ช่ือเร่ือง : การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง โครงสร้างอะตอม โดยการจดั การเรียนรู้
ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ว21101 สาหรับนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 1
ช่ือผู้ศึกษา : นางนิภาวดี น่วมอนิ ทร์
ปี ทท่ี าการศึกษาค้นคว้าแล้วเสร็จ : พทุ ธศักราช 2564
บทคัดย่อ
การวิจัยในคร้งั นี้ มีวตั ถปุ ระสงค์ 1.เพ่ือเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง โครงสร้าง
อะตอม ก่อนเรยี นและหลังเรียนของนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ทไี่ ด้รบั การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเตม็
ศกึ ษา (STEM Education) 2.เพอื่ ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรขู้ องนักเรียน ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1
ท่ีได้รับการจัดการเรยี นรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 วชิ าวิทยาศาสตร์
ว21101 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนวัชรวิทยา อำเภอเมือง จังหวดั กำแพงเพชร จำนวน 2 ห้อง นักเรียน
77 คน เคร่ืองมอื ท่ีใช้ในการศึกษา ได้แก่ แผนการจดั การเรียนรู้ จำนวน 1 สัปดาห์ 2 ชวั่ โมง สถติ ทีใ่ ช้ใน
การวเิ คราะห์ขอ้ มูลได้แก่ ร้อยละ คา่ เฉลี่ย SD และคา่ t
ผลการศึกษา พบว่า
1. ด้านผลนกั เรียนได้คะแนนเฉลยี่ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เรอื่ ง โครงสรา้ งอะตอม ของนักเรียนชนั้
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ที่ไดร้ บั การจัดการเรยี นรู้ตามแนวคิดสะเตม็ ศึกษา (STEM Education) กอ่ นเรียนมีค่าเฉล่ยี
เท่ากบั 4.29 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานเทา่ กบั 1.23 หลงั เรยี นมีค่าเฉลย่ี เท่ากับ 7.23 สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
เท่ากับ 1.40 และเม่ือทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ที่ไดร้ บั การจดั การเรียนรตู้ ามแนวคิดสะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education) มผี ลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนวิทยาศาสตร์หลังการจดั การเรยี นรู้สงู กวา่ ก่อนการจดั การเรยี นอย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ิทีร่ ะดับ .05
2. นกั เรยี นสว่ นใหญ่มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดบั มากคิดเปน็ ร้อยละ 58.44 และรองลงมา คอื
นักเรียนมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากท่สี ดุ คิดเปน็ รอ้ ยละ 28.57 และ นักเรยี นมีความพงึ พอใจในระดบั ปาน
กลาง คดิ เป็นร้อยละ 12.99
3. นักเรยี นมีความพึงพอใจต่อการเรียนรตู้ ามแนวคิดสะเต็มศกึ ษา (STEM Education) โดยรวมอยใู่ น
ระดับมาก มคี ่าเฉล่ยี เทา่ กบั 4.27 ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.48 และเม่ือพิจารณาเปน็ รายด้านพบว่า
นักเรยี นมคี วามพงึ พอใจในด้านบทบาทผู้เรยี น และด้านวธิ ีการจดั การเรยี นรู้ อยูใ่ นระดับมากท่ีสุด โดยด้าน
บทบาทผู้เรยี น มคี า่ เฉลี่ยเทา่ กับ 4.81 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.58 ด้านวิธกี ารจัดการเรียนรมู้ ีค่าเฉล่ีย
เทา่ กับ 4.69 ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานเทา่ กบั 0.57 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนร้อู ยูใ่ นระดับมาก
ได้แก่ ด้านบทบาทผู้สอน มีค่าเฉล่ยี เทา่ กับ 3.76 สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.40 ด้านการวัดผลประเมิน
มคี ่าเฉลย่ี เท่ากบั 3.95 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทา่ กับ 0.36 และ ดา้ นประโยชนท์ ี่ผเู้ รยี นได้รบั มีค่าเฉลยี่
เทา่ กบั 4.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทา่ กับ 0.48