำกัด ด้านโลจิสติกส์ช่วงสถานการณ์อุทกภัยและมาตรการตรวจสอบสินค้าเข้มงวดในช่วงปลายปี อย่างไรก็ดี ยังได้รับ ปิจจัยสนับสนุนจากการล่งเสริมการค้าขายแดนและลดอุปสรรคการซนล่งผ่านแดน อาทิ การจัดกิจกรรมล่งเสริม การค้าขายแดนและการปรับปรุงขั้นตอนพิธีการศุลกากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกล์เพื่อเชื่อมโยง การค้าและการซยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
- 4 -ประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคปี 2569เศรษฐกิจภูมิภาคปี 2569 คาดว่ามีแนวโน้มขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.9 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 1.4 ถึง 2.4) โดยมีบิจจัยสนับสนุนสำคัญจากการใช้จ่ายภาครัฐ ภาคบริการ และการบริโภคภาคเอกซน ที่ยังคง เปีนกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จากการดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวผ่านมาตรการ เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายการปีกอบรม ประขุม สัมมนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) ของส่วนราซการ และการเร่งดำเนินโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐต่าง ๆ ตลอดจนมาตรการพักขำระหนี๋ให้กับลูกหนี้รายย่อย ตามนโยบายรัฐบาลและโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเป็นบิจจัยสนับสนุนให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ของภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพการบริโภคภาคเอกซน รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการดำเนิน มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมคาดว่าจะขยายตัว ในอัตราที่ซะลอลงเมื่อเทียบก ับปี 2568 อันเป็นผลจากบิจจัยภายนอก ได้แก่ เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญ ที่ยังมีแนวโน้มซะลอตัว การดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่ อุปทานโลก ประกอบกับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้น ไค้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถ ในการแช่งขันของภาคการส่งออกและรายไค้จากภาคการท่องเที่ยว รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ทางภูมิรัฐศาสตริในภูมิภาคต่าง ๆ ขณะที่บิจจัยภายในประเทศได้รับแรงกดดันจากบิญหาหนี้ครัวเรือนสะสม และเสถียรภาพทางการเมืองที,กระทบต่อความเขื่อมั่นของนักลงทุน สำหรับค้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภูมิภาค คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.9 (มีช่วงคาดการณ์ร้อยละ 0.4 ถึง 1.4) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่'ไนระดับตํ่าตามดัชนีราคากลุ่มอาหารสดและพลังงานเป็นสำคัญ รวมถึงแรงกดดัน เงินเฟ้อค้านอุปสงค์มีจำกัดป้จจัยเสี่ยงและป้จจัยสนับสนุนที่มีผลต่อเศรษฐกิจภูมิภาค ในปี 2569ในปี 2569 เศรษฐกิจภูมิภาคของประเทศไทยยังคงเผฃิญกับบิจจัยเสี่ยงและปีจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อเสถียรภาพและการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม ดังนี้1. ปิจจัยเสี่ยง1.1 ภาระหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง ประกอบกับการผิดนัดขำระหนี้ที'ขยายตัว ในกลุ่มสินเซื่อยานยนต์และที่อยู่อาศัย ไค้เป็นบิจจัยที่ทำให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเซื่อ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวไค้ตํ่ากว่าศักยภาพและอาจส่งผลกระทบ ต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว1 . 2 ข้อจำกัดทางการคลังและความล่าข้าในการจัดทำงบประมาณ รายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2570 จากการยุบสภาและมีการจัดให้มีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้การเบิกจ่าย เงินงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐในช่วงเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2569 ลดลง ประกอบกับความต่อเนือง และความขัดเจนในการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล อาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันแรงกดดันจากฐานะการคลังที'มีความตึงตัว และหนี้สาธารณะที'สูงกว่าร้อยละ 65 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมประขาชาติ ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประซาชาติ อาจเป็นข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ต่อการพินตัวทางเศรษฐกิจ1.3 ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน อาจทำให้เกิดสภาพอากาศ ผันผวนฉับพลัน (Climate Flip) อาทิ อากาศหนาวเย็นอย่างรวดเร็ว ฝนตกหนักพายุรุนแรงทำให้เกิดนํ้าท่วมฉับพลัน
- 5 -และคาดว่าอาจได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญในข่วงกลางปี ทำให้ฤดูร้อนมีความรุนแรง และยาวนานขึ้น ปริมาณนํ้าฝนมีแนวโน้มตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งอาจกระทบต่อผลผลิตและแหล่งท่องเที่ยว1.4 ป้จจัยเสี่ยงจากภายนอกประเทศ ได้เข้าสู่ภาวะการแบ่งขั้วเศรษฐกิจโลก โดยมีแรงกดดัน หลังจากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าที่มิใข่ภาษีของประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะการบังคับใช้มาตรการ ด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานการปล่อยคาร์บอนที่เข้มงวดของประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งกระทบโครงสร้างต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคการล่งออกของไทย รวมถึงการชะลอตัวเซิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนที่ล่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เกิดความผันผวน อีกทั้ง สถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนระหว่างไทย - กัมพูซา และสถานการณ์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่าง ๆ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟืนตัวของภาคการผลิต และภาคการท่องเที่ยวของไทย2. ปีจจัยสนับสนุน2.1 การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ1) มาตรการด้านเกษตรกรรมการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและลดด้นทุนการผลิต เพื่อสร้างความมั่นคง ทางรายได้ให้แก,เกษตรกร ผ่านมาตรการสำคัญในปีการผลิต 2 5 6 8 /6 9 อาทิ มาตรการรักษาเสถียรภาพ ราคาข้าวเปลือก ประกอบด้วย โครงการสินเขื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีและโครงการซดเชยดอกเบี้ย ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก เป็นต้น มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและล่งเสริมการผลิตข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ประกอบด้วย โครงการซดเขยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โครงการเพิ่มซ่องทางการตลาด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นด้น2) มาตรการด้านอุตสาหกรรมและการลงทุนการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและมาตรการเร่งรัดลงทุน อาทิ มาตรการ T hailand FastPass เพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว โดยจะดำเนินการแก้ไขความล่าช้า ในการลงทุนจากปีญหา/อุปสรรค ด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ด้านพื้นที่ลงทุน ด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และด้านการอนุมัติ/อนุญาต ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีการลงทุนสูง เซ่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การผลิตพลังงานสะอาด และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นด้น มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Upskill & Reskill) จำนวน 100,000 คน และมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการร่วมสนับสบุนเงินทุน เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมด้านต่าง ๆ เข่น ด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัย และด้านการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งมาตรการเหล่านี้ จะมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูงไว้ในประเทศได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ อาทิ โครงการทางถนนและทางพิเศษ เข่น โครงการพัฒนา บางปะอิน Junction และมอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบนอก ด้านตะวันตก (M9) บางบัวทอง - บางปะอิน เป็นต้น โครงการพัฒนาระบบราง เข่น โครงการรถไฟทางคู' ระยะที' 2 ซ,วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี - หาดใหญ่ - สงขลา และช่วงหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์ เป็นด้น รวมถึงโครงการทางอากาศ เข่น โครงการพัฒนา ท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเขียงใหม่ ระยะที่ 1 และโครงการพัฒนา ท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
- 6 -3) มาตรการด้านท่องเที่ยวการดำเนินนโยบายภาครัฐได้บูรณาการมาตรการทางการคลังและมาตรการกระตุ้น การท่องเที่ยว โดยได้กำหนดมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการผึเกอบรม ประชุม สัมมนา ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) โดยให้ส่วนราขการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งรัด การเบิกค่าใช้จ่ายด้านการผึเกอบรม ประชุม สัมมนา ให้ได้ร้อยละ 60 ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 ควบคู่กับ การใช้มาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับตลาดกลุ่มพรีเมียม (Premium Destination) ประกอบด้วย มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ และมาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก ซึ่งสอดรับกับมาตรการยกระดับการประขาสัมพันธ์ประเทศไทย มาตรการยกระดับความปลอดภัยในทุกมิติ การสนับสนุนให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบิน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด โดยการจัดงานเทศกาลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการผลักดัน การท่องเที่ยวเซิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism) เพื่อกระจายรายได้และยกระดับการท่องเที่ยวให้มีการรับรู้ ในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเช้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในภาคบริการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมีรายได้ และการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึง อันจะน่าไปสู่การเพิ่มขึ้นของรายได้ประขาชาติและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ในระยะยาว4) มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการขนาดเล็ก โดยเฉพาะลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านโครงการ “ปีด,หนี้1ว ไปต่อได้” โครงการกลไกการคํ้าประกันสินเชื่อ “SMEs Credit B oost” และมาตรการ “Quick Big W in” เพื่อ SMEs ไทย ตลอดจนการลดภาระค่าครองชีพของประชาซนผ่านมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยการตรึงค่าไฟให้อยู่ในระดับเหมาะสมและการควบคุมราคานํ้ามันและก๊าซหุงต้ม (LPG) จากการปรับลด อัตราเงินกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามมาตรการค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวัน สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - รังสิต และบางซื่อ - ตลิ่งขัน และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - คลองบางไผ่ ซึ่งจะเป็นบิจจัยสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการเพิ่มกำลังซื้อของประซาซน การกระตุ้นการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค และการส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนของภาคเอกซน2.2 ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับตํ่า สอดรับกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารหลักทั่วโลก เพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงและแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ที,ยังคงอยู่ในระดับต้า จึงคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อรักษาภาวะการเงินให้เอื้อต่อการฟันตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนทางการเงิน ให้แก1ภาคธุรกิจและบรรเทาภาระหนี้ของกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนช่วยเสริมประสิทธิภาพจากการประสาน นโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการขยายตัวภายในประเทศ ทั้งด้านการบริโภคและการลงทุน ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
- 7 -ตารางประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคปี 2568 และปี 2569 (ณ เดือนมกราคม 2569)หน่วย : ร้อยละต่อปีผลการประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคอัตราการขยายตัวจ 2567®ปี 2568® ปี 2569fเฉลี่ย ช่วง เฉลี่ย ช่วง1. การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจภูมิภาค 3.7 2.2 1.7 ถึง 2.7 1.9 1.4 ถึง 2.4ภาคการผลิต- ภาคเกษตรกรรม -1.3 2.5 2.0 ถึง 3.0 1.2 0.7 ถึง 1.7- ภาคอุตสาหกรรม 2.4 2.0 1.5 ถึง 2.5 1.9 1.4 ถึง 2.4- ภาคบริการ 8.5 3.7 3.2 ถึง 4.2 3.5 3.0 ถึง 4.0ภาคการใฃ้จ่าย- การบริโภคภาคเอกซน 1.0 4.3 3.8 ถึง 4.8 2.3 1.8 ถึง 2.8- การลงทุนภาคเอกซน -1.0 -0.4 -0.9 ถึง 0.1 1.0 0.5 ถึง 1.5- การใซ้จ่ายภาครัฐ 3.9 6.6 6.1 ถึง 7.1 5.2 4.7 ถึง 5.7- การค้าซายแดน 37.7 -5.8 -6.3 ถึง -5.3 -5.3 -5.8 ถึง -4.8รายได้เกษตรกร (Farm Income) 7.1 -3.5 -4.0 ถึง -3.0 2.3 1.8 ถึง 2.82. เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ- อัตราเงินเฟ้อ (Inflation) 0.0 0.2 -0.3 ถึง 0.7 0.9 0.4 ถึง 1.4- การจ้างงาน ( E m p lo y m e n t: คน) 34,076,491 34,345 ,4 59 34.295.459 ถึง34.395 .4 5934,601,5 34 34.551.534 ถึง34.651.534หน่วย : ร้อยละต่อปีผลการประมาณการเศรษฐกิจ 9 กลุ่มจังหวัดอัตราการขยายตัวปี 2567® ปี 2568® ปี 2569fเฉลี่ย ช่วง เฉลี่ย ช่วงภาคกลาง 5.5 1.6 1.1 ถึง 2.1 1.7 1.2 ถึง 2.2ภาคตะวันออก 5.5 2.8 2.3 ถึง 3.3 2.1 1.6 ถึง 2.6ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 0.7 1.5 1.0 ถึง 2.0 1.4 0.9 ถึง 1.9ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1.2 2.1 1.6 ถึง 2.6 2.3 1.8 ถึง 2.8ภาคเหนือตอนบน 2.4 2.4 1.9 ถึง 2.9 1.9 1.4 ถึง 2.4ภาคเหนือตอนล่าง 2.8 2.6 2.1 ถึง 3.1 1.8 1.3 ถึง 2.3ภาคตะวันตก 1.7 1.8 1.3 ถึง 2 .3 1.9 1.4 ถึง 2 .4ภาคใต้ตอบบน 3.1 2.4 1.9 ถึง 2.9 2.2 1.7 ถึง 2.7ภาคใต้ตอนล่าง 1.5 1.9 1.4 ถึง 2.4 1.8 1.3 ถึง 2.3ที่มา ะ รายงานประมาณการเศรษฐกิจจังหวัด 76 จังหวัด และรายงานประมาณการเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัด 9 กลุ่มจังหวัดรวบรวมโดย : กลุ่มงานพัฒนาระบบบริหารเศรษฐกิจการคลังจังหวัด กองการเงินการคลังภาครัฐหมายเหตุ : e = estim ate หมายถึง การประมาณการ f = forecast หมายถึง การพยากรณ์